กลรักสกัดครองโลก (穿成炮灰之反派养成计划 ) สนพ.ไอริสบุ๊ค (นิยายแปลลิขสิทธิ์)

ตอนที่ 18 : ตอนที่17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,429 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

ตอนที่สิบเจ็ด

ห้องที่หลิงเซี่ยพักอยู่ตอนนี้เป็นสถานที่ซึ่งท่านประมุขพรรคตระเตรียมไว้สำหรับรับรองศิษย์ใหม่เป็นการชั่วคราวศิษย์คนอื่นๆที่ได้รับการระบุสังกัดต่างทยอยออกจากที่นี่แล้วแยกย้ายกันไปประจำตามสถานที่ตามสังกัดของตนซึ่งก็หมายความว่า เขาอาศัยบารมีของซ่งเสียวหู่และอวี้จือเจวี๋ย ถึงสามารถพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ได้เป็นกรณีพิเศษ

หลิงเซี่ยยังคงพะวงเรื่องกลุ่มคนที่มาจากเมืองอวิ๋นเซียวพวกนั้น แต่ก็ไม่อยากไปรื้อฟื้นเรื่องราวที่ทำให้อวี้จือเจวี๋ยอึดอัดใจ พอคล้อยหลังจึงลอบถามไถ่ซ่งเสียวหู่แทน ซ่งเสียวหู่ตอบกลับในทันที 

"เฟิงลั่วบอกข้าว่า คนพวกนั้นยังมิได้จากไป เห็นว่าเจ้า...ศิษย์น้องเล็กนั่นจู่ ๆ ก็หายตัวไป จะรั้งอยู่ที่นี่จนกว่าจะหาเขาพบ"

แน่นอนว่ามีสิ่งหนึ่งที่หลิงเซี่ยไม่ทราบเลยคือสาเหตุหลักที่คนพวกนั้นไม่ยอมจากไป นั่นเป็นเพราะชุ่ยอวี่ หลังจบการประลองม่อไต้ต้องปลอบประโลมชุ่ยอวี่เป็นการใหญ่ บอกว่าตอนนี้อวี้จือเจวี๋ยเพิ่งจะได้เข้าพรรคเส้าหยางไม่นาน ครั้นจะเอ่ยขอคนกับเฟิงซูหมิงก็จะเป็นการไม่สมควร ท้ายที่สุดชุ่ยอวี่จึงได้แต่ทอดถอนใจ บอกว่ากลับไปค่อยรบเร้ากับบิดาของนางอีกที ถึงแม้ชุ่ยอวี่จะเอาแต่ใจ แต่หาได้โง่เขลาไม่ รู้ดีว่าเรื่องนี้มิได้ง่ายดายปานนั้น เรื่องที่ซ่างเหยียนหายตัวไป นางเองก็นั่งไม่ติดที่ แต่ก็สามารถใช้เป็นเหตุผลรั้งอยู่ต่อไปได้พอดี

หลิงเซี่ยพลันวิตกกังวลขึ้นมา ถ้าตอนนั้นเขาหักใจลงมือทำลายซากศพลบทิ้งร่อยรอยให้หมดสิ้น บางทีก็อาจจะดีกว่านี้ แต่มานึกเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว แถมต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็คงทำไม่ลงอยู่ดี... คงได้แต่ภาวนาให้ศพของซ่างเหยียนอย่าได้ถูกขุดค้นพบขึ้นมาเลย หลังจากนั้นเขาก็กำชับกำชากับซ่งเสียวหู่อีกหลายประโยค ว่าห้ามหลุดปากแพร่งพรายเรื่องนี้เป็นอันขาด ซึ่งซ่งเสียวหู่ก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ

เฟิงลั่วกับซ่งเสียวหู่เริ่มสนิทกันแล้ว พอเห็นหลิงเซี่ยจึงพยักหน้าให้อย่างเกรงใจ ทว่ายังคงแฝงความรู้สึกเหินห่างอยู่รำไร หลิงเซี่ยทราบดีว่า ในโลกใบนี้มิได้จัดลำดับนับรุ่นตามอายุ ทว่านับตามฝีมือความสามารถและช่วงเวลาที่เข้าสำนักยิ่งถ้ามีฐานะของศิษย์สายตรงของประมุขพรรคยิ่งสูงส่งเหนือกว่าศิษย์ทั่วไปดังนั้นตามกฎของที่นี่ เขาต้องเรียกเฟิงลั่วว่า "ซือเจี่ย"และเรียกอวี้จือเจวี๋ยกับซ่งเสียวหู่ว่า "ซือซฺยง"ด้วยซ้ำ...

