end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 51 : Chapter47:โปรดรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    8 ก.พ. 64

Chapter47:โปรดรัก

PLEASE - Atom ชนกันต์

.

.

 

"ลีวาน ขอร้องล่ะลุกขึ้นมาเถอะจะนอนไปอีกนานเท่าไหร่ออกไปข้างนอกกัน" 

เอ็ดเวิร์ดยืนอยู่ข้างเตียงมองลีวานที่นอนดูหนังไม่สนใจใครทั้งที่เวลานี้เขาควรลุกออกจากเตียงไปทำงานด้วยซ้ำแม้ว่านี่จะเป็นวันหยุดแต่การนอนอยู่บนเตียงทั้งวันไม่สมกับเป็นเขาเลย 

"นี่มันห้องฉัน วันหยุดก็วันหยุดฉัน นายเป็นใครถึงได้มาขอให้ฉันออกจากห้องนี้ไป" 

"ก็นายเอาแต่อุดอู้อยู่แบบนี้ไงถึงได้อารมณ์ไม่ดี" 

"ออกไปฉันก็อารมณ์ไม่ดี" 

"นายควรจะออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้างสิ อยู่กับธรรมชาติจะได้ดีขึ้น" 

"ไม่ไป" 

"ตามใจนายก็แล้วกันงั้นฉันไปข้างนอกกับเฮเซลแล้วกันนะ ที่นี่นานๆทีจะปล่อยให้หยุดยาวพวกคนอื่นก็กลับย้านเกิดหรือไม่ก็ออกไปเที่ยวจนที่นี่ร้าง ไม่เคยชินสักที" 

"ก็มีไอ้พวกที่วิ่งแจ้นเป็นเด็กอยู่ไม่ใช่รึไงจะเหงาอะไรอีก" 

"พวกโคดี้กับซานิน่ะเหรอรอบนี้ไม่อยู่หรอก เห็นว่าจะออกไปเดินงานเทศกาลในเมืองแล้วก็ลากคนอื่นไปอีกเพียบ" 

"ไม่ใช่เรื่องของฉัน" 

ลีวานกดเร่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆเพื่อกลบเสียงของเพื่อนตัวเองที่ดูเหมือนจะพยายามชักชวนเขาออกไปข้างนอกให้ได้ 

"นายคิดว่าฉันไปงานเทศกาลกับพวกเด็กๆดีมั้ย" 

"ไปไหนก็เรื่องของนาย" 

"ฉันจะทำให้พวกเขาอึดอัดรึเปล่านะ" 

"ไม่เห็นจะเคยเห็นหัวกันอยู่แล้ว" 

"ไม่ใช่สิฉันหมายถึงเด็กคนนั้นต่างหาก พวกนั้นน่ะไม่มีปัญหาหรอกแต่คนสูงอายุอย่างฉันเนี่ยสิถ้าไปด้วยแล้วจะทำให้เกร็งเอารึเปล่านะ" 

"เด็กไหนอีกล่ะ" 

"ก็เทเรซ่าไง"ลีวานเหลือบมองอีกคนก่อนจะดูหนังต่อไปด้วยใบหน้านิ่งพลางอารมณ์เสียอยู่ในใจ ทำไมกับคนอื่นถึงไม่มีปัญหาแล้วกับเขาถึงผลักไสไม่เลิกสักที 

"เห็นรึยังว่าเธอตัดผมสั้นแล้ว น่ารักมากเลยล่ะ" 

ตัดผมเหรอ ตัดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นรู้เรื่อง 

"ฉันต้องรู้มั้ย" 

"ก็ดูสิพอตัดแล้วเหมือนหลานสาวฉันเลย" 

โทรศัพท์ถูกจ่ออยู่ตรงหน้าลีวานมองรูปของหญิงสาวก่อนจะปัดมันออก ก็คงเหมือนหลานสาวของเอ็ดเวิร์ดจริงนั่นแหละเพราะตัดทรงเดียวกันถึงได้คล้ายกันขนาดนี้ 

เดี๋ยวนะ... 

