สัญญาร้าย...กลายรัก (Yaoi)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 (มาอัพแค่นิดๆ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,001
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 มิ.ย. 51







“อะแฮ่ม!!

เสียงกระแอมที่ดังมาจากด้านหลังของเพื่อนทำให้ธีรพงษ์ต้องละจากอ้อมแขนแกร่งด้วยความสงสัย และต้องขนลุกซู่เมื่อเห็นดวงตาคมเข้มจับจ้องมายังตนด้วยสายตาวาววับอย่างไม่พอใจ ร่างโปร่งบางตัวแข็งทื่อจนคนที่โอบกอดรับรู้ได้ ยืนยันถึงสิ่งที่วชิระคิดเอาไว้ก่อนหน้านั้นได้เป็นอย่างดี

ท่าทางสองคนนี้คงเป็นมากกว่าคนรู้จักกันแน่ๆ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะอยู่ขั้นไหนนั้นคงต้องรอดูกันต่อไป

“จะยืนกอดกันอีกนานไหม” เอกวุฒิกัดฟันพูด พยายามควบคุมอารมณ์ที่พร้อมจะปะทุออกมาทุกเมื่อเอาไว้ น้ำเสียงที่เข้มที่เปล่งออกมานั้นทำเอาร่างโปร่งบางสะดุ้ง ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวเพราะรับรู้ได้จากแรงอารมณ์ของอีกฝ่ายว่าหากหลุดจากนี้ไปคงได้ โดน แน่

วชิระกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยกับอาการของเพื่อนทั้งสองก่อนจะเปลี่ยนเป็นปกติ และทำท่าเหมือนแสนเสียดายที่ต้องปล่อยร่างของคนในอ้อมกอดทั้งๆ ที่ดวงตาคมนั้นยังคงพราวระยับด้วยความรู้สึกสนุก

“อ้าว... โทษที ไม่นึกว่านายจะตามมาด้วย” ชายหนุ่มทำเสียงแปลกใจได้แนบเนียนจนคนที่เหมือนจะกลายเป็นส่วนเกินเกือบเชื่อ ถ้าหากดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มจะไม่จับจ้องคนตรงหน้าตั้งแต่เดินเข้ามาโอบกอดเพื่อนของตนด้วยความสนิทสนมอยู่ก่อน

“ธี นี่เอกวุฒิหรือเอกเพื่อนเรา เรียนบริหารธุรกิจเหมือนกัน” วชิระพยักหน้าไปยังร่างสูงแกร่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเอกวุฒิที่ยังคงทำหน้าบึ้งอยู่ “เอก นี่ธีรพงษ์ คนพิเศษของฉัน”

คำพูดแนะนำของวชิระทำเอาทั้งสองคนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง ธีรพงษ์ทำหน้าสงสัยเพราะคืนแรกที่เขาถูกร่างแกร่งกอดนั้นเอกวุฒิบอกให้ตนเรียกว่าริวนี่ แล้วทำไมวชิระถึงได้บอกว่าอีกฝ่ายชื่อเอกกัน

ส่วนเอกวุฒิกลับตรงกันข้าม ชายหนุ่มยืนกำมือแน่น พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจหลายๆ รอบเพื่อให้อารมณ์เย็นลง ไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองถึงต้องไม่พอใจด้วยที่ธีรพงษ์เหมือนจะมีอะไรๆ กับวชิระ ทั้งๆ ที่สมัยก่อนนั้นทั้งคู่ก็เคยเปลี่ยนคู่ควงกันเองบ่อยๆ

“แล้วนี่ก็... เอ่อ...” น้ำเสียงไม่แน่ใจของวชิระปลุกให้คนทั้งคู่ตื่นจากภวังค์ ดวงตาเรียวสีน้ำทะเลมองตามเจ้าของเสียงไปจึงได้รู้ว่าตนลืมคนบางคนไปเสียสนิท

“รุ่งอรุณ” เจ้าของชื่อเป็นฝ่ายแนะนำตัวเสียเองเพราะดูจากท่าทางแล้วขืนปล่อยให้ธีรพงษ์เป็นคนพูดคงไม่เป็นท่าแน่ “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

ทั้งสี่พูดคุยกันอยู่ชั่วครู่ อันที่จริงต้องบอกว่ารุ่งอรุณคุยกับวชิระเสียมากกว่าเพราะอีกสองคนที่เหลือนั้นคนหนึ่งก็ยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกงนิ่ง ส่วนอีกคนก็เอาแต่ก้มหน้างุดราวกับกำลังมองหาอะไรสักอย่าง ร่างโปร่งเพรียวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูชั่วครู่ก่อนจะหันไปบอกธีรพงษ์ที่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

“ธี เราไปทำงานพิเศษก่อนนะ ขอตัวก่อนนะครับคุณวัช คุณเอก”

“อ้าว... จะไปแล้วเหรอครับ” วชิระเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย เขากำลังรู้สึกสนุกที่ได้คุยกับรุ่งอรุณอยู่แล้วเชียว “ว่าแต่คุณรุ่งจะไปที่ไหนเหรอ”

