ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 11 : บท 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    27 พ.ค. 61

ดูอย่างมารดาของเขาสิ ท่านเป็นคนมีรูปร่างผอมบาง แม้จะอยู่ในวัยห้าสิบต้นๆ ส่วนแม่ใหญ่ร่างท้วมและเทอะทะ แล้วแม้มัศยาจะยังไม่ท้วมเท่าแม่ใหญ่ แต่รูปร่างมีเนื้อมีหนังของเธอห่างไกลจากสาวหุ่นเพรียวบางอย่างแน่นอน

                สรุปแล้วแม่ใหญ่ไม่ควรส่งผู้หญิงที่มีหลายสิ่งอย่างคล้ายกับตัวเองมาคอยตามติดเขา เพราะสิ่งนี้ทำให้เขาหงุดหงิดและเสียอารมณ์ เห็นหน้ามัศยาคราใด ต่อมฮอร์โมนเพศชายก็พาลจะไม่ทำงานเสียทุกที นี่ถ้าเขากลายเป็นกะเทยเมื่อไร ก็ต้องมีสาเหตุมาจากผู้หญิงคนนี้

                ผู้หญิงควรจะเปรียบเสมือนดอกไม้สวยๆ สักดอกที่บอบบาง สวยหวาน และน่าทะนุถนอม ไม่ใช่เหมือนพวกต้นกระบองเพชรยักษ์ไร้ดอกกลางทะเลทรายที่แห้งแล้งเช่นนี้

                เขาไม่ชอบผู้หญิงลักษณะเหมือนแม่ใหญ่มาตั้งแต่เด็กจนโต และจิตใต้สำนึกก็สั่งให้เขาชื่นชอบผู้หญิงที่ตรงข้ามกับแม่ใหญ่ทุกอย่าง

                ก็เลยช่วยไม่ได้ที่เขาจะหมั่นไส้มัศยาผู้ที่ทำตามคำสั่งของแม่ใหญ่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องคนนี้

                มัศยาคือหนึ่งในร่างอวตารของแม่ใหญ่ชัดๆ แค่เห็นหน้าก็นึกอยากจับเธอมาทำเป็นกระสอบทรายเสียเหลือเกิน

                “เมื่อวานคุณหายไปไหน” หญิงสาวเปิดฉากถามขึ้นเสียงห้วน เมื่อชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้า

                “เมื่อวานตอนไหน” รู้ทั้งรู้ว่าเธอหมายถึงเมื่อไร แต่ก็ต้องขอกวนประสาทสักหน่อย

                “ก็ตอนไฟดับในห้องประชุมไง”

                “อ้าว ผมก็กลับบ้านสิ ไฟมันดับนะเจ๊ จะอยู่ทำไมให้ร้อนตับแตก”

                “แต่ไฟมันดับแค่แป๊บเดียว แต่คุณดันสะเออะหนีออกไปจากห้องประชุม คุณมันไร้ความรับผิดชอบ”

                น่านฟ้าชักสีหน้า “ใครไร้ความรับผิดชอบ เมื่อวานมันเย็นแล้ว ไฟก็ดับ ผมก็กลับบ้านผิดตรงไหน”

                “ก็คุณวิภาสั่งให้ฉันสรุปรายงานการประชุมให้คุณฟัง แต่คุณกลับหนีกลับบ้าน รู้มั้ยว่าเมื่อเช้าฉันโดนคุณวิภาเฉ่งเป็นชั่วโมง และนั่นเป็นความผิดของคุณคนเดียว” ท่าทางของเธอเดือดดาลขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่น่านฟ้าสนุกขึ้นทุกที

                “นั่นเรื่องของคุณ ไม่ใช่เรื่องของผม”

                “ฉันเหลืออดกับคุณแล้วนะ! ” มัศยาแว้ดใส่เขา

                น่านฟ้าอุดหูสองข้างด้วยนิ้วชี้ ทั้งเธอและแม่ใหญ่ช่างขยันทำเสียงแว้ดๆ ใส่เขาเหลือเกิน อยากให้เขาหูตึงนักหรืออย่างไร

                “พูดเบาๆ ก็ได้ ผมยืนอยู่แค่ตรงนี้”

                “พูดเบาแล้วคุณเคยฟังเข้าใจหรือไง”

                “ทำไมจะไม่เข้าใจ ผมโตแล้ว ไม่ใช่เด็กเบบี๋ที่จะฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง”

                “แต่พฤติกรรมของคุณมันฟ้องว่าคุณฟังไม่รู้เรื่อง”

                “คุณต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่อง เมื่อวานผมบอกว่าผมปวดหัว เย็นแล้ว ผมอยากกลับบ้าน เอาไว้ค่อยสรุปรายงานการประชุมให้ผมฟังทีหลัง แต่คุณก็ดันทุรัง”

