กลรักสกัดครองโลก (穿成炮灰之反派养成计划 ) สนพ.ไอริสบุ๊ค (นิยายแปลลิขสิทธิ์)

ตอนที่ 15 : ตอนที่14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,629 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61

ตอนที่สิบสี่

บริเวณทางออกมีศิษย์พรรคเส้าหยางคอยจดบันทึกอยู่ พอตรวจดูหญ้าจิงซิงและผลึกวิญญาณที่พวกหลิงเซี่ยเก็บมาได้แล้ว ก็จดบันทึกลงในช่องจำนวนและระดับขั้น หลิงเซี่ยสอดส่ายสายตาดูข้อมูลในบันทึกหน้าหนึ่งอย่างละเอียด ของที่คนส่วนใหญ่หามาได้มิได้ต่างจากของพวกเขาเสียเท่าไร แต่กลับมีบางคนที่เก็บมาได้มากกว่าแค่หญ้ากับผลึกวิญญาณที่พวกเขาหามาได้เสียด้วยซ้ำ ดังเช่นคนที่ชื่อ “ซวีเหยี่ยน” ซึ่งอยู่ลำดับก่อนหน้าชื่อของพวกเขา ไม่เพียงแต่เก็บผลึกวิญญาณและสมุนไพรวิญญาณมาได้ แต่ยังจับสัตว์อสูรขั้นสามมาได้อีกหนึ่งตัวด้วย

ครั้นเดินเข้าไปในโถงรับรอง ด้านในก็มีคนนั่งอยู่ราวหกสิบถึงเจ็ดสิบคนแล้ว เด็กหนุ่มสะพายกระบี่ยาวไขว้หลังที่เคยมีเรื่องบาดหมางกับอวี้จือเจวี๋ยก็นั่งอยู่ในนั้นด้วย หลิงเซี่ยได้ยินคนเรียกเขาว่า “ซวีเหยี่ยน” บัดนี้ถึงได้ทราบชื่อของเขา

พอซวีเหยี่ยนเห็นทั้งสามก็ยกมุมปากขึ้นเย้ยหยัน “คิดไม่ถึงว่าพวกเจ้าสามคนจะรอดมาถึงตรงนี้ได้ ระหว่างทางมิได้มีเรื่องที่ทำให้ต้องใช้ยันต์เคลื่อนย้ายมวลสารหนีนับว่าเคราะห์ดีไม่เลว”

เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กโข่งสมองกลวงที่เอาแต่ท้าตีท้าต่อยอยู่ตลอดเวลา หลิงเซี่ยจึงเดินผ่านเลยไปยังโต๊ะเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่ด้านหลัง ทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุก็มิปาน ผ่านมาถึงตรงนี้ได้ อย่างน้อยก็มั่นใจได้แล้วว่าจะได้เข้าพรรคเส้าหยางเป็นแน่ ศิษย์พรรคเส้าหยางที่คอยดูแลความเรียบร้อยอยู่รอบ ๆ ก็ดูเกรงอกเกรงใจพวกเขามากขึ้นด้วย พอพวกเขานั่งลงก็มีคนนำสำรับน้ำชาอาหารว่างมาบริการให้ทันที

น้ำชาอาหารว่างรวมถึงภาชนะบรรจุอาหารเหล่านั้นล้วนแต่มีลวดลายวิจิตรบรรจง ข้างในมีส่วนผสมของสมุนไพรวิญญาณที่มีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูพลังปราณ หลังจากที่กินเข้าไปแล้ว เรี่ยวแรงที่สูญเสียไปก็จะค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมาหลิงเซี่ยดื่มชาก่อนถ้วยหนึ่ง ก็รู้สึกสติแจ่มใสขึ้นโดยฉับพลัน จึงค่อยกินขนมต่ออีกนิดหน่อย

ซ่งเสียวหู่หิวจนท้องกิ่วแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะกินอย่างมูมมามไปบ้าง ซวีเหยี่ยนเห็นเข้าก็หัวเราะเยาะเสียงต่ำ “โคลนเลนเกาะกำแพงไม่อยู่จริง ๆ! เป็นแค่คนเถื่อนคนดอยกลับริอ่านจะมาร่ำเรียนวิชาในค่ายพรรคมีชื่อแห่งนี้ น่าขำสิ้นดี!”

