กลรักสกัดครองโลก (穿成炮灰之反派养成计划 ) สนพ.ไอริสบุ๊ค (นิยายแปลลิขสิทธิ์)

ตอนที่ 27 : ตอนที่24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,463 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

ตอนที่ยี่สิบสี่

บนโลกต่างมิติแห่งนี้ มิใช่ว่าทุกคนจะมีพลังแฝงพลังธาตุติดตัวเหมือนกันหมด ทว่าสำหรับพลังปราณทุกคนสามารถฝึกฝนกันได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ อุปนิสัย และระดับความเพียรของแต่ละบุคคลด้วย

โดยปกติแล้วยิ่งผู้บำเพ็ญตบะมีจิตตั้งมั่นสูงเท่าไหร่ด้านการฝึกพลังปราณก็จะยิ่งเจริญรุดหน้าได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเมื่อพลังปราณพัฒนาไปจนถึงระดับหนึ่ง ไม่เพียงแต่สามารถนำมาใช้ส่งเสริมการหลอมอาวุธยุทธภัณฑ์ การหลอมยาตาน และการฝึกวิชาแต่ละแขนงได้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้เป็นพลังโจมตีได้อีกด้วย

ชายสวมหน้ากากพยักหน้าเล็กน้อย "ก็จริงอยู่ คนของพรรคเส้าหยางมักปล่อยปละละเลยศิษย์ชั้นปลายแถวมาแต่ไหนแต่ไรแล้วเพียงแต่นึกไม่ถึงว่าวิชาพื้นฐานที่ต่ำที่สุดก็มิได้ถ่ายทอดให้... ถ้าเช่นนั้นเรามาฝึกพลังปราณกันก่อนดีกว่า"

โดยทั่วไปแล้วการก่อกำเนิดพลังปราณของผู้คนบนโลกใบนี้มาจากสองทาง คือฟ้าปางก่อนและฟ้าปางหลัง ผู้ที่มีรากบุญดี พอถึงอายุสิบสองสิบสามปีก็จะตื่นรู้ในพลังปราณได้เองแล้ว ส่วนผู้ที่มีคุณสมบัติธรรมดา อาจจะต้องอาศัยยอดคนคอยช่วยปลุกสำแดงมโนธาตุในร่างกายขึ้นก็ได้แล้วต่อจากนั้นค่อยขยันหมั่นฝึกฝนด้วยตนเองก็พอ

ชายสวมหน้ากากเอามือวางทาบบนศีรษะของหลิงเซี่ย บัดนั้นกระแสพลังอันอบอุ่นนุ่มนวลและบริสุทธิ์ยิ่งสายหนึ่งพลันหลั่งไหลออกมาตามฝ่ามือของเขาแล้วแผ่ปกคลุมทั่วศีรษะของหลิงเซี่ย เขาคอยส่งเสียงชี้นำหลิงเซี่ย ว่าต้องกระตุ้นพลังในสมองให้คล้อยตามกระแสพลังสายนี้อย่างไร

หลิงเซี่ยหลับตาลง ทำตามที่ชายสวมหน้ากากว่าเอาไว้ จินตนาการไว้ในหัวว่าสามารถรวบรวมพลังให้เป็นรูปเป็นร่างได้ เบื้องหน้าเขามืดมิดไปทั่ว แต่แล้วก็ค่อย ๆ มีบางสิ่งบางอย่างส่องสว่างขึ้นราวกับหิ่งห้อยเปล่งแสงรำไร

เขาเกิดความรู้สึกปิติในใจ เพราะทราบว่านี่ก็คือมโนธาตุนั่นเอง ดังนั้นจึงพยายามชักนำเศษเสี้ยวที่ส่องแสงริบหรี่เหล่านั้นให้มาผนวกรวมกันอยู่ในห้วงนึกอย่างใจเย็น ทีละเศษทีละเสี้ยว ค่อย ๆ ผสานรวมกันจนเป็นแถบทองส่องแสงโอภาส ประหนึ่งดาราจักรที่ว่ายวนอยู่บนฟากฟ้า งามน่ายลเป็นที่ยิ่ง

