ธารรักสีเพลิง (วางจำหน่ายแล้ว/ รีปริ้นท์กับสนพ.ปองรัก)

ตอนที่ 10 : บทที่ 4/3 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    17 ม.ค. 61

        นวลธารทอดถอนใจเงียบๆ เข้าใจหัวอกมารดา และกลัดกลุ้มไม่แพ้กัน ทุกวันนี้ที่โรงแรมต้องแบกรับภาระหนี้สินมากมายมหาศาลเช่นนี้ สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง คือ เงินทองรั่วไหล และตัวการสำคัญก็คือพี่สาวกับน้องสาวของเธอ พี่สาวนั้น หลงสามีหัวปักหัวปำ มีเงินทองเท่าไรก็พร้อมประเคนให้สามีบังเกิดเกล้า เบิกเงินไปปรนเปรอสามีแต่ละเดือนไม่รู้เท่าไร นี่ยังไม่รวมเงินก้อนพิเศษที่นำไปลงทุนทำธุรกิจที่มักเจ๊งเสียส่วนใหญ่ ส่วนน้องสาว ก็ใช้เงินมือเติบจนน่าใจหาย รายจ่ายแต่ละเดือนก็ไม่น้อยหน้าพี่สาวคนโต ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างต้องเป็นของแบรนด์เนมดังๆ ทั้งสิ้น

        จวบจนวันนี้ วันที่อู่ข้าวอู่น้ำของครอบครัว พังพินาศ ต้องขายกิจการให้คนอื่น พี่สาวกับน้องสาวเธอก็ยังไม่รู้สึกรู้สา ยังทำตัวเหมือนเมื่อก่อน ใช้เงินเป็นเบี้ย ทั้งที่วันนี้ต่างต้องยอมรับความจริงกันว่า พวกเธอทั้งสามเป็นนางฟ้าตกสวรรค์

        ถ้าแบ่งให้พี่ฟ้า กับ กานต์ ไปแล้ว ส่วนที่เหลือ แม่ก็เก็บไว้นะคะ พ่อกับแม่จะได้มีเงินเหลือใช้ตอนแก่ 

        แม่ก็ว่าจะแบ่งให้นวลด้วย เผื่อนวลอยากเก็บไว้ใช้ทำอะไร

        แม่เก็บไว้เถอะค่ะ นวลยังไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เงินเก็บนวลก็พอมีอยู่บ้าง อีกอย่างนวลตั้งใจจะหางานทำ ไม่อยากเสี่ยงลงทุนทำธุรกิจอะไร

        มารดาทอดมองบุตรสาวคนกลางด้วยความซาบซึ้งใจ ในจำนวนบุตรสาวทั้งสามคน มีเพียงนวลธารที่ไม่เคยสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้บุพการี เป็นที่พึ่งทั้งทางกายทางใจให้กับพ่อแม่มาโดยตลอด แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่นางกังวลเกี่ยวกับลูกสาวคนนี้ นั่นคือเรื่อง คู่ครอง นวลธารไม่เคยคิดจะคบหาผู้ชายคนไหนในฐานะคนรัก ทำท่าเหมือนจะอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต หรือถ้าบวชชีตามพี่สาวนางได้ ก็คงบวชไปแล้วกระมัง เฮ้อ จะว่าไปก็เป็นเรื่องดีที่บุตรสาวรักดี ใฝ่ธรรมะ แต่เป็นธรรมดาที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ย่อมอยากให้ลูกๆ ออกเรือนมากกว่า

        ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก เสร็จเรื่องยังไง ก็รีบกลับมานะ

        ค่ะแม่ นวลคงคิดถึงพ่อกับแม่มาก แต่ไม่เกินสามเดือน นวลได้กลับเชียงรายแน่ค่ะ แม่กับพ่ออยู่ทางนี้ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ท้ายเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างสุดกลั้น สามเดือนของการจากบุพการีไปครั้งนี้คงนานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ แต่ถึงต้องทนทุกข์ราวกับตกอยู่ในขุมอเวจี ก็จะอดทนเพื่อพวกท่าน

       

กระดากอายอย่างบอกไม่ถูก ท่าทางจึงเก้ๆ กังๆ ขณะก้าวขึ้นรถยนต์คันหรูที่เพลิงพลส่งมารับถึงสนามบิน พร้อมคนขับรถ ท่าทางสุภาพนอบน้อม

