ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 18 : บท 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    3 มิ.ย. 61

                “เราไม่เอาประธานไม่เอาไหน เราต้องการคนเก่งมีความสามารถเท่านั้น ข้าวเกรียบมีโชคคือชีวิตของพวกเรา พวกเราไม่มีเวลาเสี่ยงอีกแล้ว”

                เท่านั้นเอง เสียงโห่ไล่ก็ดังตามมาทีละเสียง จนกลายเป็นดังกึกก้องทั่วบริเวณ

                น่านฟ้าบดกรามแน่นขณะหันมองภูริชที่ยักไหล่น้อยๆ

                ทว่าหลังจากนายภูริชรับสายโทรศัพท์จากใครบางคน พูดคุยอยู่ไม่นาน กดวางสาย เขาก็ประกาศให้ทุกคนอยู่ในความสงบ พร้อมกับเอ่ยว่า

“เมื่อกี้นี้ ท่านสุกิจ ว่าที่ประธานคนใหม่ของเราในอนาคต ผู้ที่จะมาเป็นอัศวินม้าขาวให้แก่เราในอีกไม่ช้า เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยบุญญาธิการ จิตใจงดงามอย่างหาใครเปรียบ ได้โทร. มาหาผม และแจ้งว่า อยากจะขอให้ทุกคนให้โอกาสลูกชายคุณโชคอีกครั้ง ให้เขาได้พิสูจน์ตัวเอง ท่านอยากให้ทุกคนเห็นแก่คุณโชคครับ โอ้โห ใจกว้างดั่งแม่น้ำ หาคนมีสปิริตเยี่ยงนี้ไม่มีอีกแล้ว ขอให้ทุกคนปรบมือให้ท่านสุกิจหน่อยครับ”

                กลุ่มม็อบพร้อมใจกันปรบมือรัวตามคำขออย่างว่าง่าย หลายคนเอ่ยชื่นชมสุกิจกันยกใหญ่

                “เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนจะยอมให้โอกาสคุณน่านอีกครั้งได้ใช่มั้ย” ภูริชตะโกนถาม

                พนักงานร่วมสองร้อยกว่าคนเงียบไปหลายอึดใจ ก่อนที่พนักงานคนหนึ่งจะตะโกนตอบว่า “เราจะให้โอกาสคุณน่านเพื่อเห็นแก่คุณโชคและคุณสุกิจ โอเคมั้ยพวกเรา”

                เสียงตอบรับและเสียงปรบมือดังขึ้นจากกลุ่มม็อบ

                “ขอบคุณทุกคนที่ยอมให้โอกาสผมอีกครั้ง ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังในตัวผมอีก” น่านฟ้าให้คำมั่นสัญญาในตอนท้าย แต่เสียงโห่ของพนักงานบางส่วนก็ดังขึ้นทันที

                นายภูริชกับแกนนำพนักงานคนอื่นยิ้มเยาะอย่างไม่ปิดบัง แต่น่านฟ้าพยายามควบคุมสีหน้าให้นิ่งเฉย และตะโกนบอกพนักงานว่า “นับจากนี้ไปอีกสามเดือน ผมและพวกเราทุกคนจะช่วยกันผลักดันยอดขายของข้าวเกรียบมีโชค เพื่อให้บริษัทของเราฝ่าฝันวิกฤติครั้งนี้ไปได้”

                แต่แล้วพนักงานชายที่ภูริชขยิบตาให้ก่อนหน้านี้ก็ตะโกนออกมาว่า “แต่เราไม่อยากทำงานกับประธานไร้ความสามารถใช่มั้ยพวกเรา เราจะทำงานกับคุณสุกิจเท่านั้น”

                “ใช่ เราไม่ทำงานกับคนไร้ความสามารถ เราจะทำงานกับคุณสุกิจ” กลุ่มพนักงานพร้อมใจกันประสานเสียงตอบ                  

                สถานการณ์ของน่านฟ้ายากเย็นกว่าที่คิดไว้ เขาครุ่นคิดอยู่หลายอึดใจก็พูดผ่านโทรโข่งว่า “โอเค ถ้าอย่างนั้น ผมจะไม่บังคับใจใคร เอาเป็นว่า ในที่นี้มีใครบ้างที่เต็มใจจะช่วยงานผมในอีกสามเดือนต่อจากนี้”

                พนักงานแต่ละคนตอบเขาด้วยความเงียบกริบ

                เสียงหลุดหัวเราะหึๆ ดังมาจากนายภูริช พร้อมกับสายตาหยามหยัน

                น่านฟ้าลองร้องถามอีกครั้ง ทุกคนก็ยังคงตอบเขาด้วยความเงียบกริบเช่นเดิม

                “ฉันเอง” และแล้วเสียงตอบจากสวรรค์ก็ดังขึ้นจากทางฝั่งขวาของน่านฟ้า

                ชายหนุ่ม และคนอื่นๆ ทั้งที่อยู่บนเวทีและด้านล่างของเวที พร้อมใจกันจดสายตาไปยัง...มัศยา ที่กำลังยืนชูมือข้างหนึ่งอยู่ไม่ห่างจากกลุ่มม็อบ

                น่านฟ้าอึ้งงันไปหลายวินาที สุดจะประหลาดใจกับการกระทำของร่างอวตารของแม่ใหญ่ พลันรอยยิ้มบางๆ ก็ผุดวาบในดวงตาคมของเขา อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกกับเขาเสียทีเดียว

