ธารรักสีเพลิง (วางจำหน่ายแล้ว/ รีปริ้นท์กับสนพ.ปองรัก)

ตอนที่ 18 : บทที่ 7/2 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    30 ม.ค. 61

ก็ที่ชีวิตนวลต้องเป็นแบบนี้ ต้องชอกช้ำใจ อับอาย กลายเป็นเบี้ยล่างเขา ก็เพราะใครล่ะคะ ไม่ใช่พี่เล็กเหรอ แล้วไม่ว่าจะพี่เล็ก หรือ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้เลวน้อยไปกว่ากันหรอก มันก็ผู้ชายเห็นแก่ตัวทั้งคู่ ฉกฉวยโอกาสจากผู้หญิงไร้ทางสู้ ถือว่าเป็นคราวซวยของนวลที่ต้องหนีเสือปะจระเข้ น้ำตารื้นขึ้นมาเพราะความชอกช้ำและอัดอั้นตันใจ

กวินท์สะอึก เถียงไม่ออก เพราะคืนนั้นเขาวางยานอนหลับนวลธาร เป็นเหตุให้เพลิงพลฉวยโอกาสล่วงเกินเธอ เขากำมือแน่น ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์ถึงได้กลับตาลปัตร แทนที่เขาจะได้ครอบครองผู้หญิงคนนี้ กลับไปเปิดโอกาสให้ศัตรูเบอร์หนึ่งคว้าพุงปลาไปกิน นวล พี่ขอโทษ เป็นความผิดของพี่เอง เพราะพี่ทำอะไรไม่คิด คิดแต่ว่าถ้านวลตกเป็นของพี่ ก็คงจะยอมแต่งงานกับพี่แต่โดยดี

พูดอะไรเพ้อเจ้อ รู้ตัวหรือเปล่า ยิ่งพี่ใช้วิธีสกปรกแบบนี้ นวลก็ยิ่งเกลียด ให้ตายก็ไม่มีทางยอมแต่งงานด้วยหรอก เธอมองเขาด้วยสายตาขยะแขยง

แต่ทำไมนวลยอมไปเป็นนางบำเ... กวินท์หยุดคำพูดพล่อยๆ ไว้เกือบไม่ทัน อยากตบปากตัวเองเป็นที่สุด เมื่อเห็นดวงตากลมโตแข็งกร้าวขึ้นมาเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเย็นชาเจือปวดร้าวเช่นเดิม

พี่หมายถึงนางบำเรอน่ะเหรอคะ เธอต่อให้เสียงเยาะหยัน ไหนๆ นวลก็สูญเสียสิ่งมีค่าของลูกผู้หญิงไปแล้ว จะแปลกอะไรถ้าจะยอมขายตัวเพื่อแลกกับเงื่อนไขที่เขาเสนอมา จงใจพูดประชด และสะใจไม่น้อยที่เห็นอาการสะอึกของกวินท์

 รอผมนานมั้ยที่รัก เสียงห้าวทุ้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับท่อนแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวบาง นวลธารหันขวับ ตั้งรับไม่ทันกับการแสดงท่าทางสนิทสนมของเพลิงพล จึงขืนตัวออกอย่างอัตโนมัติ แต่ดูเหมือนมือและท่อนแขนแสดงความเป็นเจ้าของจะไม่ยินยอมคลายออกโดยง่าย เธอขึงตาใส่เขาเพื่อปราม ทว่าเพลิงพลก็ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ยังยิ้มกริ่ม ส่งสายตาหวานๆ ให้อีกต่างหาก และที่น่าโกรธคือ หัวใจเธอกลับสั่นระรัวกับสัมผัสสนิทชิดเชื้อดังกล่าว

ปล่อยฉัน เธอกระซิบขู่เบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคน

คุณไม่อยากแก้เผ็ดหมอนี่หรือไง อย่าลืมว่าสุดท้ายมันคือต้นเหตุของเรื่องวุ่นๆ นี่ เพลิงพลยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเธอ แต่ใบหน้ายังยิ้มละมุนเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