        ขอบใจจ้ะ นวลธารเอ่ยเสียงเบาก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลัง และเมื่อรถออกไปได้ไม่ถึงนาที เสียงมือถือก็ดังขึ้น เมื่อหยิบมาดู เห็นเบอร์โทรศัพท์ของกวินท์โชว์หรา ใบหน้าตึงทันที ไม่ขอเสวนากับคนเลวพรรค์นี้ คนที่มีความคิดต่ำช้า ทำได้แม้กระทั่งวางยาเธอ และเพราะเขา ถึงทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ต้องเป็นเบี้ยล่างของใครคนหนึ่งอย่างไม่มีทางเลือก

        นวลธารกดสายทิ้งอย่างไม่แยแส จะเพลิงพลหรือกวินท์ ก็ชั่วร้ายพอกัน ฉกฉวยโอกาสจากผู้หญิงที่หมดสิทธิ์จะปกป้องตัวเอง แต่เอาเถอะ ชาติที่แล้ว เธอคงทำกรรมกับคนพวกนี้มา ชาตินี้ก็จะยอมชดใช้กรรมของตัวเองให้หมดสิ้น จากนั้นก็จะอโหสิกรรมให้แก่กัน ยุติการจองเวรจองกรรมกันในชาตินี้ ไม่ขอพานพบกันอีกในทุกๆ ชาติไป

         ไม่ถึงชั่วโมง รถคันหรูก็แล่นมาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่ภายในสามเดือนนี้เปรียบเสมือนที่คุมขังเธอ นวลธารก้าวลงจากรถ คนขับรถเป็นผู้เปิดประตูให้ หญิงรับใช้สองคนยืนรอเพื่อช่วยขนสัมภาระของเธออย่างรู้หน้าที่

        เธอแอบสังเกตแววตาของคนเหล่านี้ คิดว่าทั้งหมดอาจลอบมองเธอด้วยความดูแคลน ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ฟ้องชัดถึงสถานะของเธอดี จู่ๆ ก็ย้ายมาอยู่ในคฤหาสน์เจ้าของบ้าน เซเลบหนุ่มหล่อเขี้ยวลากดินที่ใช้ผู้หญิงเปลืองจนเป็นที่โจษจันในแวดวงสังคม และตอนนี้ทุกคนในบ้านหลังนี้ ก็ต้องคิดว่าเธอคือหนึ่งในผู้หญิงของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

แม้เพลิงพลจะบอกว่าภายในสามเดือนนี้ เขาไม่คิดจะแตะต้องเนื้อตัวเธอก็ตามที แต่ในสายตาคนภายนอก เธอก็ไม่ต่างจากผู้หญิงใจง่าย เห็นแก่เงิน สักคนหนึ่ง ที่ยินยอมเข้ามาอยู่ร่วมชายคากับเขาง่ายๆ 

แต่ประเด็นหนักหนาสาหัสสากรรจ์ ที่เป็นเหตุให้เธอต้องตกเป็นเบี้ยล่างเพลิงพลคือ คลิปวิดีโอนั่นต่างหาก!

        คุณนวลคะ

        นวลธารหันไปตามเสียงเรียกสุภาพของสตรีสูงวัย ส่งยิ้มเป็นมิตรให้กับนาง ถูกชะตากับหญิงสูงวัยร่างเล็ก ผิวขาว หน้าตาใจดีและยิ้มแย้มแจ่มใส และเมื่อสังเกตจากลักษณะท่าทางการแต่งกายของนาง คิดว่าคงจะเป็นแม่บ้านของที่นี่

        สวัสดีค่ะ ป้า... นวลธารยกมือไหว้อีกฝ่าย

        เรียกป้าแจ่มก็ได้ค่ะ แต่ไม่ต้องไหว้ป้าหรอก ป้าก็แค่คนใช้ ถูกชะตาสาวน้อยคนสวยนัก เป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงของเจ้าของบ้านยกมือไหว้นาง ส่วนใหญ่จะจิกหัวใช้เยี่ยงทาสเสียมากกว่า เฮ้อ คิดไปก็น่าสงสารแม่หนูคนนี้ ต้องกลายเป็นเบี้ยตัวหนึ่งของใครบางคนโดยไม่รู้ตัว นางคิดว่าเพลิงพลทำอย่างนี้ไม่ถูกต้องเอาเลย แต่ขณะเดียวกันก็เข้าใจเจ้านายหนุ่มดี เขาโดนคนตระกูลนั้นกดขี่ข่มเหงและรังแกมาสิบกว่าปี หัวใจอ่อนไหวของเด็กชายคนหนึ่งกลายเป็นแผลเรื้อรัง และคงต้องค่อยๆ ให้วันเวลาเยียวยาบาดแผลนั้น และนางเชื่อว่า เมื่อถึงวันนั้น ไฟแค้นในใจชายหนุ่มจะมอดดับลง 

