ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 10 : บท 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    26 พ.ค. 61

“คุณ! ” มัศยาเรียกเขาอย่างคับแค้นใจ อีตานี่มันน่าถูกยัดขี้เถ้าใส่ปากตั้งแต่เกิด

                “แล้วจะเริ่มทำหรือยัง เดี๋ยวผมหมดอารมณ์ช่วยไม่ได้นะ”

                “นี่คุณ เลิกพูดจาทุเรศๆ ได้แล้ว”

                “ทุเรศตรงไหน คุณคิดลึก ฝักใฝ่นี่” แววล้อเลียนแฝงในดวงตาคมกริบ

                “พอๆๆ เริ่มทำ เอ๊ย เริ่มฟังรายงานสรุปการประชุมได้แล้ว” มัศยาแว้ดใส่

                “เดี๋ยว”

                “มีอะไรอีก” หล่อนมองเขาอย่างไม่ไว้ใจแกมระอา

                “ผมมีอะไรให้คุณ”

                หล่อนเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เมื่อเขายื่นมือขวาที่กำไว้มาให้ แล้วเขาก็ค่อยๆ แบมือออก หล่อนก็เห็นลูกจิ้งจกตัวหนึ่งอยู่บนฝามือเขา เลยเงยหน้าขึ้นมองเขา “อะไร”

                “ไม่กลัวเลยเหรอ” เขามีสีหน้างงงัน

                มัศยายิ้มหยันมุมปาก “ไม่กลัว ตัวใหญ่กว่านี้ก็ไม่กลัว”

                “โห ผู้หญิงบ้าอะไรวะ จิ้งจกอยู่จะๆ ตรงหน้าก็ไม่กลัว” น่านฟ้าแอบงึมงำเบาๆ กับตัวเอง

                แต่มัศยาก็ได้ยินเต็มสองหู จึงยิ้มอย่างสะใจ รู้จักเจ๊หยีขาลุย ณ มีโชคน้อยเกินไปแล้ว กับแค่ลูกจิ้งจกตัวนิดเดียว...เด็กๆ ขอบอก

                “ถามจริงๆ เหอะ เจ๊เป็นผู้หญิงจริงรึเปล่า ยังกับทอม แต่ผมว่าเป็นผู้ชายแปลงเพศมากกว่า”

                “ฉันจะเป็นอะไรก็เรื่องของฉัน แล้วก็เลิกอู้ได้แล้ว เริ่มฟัง ฉันจะเริ่มสรุปให้ฟังแล้ว” หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

                “งั้นก็รีบๆ เริ่มเลย”

                แต่มัศยายังไม่ทันได้เริ่มสรุปรายงานการประชุมให้น่านฟ้าฟัง จู่ๆ ไฟในห้องก็ดับพรึ่บ จนมืดสนิทไปทั้งห้อง ด้วยเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ซ้ำมู่ลี่กันแสงตรงหน้าต่างกระจกยังเลื่อนปิดลงมาอีกด้วย

                เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้น มัศยาร้องถามทันที “ใครคะ ไฟดับได้ยังไง”

                ทว่าปราศจากเสียงตอบ หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความฉงน ก่อนจะฉุกคิดได้ว่าประตูอาจปิดไม่สนิทก็ได้เลยเกิดเสียง

                “คุณรอตรงนี้แป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันออกไปดูข้างนอกก่อน” มัศยาบอกกับใครอีกคน แต่ไร้เสียงตอบกลับประหนึ่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สัญญาณ

                คิ้วโก่งเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันในความมืด “คุณ คุณ ยังอยู่รึเปล่า”

                ยังคงไม่มีเสียงตอบกลับเช่นเดิม มัศยาคลำมือไปยังเก้าอี้ข้างตัวและพบเพียงความว่างเปล่า “คุณ อยู่ไหน อยู่ในห้องนี้รึเปล่า”

                พลันไฟในห้องก็สว่างพรึ่บขึ้นอีกครั้ง มัศยาเหลียวมองไปรอบๆ ไม่พบร่องรอยของน่านฟ้า จึงเม้มริมฝีปากเข้าหากัน สีหน้าฟ้องว่าเจ้าตัวกำลังระงับโทสะ รู้ได้ทันทีเลยว่า เสียงเปิดปิดประตูเมื่อสักครู่ ต้องเป็นฝีมือของน่านฟ้า เขาหนีหายออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว “ไวยังกับปรอท แสบนักนะ”

                โอ๊ย งานนี้คงได้โดนนางวิภาด่ายับและคาดโทษอีกครั้ง เพราะไอ้คนบ้าไร้สามัญสำนึกนั่นคนเดียวแท้ๆ ถึงได้เดือดร้อนกันไปถ้วนทั่วแบบนี้ 

 

เช้าวันถัดมา...

น่านฟ้าผิวปากอย่างสบายอารมณ์ขณะเดินตรงไปยังลานจอดรถ  ยักคิ้วข้างหนึ่งอย่างกวนๆ เมื่อเห็นมัศยายืนรออยู่ สีหน้าของเธอบูดบึ้งแลคล้ายแม่ใหญ่ของเขาไม่มีผิด ผู้หญิงสองคนนี้ทำให้เขานึกถึงยักษ์ขมูขีทุกครั้งที่เห็นหน้า

อันที่จริงพฤติกรรมการกวนประสาทมัศยา ควรจะเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นของจริงเสียนี่ และนั่นก็เป็นความผิดของเธอ เพราะเธอมีหลายสิ่งอย่างเหมือนแม่ใหญ่มากเกินไป ทั้งปากร้าย ปากจัด เข้มงวด เฮี้ยบอย่างกับอาจารย์ฝ่ายปกครอง แถมมีรูปร่างที่ไม่น่าทะนุถนอมอย่างที่ผู้หญิงควรจะเป็นเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #5 fsn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 19:04

    ว่าเค้ามาก ระวังเห๊อะ

    #5
    0