"นายเอารูปมาจากไหน" 

"จะที่ไหนล่ะก็มาจากในแอคเคาท์เธอไง ฉันไม่ใช่พวกไม่เล่นโซเชียลเหมือนนายนี่นะนายคงจะไม่รู้ล่ะสิว่าในโลกออนไลน์มีอะไรบ้าง" 

คิ้วเรียวกระตุกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว นี่กำลังทำให้เขารู้สึกตามอะไรไม่ทันงั้นเหรอถึงได้มาพูดแบบนี้ ไม่สิหมอนี่มันจงใจให้เขาพยายามสนใจเพราะคงจะรู้อยู่แล้วว่าเขาพูดถึงใครมาโดยตลอด 

"ฉันไม่เล่นหรอกนะของพรรค์นั้น แค่โทรเข้าออกอย่างเดียวก็พอแล้ว" 

"ฉันก็ไม่ได้ว่าไรสักหน่อยแค่ให้ดูว่าอย่างน้อยๆเธอมีพัฒนาการขึ้นนะดูสิเธอลงรูปกับคนอื่นเยอะแยะเลย" 

"สนิทกันดีนี่" 

"เป็นเรื่องที่ดีเลยว่างั้นมั้ย" 

ถ้ามีเพื่อนแล้วไม่เหงาก็เป็นเรื่องที่ดี... 

แต่เลือกปฏิบัติแบบนี้เขาไม่ชอบ... 

ไม่ยุติธรรมกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว 

"นายจะไปไหรก็ไปเถอะฉันจะนอนอยู่นี่แหละ" 

เขาจะไม่ออกไปไหนแน่เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น ต่อให้จะถูกลากออกไปเขาก็จะกลับเข้ามาใหม่ไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น 

"เข้าใจแล้วๆ งั้นฉันไปก่อนนะ" 

ลีวานมองตามอีกคนที่เดินออกจากห้องไปก่อนจะลดเสียงกลับเหมือนเดิมแล้วนอนต่อมองเพดานสี่เหลี่ยมแทนหนังบนจอโทรทัศน์ ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นแค่เขาที่ถูกเธอทิ้งไว้ด้านหลังเพียงคนเดียว 

แล้วเขาโดนหลบหน้ามานานแค่ไหนแล้วนะถึงขนาดที่ไม่รู้เลยว่าเธอตัดผมสั้นเหลืออยู่แค่ประบ่า ไม่เห็นรู้อะไรเลยสักอย่าง 

มีรูปถ่ายคู่กับคนอื่นด้วยงั้นเหรอทำไมไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่าสนิทกันขนาดนี้ ขนาดเมอร์ซี่ยังถ่ายรูปด้วยเลยนี่มันอะไรกันแล้วเขาล่ะ? 

ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าโดนทิ้งไว้ข้างหลังไกลขนาดนี้... 

ใจร้ายจัง 

. 

. 

"เขาไม่ยอมมาด้วยน่ะ" 

"โธ่เอ๊ย ไม่มีกระเป๋าตังค์ไปด้วยเสียดายแย่เลย" 

"ถ้าเขาได้ยินแบบนั้นเดี๋ยวก็โวยวายอีกหรอก" 

เอ็ดเวิร์ดถอนหายใจใส่คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกหวังว่าคนอีกคนจะตามมาด้วยแต่ก็คว้าน้ำเหลวพังไม่เป็นท่า 

"ช่วยไม่ได้นี่ก็พอขอก็จ่ายให้ตลอดนี่นา" 

"เธอก็รวยเถอะ" 

เฮเซลยักไหล่ให้ก่อนจะเดินตามทางเดินไปเรื่อยๆกันแค่สองคนทิ้งไว้เพียงแค่ลีวานที่ยังคงนอนจมเตียงอยู่ภายในห้องรู้สึกหงอยและน้อยใจเรื่องที่ถูกเด็กสาวเลือกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม ต่อให้พยายามไม่คิดก็หยุดคิดไม่ได้ ลมหนาวที่หมดไปเริ่มเข้าสู่ฤดูใหม่ทำให้รู้ได้ว่าผ่านมานานอยู่เหมือนกัน ทุกสิ่งต่างก็ต้องเปลี่ยนไปทั้งโลกและผู้คนแต่เขากลับเดินไปข้างหน้าไม่ได้สักที 