นวลธารนิ่งงันไปชั่วครู่ หันมองกวินท์ช้าๆ เห็นเขาขบกรามเป็นสันนูนและกำมือแน่น หน้าตาไม่สบอารมณ์เลยแม้แต่น้อย สายตาที่จับจ้องไปยังเพลิงพลเต็มไปด้วยแววอาฆาตมาดร้าย เธอเกลียดผู้ชายสองคนนี้ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แตกต่างกันก็แค่ความหมั่นไส้ เพราะกวินท์นั้นรับไปเต็มเหนี่ยว อาจเพราะเธอไว้ใจเขา นับถือเขาในฐานะเพื่อนรุ่นพี่ที่เคารพรักคนหนึ่ง และไม่คิดว่าเขาจะทำลายมิตรภาพอันมีค่าของทั้งสองด้วยวิธีต่ำทราม ส่วนเพลิงพลไม่ได้รู้จักมักจี่ใดๆ ต่อกัน ถึงเขาจะทำลายเธอ แต่ไม่ได้ทำลายความรู้สึกหรือมิตรภาพอันงดงามมีค่าใดๆ เพราะต่างเป็นแค่คนแปลกหน้า หรือ อย่างมากก็แค่คู่ค้าทางธุรกิจ ด้วยต้องติดต่อเจรจากันเรื่องซื้อขายโรงแรม

หญิงสาวเลิกขืนตัวจากอ้อมแขนเพลิงพล และนั่นทำให้เขายิ้มพอใจ พร้อมกับส่งสายตาเป็นต่อให้กวินท์ที่เป็นใบ้รับประทาน เห็นได้ชัดว่ากำลังควบคุมอารมณ์เดือดดาลอย่างสุดความสามารถ และคงไม่แปลกถ้าเขาจะพุ่งเข้ามาเสยเพลิงพลสักหมัด แต่นวลธารก็คิดว่าคงไม่แปลกอีกเช่นกัน ถ้ากวินท์จะลงไปกองด้วยฝีมือของเพลิงพล เพราะนอกจากจะเสียเปรียบเรื่องความสูงแล้ว ช่วงไหล่ก็บางกว่าอย่างเห็นได้ชัด เห็นชัดๆ ว่าเพลิงพลเป็นต่อในเรื่องรูปร่าง

เล็ก เห็นแม่นายอาการไม่ค่อยดีอยู่ทางโน้น ไม่ไปดูหน่อยเหรอ

เพลิงพลแกล้งแหย่ เมื่อสักครู่ นางนิภาทำท่าเหมือนอยากจะพุ่งมาบีบคอเขาเต็มแก่ หลังจากเชือดเฉือนคารมกันไปเล็กๆ น้อยๆ คนแก่แล้ว นายต้องระวังรู้รึเปล่า ช็อกขึ้นมาจะวุ่นวาย

นายไม่ต้องมาแช่งแม่ฉัน นายมันก็แค่...กาฝาก

งั้นนายก็คงเป็นไอ้ลูกแหง่ที่เกาะแม่กินไปวันๆ รู้มั้ย ถ้าฉันเป็นนาย จะเอาเวลาไปฝึกทำงาน ดีกว่าไปคิดแต่เรื่องชั่วๆ เพลิงพลตอกกลับเสียงกร้าว อีกฝ่ายเสียหน้าอย่างมาก กำลังจะโต้กลับ แต่เสียงเรียกของมารดาก็ดังขึ้น

เล็กมายืนทำอะไรตรงนี้ กลับได้แล้ว! ” นางนิภาสั่งเสียงเฉียบขาด ปรายตามองเพลิงพลด้วยความเกลียดชัง โดยมีบุตรชายคนกลางประคองไม่ห่าง เพราะเพลิงพลทำให้นางโกรธหน้าดำหน้าแดง จนลมสว้านตีกลับ ยืนเกือบไม่ไหว

เพลิงพลยิ้มหยันในสีหน้า ความเกลียดชังในแววตาไม่ได้น้อยไปกว่าคนทั้งสาม ที่ต่างพร้อมใจกันส่งกระแสความชิงชังมาให้เขา และเขาก็พร้อมรับอย่างยินดี เพราะความเกลียดชังจากคนเหล่านี้นี่แหละที่หล่อหลอมให้เขาเติบโตมาจนเข้มแข็งอย่างทุกวันนี้