        ไม่เป็นไรหรอกค่ะ

        นางยิ้ม เอ็นดูในตัวหญิงสาว ห้องพักคุณนวลอยู่ชั้นบน เดี๋ยวป้าพาขึ้นไปนะคะ ป้าแจ่มค้อมตัวอย่างนอบน้อม และเดินนำขึ้นบันได

        ห้องนอนของเธออยู่ติดกับห้องนอนของเจ้าของบ้าน และหรูหราไม่น้อยไปกว่ากัน เพียงแต่ขนาดพื้นที่เล็กกว่าพอสมควร และที่เธอไม่ชอบใจเอามากๆ คือ ประตูเชื่อมระหว่างห้องทั้งสอง หวาดวิตกว่าเขาจะฉวยโอกาสเข้ามาย่ำยีเธออีก คนใจโฉดพรรค์นั้นเชื่อใจได้ที่ไหนกัน

        จัดเสื้อผ้าคุณนวลให้เรียบร้อยล่ะป้าแจ่มหันไปกำชับคนรับใช้สาวรุ่น ที่ช่วยกันจัดเสื้อผ้าเข้าตู้อย่างขะมักเขม้น แม้นวลธารจะคัดค้าน แต่หญิงสูงวัยก็ยืนกรานให้เธอนั่งเฉยๆ 

        ป้าตั้งโต๊ะไว้แล้ว คุณนวลจะลงไปรับประทานมื้อเที่ยงเลยมั้ยคะ

        เดี๋ยวก่อนดีกว่าค่ะ นวลยังไม่หิวเลย อันที่จริงกินไม่ลงต่างหาก นับตั้งแต่ต้องเผชิญเหตุการณ์อันเลวร้าย ก็หดหู่จนไม่เจริญอาหารเลย

        ป้าแจ่มยิ้มอ่อนโยน เดินทางมาคงเหนื่อยๆ เลยกินไม่ลง งั้นพักสักครู่ก่อนก็ได้ค่ะ

        เออ คุณ...พีม ไม่อยู่หรือคะ

ต่อตรงนี้นะคะ///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

ไม่อยู่หรอกค่ะ ไปทำงาน แต่ฝากให้ป้าดูแลคุณให้เรียบร้อย กว่าคุณพีมจะกลับก็โน่น สามสี่ทุ่ม

        แล้วที่บ้านนี้ นอกจากป้า คนงานคนอื่น คุณพีม แล้วไม่มีคนอื่นอยู่เลยหรือคะ นวลธารสังเกตว่าบ้านนี้ไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้องของเจ้าของบ้านอาศัยอยู่เลยสักคน และไม่เห็นภาพถ่ายที่บ่งบอกถึงความเป็นครอบครัวของเจ้าของบ้านในคฤหาสน์หลังนี้เลยแม้แต่ภาพเดียว มีก็แต่ภาพถ่ายเดี่ยวๆ ของเพลิงพลในมาดนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น สงสัยคงนิสัยไม่ดี จนพ่อแม่พี่น้องตัดหางปล่อยวัด ไม่คิดคบค้าสมาคมด้วย

        “ไม่มีหรอกค่ะ คุณพีมอยู่บ้านนี้คนเดียว ไม่มีญาติพี่น้อง

        เธอขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ แล้วพ่อแม่เขาละคะ

        คือ เอ่อ... แม่บ้านถอนหายใจเบาๆ สีหน้าเจือความลำบากใจ เอาไว้คุณนวลถามคุณพีมเองดีกว่าค่ะ

ความลำบากใจแจ่มชัดของคู่สนทนา เป็นเหตุให้นวลธารตัดสินใจเลิกเซ้าซี้ แม้ยังไม่คลายความสงสัย