จริงๆแล้วผู้พิทักษ์อะไรนั่นไม่มีประโยชน์อะไรด้วยซ้ำไม่มีใครคาดหวังหรือฝากความหวังไว้ที่เธออยู่แล้วเพราะพวกเขารู้ว่าถึงจะขึ้นชื่อว่าผู้พิทักษ์ยังไงก็ใช่ว่าจะรู้อยู่ดีว่าแกนพลังงานอยู่ไหน แต่ว่าที่เคี่ยวเข็ญเธอก็เพราะกลัวเธอดูแลตัวเองไม่ได้ต่างหากและแค่อยากให้เธอปลอดภัยแต่ว่าเธอก็ไม่เคยรู้เลย 

ถ้ารู้ว่าเขาทำขนาดนี้เธอจะเห็นใจเขามากขึ้นกว่านี้รึเปล่านะ? 

ทำไมมีแค่เขาที่เธอไม่สนใจล่ะ... 

. 

. 

"สู้เขานะเอาให้ชนะขาดลอยไปเลย" 

"ฉันไม่เคยแพ้และจะไม่แพ้เด็ดขาด" 

"สู้เขานะคะคุณซานิ เป็นผู้ชนะให้ได้เลยนะคะ" 

งานแข่งกินจุในเทศกาลนี้มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันอยู่จำนวนไม่น้อยและหนึ่งในนั้นคือซานิที่ทุกคนต่างก็รู้ว่าเธอคือจอมเขมือบทุกคนเลยมั่นใจว่าเธอจะชนะการแข่งขันครั้งนี้อีกแน่ๆเพราะเธอไม่เคยแพ้หรือเป็นรองใครในเรื่องการกินเลย 

"ยังไงก็ตามต้องระวังตอนเคี้ยวด้วยนะครับ!" 

อัลมัวร์ที่ยืนอยู่ข้างเจฟเตือนด้วยความหวังดีถ้าหากกัดลิ้นหรือปากตอนแข่งคงจะไม่ดีน่าดู 

"อย่าคิดว่าฉันจะเหมือนกับคุณโอลิเวอร์สิ" 

"หมายถึงใครเหรอคะ"เทเรซ่าหันมาถามอลันเสียงเบาเพราะกลัวแทรกบทสนทนาคนอื่นที่กำลังคุยกัน  

"เขาเป็นหนึ่งในคนที่ทำงานให้กับบอสนะแต่คุมงานอยู่ที่อื่นนานๆทีจะกลับมา"เทเรซ่าพยักตามด้วยความเข้าใจ 

"ฉันนึกว่าเธอรู้อยู่แล้วซะอีก" 

"คะ?" 

"ก็เธออยู่กับบอสบ่อยไม่ใช่รึไง" 

"เอ่อ...ไม่บ่อยเท่ากับคุณเจฟด้วยซ้ำค่ะฉันเจอเขาเกือบทั้งวันเลย นอกจากสอนฉันเขาก็เดินวนไปทั่วตึกเหมือนไม่ได้ทำงานทำการอะไรเลยล่ะค่ะ" 

"เธอหาว่าเขาไม่ทำงานทำการเหรอ" 

"ฉันไม่ได้หมายความว่างั้นนะคะ" 

"ฉันได้ยินนะ!" 

เทเรซ่าสะดุ้งหันไปยิ้มแห้งใส่คนโวยวายเมื่อรู้ว่ากำลังถูกซุบซิบอยู่ก่อนจะมองการแข่งที่เริ่มต้นขึ้น ทุกคนต่างก็ส่งเสียงเชียร์ลุ้นกันจนตัวเกร็งว่าผู้เข้าแข่งขันที่ตัวเองส่งเข้าร่วมไปจะชนะมั้ยก่อนจะเงียบลงเพื่อให้สมาธิกับผู้แข่ง เสียงดนตรีจากตามทางเดินและร้านอื่นก็ยังคงมีผู้คนสัญจรเดินไปมาหยุดมามุงกันตรงนี้บ้างก่อนจะเดินจากไป กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยแตะจมูกตีปนกับเคบับร้านข้างๆทำให้เธอเลือกเดินไปต่อแถวรอแต่ยังคงมองอยู่ห่างๆดูว่าการแข่งไปถึงไหนแล้วบ้าง เพราะที่นี่เป็นเทศกาลที่จัดรวมของกินเลยทำให้เดินได้ไม่เบื่อเลยเพราะอาหารและของหวานคือสิ่งที่เธอชื่นชอบ 

ทุกคนตอนนี้มีชีวิตที่ดีแล้วสินะ... 