ก่อนจากไป กวินท์ยังไม่วายแอบส่งสายตาอาลัยอาวรณ์ให้นวลธาร เสียดายสุดแสนที่นางฟ้าแสนสวยต้องหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา

นวลธารไม่ได้สนใจสายตาอาลัยอาวรณ์นั้น แต่กังขากับความชิงชังอันแรงกล้าที่ทั้งสองฝ่ายมีให้แก่กัน ราวกับโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน คุณรู้จักกับพวกเขาด้วยเหรอ ถามอย่างสงสัย จากบทสนทนาของเขากับกวินท์ ฟ้องชัดว่าทั้งสองต้องรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี

ก็ประมาณนั้นเพลิงพลคว้าถ้วยแชมเปญบนโต๊ะใกล้ตัวมาดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะคว้าอีกแก้วมาดื่ม ทุกครั้งที่ได้เชือดเฉือนคารมกับคนเหล่านั้น เขามักจะเริ่มต้นด้วยความอารมณ์ดีสุดขีด ก่อนจะลงเอยด้วยอาการร้อนรุ่มราวกับกองไฟลูกมหึมาลุกโชนอยู่ในอก และต้องหาวิธีดับความร้อนรุ่มนั้นด้วยการดื่ม หรือไม่ ก็ผู้หญิงสวยๆ สักคน ชีวิตเขาวนเวียนอยู่ในวัฏจักรเหล่านี้มาโดยตลอด...เคียดแค้น ชิงชัง ห้ำหั่น สะใจ และร้อนรุ่ม 

คุณกับพวกเขาคงเกลียดกันมาก

เพลิงพลยักไหล่ราวกับไม่ยี่หระ ก็คงงั้น

ดูเหมือนเขาจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้นัก นวลธารเลยเลือกจะเลิกถาม แต่ยังตกใจไม่หายกับกระแสความเกลียดชังอันแรงกล้าที่ยังทิ้งร่องรอยไว้ มั่นใจว่าความเกลียดที่เธอมีต่อเพลิงพลกับกวินท์ ยังไม่หนักหน่วงเข้มข้นเท่ากับความเกลียดชังในแววตาที่ทั้งสองฝ่ายมีให้แก่กัน

ต่อตรงนี้นะคะ///////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

อีกไม่กี่นาทีก็จะล่วงเข้าสู่ห้าทุ่ม นวลธารนั่งนิ่งเงียบเคียงคู่ เพลิงพลบนเบาะหลังของรถยนต์คันหรู รู้สึกเหนื่อยล้ากับอะไรหลายๆ อย่าง จึงอยากปล่อยอารมณ์ให้นิ่งบ้างสักพัก

คุณคิดอะไรอยู่ จู่ๆ เสียงถามห้าวทุ้มก็ดังขึ้น

หญิงสาวหันมองเขาแวบหนึ่ง แววตาเรียบเฉย ไม่ได้แสดงถึงความรู้สึกใดๆ คุณคงไม่โหดถึงกับไม่ให้ทาสได้คิดอะไรบ้าง ประชดประชันเสียงเนือยๆ ออกไปอย่างอดใจไม่ไหว ว่าจะไม่ต่อปากต่อคำกับเขา แต่ปากเจ้ากรรมก็ไวนัก

เพลิงพลยิ้มในแววตา เอื้อมมือไปกดปุ่มข้างตัว

หลังคารถเลื่อนเปิดออกช้าๆ เพื่ออวดหลังคากระจกมูนรูฟ นวลธารแหงนหน้ามองแวบหนึ่ง ไม่ได้สนใจเท่าไรนัก ก็แค่หมั่นไส้เพลิงพลนิดหน่อย คงกลัวคนอื่นไม่รู้ละสิว่ารถคันนี้ หลังคาเลื่อนได้

มือใหญ่เลื่อนไปกดปุ่มอีกปุ่ม และเมื่อกระจกทึบกั้นกลางระหว่างที่นั่งตอนหน้าของคนขับกับที่นั่งตอนหลังเลื่อนขึ้น นวลธารก็เหลียวมองคนข้างกายทันที ด้วยสายตาหวาดระแวง คุณปิดกระจกทำไม