                “ไม่มีใครเต็มใจจะช่วยงานผมแล้วใช่มั้ย นอกจากคุณมัศยา” น่านฟ้าถามย้ำอีกครั้ง ทุกคนตอบเขาด้วยความเงียบ

                “โอเค สรุปแล้วคุณน่านจะต้องทำงานโดยมีผู้ช่วยแค่คนเดียว ถ้าคุณน่านอยากจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะครับ” ภูริชถามแกมเย้ย

                “ผมไม่เปลี่ยนใจ และผมสัญญาว่าจะกระตุ้นยอดขายของข้าวเกรียบมีโชคให้ขึ้นมาห้าสิบเปอร์เซ็นต์ภายในสามเดือน” น่านฟ้าประกาศกร้าวอีกครั้ง

                ท่ามกลางสีหน้าดูแคลนของภูริชและเหล่าพนักงานคนอื่นๆ

 

ภายในห้องทำงานของนางวิภา

“โอ๊ย ฉันอยากจะบ้าตาย แกทำอย่างนี้ได้ยังไงไอ้น่าน แกเอาบริษัทพ่อแกไปเดิมพันต่อหน้าพนักงานสองร้อยกว่าชีวิต แกบ้าไปแล้วใช่มั้ย ฉันอยากจะเป็นลม” นางวิภาทำท่าจะทรุดเป็นรอบที่ห้าของวันนี้

                “ท่านใจเย็นๆ นะคะ” มัศยารีบตรงเข้าไปประคองให้นางนั่งตรงโซฟาสามที่นั่งอีกครั้ง พร้อมกับจ่อยาดมที่ปลายจมูกอย่างรู้หน้าที่

                “มันจะทำฉันอกแตกตาย ฉันจะเอาหน้าไปเจอคุณโชคได้ยังไง ถ้าบริษัทต้องตกอยู่ในมือของคนอื่น” นางวิภาพูดเสียงอ่อนเปลี้ย

                มัศยาถลึงตาใส่น่านฟ้า พลางพยักพเยิดไปทางนางวิภาที่นั่งคอพับคออ่อนอยู่ตรงโซฟา

                น่านฟ้าถอนหายใจเบาๆ “แม่ใหญ่ครับ บริษัทไม่ได้ตกอยู่ในมือคนอื่นซะหน่อย อย่าเพิ่งตีต้นไปก่อนไข้สิครับ”

                “แกยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ แกไปเดิมพันต่อหน้าพนักงานทุกคนว่าจะยกตำแหน่งประธานให้

สุกิจ ถ้าแกกระตุ้นยอดขายของข้าวเกรียบมีโชคไม่ได้ล่ะ จะทำยังไง แกจะยกบริษัทพ่อแกให้คนอื่นเหรอ” แม่ใหญ่คร่ำครวญโหยหวน

                “ผมไม่ได้ยกให้สักหน่อย ผมแค่ขอเวลาพิสูจน์ตัวเองแค่สามเดือนเท่านั้นเอง”

                “นั่นแหละ แล้วน้ำหน้าอย่างแกจะทำได้ยังไง เวลาแค่สามเดือน ตอนแกคลอดออกมา หัวสมองแกขาดออกซิเจนไปเป็นนาทีหรือไง ถึงได้คิดอะไรบ้าๆ แบบนี้”

                น่านฟ้าถอนหายใจดังเฮือก เกาศีรษะสองสามแกรก อย่างจนปัญญาจะอธิบายให้แม่ใหญ่เข้าใจ “แม่ใหญ่ต้องเชื่อมั่นในตัวผมนะ ผมสัญญาว่าจะเอาบริษัทพ่อคืนมา ผมก็ต้องทำให้ได้”

                “แต่แกมันคนไม่เอาถ่าน จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีงานการทำเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วแกจะมีปัญญาเอาบริษัทพ่อแกคืนมาได้ยังไงภายในเวลาแค่สามเดือน มันเป็นเวรเป็นกรรมของพ่อแกชัดๆ ที่มีลูกอย่างแก” หญิงสูงวัยคร่ำครวญอย่างต่อเนื่อง ตาเหลือกเป็นระยะ มัศยาก็คอยจ่อยาดมไม่หยุด

                “แล้วแม่ใหญ่จะให้ผมทำยังไง ให้ผมมาทวงตำแหน่งประธานคืน ผมก็ทำแล้ว แล้วจะเอายังไงอีก”

                “ก็ใครให้แกใช้วิธีโง่ๆ แบบนี้ สามเดือน แกเป็นเทวดาหรือไง”

                “นี่เป็นวิธีเดียวที่ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้พนักงานเชื่อและศรัทธาในตัวผมได้” น่านฟ้ามีสีหน้าจริงจัง

                “แล้วถ้าแกทำไม่ได้ล่ะ”

                “ผมสัญญาว่าจะทำให้ได้ ขอแค่แม่ใหญ่เชื่อและศรัทธาในตัวผม”

                “แล้วฉันมีทางเลือกหรือไง” หญิงสูงวัยสบตากับบุตรชายของสามี ที่เป็นคู่กัดของนางมานานแสนนาน ประกายแห่งความศรัทธาที่มีต่อเขาแทรกซึมอยู่ในแววตาของนางน้อยนิดเต็มทน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #8 fsn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 13:01

    โห อีกนิดเนี้ย ท่านสุกิจ จะแบบอวตารมาเกิดแล้วนะคะ เนี้ย

    สู้กันสองคน คงเหนื่อยนะคะ เนี้ย

    #8
    0