ตราบจนหลิงเซี่ยเบิกตาขึ้น รู้สึกเพียงว่าจิตใจกระปรี้กระเปร่า สมองก็ปลอดโปร่งตื่นตัวเป็นพิเศษ ชายสวมหน้ากากเก็บมือกลับไปตั้งแต่เมื่อใดก็มิอาจทราบได้ ทั้งยังเอนกายอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้นแล้ว

"ผู้อาวุโส งั้นข้าขอทดลองดูใหม่อีกรอบนะขอรับ" หลิงเซี่ยเต้นเร่า ๆ จะลองวิชาพลางหยิบผลึกวิญญาณขึ้นมาใหม่สองก้อน

ทว่าชายสวมหน้ากากกลับโยกเก้าอี้พลางหัวเราะ "มันง่ายปานนั้นเสียที่ไหนกันเล่า ยามนี้ฟ้าสว่างแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถอะ พลบค่ำค่อยมาใหม่"

ฟ้าสว่างแล้วหลิงเซี่ยพลันตกตะลึง นี่เวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วเนี่ย พึงทราบว่า ชายสวมหน้ากากได้ปรับกระแสเวลาระหว่างเวลาในพื้นที่มิติของเขากับเวลาในโลกภายนอกเป็นสิบต่อหนึ่งเชียวนะ! ถ้าเช่นนั้นเขาอยู่ในมิตินี้มากี่วันแล้วเนี่ย เมื่อตระหนักถึงจุดนี้ ท้องไส้ของเขาก็พลันรู้สึกหิวจนร้องโครกครากประท้วงขึ้นมาทันที

หลิงเซี่ยมองชายสวมหน้ากากอย่างเกรงอกเกรงใจ พยักหน้าพลางกล่าวลา 

"เอ่อ งั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับ"

การฝึกพลังปราณไม่เหมือนกับการฝึกวิชาแขนงอื่น ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็สามารถฝึกฝนได้ทั้งสิ้น หลิงเซี่ยลองผสานพลังปราณเพ่งใส่สมุนไพรวิญญาณในระหว่างทำงาน บางทีอาจเป็นเพราะปฏิกิริยาทางจิตใจ เขาจึงมักจะรู้สึกว่าสมุนไพรวิญญาณที่ถูกพลังปราณชำแรกเข้าไปดูมีชีวิตชีวากว่าต้นอื่น ๆ เล็กน้อย

เขาไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วนี่เป็นผลจากการที่ตัวเขามีพลังธาตุไม้เป็นแกนหรือไม่เนื่องจากเขายังไม่สามารถแยกพลังปราณกับธาตุพลังออกจากกันได้ ดังนั้นจะมากจะน้อยย่อมต้องมีพลังธาตุไม้ปะปนอยู่ในพลังปราณด้วย และพลังธาตุไม้ ก็เป็นสิ่งที่พืชโปรดปรานมากที่สุด

พอทำงานใช้แรงพลางฝึกใช้พลังปราณไปด้วยเช่นนี้ ไม่นานหลิงเซี่ยก็เริ่มออกอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรง เขาเคล้นคลึงขมับที่เริ่มตึง ดูท่า ก่อนอื่นคงต้องฝึกผสานพลังปราณในห้วงนึกเป็นอันดับแรกจะดีกว่า

แน่นอนว่า ถึงแม้จะมีพลังปราณก็ใช่ว่าจะสามารถหลอมยุทธภัณฑ์ได้สำเร็จอย่างว่องไวดั่งใจคิด หลิงเซี่ยใช้เวลาศึกษาการหลอมยุทธภัณฑ์กับชายสวมหน้ากากผู้นั้นติดต่อกันหลายวัน สิ้นเปลืองผลึกวิญญาณไปไม่รู้เท่าไรแล้ว ในที่สุดก็หลอมวัตถุเวทธาตุน้ำได้สำเร็จเป็นชิ้นแรก แต่ทว่าบนผิวของวัตถุเวทนั่นมีรอยปนเปื้อนสีขุ่นมัว ความโปร่งใสและระดับความกลมกลืนของผลึกวิญญาณก็ยังห่างชั้นกับของที่ชายสวมหน้ากากทำขึ้นมาแบบส่ง ๆ ชนิดไม่เห็นฝุ่น