        ผมก็แค่อยากได้ความเป็นส่วนตัวเวลาอยู่กับ...ทาสก็เท่านั้นเอง 

        อยู่บนรถแค่นี้ ทำไมต้องการเป็นความส่วนตัวด้วย นวลธารแย้งกลับ ขุ่นเคืองกับคำว่าทาส แต่ตอนนี้ความหวาดระแวงหนักหน่วงกว่า

        ก็ไม่เห็นแปลกอะไรเลย แค่เลื่อนกระจกปิดแค่นี้...เอ๊ะ คุณคิดลึกอะไรเกินไปหรือเปล่า ท้ายประโยค กังวานล้อเลียน เป็นเหตุให้เธอปั้นหน้าไม่ถูก หน้าแดงขึ้นมาทันที

        ฉันคิดลึกอะไร เปล่าซะหน่อย ปฏิเสธเป็นพัลวัน

        แค่ดูตาคุณ ผมก็รู้แล้ว...แต่จะว่าไป อืม มันก็น่าตื่นเต้นเร้าใจดีเหมือนกันนะ ถ้าเราจะ...กันบนรถ เพลิงพลเอ่ยเป็นนัย สายตากรุ้มกริ่ม ชอบใจมากกว่าที่อาการเนือยๆ คล้ายเหนื่อยล้าของเธออันตรธานไป

        คุณมันพวกลามกจกเปรต ในหัวคิดแต่เรื่องสัปดนเป็นอยู่อย่างเดียว ต่อว่าเสียงสั่นพร้อมกับถอยร่นชิดประตูรถด้านหนึ่ง

          เรื่องลามกจกเปรต สัปดนที่ไหนกัน ผมบอกแล้วไงว่าเป็นความลับของจักรวาล เพลิงพลทอดเสียงหยอกเย้า มีชีวิตชีวาเป็นที่สุดที่ได้แกล้งแม่ชีแสนสวยคนนี้ จงใจเขยิบเข้าไปหา จนใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบคุณไม่อยากรู้จักหรือไง ตอนนี้ผมยังเสียดายอยู่เลยที่คืนนั้นคุณหลับไม่ได้สติ ไม่อย่างนั้นคงน่าประทับใจกว่านี้

        ทั้งโกรธเลือดขึ้นหน้า หวาดหวั่นจนหัวใจแทบหยุดเต้น แต่อะไรก็ไม่ร้ายเท่า อาการสั่นปนหวิวไปทั้งกาย ขนลุกซู่ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรกันแน่ จะสายตาโลมเลียมที่คลอเคลียตรงเนินอกอิ่มจนเธอต้องยกสองมือขึ้นปิดบัง หรือจะลมหายใจอุ่นๆ คละเคล้ากลิ่นแอลกอฮอล์ ที่รินรดข้างแก้ม หรืออาจจะเป็นไออุ่นจากกายแกร่งของร่างสูงใหญ่ หนา บึกบึน ของหนุ่มหล่อตรงหน้า   

เธอพยายามถอยชิดประตูรถ เนื้อตัวสั่นเทา เกือบจะร่วงตุ้บจากเบาะรถ เมื่อเพลิงพลกระซิบเสียงแผ่วข้างหู คืนนี้คุณสวยมากเลยรู้มั้ย สวยมากเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสวยได้

หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ยกมือข้างหนึ่งยันอกกว้างอย่างเต็มแรง ป้องกันไม่ให้เขาเข้าใกล้มากกว่านี้ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไร และเมื่อเห็นโหนกแก้มคมสันแดงระเรื่อ นัยน์ตาคมหวานเยิ้ม ก็มั่นใจว่าเขาคงเมา จำได้ว่าเขาดื่มแชมเปญไปหลายแก้วทีเดียวตอนอยู่ในงานเลี้ยง คะ...คุณเมาแล้ว...นี่มันในรถนะ...แล้วคุณก็สัญญาแล้วว่าจะไม่แตะต้องฉัน น้ำเสียงทั้งสั่นและสะดุดเป็นช่วงๆ

