end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 46 : Chapter42:เธอคิดว่าเขาเป็นใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    11 ธ.ค. 63

Chapter42:เธอคิดว่าเขาเป็นใคร

 

เพดานห้องนอน? 

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมามองเพดานที่คุ้นเคยก่อนจะดันตัวเองลุกออกจากโซฟา ฉันก้มดูตัวเองที่ยังอยู่ในชุดซ้อมในวันนี้ก่อนจะเรียบเรียงเหตุการณ์ถ้าจำไม่ผิดฉันจำได้ว่าคุณลีวานเข้ามาในห้องฝึกซ้อมแล้วหลังจากนั้นฉันก็หลับต่อแสดงว่าเขาอุ้มฉันกลับมางั้นสินะ แถมยังเข้าใจคิดอีกเพราะรู้ว่าตัวมีแต่กลิ่นเหงื่อจึงวางฉันไว้ที่เบาะแทนที่จะวางบนเตียง เป็นคนที่ละเอียดดีจังเลยนะ 

เหมือนกับหัวหน้ารีไวล์เลย... 

ฉันตบหน้าเรียกสติตัวเองเดินหยิบผ้าเช็ดตัวไปเข้าห้องน้ำ เพราะเอาแต่หมกมุ่นคิดถึงอยู่ตลอดเวลาเลยเป็นแบบนี้ไงเลยเพ้อไปเรื่อย ถ้าเกิดหัวหน้ารีไวล์รู้ขึ้นมาว่าฉันเห็นผู้ชายอื่นเป็นเขาคงโกรธมากแน่เลย 

แต่เขาก็ไม่มีทางรู้นี่เนอะ...ไม่ว่าฉันจะทำหรือคิดอะไรเขาก็ไม่มีทางรู้เลยและไม่รู้จักฉันด้วยว่าฉันเป็นใครเพราะเขาลืมไปหมดแล้ว 

ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนหรือยั่งยืนตลอดไป เพราะงั้นสิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่ก้มหัวยอมรับแล้วใช้ชีวิตเฮงซวยนี่ต่อไปจนกว่าจะหมดอายุขัยของตัวเอง บางทีฉันก็เริ่มคิดแล้วว่าทั้งชีวิตนี้ฉันอาจจะไม่ได้เจอเขาอีกเลยก็ได้ บางทีพวกเราอาจจะกลับไปใช้ชีวิตและทำหน้าที่ของตัวเองเหลือเพียงแค่ความทรงจำและหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าที่ผ่านเป็นเรื่องจริงแม้เขาจะจำไม่ได้แต่ฉันมีทุกอย่างที่ยืนยันได้ว่าเรื่องราวของพวกเรานั้นเป็นเรื่องจริง 

แต่ฉันก็จะไม่หมดหวังง่ายๆหรอก... 

ฉันพูดกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอนที่ในหัวฉันฉุดคิดเรื่องพวกนี้มาแล้วปลอบใจตัวเองให้มีความหวัง มันย้อนแย้งในตัวเองเพราะลึกๆฉันเองก็รู้ดีว่าตัวฉันสิ้นหวังไปนานแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามจะปลอบให้ตัวเองได้กลับมาฮึดสู้ได้และตั้งใจเรียนหรือฝึกซ้อมในทุกๆวันแต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้สึกสงสัยในตัวเองทุกครั้งว่าฉันกำลังสู้อะไรอยู่หรือใช้ชีวิตไปเพื่ออะไรในเมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิตเลย 

"หัวหน้ารีไวล์..." 

"ตอนนี้ทำอะไรอยู่นะ" 

. 

. 

เสียงใบไม้แห้งกรอบถูกเหยียบลงจนเกิดเสียงท่ามกลางความเงียบ ลมฤดูหนาวพัดผ่านกระทบผิวแก้มที่เย็นเฉียบ สองขาก้าวเดินมาข้างหน้าหยุดอยู่ตรงป้ายหลุมฝังศพของใครบางคนก่อนที่เจ้าตัวจะนั่งลงเงียบๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นใครต่างก็คงรู้สึกขนลุกกันทั้งนั้นแต่ความเงียบกลับทำให้คนที่นั่งอยู่สบายใจ 

"ตอนนี้คุณได้เจอตัวหนูอีกคนที่เป็นคนรักแล้วรึยังคะ?" 

