ธารรักสีเพลิง (วางจำหน่ายแล้ว/ รีปริ้นท์กับสนพ.ปองรัก)

ตอนที่ 1 : บทที่ 1/1 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    2 ม.ค. 61

ท่านครับ ทางวิวรรธน์นครา ไมนิ่ง โทร. มาแจ้งว่าเรื่องขอประทานบัตร เหมืองแร่ทองคำในเขตอำเภอ ทับวง มีปัญหาติดขัดครับ หลังจากวางสาย ลูกน้องของเพลิงพล วิวรรธน์นครา ก็รายงานเสียงสุภาพให้เจ้านายทราบทันที

เกี่ยวกับหนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อทำเหมืองภายในเขตที่กำหนดในหนังสือสำคัญนั้น

ปัญหาอะไร เพลิงพลถามเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาคมสันเคร่งขรึม ขณะสาวเท้าตรงไปตามทางเดินโอ่โถง ชั้นสิบสอง ของอาคาร วิวรรธน์นครา

        อบต. ที่นั่น อ้างว่า การทำเหมืองแร่ทองคำในเขตนั้นอาจส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงครับท่าน

         “ทำเป็นลีลา จะขอเพิ่มเงินใต้โต๊ะน่ะสิ ชายหนุ่มส่ายหน้า จ่ายเพิมไปอีกห้าแสน

        ครับท่าน ลูกน้องตอบรับ และหยิบมือถือขึ้นมากดโทร. ออกทันที เพื่อแจ้งคำสั่งให้กับทางปลายสาย

        เมื่อเดินมาถึงสุดทางเดิน เพลิงพล ผลักประตูเข้าไปในห้องเก็บของที่กว้างขวางเอาการ ภายในห้องเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารวางเรียงพรืดบนชั้นที่ตั้งชิดกำแพงด้านหนึ่ง คอมพิวเตอร์เก่าๆ วางเรียงรายอยู่อีกมุมหนึ่ง และโต๊ะเก้าอี้สุมกองรวมกันอยู่ตรงมุมห้อง และข้าวของเครื่องใช้จิปาถะในสำนักงานที่ใช้แล้วถูกจัดเก็บในกล่องขนาดใหญ่หลายใบ

        ตรงกลางห้อง ชายหนุ่มในชุดทำงานยับยู่ยี่ นั่งหมดสภาพอยู่บนพื้นห้อง ตาข้างหนึ่งบวมปูด โหนกแก้มเขียวช้ำ มุมปากมีเลือดไหลย้อย ข้างกายรายล้อมไปด้วยหนุ่มฉกรรจ์ร่างบึกบึน หน้าตาเหี้ยมเกรียม อีกสามนาย ที่ต่างสำรวมท่าที ประสานมือไว้ด้านหน้า ค้อมตัวอย่างรู้หน้าที่ เมื่อประธานบริษัทในเครือวิวรรธน์นคราก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับลูกน้องคนหนึ่ง

        หนุ่มที่โดนซ้อมจนน่วม เงยหน้าแวบหนึ่ง ก็สะดุ้งวาบ เมื่อประสานกับสายตาเหี้ยมเกรียมของเพลิงพล สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต และรู้ด้วยสัญชาตญาณว่า งานนี้ตายแน่

        เมื่อประตูห้องปิดลง เพลิงพลถามขึ้นเสียงเย็นเยียบ มันสารภาพหรือยัง ว่าใครส่งมันมา

        มันยังไม่ยอมเปิดปากเลยครับ ท่าน มันบอกว่าไม่มีใครส่งมันมา หนึ่งในชายฉกรรจ์รายงาน

        เพลิงพลหันจ้องเขม็งไปยังคนที่นั่งอยู่บนพื้น นัยน์ตาคมฉายแสงวาวโรจน์ ส่งผลให้คนถูกจ้องเสียวสันหลังวาบ มือไม้แข้งขาสั่นเทา สยองจับจิต ไม่มีใครไม่รู้ถึงกิตติศัพท์ของผู้ชายคนนี้ นักธุรกิจคนดังแห่งยุค ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างอาณาจักรวิวรรธน์นครา จนเป็นที่กล่าวขาน แทบจะเป็นตำนานในแวดวงนักธุรกิจในเมืองไทย เขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด มีบริษัทในเครือหลายบริษัท ตั้งแต่ เหมืองแร่ทองคำ ธุรกิจลอจิสติกส์ ครบวงจร ธุรกิจหมู่บ้านจัดสรร และรีสอร์ต ด้วยวัยเพียงสามสิบสามปี ที่สำคัญเขาสร้างสิ่งเหล่านี้มาด้วยมือเปล่าๆ เริ่มต้นจากคำว่าศูนย์โดยแท้จริง

แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ กิตติศัพท์ความเหี้ยมโหดก็เลื่องลือระบือไกลเช่นกัน เขาได้ฉายาว่าเป็นนักธุรกิจไร้หัวใจ เขี้ยวลากดิน ถ้าเพื่อผลประโยชน์ในเรื่องงานแล้วละก็ เขาพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อความสำเร็จลุล่วง และคำว่าอ่อนข้อ เสียเปรียบ หรือเพลี่ยงพล้ำ ยากจะย่างกรายเข้ามาในชีวิตเขา

        มะ...ไม่ มีใครส่งผมมาจริงๆ นะครับท่าน วรเดชยกไหว้ปลกๆ รีบแก้ตัวเสียงละล่ำละลัก

        “ไม่มีใครส่งแกมา งั้นไอ้ที่แกเข้ามาลอบวางเพลิงคลังสินค้าของฉัน แกบงการตัวแกเองงั้นสิ เพลิงพลถามเสียงเยียบเย็น รู้ดีว่าไอ้หมอนี่โกหกหน้าด้านๆ ทำไมจะไม่รู้ว่า ใครส่งหมอนี่มาลอบวางเพลิงคลังสินค้า ก็ไอ้บริษัทเรืองพสุธา ทรานสปอร์ต จำกัด กระจอกๆ ที่บริหารงานห่วยแตก ขนาดเจ้าของมีลูกชายตั้งสามคน ยังบริหารจนบริษัทจะเจ๊งมิเจ๊งแหล่ น่าขำเสียไม่มี แล้วยังมีหน้าส่งไอ้ซื่อบื้อนี่มาลอบวางเพลิงคลังสินค้าของเขา ถ้ามีโอกาสเจอประธานบริษัทนั่น จะขอถามกันตรงๆ เลยว่า ถึงเผาคลังสินค้าเขาไปได้สักที่หนึ่ง แล้วพวกนั้นจะทำอะไรได้ สายป่านของนายเพลิงพลยาวไม่รู้กี่แสนกี่ล้านกิโลเมตร

          ปะ...เปล่าครับ ผมไม่ได้คิดวางเพลิงนะครับ เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันครับท่าน รีบแก้ตัวเสียงสั่น ใจเต้นระทึก ภาวนาให้อีกฝ่ายเชื่อคำพูดและหน้าตาใสซื่อแกมบื้อของเขาเถิด แต่หารู้ไม่ว่า นั่นเป็นการหาเรื่องใส่ตัว เมื่อนัยน์ตาคมลุกวาวราวกับกองเพลิงลูกโต

        เขาเกลียดที่สุดก็คือ พวกโกหกต่อหน้าเขา และยิ่งเกลียดสุดๆ เมื่อพวกนี้ช่างโกหกได้ไม่แนบเนียนเอาเลย นั่นสินะ เรื่องเข้าใจผิด เพลิงพลทำเป็นเออออให้อีกฝ่ายหลงดีใจ ย่อตัวนั่งลง ตบบ่าหนุ่มหน้าตายับเยินเบาๆ สองสามที ถ้าอย่างนั้น แกก็โดนซ้อมฟรีเลยสิ

        วรเดชฉีกยิ้ม ทั้งที่ปากบวมเจ่อ หลงดีใจสุดขีด ที่เพลิงพลเชื่อกันง่ายๆ มะ...ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือสา เอาเรื่องเอาราวอะไรครับท่าน

