ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 28 : บท 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    13 มิ.ย. 61

สองหนุ่มสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่รอดจากการโดนสากกระเบือปาศีรษะ

“ป้าเป็นบ้าอะไร ทำไมต้องไล่เราอย่างกับหมูกับหมาแบบนี้” มัศยาพูดพร้อมกับหอบน้อยๆ

“ก็เจ๊ไม่ควรไปบอกกับป้าแกแบบนั้น”

“แล้วฉันทำผิดตรงไหน ก็เรามาเพื่อชวนป้าไปช่วยเราเรื่องสูตรทำข้าวเกรียบไม่ใช่เหรอ”

“มันก็ใช่ แต่ไม่ใช่ไปชวนแกโต้งๆ แบบนั้น” น่านฟ้าตอบอย่างระอา

“อ้าว ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าป้าจะอาละวาดขนาดนั้น”

“เจ๊ทำเสียเรื่องเลยรู้มั้ย”

“คุณจะโทษฉันได้ไง ฉันไม่รู้นี่ว่าจะเป็นแบบนี้” มัศยารีบแก้ตัว

“แล้วทีนี้จะทำยังไงวะเนี่ย” น่านฟ้าบ่นงึมงำ

ไม่ใช่ว่าไม่รู้ตัวว่าเป็นคนทำให้เสียเรื่อง แล้วก็รู้สึกผิด แต่เขาก็ไม่เห็นจะต้องตอกย้ำ ความผิดพลาดของหล่อนซ้ำๆ แบบนี้  มัศยาหน้างอ “ถ้าคุณเตือนฉันตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่พูดกับป้าไปแบบนั้นหรอก”

“ก็ผมไม่คิดว่าเจ๊จะทำเรื่องสะเหล่อแบบนี้นี่” น่านฟ้าพิงประตูรถและเสยผมลวกๆ อย่างเบื่อๆ

แต่มัศยาหันมองเขาขวับ ความโกรธแล่นริ้ว “ใช่สิ ฉันมันสะเหล่อตั้งแต่เสนอตัวช่วยคุณแล้ว”

“เจ๊ อย่ามาพาลได้มั้ย คนยิ่งกำลังใช้ความคิดอยู่”

“ใครว่าฉันพาล คุณนั่นแหละเป็นต้นเหตุของทุกอย่าง เรื่องมันก็เลยยุ่งเหยิงกันแบบนี้ ถ้าคุณไม่ทำตัวเหลวไหลตั้งแต่แรก เราก็ไม่ต้องมาโดนป้าที่ไหนก็ไม่รู้ไล่ตีหัวด้วยสากกระเบือแบบนี้เหรอ” มัศยาโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

“ยิ่งบ้าไปกันใหญ่แล้วเจ๊” น่านฟ้าตอบอย่างหงุดหงิด

“คุณนั่นแหละบ้า ฉันจะกลับแล้ว! ” มัศยาแหวใส่ และหันหลังเดินฉับๆ อ้อมไปยังที่นั่งข้างคนขับ

ชายหนุ่มถอนหายใจดังพรืด “เราจะยังไม่กลับ”

                “ไม่กลับ คุณจะเพี้ยนไปถึงไหน ป้าไล่ซะขนาดนี้ ขืนอยู่ต่อ ได้หัวแตกเพราะสากกะเบือแน่”

                “ถ้าป้ายังไม่ยอมใจอ่อน ผมไม่กลับแน่” น่านฟ้ายืนกรานหนักแน่น

                “ถามจริงๆ คุณจะทำให้ป้าใจอ่อนได้ยังไง ป้าแกโมโหร้ายซะขนาดนั้น”

                “ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก” น่านฟ้าตอบกระชับ แต่ได้ใจความ

                มัศยาหรี่ตาน้อยๆ บางทีนั่นอาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ป้าอารมณ์ร้ายคนนี้ยอมใจอ่อนก็ได้ “แล้วคุณจะตื๊อยังไง”

                “ก็อย่างที่บอก ผมจะไม่กลับจนกว่าป้าจะใจอ่อน”