หลิงเซี่ยฟังแล้วก็มิได้รู้สึกอย่างไร เพียงแต่มองเด็กน้อยสองคนนั้นอย่างเป็นกังวล เจ้าเด็กประสาทช้าอย่างซ่งเสียวหู่ก็เอาแต่กินอยู่ถ่ายเดียว หารู้สักนิดไม่ว่าซวีเหยี่ยนกำลังพูดแดกดันตนเองอยู่ ส่วนอวี้จือเจวี๋ย ถึงแม้จะหิวเหมือนกัน แต่กลับยังคงสงวนท่าทางอันสุภาพเรียบร้อยไว้ ไม่ยี่หระเสื้อผ้าราคาถูกที่สวมอยู่ นี่สิถึงจะเป็นท่วงท่าการวางตัวของลูกผู้ดีมีตระกูลอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่ทำให้เขาคลายความกังวลอยู่บ้างคือ แม้อวี้จือเจวี๋ยจะได้ยินคำพูดค่อนขอดกระทบกระเทียบของอีกฝ่าย แต่ยังคงรักษาสีหน้าเรียบนิ่งเป็นปกติไว้ได้ ดูท่าหลังจากผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มาอย่างโชกโชน เด็กคนนี้คงเติบโตขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว แถมยังดูเป็นผู้ใหญ่กว่าตอนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกอยู่ไม่น้อย...

หลังจากที่กินกันจนอิ่มหนำแล้ว ผ่านไปสักพัก ก็มีคนอีกสิบกว่าคนทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และแล้วเวลาการแข่งขันก็สิ้นสุดลง ผู้ที่ทำหน้าที่จดบันทึกรายชื่อนับจำนวนคนอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งว่ามีจำนวนผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมดเก้าสิบสองคน

ถึงแม้ทั้งเก้าสิบสองคนนี้จะได้เข้าพรรคเส้าหยางด้วยกันทุกคน แต่จะได้กราบยอดฝีมือเป็นอาจารย์ หรือได้เป็นแค่ลูกศิษย์ชั้นสามัญนั้นก็ยากที่จะตัดสิน ยังต้องผ่านการประเมินจากเหล่าผู้อาวุโสของพรรคเส้าหยางอีกขั้นหนึ่ง

ศิษย์ผู้เยาว์หน้าตาหล่อเหลาคมคายผู้หนึ่งยืนยิ้มพลางเปล่งเสียงดังก้องอยู่กลางห้องโถง “รบกวนศิษย์น้องชายหญิงทุกท่าน เชิญตามผู้น้อยไปที่โถงประลอง”

สถานที่รับรองนี้อยู่บริเวณชายขอบของพื้นที่ป่าหมื่นอสูร  โถงประลองที่เขากล่าวถึงนั้นต้องเดินลัดเลาะโตรกเขาสูงใหญ่ที่มีเมฆหมอกเคลียคลออ้อยอิ่งนี้ไป ทำให้จิตใจของผู้คนผ่อนคลายลง ยามนี้ถึงได้มีอารมณ์ชื่นชมทิวทัศน์อันงามตระการตา

เมื่อเดินถึงโถงประลอง เห็นศิษย์เจ็ดแปดคนที่สวมชุดนักพรตสีเหลืองเป็นพิมพ์เดียวกันกำลังรอท่าอยู่ด้านนอก ผู้คนทั้งหลายที่ปล่อยใจตามสบายอยู่ก็พลันกลับมาสำรวมในทันที ก่อนจะทยอยเดินตามพวกเขาเข้าไปทีละสิบคน