        อ๋อ แกไม่ถือสา อืม งั้นก็ดี พูดไม่ทันขาดคำ หนุ่มหล่อร่างสูงใหญ่ ก็กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเต็มแรง ตามด้วยเหวี่ยงหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายจนกระเด็นไปกระแทกโครมกับกองโต๊ะเก้าอี้ด้วยมือข้างเดียว

        เลือดไหลเป็นทางจากหน้าผากทันที เมื่อกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะ ยังไม่รวมอาการจุกอก และชอกช้ำไปทั้งตัวที่กระแทกกับกองโต๊ะเก้าอี้ ใบหน้าวรเดชเหยเก และพยุงตัวขึ้นมาได้ไม่เท่าไร ก็โดนกระชากคอเสื้อด้านหลัง ตามด้วยโดนเหวี่ยงตัวปลิวจนหน้าไปกระแทกกับผนังอย่างหนักหน่วง ก่อนจะกระเด้งหงายนอนแอ้งแม้งบนพื้น หมดสภาพและหมดแรงจะหยัดตัว ได้แต่นอนตัวหงอ หน้าตาบิดเบ้ เพราะความเจ็บปวดรวดร้าว ราวกระดูกแตกหักไปทั้งตัว

        โอยยย! ” วรเดชร้องโอดครวญโหยหวน

        มันบอกว่าไม่ถือสา พวกนายซ้อมมันอีกหน่อยสิ เผื่อมันจะยอมคายความจริงออกมา เพลิงพลสั่งเสียงกร้าว หลังจากเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ลูกน้อง กุลีกุจอยกมาบริการ และเฝ้ามอง ลูกน้องทั้งสามตั้งท่าจะประเคนบาทา

        จ๊าก!” วรเดชร้องเสียงหลงทันทีที่บาทาแรกประทับกับหน้าอก รีบยกมือประนม อ้อนวอนเสียงลนลาน ท่านครับ อย่าทำอะไรผมเลย ผมยอมพูดความจริงแล้วคร้าบ

ต่อตรงนี้นะคะ/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

หยุด! ให้โอกาสมันคายความจริงหน่อย เพลิงพลสั่งการกับลูกน้องทั้งสามที่ต่างยกเท้าค้างกลางอากาศโดยพร้อมเพรียงกัน จากนั้นก็หันไปทางวรเดช ไหนลองพูดมาสิ ถ้าฉันพอใจ ก็จะปล่อยแกไป แต่ถ้าไม่ รับรองแกโดนซ้อมจนทำพันธุ์ไม่ได้แน่ ประโยคท้ายขู่เสียงเหี้ยม

        วรเดชเสียวสันหลังวาบ หยัดตัวขึ้นนั่งพับเพียบอย่างทุลักทุเล เครื่องในบอบช้ำไปหมด ส่วนมือก็ยังไหว้ปลกๆ ไม่เลิก คะ...คือ คุณ...ประ...ประสิทธิ์ ผู้ช่วยคุณนิภา จ้างผมมาครับยอมสารภาพเสียงแผ่ว

        อย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด สุดท้ายนังแม่มดตัวแสบ ประธานบริษัทเรืองพสุธา ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆ แต่ขอโทษที วันนี้เขาไม่ใช่เด็กชายตัวน้อยเหมือนในวันวานอีกต่อไป หากเขาคือ ซีอีโอ แห่ง อาณาจักรวิวรรธน์นครา นักธุรกิจที่มีอำนาจในการต่อรองมากมายมหาศาล มีความเป็นเลิศในด้านการบริหารงาน โปรดปรานการกว้านซื้อบริษัทเล็กๆ ที่กำลังร่อแร่ หิวกระหายความสำเร็จในทุกวินาที และในอีกไม่ช้า ก็จะทำการ ต้อนให้บริษัทห่วยๆ นั่น ให้จนมุมจนเจ๊ง พังพาบไม่เป็นท่า ทั้งนี้ก็เพื่อความสะใจล้วนๆ อยากเห็นใครบางคน ต้องกระอักเลือดด้วยความแค้นใจ

        พูดจาแบบนี้ค่อยรื่นหูหน่อย เพลิงพลมองอีกฝ่ายด้วยความสมเพช ว่าแต่เจ้านายของแก เลือกแกมาลอบวางเพลิงคลังสินค้าฉันได้ยังไงวะ จะเลือกคนที่มันมีไหวพริบกว่านี้ไม่ได้หรือไง

