ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 24 : บท 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 754
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    9 มิ.ย. 61

                “จ้า กลัวแล้วจ้า ขี้เกียจเถียงกับคุณแล้ว เดี๋ยวเราต้องรีบไปกัน”

                “เราจะไปไหนกัน”

                “เดี๋ยวก็รู้เอง” น่านฟ้าตอบ

                “ทำเป็นลีลา ฉันก็อยากรู้นะว่าคุณจะพาฉันไปไหน ขืนคุณพาฉันไปทำมิดีมิร้าย แล้วฉันจะทำยังไง”

                “ไม่ต้องกลัวหรอกน่า เจ๊ไม่ใช่สเปกผม” เขาตอบหน้าตาเฉย

                มัศยาค้อนตาเขียวปั้ด “คุณก็ไม่ใช่สเปกฉันเหมือนกัน แล้วถึงฉันไม่ใช่สเปกคุณ แต่ผู้ชายหน้าไหนก็ไว้ใจไม่ได้เวลาหน้ามืด”

                “แต่หล่อล่ำอย่างผมเนี่ยนะต้องถึงขั้นปล้ำผู้หญิง เจ๊ต่างหาก อย่าอ่อยผมแล้วกัน” น่านฟ้ายิ้มล้อเลียนในแววตา

                “หลงตัวเองไม่เลิก” หญิงสาวแกล้งทำท่าจะขย้อน

                “ไปเถียงกันต่อในรถ รีบไปกันเถอะ” น่านฟ้ารับสลิปบัตรเครดิตจากพนักงาน และลุกขึ้น

                มัศยาก็เลยต้องลุกตาม เพื่อเดินตามเขาออกไป แต่ยังมองแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความหมั่นไส้ ทำมาเป็นอมพะนำ จะพาหล่อนไปไหนก็ไม่บอก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะความซื่อสัตย์จงรักภักดีที่มีต่อประธานโชค กับคำสั่งประกาศิตของมารดาที่ประกาศกร้าวว่า

                ถ้าแกทรยศหรือหันหลังให้คุณน่านล่ะก็ ฉันจะตัดขาดความเป็นแม่ลูกกับแก จำไว้เลยนะ หยี! ’

ก็ฝันไปเถอะว่ายอมตามไปง่ายๆ แบบนี้

 

รถยนต์ส่วนตัวของน่านฟ้าค่อยๆ เคลื่อนออกจากพื้นที่จอดรถของร้านอาหาร โดยมีมัศยานั่งอยู่ข้างที่นั่งคนขับ

                “เจ๊จอดรถไว้ที่บริษัท แล้วนั่งแท็กซี่มาใช่มั้ย” น่านฟ้าถาม

                “เปล่าวันนี้ฉันไม่ได้เอารถมา สินธุขอยืมรถฉันไป”

                “ใครคือสินธุ”

                “แฟนฉันเอง” มัศยามตอบอย่างเต็มภาคภูมิ ตามประสาผู้หญิงวัยหย่อนสามสิบไปแค่หนึ่งปี ที่มีผู้ชายเป็นของตัวเอง และมีแผนการจะแต่งงานในอีกไม่ช้า

                “โอโห มีแฟนจริงๆ ด้วยวุ้ย” น่านฟ้าหยอกเย้า ฉีกยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายวิบวับ จนทำให้เขาแลดูเหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่นแสนขี้เล่นอีกครั้ง

                “แน่นอน เห็นแบบนี้ ฉันไม่เคยว่างเรื่องการมีแฟนนะ” มัศยายืดอกตอบ

                “ไม่ค่อยโม้เลยนะ แล้วแฟนยืมรถเจ๊ไปไหน”

                “แล้วคุณจะถามซอกแซกไปทำไม”

                “โธ่ ผมก็เห็นว่าเราสองคนต้องทำงานร่วมกันไปอีกนาน ตอนนี้เราก็เหมือนคู่หูดรีมทีม เราก็ต้องสนิทซี้ปึ้กกันหน่อยสิ” น่านฟ้าตอบ

                “อธิบายซะยาวเชียวนะ สินธุยืมรถฉันไปพัทยา เขาต้องไปหาลูกค้า” หล่อนตอบด้วยความภาคภูมิใจเมื่อเอ่ยถึงคนรัก

