กลรักสกัดครองโลก (穿成炮灰之反派养成计划 ) สนพ.ไอริสบุ๊ค (นิยายแปลลิขสิทธิ์)

ตอนที่ 10 : ตอนที่9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,967
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,780 ครั้ง
    16 พ.ย. 61

ตอนที่เก้า

            อย่างไรก็ตาม งานด้านการอบรมบ่มนิสัยถือเป็นภารกิจอันหนักหน่วง หนทางยังอีกยาวไกล เพราะฉะนั้นพวกหลักคำสอนที่กล่าวออกไปแล้วฟังดูโลกสวยเกินไปเหล่านี้ ภายหน้าอย่าได้กล่าวอีกเลย ขณะที่หลิงเซี่ยกำลังพูดคุยกับตัวเองอยู่นั้น ในหัวสมองก็มักจะปรากฏภาพเจ๊ใหญ่หนีผิงเดินผ่านฉากอยู่เสมอ...

            เขาเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าตนจะสามารถขัดเกลานิสัยของตัวร้ายให้ดีขึ้นได้ แม้ว่าอวี้จือเจวี๋ยจะกล่าวออกมาเช่นนั้นก็ตามที แต่ตอนที่อยู่ในน้ำเขาก็หาได้ละทิ้งตนไม่ แถมยังเป็นห่วงความปลอดภัยของซ่งเสี่ยวหู่อีก นี่แสดงให้เห็นว่าเจ้าจอมมารน้อยผู้นี้มิได้เป็นคนที่ไม่สนใจไยดีผู้อื่นอย่างที่ตนกล่าวออกมาเช่นนั้นเลยสักนิด อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีสำนึกรักพวกพ้องของตนอยู่บ้าง

            สถานที่เปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ของพรรคเส้าหยางหาเจอได้ไม่ยาก เพียงเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งมีคนชุมนุมกันเยอะ ๆ ก็เจอแล้ว หลิงเซี่ยสอดส่ายสายตามองหาอยู่ครู่หนึ่ง แขกกิตติมศักดิ์ที่ได้รับเชิญมาต่างพักอยู่ในเรือนรับรองที่อยู่บริเวณชั้นในของพรรคเส้าหยาง ซึ่งเวลานี้พวกเขาไม่มีทางได้รับอนุญาตให้เข้าไปหาคนได้แน่นอน

            หลิงเซี่ยเลยได้แต่เดินไปลงทะเบียนก่อน แล้วรับยันต์ลงทะเบียนที่เขียนเลขที่ผู้สมัครเอาไว้มาสามแผ่น โชคดีที่ยันต์กระดาษนี่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ

            ปัญหาที่ค่อนข้างยุ่งยากอีกประการหนึ่งคือตอนนี้สถานที่ซึ่งพอใช้เป็นที่พักได้ทุกหนทุกแห่งมีผู้คนพลุกพล่านอยู่เต็มไปหมด  แถมพวกเขาเองก็ไม่มีเงินเหลือติดตัวเลยสักแดงเดียว บริเวณนี้แม้แต่หญ้าฟางสักกองก็ไม่มีให้เห็น สุดท้ายทั้งสองเลยได้แต่พิงมุมกำแพงพลางพยายามข่มตาหลับให้ลง

            ตกกลางดึกหลิงเซี่ยมองดูร่างเล็กจ้อยของอวี้จือเจวี๋ยที่พิงอยู่กับผนังกำแพงแข็งเย็นพลันบังเกิดความรู้สึกสงสารอย่างยิ่ง เลยช้อนร่างของเขาให้ลงมานอนหนุนตักของตนอย่างเบามือที่สุด เช้าวันต่อมา พอหลิงเซี่ยตื่นขึ้นมา ก็ถูกกลอกตาใส่ตามคาด ทว่าเขาก็ยังยิ้มเผล่ให้เจ้าเด็กปากไม่ตรงกับใจคนนี้อย่างโอบอ้อมอารี แล้วออกแรงเคล้นคลึงต้นขาที่โดนทับจนเกิดอาการเหน็บชาของตน

