ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 12 : บท 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    28 พ.ค. 61

                คราวนี้น่านฟ้ากัดฟันกรอดๆ บ้าง ก่อนจะพยายามข่มอารมณ์ “ดี เถียงกันไปเรื่อยๆ แบบนี้ก็ดี แล้วถ้าไปพบลูกค้าไม่ทัน ผมจะรายงานแม่ใหญ่ว่าเจ๊ชวนผมทะเลาะมาร่วมสิบนาทีแล้ว”

                “ว้าย! เลยมาอีกสิบนาทีแล้วเหรอ ตายแล้ว รีบตามฉันมาเลย รถฉันอยู่ทางนี้” มัศยามองนาฬิกาข้อมือด้วยความร้อนใจ พร้อมหันเดินฉับๆ อย่างคล่องแคล่วตรงไปยังรถยนต์ญี่ปุ่นรุ่นประหยัดน้ำมันของตัวเอง

                ขณะที่มัศยากำลังจะเปิดประตูรถ ลูกน้องของหล่อนที่ชื่อไพศาลก็วิ่งมาพร้อมกับกล่องกระดาษลังใหญ่ทีเดียว “เจ๊หยี ลืมกล่องนี่รึเปล่าครับ”

                “กล่องอะไร” มัศยาถาม

                “ก็กล่องสมุดโน้ตกับกระเป๋าผ้า ที่เจ๊หยีกับคุณน่านจะต้องเอาไปแจกลูกค้าไงครับ”

                “นั่นสิ ฉันเกือบลืม วางไว้ที่หลังกระโปรงรถ”

                หลังจากหนุ่มร่างสันทัดวางกล่องกระดาษไว้ที่หลังกระโปรงรถ มัศยาก็เอ่ยขอบใจและเคลื่อนรถออกไปจากบริษัท โดยน่านฟ้านั่งสบายใจเฉิบอยู่ข้างที่นั่งคนขับ

                หลายครั้งที่มัศยาปรายตามองน่านฟ้าด้วยความหมั่นไส้ แต่ชายหนุ่มไม่อนาทรร้อนใจ พร้อมฮัมเพลงเป็นระยะๆ

                “แอร์รถคุณทำไมมันร้อนแบบนี้” น่านฟ้าบ่นขณะรถติดสี่แยกไฟแดงหนึ่ง

                “เรื่องมาก จะบ่นอะไรนักหนา นั่งสบายๆ มีคนขับให้ยังไม่พอใจอีกเหรอ” มัศยาเหน็บแนม

                “ด่าเก่งเหลือเกิน ผมเลิกบ่นแล้วก็ได้ พอใจยัง”

                “ดี ฉันเหนื่อยเต็มทนแล้วกับการเถียงกับคุณ”
                “ผมก็เหมือนกัน งั้นแวะกินข้าวกันก่อนได้มั้ย ผมหิวข้าว” ชายหนุ่มขอร้องเสียงอ้อนๆ

                แต่มัศยาหน้านิ่วทันควัน หันค้อนเขาหนึ่งขวับ “คุณมาหิวอะไรตอนบ่ายโมงกว่า”

                “ก็ผมยังไม่กินข้าวเที่ยงนี่”

                “แล้วทำไมคุณถึงไม่กิน ฉันแจ้งคุณตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าวันนี้เราต้องไปพบลูกค้ากันตอนช่วงบ่าย แล้วทำไมคุณถึงไม่กินข้าวเที่ยงให้มันเรียบร้อย” เธอต่อว่า

                “ก็ผมลืม งานมันยุ่ง”

                “งานยุ่ง หรือมัวแต่เล่นเกมกันแน่”

                “เจ๊จะจับผิดอะไรผมนักหนา แล้วตอนนี้ผมหิวจนแสบท้องไปหมดแล้วนะ แวะหาอะไรกินกันก่อนเถอะ”

                “ไม่ได้ เราต้องไปพบลูกค้าภายในครึ่งชั่วโมง แวะกินข้าวไม่ได้เข้าใจมั้ย” มัศยาสรุปเสียงเข้มจัด

                “ใจร้ายฉิบเป๋ง เป็นแม่มดหรือไง” น่านฟ้ายังคงปฏิบัติภารกิจกวนประสาทอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เรื่องเหล่านี้ไปถึงหูของแม่ใหญ่อย่างไม่ขาดสาย และหวังให้หญิงสูงวัยเลิกคิดให้เขาดำรงตำแหน่งประธานบริษัทเสียที

