สัญญาร้าย...กลายรัก (Yaoi)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 (แอบมาเติมส่วนท้ายนิดหน่อยเจ้าค่ะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,527
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 ก.ย. 51








สายตากรุ้มกริ่มของเอกวุฒิที่จับจ้องอย่างไม่วางตาทำเอาธีรพงษ์ขยับกายไปมาด้วยความอึดอัดจนไม่เป็นอันทำอะไร ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอกที่ถูกมองแบบนั้น มันรู้สึกเขินอายจนทำตัวไม่ถูกมากกว่า เพราะโดยปกติแล้วคนที่เอาแต่มองหน้านิ่งๆ จะมีอาการแบบนี้เฉพาะตอนที่อยู่บนเตียงเท่านั้น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่คนตัวโตกว่าจึงมีอาการแปลกไป นับตั้งแต่ตอนหัวค่ำแล้วที่เอกวุฒิทำตัวน่ารักขึ้นเสียจนดูเหมือนว่าทั่วทั้งห้องอบอวนไปด้วยความสุข

แต่ใครกันนะที่เป็นคนคิดค้นคติพจน์ที่ว่า “ความสุขมักอยู่กับคนเราเพียงไม่นาน” ตอนนี้... ธีรพงษ์ชักเห็นด้วยซะแล้วสิ เพราะทันทีที่เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นและรู้ว่าคนที่โทรมาหาในยามเย็นเช่นนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากวชิระ เอกวุฒิที่อารมณ์ดีมาตลอดก็เริ่มมีอาการฮึดฮัด หัวคิ้วขมวดมุ่น ดวงตาคมแปรเปลี่ยนเป็นวาววับอย่างน่ากลัวไปทันที

“เอ่อ... ขอตัวซักครู่นะ”

ธีรพงษ์ว่าเสียงอ่อย เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ว่าอะไรจึงค่อยๆ ลุกออกจากเก้าอี้ ปลายทางที่ต้องการคือระเบียงด้านนอกซึ่งเป็นทิศทางเดียวกันกับคนตัวโตนั่งหน้าบึ้งอยู่ จึงจำเป็นที่จะต้องเดินผ่านอีกฝ่ายออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ยังไม่ทันพ้นจากโต๊ะอาหาร อุ้งมือแกร่งก็ถูกยกขึ้นขวางทาง แล้วกวาดเอาร่างเล็กบางเข้ามานั่งอยู่บนตักด้วยความเร็วชนิดที่คนถูกคว้าตั้งตัวไม่ติด

“อ๊ะ...” ธีรพงษ์ร้องอุทานอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกว่าร่างกายปลิววูบ ก่อนจะมาตกอยู่ภายในวงแขนกระชับแน่น กำลังจะหันไปต่อว่าอีกฝ่ายเสียหน่อยแต่พอเจอใบหน้าคมเข้มตีหน้าเคร่งขรึมเข้าความกล้าที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็แตกกระเจิงไปหมด

“ไม่รับหรือไง” เสียงห้วนสั้นดังข้างหูทำให้ธีรพงษ์รู้สึกตัวว่าโทรศัพท์ในเมือที่เงียบเสียงไปเมื่อครู่ดังขึ้นอีกครั้ง วงหน้าเรียวเหลือบมองคนพูดด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายเมื่อเห็นสีหน้ารำคาญของคนที่ซ้อนอยู่เบื้องหลัง

“ทำไมรับสายช้าจังธี”

วชิระถามขึ้นทันทีที่ได้ยินสัญญาณรับสาย ใบหน้าคมเข้มตามเชื้อสายคลายความกังวลลงเมื่อรับรู้ว่าธีรพงษ์ไม่ได้เป็นอะไร ตอนแรกที่มาถึงห้องพักต้องตกใจแทบแย่ที่ไม่เห็นวี่แววของเจ้าของห้องทั้งๆ ที่ปกติหากเขาบอกว่าจะมารับ ร่างเล็กบางจะต้องกลับมาแต่งกายรออยู่ก่อนแล้วเพราะไม่อยากให้คนอื่นต้องมานั่งเสียเวลาคอย หากแต่วันนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา แถมโทรหาครั้งแรกก็ยังไม่ติด นี่ถ้าหากว่าครั้งนี้ธีรพงษ์ยังไม่ยอมรับสายอีกล่ะก็เขาคงต้องโทรไปบอกเรื่องนี้ให้ทุกคนในบ้านทราบแล้วแน่ๆ