หลิงเซี่ยทอดทัศนาห้องโถงใหญ่อย่างพินิจพิเคราะห์ รู้สึกว่าที่นี่ใหญ่กว่าโรงยิมที่เขาเคยไปใช้บริการเสียอีก แถมไม่ทราบว่าก่อสร้างอย่างไร สิ่งที่ปูอยู่บนพื้นคาดว่าน่าจะเป็นพรมที่ทำจากขนสัตว์อสูร ด้านบนใช้ดิ้นเงินดิ้นทองปักเป็นรูปสัญลักษณ์ของพรรคเส้าหยางขนาดเล็กขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน พอดู ๆ ไปก็พานรู้สึกเวียนหัวตาลาย

ด้านบนจัดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้หลายตัว ผู้ที่นั่งตำแหน่งประธานก็น่าจะเป็นบิดาของแม่นางน้อยเฟิงลั่ว และเป็นประมุขพรรคเส้าหยางคนปัจจุบันนาม “เฟิงซูหมิง” แม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูอายุไม่เกินยี่สิบสี่ยี่สิบห้าปี แต่พอนั่งอยู่ตรงนั้นก็ดูมีท่วงทีที่โดนเด่นไม่ธรรมดา มิต้องอวดศักดาก็น่าเกรงขามอยู่ในที ดูมีสง่าราศีอย่างยิ่ง ส่วนที่นั่งไล่เรียงกันทั้งซ้ายทั้งขวาน่าจะเป็นแขกกิตติมศักดิ์จากค่ายพรรคอื่นที่ได้รับเชิญมา และบรรดาชนชั้นอาวุโสของพรรคเส้าหยาง เมื่อหลิงเซี่ยเห็นชุ่ยอวี่และพวก ในใจพลันเต้น “ตึกตัก” ขึ้นมาทันที

ชุ่ยอวี่เอาแต่ชะเง้อชะแง้แลมองมาทางผู้เข้าแข่งขันอยู่ตลอด พอเห็นอวี้จือเจวี๋ยเข้ามาในครรลองสายตา สีหน้าเบื่อโลกพลันกลับกลายเป็นยิ้มแย้มแก้มปริจนหุบไม่อยู่ ดวงตาทั้งสองเอาแต่จับจ้องอวี้จือเจวี๋ยอยู่เป็นนานสองนาน แต่จนแล้วจนรอดอวี้จือเจวี๋ยก็ไม่หันกลับมามองตนเลยสักนิด เจ๊ใหญ่เลยยู่ปากอย่างไม่พอใจในทันที

นางเบือนสายตาไปทางม่อไต้ แล้วกล่าวเสียงฉอเลาะ “ศิษย์พี่รอง คนที่ข้าเล่าให้ฟังก็คือเขาคนนั้นไงล่ะ ประเดี๋ยวท่านช่วยพูดกับท่านลุงเฟิงทีว่า ข้าอยากพาเขากลับไปเป็นศิษย์น้องเล็กของข้า!”

พอม่อไต้ได้ยินก็ปวดหัวแทบหัวระเบิด เรื่องเช่นนี้จะขอกันง่าย ๆ ได้อย่างไร เจ้าเด็กนี่มาสมัครเข้าพรรคเส้าหยาง ทั้งยังผ่านการทดสอบมาแล้วสองรอบ จู่ ๆ คนนอกอย่างพวกเขาจะออกปากขอคนได้อย่างไรกันเล่า? แถมศิษย์น้องเล็กอย่างซ่างเหยียนก็ไม่ชอบขี้หน้าไอ้เด็กนี่อยู่ในทีเสียด้วย

แต่? จะว่าไปแล้ว เจ้าศิษย์น้องเล็กนั่นก็หายหัวไปหลายชั่วยามแล้ว ไม่รู้ว่าไปเที่ยวเล่นอยู่ที่ไหน... คนโน้นจะเอาอย่างนี้คนนี้จะเอาอย่างนั้น ช่างน่าวุ่นวายเสียจริง! ศิษย์พี่รองอย่างตน เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง ยังเอากระดูกมาแขวนคอตัวเองแท้ ๆ!