แต่ถึงจะทำได้เพียงเท่านี้ หลิงเซี่ยก็ดีใจมากพอแล้ว ต่อให้มีสภาพเช่นนี้ แต่ในตลาด วัตถุเวทนี่ก็ขายได้ตั้งร้อยเหรียญพลังขั้นต้นแล้ว นับว่าเป็นวัตถุเวทที่เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับให้ผู้ฝึกพลังแฝงธาตุน้ำระดับต้นใช้สนับสนุนการฝึกปรือ

ชายสวมหน้ากากผงกศีรษะเล็กน้อย ถือว่ายอมรับผลแห่งความพยายามของหลิงเซี่ยแล้ว ถึงแม้ว่าหลิงเซี่ยจะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเกลียดพิธีรีตองเป็นที่สุด แต่ยามนี้ก็ยังรู้สึกซาบซึ้งใจจนอดไม่ได้ที่จะต้องแสดงการคารวะแบบสุดตัว

ครูบาอาจารย์ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีพระคุณในชีวิตทั้งสิ้น ชายสวมหน้ากากถ่ายทอดวิชาให้แบบหมดไส้หมดพุง โดยมิได้เก็บงำอำพรางเลยแม้แต่น้อย กับอีแค่การโค้งคำนับอย่างฉาบฉวยของตนแค่นี้จะตอบแทนพระคุณหมดสิ้นได้อย่างไรกัน?

ชายสวมหน้ากากขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่แล้วไม่นานก็คลายออก

หลิงเซี่ยยืดตัวขึ้นยิ้มพลางกล่าว "ผู้อาวุโส หากข้าเอามันไปขายแล้ว จะนำสุราชั้นดีมาประเคนแก่ท่านสักไหนะขอรับ"

อันที่จริงเขาก็รู้ดีว่า เงินที่ตนขายได้ยังไม่พอค่าหินพลังที่ป่นปี้ไปในระหว่างการฝึกหลอมเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังอยากที่จะตอบแทนบุญคุณของผู้อาวุโสสวมหน้ากากนิรนามท่านนี้ด้วยใจจริงอยู่ดี

ในใจเขาย่อมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากอยู่มากมาย ชายสวมหน้ากากไม่เคยไปจากเขาลูกนี้เลย แม้แต่อาหลีก็ไม่ยอมให้ออกไปด้วย หรือว่ามีความในใจที่ยากจะเอื้อนเอ่ยออกมา?

ได้ยินหลิงเซี่ยกล่าวเช่นนี้ ดวงตาของชายสวมหน้ากากกลับวาวโรจน์ขึ้น 

"ถ้าเช่นนั้นไอ้หนูเจ้าก็ตั้งใจฝึกเสีย สุราที่ข้าชอบราคาในตลาดอยู่ที่สามพันเหรียญพลังเชียวนะ"

"..."

 

หลังจากฝึกฝนพลังปราณพลางศึกษาการหลอมยุทธภัณฑ์ไปด้วยเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง สองสัปดาห์ต่อมา หลิงเซี่ยก็หลอมยุทธภัณฑ์ได้สำเร็จติดต่อกันห้าชิ้น เป็นธาตุน้ำสองชิ้น ธาตุไฟสองชิ้น และธาตุทองอีกหนึ่งชิ้น

สี่ชิ้นแรกได้รับการประเมินเป็นวัตถุเวทขั้นหนึ่ง ส่วนอีกชิ้นที่เป็นธาตุทองกลับเป็นขั้นสอง สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเรียนได้ไม่ถึงสองเดือนนั้น นี่ถือเป็นผลสัมฤทธิ์ที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

ถึงกระนั้น โดยปกติวัตถุเวทขั้นหนึ่งต้องใช้ผลึกวิญญาณขั้นสอง ส่วนวัตถุเวทขั้นสองต้องใช้ผลึกวิญญาณขั้นสาม ไล่เรียงกันไปตามนี้ เขาสามารถใช้ผลึกวิญญาณขั้นสองหลอมของที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าขั้นสองได้เพียงแต่ว่ามีโอกาสสำเร็จเพียงร้อยละห้าเท่านั้น แต่ถ้าจะให้มอบผลงานเหล่านี้แก่เด็กสองคนนั้น เขายังรู้สึกไม่ค่อยพอใจเสียเท่าไร ตั้งใจว่าจะนำไปขายก่อน รอจนทำออกมาได้ดีกว่านี้แล้วค่อยให้