หลิงเซี่ยรู้สึกขมขื่นเล็กน้อย

แถมขณะที่พักรักษาตัวอยู่ที่นี่ เพียงแค่เห็นเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ก็สามารถแยกแยะฐานะของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำแล้ว กล่าวได้ว่า "อาศัยเครื่องแบบจำแนกบุคคล" อย่างมีมาตรฐานจริง ๆ ในบรรดาพวกเขาที่เป็นศิษย์รุ่น "ผิ่น" นี้ ศิษย์สายตรงของท่านประมุขจะสวมอาภรณ์สีดำขลิบทอง ศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสท่านอื่น ๆ ในพรรคเส้าหยางจะสวมอาภรณ์สีดำขลิบเงิน ศิษย์ขั้นสามซึ่งเป็นขั้นถัดมาก็สวมเสื้อคลุมยาวสีเทา พอมาถึงศิษย์นอกทำเนียบอย่างพวกหลิงเซี่ยก็ได้แค่สวมชุดเด็กรับใช้สีน้ำเงินเข้มเท่านั้น

ถึงจะบอกว่ามิได้คาดหวังอันใดกับโลกใบนี้มากมายก็เถอะแต่อย่างไรเสียหลิงเซี่ยก็ยังถูกระบบศักดินาที่มีการแบ่งแยกชนชั้นเช่นนี้ก่อกวนใจอยู่ดี การที่เขาพักรักษาตัวอยู่ที่นี่นาน ๆ ถึงอย่างไรก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใดนัก อีกทั้งบาดแผลก็มิได้หนักหนาอันใดแล้ว จึงตัดสินใจว่าตนควรรีบไปรายงานตัวที่หออิ๋งเซียนจะดีกว่า

ทว่าแม้เขากล่าวเช่นนี้แล้วซ่งเสียวหู่ก็หาได้มีท่าทีอาลัยอาวรณ์ไม่ เพียงแต่ยิ้มแฉ่งพร้อมกล่าว "งั้นไว้ข้าว่างแล้วจะแวะไปหาท่านนะ พี่ใหญ่หลิง ท่านก็ต้องแวะมาหาพวกข้าบ่อย ๆ ล่ะ"

ถึงอย่างไรซ่งเสียวหู่ก็เป็นถึงศิษย์สายตรงของประมุขพรรคอยู่ต่อหน้าเฟิงลั่ว หลิงเซี่ยย่อมไม่กล้าลูบหัวเม่นแคระของเขาเล่นเหมือนแต่ก่อนนี้แล้ว ได้แต่พยักหน้าแล้วยิ้มให้ "อื้อ ไว้ข้าว่างแล้วจะแวะมาหาพวกเจ้า"

อวี้จือเจวี๋ยยิ่งมีปฏิกิริยาเฉยชากว่า หลังจากเหลือบมองหลิงเซี่ยแวบหนึ่งอย่างรวดเร็วแล้วก็หันหน้าไป "งั้นเจ้าก็ตั้งใจฝึกล่ะ คราวหน้าอย่าได้ปล่อยให้เขาทุบตีเหมือนหมูเหมือนหมาเช่นนี้อีก"

"...เจ้า" หลิงเซี่ยอับจนคำพูด เด็กบ้านี่ฉาบยาพิษไว้บนลิ้นหรือไงนะ

แรกเข้าพรรคมีเรื่องจิปาถะมากมายเต็มไปหมด ตัวอย่างเช่น การแบ่งห้องพัก กฎพื้นฐาน และเรื่องอื่น ๆ เหมือนกับคนวัยหนุ่มสาวที่เพิ่งจะหางานทำได้ใหม่ ๆ อย่างไรอย่างนั้น หลิงเซี่ยไม่ยอมให้เด็กสองคนนั้นมาส่งตน ครั้นเขาเดินจากมาได้ไกลแล้ว เมื่อลองหันหลังกลับไปก็ยังเห็นเด็กสองคนนั้นมองมาทางตนอยู่ ทันใดนั้นพลันรู้สึกถึงความอบอุ่นเอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจ

