กลรักสกัดครองโลก (穿成炮灰之反派养成计划 ) สนพ.ไอริสบุ๊ค (นิยายแปลลิขสิทธิ์)

ตอนที่ 24 : ตอนที่21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,333 ครั้ง
    1 ก.พ. 62

แจ้งข่าว
สวัสดีตรุษจีนล่วงหน้านะคะ วันนี้แอดมาแจ้งข่าวดีเล็กน้อย เรื่องกลรักสกัดครองโลกคุณชาเสียวหวาน(นักเขียน)จะแต่งตอนพิเศษเพิ่มที่ไม่เคยลงที่ไหนมาก่อนให้กับเล่มที่จะจัดพิมพ์ที่ไทยด้วยค่ะ เย้!! อาจจะไม่ได้เยอะมากแต่แอดก็หวังว่านักอ่านจะมีความสุขกับของขวัญเล็กๆน้อยๆนี้นะคะ 

ส่วนคำถามที่พบบ่อย เรื่องพี่หลิงจะเก่งขึ้นมั้ย แอดอยากบอกว่าเรื่องนี้ตัวเอกคงคอนเซ็ปต์ตัวประกอบค่ะ พลังของพี่แกจึงเป็นสายซัพพอร์ตตลอดเรื่องด้วยพื้นเพพี่หลิงไม่ได้เข้ามาในร่างคนสำคัญมีพลังแฝงอะไร แต่เป็นร่างตัวประกอบกากๆนี้แหละ แถมชีวิตในโลกเดิมก็เป็นหนุ่มทำงานไอทีธรรมดา ดังนั้นพี่หลิงเก่งขึ้นค่ะแต่พลังของพี่จะเป็นสายซัพอาเจวี๋ยและเสียวหูมากกว่าจะเป็นพลังบู๊ทำลายฟ้าสะเทือนดิน แต่ถึงแม้ว่าพี่หลิงจะแสนธรรมดาแอดก็ขอฝากพี่หลิงไว้ในอ้อมใจนักอ่านทุกท่านนะคะ 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ยี่สิบเอ็ด

มาคราวนี้เจ้าเสวี่ยเหยียนออกมาปรากฏตัวให้เห็นอย่างรวดเร็ว หลิงเซี่ยเพิ่งจะลุกขึ้นยืน ก็แทบจะโผล่หัวขนปุย ๆ ออกมาในทันที แล้วโผเข้าใส่เขาอย่างอดรนทนไม่ไหวจนหลิงเซี่ยตกใจขวัญกระเจิง

ไก่ย่างหอมกลิ่นใบบัวอ่อน ๆ เสวี่ยเหยียนรู้ว่าหลิงเซี่ยหิ้วมาแค่ตัวเดียว จึงระแวงระวังว่าจะโดนแย่งกินเริ่มแรกเลยกินอย่างรีบร้อน สักพักหนึ่งก็ค่อย ๆ กินช้าลง พริ้มตาเคลิบเคลิ้มพลางเคี้ยวหงุบหงับกินอย่างเอร็ดอร่อย

หลิงเซี่ยเห็นแล้วก็ขำ ได้แต่นั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน

จนกระทั่งเสวี่ยเหยียนกินเสร็จแล้ว ก็ใช้อุ้งเท้าเช็ดปากที่มันแผล็บด้วยท่วงท่าอันสง่างามดังเดิม มันหันไปมองหลิงเซี่ยแวบหนึ่ง แล้วสะบัดหางอย่างเย่อหยิ่ง ทั้งมิได้คารวะแสดงการขอบคุณแต่อย่างใด จากนั้นก็กระโจนเข้าไปในพงหญ้าแล้วหายวับไป

หลิงเซี่ยก็มิได้ถือเป็นอารมณ์ พอเก็บกวาดเศษกระดูกและใบบัวที่เกลื่อนกลาดเสร็จ ก็ฮัมเพลงเดินลงจากเขาไป