"เหมือนว่ายังไม่เคยมายินดีกับคุณด้วยเลย การที่คุณอยากจะพักผ่อนคงเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับคุณมากและถ้าคุณได้เจอคนที่ตัวเองรักก็คงจะมีความสุขน่าดู ดีใจด้วยนะคะที่ได้พักผ่อนแล้ว" 

"จริงๆแล้วตอนนี้หนูรู้สึกเหนื่อยมากเลยที่ยังต้องเป็นฝ่ายอยู่ต่อ หัวหน้ารีไวล์อีกคนก็เช่นกันเขาคงเหนื่อยมากแน่ๆที่เขาต้องแบกรับภาระอยู่เสมอหนูเองก็อยากให้เขาได้พักเหมือนกับคุณจัง" 

"ทำไมตัวพวกคุณถึงต้องถูกสร้างมาให้แบกทุกอย่างอยู่เสมอเลยนะ  สุดท้ายแล้วคนที่ต้องเสียใจก็คือตัวเองไม่ใช่รึไง" 

"พอคิดว่าตอนนี้เขากำลังนั่งทำงานเอกสารอยู่จนดึกแล้วพอเช้ามืดก็ต้องเตรียมตัวไปทำงานต่อทั้งที่เพิ่งนอนได้แค่3ชั่วโมง คอยคุมดูแลลูกน้องอยู่เสมอ ต่อสู้เพื่ออนาคตของคนอื่นจนตัวเองต้องบาดเจ็บหรือเสียใจตอนที่เห็นพวกพ้องตายไปต่อหน้าทุกวันก็รู้สึกเป็นห่วงจนใจแทบขาด เมื่อไหร่เขาจะได้พักเหมือนกับคุณบ้างนะ" 

"หนูไม่ได้จะแช่งให้เขาตาย แต่เพราะหนูไม่รู้ว่าหนูจะสามารถกลับไปอยู่ข้างเขาได้มั้ยเลยได้แต่หวังว่าคุณจะมีความสุขได้สักทางนึง แม้ว่าเขาจะตายหนูก็จะยินดีกับเขาเพราะเขาจะได้พักผ่อนเสียที" 

"แต่ถึงแบบนั้น...ถึงหนูจะพูดแบบนั้นแต่จริงๆแล้วหนูอยากเจอเขาแล้วให้เขาอยู่ข้างหนูตลอดไปต่างหากเพราะหนูเป็นความสุขให้เขาได้ ไม่ได้อยากจะโม้หรอกนะแต่ว่าเขาน่ะยิ้มบ่อยจะตายตอนที่อยู่กับหนู แล้วหนูก็รู้สึกดีใจมาโดยตลอดเพราะคนอย่างหนูที่เป็นแค่เด็กไม่มีอะไรเลยทำให้คนอื่นมีความสุขได้ เพราะงั้นก็เลยอยากจะเป็นให้เขาตลอดไปเลย" 

"ถึงจริงๆจะเป็นภาระให้บ่อยเลยก็ตามเพราะหนูเป็นเด็กตัวเล็กๆคนนึงที่ไม่ประสีประสา แต่ตอนนี้หนูก็คิดว่าหนูโตพอในระดับนึง ใครจะคิดว่าคนอย่างหนูตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาออกกำลังกายและฝึกซ้อมอย่างหนักเหมือนฝึกเป็นทหาร ถ้าเขาได้มาเห็นหนูตอนนี้ก็คงจะตกใจน่าดูที่หนูเริ่มจะมีกล้ามกับหน้าท้องที่แค่แบนเฉยๆตอนนี้กลับมีกล้ามเนื้อหน้าท้องขึ้นมา อีกเดี๋ยวหนูคงจะเป็นมิคาสะหรือซาช่าก็ได้ใครจะรู้" 

"ที่ผ่านมามักจะเป็นเขาที่ปกป้องหนูอยู่เสมอ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะดีใจที่เหมือนมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยแต่สำหรับหนูแล้วมันก็เป็นแค่เสี้ยวนึงเท่านั้นที่รู้สึกดี ความจริงแล้วหนูรู้สึกแย่มากกว่าที่ต้องคอยพึ่งพาเขามาตลอด หนูอยากจะโตและแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องเขาได้บ้าง" 

"หัวหน้าว่าหนูโตพอที่จะปกป้องใครสักคนได้รึยังนะ?" 