                มัศยาค้อนเขาตาเขียวปั้ด “คุณมันพวกชอบโยนความผิดให้คนอื่นหน้าตาเฉย ถ้าเมื่อวานนี้คุณไม่หลับในห้องประชุม ท่านก็คงไม่สั่งให้ฉันสรุปรายงานการประชุมให้คุณฟัง”

                “ถามจริงๆ เหอะ เจ๊มีแฟนรึเปล่า” รอยยิ้มกวนๆ ฉายชัดในดวงตาคมปลาบ

                “ทำไม ฉันจะมีแฟนไม่มีแฟนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย”

                “เปล่า ถ้าเจ๊มีแฟน คงเป็นเรื่องประหลาดมาก เพราะคงหาผู้ชายทนผู้หญิงขี้บ่นและปากจัดอย่างเจ๊ไม่ได้ง่ายๆ ”

                “นั่นมันเรื่องฉันไม่ใช่เรื่องของคุณ คุณเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ทำตัวไร้สาระ ไม่เอาไหนไปวันๆ แบบนี้ คงมีผู้หญิงเอาคุณหรอกนะ” มัศยาสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ โหนกแก้มเนียนของเธอแดงจัดด้วยความโกรธ

                “หล่อๆ อย่างผม ผู้หญิงติดตรึมจะบอกให้” น่านฟ้ายิ้มกวนๆ พร้อมกับยักคิ้ว

                “มีแต่ผู้หญิงโง่ๆ ไร้สมองน่ะสิถึงมาติดคุณ”

                “โง่ ไร้สมองรึเปล่าไม่รู้ แต่สวยกว่าเจ๊แน่นอน” ชายหนุ่มยิ้มอย่างเป็นต่อ สนุกเหลือเกินที่ได้แกล้งร่างอวตารของแม่ใหญ่

                มัศยากำมือสองข้างแน่น สูดลมหายใจลึกๆ หลายเที่ยว พร้อมงึมงำว่า “ใจเย็นๆ ไว้หยี อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ”

                “บ่นอะไร ไหนบอกจะพาผมไปพบลูกค้า มายืนชวนผมคุยอยู่ได้ จะรีบไปหรือยัง”

                “ก็ฉันยืนรอคุณตรงนี้มาตั้งนานแล้ว ยังมีหน้ามาบอกว่ารีบไปหรือยัง เคยดูตัวเองบ้างมั้ย” มัศยาสวนกลับเสียงห้วน

                “ดู ผมดูตัวเองในกระจกทุกวัน ก็หล่อดี”

                หญิงสาวทำหน้าเหมือนจะอาเจียน “ฉันขี้เกียจเถียงกับคุณแล้ว รถคุณล่ะอยู่ไหน”

                “แล้วรถผมมาเกี่ยวอะไรด้วย”

                “ก็เราจะออกไปพบลูกค้า เราก็ต้องนั่งรถคุณไปน่ะสิ”

                “แล้วทำไมไม่ใช้รถเจ๊ล่ะ” น่านฟ้าย้อนถาม

                “รถคันไหน แล้วมันจะมีปัญหาอะไรนักหนา”

                “ก็ถ้าไม่มีปัญหา ทำไมไม่ใช่รถเจ๊ล่ะ” แม้แต่ตัวน่านฟ้าเองก็คิดว่าเขาช่างกวนประสาทได้เต็มพิกัดดีแท้ ถึงมัศยาจะดูทนทานสักเพียงไหนก็ตาม แต่ก็คาดว่าไม่เกินวันสองวันนี้ มัศยาต้องขอถอนตัวจากภารกิจที่แม่ใหญ่มอบหมายให้แน่นอน 

                “ทำไมคุณมีปัญหาอะไรกับการใช้รถคุณหรือรถฉัน” มัศยาถามอย่างข้องใจ

                “ก็ผมขี้เกียจขับรถ และผมจะเป็นสารถีให้แต่เฉพาะผู้หญิงที่ปากไม่จัดและไม่หาเรื่องผมตลอดเวลาแบบนี้”

                มัศยากัดฟันกรอดๆ “ไอ้คนเรื่องมาก เชอะ นึกว่าฉันอยากมีสารถีไม่เอาถ่านอย่างคุณนักหรือไง ขนาดจะขับรถยังขี้เกียจ วันๆ จะไปทำมาหากินอะไรได้”

                “ด่าผมแรงไปแล้วนะ”

                “ใครว่าแรง น้อยไปน่ะสิ” มัศยาลอยหน้าลอยตา

                “ผมเป็นประธานบริษัทน่ะ”

                “ประธานเฮงซวยน่ะสิ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น