บ้านใหญ่โตเบ้อเร่อ แต่อยู่คนเดียว ไม่เหงาแย่หรือคะ เธอเปรยขึ้นลอยๆ และไม่ได้คิดประชดประชันเจ้าของบ้าน แต่พูดจากความรู้สึกในส่วนลึก ในความคิดเธอ บ้านต่อให้ใหญ่โต โอ่อ่า หรูหราสักแค่ไหน แต่ขาดความรัก ความอบอุ่น สายใยความผูกพันของคนในครอบครัว จะไปน่าอยู่ได้อย่างไร บ้านเธอ แม้จะเล็กกว่าคฤหาสน์หลังนี้เป็นร้อยเท่า พันเท่า แต่อบอุ่นน่าอยู่กว่าเป็นไหนๆ

ป้าแจ่มได้แต่ยิ้มน้อยๆ เห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าว แล้วก็อยากให้คฤหาสน์หลังนี้กลายเป็นบ้านที่อบอุ่นสักที เฝ้ารอที่จะได้เห็นเจ้านายหนุ่มมีครอบครัว มีภรรยาที่แสนดี มีลูกๆ วิ่งเล่นเจี๊ยวจ๊าว แต่รอแล้วรอเล่า สุดท้ายก็ได้แต่เฝ้ารอ เพราะผู้หญิงที่เข้ามาแวะเวียนบ้านหลังนี้ยังสับเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร

 

นางนิภา ประธานบริษัทเรืองพสุธา ทรานสปอร์ต จำกัด โกรธจนหน้าเขียว นางนั่งอยู่ทางหัวโต๊ะ ในห้องประชุม แค้นใจแทบกระอักเลือด เมื่อได้รับรายงานว่า บริษัทซันชายน์ สตีล ลูกค้าเก่าแก่ของนาง ถูกเพลิงพลแย่งไปต่อหน้าต่อตา แค่นี้บริษัทก็ร่อแร่เต็มทน ยังต้องมาสูญเสียลูกค้ารายสำคัญให้ไอ้กาฝากนั่น

ทำงานกันภาษาอะไร! ปล่อยให้ทางนั้นแย่งลูกค้าไปได้ หญิงสูงวัยตวาดใส่ในที่ประชุมอย่างสุดกลั้น เล่นเอา สามี ลูกๆ ทั้งสาม และพนักงานคนอื่นหัวหดไปตามๆ กัน เมื่อเจ้าแม่แห่งเรืองพสุธา แปลงร่างเป็นนางยักษ์

แต่ละคนก้มหน้าก้มตา เลี่ยงการประสานกับสายตาดุๆ ของหญิงสูงวัยกันให้วุ่น กลืนน้ำลายกันดังเอื๊อก เสียวสยองว่าใครจะถูกเชือดรายแรก

ว่าไง คุณทวนเทพ อธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ย

ผู้จัดการฝ่ายประสานงานลูกค้าสะดุ้งโหยง ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ เอ่อ คือ ทางบริษัทซันชายน์ สตีล จะ...แจ้งมาว่า วิวรรธน์นคราเสนอส่วนลดค่าขนส่งให้อีก ห้าเปอร์เซ็นต์ ถ้าทำสัญญาระยะยาวเป็นเวลาหนึ่งปีครับ ซึ่งทางเราไม่สามารถลดราคาได้ต่ำไปกว่าราคาที่เรากำหนดปัจจุบันครับ ไม่อย่างนั้นคงต้องขาดทุนป่นปี้ อีกอย่าง วิวรรธน์นคราเพิ่งจะเซ็นสัญญากับบริษัทขนส่งรายใหญ่ในเวียดนาม กัมพูชา ลาว เพื่อความร่วมมือในการขนส่งข้ามแดนครับ ทำให้แก้ปัญหาความล่าช้าให้กับซันชายน์ สตีล ในการขนส่งสินค้าข้ามแดนครับท่าน