“หอสมุดครับ” ร่างเพรียวตอบ “ผมทำงานพิเศษที่นั่น”

“พอดีเลย ผมก็กำลังจะเอาหนังสือไปคืนอยู่พอดี” วชิระทำเหมือนนึกขึ้นได้ “งั้นผมเดินไปกับคุณรุ่งเลยก็แล้วกัน ขอตัวก่อนนะธี เอก”

พูดจบก็ฉุดข้อมือรุ่งอรุณไปด้วยทันที ทำเอาคนที่ถูกลากจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรีบไปทำไมทั้งๆ ที่หอสมุดยังไม่เปิดให้บริการเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับราวกับมีชีวิตคู่นั้นจึงรู้ว่าต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ ร่างโปร่งจึงพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากอุ้งมือแกร่ง

“ปล่อยนะ!

วชิระหยุดยืนนิ่ง มองดูอาการขัดขืนของรุ่งอรุณด้วยความไม่พอใจนิดๆ นัยน์ตาเรียวหรี่มองดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่สบตอบกลับมาอย่างไม่ลดละ โดยที่ยังคงยื้อยุดกันอยู่อย่างนั้น หนักเข้าชายหนุ่มจึงดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดเอาไว้แน่นเพื่อให้ร่างผอมสูงสงบลง

“จะดิ้นไปทำไมเล่า!!

เสียงเข้มพร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่ราดรดใบหูทำให้รุ่งอรุณยืนนิ่ง ใบหน้าร้อนผ่าวไล่ลามไปถึงลำคอ หัวใจเต้นรัวแรง รับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกแปลกๆ ที่แทรกซึมเข้าสู่สมองส่งผ่านไปยังหัวใจ

เมื่อเห็นว่าคนในวงแขนอ่อนลงแล้ววชิระจึงคลายอ้อมกอดลง กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมากับสายลมตั้งแต่ที่ดึงอีกฝ่ายมาชิดใกล้ทำให้รู้สึกดีอย่างประหลาด จนต้องใช้จมูกสูดดมหาที่มา ไล่ตั้งแต่เรือนผมดำขลับที่อยู่ในระยะพอดี ระเรื่อยมายังหลังคอขาวนวลหอมกรุ่นของแป้งเด็กที่ทำให้อดฝังจมูกลงไปหนักๆ เพื่อซึมซับเอากลิ่นละมุนเอาไว้ไม่ได้

“หอมจัง”

รุ่งอรุณขนลุกเกรียวเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสัมผัสจากต้นคอด้านหลัง ร่างสูงเพรียวโผกายออกจากอ้อมแขนแกร่งและหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างแกร่งที่ยังคงทำหน้าเหมือนละเมอ

“นายทำบ้าอะไรเนี่ย!!” รุ่งอรุณตวาดลั่น ใบหน้าเรียวแดงก่ำ ยกมือขึ้นกุมหลังคอบริเวณที่ถูกสัมผัสเอาไว้แน่น

“เปล่านี่ ก็แค่... ตัวนายหอมดี เลย... อยากดมนิดหน่อย” วชิระพูดเมื่อรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่ตนเผลอทำอะไรลงไป

“อยากดมนิดหน่อยนี่นะ!!” ร่างผอมสูงแหว ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปอีกด้วยอารมณ์โกรธที่ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาต่อว่าอีกฝ่ายให้เจ็บแสบได้ เลยได้แต่ทำท่าฮึดฮัดพร้อมกับสะบัดตัวจากไป

วชิระยิ้มขำกับอาการไม่พอใจของคนที่พึ่งเดินหนี พลางนึกในใจว่าดีนะที่ตอนเช้ายังไม่มีคนเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นคงได้มีข่าวลือว่านักกีฬาบาสเกตบอลของมหาลัยกำลังกุ๊กกิ๊กอยู่กับสุดหล่อแห่งคณะบริหารธุรกิจขวัญใจสาวๆ เป็นแน่

...............

หลังจากที่วชิระและรุ่งอรุณขอตัวจากไป บรรยากาศที่เงียบสงบอยู่แล้วยิ่งเงียบเข้าไปอีกจนธีรพงษ์รู้สึกอึดอัด ร่างโปร่งบางมองซ้ายขวาเพื่อหาทางไปจากที่แห่งนี้

“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะ”

ธีรพงษ์มุ่งตรงไปยังห้องน้ำโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธ ชายหนุ่มรีบเร่งไปยังเป้าหมายโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างจึงไม่ทันได้สังเกตว่านอกจากตนแล้วยังมีใครบางคนเดินตามมาด้วยความเร็วพอๆ กัน จนกระทั่งถูกกระชากเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุดนั่นแหละจึงรู้ตัว

“อะ... เอก จะ... จะเข้า... มา... ทำ... ไม...” ธีรพงษ์ถามเสียงสั่น ยิ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่ส่งแสงวาวโรจน์ด้วยแล้วร่างกายยิ่งสั่นเทาจนไม่อาจควบคุมได้