พอคิดดูว่าพวกเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง ต้องแยกจากกันและสูญเสียไปอย่างช่วยไม่ได้แต่ตอนนี้ได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากจะเป็นก็รู้สึกยินดีและดีใจที่ตัวเองได้เป็นคนมองเห็นภาพที่ทุกคนได้อยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาจากทางด้านหลัง แต่ว่าเธอทำให้คนนึงไม่มีความสุขกับที่เป็นอยู่ตอนนี้สินะ 

เธอเหลือบมองร้านที่ตั้งแผงวางกล่องชาที่ไม่คุ้นตาแต่ก็ดูดีอยู่ไม่น้อยจึงแยกแถวออกมาทั้งที่ยังไม่ถึงคิวของเธอเองไปดูใกล้ๆที่ร้านนั้นก่อนจะเลือกซื้อมาในไม่ช้ากวาดสายตามองดูร้านอื่นว่ายังมีร้านไหนอีกบ้างที่น่ากิน 

"ระวังหลงนะ" 

เธอถูกคว้าแขวนเอาไว้เมื่อหันกลับไปก็พบกับโคดี้ที่คงเดินตามมาเพราะเห็นเธอเดินไปเรื่อยและยังไม่ชินทางจึงมาตามเดินข้างๆให้ 

"ขอบคุณค่ะแต่ฉันจะอยู่ระแวกนี้ไม่ไปไหนไกลหรอก" 

"ซื้ออะไรมาน่ะ" 

เทเรซ่ากำถุงแน่นไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องไม่ให้คนอื่นรู้ทั้งที่ไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไร 

"ซื้อชามาน่ะค่ะ" 

"ชอบเหรอ" 

"ค่ะ ประมาณนั้น" 

"ปกติของพวกนี้ที่มาตั้งขายกันไม่ค่อยมีขายในห้างหรอกนะยกเว้นแต่ว่าต้องโทรไปสั่งเอา ซื้อไปทีเยอะๆเลยสิ" 

"เป็นแบบนั้นเองเหรอคะ"เทเรซ่ามองชาที่เพิ่งซื้อมาชั่งใจคิดเพราะเธอเองก็ไม่เคยอยู่เหมือนกันว่ารสชาติเป็นอย่างไรแต่เพราะเห็นกล่องมันดูดีเลยคิดว่าคงรสชาติเยี่ยม แต่ถ้าหากไม่แล้วซื้อไปเยอะคงเสียดายน่าดู 

แต่ก็ซื้อๆไปก่อนแล้วกัน... 

"ผู้ชนะครั้งนี้ได้แก่..." 

"อ๊ะ!เขาจะประกาศแล้วล่ะค่ะ" 

"เบอร์14ครับ!" 

เทเรซ่ายิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าเป็นหมายเลขของซานิ เธอไม่แพ้ใครจริงๆด้วย 

"ซานิเธอนี่เป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มจริงๆ"เจฟตบบ่า 

"ฉันเผลอกัดลิ้นอย่างที่อัลเตือนด้วย" 

"ถึงได้บอกไงครับว่าให้ระวัง พอรีบเคี้ยวก็จะเป็นแบบนี้แหละ" 

เธอชอบมองพวกเขาจากทางด้านหลัง... 

ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจะเป็นส่วนเกินเพราะทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดีแต่เธอชอบจะมองจากตรงนี้ ชอบภาพที่ทุกคนยืนคุยและหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะมองยังไงก็รู้สึกตื้นตันจริงๆที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากัน 

น่ารักจัง... 

จะผ่านไปนานเท่าไหร่สายสัมพันธ์พวกเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เหมือนกับโชคชะตาที่ผูกเข้าไว้แม้จะแยกจากกันก็จะกลับมาพบกันใหม่ 

เพราะแบบนั้นรึเปล่านะถึงได้มาเจอกับคุณลีวาน 

. 

. 