พอถึงวันหยุดพักผ่อน เพื่อที่จะมิให้เป็นจุดสนใจของผู้คน หลิงเซี่ยจึงเปลี่ยนชุดจากเครื่องแบบศิษย์ชั้นล่างของพรรคเส้าหยางชุดนั้นมาสวมเสื้อผ้าธรรมดาที่ตัดเย็บด้วยวัสดุทั่วไปแทน

เมืองฉงหมิงมีตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าขนาดใหญ่สำหรับชาวยุทธแห่งหนึ่ง ด้านในมีสินค้าวางจำหน่ายอยู่ทุกประเภท มีทั้งผลึกวิญญาณสมุนไพรวิญญาณ เวทศาสตรา ยันต์คำสาป และอีกจิปาถะ ดึงดูดบรรดาศิษย์ค่ายพรรคเล็ก ๆ และชาวยุทธไร้สังกัดให้มารวมตัวกันที่นี่ไม่น้อย

หลิงเซี่ยมิได้รีบร้อนที่จะขายวัตถุเวทเหล่านั้น ทว่ากลับเดินสำรวจตลาดรอบหนึ่งก่อน สินค้าของบางเจ้ายังประณีตสู้ของที่เขาหลอมไม่ได้เลย แต่ราคาขายดันสูงกว่าที่เขาคาดเอาไว้เสียอีก เขาดูราคาสินค้าเหล่านั้นแล้วจำเอาไว้ในใจทุกชิ้น จากนั้นค่อยไปหาผู้ดูแลตลาดแล้วจ่ายเหรียญพลังให้ห้าเหรียญ ก่อนจะหาตำแหน่งที่ตั้งแผงสักแห่ง แล้วนำวัตถุเวททั้งห้าชิ้นออกมาจัดวางให้เรียบร้อย ไม่นานก็มีผู้ฝึกยุทธตรงเข้ามาสอบถามราคา

หลิงเซี่ยตั้งราคาไว้อย่างเหมาะสม มีผู้ฝึกยุทธบางคนเห็นเขาเป็นเด็กอ่อนหัดอายุน้อยแถมยังแต่งตัวบ้าน ๆ เลยแกล้งคลำหาตำหนิเพื่อกดราคา หลิงเซี่ยเองก็เคยขายของแบกับดินสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เลยอาศัยฝีปากโต้กลับทุกเม็ดอย่างมีจังหวะจะโคนจนล่วงเข้าเวลาเที่ยงวันก็จำหน่ายออกไปแล้วสามชิ้น ได้เงินมาสามร้อยยี่สิบเหรียญพลังระดับต้น

เหรียญพลังมากมายขนาดนี้ พอมาทบทวีรวมกัน อย่าว่าแต่น้ำหนักเลย ปริมาตรมันก็เตะตาเอามาก ๆ หลิงเซี่ยเลยฉวยจังหวะช่วงพักกินข้าว แวะไปซื้อถุงมิติเก็บของที่มีขนาดความจุประมาณหนึ่งลูกบาศก์เมตรมาใบหนึ่ง ซึ่งเป็นถุงที่มีราคาถูกที่สุดอีกด้วย เสียเงินไปหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญพลัง เจ็บปวดใจจนต้องแยกเขี้ยวออกมา

ความจริงแล้วถุงมิติเก็บของก็หลอมขึ้นมาได้เหมือนกัน ส่วนราคาก็ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่เก็บของ พื้นที่ว่างยิ่งมาก วัสดุที่ใช้หลอมสร้างก็จะยิ่งมีค่าราคาแพง แถมอัตราความสำเร็จในการผลิตกลับลดลงเป็นเท่าทวี ดังนั้นราคาจึงสูงขึ้นตามหลายเท่าตัวเลยทีเดียว แต่ถุงเก็บของที่เขาซื้อมาใบนี้มีราคาถูกที่สุด เกรงว่าต้นทุนคงไม่ถึงยี่สิบเหรียญพลังเลยด้วยซ้ำ