“แล้วนี่ธีอยู่ที่ไหนน่ะ ทำไมยังไม่กลับห้อง”

“เอ่อ... พอดีธีมาเล่นที่ห้องเพื่อน แล้ว... เอ่อ... เผลอหลับไปน่ะ” ธีรพงษ์แก้ตัวตะกุกตะกัก พยายามบังคับให้เสียงเป็นปกติเพื่อไม่ให้วชิระไม่สบายใจ แต่ใครอีกคนที่ได้ยินบทสนทนากลับทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ และทำการลงโทษร่างในอ้อมแขนด้วยจุมพิตหนักๆ ที่ข้างแก้มเนียนอย่างหมั่นเขี้ยว

ทำไมจะต้องไปพูดคุยเสียงอ่อนเสียงหวานกับคนอื่นด้วยล่ะ ทีกับเขาไม่เห็นเคยทำท่าอ้อนๆ แบบนั้นด้วยเลยสักครั้ง

“เพื่อน... คนไหนเหรอ?” วชิระถามอย่างแปลกใจ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นธีรพงษ์จะไปเที่ยวเล่นที่ไหน แล้ววันนี้นึกยังไงถึงได้ไปค้างห้องเพื่อนได้

“เอ่อ... เพื่อนใหม่น่ะ วัชไม่รู้จักหรอก”

คำตอบที่ได้ยินทำเอาคนฟังยิ่งรู้สึกแปลกใจยิ่งขึ้น ในเมื่อธีรพงษ์เป็นคนมีเพื่อนน้อยชนิดยกมือขึ้นนับได้ แถมส่วนใหญ่เขาก็รู้จักดีเสียด้วย ถ้าบอกว่าเป็นเพื่อนใหม่ก็ไม่น่าจะสนิทสนมกันถึงขนาดชวนกันไปเล่นถึงห้องพักได้ แบบนี้มันชักยังไงๆ เสียแล้วสิ

ยังไม่ทันจะขยับปากซักไซ้ไล่เลียง เสียงทุ้มเข้มคุ้นหูก็ดังเล็ดลอดมาให้เขาได้ยินเสียก่อน

“โกหกแบบนั้นไม่ดีเลยนะรู้ไหม”

ชัด แน่นอน แม้จะได้ยินแค่เบาๆ และยังผ่านทางโทรศัพท์ แต่เสียงนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าเพื่อนที่ไปหัวหกก้นขวิดกันบ่อยๆ ระหว่างที่เขาไม่อยู่เมืองไทยเพียงแค่ไม่กี่วัน มันเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั้นกันแน่

“เมื่อกี้เสียงใครน่ะธี”

วชิระแกล้งถามราวกับไม่รู้เรื่อง เก็บความสงสัยทั้งหมดเอาไว้ภายในใจ ยังก่อน ถามออกไปตอนนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่ เอาไว้ถึงเวลาเมื่อไรจะซักให้เกลี้ยงกันทั้งคู่เลยคอยดู

“อะ... เอ่อ... เสียงเพื่อนธีไง” ธีรพงษ์ตอบอย่างไม่มั่นใจนัก ก็รู้จักกันมาหลายปีทำไมจะไม่รู้ล่ะว่าเวลาที่วชิระทำเป็นไม่รู้เรื่องนี่แหละที่แปลว่ากำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่วชิระคิดอยู่นั้นคืออะไร

“งั้นเหรอ? แต่ทำไมวัชรู้สึกคุ้นๆ กับเสียงเพื่อนธีจัง” วชิระลองปล่อยหมัดแย็บเบาๆ ลองดูว่าปฏิกิริยาของอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรต่อ

ธีรพงษ์อ้ำอึ้งเมื่อนึกคำแก้ตัวไม่ออก อาการหันรีหันขวางราวกับจะหาทางออกนั้นทำเอาเอกวุฒิทั้งขำทั้งฉิว ยิ่งเห็นอาการลนของคนตัวเล็กวงแขนแกร่งก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้นราวกับจะแกล้ง จนอีกฝ่ายต้องขยับกายประท้วงนั่นแหละจึงคลายอ้อมกอดให้หลวมลงแต่ก็ยังคงกักร่างบางเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน

“อะ... อาจจะเสียงคล้ายกันก็ได้” ธีรพงษ์แก้ตัว ก่อนจะรีบเปลี่ยนหัวข้อใหม่เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ถามมากไปกว่านี้ ก็ลองซักเข้ามาอีกสิ คงได้เผลอพูดอะไรแปลกๆ ออกไป

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวธีไปหาที่บ้านก็แล้วกันนะ”

วชิระหัวเราะออกมาเบาๆ กับเสียงออดอ้อนในตอนท้ายที่ได้ยิน ถ้ามาแบบนี้แสดงว่าใกล้จนมุมแล้วแน่ๆ ใจจริงก็อยากจะแกล้งต่ออีกสักหน่อยเพราะธีรพงษ์เป็นเพียงไม่กี่คนที่เขารู้สึกว่าแกล้งแล้วสนุกที่สุด แต่ก็อดใจอ่อนกับเสียงอ้อนหน่อยๆ ที่ได้ยินไม่ได้

อ้อ... ไม่รวมรุ่งอรุณนะเพราะฝ่ายนั้นนอกจากสนุกแล้วยังทำให้เขาหัวใจพองฟูแบบแปลกๆ ได้อีกด้วย

“เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ธีต้องมาจริงๆ นะเพราะมัมกับแด๊ดอยากเจอธีมาก”

“คุณมัมกับคุณแด๊ดกลับมาแล้วเหรอ?” ธีรพงษ์ถามเสียงสูงด้วยความตกใจ ในหัวประมวลผลคำพูดของวชิระเมื่อครู่ แสดงว่าที่เพื่อนของเขาคะยั้นคะยอให้กลับไปให้ได้ก็เพราะเหตุนี้นี่เอง

ร่างบางนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับเสียงแผ่ว “บอกคุณมัมกับคุณแด๊ดด้วยนะว่าไม่เกินชั่วโมงธีจะไปถึงแน่ๆ ”

เอกวุฒิเห็นธีรพงษ์คุยอะไรกับปลายสายอีกชั่วครู่ก่อนวางสาย จากนั้นก็เอาแต่นิ่งเหม่อทั้งๆ ที่ยังคงนั่งอยู่บนตักเขา ซึ่งอาการเหล่านี้ก็ทำเอาคนที่ไม่เคยสนใจใครถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับบรรยากาศนิ่งเงียบชวนอึดอัดนี้ดี

ธีรพงษ์สะดุ้งโหยงจนเกือบลงไปกองกับพื้นเมื่ออยู่ๆ เอกวุฒิก็ผุดลุกขึ้นโดยไม่บอกไม่กล่าว ดีที่อีกฝ่ายยังคงกระชับวงแขนเอาไว้ไม่อย่างนั้นคงได้มีการจูบพื้นให้ได้อายกัน

ยังไม่ทันหายมึนร่างสูงแกร่งก็จูงกึ่งลากธีรพงษ์ไปด้วยจนในที่สุดทั้งสองก็นั่งอยู่บนรถสปอร์ตสีเพลิงของเอกวุฒิเสียแล้ว

“เอ่อ... ริวจะพาผมไปไหนเหรอ” ธีรพงษ์ถามด้วยความสงสัย ยังคงเบลอกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย

“อ้าว ไหนว่ารีบไง ก็จะพาไปส่งอยู่เนี่ย” ใบหน้าคมหันมาตอบหน้าตาเฉยก่อนกลับไปตั้งหน้าตั้งตาสตาร์ทรถคู่ใจ

“อ้อ เหรอครับ” ธีรพงษ์รับคำ แต่พอประมวลคำพูดของอีกฝ่ายจบดวงตาสีน้ำทะเลก็เบิกกว้างขึ้นทันที “เฮ้ย!! ไม่ได้”

“ทำไมอีกล่ะ” เอกวุฒิถามอย่างหัวเสีย ก็ในเมื่อเขาอุตส่าห์ใจดีไปส่งให้ถึงที่ขนาดนี้ ยังจะติดขัดอะไรอีก

“ก็... เอ่อ...” คนตัวเล็กกว่าอ้ำอึ้ง พยายามหาเหตุผลที่จะไม่ทำให้คนขี้โมโหหงุดหงิดมากไปกว่านี้ “ก็... มันไม่เหมาะ”