วันคืนผ่านไป หลิงเซี่ยยังคงนำอาหารไปให้เสวี่ยเหยียนอย่างสม่ำเสมอบางครั้งก็เป็นไก่ย่าง บางครั้งก็เป็นเนื้อกระต่ายหรืออาหารอื่น ๆ ที่จริงแล้วเสวี่ยเหยียนก็สามารถกินผักผลไม้ได้เหมือนกัน แต่อาหารที่โปรดปรานก็ยังหนีไม่พ้นอาหารประเภทเนื้ออยู่ดี ความระมัดระวังของมันต่อหลิงเซี่ยลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีบางครั้งที่หลิงเซี่ยจงใจเดินเข้าไปใกล้ ๆ ในขณะที่มันกำลังเพลิดเพลินไปกับการกิน เริ่มแรกเสวี่ยเหยียนยังคงแยกเขี้ยวแสดงท่าทางหวงอาหารออกมา ต่อมาภายหลังก็เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียว ทำเหมือนมองไม่เห็นหลิงเซี่ยอย่างไรอย่างนั้น

จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง เสวี่ยเหยียนกินไก่ไปได้ค่อนตัวแล้ว จู่ ๆ ก็งับน่องไก่ออกมาน่องหนึ่งแล้วเอามาวางไว้ข้าง ๆ หลิงเซี่ยอย่างละล้าละลัง ด้านบนยังมีคราบน้ำลายของมันติดอยู่ให้เห็นเป็นดวง

หลิงเซี่ยเผยอริมฝีปากขึ้น ชี้ตัวเองพลางเอ่ยถาม "ให้ข้าหรือ"

เสวี่ยเหยียนสะบัดหางทีหนึ่ง แล้วเหลือบมองหลิงเซี่ยแวบหนึ่ง ในตากลมโตสีอำพันทอแววคาดหวังและเจ็บปวดอยู่เล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ามันหวงแหนน่องไก่ของตนเป็นอย่างยิ่ง

หลิงเซี่ยสูดหายใจลึก รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อย ทว่าในขณะเดียวกันก็รู้สึกมีความสุขครึ้มอกครึ้มใจอยู่บ้าง ดูท่าหลังจากที่เอาอาหารเลิศรสมาเซ่นไหว้ตั้งหลายวัน ในที่สุดเจ้าตัวน้อยก็มองเขาเป็นคนคุ้นเคยเสียที

เขาก้มตัวลงไปหยิบน่องไก่ขึ้นมาจ้องมองวงน้ำลายอยู่ครู่หนึ่ง พยายามปลอบขวัญตัวเอง อืม... หากกล่าวกันตามตรง น้ำลายของสัตว์อสูรล้วนอุดมไปด้วยธาตุพลังจากธรรมชาติ น่าจะไม่เป็นไร ส่วนตัวเขาเอง ตอนเด็ก ๆ ก็เคยกินไอติมแท่งเดียวกันกับเพื่อน แบ่งกันกัดคนละคำก็ยังทำมาแล้วเลยเมื่อปลอบใจตนเองเสร็จแล้วเขาถึงค่อย ๆ เอาปากฉีกเนื้อออกมาคำเล็ก ๆ ก่อนจะเคี้ยวง่ำ ๆ อยู่ไม่กี่ทีแล้วกลืนลงไป รสชาติไก่ย่างนี่ไม่เลวเลยจริง ๆ กลิ่นหญ้าฟางเผาไฟหอมกรุ่น รสสัมผัสนุ่มลิ้นแต่ไม่เลี่ยน อร่อยกว่าอาหารประจำวันของเขาเป็นไหน ๆ...

เมื่อเห็นหลิงเซี่ยกลืนกินลงไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย สีหน้าอาการของเสวี่ยเหยียนก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ส่ายหางดุ๊กดิ๊กเล็กน้อยอย่างสงวนท่าที ใบหูที่มีขนฟู ๆ ก็ลู่ลง น่ารักน่าแกล้งเหมือนตุ๊กตาหิมะไม่มีผิด หลิงเซี่ยเห็นท่าทางน่ารักเช่นนั้นยิ่งรู้สึกหมั่นเขี้ยว จะยื่นมือเข้าไปลูบคลำหัวของมัน มันกลับถอยหนีไปหลายก้าว  ฉายแววตาหวาดระแวงออกมาดังเดิม

หลิงเซี่ยเก็บมือกลับไปด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ยิ้มพลางกล่าว "งั้นเดี๋ยวข้าลงเขาแล้วนะ พรุ่งนี้ค่อยมาหาเจ้าใหม่"

เสวี่ยเหยียนพลันหน้างอคอตก ราวกับรู้สึกน้อยอกน้อยใจ ดังนั้นพอหลิงเซี่ยหมุนตัวไป มันก็งับชายเสื้อของหลิงเซี่ยเอาไว้ จนทำให้เขาซวนเซเล็กน้อย

หลิงเซี่ยก้มหน้าลงด้วยความฉงน เสวี่ยเหยียนทำหน้าละห้อยพลางก้มหัวหมอบลงกับพื้น เหมือนจะบอกว่าถึงข้าไม่ชอบใจ แต่จะยอมให้เจ้ามนุษย์สุดแสนจะสามัญธรรมดาเช่นเจ้าลูบหน่อยก็ได้

"..."