            เช้าวันต่อมาพวกเขาก็ถือยันต์ลงทะเบียนเข้าไปในปะรำพิธีพร้อมกับท้องไส้ที่หิวโซ หลิงเซี่ยปลุกเร้าจิตใจให้ฮึกเหิม แล้วจูงมืออวี้จือเจวี๋ยเดินไหลไปตามฝูงชน พลางเหลือบซ้ายแลขวามองหาเงาร่างของซ่งเสี่ยวหู่อย่างไม่หยุดหย่อน ใครจะรู้ว่าพอเข้าไปในสนามทดสอบด่านแรกแล้ว ผู้ที่โผล่หน้าออกมาให้เห็น ก็มีแต่ชนชั้นอาวุโสของพรรคเส้าหยางไม่กี่คน บวกกับศิษย์รุ่นเยาว์ที่มีหน้าที่ในการจดบันทึกผลอีกจำนวนหนึ่ง ไม่เห็นแขกกิตติมศักดิ์ที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานทั้งหลายเหล่านั้นเลยแม้แต่เงา

            ผู้ที่มาสมัครในครั้งนี้มีจำนวนนับพันคน อวี้จือเจวี๋ยนับว่ามีอายุน้อยที่สุด ที่เห็นเกลื่อนที่สุดเห็นจะมีอายุราว ๆ สิบห้าถึงยี่สิบห้าปี แถมยังมีอายุสามสิบปีขึ้นไปอีกจำนวนหนึ่ง

            กฎเกณฑ์ของโลกใบนี้คือผู้แข็งแกร่งเป็นจ้าว ยิ่งเข้มแข็งยิ่งมีชีวิตยืนยาว เหมือนบิดาของอวี้จือเจวี๋ยที่กว่าจะตายก็มีอายุปาเข้าไปร่วมสองร้อยกว่าปีแล้ว ส่วนมารดาของเขาเพิ่งจะมีอายุหกสิบกว่าปีเท่านั้น เรียกว่าเป็นโคแก่กินหญ้าอ่อนเลยก็ว่าได้ ทว่าคนธรรมดาที่ไม่มีวิทยายุทธ อย่างมากก็อยู่ได้ไม่เกินเจ็ดสิบแปดสิบปี หากจะดูว่าคน ๆ หนึ่งเหมาะที่จะฝึกวิทยายุทธหรือไม่ โดยปกติก็ตัดสินได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสามสิบปีแล้ว ซึ่งพรรคเส้าหยางได้กำหนดเกณฑ์อายุของผู้สมัครในครั้งนี้ไว้ว่าต้องมีอายุ
ไม่เกินสามสิบห้าปี

และแล้วการทดสอบในด่านแรกก็เริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีอารัมภบทใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้สมัครที่ถูกจัดแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ ต่างแยกย้ายกันไปรวมกลุ่มกับศิษย์ผู้รับผิดชอบของพรรคเส้าหยาง พวกเขาทั้งสองถูกจัดให้อยู่กันคนละกลุ่ม หลิงเซี่ยมิได้กังวลอันใดมาก เพราะเขาทราบรายละเอียดในการทดสอบด่านแรกดีอยู่แล้ว ก็แค่ทดสอบดูคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัครเหล่านี้เท่านั้น ตัวอย่างเช่น ในร่างกายมีธาตุพลังหรือไม่ สมรรถภาพของร่างกายเป็นอย่างไร ฯลฯ คล้าย ๆ กับการตรวจร่างกายทั่วไป แต่ถึงจะไม่มีอันใดน่าเป็นกังวล หลิงเซี่ยก็ยังอดจ้ำจี้จ้ำไชไม่ได้ อวี้จือเจวี๋ยได้แต่ชักสีหน้ารำคาญใส่ แต่ก็มิได้โต้แย้งอันใด

หนึ่งกลุ่มมีห้าสิบคน โดยแต่ละกลุ่มจะมีศิษย์ผู้นำกลุ่มของพรรคเส้าหยางพาเดินไปที่สนามทดสอบย่อยตามที่จัดไว้ วิทยายุทธบนโลกใบนี้ไม่มีนอกเหนือจากห้าแขนงนั้นแล้ว ขอเพียงผู้สมัครเหล่านี้สามารถแสดงฝีมือด้านใดด้านหนึ่งออกมาได้อย่างโดดเด่น ก็ผ่านการทดสอบด่านนี้ได้แล้ว