                ให้ตาย เขาก็ไม่มีทางยอมรับตำแหน่งประธานบริษัทมีโชค...บริษัทที่เขาไม่เคยรู้สึกผูกพันด้วยแม้แต่นิดเดียว ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา

                “ใช่ ฉันเป็นแม่มดใจร้าย แล้วคุณจะทำไม”

                “ผมก็ไม่ทำไมหรอก แต่ในรถเจ๊ไม่มีอะไรให้ผมกินรองท้องบ้างหรือไง” น่านฟ้าปั้นหน้าเหมือนคนกำลังหิวแสบไส้

                หญิงสาวถอนหายใจดังพรืด พร้อมกับส่งขวดน้ำเปล่าให้เขาหนึ่งขวด “ไม่มี มีแต่น้ำเปล่า กินรองท้องไปก่อนแล้วกัน”

                “ผมกำลังหิวแสบไส้ น้ำเปล่าจะช่วยอะไรได้”

                “ก็ตามใจ มีอยู่แค่นี้แหละ” มัศยาตอบอย่างไม่ไยดี

                น่านฟ้ามองคนขับอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ร่างอวตารของแม่ใหญ่ใจร้ายใจดำไม่ได้แพ้แม่ใหญ่เลย เขาหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ออกมากดส่งข้อความ แทนการโต้เถียงกับมัศยา

                หญิงสาวปรายตามองมาโดยไม่ได้เอ่ยอะไรเช่นกัน

                ไม่ถึงสิบนาทีถัดมา มัศยาก็เคลื่อนรถเข้าไปจอดข้างห้องแถวสองคูหาที่เป็นร้านค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและเป็นลูกค้ารายใหญ่เจ้าหนึ่งของข้าวเกรียบมีโชค

                วันนี้แม่ใหญ่สั่งให้มัศยาพาเขามาเยี่ยมลูกค้าของบริษัทและนำของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาแจก

                สองหนุ่มสาวก้าวลงมาจากรถ มัศยาอ้อมไปยังกระโปรงหลังรถ เพื่อยกลังกระดาษออกมา โดยน่านฟ้ายืนมองอย่างสบายอารมณ์ ไม่มีแนวโน้มจะช่วยแม้แต่นิดเดียว เธอเลยย่นจมูกใส่เขา และยกกล่องขนาดใหญ่ด้วยท่าทางทะมัดทะแมง

                ตอนแรกน่านฟ้าก็คิดว่าจะเข้าไปช่วยยกลังกระดาษแล้ว แต่เห็นแม่คุณตรงเข้าไปแบกอย่างคล่องแคล่วและแข็งแรงเลยเปลี่ยนใจ

                “โห เจ๊เคยเป็นจับกังมาก่อนรึเปล่า ดูชำนาญเป็นบ้า”

                “นอกจากมือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำอีกต่างหาก คุณนี่หาความเป็นสุภาพบุรุษไม่เจอเลยสักนิดเลยนะ” หญิงสาวประชดประชดขณะกระชับลังกระดาษในมือ

                “ผมเป็นสุภาพบุรุษกับเฉพาะผู้หญิงที่เป็นสุภาพสตรีเท่านั้นจ้ะเจ๊”

                “คุณมันผู้ชายปากจัด”

                “แล้วปากเจ๊ไม่จัดเลยนะ มิน่าล่ะเลยหาแฟนไม่ได้”

                “รู้ได้ไงว่าฉันหาแฟนไม่ได้”

                “ดูแค่นี้ก็รู้แล้ว ผู้ชายคนไหนตกหลุมเสน่ห์เจ๊คงโง่เต็มทน” น่านฟ้ายิ้มเยาะในแววตา

                “เลิกเรียกฉันว่าเจ๊ได้แล้ว ฉันรำคาญ” มัศยาโพล่งออกมาอย่างหงุดหงิด

                “ทำไมผมเรียกไม่ได้ ทีลูกน้องเจ๊คนนั้นยังเรียกเจ๊ว่าเจ๊เลย” น่านฟ้าหมายถึงหนุ่มร่างสันทัดที่ยกลังกระดาษมาให้ที่รถ

                “ไอ้ต๋องเรียกฉันรับได้ แต่คุณเรียกแล้วฉันหงุดหงิด เข้าใจมั้ย”