เพราะแบบนี้ไงล่ะ เขาถึงได้คิดว่าเจ้าเด็กน้อยนี่กับเจ้าอวี้จือเจวี๋ยเหมือนกันไม่มีผิด ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้กันฮึ?

หลิงเซี่ยย่อตัวลงนั่งยอง ๆ แล้วเอามือลูบเบา ๆ ลูบไล้ไปตามบริเวณเว้าโค้งหลังใบหูที่มีขนนุ่มฟู ของมัน แล้วเกาบริเวณใต้คางเบา ๆ เขาเองก็เคยเลี้ยงแมวมาก่อน จึงรู้ดีว่าจะทำอย่างไรให้ลูกแมวน้อยผ่อนคลายยิ่งขึ้น

เป็นดังคาด ร่างอันหดเกร็งของเสวี่ยเหยียนเริ่มผ่อนคลายลงช้า ๆ หยีตาพลางหมอบอยู่ที่พื้นอย่างพออกพอใจ จะเหลือก็แต่กลิ้งตัวคลอเคลียเท่านั้น หลิงเซี่ยยิ้มร่าพลางบีบเนื้อของมันเบา ๆ มันก็ไม่ตอบโต้

หลายวันต่อมา เสวี่ยเหยียนกับหลิงเซี่ยยิ่งใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น พอหลิงเซี่ยใช้จ่ายเบี้ยรายเดือนจนหมด แล้วไม่ได้หิ้วของกินขึ้นมาฝากอีกเสวี่ยเหยียนก็มิได้แสดงอาการไม่พอใจแต่อย่างใด ทว่ากลับปีนขึ้นมาคลอเคลียอยู่บนตัวหลิงเซี่ย ให้เขาลูบ ๆ เกา ๆ ได้อย่างคุ้นเคย

วันนี้หลิงเซี่ยกำลังเล่นกับเสวี่ยเหยียนอยู่ ทำท่าจะยกชูตัวมันขึ้น เสวี่ยเหยียนกลับเหลือบมองเขาอย่างดูแคลน ทันใดนั้นมันก็พลิกตัวกระโดดลงพื้น หลิงเซี่ยเพียงรู้สึกว่ามีลมหอบใหญ่พุ่งมาปะทะใบหน้า โหมพัดจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น พอเขาเห็นภาพเบื้องหน้าได้ชัดเจนก็ต้องตกตะลึง ภาพเบื้องหน้ามิใช่ก้อนหิมะขนปุยที่แสนน่ารักน่าแกล้งตัวนั้นอีกแล้ว หากแต่เป็นสัตว์อสูรน่าเกรงขามสีขาวขนาดตัวใหญ่เท่าเสือโคร่ง!

ดวงตาสุกใสของเสวี่ยเหยียนที่เดิมทีเป็นสีอำพันก็กลายเป็นสีแดงฉาน ขนตามตัวก็ยาวขึ้นประมาณหนึ่งนิ้ว พร้อมกับกรงเล็บบนอุ้งเท้ายาวประมาณสามนิ้วที่คมกริบราวกับใบมีด!

มันคำรามเสียงต่ำทีหนึ่ง แล้วพ่นเปลวเพลิงแดงฉานขึ้นไปบนอากาศสูงราว ๆ หนึ่งจั้ง ไฟสีแดงสดนั้นดูตัดกันกับขนสีขาวหิมะบนตัวมันอย่างชัดเจน หลิงเซี่ยผงะถอยร่นไปสองก้าวโดยอัตโนมัติ ในใจพลันสะท้าน นี่สิถึงจะเป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของสัตว์อสูรขั้นเจ็ด...