         คะ...คุณประสิทธิ์ บอกว่าหน้าตาผมซื่อบื้อดีครับ ไม่น่าจะมีคนสงสัย วรเดชสารภาพตามตรง

        เพลิงพลหลุดขำ ลูกน้องคนอื่นๆ ก็ขำตาม เอ่อ เหตุผลเข้าท่านี่

        วรเดชยิ้มแหยๆ ผมสารภาพแล้ว ท่านอย่าทำอะไรผมเลยนะครับ ผมยังมีลูกอีกห้ากับเมียอีกสอง เอ๊ย เมียอีกหนึ่ง แม่ยาย ไหนจะน้องเมียวัยกระเตาะที่ต้องดูแล รวมแล้วตั้งหลายชีวิต เรียกร้องความน่าเห็นใจเสียงละห้อย

        นั่นสิ ฟังแล้วชีวิตแกมันน่าสงสารจริงๆ เฮ้อ ฉันไม่ทำอะไรแกหรอก แต่...ฉันจะให้ตำรวจจัดการ ส่งตัวมันให้ตำรวจด้วย ประโยคท้ายหันไปสั่งกับลูกน้องมือขวา ก่อนจะก้าวอาดๆ ออกไปจากห้อง ไม่ยี่หระต่อเสียงร้องคร่ำครวญโหยหวนของคนหน้าตายับเยิน

        โถ ท่านครับ! นึกว่าสงสารคนหลงผิดอย่างผมเถอะครับ ฮือๆๆ ซวยจริงๆ เลยตู ต้องไปนอนตะรางแน่ๆ งานนี้ ฮือๆๆ เมียก็คงไม่ไยดี ลูกก็คงไม่สนใจ แม่ยายก็คงซ้ำเติม ฮือๆๆ แถมน้องเมียก็ยังไม่ได้เคลม นี่มันชีวิตบัดซบชัดๆ ฮือๆๆ

 

เสียงร้องครวญครางด้วยความสุขสมของหญิงสาว ดังมาจากหลังฉากกั้นสีขาว หากธัญยังจดสายตาอยู่ที่จอสมาร์ทโฟนตรงหน้า เพื่ออ่านข่าวออนไลน์ ขณะนั่งรออยู่ตรงโซฟารับแขกสุดหรูที่อยู่ห่างจากฉากกั้นนั่นพอสมควร ห้องนอนนี้ใหญ่โตอลังการไม่ต่างจากห้องชุดสุดหรูของโรงแรมดังๆ และเขาก็ได้ยินเสียงกระเส่ารัญจวนใจดังชัดเจน แต่ไม่ได้ใส่กับเสียงดังกล่าว อาจจะเรียกคุ้นเคยก็ว่าได้ เพื่อนเขาคนนี้ใช้ผู้หญิงเปลืองสิ้นดี แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็เต็มใจวิ่งเข้ามาให้เพลิงพลเชยชมเป็นว่าเล่น ก็นักธุรกิจหนุ่มหล่อคนดัง ร่ำรวยระดับอัครมหาเศรษฐี จับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง ปลุกปั้นธุรกิจตัวไหน ก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

        เพลิงพลมีพรสวรรค์ เป็นอัจฉริยะทางการเงิน การลงทุน และการบริหาร มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และที่สำคัญ เป็นนักธุรกิจที่โหดและใจหิน เขายึดคติในการทำงานที่ว่า ในวงการธุรกิจ ปลาเล็กย่อมเป็นเหยื่อของปลาใหญ่ และเขาต้องเป็นปลาใหญ่อยู่เสมอ

        ธัญกับเพลิงพล รู้จักกันตั้งแต่สมัยอยู่ออสเตรเลีย เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีสองคนที่บังเอิญรู้จักกันขณะไปใช้ชีวิตลุยๆ แบบลูกผู้ชายที่นั่นด้วยกัน โดยต่างมีเงินติดตัวกันคนละหยิบมือ ไม่มีครอบครัวคอยส่งเสียเงินทองให้ ต่างต้องทำงานทุกหนักรูปแบบ เพื่อหาเงินมาเป็นค่าครองชีพและค่าเล่าเรียน จนต่างเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย นิว เซาท์ เวลส์ ที่ ซิดนีย์ ออสเตรเลีย