มือเหี่ยวๆ ของนางนิภากำแน่น เส้นเลือดปูนโปนชัดเจนขึ้น นางไม่เข้าเลยว่า ทำไมเพลิงพลถึงบริหารงานจนกิจการในเครือประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ภายในเวลาอันรวดเร็ว ขณะที่บริษัทของนางกลับถอยหลังลงคลองเรื่อยๆ ทั้งที่เกลียดเพลิงพลเข้ากระดูกดำ แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการบริหารงานแบบหาตัวจับยาก ภายในระยะเวลาแค่สิบปี เพลิงพลสร้างอาณาจักรวิวรรธน์นคราจนเป็นที่รู้จักกันไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่แผ่ขยายธุรกิจไปทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความสามารถของเขาเป็นที่ประจักษ์ในแวดวงนักธุรกิจระดับสากล

ความโกรธเกรี้ยวเน้นย้ำริ้วรอยบนใบหน้าให้เด่นชัดขึ้น แม้จะตกแต่งอำพรางด้วยเครื่องสำอางราคาแพง แต่ก็คงช่วยไม่ได้มากนัก ด้วยสังขารที่ย่อมร่วงโรยและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี นั่นคือ ความเกลียดชังที่มีต่อไอ้กาฝากนั่น

นางคิดไม่ผิดที่ชิงชังลูกของนังอกตัญญูนั่น นังแม่มัน เป็นเด็กกำพร้าในบ้านที่นางอุตส่าห์เลี้ยงดูอุ้มชู้ เวทนาว่าพ่อก็ไม่มี แม่ก็มาตายก่อนวัยอันควร แต่ที่ไหนได้แทนที่นังนั่นจะสำนึกบุญคุญ ดันริอ่านเนรคุณ เป็นชู้กับสามีนางคาบ้าน

ส่วนลูกมัน ก็อสรพิษพอกัน ปีกกล้าขาแข็ง โบยบินออกไปสู่โลกภายนอก เพื่อกลับมาแก้แค้นครอบครัวของนาง เพลิงพลได้แปรเปลี่ยนจากเด็กหนุ่มที่มักอยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนเก่าๆ หน้าตาไร้รอยยิ้ม เคร่งขรึม เก็บกด หุ่นเก้งก้างตามประสาเด็กวัยรุ่น มาเป็นหนุ่มแน่นเต็มตัว ที่ทรงพลังอำนาจทั้งทางกาย ใจ และสถานะทางสังคม บัดนี้นัยน์ตาที่เคยไร้ชีวิตชีวาของเขาพร้อมจะลุกเป็นเปลวเพลิง เผาผลาญทุกสิ่งอย่างที่อยู่ตรงหน้า โดยเฉพาะครอบครัวของนาง ทำไมจะไม่รู้ว่าเพลิงพลปรารถนาให้เรืองพสุธา ล่มจม และซมซานไปขอความช่วยไอ้กาฝากอย่างเขา

แล้วเพลิงพลก็ทำได้จวนเจียนจะสำเร็จ เมื่อกลุ่มลูกค้าหลักๆ ของเรืองพสุธาในแถบภาคตะวันออก ถูกวิวรรธน์นคราแย่งไปเกือบเรียบวุธ ด้วยการเสนอค่าขนส่งตัดราคากัน และบริษัทนางก็ไม่มีศักยภาพมากพอจะไปสู้เรื่องราคา กับบริษัทใหญ่โตเช่นนั้นได้ นางนิภาปวดหัวจี๊ดขึ้นมา เมื่อความเครียดทะลุเพดาน

นางจ้องมองสามี กับ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทั้งสาม ที่กำลังนั่งหน้าเจื่อน อย่างเจ็บปวดหัวใจ ไม่มีใครสักคนมีความสามารถพอจะไปต่อกรกับเพลิงพลได้สักคน โดยเฉพาะลูกชายทั้งสามที่เป็นความหวังของตระกูล ไม่มีสง่าราศีเทียบสักกระผีกหมอนั่นได้ 

ใครมีความคิดดีๆ ที่จะเสนอบ้าง เราจะต้องช่วยกันฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ นางนิภาเรียกกำลังใจตัวเองกลับมา และถามขึ้นในที่ประชุม

 เอ่อ ผมว่าตอนนี้ อาจพอมีหนทางหนึ่ง ผู้จัดการฝ่ายประสานงานลูกค้าลองเสนอความคิดเห็น

อะไร นางนิภาถามกลับอย่างสนอกสนใจ

ผมว่าทางรอดของเรา คือ การยอมเป็นเอ้าต์ซอสของวิวรรธน์นครา

เสียงทุบโต๊ะดังปัง ทำเอาทุกคนในที่นั้นสะดุ้งโดยพร้อมเพรียงกัน

ไม่มีทาง! ฉันไม่มีทางยอมไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นหรอก ดวงตานางนิภาวาวโรจน์