เสวี่ยเหยียนโคลงหัวบุ้ยใบ้ให้หลิงเซี่ยขึ้นไปบนหลังพลางหมอบร่างลงต่ำ นัยน์ตาแดงฉานกลับไร้ซึ่งแววดุร้าย ทว่าหลุกหลิกอย่างตื่นเต้น หลิงเซี่ยเลยคลายใจลงทันที นี่หมายความว่าให้ตนขึ้นไปนั่งข้างบนหรอกหรือ

เขากระโดดขึ้นไปนั่งอย่างระมัดระวัง แล้วลองยื่นมือไปโอบแผงคอของเสวี่ยเหยียน เสวี่ยเหยียนก็คำรามเสียงต่ำอีกที สี่ขาออกแรง จู่ ๆ ก็พาเขากระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ที่สูงราว ๆ สิบกว่าจั้งต้นหนึ่ง

หลิงเซี่ยถูกลมกรรโชกพุ่งเข้ามาปะทะใบหน้าอย่างแรงบวกกับการเปลี่ยนระดับความสูงอย่างฉับพลัน เลยเกิดอาการวิงเวียนพร่าเบลอขึ้น เสวี่ยเหยียนสัมผัสได้ถึงความตื่นเกร็งของเขา ก็ยิ่งเร่งระดับความเร็วขึ้นอย่างได้ใจ โฉบซ้ายโฉบขวากลางอากาศราวกับจะอวดสำแดงศักดา จนฝูงสกุณาในป่าดงตกใจพากันบินหนีพึ่บพั่บ ผมของหลิงเซี่ยถูกลมพัดจนพันกันยุ่งเหยิง เลยรีบก้มตัวลงโอบรอบคอของเสวี่ยเหยียนไว้แน่น

ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดหลิงเซี่ยก็เริ่มปรับตัวได้ ยืดเอวขึ้นมองแมกไม้ที่ถอยห่ายออกไปอย่างรวดเร็ว ระดับความเร็วของเสวี่ยเหยียนยังเหนือกว่ารถสปอร์ตเสียด้วยซ้ำ! โดยเฉพาะตอนที่ร่างของเสวี่ยเหยียนพุ่งกระโดดโลดลอยอยู่กลางอากาศ หนึ่งคนหนึ่งสัตว์เหมือนกำลังโผบินอยู่กลางเวหาอย่างไรอย่างนั้น

"เจ้าโคตรเจ๋งเลยอ่ะ!" หลิงเซี่ยบีบใบหูขนฟูของเสวี่ยเหยียนเบา ๆ เป็นการชื่นชม

เสวี่ยเหยียนหันหน้ากลับไปมองเขาแวบหนึ่งอย่างได้ใจ พอออกแรงใต้อุ้งเท้า ก็ยิ่งกระโดดสูงขึ้น

ขณะที่หลิงเซี่ยกำลังชื่นเชยลมโกรกอย่างชอบอกชอบใจอยู่นั้น จู่ ๆ ใบหูยาวตั้งเด่ของเสวี่ยเหยียนก็พลันลู่ลง ลำตัวหดเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานก็กระโดดลงจากต้นไม้ ก่อนจะชะงักฝีเท้าอย่างมั่นคง

ขณะที่หลิงเซี่ยยังไม่คลายสงสัย พลันได้ยินน้ำเสียงทุ้มหนักของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งดังขึ้น "อาหลี ช่วงนี้เจ้ากลับมาช้าทุกวัน ที่แท้เพราะไปหาสหายน้อยมาหรอกหรือ"

หลิงเซี่ยนิ่งอึ้ง กวาดสายตามองไปรอบทิศทาง เห็นชายผู้หนึ่งที่มีผมเผ้าสีขาวดุจหิมะ สวมหน้ากากที่แกะสลักจากไม้ท้อบนใบหน้า ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เขายืนเอามือไพล่หลัง สวมเสื้อทรงยาวสีขาวทับร่างอย่างเรียบง่าย หากกวาดตามองผ่านเร็ว ๆ แทบจะดูเหมือนภูตผีปีศาจ ดวงตาอันเฉียบคมหลังหน้ากากคู่นั้นกำลังจับจ้องมาที่พวกเขา

เขามั่นใจว่าคนผู้นี้ต้องเป็นเจ้านายของเสวี่ยเหยียนแน่นอน จึงรีบกระโดดลงจากหลังของมัน

