ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 1 : บท 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    17 พ.ค. 61

ตี๊ดๆๆ...ปังๆ...ตู้มๆๆ

                ตี๊ดๆๆ...ปังๆ...ตู้มมม

                เมื่อหญิงสูงวัย รูปร่างท้วม ทรงผมตีโป่ง แต่งหน้าจัดจ้าน เปิดประตูเข้าไป ก็ทำหน้านิ่วเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเขื่องในห้องทำงานของ...ประธานบริษัทมีโชคคนใหม่

                แต่ขณะนี้ ประธานบริษัทคนล่าสุดกลับกำลังนั่งง่วนอยู่กับการกดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในมือยิกๆ จนไม่ได้ยินเสียงเปิดประตู แถมยังพาดสองเท้าไว้บนโต๊ะอีกต่างหาก

                เสียง ตี๊ด  ปัง และตู้ม ยังดังมาเป็นระยะ

                นางวิภาหรือนายหญิงใหญ่แห่งอาณาจักรมีโชค  ผู้ผลิตข้าวเกรียบยี่ห้อมีโชคมากว่าสามสิบปี ค่อยๆ ย่างสามขุม เข้าไปยืนด้านหลังของน่านฟ้า บุตรชายอีกคนของสามีนาง

                ใบหน้าดุดันเริ่มแสยะยิ้ม เมื่อเห็นภาพแอนิเมชันปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ล่าสุดของชายหนุ่มตรงหน้า

                “แกทำอะไรของแก ไอ้น่าน! ” เสียงก้องกังวานของนางวิภาดังสนั่นขึ้น

                โทรศัพท์เคลื่อนที่แทบร่วงหลุดจากมือของน่านฟ้า แม้แต่นายสุกิจ น้องชายบุญธรรมของหญิงสูงวัยก็ยังสะดุ้งโหยง จนเสียมาดเคร่งขรึมและภูมิฐานไปหลายวินาที

                น่านฟ้าหันมองอีกฝ่าย ปั้นหน้าเจื่อนแกมระอา “อ้าว แม่ใหญ่มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

                “แกช่วยเอาขาลงจากโต๊ะก่อนจะได้มั้ย! ” หญิงสูงวัยแว้ดพร้อมพยักพเยิดไปทางปลายเท้าของน่านฟ้า

                คนถูกสั่งจำต้องยอมเอาเท้าลงจากบนโต๊ะ

                “แล้วแกทำอะไรของแก”

                “แม่ใหญ่ถามอะไรตลก ผมก็กำลังคุยอยู่กับแม่ใหญ่ไง”

                “ไม่ต้องยอกย้อน! ฉันหมายถึงก่อนที่ฉันจะเข้ามาในห้องนี้”

                “ก็...กำลังลับสมองอยู่ครับ” น่านฟ้าตอบหน้าตาย พลางผายมือทั้งสองข้างออก

                แม่ใหญ่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันมากขึ้นทุกที สีหน้าท่าทางเหมือนพร้อมจะเข้าไปขยุ้มคอของน่านฟ้า “ลับสมองอะไรของแก ฉันเห็นแกเล่นเกมชัดๆ ”

                “ก็เกมพวกนี้แหละครับที่ใช้ลับสมอง แม่ใหญ่ก็น่าจะฝึกเล่นนะครับ เพราะยิ่งคนแก่ เป็นอัลซัลเมอร์ง่าย เดี๋ยวลืมนั่น ลืมนี่ เล่นเกมถือเป็นการบริหารสมองที่ดี รับรองอาการหลงลืมจะไม่มีทางถามหาแม่ใหญ่ แล้วถ้าแม่ใหญ่สนใจจะฝึกเล่นเกมตอนนี้ ผมจะสอนฟรีให้สามชั่วโมง แถมโหลดเกมมาใส่มือถือให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ” น่านฟ้าตอบเสียงหล่ออย่างใส่อารมณ์ ราวกับพิธีกรโฆษณาขายสินค้าทางโทรทัศน์

                “บ้า! ใครจะไปเล่นเกมติงต๊องเหมือนแก อายุแกมันตั้งยี่สิบเจ็ดแล้ว เอาแต่เล่นเกมทั้งวี่ทั้งวันมาเกือบสองเดือน ทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพาย ฉันผิดหวังในตัวแกเป็นที่สุด พ่อแกก็คงกำลังกุมขมับ เพราะเครียดที่มีลูกอย่างแก แกเข้าใจมั้ย! ” นางวิภาใส่เป็นชุด ส่วนผู้ช่วยคนสนิทของสามีนางหรือน้องชายบุญธรรมของนางก็มองน่านฟ้าด้วยสายตาเอือมระอา

                “แม่ใหญ่อย่าโมโหมากนะครับ เดี๋ยวหน้าจะเหี่ยวหนักกว่าเดิม แค่นี้ก็ยับเกินแล้ว”

                “กรี๊ดดด! หน้าฉันจะเหี่ยวจะยับก็เรื่องของฉัน แกไม่ต้องมายุ่ง ถามจริงๆ เหอะ แกทำตัวแบบนี้ วันๆ ไม่ทำงานทำการ ไม่ละอายใจบ้างหรือยังไง ไอ้ชุดทุเรศๆ ของแกนี่อีก เมื่อไหร่แกจะเลิกใส่ชุดบ้าๆ นี่มาทำงานซะที ฉันสุดจะทนกับแกแล้วนะ”

