ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 21 : บท 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    6 มิ.ย. 61

                “ใช่ แล้วแผนการตลาดเดิม ก็ไม่มีทางผลักดันให้ข้าวเกรียบมีโชคช่วงชิงมาร์เก็ตแชร์กลับมาได้ เพราะแผนการตลาดพวกนั้นไม่สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ตลาดบนเลย”

                “คุณพูดแบบนี้ แปลว่ามีแผนการตลาดที่ดีกว่านี้หรือไง” มัศยาหรี่ตาเล็กน้อย

                “ก็ประมาณนั้น”

                “และประเดิมด้วยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์มีโชคซะเลย” น้ำเสียงหล่อนเจือประชดเล็กน้อย

                “ถ้าไม่ทำแบบนี้ ผมก็ไม่มีทางกอบกู้สถานการณ์ของข้าวเกรียบมีโชคได้ภายในสามเดือน”

น่านฟ้ายืนยัน

                “แล้วคุณแน่ใจเหรอว่าถ้าเปลี่ยนชื่อแล้วจะกระตุ้นยอดขายได้ อย่างน้อยชื่อข้าวเกรียบมีโชคก็ยังมีคนรู้จัก แต่จู่ๆ คุณมาตั้งชื่อใหม่ ลูกค้าก็ไม่รู้จัก แบบนี้ไม่ยิ่งเสี่ยงไปใหญ่เหรอ”

                “ถ้าชื่อเก่า ก็เห็นๆ อยู่ว่าเข็นไม่ไป สู้เปลี่ยนชื่อใหม่ ลองดูสักตั้งไม่ดีกว่าหรือไง” น่านฟ้าแย้ง

                “แต่คุณคงไม่ลืมนะว่าคุณกำลังเอาบริษัทของพ่อคุณเป็นเดิมพัน คุณจะมาทำเล่นขายของไม่ได้”

                “ผมไม่ได้ทำเล่นขายของ ผมบอกแล้วไงว่าผมซีเรียส เมื่อไหร่ เจ๊จะเชื่อผมสักที” ชายหนุ่มบอกย้ำอีกครั้ง

                สองหนุ่มสาวประสานสายตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มัศยาจะเอ่ยขึ้นก่อนว่า

                “โอเค ฉันจะยอมรับฟังข้อเสนอของคุณ แม้ว่าฉันจะไม่เห็นด้วยเลย แต่ถ้าคุณยืนกรานว่าการเปลี่ยนชื่อ จะกระตุ้นยอดขายได้ภายในสามเดือน เราก็จะลองดูกันสักตั้ง”

                น่านฟ้าคลี่รอยยิ้มที่ให้ใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์ลงไปอีกสิบปี จนดูเหมือนเด็กหนุ่มมัธยมปลายสักคน นัยน์ตาของเขาฉายแสงอย่างมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยพลังชีวิต นี่ถ้าเขาไม่ใช่คนเหลวไหล ไม่เอาถ่าน เขาคงเป็นหนุ่มที่มีเสน่ห์เอามากๆ เชียวแหละ

                “จะว่าไปเจ๊ก็น่ารักไม่หยอกนะ” น่านฟ้ากระเซ้า ดวงตาฉายแสงวิบวับอย่างขี้เล่น

                หล่อนปรายตามองเขา ปั้นหน้าดุเหมือนคุณครูจอมเฮี้ยบ “ถ้าคิดจะจีบฉัน เลิกคิดได้เลยนะ ฉันมีแฟนแล้ว” หล่อนย้ำในช่วงท้าย

                ชายหนุ่มอึ้งไปหลายอึดใจ ก่อนจะหลุดหัวเราะคิก

                “หัวเราะอะไร” หล่อนถามเสียงห้วน

                “ก็ขำเจ๊น่ะสิ หลงตัวเองดี คิดได้ไงว่าผมจะจีบเจ๊ ผมเคยบอกแล้วไงว่าเจ๊ไม่ใช่สเปกผมเลย ผู้หญิงของผมต้องหุ่นนางแบบเท่านั้น”

                ภาพของสาวสวยหุ่นนางแบบที่ขับรถคันหรูมารับน่านฟ้า ในวันที่เขากับหล่อนไปเยี่ยมร้านค้าส่งเมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นในความคิด เธอดูเด่นสะดุดตา จนใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวมอง

นึกหมั่นไส้น่านฟ้าขึ้นมาตงิดๆ เพราะรสนิยมเรื่องผู้หญิงอันเลิศหรูของเขา ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผู้หญิงพวกนั้นหลงเสน่ห์ผู้ชายไม่เอาไหนอย่างน่านฟ้าได้อย่างไร

เขาไม่เห็นจะมีดีอะไรเลย นอกเสียจาก หล่อกับรวย ก็เท่านั้น!

                แต่อย่างว่า สองคุณสมบัตินี้ คือสิ่งที่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อย เฝ้าตามหาในตัวผู้ชายสักคนไม่ใช่หรือ

                ทว่ายกเว้นหล่อนไว้คน เพราะหล่อนยึดคติ หล่อก็กินไม่ได้ ถึงรวยก็หมดได้ถ้าทำมาหากินไม่เป็น

                เพราะฉะนั้นน่านฟ้าก็ไม่ใช่สเปกหล่อนด้วยเช่นกัน ขอบอก!