ประตูสีดำสนิทตรงหน้าทำให้เธออัดอั้นใจว่าควรเคาะเรียกหรือกดกริ่งดีมั้ย แต่พอคิดว่าตัวเองไม่ได้อยากพบหน้าเขาสักเท่าไหร่เพราะไม่อยากมีปัญหาให้เถียงอีกจึงตั้งใจแขวนเอาไว้ตรงก้านโยกประตูแทนแต่ไม่ทันไรประตูในห้องก็เปิดออกทั้งที่ยังเกี่ยวหูถุงพลาสติกกับก้านโยกประตูไม่เสร็จเผยร่างหนาที่กะพริบตาก้มมองลงมายังถุงพลาสติกที่มีกล่องข้างในตกลงมากระแทกพื้น 

"เอ่อ..." 

คนตัวโตกว่าก้มลงไปเก็บของที่ตกพื้นแล้วพลิกดูว่าคืออะไรก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเป็นเชิงถามว่าให้เขางั้นเหรอ 

"ซื้อมาให้น่ะค่ะ" 

ลีวานที่ตั้งใจจะเดินออกไปทำอาหารกลับออกมาเจอเด็กสาวยืนทำลับๆล่อๆอยู่หน้าห้องเขา พอเห็นกล่องชาและท่าทีที่ลุกลี้ลุกลนหัวใจก็พองโตมองตาวาวที่กล่องชาเหมือนกับเจ้านายที่ให้รางวัลสุนัขของตัวเองทำหน้าระรื่นทั้งที่ยังนั่งอยู่กับพื้นส่วนเทเรซ่าก็ขมวดคิ้วมองนึกว่าเขาจะไม่ชอบรึเปล่าถึงก้มหน้ากลับไปชาแล้วไม่พูดอะไรเลย 

"ถ้าไม่ชอบจะทิ้งไปก็ได้นะคะ" 

เทเรซ่าก้าวขาจะเดินออกไปเพราะไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้เผชิญหน้ากับเขานานมากนักแต่มือหนากลับจับข้อมือเธอเอาไว้เสียก่อน 

"ชอบ" 

หญิงสาวมองก่อนจะแกะมือนั่นออกแต่คนตัวหนารีบยืนขึ้นกอดเธอจากด้านหลังแน่นทันทีไม่ให้เธอไปไหน 

"ทำไมไม่รักแล้วต้องซื้อของมาให้ด้วยล่ะ" 

"หวังว่าคงไม่ได้คิดว่าการที่ซื้อของมาฝากแปลว่ามีใจให้หรอกนะคะ เวลาไปเที่ยวก็มักจะเป็นแบบนี้เสมอไม่ใช่เหรอคะที่ซื้อของฝากกลับมาให้แบบนี้" 

ลีวานก้มลงซุกไหล่เธอทำหน้าผิดหวังเมื่อเธอกลับมาเช่นนั้น 

"พอไม่มีฉันเธอก็อยู่ได้สินะ" 

"ค่ะ พอไม่คิดถึงใครในหัวชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะเลย" 

เธอทำได้ไงกันเทเรซ่า... 

การเลิกรักหรือคิดถึงใครสักคนสำหรับเธอแล้วมันง่ายขนาดนั้นเชียวเหรอ... 

"ถ้าไม่คิดถึงทำไมถึงมีของแบบนี้มาให้ด้วยล่ะ" 

"ต้องการอะไรคะ จะให้หนูตอบเหรอว่าเพราะหนูรู้ว่าคุณชอบเลยอยากซื้อไปให้แบบนั้นเหรอ" 

เอ๊ะ? 

เทเรซ่าขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองมันคือสิ่งที่ตัวเองคิดจริง ก็เพราะรู้ว่าชอบเลยซื้อมาให้เขานั่นแหละ 

"แล้วไม่ใช่แบบนั้นเหรอ" 

เขาเงยหน้าแล้วหันมาถามข้างใบหน้ามนที่กำลังยืนเหม่อตีกับตัวเองในใจ ลมหายใจร้อนรดต้นคอมองอย่างคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบว่าใช่ 

"รู้ว่าชอบแล้วมันทำไมเหรอคะ อันนั้นไม่ได้เรียกว่าคิดถึงหรอกนะคะ" 