เสวี่ยเหยียนกลิ้งตัวลงไปกับพื้น ลำตัวพลันย่อขนาดลงอย่างรวดเร็ว พอลุกขึ้นยืนก็คืนสู่ร่างเล็กกระจิริดประเปรียวน่ารักดังเดิม ก่อนจะเดินเข้าไปถูไถชายสวมหน้ากาก แล้วกลิ้งตัวไปมาบนพื้นออดอ้อน

หลิงเซี่ยทราบดีว่าชายลึกลับผู้นี้กลัวความลำบากยุ่งยากจึงไม่แสดงการคารวะและไม่ใช้สำนวนภาษาที่เป็นทางการ เพียงแต่ยิ้มกล่าว "ผู้น้อยหลิงเซี่ย เป็นศิษย์บรรจุใหม่ของหออิ๋งเซียน หลายวันก่อนย่างปลาอยู่ริมลำธารเลยได้รู้จักกับอาหลี แต่เพิ่งจะทราบชื่อของมันก็วันนี้แหละขอรับ"

ในเรื่อง อาหลีถูกซ่งเสียวหู่เรียกว่าเถี่ยต้าน (ขนมไข่เหล็ก) หลิงเซี่ยลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

"อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง" ชายสวมหน้ากากพยักหน้าเบา ๆ พลางกล่าว "ถึงว่าหลายวันมานี้ พอมันกลับมาก็ไม่ยอมกินข้าวกินปลา"

อาหลีกระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนบ่าของเขาอย่างฉลาดแสนรู้ แล้วออกแรงซุกไซ้ ทำหน้าออดอ้อน ครางเสียงหงุงหงิงในปาก แต่ก็ไม่รู้ว่ามันพูดอะไร

ชายสวมหน้ากากถูกมันซุกไซ้จนรำคาญ ก่อนจะกล่าวอย่างสงสัย "น้อยครั้งนักที่อาหลีจะยอมข้องแวะกับคนนอก ไม่นึกเลยว่าจะถูกใจเด็กหนุ่มอย่างเจ้า"

——ก็เพราะมันเป็นจอมตะกละที่แสนน่ารักน่ะสิ!

หลิงเซี่ยยิ้มพลางว่า "คงเป็นเพราะข้ากับอาหลีมีชะตาต้องกันล่ะมั้งขอรับ ข้าเองก็ชอบมันมาก"

ชายสวมหน้ากากนั่นเพ่งมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง แววตาเรียบนิ่งน่ายำเกรง เอาแต่จ้องมองมาจนหลิงเซี่ยขนลุกเกรียว เขาสบสายตากับอีกฝ่ายอย่างเปิดเผยจริงใจ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย บนใบหน้าหาได้มีรอยประหม่าสักกระผีกริ้นไม่

จู่ ๆ ชายสวมหน้ากากก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมา "เจ้าเด็กคนนี้น่าสนใจจริง ๆ ตามข้ามา" เขาพูดพลางส่ายร่างโคลงเคลง แล้วหายตัวไปจากที่เดิม

หลิงเซี่ยวิ่งตามไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย อาหลีมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ ตามชายสวมหน้ากากนั่นไป ทว่าการเคลื่อนไหวกลับเชื่องช้าลงอย่างมาก หลิงเซี่ยปรับจังหวะการหายใจให้เท่ากับมัน ไม่รู้ว่าวิ่งอยู่นานแค่ไหนแล้ว เหนื่อยจนหอบหายใจระรัว ตราบจนเห็นกระท่อมเล็ก ๆ หลังหนึ่งปรากฏขึ้นหลังป่าไผ่ เขาก็ดีใจขึ้นมาทันที มั่นใจว่าที่นี่คือจุดหมายปลายทาง

ชายสวมหน้ากากนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวตามสบาย พอโสตประสาทสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวก็เพียงแค่ยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย "อืม ไม่มีพื้นฐานวิทยายุทธ์เลยสักนิด ว่ามาเถอะเจ้าไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าตามข้ามาที่นี่"

หลิงเซี่ยใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ชายสวมหน้ากากนี่มีชีวิตอยู่มากี่ปีแล้วก็มิอาจทราบได้ สู้ตนพูดความจริงไปเลยดีกว่า เขาจึงกล่าวออกไปอย่างเปิดเผย "ข้าอยากมีฝีมือเก่งกาจ ท่านช่วยข้าได้หรือไม่"

ในเรื่อง สิ่งที่ทำให้ชายสวมหน้ากากพึงใจซ่งเสียวหู่ก็คือลักษณะนิสัยอันบริสุทธิ์ใสซื่อ เถรตรง และทรหดอดทน เขาไม่สามารถเลียนแบบความบริสุทธิ์ใสซื่อของซ่งเสียวหู่ได้ เช่นนั้นสู้แสดงออกอย่างเปิดเผยจริงใจเสียดีกว่า

"หึหึ..."