เนื่องจากหลิงเซี่ยมีพลังราวมังกรพยัคฆ์ ไม่นานก็ผ่านด่านแรกได้แล้ว ธาตุพลังในร่างกายของเขาก็มีการตอบสนองเช่นกัน ขณะที่เขาเอามือวางลงบนแก้วน้ำที่สามารถขยายพลังได้ร้อยเท่าตัว เมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ เมล็ดหนึ่งในแก้วน้ำนั่นก็ค่อย ๆ แตกใบอ่อนขึ้นมาสองใบราวกับเล่นมายากล

เขาอดที่จะรู้สึกดีใจไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าในร่างนี้จะมีพลังธาตุไม้อยู่ด้วย

แม้ว่าธาตุไม้จะมิได้มีอานุภาพร้ายแรงเฉกเช่นธาตุสายฟ้า ธาตุไฟ หรือธาตุน้ำก็ตาม แต่ถึงกระนั้นก็เป็นธาตุพลังอันเป็นสัญลักษณ์แทนชีวิตที่หาได้ยากยิ่ง ผู้ฝึกฝนพลังธาตุไม้ขั้นสูง ไม่เพียงแต่จะสามารถย่นระยะเวลาในการเจริญเติบโตของสมุนไพรวิญญาณได้เท่านั้น หากแต่ยังสามารถเพิ่มอัตราการมีชีวิตรอดของพวกมันได้อีกด้วย นั่นก็หมายความว่า ผู้ฝึกฝนพลังธาตุไม้ขั้นสูงทุกคน ต่างสามารถเป็นเศรษฐีได้ง่าย ๆ จากการขายสมุนไพรวิญญาณนั่นเอง!

ในโลกแห่งการฝึกฝนวรยุทธและมีผู้มีพลังพิเศษใบนี้ ถึงแม้การใช้ยาสมุนไพรจะมิได้มีประโยชน์โพดผลอันใดนัก แต่กลับมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเลื่อนระดับขั้นของผู้ฝึกตน

แน่นอนว่า ต่อให้ธาตุพลังมีการตอบสนองก็ไม่แน่ว่าจะหาความเจริญก้าวหน้าจากพลังด้านนี้ได้ ทว่าหลิงเซี่ยเลือกที่จะละเลยจุดนี้ไปก่อนเฉกเช่นคนมองโลกในแง่ดี

จากจำนวนผู้สมัครในกลุ่มทั้งหมดห้าสิบคน ผู้ที่ผ่านการทดสอบมาได้ก็เหลืออยู่เพียงสิบกว่าคนเท่านั้น หลังจากที่แจ้งเลขที่ผู้สมัครและชื่อแซ่ของตนเรียบร้อยแล้ว หลิงเซี่ยก็รีบไปที่จุดพักเหนื่อยเพื่อรวมตัวกับอวี้จือเจวี๋ย หลังจากนั้นจะมีคนมาแจ้งรายละเอียดในการทดสอบรอบถัดไปแก่พวกเขาเอง

แต่พอหลิงเซี่ยแลเห็นอวี้จือเจวี๋ยตั้งแต่ไกล ขนหัวก็พลันลุกชัน——อวี้จือเจวี๋ยกับเด็กหนุ่มอายุราว ๆ สิบห้าสิบหกปีคนหนึ่งที่อยู่ในชุดหัวฝู สะพายกระบี่ยาวไว้ด้านหลังกำลังจ้องตากันเขม็งเคร่งเครียด รอบ ๆ ห้อมล้อมไปด้วยบรรดาผู้สมัครที่เข้ามามุงดูกันอย่างคึกคัก

ปกเสื้อของอวี้จือเจวี๋ยถูกฉีกจนขาดวิ่น เหมือนจะมีการลงมือลงไม้กันแล้ว...

หลิงเซี่ยรีบเบียดร่างฝ่าเข้าไปยืนขวางอยู่ด้านหน้าอวี้จือเจวี๋ย ก่อนจะโค้งคำนับพลางเอ่ยปาก "คารวะพี่ชาย นี่น้องชายข้าเอง ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นงั้นหรือ?"