ใครว่าผมเม... เพลิงพลชะงักนิ่ง ด้วยจู่ๆ ความคิดบรรเจิดแสนเจ้าเล่ห์ก็ผุดแวบขึ้นมา นั่นสินะ เมาก็ไม่เลวนี่นา คิดได้ดังนั้น คนเจ้าเล่ห์ก็ดัดเสียงอ้อแอ้แต่พองามอย่างแนบเนียน ผมเมาที่ไหน ดื่มนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง ผมคอแข็งจะตาย

ถ้าไม่เมา งั้นคุณก็ถอยไปนั่งตัวตรงให้ฉันดูสิ ถ้าไม่โงนเงน ฉันถึงจะเชื่อ นวลธารพยายามหลอกล่อคนเมา

เจ้าเล่ห์ไม่เบาแฮะ คนสวยเพลิงพลแอบคิดในใจ

อ๋อ จะท้าพิสูจน์ว่าผมเสียศูนย์รึเปล่า แกล้งสะอึกพอเป็นพิธี ผมมีวิธีท้าพิสูจน์เด็ดกว่านั้นอีก

วิธีอะไรของคุณ หญิงสาวถามกลับเสียงหวั่น ไม่ไว้ใจคนเมาที่สุดแสนจะร้ายกาจคนนี้

ก็...ชายหนุ่มตอบเสียงยานคาง ผมจูบคุณได้แบบไม่พลาดเป้าแน่ แกล้งทำศีรษะโงนเงนอีกสักหน่อย ตาปรืออีกสักนิดเพื่อความสมจริง

เธอหน้าเสีย คะ...คุณสัญญาว่าจะไม่แตะต้องฉันไง

นี่ไม่ได้เกี่ยวกับสัญญาไม่สัญญา แต่เป็นการพิสูจน์ว่าผมไม่ได้เมาและไม่ได้เสียศูนย์ เพลิงพลแกล้งยิ้มแบบหื่นกามเต็มที่ เอาแล้วนะ จากนั้นก็ค่อยๆ ยื่นปากจู๋ๆ เข้าไปใกล้

แม้จะตื่นตกใจ แต่ก็เบี่ยงหน้าหลบไปทางซ้ายได้อย่างทันท่วงที สองมือผลักอกเขาอย่างแรง แต่คนเมาก็ไม่สะทกสะเทือน คุณเลิกเล่นบ้าๆ เลยนะ! ” ร้องห้ามเสียงหลงระคนสั่น

เอาอีกครั้งแล้วนะ เพลิงพลไม่ฟังเสียง ยื่นหน้าเข้าหน้า และฉกเข้าหาปากอิ่มอย่างรวดเร็ว แต่ก็พลาดเป้าอีกจนได้ เมื่อนวลธารเบี่ยงหน้าหลบไปทางขวาอย่างว่องไว

เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อรอดจากการถูกจูบอย่างเฉียดฉิว แต่ยังไม่ทันไร หัวใจก็หล่นไปที่ตาตุ่ม เมื่อสองข้างแก้มถูกยึดไว้ด้วยสองมือแกร่ง

คราวนี้ไม่พลาดเป้าแน่ ใบหน้าหล่อเหลาฉายถึงความเจ้าเล่ห์

คนสวยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ตกใจสุดขีด เมื่อเขายื่นหน้าเข้ามาอีกครั้ง และกำลังจะประกบริมฝีปาก ในวินาทีนั้นเอง เธอก็ตวัดมือข้างหนึ่งขึ้นมาเป็นปราการขวางกั้นริมฝีปากทั้งสอง จึงรอดการถูกจูบไปอย่างหวุดหวิดอีกครั้ง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยลุ้นอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ชีพจรเต้นรัว แข้งขาสั่นเทา

เพลิงพลชักจะหงุดหงิด เมื่อได้จูบแค่ฝ่ามือนุ่มนิ่ม พลาดเป้าตลอด เอาล่ะ คืนนี้ถึงไม่ได้จูบ ก็ต้องขออะไรบ้างพอหอมปากหอมคอ

ไวจริงๆ เลยนะ คนสวย แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอก มา เอาอีกครั้งนะ ทำหน้าเป็นยื่นหน้าเข้าไปหาอีกครั้ง และรู้ว่าเธอจะต้องเตรียมตั้งท่าป้องกันการถูกขโมยจูบอย่างเอาเป็นเอาตาย จน...อาจลืมป้องกันส่วนอื่นๆ