                “โอเค งั้นผมเรียกป้าแทน”

                “คุณ! จะกวนประสาทฉันไปถึงไหน ฉันสุดทนแล้วนะ”

                ชายหนุ่มยิ้มยียวนก่อนตอบว่า “งั้นวันนี้เจ๊ก็ไม่ต้องทนผมแล้วแหละ”

                “ทำไม” มัศยาขมวดคิ้วอย่างกังขาในคำตอบของอีกฝ่าย

                ปริ๊นๆ...เสียงแตรรถดังขึ้นจากเบื้องหลังคนทั้งสอง ตามด้วยเสียงเรียกหวานหยดย้อย

                “น่านขา แอนนามารับแล้วค่า”

                มัศยาหันมองตามเสียงหวานๆ นั้น แลเห็นสาวสวยมากๆ คนหนึ่งนั่งอยู่ในรถยนต์ยี่ห้อหรู เธอกดกระจกหน้าต่างรถลง และร้องเรียก...ใครบางคน

                “จ้า เดี๋ยวผมไปนะที่รัก”

                “ค่า เร็วๆ นะ แอนนาคิดถึงที่รักที่สุดเลย” เสียงหวานระคนออดอ้อนลอยมาอีกครั้ง

                “นั่นใคร” มัศยาโพล่งถามชายหนุ่ม

                ใบหน้าคมสันของเขาเปื้อนรอยยิ้มมีชีวิตชีวาที่เจือความเจ้าเล่ห์ “เด็กผมเอง เธอมารับผม” เขาเตรียมโทร. ให้แอนนามารับเขาตั้งแต่เมื่อช่วงเช้า แล้วระหว่างทางก็ส่งข้อความบอกเธอว่าให้มารับเขาที่ไหน

                “เธอมารับคุณทำไม”

                “ก็มารับผมไปกินข้าวไง ถามได้”

                “กินข้าวอะไรของคุณ เรากำลังมาเยี่ยมลูกค้านะ” มัศยาขึ้นเสียงใส่เขา แก้มเนียนของเธอแดงจัดขึ้นทุกที

                “ก็คุณไม่ยอมแวะพาผมกินข้าว ผมก็ต้องเรียกแอนนามารับผมไปกินข้าวน่ะสิ” น่านฟ้ายักคิ้วข้างเดียว

                “แต่คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ ไอ้กร๊วก!  

                แม้แต่คำด่าของแม่ใหญ่กับยายเจ๊คนนี้ก็ยังเหมือนกันอีก น่านฟ้ากดริมฝีปากเข้าหากันแน่น ยิ่งเธอแสดงความเป็นร่างอวตารของแม่ใหญ่มากเท่าใด เขาก็ยิ่งหมั่นไส้และอยากแกล้งมัศยามากขึ้นเท่านั้น

                “ยายป้าถึก” น่านฟ้าสวนกลับ ก่อนจะหันเดินตรงไปยังรถยนต์สีแดงคันหรู

                “เฮ้ย! คุณหนีไปแบบนี้ไม่ได้นะ กลับมาเดี๋ยวนี้” มัศยาตะโกนเรียก

                แต่น่านฟ้าไม่สนใจ เขาเปิดประตูรถ ก้าวขึ้นไปนั่งข้างคนขับแสนสวย หุ่นนางแบบอย่างรวดเร็ว โบกมือให้กับมัศยา ปั้นหน้ายียวน “บ๊ายบายนะเจ๊ แล้วเจอกัน”

                รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกไปแล้ว โดยมีมัศยาวิ่งตะโกนเรียกน่านฟ้าตามหลัง ก่อนเธอจะหยุดพร้อมกับหอบน้อยๆ เมื่อเห็นว่ารถวิ่งไปไกลแล้ว

                “ไอ้บ้า ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเจอใครไร้สามัญสำนึกเท่าอีตานี่มาก่อนเลย คุณวิภาจะเฉ่งฉันแค่ไหนเนี่ย โอ๊ย ข้าวเกรียบมีโชคต้องตายแน่ๆ ถ้ามีประธานห่วยแตกแบบนี้”

                มัศยาบ่นอย่างหัวเสียขณะยืนอยู่บนทางเท้า กลางแดดจัดจ้าตอนช่วงบ่าย อารมณ์โกรธของหล่อนร้อนระอุไม่แพ้อากาศในขณะนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น