เด็กหนุ่มนั่นทอดสายตามองการแต่งเนื้อแต่งตัวของหลิงเซี่ยอย่างดูหมิ่นดูแคลน คาดว่าเขาคงเป็นพวกลูกขี้ข้ากระยาจกไร้เส้นสาย พลันหัวเราะเยาะใส่

"เจ้าถามน้องชายคนเก่งของเจ้าเองเถอะ เสื้อผ้าอย่างนั้น อย่างมากก็ราคาไม่กี่เหรียญเงินขั้นต้นหรอกมั้ง หากมีเงินไม่พอล่ะก็ เดี๋ยวข้าจะช่วยสมทบทุนให้"

เขาพูดพลางโยนเหรียญเงินขั้นสองกำหนึ่งไปที่เท้าของหลิงเซี่ย หลิงเซี่ยก้มหน้าลง เห็นเหรียญพลังเจ็ดแปดเหรียญหล่นอยู่บนพื้นรอบตัว

เหรียญพลังขั้นสองหนึ่งเหรียญเท่ากับเหรียญพลังขั้นต้นสิบเหรียญ ฝ่ายตรงข้ามใช้เงินมือเติบเสียจริง

แม้จะไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไรกันแน่ แต่ดูท่าคงมิใช่อวี้จือเจวี๋ยที่เป็นคนหาเรื่องก่อน ต่อให้เป็นเช่นนั้นจริง หลิงเซี่ยก็ยังรู้สึกโมโหกับท่าทีดูถูกเหยียดหยามของอีกฝ่ายจนหัวเสียเลย นับประสาอะไรกับอวี้จือเจวี๋ยผู้สูงส่งประดุจหงส์ฟ้าเล่า

สันดานกักขฬะเช่นนี้ งี่เง่าดักดานยิ่งกว่าตัวประกอบอย่าง "เอ้อร์ต้าน" เสียอีก...

เมื่อหลิงเซี่ยคิดได้เช่นนี้ โทสะก็พลันอันตรธานหายไป ก่อนจะยิ้มตอบ "คงไม่รบกวนดีกว่า ถึงแม้เสื้อผ้าของน้องชายข้าชุดนี้ จะมีราคาไม่กี่เหรียญเงินขั้นต้น แต่ท่านจงเก็บเงินเหล่านี้คืนไปเถอะ ยิ่งกว่านั้น ต่อไปพวกเราก็จะได้เป็นศิษย์ร่วมสำนักกันแล้ว เงินพวกนี้ ข้ายิ่งมิกล้ารับ"

พอกล่าวจบเขาก็จูงอวี้จือเจวี๋ยแหวกฝูงชนออกมา

ในระหว่างการทดสอบ อวี้จือเจวี๋ยอยู่ในลำดับสูงกว่าเจ้าเด็กหนุ่มนี่ เนื่องจากพรสวรรค์ของเขานับว่าร้อยปียากพบพาน ไม่ว่าการทดสอบด้านใดก็แทบจะเป็นที่หนึ่งเสมอ ส่วนเด็กหนุ่มนี่มีชื่อว่าซวีเหยี่ยน เป็นเด็กที่ค่ายพรรคเล็ก ๆ แห่งหนึ่งฝากฝังให้มาอยู่กับพรรคเส้าหยาง การทดสอบในครานี้ก็เพียงเข้าร่วมไปตามขั้นตอนเท่านั้น เพราะอันที่จริงได้แอบฝากตัวให้เป็นลูกศิษย์ของมือกระบี่ผู้มีชื่อเสียงในพรรคเส้าหยางคนหนึ่งแล้ว

ซวีเหยี่ยนผู้นี้เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง หยิ่งยโสจนไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา ทว่าพอเห็นเด็กน้อยที่อยู่ลำดับก่อนหน้าตน มีความสามารถเหนือกว่าตน ทั้ง ๆ ที่มีอายุน้อยกว่า ก็บังเกิดจิตริษยา เลยแกล้งทำเสื้อของอวี้จือเจวี๋ยขาดในระหว่างการทดสอบฐานหนึ่ง