เขารับปากส่ง ๆ “อืม เอาไว้ข้าจะเรียนอาจารย์อาเฟิงให้ เจ้าก็อยู่นิ่ง ๆ อย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวาย”

ชุ่ยอวี่ดีอกดีใจ พลันนั่งอย่างอกตั้งหลังตรง ดวงตาคู่สวยทอประกายระยิบระยับ เฝ้ารอดูการแสดงความสามารถของอวี้จือเจวี๋ย

ศิษย์ผู้นำทางคนหนึ่งหันหน้าไปทำท่าประสานมือแสดงการคารวะอย่างพินอบพิเทา ก่อนจะกล่าวรายงานเสียงก้อง “ศิษย์น้องชายหญิงทั้งเก้าสิบสองคนมาถึงแล้ว ขอท่านอาจารย์โปรดเมตตาแสดงโอวาท”

เฟิงซูหมิงผงกศีรษะ ก่อนจะโบกมือให้เขาถอยร่นออกไป ชายแขนเสื้อหลวมกว้างสะบัดออกอย่างงามสง่า ผินหน้าลงทัศนาเบื้องล่างพลางเอื้อนเอ่ยอย่างเนิบนาบ “บัดนี้พวกเจ้าทั้งหลายได้ก้าวเข้าสู่พรรคของเราแล้ว จำต้องมานะบากบั่น มุ่งมั่นฝึกฝน อ่อนน้อมถ่อมตน สำรวมระวัง...”

เขาพูดจาใช้คำเล่นศัพท์แสงฟังยาก ในสิบประโยค หลิงเซี่ยฟังไม่รู้เรื่องแล้วเจ็ดแปดประโยค แต่ก็พอดูออกว่าเฟิงซูหมิงผู้นี้เป็นคนรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและเอาจริงเอาจัง มิเช่นนั้นคงไม่สามารถอบรมสั่งสอนบุตรสาวอย่างเฟิงลั่วให้เป็นกุลธิดาผู้เพียบพร้อม ไม่หยิ่งผยองลำพองตน สมเป็นคุณหนูบ้านตระกูลใหญ่ได้

ตราบจนกระทั่งเฟิงซูหมิงกล่าวจบ ชั่วครู่เดียวเวทีตรงกลางก็มีคนเข้ามาจัดพื้นที่จากทั้งสี่ด้านพร้อมกัน เหล่าผู้อาวุโสของพรรคเส้าหยางที่ทำหน้าที่แบ่งกลุ่ม คัดเลือกศิษย์จากการพิจารณาตามคุณสมบัติ อายุ พรสวรรค์และปัจจัยอื่น ๆ รวมกัน โดยการสุ่มแบ่งผู้เข้าแข่งขันออกเป็นคู่ ๆ จากนั้นก็ตัดสินจากการประลองบนเวทีว่าใครควรจะไปอยู่ ณ ที่แห่งใด

แน่นอนว่า ผู้ที่มีความสามารถเหนือกว่าในตอนนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นผู้ชนะ ผู้อาวุโสของพรรคเส้าหยางแต่ละคนล้วนมีแนวทางการฝึกฝนที่ไม่เหมือนกัน พวกท่านเหล่านั้นอาจจะพิจารณาจากหลาย ๆ ด้าน ผู้ที่ชนะไม่แน่ว่าจะเข้าตากรรมการเสมอไป และแน่นอนว่า นอกจากหลิงเซี่ยแล้ว ผู้เข้าประลองคนอื่น ๆ ล้วนไม่มีใครทราบข้อนี้