                น่านฟ้าก้มสำรวจเสื้อยืดสีขาวคอวีกับกางเกงสีกาแฟใส่นมขาสามส่วนที่สุดแสนจะเข้ากับรองเท้าผ้าใบสีแดงแป๊ด ก่อนจะเงยหน้ามองแม่ใหญ่ ประกายในดวงตาคมกริบฉายถึงความฉงน “แม่ใหญ่รู้มั้ยครับ ว่าชุดนี้ราคาเท่าไหร่ เก๋และมีสไตล์แค่ไหน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะใส่ได้นะครับ ต้องหล่อและรูปร่างดีอย่างผมด้วย”

                แม่ใหญ่แบะปากใส่ชายหนุ่ม “แต่ตอนนี้แกคือประธานคนใหม่ของบริษัทมีโชค และตำแหน่งนี้ต้องใช้สมอง ไม่ใช่ความหล่อ ไอ้กร๊วก!

                คำสบถสุดท้าย หญิงสูงวัยตวาดลั่นใส่หูเขา จนเขาต้องยกนิ้วชี้ขึ้นอุดหูและปั่นหูข้างนั้น

                “แม่ใหญ่เบาๆ หน่อยก็ได้ กลัวหูผมไม่หนวกหรือไง”

                “ก็ฉันอยากให้คำพูดของฉันมันทะลุทะลวงเข้าไปในหัวสมองแกบ้างไง ไม่ใช่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาแบบนี้ แล้วแกก็ควรใส่ใจกับการทำงานและหน้าที่ของประธานบริษัทบ้าง ถ้าแกยังทำตัวแบบนี้ แล้วแกจะเป็นประธานของที่นี่ได้ยังไง”

                “ก็ผมไม่ได้อยากเป็นซะหน่อย แม่ใหญ่ก็บังคับผมอยู่ได้ แถมยังไปบีบให้แม่ผมมาบังคับผมอีกที”

                “ฉันบังคับแกเพราะนั่นเป็นคำขอสุดท้ายของพ่อแก ถ้าพ่อแกไม่ขอไว้ แกนึกเรอะว่าฉันจะยอมให้บริษัทมีโชคตกอยู่ในมือคนไม่เอาไหนอย่างแก”

                นี่ถ้าสามีและบุตรชายคนเดียวของนางวิภาไม่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อราวสามเดือนก่อน โดยบุตรชายเสียชีวิตคาที่ ส่วนนายโชค สามีของนางเสียชีวิตในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมา แต่ก่อนเสียชีวิตเขาก็ทิ้งคำขอครั้งสุดท้ายว่าขอให้ตามน่านฟ้ามาสานต่อกิจการข้าวเกรียบมีโชค ก็ฝันไปเถอะว่านางจะตามบุตรชายจากภรรยารองของสามีมาดำรงตำแหน่งประธานบริษัท

                แต่เพราะไม่มีทางเลือก ทายาทรุ่นต่อไปที่จะสืบสานกิจการได้จากโลกนี้ไปแล้ว เลยจำต้องยอมวางธุรกิจข้าวเกรียบมีโชคที่สามีของนางปลุกปั้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง หยาดเหงื่อ และชีวิตจิตใจของเขาทั้งหมด ไว้ในมือของหมอนี่ ที่นอกจากจะไม่เอาถ่าน เสเพล ยังยียวนกวนประสาทนางไม่หยุดหย่อน

                ทว่านางจะไม่ยอมให้ข้าวเกรียบมีโชคพังพาบลงในมือของน่านฟ้าหรอก ไม่ว่าจะลำบากเลือดตาแทบกระเด็นสักแค่ไหน นางก็ต้องทำตามคำขอร้องสุดท้ายของสามีให้สำเร็จจงได้ และต้องเตรียมให้น่านฟ้าพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานบริษัทมีโชค

                “ในเมื่อแม่ใหญ่ก็รู้ว่าผมไม่เอาไหน ถึงยกบริษัทให้ผม ที่นี่ก็คงไปไม่รอด สู้ให้ผมไปประกวดรายการเดอะวอยซ์ น่าจะรุ่งมากกว่า ผมเสียงใช้ได้เลยนะแม่ใหญ่”

                “เลิกไร้สาระได้แล้ว เดอะว้งซ์ เดอะว้อยซ์อะไรของแก แกจะต้องทำหน้าที่ประธานบริษัทมีโชค และแกจะต้องทำมันให้ได้ แกไม่มีทางเลือกแล้ว เข้าใจมั้ย”

                “แต่ผม...” น่านฟ้าตั้งท่าจะค้านต่อ แต่หญิงสูงวัยชิงพูดตัดหน้า

                “วันนี้ฉันมีผู้ช่วย เพื่อสอนงานให้แก เพื่อให้แกพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานบริษัท”

                น่านฟ้าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ผู้ช่วยหรือครับ”

                “ใช่ ผู้ช่วยของแก”

                “ผู้หญิงเปล่า” รอยยิ้มกระเหี้ยนกระหือรือผุดขึ้นบนใบหน้าคมสัน

                แม่ใหญ่ยิ้มหยันมุมปาก “เดี๋ยวดูก็รู้เอง สุกิจ” นางหันไปเรียกน้องชายบุญธรรม

                รองกรรมการผู้จัดการบริหารสายปฏิบัติการและการตลาดตบมือสองครั้ง จากนั้นประตูก็ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับใครคนหนึ่งก็สืบเท้าเข้ามาในห้องทำงาน


ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่าาา ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #1 fsn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 19:03

    ว้าว ท่าจะมันส์ และครื้นเครง

    #1
    0