ชายสวมหน้ากากหัวเราะสองสามที ก่อนจะโบกมือทีหนึ่ง เบื้องหน้าหลิงเซี่ยพลันพร่ามัว วินาทีต่อมาชายสวมหน้ากากก็เข้ามาทาบกดที่ขม่อมของเขา เขาสะดุ้งตกใจ แต่พอจะถอยหลัง ร่างกายกลับเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้ กระดุกกระดิกไม่ได้เลยสักนิด จู่ ๆ กระแสพลังอันพิสดารสายหนึ่งพลันชำแรกลงมาทางขม่อมของเขา ประหนึ่งกระแสธารอันเชี่ยวกรากมากเหลือประมาณได้ไหลกลิ้งกระฉอกไปมาอยู่ในร่างของเขาอย่างถือวิสาสะ หัวใจของเขายิ่งเต้นยิ่งเร็วอย่างไม่อาจควบคุมได้ ครู่เดียวบนหน้าผากก็มีเหงื่อซึมผุดออกมาจนเปียกชุ่ม

ชายสวมหน้ากากถอนมือกลับมาอย่างละเหี่ยใจ ประเดี๋ยวเดียวก็กลับไปเอนร่างนอน "น่าเสียดายยิ่งนัก คุณสมบัติในร่างกายของเจ้าสุดแสนจะธรรมดา ถึงแม้ในกายเจ้าจะมีพลังมังกรพยัคฆ์กับเศษพลังธาตุไม้เล็กน้อยก็เถอะ แต่จากที่ข้าดู ๆ แล้ว ต่อให้เจ้ามานะบากบั่นกว่าคนอื่นเขา ก็ยังประสบความสำเร็จได้ยาก"

"เรื่องนี้ข้าทราบดี"

หัวใจของหลิงเซี่ยยังคงเต้นตึกตัก เขาเช็ดหยาดเหงื่อบนหน้าผากก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่น "แต่หากยอมแพ้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ลองเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่างนี่มิเท่ากับไร้ซึ่งความหวังเลยหรอกหรือขอรับ"

ไม่ได้! ข้าต้องมีชีวิตอยู่จนกว่าเจ้าเด็กสองคนนั้นมันจะโต แล้วเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องให้สำเร็จก่อน ข้าถึงจะหาโอกาสทะลุมิติกลับบ้านไปได้อย่างวางใจนะเว้ย!

นึกไม่ถึงว่าจู่ ๆ หลิงเซี่ยจะตอบกลับมาเช่นนี้ ชายสวมหน้ากากนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ทว่าชั่วครู่ก็หัวเราะออกมา "ในเมื่อเจ้ากล่าววาจาเช่นนี้ ต่างฝ่ายต่างก็ไร้เรื่องราว พวกเรามาลองดูกันหน่อยดีกว่า ว่าความตั้งใจของเจ้ามันจะยิ่งใหญ่สักเพียงใด"

ชายสวมหน้ากากใช้ฝ่าเท้าวาดบางอย่างบนพื้นหลิงเซี่ยเบิกตาโพลงมองพื้นผิวใต้ฝ่าเท้าของตนที่ปรากฏรอยแยกเป็นสาย ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องตกใจก็ร่วงผล็อยลงไปแล้ว

——เฮ้ย! จำได้ว่าพระเอกไม่มีฉากออกโรงแบบนี้ในเรื่องนี่หว่า อย่ามารังแกกันเพราะเห็นว่าเป็นตัวประกอบนะเว้ย!