ถึงจะบอกว่าอยู่ในพรรคเดียวกันก็เถอะ แต่หออิ๋งเซียนอยู่ห่างจากภูเขามู่สือซึ่งเป็นสถานที่ฝึกวิชาของศิษย์สายตรงในท่านประมุขเหล่านั้นเป็นระยะเวลาในการเดินทางถึงหนึ่งชั่วยามเต็ม ๆ ศิษย์อีกสี่คนที่ถูกจัดให้ไปอยู่หออิ๋งเซียนเหมือนกันกับหลิงเซี่ยต่างก็เดินทางจากไปพร้อมกับศิษย์ผู้ดูแลตั้งแต่เสร็จสิ้นการประลองแล้ว หลิงเซี่ยกวาดตามองทิศทางพลางรีบติดตามไปอย่างเร่งบ้างช้าบ้าง

เท้าของเขาถูกซวีเหยี่ยนเตะจนบาดเจ็บในช่วงการประลองก่อนหน้านี้ เวลาเดินช้า ๆ ยังไม่ได้รู้สึกผิดแปลกอะไรแต่หากเดินเร็วขึ้นมาก็จะกระทบกระเทือนบาดแผลจนเจ็บปวดทะลุหัวใจ ดังนั้นกว่าจะเดินทางมาถึงหออิ๋งเซียนได้ก็ปาเข้าไปสองชั่วยามแล้ว ท้องฟ้าก็มืดมิดแล้วด้วย

หออิ๋งเซียน (หอต้อนรับเซียน) ตั้งอยู่บนเชิงเขาเล็ก ๆ แห่งหนึ่งบริเวณเทือกเขาเมืองฉงหมิง แม้นจะมีนามไพเราะน่าฟัง ทว่าฐานะในพรรคเส้าหยางกลับมิได้สูงส่งอันใด เพียงมีหน้าที่ดูแลแปลงนาสมุนไพร ข้าวสารฟืนไฟ และเรื่องจิปาถะในพรรคเส้าหยางเท่านั้น ศิษย์ที่สังกัดอยู่ที่นี่ล้วนทำงานหนักมากที่สุด ทว่ากลับได้รับแค่คำชี้แนะในการฝึกฝนขั้นพื้นฐานที่ต่ำที่สุดแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น หากเปรียบกับชื่อเรียก "ศิษย์พรรคเส้าหยาง" แล้ว เรียกว่าแรงงานรับจ้างทำงานเบ็ดเตล็ดในพรรคเส้าหยางดูจะเหมาะสมกว่ามาก เบี้ยรายเดือนของศิษย์เหล่านี้ก็น้อยที่สุดอีกด้วย

เมื่อก่อนตอนที่หลิงเซี่ยอ่านมาถึงเนื้อเรื่องในฉากนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะอ่านข้ามไป เลือกอ่านแต่ตอนถึงพริกถึงขิงอย่างเดียว ฉากที่พรรณนาความลำบากที่พระเอกได้รับตอนอยู่ที่นี่ เขาไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งด้วยเลยสักครึ่งส่วน มาบัดนี้หลิงเซี่ยนึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่พระเอกได้ประสบพบเจอก็คือสิ่งที่ตนจะต้องเผชิญนั่นเอง

ศิษย์สองคนที่เฝ้ารักษาประตูทางเข้าต่างดูมีอายุราว ๆ สามสิบกว่าปีแล้วทั้งคู่ พอเห็นก็รู้เลยว่าขาดการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน หลิงเซี่ยรีบควักป้ายตรงเอวที่สลักชื่อของตนขึ้นมาแล้วยื่นให้ ก่อนจะแย้มรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรน่าคบหา "คารวะศิษย์พี่ทั้งสองขอรับ ข้ามาถึงล่าช้าเพราะได้รับบาดเจ็บที่ขา ขอศิษย์พี่ทั้งสองโปรดให้อภัยด้วยขอรับ!"