"มีแค่ฉันงั้นเหรอที่คิดถึง" 

"แต่หนูไม่ได้ขอให้มาคิดถึงนะคะ ถ้ารู้สึกไม่ยุติธรรมมากนักก็ไม่ต้องมาคิดถึงสิ" 

เทเรซ่าถอนหายใจจะแกะแขนที่รัดตัวเธออยู่ก็ไม่ได้ จะผลักเขาที่อยู่ทางด้านหลังก็ผลักไม่ออกอีก พอได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนกับรำคาญเขาก็ยิ่งไม่ชอบใจ มันทำไมนักหนาตอนอยู่กับเขาถึงได้รำคาญตลอดเวลา 

"ทำไมกับคนอื่นถึงได้คุยดีไม่เหมือนกับฉัน เธอใส่ใจคนอื่นแต่เธอไม่คิดจะสนความรู้สึกฉันเหรอ" 

"อย่าใจร้ายได้มั้ย" 

"หนูเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว" 

"เธอไม่ใช่คนแบบนี้" 

"แล้วหนูต้องเป็นคนยังไง" 

ลีวานไม่ตอบแต่คิดอยู่ในใจ เขารู้แค่ว่าเขาในอดีตไม่เคยถูกเธอใจร้ายใส่เหมือนในตอนนี้ 

"ไม่ว่าเธอจะเปลี่ยนไปยังไงก็ช่างแต่อย่าใจร้ายใส่ฉันได้มั้ยฉันไม่ชอบ เธอลำเอียงเกินไปแล้ว" 

"มันทำร้ายจิตใจมากเลยใช่มั้ยคะ" 

"อือ" 

"แล้วทำไมยังไม่หยุดไล่ตามอีกล่ะ" 

"เพราะว่าฉันอยากได้เธอคืนมา" 

แววตาของเทเรซ่าอ่อนลงแต่ก็ยังเลือกที่จะหนีจากคนตรงหน้าอยู่ดี ลีวานพลิกตัวเธอกลับมาให้หันเข้าหาเขา ทันทีที่เธอหันมาก็โดนรวบกอดอีกครั้งอย่างขัดขืนไม่ได้ เขายืนกอดเงียบๆอยู่นานรู้ว่าฉวยโอกาสแต่ก็อดไม่ได้เพราะรู้สึกคิดถึงใจจะขาด ใครจะอดเข้าข้างตัวเองไม่ได้เมื่ออยู่ๆก็ได้รับของที่ตัวเขาชื่นชอบมาให้ 

"ถ้าเธอต้องการเวลาฉันก็จะให้แต่อย่าไล่ฉันไปไหนอีก" 

"อย่าไม่รักฉันเลย" 

แค่บอกจะไม่รักเขาก็ใจจะขาดแล้ว คำพูดตอนนั้นมันทำร้ายจิตใจเขามากจริงๆ 

"ถอยไปเถอะค่ะ" 

"หนูไม่อยากมีแล้วความรัก" 

"เพราะพอหนูต้องการอะไรสักอย่างโลกก็จะใจร้ายผลักมันออกไปตลอด พอคาดหวังก็ต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะงั้นที่บอกว่าจะไม่รักแล้วตอนนั้นหนูพูดจริงๆ" 

"แค่ขอให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีมีความสุขก็พอแต่หนูขอเป็นแค่คนที่มองจากด้านหลังแค่นั้นก็พอแล้ว เพราะพอเอาตัวเองไปผูกใจไว้ที่ใครทุกคนก็ทิ้งหนูไปตลอดเลย" 

"แม้ว่าจะไม่เคยได้รับความรักจากครอบครัวแต่ก็ยังพอมีเพื่อนอยู่บ้าง แม้พอจะมาเจอเขาแล้วมีความสุขมากกว่าแต่ชีวิตที่เคยเป็นอยู่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมดเลย ถึงจะทำใจยอมรับเพราะอยากมีเขาอยู่แต่ลึกๆแล้วก็รู้อยู่ดีว่าเขาต้องหายไป ถ้าเกิดวันนั้นหนูไม่เจอเขาอาจจะดีกว่านี้ก็ได้" 