ตราบจนกระทั่งหลิงเซี่ยลืมตาขึ้น ถึงได้พบว่าตนกำลังนอนกองอยู่ในพงหญ้า ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากต้นไม้ใบหญ้า หอมสดชื่นยิ่งนัก เขารีบกระโดดลุกขึ้นยืนก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบทิศทาง ทิวทัศน์โดยรอบดุจภาพฝันมายา มวลผกาเบ่งบานงามตระการยิ่ง ต้นหลิวเขียวสะพรั่งแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ห่างออกไปไม่ไกลมีสิ่งปลูกสร้างอันวิจิตรจำรูญเรียงรายอยู่เป็นแถบ แสดงว่ามิใช่สถานที่ที่ยืนอยู่เมื่อครู่นี้แล้ว

ที่นี่ที่ไหนกันหลิงเซี่ยพิศวงงงงวยอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็มีเสียงของชายสวมหน้ากากดังขึ้นกลางอากาศ "เดินไปที่ห้องที่สอง"

หลิงเซี่ยตกตะลึง ไม่รู้ว่าเสียงนี่ดังมาจากแห่งหนใด ราวกับดังก้องไปทั่วทุกส่วนในพื้นที่ว่าง...

พื้นที่ว่างนัยน์ตาของเขาพลันสว่างวาบ ทันใดนั้นพลันกระจ่างแจ้ง ตนคงจะอยู่ในพื้นที่มิติพิศวงของชายสวมหน้ากากนั่นแล้วเป็นแน่!

พลังแฝงในโลกแห่งนี้ นอกจากจะมีพลังธาตุแต่ละสายแล้ว ยังมีทักษะเสริมที่โคตรเทพอีกมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือทักษะพลังมิติช่องว่าง ทักษะพลังมิติช่องว่างแตกต่างจากพวกย่ามบรรจุภัณฑ์ หรือธำมรงค์บรรจุภัณฑ์ เพราะมิได้รังสรรค์มาจากของวิเศษแต่อย่างใด หากแต่ผู้ฝึกฝนต้องเพียรสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง แทบจะเหมือนกับพื้นที่ว่างในชีวิตจริงเลยทีเดียว

เฮ้อ! ผู้เชี่ยวชาญพลังมิติที่เก่งกาจที่สุดก็คือซ่งเสียวหู่กับอวี้จือเจวี๋ยในอนาคต ทั้งสองล้วนแต่เป็นเสวียนหวงระดับสิบในตำนาน สามารถเนรมิตสิ่งปลูกสร้าง เพาะเลี้ยงสมุนไพรวิญญาณและหินพลัง หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนแปลงหน่วยเวลาภายในพื้นที่มิติของตนตามเจตจำนงของตนเองได้ สามารถทำให้พื้นที่มิติกับโลกภายนอกเหมือนหรือแตกต่างกันได้หลายร้อยเท่าเลยทีเดียว

เรื่องนี้ทำให้หลิงเซี่ยโคตรหมั่นไส้เลยโว้ย!

ไม่นานชายสวมหน้ากากก็เอ่ยปากอีกเขากล่าววาจาอย่างเกียจคร้าน "เดินไปที่ห้องที่สอง แล้วเปิดตู้หนังสือ"

หลิงเซี่ยไม่คิดอันใดให้มากความ ทำตามคำสั่งของชายสวมหน้ากากอย่างว่าง่าย ก่อนจะค้นเจอตำราเก่า ๆ สีออกเหลืองเล่มหนึ่งที่อยู่ชั้นในสุด หนาประมาณสามเซนติเมตร แต่หนักจนพอถือแล้วมืออ่อนยวบ

"ในถุงที่อยู่นอกห้องมีเมล็ดพันธุ์หญ้าอวี้ซวีอยู่จำนวนหนึ่ง วิธีการเพาะปลูกก็จาระไนอยู่ในตำราเล่มนั้นแล้ว หากเจ้าสามารถทำให้มันแตกใบอ่อนภายในระยะเวลาสามชั่วยามได้ ข้าก็จะยอมรับความตั้งใจของเจ้า" 