ใช่ นั่นสิ ถ้าเรายอมอย่างนั้น มันก็ยิ่งได้ใจใหญ่ กวินท์รีบสำทับทันที กำลังแค้นเพลิงพลจัด เพิ่งโดนแย่งผู้หญิงไปหยกๆ ก็เจ็บใจจะแย่อยู่แล้ว นี่ถ้าบริษัทของครอบครัวต้องไปอยู่ใต้อาณัติเพลิงพล เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

หญิงสูงวัยมองลูกชายคนเล็กอย่างถูกใจ เริ่มมีความหวังเรืองรองว่าลูกชายอาจมีความคิดอะไรดีๆ นั่นสิตาเล็ก แม่เห็นด้วย ว่าแต่ลูกมีข้อเสนออะไรดีๆ มั้ย

กวินท์อึ้งไปหลายวินาที ตอบไม่ถูก สิ่งที่มารดาถามนั้นถือว่าเกินความสามารถของเขา ใครจะไปคิดออกล่ะ อีกอย่าง ถึงจะทำงานอยู่ในบริษัทของครอบครัวมาหลายปี แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มักลอยไปลอยมา หาเรื่องโดดงานเสียมากกว่า เอ่อ คือ อืม งั้นเราก็หาลูกค้ารายใหม่สิครับ ไม่เห็นต้องง้อซันชายน์ สตีลเลย มันอยากโง่ไปเชื่อไอ้เพลิงพล ก็ช่างมัน

หลายคนในที่นั้นกลั้นยิ้มแทบไม่ทัน ขำกับคำตอบที่แสดงถึงความไม่ฉลาดนักของกวินท์

นางนิภาพยายามข่มอารมณ์เดือด ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกชายถึงได้โง่ขนาดนี้ อาหารมีประโยชน์ที่เคยสรรหามาปรนเปรอให้ลูกชายตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเดินทางไปพัฒนาสมองบ้างหรืออย่างไร

หญิงสูงวัยค้อนลูกชายคนเล็กตาเขียวปั้ด ก่อนจะหันไปถามความคิดเห็นสามี กับลูกชายอีกสองคน เผื่อจะมีข้อเสนออะไรดีๆ บ้าง แล้วคุณนพ ใหญ่ กลาง มีข้อเสนออะไรบ้างมั้ย

ทั้งสามหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะตอบอะไรเช่นกัน เนื่องจากชินกับการเป็นผู้ตาม และนางนิภาเป็นผู้นำในด้านการบริหารงานมาโดยตลอด

 นางถอนหายใจอย่างระอาและเหนื่อยหน่าย ไม่แน่ใจว่าตัวเองดำเนินชีวิตผิดพลาดหรือไม่ ทั้งสามีและลูกๆ ถึงนั่งเป็นใบ้รับประทานกัน ในห้วงเวลาที่นางกำลังต้องการเสียงจากสวรรค์ เพื่อฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้

เอาเถอะ เลิกประชุม แยกย้ายกันไปทำงาน ฉันพอจะคิดหาทางออกได้แล้ว นางนิภาเอ่ยขึ้นในที่สุด นางคงต้องเอาที่ดินผืนหนึ่งของครอบครัวไปจำนอง เพื่อต่อลมหายใจธุรกิจของครอบครัวกระมัง ให้ตาย ก็จะไม่มีวันยอมแพ้ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั่น นางสืบทอดกิจการของตระกูล คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจนี้มาตั้งแต่เป็นสาวรุ่น เคยปลุกปั้นจนเรืองพสุธา ทรานสปอร์ต รุ่งเรืองอยู่สมัยหนึ่ง เคยฝ่าฟันอุปสรรคมานับครั้งไม่ถ้วน และครั้งนี้นางก็จะผ่านพ้นมันไปได้

********** 

 ขอบคุณที่ติดตามอ่าน พรุ่งนี้มาอัพต่อนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

124 ความคิดเห็น

  1. #8 พินน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 18:41
    รอค่ะไรท์
    #8
    0
  2. #7 ปุกกี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 14:55
    รอเล่นค่ะ^^
    #7
    0