ริมฝีปากเรียวบางสั่นระริกที่อยู่เบื้องหน้าทำให้เอกวุฒิอดใจไม่ไหวที่จะก้มลงไปชิมรสชาติที่ตนติดใจ อารมณ์โกรธที่ยังคงกรุ่นอยู่ภายในทำให้ชายหนุ่มบดขยี้ลงไปอย่างแรงจนรับรู้ได้ถึงรสเลือด

“บอกให้เรียกริวไงล่ะ ลืมไปแล้วเหรอ” เสียงเข้มดุอย่างไม่จริงจังนัก ความโกรธหายไปกว่าครึ่งจากจุมพิตเมื่อครู่ แต่กลับมีอารมณ์ปรารถนาเข้ามาแทรกแทน “สงสัยคงต้องรื้อฟื้นความทรงจำกันซักหน่อยแล้ว”

ร่างแกร่งก้มลงไปสัมผัสริมฝีปากเล็กบางอีกครั้งอย่างนุ่มนวล แผ่วเบา ลิ้นเรียวและเล็มหยอกล้อปลุกเร้าความต้องการของร่างเล็กให้ลุกโชน รอเวลาที่อีกฝ่ายเผยอเรียวปากเพียงเล็กน้อยลงไปควานหาความหวานหอมที่อยู่ภายใน เกี่ยวกระหวัดรัดรึงกับลิ้นเล็กที่เริ่มคุ้นชินกับรสสัมผัสและเริ่มตอบโต้มาทั้งที่ยังไม่รู้ประสา แต่กลับยิ่งทำให้ความปรารถนาที่จะครอบครองเพิ่มมากยิ่งขึ้น

“พะ... พอก่อน...” ธีรพงษ์ละล่ำละลักพูดเมื่อร่างแกร่งผละออกเพียงเล็กน้อย สองมือพยายามดันอกแกร่งให้ออกห่างแต่ทำได้ยากเหลือเกิน ขาเรียวสั่นระริกไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจนอีกฝ่ายต้องช่วยประคับประคองเอาไว้

“ทำไม หืม?” เอกวุฒิกระซิบถามเสียงแผ่ว มองใบหน้านวลตรงหน้าแดงระเรื่อเบื้องหน้าที่น่ารักเสียจนอดใจไม่ไหว ก้มลงซุกไซร้แก้มเนียนหนักๆ อย่างมันเขี้ยว

ร่างโปร่งบางพยายามหาข้ออ้างทั้งที่สมองยังคงอื้ออึงคิดอะไรไม่ออก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพวกตนอยู่ที่ใดเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของผู้คนที่เดินผ่านไปมา

“ไม่เอาที่นี่... นะ”

“ทำไมล่ะ ทำยังกับว่าไม่เคยมีอะไรในที่แบบนี้”

คำพูดชวนอายของร่างแกร่งทำเอาธีรพงษ์หน้าร้อนผ่าว รู้สึกฉุนเล็กๆ ที่อีกฝ่ายกลับพูดออกมาได้อย่างไม่อายปากราวกับว่าสิ่งที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่นั้นเป็นเรื่องราวทั่วไป ตัวเขาเสียอีกที่เป็นฝ่ายเขินกับคำพูดนั้น

“แต่ที่โน่นกว้างกว่าที่นี่นี่นา” ร่างโปร่งแทบกัดลิ้นตัวเองตายเมื่อต้องเอ่ยคำพูดเหล่านี้ ดวงตาเรียวเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสจับจ้องใบหน้าคมเข้มอย่างวอนขอเพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้ามักใจอ่อนกับท่าทางเหล่านี้

เอกวุฒิถอนหายใจอย่างหนักหน่วงออกมาทีหนึ่ง นึกในใจว่าไม่น่าให้ธีรพงษ์ล่วงรู้เลยว่าเขาแพ้สายตาออดอ้อนนั้น เมื่อทำอะไรไม่ได้ร่างแกร่งจึงทำได้เพียงผละจากร่างนุ่มอย่างเสียดาย

“โอเค... ไม่ทำต่อแล้วก็ได้”

ชายหนุ่มยอมแพ้ แง้มประตูเล็กน้อยดูว่าทางสะดวกหรือไม่จึงค่อยพากันออกมา ร่างแกร่งเดินไปยังอีกฝั่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้าเรียน แต่ก่อนไปยังไม่วายคาดโทษธีรพงษ์เอาไว้

“คืนนี้ฉันไม่ปล่อยให้นายได้นอนแน่!!

ร่างโปร่งหน้าร้อนวูบกับน้ำเสียงจริงจังนั้น ในใจภาวนาให้วันนี้ยาวนานออกไปให้มากที่สุด

...............


...TBC...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

218 ความคิดเห็น

  1. #167 SasSy~GirL (@paragraph) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 / 12:58

    อ่ะ!!!

    จะทำไรกันหรอ

    อิอิ

    #167
    0