        เขายอมรับในความสามารถ พรสวรรค์ ความอดทน และความเพียร ของเพลิงพลมาตั้งแต่อยู่ที่ออสเตรเลียแล้ว เพลิงพลทำงานทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่เกี่ยงงานว่าจะหนักสักแค่ไหน มุ่งมั่นว่าจะต้องเรียนจบปริญญาตรีอย่างที่ตั้งปณิธานไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด ก็ไม่เคยท้อแท้ เคยแม้กระทั่งไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว ต้องดื่มน้ำลูบท้องประทังความหิวเป็นวันๆ และเพลิงพลก็ผ่านพ้นความยากลำบากมาได้ในที่สุด ซ้ำยังเรียนจบมาได้ด้วยคะแนนที่ไม่น้อยหน้าใครๆ ตัวเขาเองเสียอีก ที่พานจะล้มเลิกกลางคันหลายครา เกือบจะเรียนไม่จบเอาก็หลายครั้ง สุดท้ายก็เรียนจบมาได้ด้วยคะแนนร่อแร่ ซึ่งทั้งหมดนั่นก็เพราะได้เพื่อนแท้อย่างเพลิงพลคอยช่วยเหลือและผลักดัน

หลังจากกลับมาเมืองไทย เพลิงพลตั้งนามสกุลใหม่ให้ตัวเองเป็นวิวรรธน์นครา และใช้เวลาเพียงสิบปี ในการสร้างอาณาจักรวิวรรธน์นคราให้ยิ่งใหญ่ได้เฉกเช่นทุกวันนี้ สร้างปรากฏการณ์ในแวดวงธุรกิจของเมืองไทย จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังเป็นที่กล่าวขานโจษจัน

        ธัญเป็นหนี้บุญคุณเพื่อนคนนี้ จนคิดว่าชาตินี้ไม่มีทางใช้หนี้เพลิงพลได้หมด เขามาจากครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างย่ำแย่ ตอนอยู่ออสเตรเลีย ถ้าไม่มีเพลิงพลคอยช่วยเหลือ ก็คงไม่มีทางเรียนจบ และทุกวันนี้ เพลิงพลยังให้เขามาช่วยงานเป็นมือขวาคนสำคัญ ทุกวันนี้ ภรรยาและลูกๆ ของเขา มีชีวิตที่สุขสบาย ก็เพราะเงินเดือนก้อนโตแต่ละเดือนที่มาจากความใจกว้างของเพลิงพล

        เสียงร้องครวญครางเงียบลงไปได้ครู่ใหญ่ๆ ธัญยังคงอ่านข่าวออนไลน์เรื่อยๆ ระหว่างรอเพื่อน ส่วนด้านหลังฉากกั้น หญิงสาวร่างกายเปลือยเปล่าบนเตียงกว้างหยัดตัว และโผเข้ากอดกระหวัดแขนแกร่งกำยำไว้แน่น เบียดซุกอกอิ่มกับต้นแขนเพลิงพล เมื่อเขาตั้งท่าจะลุกออกจากเตียงทันที เมื่อเสร็จกิจ

        จะรีบไปไหนคะ พีม รัญชนาเอ่ยเสียงออดอ้อนแกมตัดพ้อ น้อยใจที่อีกฝ่าย ผละออกห่างทันที อย่างน้อยก็น่าจะนอนกอดกันสักครู่ก็ยังดี แต่นี่แหละผู้ชายที่ชื่อเพลิงพล ยามอยู่ในห้วงอารมณ์พิศวาส เขาอ่อนหวาน เร่าร้อน และปรนเปรอความสุขสมให้เธอจนล้นปรี่ทุกครั้ง แต่หลังจากนั้น ก็จะกลายร่างเป็นผู้ชายเย็นชา ไร้หัวใจ และดุเสียจนเธอไม่เคยกล้าคิดหือ