ยกตัวอย่างเช่นอวี้จือเจวี๋ย ถึงแม้จะอายุยังน้อย ยังอ่อนด้อยในทุก ๆ ด้าน แต่ผลการทดสอบโดยรวมของเขาเมื่อตอนผ่านด่านแรกกลับเป็นที่สนใจของผู้อาวุโสในพรรคเส้าหยางทุกคน สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็คือ เขาไม่เคยได้รับการชี้แนะหรือผ่านการฝึกวิชาแขนงใดมาก่อนเลยทั้งสิ้น เปรียบได้ดั่งหยกก้อนหนึ่งที่ยังมิได้ผ่านการเจียระไน ซึ่งหากผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ได้รับการฝึกฝนอย่างมุ่งมั่นแล้วล่ะก็ ต้องกลายเป็นหยกงามที่ส่องแสงเจิดจรัสอย่างแน่นอน

หลิงเซี่ยที่ทราบผลการประลองจากในนิยายแล้วย่อมไม่รู้สึกกังวลใจเท่าใดนัก ในเรื่องอวี้จือเจวี๋ยมีคุณสมบัติโดดเด่นจนเข้าตาเฟิงซูหมิง จึงถูกรับไปเป็นศิษย์สายตรงของเขา ทว่าซ่งเสียวหู่ที่แสนจะธรรมดาในตอนนี้ได้แค่กราบผู้ฝึกพลังภายนอกชั้นสามัญคนหนึ่งเป็นอาจารย์เท่านั้น

พอได้ยินรายชื่อที่ถูกแบ่งเป็นคู่ ๆ หลิงเซี่ยจึงค่อยผ่อนลมหายใจ รายชื่อของซ่งเสียวหู่และอวี้จือเจวี๋ยถูกเรียกติดต่อกันตามลำดับ ทว่าอย่างไรก็ไม่สามารถจัดให้พวกเขาทั้งสามมาต่อสู้กันได้ แต่ยังมิทันได้ผ่อนลมหายใจจนสุด พอเขาได้ยินชื่อคู่ต่อสู้ของตน น้ำตาก็แทบจะพุ่งกระเด็นออกมาเป็นสาย ซวีเหยี่ยน!

เอาแล้วไง! อีกฝ่ายมันต้องยำเขาเละแน่นอน!

 แต่หลังจากเครียดอยู่ครู่หนึ่ง หลิงเซี่ยก็ค่อยปลงตก ท่ามกลางสายตาผู้คนที่จับจ้องอยู่ ถึงอย่างไรเจ้าเด็กสมองกลวงอย่างซวีเหยี่ยนนั่นคงไม่กล้าทำอันใดเกินเลยหรอกมั้ง? แพ้ก็แพ้สิ อย่างไรเสียโอตาคุอย่างตนก็ไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองจะโหดสลัดได้เหมือนพระเอกและจอมมารร้ายอยู่แล้ว แค่ได้ตีเนียนเข้าไปเป็นศิษย์พรรคเส้าหยางก็พอ...

หลิงเซี่ยเฝ้ามองการประลองของผู้เข้าแข่งขันบนเวทีอย่างไม่คลาดสายตา พวกที่มีอายุสิบห้าปีขึ้นไปส่วนใหญ่มีพื้นฐานในการฝึกวิชามาพอสมควรแล้ว บนเวทีมีทั้งคนที่ใช้กระบี่ มีทั้งคนที่ใช้เพลงมวย มีทั้งคนที่ใช้มนตร์คาถาด้วย ในการต่อสู้หากฝ่ายใดถูกซัดจนตกเวทีก็ถือว่าแพ้