ถึงแม้อวี้จือเจวี๋ยจะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้งตน แต่พอนึกถึงภาพที่หลิงเซี่ยอาบเหงื่อต่างน้ำทำงานแบกหามเพื่อหาเงินมาซื้อเสื้อผ้าให้ตนกับซ่งเสี่ยวหู่แล้ว เขาก็อดรู้สึกโมโหขึ้นมาไม่ได้

ฝ่ายซวีเหยี่ยนกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ตอบโต้ ก็ยิ่งทำท่าหาเรื่องยั่วให้อวี้จือเจวี๋ยมีโทสะลงมือตอบโต้เขา ขอเพียงอวี้จือเจวี๋ยลงมือ ย่อมต้องถูกบรรดาศิษย์ผู้ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของ
พรรคเส้าหยางขับไล่ออกจากสนามทดสอบแน่นอน ส่วนตัวเขามีคนคอยคุ้มกะลาหัว ย่อมไม่กระทบกระเทือนอยู่แล้ว

พอเขาเห็นหลิงเซี่ยจูงอวี้จือเจวี๋ยเดินออกไปก็ไม่กล้าผลีผลาม ถึงอย่างไรก็ยังมีสายตามองดูอยู่ตั้งหลายคู่ ครั้นนึกถึงแววตาอำมหิตของอวี้จือเจวี๋ยเมื่อครู่นี้ เขาก็รู้สึกหนาวสะท้านในใจ แต่ในเมื่อล่วงเกินอีกฝ่ายไปแล้ว หากภายหน้าต่างได้เข้าพรรคเส้าหยางด้วยกันล่ะก็...

กว่าจะหามุมสงบ ๆ สักแห่งได้ช่างยากเย็นยิ่งนัก หลิงเซี่ยรีบตรวจดูตามเนื้อตามตัวของอวี้จือเจวี๋ย "นอกจากเสื้อขาดแล้ว ส่วนอื่นไม่เป็นอะไรใช่ไหม"

อวี้จือเจวี๋ยที่ถูกจับสำรวจร่างกายถอยหลบอย่างไม่คุ้นเคย ก่อนจะกำหมัดพลางกล่าวเสียงสั่น "มันบังอาจ! ฮึ ถ้าเจ้าไม่เข้ามาก่อนล่ะก็..."

ตอนนี้เองหลิงเซี่ยพลันโมโหขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะเขกกบาลของเขาทีหนึ่ง "ซื่อบื้อ! ถ้าข้าไม่เข้าไปแล้วเจ้าจะต่อยกับมันงั้นหรือ? มันสูงกว่าเจ้าเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ แถมสะพายกระบี่อีกด้วย ดูก็รู้ว่าเป็นมือกระบี่ เจ้าไม่รู้หรือไร เจ้าอยากโดนตัดสิทธิ์เข้าแข่งขัน แล้วถูกอัปเปหิออกจากสนามทดสอบหรือไง?!"

เขากุมหน้าผากพลางถอนหายใจอย่างจนปัญญาก่อนจะกล่าว "การใช้กำลัง โดยเฉพาะการต่อยตี เป็นวิธีการที่โง่เขลาที่สุด! เจ้าไม่รู้หรอกหรือ"

อวี้จือเจวี๋ยคลำหน้าผากบริเวณที่ถูกเขกอย่างอึ้งงัน ก่อนจะจ้องหลิงเซี่ยอย่างมิอาจทำใจเชื่อได้ "เจ้า เจ้ากล้า..."

เห็นท่าทางอับอายระคนตื่นตระหนกของอวี้จือเจวี๋ยแล้ว หลิงเซี่ยก็ระคายหัวใจยิบเหมือนมีลูกแมวตัวน้อยมาตะกุย เขารู้สึกขบขันขึ้นมาเล็กน้อย

ในยามนี้ ท่านจอมมารน้อยช่างน่ารักน่าแกล้งเสียจริง!