เพียงแต่บนใบหน้าของเขายังเขียวคล้ำไม่หาย หนังตายังกระตุก ๆ อยู่ คะแนนความประทับใจจึงถูกลดทอนลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

ศิษย์สองคนนั้นทอดมองหลิงเซี่ยอย่างพินิจพิเคราะห์ เดาว่าเขาคงไม่มีผู้หนุนหลัง แถมไม่เห็นว่าเขาจะมีของกำนัลมามอบให้เป็นบรรณาการเหมือนกับศิษย์คนอื่น ๆ จึงรู้สึกไม่สบอารมณ์ทันที

ศิษย์ผู้เฝ้าประตูที่ค่อนข้างท้วมนั่นโบกมือให้พลางกล่าวด้วยความรำคาญอยู่หลายส่วน "คนอื่นเขามาถึงกันตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทำไมเจ้าถึงมัวแต่ชักช้า อาจารย์ลุงกว่างซวี่จื่อรออยู่ที่โถงหลัก ยังไม่รีบเข้าไปอีก!"

หลิงเซี่ยรีบคารวะก่อนจะเดินกระย่องกระแย่งขึ้นบันไดไป จากบริเวณประตูใหญ่นี่ขึ้นไปบนเขาต้องใช้เวลาอีกครึ่งชั่วยามพอมาถึงด้านในห้องโถง คนอื่น ๆ ต่างแยกย้ายกันไปเก็บกวาดตามห้องที่ตนได้รับมอบหมายกันแล้ว บุคคลที่ศิษย์ผู้เฝ้าประตูสองคนนั้นเรียกว่า "อาจารย์ลุงกว่างซวี่จื่อ" เป็นผู้ดูแลหออิ๋งเซียนแห่งนี้ ดูเหมือนจะอายุสามสิบปี รูปร่างสูงโปร่ง นัยน์ตาดูมืดมน จมูกงองุ้มเล็กน้อย เห็นแล้วรู้สึกดูไม่น่าคบหาด้วย

เขาเห็นหลิงเซี่ยแสดงคารวะก็มิได้บอกให้เขาลุกขึ้นในทันที เพียงแต่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบสองทีอย่างเกียจคร้าน พลางทอดสายตามองหลิงเซี่ย หลิงเซี่ยก้มหน้ามองพื้นใจเต้นระรัวเขาคงไม่เจอดีไวขนาดนี้หรอกมั้ง

ผ่านไปครู่ใหญ่ พอกว่างซวี่จื่อดื่มน้ำชาจนหมดถ้วยแล้วถึงได้เรียกให้หลิงเซี่ยลุกขึ้น เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ "ในเมื่อเจ้าเข้าพรรคเส้าหยางเราได้ แสดงว่าต้องมีฝีมืออยู่บ้างสินะ?"

หลิงเซี่ยรีบตอบกลับอย่างสำรวมระวัง "ศิษย์มีพลังมังกรพยัคฆ์ขอรับ"

กว่างซวี่จื่อพลันหัวเราะ "ไม่เลว ไม่เลว นับว่าจัดคนมีประโยชน์มาให้ เดี๋ยวช่วงนี้เจ้าก็ไปช่วยหยวนฮุยรดน้ำแปลงหญ้ามู่อ่ายแล้วกันนะ หยวนฮุย เจ้าพาศิษย์น้องหลิงของเจ้าไปพักผ่อนเถอะ"

หลิงเซี่ยยังไม่รู้ว่าหญ้านี่หน้าตามันเป็นอย่างไรกันแน่ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าแปลงหนึ่งมีขนาดเท่าใด ได้แต่กล่าวลาขอตัวไปก่อน เขากลัวเหมือนกันว่ากว่างซวี่จื่อจะกลั่นแกล้งตน เลยจงใจทำให้เหมือนกับว่าบาดแผลที่เท้าเจ็บปวดกว่าความเป็นจริงท่าทางก็เหมือนคนอ่อนแรงกะปลกกะเปลี้ย ยามเดินก็กะโผลกกะเผลกหมือนกับเถี่ยไกว๋หลี่ไม่มีผิด ไม่รู้ว่ากว่างซวี่จื่อจะเห็นบ้างหรือไม่

หยวนฮุยเป็นชายหนุ่มหน้าตาจริงใจใสซื่อ หลิงเซี่ยเองก็รู้สึกดีกับเขาอยู่หลายส่วน ขณะที่เขานำทางอยู่จึงเอ่ยปากถาม "ศิษย์พี่หยวน ห้องพักของทุกคนอยู่ที่ไหนหรือขอรับ"

หยวนฮุยมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวตอบอย่างเนิบช้า "ตอนนี้ห้องพักเต็มหมดแล้ว คงต้องลำบากศิษย์น้องหลิงให้พักในห้องเก็บฟืนไปก่อนชั่วคราว ห้องหับของหออิ๋งเซียนแน่นขนัดเช่นนี้ตลอด หลายวันมานี้วุ่นวายมาก เดี๋ยวอาจารย์ลุงคงหาคนมาสร้างเพิ่มให้เอง"

หลิงเซี่ยนิ่งอึ้ง ได้แต่ก้มหน้ายอมรับโชคชะตา หาได้เคลือบแคลงอันใดไม่ เขาเร่งเดินอย่างทุลักทุเล ท้องไส้ก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาจึงเอ่ยถามอีกรอบ "ศิษย์พี่หยวน ขออภัยนะขอรับ ไม่ทราบว่าปกติรับประทานสำรับเย็นกันที่ใดหรือขอรับ"

หยวนฮุยหันหน้าไปพลางชี้ไปทางห้องโถงที่อยู่ไม่ไกลห้องหนึ่งแล้วกล่าว "ที่นั่นไง สามมื้อต่อวัน ถึงเวลาจะมีเสียงสั่นกระดิ่งเรียก แต่วันนี้สำรับเย็นเก็บหมดแล้ว...อืม เดี๋ยวข้าไปลองถามที่ห้องพักให้ ดูว่าศิษย์น้องคนไหนยังเหลือหมั่นโถวบ้าง"

"...ไม่รบกวนศิษย์พี่ดีกว่าขอรับ ข้าเองก็ไม่ได้หิวมาก" หลิงเซี่ยความรู้สึกช้า คำตอบคราวนี้ถึงได้รู้ว่าหยวนฮุยแค่กล่าวกับตนแบบพอเป็นพิธีเท่านั้น หลายวันมานี้เขาเหน็ดเหนื่อยอย่างหนัก แถมพกแต่ยารักษาที่เฟิงลั่วมอบให้ติดตัวมาด้วยนิดหน่อยเท่านั้น แต่มาอยู่ในโลกต่างมิติแห่งนี้ตั้งหลายวันแล้ว รสชาติแห่งความหิวโหยเช่นนี้ ถึงอย่างไรเขาก็เริ่มคุ้นเคยกับมันแล้ว ต่อให้หิวมากแค่ไหนเดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้เองนั่นล่ะ

เป็นดังคาด พอหลิงเซี่ยกล่าวเช่นนี้ หยวนฮุยก็มิได้สนใจจะต่อความด้วย

หลิงเซี่ยตามเขาไปแบกฟูกนอนเรียบ ๆ บาง ๆ แผ่นหนึ่งจากห้องเก็บของ ถึงอย่างไรก็เป็นผู้บำเพ็ญตน เรื่องพวกนี้ไม่เป็นไรอยู่แล้ว แม้กระทั่งนอนบนหญ้าฟางใบไม้ เขาและเด็กน้อยสองคนนั้นก็เคยนอนมาแล้ว

ทว่าห้องเก็บฟืนของหออิ๋งเซียนมีพื้นที่กว้างขวาง ยังมีที่เหลืออีกมากด้วยซ้ำ หลิงเซี่ยวางฟูกลงก่อนจะกล่าวขอบคุณหยวนฮุย หยวนฮุยมองเขาแวบหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ทั้งยังมิได้กล่าวอันใดตอบ แล้วหันหลังเดินจากไป หลิงเซี่ยทอดถอนใจ ยังดีที่ห้องเก็บฟืนแห่งนี้มีตะเกียงน้ำมันด้วย

หลิงเซี่ยกางฟูกนอนออก แล้วพอกทายาสมุนไพรตามบาดแผลบนใบหน้าและตามเนื้อตัว ก่อนจะดับตะเกียงน้ำมันแล้วค่อย ๆ นอนลง

ถึงแม้ที่นี่จะทั้งมืดทั้งหนาว ดีร้ายอย่างไรก็ยังปลอดภัย ไม่มีสัตว์อสูรที่อันตราย และไม่มีการฆ่าฟันกัน... จะว่าไปแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กสองคนนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง... เขานอนกระสับกระส่ายอยู่นานกว่าจะผล็อยหลับไป ตกกลางดึกก็ถูกยุงกัดจนตื่นขึ้นมาอีกสองครั้ง