ในสามคน ซ่งเสียวหู่ได้ขึ้นเวทีเป็นคนแรก คู่ต่อสู้ของเขาเป็นเด็กหนุ่มผู้ฝึกพลังภายนอกที่มีอายุราว ๆ สิบเจ็ดสิบแปดปีคนหนึ่ง ฝ่ายตรงข้ามลงมือฉับไว ท่อนแขนแข็งแกร่งดุจหินผา เห็นได้ชัดว่าผ่านการฝึกพลังภายนอกมาพอสมควร ทว่าซ่งเสียวหู่กลับตอบสนองได้ว่องไวอย่างน่าอัศจรรย์ แขนขายืดหยุ่น แต่เนื่องจากยังขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ ภายใต้การหักโหมโรมรันของฝ่ายตรงข้าม ไม่นานก็ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอย่างต่อเนื่อง

หลิงเซี่ยทราบดีว่าซ่งเสียวหู่ไม่มีทางเอาชนะได้ เขามองเด็กน้อยผู้ทนทายาดที่ถูกซัดจนเลือดกำเดาไหลเป็นทางอยู่บนเวทีอย่างปวดใจ จนกระทั่งเริ่มภาวนาในใจ ขอให้ซ่งเสียวหู่รีบลงมาจากเวทีโดยเร็ว
ในเนื้อเรื่องช่วงที่เข้าพรรคเส้าหยางใหม่ ๆ นั้น ซ่งเสียวหู่ได้เป็นแค่ศิษย์ชั้นสามัญเท่านั้นเอง

ก็เป็นพระเอกนี่นา ดรรชนีทองคำต้องค่อย ๆ พัฒนาไปทีละขั้นสิ ช่วงเริ่มต้นก็ต้องถูกเคี่ยวกรำเป็นธรรมดานั่นล่ะ

เด็กหนุ่มนั่นออกแรงอย่างสุดกำลัง ซ่งเสียวหู่แทบจะกระเด็นตกเวที เขากัดฟันพลางค้อมเอวลง มือเท้าออกแรงอย่างสอดประสาน ลื่นไถลถอยไปข้างหลังหลายเมตร ถึงสามารถหลุดรอดจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้ ทว่าออกแรงมากเกินไปจนนิ้วทั้งสิบแทบจะถลอกเลือดไหล แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ตกเวที

เด็กหนุ่มฝ่ายตรงข้ามตั้งท่าโจมตีครั้งใหม่ ก่อนจะกล่าวอย่างหมดความอดทน “เจ้ามิใช่คู่ต่อสู้ของข้า รีบลงไปจากเวทีเสีย”

ซ่งเสียวหู่ปาดเลือดกำเดาออกอย่างแรง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกล่าว “ข้าไม่ยอมแพ้หรอก!”

เด็กหนุ่มนั่นกัดฟันกรอด กระชากเสียงใส่ “งั้นข้าไม่เกรงใจล่ะ!”

ขณะที่เขากำลังปล่อยหมัดซัดโจมตีอีกรอบ หลิงเซี่ยแทบจะหลับตาลงอย่างทนรับไม่ไหว แต่ทันใดนั้นกลับเกิดการพลิกผันขึ้นบนเวที!

ซ่งเสียวหู่ตะโกนก้อง ขณะที่คู่ต่อสู้โจมตีใส่ตัวเองนั้น กระแสไฟฟ้าอันรุนแรงสายหนึ่งพลันไหลหลากออกมาจากร่างของเขา ก่อนจะปล่อยหมัดใส่เด็กหนุ่มนั่นจนตัวลอยกระเด็นออกไป!

หลิงเซี่ยเบิกตาโพลงอย่างตกตะลึง เฮ้ย! นี่มันหนึ่งในพลังพิเศษอันโหดสลัดของพระเอกนิ แต่ทำไมถูกปลุกสำแดงออกมาก่อนเวลา!

พล็อตเรื่องเดิมพังพินาศไปแล้วครับท่าน...

