ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 25 : บท 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

                “อย่าบอกนะว่าคุณจะไปหายายแอนนาอะไรของคุณ” มัศยาหันขวับไปถาม

                “แค่แป๊บเดียวไม่เกินยี่สิบนาทีหรอก”

                “แล้วเราไม่ต้องไปทำธุระกันแล้วหรือไง” หล่อนถามอย่างไม่อยากเชื่อในการกระทำของเขา

                “ไปสิ แต่แอนนากำลังลองชุดอยู่ในห้างฯ ข้างหน้านี่แหละ เธออยากให้ผมดูว่าสวยมั้ย คืนนี้เธอต้องใส่ไปงานวันเกิดเพื่อน” น่านฟ้าอธิบาย

                “ฉันอยากจะบ้า แค่ลองชุดแค่นี้ ก็ต้องให้คุณไปดูด้วย ต๊องกันทั้งคู่รึเปล่า” หญิงสาวโวยวาย

                “เจ๊ไม่เข้าใจหัวอกผู้หญิงหรอก”

                “ฉันก็ผู้หญิง ทำไมจะไม่เข้าใจ! ” หล่อนโพล่งตอบ

                “ผู้หญิงห้าว อึด ถึก อย่างเจ๊ ไม่มีทางเข้าใจผู้หญิงที่บอบบางราวกับกลีบดอกไม้แรกแย้มหรอก”

                มัศยาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ฉันไม่น่าเสนอตัวช่วยคุณเลย ยังไม่ทันเริ่มทำงาน ก็วอกแวกเพราะผู้หญิงแล้ว อีกสามเดือนถ้าฉันตกงาน ใครจะรับผิดชอบ หา”

                “ไม่ตกงานหรอกน่า แล้วผมก็แวะแค่แป๊บเดียว เห็นมั้ยถึงแล้ว” น่านฟ้าเลี้ยวรถเข้าห้างสรรพสินค้ามีชื่อแห่งหนึ่ง

                “งั้นก็เร็วๆ ก็แล้วกัน”

                “รู้แล้วน่า” น่านฟ้าขับรถเข้าที่จอดอย่างว่องไว แต่ขณะเปิดประตูลงจากรถ ก็หันมองมัศยาด้วยความกังขาที่หล่อนก็เปิดประตูรถลงมาด้วย “คุณจะทำอะไร”

                “ก็ไปกับคุณไง”

                “จะไปทำไม รออยู่ตรงนี้แหละ ผมไปแป๊บเดียว เดี๋ยวกลับมา”

                “ขืนฉันไม่ตามไปคุม มีหวังคุณได้ไปเป็นชั่วโมงแน่ แล้วธุระที่คุณจะพาฉันไปวันนี้ก็คงอดไปกันพอดี”

                “ตามใจ แล้วอย่ามาบ่นแล้วกัน”

                มัศยาย่นจมูกใส่เขา พร้อมกับเดินซอยเท้าตามเขาไปติดๆ

                ภายในร้านค้าเสื้อผ้ายี่ห้อดังนำเข้าจากต่างประเทศ สาวสวยหุ่นนางแบบที่มัศยาจำหน้าได้เพราะเคยเห็นหน้ากันมาก่อน และกำลังยืนอยู่หน้าห้องลองเสื้อ เธอกวักมือและร้องเรียกด้วยความดีใจ เมื่อเห็นน่านฟ้าเดินเข้ามาในร้าน “น่านขา แอนนาอยูนี่ ทำไมมาช้าจังเลย” 

                “ผมรีบสุดๆ เพื่อที่รักแล้วนะ” น่านฟ้าตอบออดอ้อนไม่แพ้กัน จนมัศยาต้องแบะปากใส่อย่างหมั่นไส้

                พลันสาวสวยหุ่นนางแบบก็ขมวดคิ้วเมื่อหันมองมาทางมัศยา “นั่นใครคะ”

                “ไม่มีอะไรหรอก ผู้ช่วยที่ทำงานผมน่ะ พอดีต้องออกไปติดต่อธุระข้างนอกด้วยกัน”

                “อ๋อ นึกว่าคุณต้องมีแม่นมติดตามด้วย”

                “แม่นมที่ไหน เธอเป็นรองผู้จัดการฝ่ายการตลาด” น่านฟ้าตอบ

                แต่มัศยากัดฟันกรอด ขณะทนฟังการสนทนาของคนทั้งสองที่พาดพิงถึงหล่อน แล้วก็อยากยกส้นเท้าขึ้นแทนการยกมือเพื่อประท้วง