วันต่อมาหลิงเซี่ยก็ถูกปลุกด้วยเสียงกระดิ่งจากด้านนอกตั้งแต่เช้าเขาไม่มีกะจิตกะใจจะอาบน้ำแล้ว จึงเอามือสางผมเผ้าอย่างลวก ๆ แล้วรีบวิ่งออกไป ฟ้าเพิ่งจะสางเท่านั้น เขาเองก็ไม่คุ้นทาง ตราบจนเจอเส้นทางที่ถูกต้องก็เสียเวลาไปมาก เหล่าศิษย์ตั้งขบวนยืนเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

กว่างซวี่จื่อจ้องมองเขาอย่างดุดันแวบหนึ่ง ก่อนจะตะคอกใส่ "หลิงเซี่ย! มานี่!"

หลิงเซี่ยใจคอไม่ดี เหมือนตอนมาสายแล้วเจอครูฝ่ายปกครองสมัยเรียนชั้นประถมชัด ๆ...

เขารีบเดินเข้าไปคารวะอย่างพินอบพิเทา "ศิษย์โง่เขลา เดินหลงทางเลยมาสาย ขออาจารย์ลุงโปรดลงโทษ"

เห็นเขามีกิริยานอบน้อมให้กับตนสีหน้าของกว่างซวี่จื่อจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย พยักหน้ากล่าวต่อ"อืม เห็นว่าเจ้าเพิ่งมาอยู่วันแรกจะไม่ลงโทษสถานหนัก แต่พรรคเส้าหยางเรา ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด! หากมีผู้ใดกระทำผิด ต้องถูกลงโทษโดยไม่ละเว้น! เมื่อวานให้เจ้าดูแลแปลงหญ้ามู่อ่ายกับหยวนฮุย งั้นวันนี้ให้เจ้ารดน้ำคนเดียวทั้งแปลงเป็นการลงโทษก็แล้วกัน รดไม่เสร็จห้ามกินข้าว"

เห็นศิษย์ที่ค่อนข้างโตหลายคนทอดสายตาเจือความสงสารมาที่ตนอย่างช่วยอะไรไม่ได้ หลิงเซี่ยจึงเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

หลิงเซี่ยเองก็ไม่รู้ว่าแปลงหนึ่งมีขนาดเท่าใด ตราบจนเขาตามศิษย์คนอื่น ๆ ไปถึงที่นั่นแล้ว ก็โมโหจนแทบจะเป็นลม บัดซบ! เดิมทีนึกว่าแปลงหนึ่งอย่างมากก็แค่สนามบาสเก็ตบอลนี่มันเท่าสนามฟุตบอลเลยไม่ใช่เหรอ ดูท่าไอ้กว่างซวี่จื่อนี่คงคิดจะเชือดไก่ให้ศิษย์ที่เข้ามาใหม่ดูล่ะสิ ส่วนตนก็คือไก่ที่ต้องรับเคราะห์ตัวนั้น...

พอหลิงเซี่ยเห็นคานหาบกับถังสองใบที่ใช้หาบน้ำนั่นก็ยิ่งแทบจะกระโดดเหยง ๆ เฮ้ย! แล้วอย่างนี้ต้องหาบน้ำกี่รอบถึงจะรดจนทั่วหมดทั้งแปลงกันละเนี่ย!




ถี่ยไกว๋หลี่ = เซียนที่มีขาข้างหนึ่งพิการ และต้องใช้ ไม้เท้าเหล็กคอยค้ำพยุงเวลาเดิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.429K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1214 PINKY0248 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 20:11
    นายเอกอื่นทะลุมิติมาไม่ค่อยลำบากนัก แต่เรื่องนี้คือรันทดโดยแท้
    #1,214
    0
  2. #1208 moonhug_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 19:42
    สงสารปนหดหู่ เพราะระบบแบ่งชนชั้นมีให้เห็นถึงทุกวันนี้
    #1,208
    0
  3. #1165 Yok Poog (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 15:51
    เจอรับน้องแล้ววว
    #1,165
    0
  4. #1124 _jully_P🌼 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 12:26
    รันทดเกินไปแล้วโว้ยยย;-;
    #1,124
    0
  5. #1079 PussaRapanoi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 22:00
    หลิงเชี่ย เราก็เลือกอ่านแต่ตอนสำคัญๆล่ะ
    #1,079
    0
  6. #1048 deta-z (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:41
    สงสารน้อง😢
    #1,048
    0
  7. #1034 x0HD7XfBMbZGguq (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 20:57
    อย่าแกล้งน้องงงงงงง!!!!!!!
    #1,034
    0
  8. #1030 B-T3 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 18:38
    โดนขนานนี้ไม่ต้องอยู่ในสำนักแล้วว