ซ่งเสียวหู่เองก็พิศวงงงงวย มองมือทั้งสองของตนอย่างตะลึงงัน ดูสับสนกับเหตุการณ์อย่างเห็นได้ชัด ตราบจนศิษย์ผู้ทำหน้าที่จดรายชื่อเอ่ยเรียก ถึงได้กระโดดลงจากเวทีอย่างผู้ที่เพิ่งได้สติ ก่อนจะหันไปโบกมือพลางยิ้มร่าให้หลิงเซี่ยและอวี้จือเจวี๋ย หลิงเซี่ยเห็นร่างเล็กจ้อย จมูกเขียว ๆ หน้าบวม ๆ แต่ทำท่ากระหยิ่มยิ้มย่องเช่นนั้น พลันอดหัวเราะร่าออกมาไม่ได้

ไม่นานก็ถึงคราวที่อวี้จือเจวี๋ยต้องขึ้นเวที หลิงเซี่ยเฝ้าดูอย่างใช้สมาธิจดจ่อ ขณะขึ้นเวที อวี้จือเจวี๋ยก็หันหน้ามามองเขาแวบหนึ่ง หลิงเซี่ยจึงรีบส่งยิ้มให้กำลังใจ

อวี้จือเจวี๋ยสูดหายใจลึกก่อนจะหันหน้ากลับไปพลางกำหมัดแน่น สังเกตดูคู่ต่อสู้ของตนอย่างสงบนิ่ง ถึงแม้ใบหน้าของเขาจะดูเรียบเฉย แต่อันที่จริงแล้วการแสดงฝีมือของซ่งเสียวหู่เมื่อครู่นี้ได้สร้างความกดดันให้เขาอยู่พอสมควร ทว่าคู่ต่อสู้ของเขากลับเป็นหนึ่งในชายฉกรรจ์สองคนนั้น ที่ขู่กรรโชกเอาสมุนไพรวิญญาณและผลึกวิญญาณของพวกเขาไปบริเวณทางออกเมื่อครู่! อวี้จือเจวี๋ยหรี่ตามอง เฝ้าสังเกตดูอากัปกิริยาของฝ่ายตรงข้ามอย่างระมัดระวัง

ชายฉกรรจ์นั่นเห็นอวี้จือเจวี๋ยก็รู้สึกตื่นตระหนกอยู่บ้าง ทว่าชั่วครู่เส้นประสาทที่ปูดโปนอยู่บนใบหน้าก็ผ่อนคลายลง คู่ต่อสู้เป็นแค่ไอ้เด็กหน้าเหม็นที่เพิ่งจะยอมมอบของให้ตนอย่างว่าง่าย มีอันใดต้องกลัวเล่า เขาสะบัดมือทีหนึ่ง แส้เหล็กเส้นหนึ่งพลันกระตุกออกมาช้า ๆ

เขายกมุมปากแสยะยิ้มให้อวี้จือเจวี๋ยพลางกล่าว “เด็กน้อย หากรู้สถานการณ์ ก็จงรีบลงไปจากเวทีเสีย แส้ของข้าไม่มีตา หากฟาดไปโดนผิวเนียน ๆ ของเจ้า จะโทษว่าข้าไม่ได้นะ!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.629K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1170 EntOo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 16:59
    พล็อตพังพินาศแล้ว5555
    #1,170
    0
  2. #1162 Yok Poog (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 13:39
    โดนแน่นาย!!
    #1,162
    0
  3. #968 yamgnatp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 19:27
    พล็อตจะไม่เปลี่ยนได้ไง ในเมื่อเอ๊งเข้ามาเพิ่อเปงเมี--แค่กๆ!
    #968
    2
    • #968-1 H A N N I E(จากตอนที่ 15)
      18 ตุลาคม 2562 / 13:26
      เห็นแค่กๆมา2-3ตอนละ พักดื่มน้ำก่อนไหมคะ ಡ ͜ ʖ ಡ
      #968-1
    • #968-2 Beedubeep(จากตอนที่ 15)
      7 กรกฎาคม 2563 / 20:52
      H A N N I E แซะเก่งงงง
      #968-2
  4. #865 GokuH@y@ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 11:09