หลิงเซี่ยตั้งใจไว้แล้วว่า ภายหน้าตนเองจะต้องหลอมถุงเก็บของที่มีขนาดความจุแบบเยอะโคตร ๆ ออกมาให้ได้! เหมือนผู้ชาญพลังการสร้างมิติอย่างชายสวมหน้ากาก อวี้จือเจวี๋ย และซ่งเสียวหู่เหล่านั้น พวกเขาเป็นเพียงจำนวนน้อยในคนกลุ่มน้อยอีกที เรียกได้ว่าในหมื่นลี้หามีสักคนไม่ ผู้ฝึกยุทธจำนวนมากล้วนแต่ต้องการถุงมิติเก็บของ แล้วถ้าเขาจะหลอมให้มีพื้นที่ว่างขนาดหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตรขึ้นไปและนำไปขายได้ ต่อไปก็คงมิต้องเดือดร้อนเรื่องหาเงินไปจนตายแล้ว

ขณะที่เขากำลังง่วนอยู่กับความคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่นั้น จู่ ๆ มืออันเรียวยาวน่ามองมือหนึ่งก็หยิบวัตถุเวทขั้นสองเพียงชิ้นเดียวที่อยู่ตรงหน้าของเขาขึ้นมา พอหลิงเซี่ยรู้ตัวว่าแขกเข้าร้าน ก็รีบแย้มยิ้มต้อนรับ เพียงแต่พอเขาเงยหน้าขึ้น ก็ต้องตกตะลึง เพราะผู้ที่หยิบวัตถุเวทชิ้นนั้นขึ้นมาเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคมคายที่มีอายุราว ๆ สิบห้าสิบหกปีผู้หนึ่ง ข้างกายยังมีแม่นางน้อยน่ารักน่าเอ็นดูราวหยกหิมะที่น่าจะอายุราว ๆ เจ็ดแปดขวบตามมาด้วยอีกนางหนึ่ง

เด็กหนุ่มยกวัตถุเวทชิ้นนั้นขึ้นเล็งกับแสงอาทิตย์แล้วเพ่งดู ทั้งยังเงี่ยโสตสดับฟังเสียงเรียดลมเบา ๆ ของวัตถุเวทยามพระพายพัดผ่าน 

หลิงเซี่ยเห็นท่าทางของเขาแล้วก็อดที่จะตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ ไอ้หนุ่มนี่มันเป็นผู้เชี่ยวชาญ!

เวลาที่เขาจะตรวจสอบวัตถุเวทยังต้องใช้อุปกรณ์ตรวจสอบเฉพาะทาง แต่ช่างหลอมอาวุธที่มีประสบการณ์สิบปีขึ้นไป สามารถทำได้ถึงขนาดตรวจสอบตำหนิเล็ก ๆ ของวัตถุเวทโดยใช้เพียงหูหรือตาเท่านั้น

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะกล่าวพึมพำ "อือ หลอมด้วยหินซวีหลิงขั้นสอง แล้วเติมหินอ้ายสือที่ใช้เชื่อมประสานลงไปด้วย ใช้พลังปราณในการหลอมรวมได้ไม่เลวเลยทีเดียว แต่ก็พอดูออกว่าช่างหลอมยังเป็นมือใหม่... วัตถุเวทเหล่านี้คงมิใช่เจ้าหลอมเองหรอกกระมังเขาว่าพลางกวาดสายตามองหลิงเซี่ยจากหัวจรดเท้าอย่างเคลือบแคลงสงสัย ดูการแต่งเนื้อแต่งตัวของเขาก็ไม่เห็นเหมือนกับศิษย์ค่ายพรรคมีชื่อแต่อย่างใด

แต่ถ้าใช่จริง ๆ ล่ะก็ หากดูแค่อายุของเจ้าเด็กนี่ ก็นับเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งแล้ว!

หลิงเซี่ยตกใจ ตอนนี้เขาตั้งใจว่าจะเก็บงำความสามารถเอาไว้ บวกกับเขายังไม่ทราบฐานะของเด็กหนุ่มผู้นี้ด้วย  ดังนั้นเลยส่ายหน้าแล้วปฏิเสธ"มิใช่หรอก ของเหล่านี้พี่ชายข้าเป็นผู้หลอม ตอนนี้เขาฝึกวิชาอยู่ที่พรรคเส้าหยาง"

พอแม่นางน้อยข้างกายเขาได้ยินดังนั้นก็เบะปาก "เสียของจริง ๆ! ของที่พรรคเส้าหยางหลอมขึ้น ไหนเลยจะเทียบชั้นกับของหุบเขาซูหยวนเราได้"