                “เงียบไปเลย โกรธที่ผมพูดอะไรตรงๆ เหรอ”

                “เปล่า แค่เบื่อคนหลงตัวเอง คงมีแต่ผู้หญิงโง่ๆ เท่านั้นแหละที่จะไปหลงเสน่ห์คุณ” มัศยาปั้นหน้าเอือมระอา

                “ระวังเป็นผู้หญิงโง่คนนั้นล่ะเจ๊” ชายหนุ่มยิ้มพราย

                “ไม่มีทาง” มัศยายืนกรานหนักแน่น

                น่านฟ้ายิ้มขำน้อยๆ ตามประสาหนุ่มมาดสุขนิยม ที่ดูไม่ใคร่จะเดือดร้อนกับสิ่งรอบตัวนัก แม้ว่าเขาจะมีเวลาแค่สามเดือนในการกอบกู้สถานการณ์ของบริษัทก็ตามที

                “แล้วเลิกเรียกฉันว่าเจ๊ได้แล้ว ฟังแล้วรำคาญ”

                “อ้าว ทำไม ผมเห็นนายต๋องนั่นก็เรียกเจ๊ คนอื่นๆ ก็เรียกเจ๊หยีๆ  ทำไมผมจะเรียกไม่ได้”

                ใช่ พนักงานส่วนใหญ่ที่นี่เรียกหล่อนว่าเจ๊หยี เพราะหล่อนทำงานอยู่ที่นี่มานานเกือบเจ็ดปีด้วยความขยันขันแข็ง นี่ยังไม่นับรวมช่วงเวลาเป็นนักศึกษาฝึกงานตอนปิดเทอมภาคฤดูร้อนตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่หนึ่ง หล่อนคุ้นเคยกับระบบการทำงานของที่นี่เกือบทั้งหมด ใครอยากรู้อะไรก็ต้องมาถามหล่อน โดยเฉพาะพนักงานน้องใหม่

                แต่ไม่มีใครเรียกหล่อนว่าเจ๊หยีด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเหมือนน่านฟ้าสักคน

                เชื่อไหมว่าทุกครั้งที่เขาเรียกหล่อนว่าเจ๊หรือเจ๊หยี มันทำให้หล่อนรู้สึกตัวเองคล้าย เจ๊เกียว เจ้าแม่รถทัวร์อย่างไรก็ไม่รู้

                “ก็คุณเรียกแล้วมันกวนประสาท ฉันเลยรำคาญ”

“อย่าเลย ข้ออ้างกลัวแก่ล่ะสิ พอมีผู้ชายหล่อๆ อย่างผมมาเรียกเจ๊ เลยรับไม่ได้ หรืออยากให้ผมเรียกน้องหยี” น่านฟ้าเย้าแหย่

มัศยากัดฟันกรอดๆ “ไม่ต้องเลย ฉันขนลุก เรียกเจ๊ดีแล้ว”

                “นั่นสิ ผมก็ขนลุกเกรียวเหมือนกันเลยนะ ถ้าต้องเรียกน้องหยี” น่านฟ้าทำท่าขนลุกประกอบ

                “ปากเสีย” มัศยาเค้นเสียงลอดไรฟัน “ฉันไม่น่าเสนอตัวมาช่วยคุณเล้ย”

                “ใจเย็นเจ๊ รับรองผมไม่ทำให้เจ๊ผิดหวังหรอก นอกเรื่องกันมานานแล้ว กลับมาเรื่องเราดีกว่า สรุปแล้ว เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ เรื่องการเปลี่ยนชื่อแบรนด์มีโชค” น่านฟ้ากลับมาพูดจริงจังอีกครั้ง

                “ก็มันไม่มีทางเลือกแล้วนี่ แล้วคุณมีคิดไว้หรือยังว่าจะใช้อะไร” มัศยากลับจริงจังบ้าง

                “ก็มีคิดไว้บ้างแล้วสองสามชื่อ เป็นชื่อภาษาอังกฤษ”

                มัศยานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “ชื่อมีโชคคงจะตายไปจากท้องตลาดในไม่ช้า”

                “ตอนนี้คุณคงยังทำใจไม่ได้ แต่อีกหน่อยคุณจะทำใจได้ และเข้าใจกลไกลตลาด”

                “ก็คงต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว อืม วันนี้ฉันเพลียจังเลย เอาไว้เราคุยกันต่อพรุ่งนี้ได้มั้ย ฉันขอเวลากลับไปทำใจหน่อย”

                น่านฟ้าพยักหน้าน้อยๆ แทนการตอบรับ มองอีกฝ่ายด้วยความเข้าใจ และเมื่อมัศยาเดินหายออกไปจากห้องประชุม เขาก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ใบหน้าคมสันครุ่นคิด...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #9 fsn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 10:25

    สร้างแบรนด์ใหม่สำหรับกลุ่มใหม่ และเก็บแบรนด์เก่าไว้สำหรับตลาดเดิมไม่ได้เหรอคะ

    #9
    0