อันที่จริง เจ้าปีศาจน้อยหน้าซาลาเปาในตอนนี้ก็เป็นเพียงเด็กอ่อนต่อโลกที่รู้จักแต่ใช้กำลังเท่านั้น ยังห่างชั้นกับจอมมารร้ายที่กลืนคนไม่คายกระดูก อหังการบ้าอำนาจผู้นั้นอยู่อักโข...

อวี้จือเจวี๋ยเติบโตอยู่ในนิกายทาริกาหยกมาตั้งแต่เกิด กฎของนิกายนี้เข้มงวดสุดโต่ง ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดาของเขา อีกทั้งบรรดาสาวกนิกายเหล่านั้น ต่างชอบตบตีหรือไม่ก็ด่าทอเขา หลังจากที่เขาหลบหนีออกมาก็ซัดเซพเนจรอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน กล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า จริง ๆ แล้วอวี้จือเจวี๋ยแทบจะไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนแบบปกติเลย

เมื่อตระหนักได้ถึงข้อนี้แล้ว หลิงเซี่ยเลยเก็บมะเหงกของตนกลับมาอย่างรู้สึกผิดพลางกระแอมไอทีหนึ่ง "สรุปแล้ว ก็ค่อย ๆ เรียนรู้ไปเถอะ ต่อให้เจ้าคนนั้นมันจะน่าฆ่าให้ตายมาก ๆ แต่สีหน้าอาการที่เจ้าแสดงออกมา มิใช่การเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเล่นงานเอาได้ง่าย ๆ หรอกหรือ"

บ้าที่สุด! สอนได้ห่างไกลจากคำว่าเด็กดีโคตร ๆ

อวี้จือเจวี๋ยลดแขนลง ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง "ข้าเข้าใจแล้ว แสดงว่าปกติที่เจ้าชอบยิ้มอยู่บ่อย ๆ บางทีก็มิใช่รอยยิ้มที่แท้จริง เพียงแต่หากปล่อยให้คนอื่นรับรู้อารมณ์ที่แท้จริงของเจ้า กลับจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเจ้าเอง ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดก็คือการซุกซ่อนตัวตนที่แท้จริง รอคอยโอกาสที่เหมาะสมแล้วค่อยหาวิธีการบรรลุเป้าหมาย ถูกต้องหรือไม่"

เมื่อเผชิญหน้ากับท่านจอมมารที่บอกหนึ่งคิดไกลไปถึงสาม หลิงเซี่ยไม่รู้จะกล่าวอะไรไปชั่วขณะ

หนุ่มนักทฤษฎีอย่างเขาจะไม่อาจพิชิตภารกิจกล่อมเกลาจอมมารร้ายอันยิ่งใหญ่และทรงเกียรติชิ้นนี้ได้จริงๆ หรือ!

แม่งเอ๊ย!

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงต้องพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ "ก็ไม่ถูกไปเสียทั้งหมดหรอก สรุปแล้ว ผู้ใดที่มิได้ล่วงเกินเรา เราก็อย่าไปล่วงเกินเขา หากมีผู้ใดมาข่มเหงรังแก ก็อย่าได้เอาแต่อ่อนข้อให้ หรือเอาแต่แข็งขืนใส่ ต้องรู้จักอ่อนบ้างแข็งบ้าง ตาต่อตาฟันต่อฟันเป็นวิธีการที่โง่ที่สุด อีกทั้งต่อให้ตัวเราอยู่เหนือลมมีสถานะเป็นต่อ ก็ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ให้อภัยได้ก็ให้อภัย นี่ยังเป็นประโยชน์ต่อการปูทางสู่อนาคตของตัวเราเองอีกด้วย..."

อวี้จือเจวี๋ยหลุบนัยน์ตาลงต่ำราวกับกำลังใช้ความคิด ผ่านไปครู่หนึ่งค่อยเงยหน้าขึ้น แล้วแย้มยิ้มบางให้หลิงเซี่ย "ข้าเข้าใจแล้ว"

พอเห็นรอยยิ้มของอวี้จือเจวี๋ยที่หาได้ยากยิ่ง ในที่สุดหลิงเซี่ยก็ผ่อนลมหายใจออกมา ตบที่ไหล่ของอวี้จือเจวี๋ยเบา ๆ ก่อนจะยิ้มตอบ "รู้ก็ดีแล้ว"

"พี่ใหญ่หลิง อาเจวี๋ย!"