หุบเขาซูหยวนพอได้ยินชื่อนี้ หลิงเซี่ยก็พลันสะดุ้งโหยง

ใช่แล้ว บัดนี้ย่อมได้เวลาที่เนื้อเรื่องจะเริ่มดำเนินต่อแล้วสินะชื่อเสียงในเรื่องการหลอมยุทธภัณฑ์ของหุบเขาซูหยวนเป็นที่โจษขานกันทั่วพิภพต่างมิติแห่งนี้ นางในฮาเร็มคนหนึ่งของพระเอกก็มาจากหุบเขาซูหยวนเช่นกัน แถมตัวนางเองยังเป็นยอดฝีมือด้านการหลอมยุทธภัณฑ์อีกด้วย

พอได้ยินคำพูดของแม่นางน้อย เด็กหนุ่มก็ส่งเสียงเอ็ดเบา ๆ "สุ่ยหลิง อย่าพูดส่งเดช!"

ถึงอย่างไรที่นี่ก็อยู่ในอาณาเขตเมืองฉงหมิงของพรรคเส้าหยาง หากมีผู้ไม่หวังดีได้ยินเข้า ไม่แน่ว่าอาจจะก่อให้เกิดคลื่นลมขึ้นโดยไม่จำเป็น ตอนนี้ค่ายพรรคทุกแห่งต่างกำลังชักชวนผู้มีฝีมือมาเข้าสังกัด หุบเขาซูหยวนของพวกเขาก็ไม่ยกเว้น เขาหันกลับมามองเด็กหนุ่มท่าทางสุภาพที่ขายวัตถุเวทผู้นั้นแวบหนึ่ง ถึงได้พบว่าอีกฝ่ายตะลึงงันอยู่

ใช่แล้ว หลิงเซี่ยตะลึงงันอยู่

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมนางในฮาเร็มของพระเอกคนแล้วคนเล่า จะต้องโผล่ออกมาให้ตนเห็นในสภาพโลลิคอนด้วย  แบบนี้มันโคตรดับฝันเลยนะ!

ถูกต้อง สาวน้อยช่างหลอมนางนั้น มีชื่อว่าสุ่ยหลิง

สาวน้อยสุดโมเอะหน้าตาสะสวยในเรื่องคนนั้นยามนี้ยังอ่อนวัยกว่าโลลิคอนอย่างเฟิงลั่วกับชุ่ยอวี่สองคนนั้นเสียอีก...

พอหลิงเซี่ยสังเกตเห็นสายตาของเด็กหนุ่มที่จับจ้องมาที่ตนก็รีบดึงสติกลับมาทันทีเขาลุกขึ้นยืนโปรยยิ้มให้อีกฝ่าย"ผู้น้อยหลิงเซี่ย ไม่ทราบว่าพี่ชายมีนามสูงส่งว่าอันใด"

เด็กหนุ่มกล่าวตอบอย่างมีมารยาท "ผู้น้อยสุ่ยเยว่ พอดูออกว่า ถึงแม้วัตถุเวทที่พี่ชายของท่านหลอมขึ้นจะยังมีตำหนิอยู่บ้างแต่ก็มีหลายจุดที่ทำออกมาได้น่าชื่นชมยิ่ง หากพี่ชายของท่านพอมีเวลา วันหน้าขอเชิญไปแลกเปลี่ยนความรู้กันที่หุบเขาซูหยวนของพวกเราสักครา ผู้น้อยทราบสิ่งใดก็จะไขความให้ฟังโดยไม่ปิดบังแน่นอน"

คำกล่าวของเขาในคราวนี้ค่อนข้างนอบน้อมถ่อมตัว ถึงอย่างไรหุบเขาซูหยวนก็เป็นเมืองหลอมอาวุธที่อยู่อันดับหนึ่งอันดับสองของโลกนี้เลยทีเดียว แต่เขากลับยอมลดตัวลงใช้คำว่า "แลกเปลี่ยนความรู้" กับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบเจอได้อย่างหน้าตาเฉย