น้ำเสียงของชายสวมหน้ากากฟังดูคล้ายกับยินดีในคราเคราะห์ของผู้อื่นอย่างชัดเจน เหมือนกำลังรอดูงิ้วที่จะให้ความเพลิดเพลินองก์หนึ่งอย่างไรอย่างนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.333K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1210 moonhug_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 20:22
    ชอบเนื้อเรื่องแบบนี้จัง นายเอกเราไม่จำเป็นต้องมีพลังเทพ แต่มีความเพียรพยายามกว่าผู้อื่น🥰 หลิงหลิงของเราเก่งขึ้นแล้วน้า
    #1,210
    0
  2. #1173 Yok Poog (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 20:49
    ทำฟาร์ม...
    #1,173
    0
  3. #1091 biewl2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 00:27
    พี่หลิงนี่อึดถึกทนอย่างเดียวสินะ ดีแล้วๆ เวลาซาบูเลเฮ่จะได้มีช่วงเวลาที่ยาวนาน 5555 แต่ว่าหลังจากนั้นจะลงจากเตียงได้ไหมหนอ แต่ละคนก็ไม่ใช่เล่นๆเลยยยยยยย
    #1,091
    0
  4. #961 ChaTzar (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 21:14
    เราไม่เปย์ดีฟ่าเรื่องนี้ตัวหลิงเซี่ยมันน่าสมเพชเกินไป
    #961
    0
  5. #884 เซจัง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:08
    อ่านตอนนี้ภาพฮิกคัพกับเขี้ยวกุดลอยมาเลย
    #884
    0
  6. #870 GokuH@y@ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 12:11

    สู้เขาาาา

    #870
    0
  7. #834 KhimSF7 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 11:31
    จะปลูกต้นไม้ขึ้นมั้ย พี่หลิงสู้ๆค้าบบบ
    #834
    0
  8. #782 Thipnan Bow (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:55
    เหมือนเขี้ยวกุดเลย55555555
    #782
    0
  9. #717 ninety-fourseven (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:26
    อยู่เฉยๆให้สามีปกป้องก็ได้ แค่กกกกกก
    #717
    0
  10. #712 เฮอแสต้มจัง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:32
    พี่หลิงจะเป็นอะไรก็ได้ ยังไงก็รักอุอุ//เปิดโหมดอวย 555 พี่หลิงสู้ๆๆ
    #712
    0
  11. #705 ฮ่อยจ๊อ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:44
    ถ้าสั่งตอนใกล้ๆปิดพรีจะสามารถนัดรับได้มั้ยคะ
    #705
    1
    • #705-1 irisbook(จากตอนที่ 24)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:47
      ได้ค่ะ
      #705-1
  12. #700 godxmeii (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:54
    เป็นนักปรุงโอสถเทพๆก็ได้นะ555 น้องหลิงงสุ้เข้านะะะ
    #700
    0
  13. #697 สามข่ายล่าสวรรค์ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:48

    กว่าจะได้เล่มจริงก็เดือนเมษา จะลงแดงแล้วจ้าา

    #697
    0
  14. #686 punch98line (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:52
    สายบู๊มาได้เเต่เรามาสายหมอได้นะ พี่ใหญ่สู้ๆ ฮื่ออยากได้เล่มเเล้ววว
    #686
    0
  15. #671 Konrafah (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:25
    สู้เขานะ
    #671
    0
  16. #663 momomeme7101 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:24
    ฮือพึ่งสั่งลั่วปิงเหอไปเองมาเจอเรื่องนี้เเล้วตังไม่พอง่าTvT
    #663
    2
    • #663-1 มินมิน (จากตอนที่ 24)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:57
      เห็นในเฟสมีร้านรับผ่อนเรื่องนี้อยู่นะคะ คงต้องไปหาตามห้องคุยนิยายวายน่ะค่ะ

      เราเคยเห็นแต่ไม่เคยใช้บริการนะ
      #663-1
    • #663-2 fon336362(จากตอนที่ 24)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:58

      ยังมีเวลาเก็บตังทันอยู่นะคะ
      #663-2
  17. #661 Nunal (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:02
    อุอิ. รออ.

    สั่งแล้ว รอๆๆๆ
    #661
    0
  18. #658 ~Sers~ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:07
    สายแม่บ้านแม่เรือนที่แท้
    #658
    0
  19. #655 Narisa Ren (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:50
    สู้​ต่อไป​นะพี่​ใหญ่​
    #655
    0
  20. #646 conanjung13 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:32

    ที่แท้มาสายทำฟาร์มนี่เอง ดีๆ แบบนี้ก็ดีนะ

    #646
    0
  21. #645 Poplove Loveyou (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:28
    มันเป็นอะไรที่ดีต่อใจเหลือเกินจร้า
    #645
    0
  22. #642 kougyoku (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:16
    อร้ายยยยยยยย รอคอยอยู่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยเจ้าค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
    #642
    0