เมื่อหลิงเซี่ยได้ยินเสียงที่คุ้นหูก็รีบหันหลังไปดู และแล้วก็เห็นหัวเม่นแคระอันแสนสะดุดตาของซ่งเสี่ยวหู่กำลังเบียดโผล่ออกมาจากฝูงชนอย่างตื่นเต้นดีใจ ลักยิ้มทั้งสองข้างบนใบหน้าเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ตามรอยยิ้มของเจ้าตัว ทว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจก็คือ ด้านหลังของซ่งเสี่ยวหู่มีแม่นางน้อยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูที่มีอายุประมาณสิบเอ็ดสิบสองปีนางหนึ่งเดินตามมาด้วย แต่กลับมิใช่คุณหนูใหญ่จอมเกเรอย่างชุ่ยอวี่นั่น

เยี่ยม! สมกับเป็นพระเอกผู้มีชะตาดอกท้อชั้นแนวหน้าจริง ๆ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.78K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1215 lucifer_ruki1996 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 18:08
    รำคาญความใจดีเกินเหตุ
    #1,215
    0
  2. #1196 宁仙 หนิงเซียน >3< (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 22:49
    พระเอกสะสมหญิงเก่งงงง
    #1,196
    0
  3. #1191 Kajombbc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 15:00
    เนื้อเรื่องเอื่อยเฉื่อยจริงๆ
    #1,191
    0
  4. #1157 EntOo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 01:42
    สอนหนึ่งคิดสาม555555
    #1,157
    0
  5. #1151 Yok Poog (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 14:00
    น้องเข้าใจคำสอน...แต่เหมือนจะใช้ในทางที่ไม่ดี ฮึฮึ..ฮือออ
    #1,151
    0
  6. #1043 Silabun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 12:49
    พระเอกเนี้ยสะสมฮาเรมเก่งจริงๆ
    #1,043
    0
  7. #915 PaulaPum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 20:43
    ให้คิดหนึ่งไปถึงสามจริงๆฉลาดล้ำมาก
    #915
    0
  8. #512 ammykjd (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 23:18
    น่ารากกกก
    #512
    0
  9. #275 manodcha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 17:41
    น่าร้ากกกก
    #275
    0
  10. #143 hanari00123 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 19:04
    น้องต้องร้ายลึกมากๆเเน่ๆ อยากได้หนังสือเเงะเเต่ไม่มีตังเห้อ..TT
    #143
    0
  11. #131 พริกหยวกน่ะถูกแล้ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 04:26
    พี่ใหญ่สอนดีขนาดนี้คงจะร้ายลึกในเร็ววัน ดีไม่ดีอาจจะร้ายเร็วยิ่งกว่าตามเนื้อเรื่องปกติอีก
    #131
    0
  12. #130 พริกหยวกน่ะถูกแล้ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 04:25
    เอ็นดูจอมมารน้อย
    #130
    0
  13. #128 Par_dao (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 16:42
    เจ้าเสือน้องพาน้องสะใภ้หมายเลขxมาหาพี่ใหญ่แล้ว เอ็นดู
    #128
    0
  14. #127 MooK_IGOT7 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 00:52
    รออซื้อแน่ๆๆ
    #127
    0
  15. #126 MilkSunday (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 10:45
    จอมมารอย่างไรก็คือจอมมาร 😁
    #126
    0
  16. #125 Konrafah (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 23:19
    หลิงเซี่ยเหมือนมีลูกๆ 555
    #125
    0
  17. #124 ดาวพเนจร (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 20:34
    ขอตอนต่อไปด่วนนนน
    #124
    0
  18. #123 Narisa Ren (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 19:30
    นางสองมาอย่างไว
    #123
    0
  19. #122 love lesson (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 17:06

    สั้นเกินไปแร้วววววววววววววววววว

    #122
    0
  20. #121 rumiOwO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 16:55
    ในที่สุดก็ได้เจอกันนนนนน
    #121
    0
  21. #120 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 16:28

    พระเอกผู้ไปที่ไหนก็ได้เมียยยย

    #120
    0