ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 26 : บท 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 734
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    11 มิ.ย. 61

“ประธานบริษัทอะไรของคุณ ตอนนี้แทบไม่มีใครยอมรับสถานะคุณแล้ว มีแต่ฉันที่หลวมตัว” มัศยารีบหาข้ออ้างมารองรับพฤติกรรมเพี้ยนๆ ของตัวเอง

                “เจ๊ก็เลยทุบหัวผมเล่นเลย”

                “ก็...ก็...ฉันลืมตัวนี่” มัศยาหลบตาไปทางอื่น เพราะรู้ตัวว่าเมื่อกี้ทำเกินไปหน่อย

                “ถ้าลืมตัวบ่อยๆ ผมไม่โดนทุบจนน่วมเลยหรือไง แล้วเจ๊แรงเยอะน้อยที่ไหน”

                “เว่อร์ โดนทุบแค่นี้ ตัวก็เบ้อเริ่ม เลิกบ่นได้แล้ว”

                “แล้วจะทุบตรงไหนก็ไม่ทุบ ต้องทุบหัวด้วย ผมยุ่งเลย เห็นหรือเปล่า” น่านฟ้าบ่นงึมงำพลางส่องกระจกมองหลังเพื่อจัดทรงผมที่เสียทรงไปหน่อยให้เข้าที่

                “ทำเป็นห่วงหล่อ หล่อตาย โอ๊ย ไอ้เข็มเข็ดนิรภัยรถคุณมันเจ๊งหรือยังไง รัดไม่ได้ซักที” มัศยาโวยวายอย่างหัวเสีย ขณะพยายามกระชากเข็มขัดนิรภัยแต่เหมือนติดอะไรสักอย่าง

                “มันไม่ได้เสียหรอก แต่ด่าไป อารมณ์เสียไป กระชากเข็มขัดนิรภัยไป มันคงรัดได้หรอกนะ” น่านฟ้าหันมาตอบเสียงกึ่งเอือม พลางโน้มตัวเข้ามาช่วยดึงเข็มขัดนิรภัยให้ อย่างไม่บอกไม่กล่าว

                จนมัศยานิ่งงัน ตัวแข็งไปชั่วครู่ เมื่อเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาอยู่ในระยะประชิด กลิ่นหอมสะอาดจากกายเขาลอยมาแตะปลายจมูก

                หลังจากรัดเข็มขัดนิรภัยให้หญิงสาวเสร็จเรียบร้อยอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มก็ถอยกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง เพื่อออกรถ แต่เมื่อเหลือบมองมาทางหล่อนแวบหนึ่ง ก็ขมวดคิ้วและถามว่า “เป็นอะไร ทำหน้าแปลกๆ ”

                มัศยารีบควบคุมสีหน้าเก้อๆ กึ่งอึกอักทันควัน “ใครเป็นอะไร เปล่าซะหน่อย”

                “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ผมขี้เกียจโดนทำร้ายร่างกายอีก” เขาตอบประชด       

                หล่อนย่นจมูกใส่คนขับ พลางมองเมินไปอีกทาง ราวกับไม่อยากจะเห็นหน้าเขานัก

 

อีกเกือบสองชั่วโมงถัดมา รถของน่านฟ้าก็จอดนิ่งอยู่หน้าบ้านไม้กลางสวนเขียวชอุ่มแห่งหนึ่งในเขตชานเมือง

                “นี่บ้านใคร” มัศยาถาม

                “บ้านป้ามะลิ”

                “แล้วทำไมเราต้องมาหาป้ามะลิด้วย”

                “เพราะผมอยากให้ป้ามะลิไปช่วยงานของเรา” น่านฟ้าตอบ

                “ช่วยอะไร” หล่อนงุนงงขึ้นทุกที

                “ก็ไปช่วยเรื่องการดูแลสูตรการทำข้าวเกรียบสาหร่ายสมุนไพรของเราไง”

                “ป้ามะลิเนี่ยเหรอ”

                “ใช่ ป้ามะลิเป็นมือทอดข้าวเกรียบมือดีแบบหาตัวจับยากคนหนึ่ง ผมควานหาตัวอยู่ตั้งหลายวัน ไป ลงไปหาป้ามะลิกันเถอะ ผมไม่แน่ใจว่าเราต้องใช้เวลากล่อมเธอนานแค่ไหนให้ไปช่วยงานเรา” พูดจบ น่านฟ้าก็เปิดประตูลงจากรถ

                มัศยาเปิดประตูลงจากรถตามอีกฝ่าย “แล้วคุณควานหาตัวป้าคนนี้ได้ยังไง”

                “ผมรู้จากญาติของเพื่อนอีกที”

                “คุณก็ทำงานทำการเป็นนี่ ไม่ได้แค่เอาแต่พูด เทกแอกชันด้วย” อย่างน้อยหล่อนก็เป็นคนตรงไปตรงมาพอ กล้ายอมรับออกไปว่า น่านฟ้าไม่ได้ดีแต่พูด หรือได้แต่เสนอไอเดียว่าอยากปรับสูตรข้าวเกรียบเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ไม่คิดลงมือปฏิบัติ