    ออกไปหางานข้างนอกยังสบายกว่า

    เขียนได้ขัดใจจัง
    #1,030
    0
  9. #1028 เหล่ายมทูตตัวร้าย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 22:53
    เขียนแบบนี้อึดอัด. คือเป็นโปรแกรมเมอร์ไม่ทีสมองเลยเหรอ.

    ตลักะเพี้ยนมาก.

    จะมาสำนักทำไม.

    ออกไปทำงานรับจ้างข้างนอกดีกว่า.
    #1,028
    0
  10. #1024 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 18:36
    ชีวิตรันทดมากอ่ะ ใครก็ได้ช่วยน้องที
    #1,024
    0
  11. #1007 Ineedtoreed (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 01:28
    อีหลอกดูก อวี๋น้อยมาตบสักฉากสิ๊ลูก
    #1,007
    0
  12. #960 ChaTzar (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 20:21
    ทำไมชีวิตแม่งรันทนขนาดนี้ สมเพชมากชีวิต
    #960
    0
  13. #957 Patricia Lauren (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 22:22

    ชีวิตตัวประกอบนี่บัดซบจริงๆ 55555

    #957
    0
  14. #952 Vsundae (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 21:08

    มาถึงก็เจอรับน้องเลย สู้เขาลูก!

    #952
    0
  15. #940 ploycom12345 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 16:54
    ที่สุดของคำว่าตัวประกอบ (...)
    #940
    0
  16. #760 nontoy612 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:50
    ปลูกสมุนไพรดีกว่านะหลิงๆ
    #760
    0
  17. #627 biewl2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 19:45
    ทีคนอื่นทำไมมีพลังอย่างนั้นอย่างนี้. แต่หลิงหลิงของเรามีแต่พละกำลังอย่างเดียว เหมือนจะให้หลิงอ่อนแอที่สุดอ่ะ
    #627
    2
    • #627-1 ลลิลลา (จากตอนที่ 18)
      27 มกราคม 2562 / 00:24
      ก็เข้าไปเป็นตัวประกอบนี่นา 555
      #627-1
    • #627-2 biewl2(จากตอนที่ 18)
      27 มกราคม 2562 / 01:43
      สงสารน้องอ่ะ. ฮือออออ
      #627-2
  18. #370 secret (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 00:33
    สงสารพี่หลิงTT ทำไมทำกับพี่เขาแบบนี้ มันน่าโมโหนัก!!!!
    #370
    0
  19. #368 d_nutss0648 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 19:10
    ขนาดดอง ยังอ่านไม่อิ่มเลย5555 ปล.หลิงเซี่ยสู้ๆ
    #368
    0
  20. #359 KhimSF7 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:30
    สงสารน้องงงง แงงงง ขอให้มีสกิลเพิ่มขึ้นนะรูกกกก
    #359
    0
  21. #357 แมวหง่าว001 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:03
    ได้โปรดโยนเล่มมาทางข้าน้อยเถิดด TT
    #357
    0
  22. #356 สาววายรุ่นบุกเบิก (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 12:10
    ปาไปกี่ตอนแล้ว ตัวเอกยังไม่ได้สกิลเลย เรื่องเดินเอื่อยเฉื่อยดี
    #356
    0
  23. #354 ดารุมะ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 19:21
    น้องน่าสงสาร5555
    #354
    0
  24. #353 sweet-meringue (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 18:03

    เห้อ น่าสงสาร จะผ่านแบบนี้ไปได้ตอนไหนนิ

    #353
    0
  25. #352 I'indy Aw (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 16:43
    รอเสียตังอยู่นะคะ;-;
    #352
    0