“อะไรที่นายบอกว่าไม่เหมาะ” เอกวุฒิรุกไล่ ใบหน้าคร้ามเรียบเฉยทั้งๆ ที่ในใจอยากจะหัวเราะออกมา ก็ใบหน้าของธีรพงษ์เวลาทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้น่ะน่ารักน้อยซะที่ไหน

“ไม่เหมาะก็คือไม่เหมาะไง” ธีรพงษ์เถียงข้างๆ คูๆ เมื่อนึกอะไรไม่ออก อย่านึกนะว่าเขาจะไม่เห็นสายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมา มันดูแวววับเสียจนอยากหาอะไรมาทิ่มดวงตาคู่สวยให้สาแก่ใจ แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ร่างเล็กบางจึงกระแทกตัวลงบนเก้าอี้อย่างหัวเสียเท่านั้น

“แต่ถ้าคุณอยากไปส่งผมนักก็ตามใจ”

เอกวุฒิยิ้มขำกับอาการกระฟัดกระเฟียดแบบเด็กๆ ของคนข้างกายก่อนจะแล่นรถออกสู่ถนนใหญ่ ดวงตาคมจับจ้องร่างบางเป็นระยะๆ ด้วยความรู้สึกสุขใจ หากเป็นคนอื่นถ้ามาแสดงกิริยาแบบนี้กับเขาคงได้เชิญลงจากรถไปตั้งแต่อยู่หน้าคอนโดแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมกับธีรพงษ์เขาถึงได้ยอมได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้

นั่นสิ... ทำไมกัน...?

...............

เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารของแต่ละสายการบินและเสียงพูดคุยจอแจกันด้วยภาษาที่ตนไม่รู้จักทำเอาชายหนุ่มเจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่ในชุดสูทขนาดพอดีตัวที่เพิ่งลงมาจากเครื่องใหม่ๆ มึนไปชั่วครู่ ใบหน้าคมเข้มตามเชื้อสายตะวันตกแท้เหลือบซ้ายแลขวามองหาว่าทางต้นสังกัดได้ส่งคนมารับตามหมายกำหนดการหรือไม่ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเมื่อไม่เห็นป้ายชื่อหรืออะไรสักอย่างที่มีชื่อหรือสัญลักษณ์ที่พอจะเป็นชื่อของเขาเลย ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายกับเจ้าเพื่อนควบตำแหน่งหุ้นส่วนตัวดีที่คงลืมไปแล้วว่าเขาเดินทางมาถึงวันนี้ พลางหยิบโทรศัพท์รุ่นล่าสุดที่ตนเปิดใช้บริการมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนขึ้นมากดหาเลขหมายปลายทางชั่วครู่ ก่อนยกขึ้นมาแนบหู

“ไอมาถึงแล้ว” เสียงทุ้มนุ่มติดเข้มนิดๆ ตามอารมณ์อันไม่ค่อยปกติเท่าใดนัก ก่อนจะเหยียดริมฝีปากออกอย่างยินดีเมื่อได้ยินคำตอบที่ค่อนข้างพอใจ “ได้... แล้วไอจะรอ”

ดวงตาคมสีน้ำทะเลทอประกายแห่งความมุ่งมั่น เมื่อสิ่งที่หวังเริ่มเห็นเค้าโครงขึ้นมาบ้าง แม้จะแค่เล็กน้อยก็ตาม พ่อครับ ผมจะทำความฝันของพ่อให้เป็นจริงเอง

...............

 

Edit: พอดีเห็นว่าตอนนี้มันจบแบบสั้นๆ ไป ไม่มีอะไรชวนติดตาม เลยเข้ามาเพิ่มส่วนท้ายให้น่าลุ้นซักหน่อย ชอบไม่ชอบยังไงก็ติชมกันเข้ามาได้เรื่อยๆ นะเจ้าคะ

ปลาน้อย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

218 ความคิดเห็น

  1. #176 SasSy~GirL (@paragraph) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 / 13:56

    อ่ะ!!!

    ใครอ่า

    #176
    0
  2. #175 เลิฟโรมานซ์ (@ounnajak) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2551 / 04:04
    ต่อ ต่อ อัพเร็วๆ นะค่ะ
    #175
    0
  3. วันที่ 10 กันยายน 2551 / 01:31

    ต่อด่วนครับ ค้างอย่างแรง สนุกดี ^^

    #174
    0
  4. #173 Care ** (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2551 / 18:00
    ฮือๆ



    กำลังสนุกเรยเคอะ



    อัพเร็วๆน้า
    #173
    0