ความผิดหวัง ฟังดูเหมือนทุกคนบนโลกใบนี้รู้จักกันทุกคน ใครต่างก็รู้ว่าชีวิตต้องเจอกับความผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดาแต่เมื่อเจอกับมันสุดท้ายแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องเป็นตัวเอง ทำไมถึงถูกโลกใบนี้ใจร้ายใส่ทั้งที่ไม่เคยทำอะไรให้เลย 

"ตอนหนูจะรักเขาก็ไม่รักพอหนูจะไม่รักเขาก็มาสนใจ พอถูกรักก็ต้องสูญเสีย ทำไมถึงเป็นแบบนี้" 

"แค่มองจากด้านหลังตั้งแต่แรกก็พอแล้ว ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมตัวเองต้องดันทุรังเข้าหาจนสุดท้ายก็ต้องลงเอยแบบนี้" 

"เทเรซ่า..." 

"หนูน่ะไม่เหมาะกับการมีใครหรือเข้าไปอยู่ในชีวิตใครหรอก" 

เขาเข้าใจแล้ว... 

ไม่ใช่เพราะแค่รักคนอีกคนแต่เป็นเพราะความกลัวที่จะผิดหวังอีกต่างหากถึงได้ผลักไสเขาตลอดเวลา 

ถ้าหากสัญญาว่าจะไม่ทำผิดหวังแล้ววันนั้นเขาทำให้เธอผิดหวังมันจะเป็นยังไงนะ? 

เขากำลังกลัว... 

พอเห็นว่าเธอกลัวความผิดหวังแล้วถ้าหากเขาทำอะไรให้เธอผิดหวังขึ้นมาแล้วเธอเสียใจเขาคงรับมันไม่ได้เหมือนกัน 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากจะรัก... 

ิเพราะถ้าได้รักจะรักให้มากกว่านี้ 

เพราะอ้อมกอดนี้ไม่ได้ถูกปล่อยออกไปไหนคนร่างเล็กจึงทำได้แค่เพียงยืนทิ้งน้ำหนักลงบนตัวเขาและร้องไห้ออกมาไม่หยุด ถึงปลอบก็รู้อยู่แก่ใจว่าความเสียใจที่ฝังลงรากลึกนั้นไม่ทำอะไรให้ดีขึ้นเขาจึงอุ้มคนเล็กขึ้นมาเข้าไปในห้องตัวเองแทนแล้วปล่อยให้เธอร้องไห้ต่อโดยไม่ห้ามอะไรทำได้เพียงแค่กอดเธอเท่านั้น 

เขาทำอะไรไม่ได้เลย...ทำอะไรเพื่อเธอไม่ได้สักอย่างเลยทั้งตอนในนั้นและตอนนี้ 

จะแตะต้องก็ต้องระวังกลัวเธอจะแตกสลาย จะออกห่างตามที่ต้องการขาทั้งสองข้างก็ก้าวไปหาเธอเสมอ 

"ทำไม...ทำไมตอนที่จะตายก็ต้องฟื้นขึ้นมาด้วย" 

"หนูไม่ได้เกิดมาเพื่อถูกโลกใบนี้รังแกนะ" 

"หนูไม่ชอบคุณเลยเพราะว่าเป็นหัวหน้ารีไวล์ถึงได้ยิ่งไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากคิดถึงเลยเพราะมีแต่เจ็บปวด ถ้าวันนั้นปล่อยให้หนูตายไปทุกอย่างก็จบแล้วแท้ๆ คุณจะได้ไม่ต้องมาเจอแล้วจำได้ว่าตัวเองเป็นใครจะไปช่วยโลกที่ไหนก็เชิญทำไมจะต้องมาเจอกันอีกด้วยนะ มาทำให้เลือกไม่ได้ว่าควรเลือกใครแล้วหนูต้องทำยังไงกับตัวเองดีในเมื่อหนูรักหัวหน้ารีไวล์แต่คุณก็คือหัวหน้าเหมือนกันแล้วยังเป็นปัจจุบันด้วย ถึงจะพูดว่าแค่เลือกคุณก็จบแต่ในความทรงจำหนูมันมีแต่หัวหน้ารีไวล์นี่!" 

"ขอโทษ..." 

เขายอมถูกเธอทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเธอหมดแรงไปเองไม่คิดจะแก้ตัวหรือพูดอะไรเพราะเป็นเขาเองที่เข้าไปเปิดเรื่องนี้ทุกอย่างถึงได้วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม 

"ไม่รักแล้ว ก็บอกว่าจะไม่รักแล้วไงทำไมถึงได้วุ่นวายนักนะ" 

"ขอโทษ" 

"ถ้าแค่รับของไปก็จบแล้วแท้ๆทำไมถึงต้องทำให้หนูมารู้สึกแน่กว่าเดิมด้วยนะ แค่เห็นหน้าก็อยากจะหนีไปให้ไกลแล้วแท้ๆ!" 

"ฉันขอโทษ" 

"แล้วจะให้หนูทำยังไงก็หนูไม่อยากรักแล้วมันจะทำไมนักหนา" 

"...ไม่ต้องรักแล้วก็ได้" 

"แต่มันเลิกไม่ได้..." 

"แต่ว่าถ้าเลือกฉัน...ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอผิดหวังอีก" 

เขาสัญญาไปอีกแล้ว... 

ทั้งที่กลัวว่าจะทำไม่ได้แต่ก็ยังเลือกที่จะสัญญาเพื่อให้เธอคาดหวังในตัวขาและต้องการเขา 

ทำไมถึงได้เห็นแก่ตัวแบบนี้นะ" 

"คนเห็นแก่ตัว..." 

"ฉันรู้" 

"ต้องทำยังไงถึงจะหยุดทำร้ายเธอได้นะ ทำไมฉันถึงเห็นแก่ตัวไม่เลิกแบบนี้" 

เพราะเป็นคนที่เคยมีแต่สูญเสียเลยกลายเป็นคนละโมบแบบในตอนนี้งั้นหรือเปล่านะ เพราะกลัวจะเสียสิ่งสำคัญไปอีกถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้ 

เขาไม่ได้รับคำตอบจากเธอนอกจากเสียงที่เงียบไปเพราะความเหนื่อยล้าจนผล็อยหลับไปทั้งๆแบบนั้น เขาเกลี่ยเส้นผมที่ติดกับใบหน้าเพราะน้ำตาของเธอออกแล้วดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมบนตัวลูบหัวด้วยความอ่อนโยนเหมือนกับทุกครั้ง อยากจะดูแลแบบนี้ต่อไปทุกวันแม้เธอจะไม่ต้องการ เขาเข้าไปใกล้หน้าผากเล็กก่อนจะจูบเบาๆแล้วปิดไฟในห้องให้เธอหลับพักผ่อนแล้วนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆแทนที่จะออกไปหาอะไรกินพลางถอนหายใจออกมาลูบหัวเธอต่อไปเรื่อยๆหวังว่าเธอจะตื่นขึ้นมาแล้วสักวันจะยิ้มอีกครั้ง 

'คนเห็นแก่ตัว' 

"ฉันขอโทษ" 

------------------------

Talk with writer

ตอนที่แล้วเบลอหนักมากค่ะพิมพ์ชื่อเอ็ดเวิร์ดเป็นอีวานซะงั้น55555555 ตอนนี้เอาความหงอยของบอสมาให้เอ็นดูกก่อนจะดราม่าต่อ แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นบอสหน้าระรื่นตอนรู้ตัวว่าน้องเอาของมาฝากนะ แงงงงงงงงงงงง อย่าลืมไปฟังเพลงนะคะเพลงนี้แหละเข้ากับบอสมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #264 Palini145O (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:22

    ไรท์น่ารักม้าก!มาอัพถี่ขนาดนี้น่ารักที่สุดในโลกเลย!❤️ บอสก็คือหงอยไม่ไหวเเล้ววงวาร🥺

    #264
    1
  2. #263 dolphinsaysmeow (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:02
    แงงง อยากอ่านฉากแฮปปี้แล้ว เรื่องนี้จะแฮปปี้เอนดิ้งมั้ยคะไรท์
    #263
    0
  3. #261 dolphinsaysmeow (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:45
    อ่ยย ใจหนูㅠㅠㅠㅠ
    #261
    0
  4. #249 แมวกำลังมอง (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:38
    เจ็บแทนรีไวล์มาก 🥺
    #249
    0