จู่ๆ ศีรษะเพลิงพลก็ล้มพับอยู่บนเนินอกอิ่มอย่างพอดิบพอดี ขณะเตรียมตั้งท่าฉกจูบ คนเจ้าเล่ห์เล่นบทบาทเมาฟุบซุกคาอกได้อย่างแนบเนียน สองแขนตกลงข้างตัวเธอ เป้าหมายเพื่อขังเธอไว้ในอ้อมกอดจนขยับเขยื้อนไม่ได้ และแอบปรือตาเล็กน้อย ลอบสำรวจเนินอกขาวๆ เบียดชิดจนเห็นร่องอกในระยะประชิด แกล้งขยับแก้มสากเพื่อบดเบียดความนุ่มนิ่มด้านล่าง

คุณ! คุณ! ตื่นสิ! จะมาเมาหลับอะไรกันตรงนี้ นวลธารร้องโวยวาย แต่ไม่กล้าดังมาก ถึงจะมีกระจกกั้นกลางระหว่างที่นั่งคนขับกับที่นั่งตอนหลัง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเก็บกั้นเสียงได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน 

        พยายามใช้มือทั้งยก ยัน ผลัก ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมนุ่มสลวยหอมกรุ่นดำขลับ แต่คล้ายมีใครมาทากาวตราช้างติดไว้ เพราะคนบ้าฝังใบหน้าด้านข้างฝั่งหนึ่งกับทรวงอกเธอจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนตามแรงฝ่ามือเธอแม้แต่น้อย ลองผลักไหล่หนาๆ อย่างแรง ก็เหมือนผลักหินก้อนยักษ์ โอ๊ย! อยากจะบ้า

        เพลิงพลยิ้มมุมปาก ขำเสียงสบถเบาๆ นั่น พลางสูดดมความหอมหวานจากเนินเนื้อนุ่มๆ นอกจากอกคู่นี้จะมีกลิ่นหอมหวานยิ่งกว่าอกคู่ไหน ยังให้ความอบอุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เขาขยับศีรษะขึ้นสูงอีกนิด เพื่อให้ได้มุมพอเหมาะจะมองลอดเข้าไปในตัวเสื้อ ประกายในดวงตาคมฉายแสงวิบวับเมื่อแลเห็นอกอิ่มที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ แอบคิดอย่างเสียดายว่า ถ้าไม่มีบราลูกไม้ ก็คงจะดีกว่านี้

        นวลธารถอนหายใจดังเฮือก จนปัญญากับสภาพของตัวเองในตอนนี้ แผ่นหลังดันชิดประตูรถด้านหนึ่ง ด้านหน้าถูกขังอยู่ใต้ร่างหนาใหญ่ คนหื่นกาม ตัวทำไมใหญ่ขนาดนี้ก็ไม่รู้ หนักก็หนักขยับเขยื้อนไปไหนก็ไม่ได้ ทั้งโมโหและอายที่ใบหน้าของชายหนุ่มซุกหน้าอกอิ่มอย่างพอเหมาะพอเจาะ มิหนำซ้ำไม่ว่าใครจะขยับ อาการเสียดสีของผิวเนื้อตรงบริเวณทรวงอก ก็ก่อเกิดความวาบหวิว และตกใจอย่างบอกไม่ถูกที่หน้าอกเจ้ากรรมก่อเกิดปฏิกิริยาน่าละอาย

        สุดท้ายต้องยอมรับสภาพแนบชิดสนิทสนม แบบหน้าแนบอก และปลอบใจตัวเองว่า เอาล่ะอย่างน้อยก็คงจะดีกว่าโดนจูบ...หรือเปล่า?

 

******

คุณพีมเจ้าเล่ห์ตัวพ่อ ^_^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

124 ความคิดเห็น

  1. #29 150221 (@150221) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:23
    แหมช่างเหมาะเจาะกับนมพอดีนะคุณพีม
    #29
    0
  2. #16 พินน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 21:04
    คุนเนียนเลยนะ
    #16
    0