                “แล้วแฟนเจ๊ไม่มีรถหรือไง ถึงต้องมายืมรถ” เขายังไม่หมดคำถาม

                หญิงสาวปรายตาค้อนใส่เขาเสียทีหนึ่ง “คำถามเยอะซะจริง ใครว่าเขาไม่มีรถ สินธุเขามีรถ แต่เขายกให้พี่ชายเขาไปใช้ไว้ไปทำงานกับรับส่งลูกไปโรงเรียน เพราะพี่ชายเขาลำบากมีลูกตั้งหลายคน สินธุเป็นคนดี มีน้ำใจ เห็นใครลำบากไม่ได้เป็นต้องช่วย แม้ว่าตัวเองต้องนั่งรถเมล์ไปทำงานเขาก็ยอม ฉันไม่คิดจริงๆ ว่าจะตัวเองจะโชคดีขนาดนี้”

                “เท่าที่ฟังเนี่ย แฟนเจ๊เป็นคนดีจริงๆ นะ หายากนะเนี่ย ยกรถให้พี่ชายใช้ ตัวเองยอมขึ้นรถเมล์ไปทำงาน”

                “แหงอยู่แล้ว สินธุแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษ ผู้หญิงคนไหนได้ไปก็เหมือนถูกลอตเตอรีรางวัลที่หนึ่ง” มัศยาพร่ำพรรณนาด้วยความลุ่มหลงหนุ่มคนรัก

                สารถีหนุ่มยิ้มขำพลางส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะขมวดคิ้ว เมื่อเห็นรถคันหนึ่งวิ่งอยู่อีกฟากของถนน คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นรถของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาเห็นหน้าคนขับผู้ชายไม่ชัด แต่ที่เห็นจะๆ คือ ข้างๆ ที่นั่งคนขับมีสาวรุ่นในชุดนักศึกษานั่งอยู่ แถมยังกำลังป้อนน้ำอัดลมกระป๋องให้คนขับดื่มอีกด้วย

                “อืม รถเจ๊สีแดงใช่มั้ย”

                “ใช่สิ จำไม่ได้หรือไง คุณก็เพิ่งนั่งไปเมื่อวันก่อน” มัศยาขมวดคิ้ว

                “แค่ถามไปเล่นๆ อย่างนั้นแหละ” น่านฟ้าเหลือบมองไปยังรถญี่ปุ่นสีแดงคันนั้นอีกครั้งที่กำลังแล่นสวนผ่านไป “เจ๊แน่ใจหรือว่าวันนี้แฟนเจ๊ไปพัทยา”

                “แน่ใจสิ มีอะไรรึเปล่า ถามอะไรแปลกๆ ”

                “เปล่า คือ เมื่อกี้ผมเห็นรถคันหนึ่งอยู่อีกฟากถนน เหมือนรถเจ๊เลย”

                “ไหน” มัศยาชะเง้อมองไปอีกฟากถนนทันที

                “วิ่งเลยไปทางนั้นแล้ว”

                “รถสีแดงตั้งหลายคัน แต่ฉันว่าคุณจำสับสนน่ะสิ ไม่มีทางใช่รถฉันแน่ วันนี้สินธุต้องไปพัทยา” มัศยาตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ ไม่มีความไขว้เขวแม้แต่น้อย

                “โทษที ผมคงจำผิดมั้ง”

                “นั่นสิ ตาลายล่ะสิ นี่ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า บอกได้หรือยังว่าจะพาฉันไปไหน” มัศยาเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

                “ถ้าบอกก็ไม่ลุ้นน่ะสิ” น่านฟ้ายังอมพะนำ

                “เมื่อไหร่จะยอมบอกเนี่ย”

                “เดี๋ยวถึงก็รู้เองน่า”

                “ทำเป็นลีลา” มัศยาบ่นพึมพำอย่างหมั่นไส้

                เสียงเรียกเข้าดังขึ้นจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ของน่านฟ้า เขาหยิบหูฟังบลูทูธขึ้นมาเสียบหู ก่อนจะกรอกเสียงหวานไปตามสาย “สวัสดีจ้ะที่รัก...วันนี้ผมไม่ว่างเลย...แป๊บเดียวเหรอ แต่ผมไม่ว่างจริงๆ นะแอนนาจ๋า...อะไรนะ ถ้าผมไม่ไปหา แอนนาจะรับถ่ายแบบบิกินี่ ไม่นะ! ผมหวงของผม แอนนาอย่าทำร้ายหัวใจดวงน้อยของผมแบบนี้สิ”

                มัศยาปั้นหน้าราวกับทนฟังแทบไม่ไหว ต้องผินหน้าไปอีกทาง เพื่อทำท่าจะสำรอกไม่รู้กี่ครั้ง

                “โอเคๆ เดี๋ยวผมไปหาเดี๋ยวนี้ แต่ขอแค่ไม่เกินยี่สิบนาทีนะคนดีของผม จ้า แล้วเดี๋ยวเจอกัน” หลังจากกดวางสาย น่านฟ้าก็พยายามขับรถชิดเลนซ้าย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น