ในใจหลิงเซี่ยพลันตื่นเต้น ได้คบค้าสมาคมกับสหายอย่างสุ่ยเยว่ย่อมไม่มีสิ่งใดเสียอยู่แล้ว เขาจึงคารวะอีกฝ่ายหนึ่งคำนับก่อนจะยิ้มตอบ "ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องขอบคุณแทนพี่ชายข้าล่วงหน้า วันหน้าย่อมต้องหาโอกาสเดินทางไปเยี่ยมคารวะแน่นอน!"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.463K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1203 宁仙 หนิงเซียน >3< (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 01:09
    น้อออออ
    #1,203
    0
  2. #1177 Yok Poog (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 05:26
    น่าจะเข้ากันได้ ได้เพื่อนร่วมการค้า
    #1,177
    0
  3. #998 BlazeBlue (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 20:50
    พี่ชายคนนี้จะเป็นหนึ่งในฮาเร็มของน้องมั้ยนะ
    #998
    0
  4. #872 GokuH@y@ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 12:37

    เย่~~~~

    #872
    0
  5. #837 KhimSF7 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 12:33
    สนุกมากเลยค่ะ พี่หลิงนี่เก่งไม่เบาเลยนะ ภูมิใจที่มีคนชมพี่ แงๆ
    #837
    0
  6. #786 jeffykiller (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:31
    สังหรใจว่าจะต้องกินมาม่าเพื่อเก็บเงินซื้อซะแล้วล่ะค่ะ 😂😂
    #786
    0
  7. #784 Rin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:19

    สั้นไป T^T ไม่นะ เมื่อไหร่นิยายจะเริ่มวางขายซักที รอไม่ไหวเเล้ว

    #784
    0
  8. #783 neovenesia (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:13
    ได้เวลาเสียเงินแล้วเรา เฮ้อ
    #783
    0
  9. #781 Frozen-rin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:16
    อยากได้หนังสือแล้วอะแงงง อีกนานเลยกว่าจะได้อ่าน
    #781
    0
  10. #780 Whatever it is (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:17
    ขอบคุณค่ะ
    #780
    0
  11. #779 bambybamby (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:29
    โดนทาบทามแล้ว

    ทำไมนางในฮาเร็มแต่ละคนนี่ตาตีจัง555

    รอหนังสือไม่ไหวแล้วฮืออออช้ำใจ
    #779
    0
  12. #776 อรวรรณ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:42

    หนังสือๆๆๆ

    #776
    0
  13. #775 N\'noey Butter (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:24
    ว้าววว ผู้ใหม่! อยากอ่านต่อแล้ว55555
    #775
    0
  14. #774 ~Sers~ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:42
    โฮ่ยยยย ทำไมใจง่ายไปกับเค้าาาา
    #774
    0
  15. #773 Konrafah (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:39
    แสดงว่าหลิงเซี่ยฝีมือไม่เบา
    #773
    0
  16. #772 Par_dao (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:16
    นางในฮาเร็มนี่ ทำไมคาเร็คเตอร์น่าตีทั้งนั้นเลย
    #772
    0
  17. #771 ammykjd (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:11
    เพลินมากก
    #771
    0
  18. #770 aey_1997 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:16
    พระเอกสายจืดจางผู้นี้ แน่ใจนะว่าในอนาคตจะไม่โดนเมียในฮาเร็มข่มเอา สาวๆเกรดสูงทั้งนั้น พี่ชายตัวประกอบเหมือนฝันสลายจริงๆคะ
    #770
    0
  19. #769 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:40
    นางในฮาเร็มแต่ละคนน่าเขกกระโหลกเรียงตัว
    #769
    0
  20. #768 uๅuะ~* (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:57
    อยากให้หลิงเซี่ยเก่งมากกก
    #768
    0
  21. #767 Nunal (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:21
    หนังสือ.

    หนังสือ.

    หนังสืออยู่ไหนนนนนนนนน.

    เอามาเถอะะะะะะ
    #767
    0
  22. #766 JN . (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:21
    เห็นแจ้งเตือนทีไรรีบกดเข้ามาทุกที รอหนังสือใจจดจ่อนะคะะ ❤️❤️
    #766
    0
  23. #765 สุภาพร กองแก้วไพศาล (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:04
    หนังสือออกพรุ่งนี้เถอะ
    #765
    0
  24. #764 Khunkhaoo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:01
    ฮือออ อีกตอนเดียวจะไม่ได้อ่านแล้วเหรอออออ อยากอ่านต่อแล้วววว
    #764
    0
  25. #763 kougyoku (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:53
    ตอนที่ยี่สิบสี่เเล้วหรอเนี่ยยย
    #763
    0