                “แต่ทำไมต้องไปกันแค่สองคนด้วยล่ะ” ฝ่ายสาวสวยทำหน้างอๆ

                “เราแค่ไปทำธุระกันเรื่องงาน แอนนาไม่ต้องห่วงนะ ผมไม่มีทางนอกลู่นอกทางแน่ๆ ”

                “แอนนาไม่ห่วงคุณหรอก เพราะแอนนารู้ดีว่าคุณไม่มีรสนิยมชอบป้าแม่นมหุ่นแบบนี้แน่ๆ ” คนพูดปรายตามองมัศยา

                คนถูกเปรียบเทียบว่าเป็นป้าแม่นมของขึ้นจนสุดทน เลยถามเสียงห้วนจัดออกไป “หุ่นแบบนี้หมายความว่ายังไงไม่ทราบ”

                 คนถูกถามมองมัศยาตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า “โถ ป้าแม่นมขา ก็หุ่นห่างไกลจากหุ่นนางแบบไงคะ”

                “แต่ฉันว่าห่างไกลจากหุ่นนางแบบอโนเร็กเซียขาดสารอาหาร ใกล้ซี้ม่องเท่งอย่างเธอมากกว่า” มัศยาสวนกลับทันควัน

                “ว้าย! น่านขา ป้าแม่นมว่าแอนนา แอนนาไม่ยอม” เธอฟ้องน่านฟ้าอย่างออดอ้อน

                น่านฟ้ากำลังจะหันไปปรามมัศยา แต่ก็ต้องยิ้มเจื่อนๆ เมื่อเห็นสีหน้าบูดบึ้งพลางแสยะเขี้ยวเป็นระยะของหล่อน

                “อย่าไปถือสาเลยนะ ไหนจะให้ผมดูชุดไหน ชุดนี้ใช่มั้ย สวยมาก แอนนาใส่ชุดไหนก็สวย รับรองคืนนี้แอนนาต้องเป็นจุดเด่นในงานแน่นอน” น่านฟ้าเบี่ยงเบนความสนใจของคนรักอย่างแนบเนียน

                “จริงเหรอคะ งั้นแอนนาเอาชุดนี้เลยนะ”

                “จะไปหรือยัง จะเลยยี่สิบนาทีแล้วนะ” มัศยาสั่งเสียงเหี้ยมอยู่ใกล้ๆ

                “น่านขา” สาวแอนนาไม่ยอมแพ้เรียกเสียงออดอ้อน

                “คุณน่าน” มัศยาเรียกบ้าง แต่เป็นการเค้นเสียงเหี้ยมๆ

                “โอเคๆ ” น่านฟ้ามองสองสาวสลับไปมาอย่างอ่อนใจ แต่สุดท้ายก็หันไปเกลี้ยกล่อมสาวแอนนาอยู่หลายนาที เธอก็ยอมปล่อยให้เขาไปกับมัศยา หลังจากเขาสัญญากับเธอว่าคืนนี้จะไปหาที่คอนโดฯ

                อีกห้านาทีถัดมา สองหนุ่มสาวก็กลับมาขึ้นรถยนต์ของน่านฟ้าอีกครั้ง

                มัศยาที่จ้องมองน่านฟ้าด้วยความไม่พอใจตลอดทางเดินกลับมายังรถก็แว้ดขึ้นว่า “เชื่อมั้ยว่าฉันเห็นลางร้ายแล้วว่าคุณคงไม่มีทางกอบกู้ยอดขายของข้าวเกรียบมีโชคได้”

                “จะหงุดหงิดไปถึงไหน แค่โดนเรียกป้าแม่นมเท่านั้นเอง”

                “ไอ้...ไอ้...” มัศยาเหลืออด ยกกำปั้นทุบศีรษะเขารัวๆ

                ด้วยความที่ยังไม่เคลื่อนรถออกจากที่จอด น่านฟ้าเลยยกมือสองข้างขึ้นป้องศีรษะตัวเอง “เฮ้ย เป็นบ้าอะไรของคุณ ผมเป็นประธานบริษัทนะคุณ!

                ประโยคท้ายของเขาเรียกสติของมัศยากลับมา หล่อนชักสองมือกลับแทบไม่ทัน

                นี่หล่อนทำบ้าอะไร มานั่งทุบหัวของประธานบริษัทมีโชค ถ้ามารดารู้ คงได้เฉ่งหล่อนยับแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #12 suansailom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 12:09
    555 สนุกดี
    #12
    0