                “ผมยังมีอะไรให้คุณเซอร์ไพรส์อีกเยอะ” น่านฟ้ารีบโม้อย่างอารมณ์ดี

                “เชอะ อย่าเพิ่งโม้เยอะเลย ระวังจะท่าดีทีเหลว”

                “ยังไม่ทันไรก็แช่งกันแหละ”

                “ฉันแค่ไม่อยากเพ้อฝันมากจนเกินไป เวลาแป้กจะได้ไม่เจ็บมาก” หล่อนเตือนทั้งเขาและตัวเอง เพราะสิ่งที่ทั้งสองกำลังจะทำนั้นช่างมีความเป็นไปได้น้อยนิดเหลือเกิน จนเรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลยก็ได้

                เพิ่มยอดขายข้าวเกรียบมีโชคห้าสิบเปอร์เซ็นต์ภายในสามเดือน โดยมีกันแค่สองหัว สองแรง ไม่มีพนักงานคนไหนช่วยเลยสักคน นี่มันเรื่องตลกร้ายชัดๆ

                “เมื่อไหร่คุณจะเชื่อมั่นในตัวผมสักที”

                “ก็คุณมีอะไรให้ฉันเชื่อมั่นล่ะ” หล่อนย้อนถามจริงจัง ไม่ได้คิดเหน็บแนม

                “ทำไมผมดูห่วยแตก ไม่เอาไหนขนาดนั้นเลยเหรอ”

                “พูดจริงๆ เลยนะ ตลอดสองสามเดือนก่อนหน้านี้ที่ฉันได้ร่วมงานกับคุณ คุณยิ่งกว่าห่วยแตกอีก” หล่อนสบประสานสายตากับเขาอย่างแน่วแน่

                “ตรงได้อีก เอาเป็นว่าตอนนี้ผมกลับเนื้อกลับตัวแล้ว คุณจะยอมเชื่อผมมั้ยล่ะ”

                หญิงสาวถอนหายใจดังพรืด “ฉันจะยอมเชื่อผู้ชายที่ไม่เป็นโล้เป็นพายมาจนอายุยี่สิบเจ็ดดูสักครั้ง แม้ว่ามันจะเชื่อยากเหลือเกิน”

                “งั้นเรามาพนันกันมั้ย”

                “พนันอะไร”

                “ก็ถ้าผมกอบกู้สถานการณ์ของข้าวเกรียบมีโชคได้สำเร็จภายในสามเดือน ผมมีสิทธิ์ขออะไรเจ๊ก็ได้อย่างหนึ่ง แล้วเจ๊ก็ต้องทำตามด้วย” น่านฟ้ามองอีกฝ่ายอย่างท้าทาย

                “ได้ แต่ถ้าคุณทำไม่สำเร็จ ฉันก็มีสิทธิ์ขออะไรคุณก็ได้ แล้วคุณก็ต้องทำตามด้วยเหมือนกัน” แน่นอนหล่อนจะขอตบกะโหลกเขาแรงๆ สักห้าหกทีให้หายแค้น โทษฐานที่ทำให้หล่อนต้องตกงาน

                “โอเค ตามนั้น”

                เมื่อสองหนุ่มสาวร่วมทำพันธะสัญญากันแล้ว ต่างก็เดินตรงไปยังหน้าประตูบ้านไม้เพื่อเคาะประตู สักพักก็มีหญิงสูงวัย ผมซอยสั้น หน้าตาค่อนข้างดุ อยู่ในชุดเสื้อกางเกงเข้าชุดแบบผู้ใหญ่ เปิดประตูออกมา

                “มาหาใคร” นางถาม

                “ที่นี่รับสั่งทำข้าวเกรียบใช่มั้ยครับ”

                “อือ มาสั่งข้าวเกรียบเหรอ แต่ต้องรอนานนะ คิวเยอะ สั่งวันนี้กว่าจะได้ต้องอีกสองอาทิตย์” หญิงสูงวัยตอบเสียงไม่ยี่หระ

                มัศยาหันไปสบตากับน่านฟ้า สื่อสารกันผ่านสายตาอย่างรู้กันว่า สงสัยงานนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิด

                “ครับ ไม่มีปัญหา”

                “ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย เบื่อไอ้พวกชอบมาเร่งๆๆ สั่งวันนี้จะเอาวันนี้ พรุ่งนี้”

                “ลูกค้าป้าคงจะเยอะมาเลยนะคะ” มัศยาถามอย่างเอาใจ เชื่ออย่างที่น่านฟ้าบอกว่าหญิงสูงวัยคงจะเป็นมือทอดข้าวเกรียบได้อร่อยมาก และคิวลูกค้าคงเต็มแน่น

                “เปล่า มีอยู่แค่คนสองคนเท่านั้นแหละ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น