                “แต่ป้าดูหวงสูตรข้าวเกรียบของป้ามากเลยนะ”

                “เพราะฉะนั้นเราก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ป้าเห็นใจเรา”

                แล้วสิ่งแรกที่น่านฟ้าทำเพื่อให้ป้าเห็นใจทั้งสองก็คือ การนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงพื้นปูนหน้าบ้านของหญิงสูงวัยตั้งแต่เที่ยงยันหัวค่ำ โดยไม่สนใจเสียงด่าไล่และสายตาเหี้ยมเกรียมไม่เป็นมิตรของป้ามะลิที่คอยส่งมาให้เป็นระยะ

                มิหนำซ้ำบางทีนางก็ถือถังน้ำมาสาดพร้อมทั้งโยนถังใส่ด้วย หรือบางทีไม้กวาดกับที่โกยผงก็ลอยมาใส่หน้าตาเฉย หล่อนกับน่านฟ้าต้องคอยหลบกันอุตลุด

                พอตกเย็นทั้งสองก็อาศัยน้ำเปล่าและขนมปังจากในรถของน่านฟ้ารองท้อง

                “ป้ามะลิอารมณ์ร้ายมาก เป็นอะไรมากรึเปล่า” มัศยากระซิบเบาๆ หลังอิ่มจากมื้อเย็นและเพิ่งหลบกะละมังใบที่สามของวันนี้ที่ลอยมาเฉียดศีรษะได้อย่างหวุดหวิด นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อเรื่องงาน หล่อนคงไม่ทนให้คนแก่ไม่มีเหตุผลรังแกเอาอยู่แบบนี้หรอก

                “ทนๆ เอาหน่อย ป้าปาไปปามา พอเหนื่อยก็หยุดเอง”

                “ฉันว่าที่หยุดเพราะไม่ใช่ว่าเหนื่อยหรอก แต่ของหมดบ้าน เพราะมากองอยู่หน้าบ้านแทน” มัศยากวาดตามองไปยังข้าวของระเกะระกะที่กระจัดกระจายอยู่ตรงหน้าบ้าน ตั้งแต่ ไม้กวาด ที่โกยผง ถังน้ำ กะละมัง กล่องกระดาษ ผ้าขี้ริ้ว ฝาชี และอะไรอีกสารพัด ที่ป้ามะลิขยันโยนออกมาจากทางหน้าต่างมาตั้งแต่ฟ้าสว่างจนฟ้ามืด

                “โว้ย! รำคาญ ไล่ไม่ไปสักที สงสัย ต้องให้ปาครกหินใส่มั้ง” เสียงขู่โวยวายของหญิงสูงวัยดังแทรกขึ้น

                มัศยาทำท่าขนลุก ก่อนจะหันบอกชายหนุ่ม “คุณกลับกันเถอะ ดึกแล้ว ฉันขี้เกียจโดนปาครกหินใส่”

                “ไม่ เราจะยังไม่กลับ จนกว่าป้าจะใจอ่อน”

                “แต่นี่มันสามทุ่มกว่าแล้วนะ”

“คืนนี้เราจะนอนที่นี่”

“หา! อะไรนะ นอนที่นี่ แต่ฉันว่าเรากลับบ้านก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ” มัศยาโพล่งออกไปอย่างตกใจ

“ไม่ได้ ถ้าเราจะทำให้ป้าใจอ่อน ก็ต้องให้ป้าเห็นความตั้งใจของเรา”

มัศยาเบะปากเหมือนเด็กกำลังจะร้องไห้ “ฉันไม่น่ามากับคุณเล้ย ซวยจริงๆ ”             

“นี่แค่เริ่มต้นเจ๊ก็บ่นแล้ว รู้มั้ยว่าสามเดือนข้างหน้าเราต้องทำงานหนักแค่ไหน แล้วมาโฆษณาว่าเจ๊หยี ณ มีโชค ทั้งถึกและอึด โฆษณาชวนเชื่อนี่นา”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น