        เพลิงพลสะบัดแขนเบาๆ แต่ก็แรงพอจะสะบัดมือไม้น่าเกะกะของเจ้าหล่อนไปได้ ธัญมาหาผม คงมีธุระสำคัญ

        ไว้คุยกันพรุ่งนี้ก็ได้นี่คะ เอ่ยเสียงกระเง้ากระงอด กุมมือเขาไว้ ไม่ยอมให้เขาผละไปง่ายๆ

        ชักจะเริ่มรำคาญความเซ้าซี้ของสาวสวย ธัญรออยู่ คุณก็รู้นี่ แต่งตัวซะ แล้วกลับไปได้แล้ว ตอบเสียงกึ่งเย็นชา และไม่คิดซ่อนเร้นความรำคาญบนใบหน้า

        หญิงสาวน้อยใจจนอยากจะต่อว่าให้เจ็บๆ แต่ใครจะกล้าทำล่ะ ขืนทำอย่างนั้น มีหวัง ได้โดนเขาสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี และคงไม่มีสิทธิ์ได้เหยียบย่างเข้ามาในคฤหาสน์หรูหลังนี้เป็นแน่ รัญชนาไม่อยากถูกเขาตัดสัมพันธ์ นอกจากเขาจะทั้งหล่อ มีเสน่ห์ เร้าใจ ยังใจกว้างเป็นแม่น้ำ กล้าจ่าย กล้าทุ่ม

        แหม รัญจะน้อยใจแล้วนะ พีมพูดยังกับไม่มีเยื่อใยกันเลย รัญชนาแสร้งตัดพ้อ และจำใจต้องปล่อยให้เขาลุกจากเตียง ทว่าสายตาจับจ้องร่างเปลือยเปล่ากำยำสมส่วนไม่วางตา กวาดไล่มองกายแกร่ง ก่อนจะไปจบที่รอยสักรูปเทวดาหรือซาตานก็ไม่ทราบได้ที่ประดับบนต้นแขนซ้ายเต็มไปด้วยมัดกล้าม ช่างเน้นย้ำภาพลักษณ์ความเป็นขบถได้อย่างดี เขาเป็นผู้ชายเซ็กซี่ที่สุดเท่าที่เธอเคยพบมา อยู่ใกล้เขาคราใด ก็พร้อมจะเปลื้องผ้าได้ทุกวินาที

        เพลิงพลเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาสวม และพูดเสียงกระด้าง ผมขี้รำคาญคุณก็รู้ แล้วเราก็ทำข้อตกลงกันแล้ว  อย่าลืมนี่เป็นความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย ไม่มีการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมจะจบสิ้นได้ทุกเมื่อ ไม่มีการหึงหวง ตัดพ้อ โวยวาย

         รัญชนาจำต้องปิดปากเงียบ ไม่กล้าโต้แย้งอย่างใจคิด ความรำคาญในน้ำเสียงสื่อว่าไม่ควรไปเซ้าซี้เขา ได้แต่แอบทำปากยื่นไม่ให้เขาเห็น

        แต่งตัวซะ ผมมีธุระเรื่องงานกับธัญ เพลิงพลสั่งเสียงเคร่งขรึม เมื่อเห็นรัญชนายังนั่งปักหลักตัวเปลือยอยู่บนเตียงของเขา

*********** 

พระเอกเรื่องนี้ทั้งแสบ แซ่บ และเอาแต่ใจมากๆ ค่ะ แต่นางเอกก็แอบแซ่บเหมือนกัน ขอบคุณที่ติดตามอ่าน พรุ่งนี้มาต่อค่า ย้ำอีกรอบ เรื่องนี้เป็นแนวโรมานซ์นะคะ หลังๆ เชอริณไม่ค่อยได้เขียนโรมานซ์ คนอ่านอาจไม่ชินค่ะ ธารรักสีเพลิงเป็นงานเก่าเขียนไว้หลายปีแล้ว ^^
สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีความให้มีความสุขสมหวัง สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยนะค้า
^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

124 ความคิดเห็น

  1. #3 ปุ๊กกี้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 01:19
    แนวไหนก็รักพี่เชอรินค่ะ #มีทุกเล่มเลยนะค่ะ เป็นกำลังใจอิอิๆๆๆๆ
    #3
    1