    โดนนนนน

    #865
    0
  5. #238 Miinkym (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 15:04
    ติดตามค่าาาา
    #238
    0
  6. #234 relis (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 14:31
    อยากได้เล่มมาอ่านต่อแล้วค่า
    #234
    0
  7. #233 MimiminMi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 23:55
    รอเล่ม
    #233
    0
  8. #232 cloudy_sky2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 11:27

    รอเล่มมมมม
    #232
    1
  9. #231 aliankuma (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 10:22
    เห็นแววคนดวงขาดอยู่รำไร
    #231
    0
  10. #230 Konrafah (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 22:14
    ไม่ตายดีแน่จ้าา 5555
    #230
    0
  11. #228 GN88 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 05:29
    อยากเก็บเป็นเล่มแล้ววว//อัพถึงตอนที่19ใช่ไหมคะ พอครบกำหนดตอนก็จะออกแบบเล่มเลยหรือว่าออกก่อนคะ
    #228
    1
    • #228-1 irisbook(จากตอนที่ 15)
      18 ธันวาคม 2561 / 15:31
      จะเปิดให้จองทั้งชุดในต้นเดือนมกราคมนี้ค่ะ ส่วนนิยายจะลงให้อ่านเรื่อยๆ อาจจะยืดขยายจำนวนตอนที่ลงให้ทดลองอ่าน ในระหว่างที่เปิดพรีค่ะ
      #228-1
  12. #227 Mizuru_San (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 01:34
    โอ้ เวลาเอาคืนมาไวกว่าที่คิดนะ555 ดวงขาดแล้วตัวประกอบA
    #227
    0
  13. #226 l3oss_it (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 00:05

    โอ๊ะ โอกาสล้างแค้นล่ะ ถึงจะยังมีพลังไม่เพียงพอให้จัดการอีกฝ่ายแต่ทำให้เสียหน้าเล็กน้อยจะเป็นไรไปเนอะอวี้จือเจวี๋ย

    #226
    0
  14. #225 MilkSunday (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 23:26
    น้องตบมันเลยค่ะ เอาให้ยับ ได้เวลาแก้แค้นแล้วลูกกก
    #225
    0
  15. #224 Rhapsodies (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 20:06
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #224
    0
  16. #223 secret (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:44
    อ่านเพลินมากกกกก อย่างค้างอะ งือออออ
    #223
    0
  17. #222 punch98line (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:42
    โหหหหห ค้าง!! ค้างมาก!! ฮืออออสู้นะทุกคนเลย ไหนๆพล็อตก็พังเเล้ว เพราะงั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเเล้วล่ะน้าาา
    ปล.เเอบคิดอยู่ว่าหรือบทมันจะสลับกันเเฮะ เพราะพระเอกเราโชว์เหนือไปเเล้ว
    #222
    0
  18. #221 sakA_A (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:25

    จบแล้วอะ? มันจะค้างมากเกินไปหรือเปล่า 55555

    #221
    0
  19. #220 Aidan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 18:56
    ฮู้ยยยยยยย แส้เลยเหรอ น้องงงงงง
    #220
    0
  20. #219 sweet-meringue (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 18:36

    เอาคืนเลยยย

    #219
    0
  21. #218 Kisune-Net (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:59
    ค้างงงงงงงง ง่าาาาาาา
    #218
    0
  22. #217 Le Je (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:56
    อ่าาาาาาาาาาา รออออออ
    #217
    0
  23. #216 bj vamtoon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:40
    อัดให้ปลิวเลยยย​ รอครับ
    #216
    0
  24. #215 aey_1997 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:13
    อัดให้น่วมไปเลย ท่านตัวร้าย
    #215
    0
  25. #214 ยัยหมวยรสจืด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:12
    น้องจะชนะมั้ยคะ พล็อตเดิมมันพีงไปแล้ว
    #214
    0