"ความรู้สึกหนักอึ้งตอนที่รู้ว่าจู่ๆตัวเองก็กลายเป็นผู้พิทักษ์อะไรก็ไม่รู้แล้วต้องปกป้องคนทั้งโลกมันทำให้หนูยิ่งรู้สึกแย่เพราะมันทำให้หนูเข้าใจหัวหน้ามากกว่าเดิมว่ามันกดดันยังไง แต่ต่างกันตรงที่ว่าหนูน่ะกากกว่าเป็นเท่าตัวเลย" 

"แต่ถึงแบบนั้นแล้วคนเราก็ต้องฝืนแล้วใช้ชีวิตต่อไปใช่มั้ยล่ะแม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการก็ตาม บนโลกที่โหดร้ายน่ะต่อให้ใฝ่่ฝันถึงชีวิตสงบสุขก็ไม่มีทางได้มันมาหรอกตราบใดที่เราไม่ทำอะไรเลย ดังนั้นเราจึงต้องดิ้นรนต่อสู้อยู่เสมอ แต่ถึงจะมีความสงบสุขอย่างที่ว่านั่นจริงก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับมันจริงมั้ยล่ะ" 

"สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะหัวหน้ารีไวล์" 

"หลับให้สบายนะ" 

. 

. 

"ลุกขึ้นมา" 

เด็กสาวจับเอวตัวเองนิ่วหน้าด้วยความเจ็บพยายามลุกขึ้นมาเมื่อถูกเขาทุ่มใส่ซ้ำอยู่สามรอบแต่เธอไม่สามารถโต้หรือกันเขาได้เลย เทเรซ่าปาดเหงื่อมองคนตรงหน้าที่ยืนเหมือนกำลังจะเอ่ยปากดุก็ถอนหายใจ มีวันไหนบ้างที่เธอไม่โดนเขาดุกัน 

"ทำไมทำไม่ได้ ได้ข่าวว่าไปขอคนอื่นมาสอนนอกรอบมาไม่ใช่เหรอ เจฟบอกว่าเธอทำได้แต่ทำไมตอนอยู่กับฉันถึงทำไม่ได้" 

"คือว่า...โอ๊ย!" 

คนตัวเล็กล้มลงอีกรอบเมื่อถูกเตะขาจนล้มไปกองที่พื้น เทเรซ่านอนมือก่ายหน้าผากเสยหน้าม้าตัวเองก่อนจะดันตัวเองขึ้นมานั่งชันเข่าเงยหน้ามองคนร่างสูงอย่างท้อแท้ ให้ตายชาตินี้เธอก็สู้เขาไม่ได้หรอก 

"ถ้าวันนี้ยังไม่ได้ก็ไม่ต้องเลิก อยู่จนกว่าจะได้" 

"แต่ว่าฉันไม่มีแรงแล้วนะคะ" 

"ถ้าเธอตั้งใจมีสมาธิกับมันตั้งแต่แรกก็คงไม่หมดแรงแบบนี้" 

"ฉันก็ตั้งใจแล้วนะคะ" 

"แล้วทำไมถึงทำไม่ได้" 

"เพราะว่าไม่เก่งเรื่องแบบนี้" 

"แต่ตอนอยู่กับเจฟเธอทำได้" 

"เพราะว่า...เป็นคุณ" 

"ฉันทำไม" 

เทเรซ่าไม่กล้าตอบเพราะกลัวคนตรงหน้า ถึงจะรู้ก็เถอะว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดีแต่ยังไงเธอก็กลัวเขาอยู่ดี ความรู้ตอนอยู่กับเจฟคือแม้จะยังเกร็งอยู่บ้างแต่ก็ปรับตัวได้เพราะอีกฝ่ายใจดีและเป็นกันเองในขณะที่ลีวานที่ต่อให้พยายามเท่าไหร่เธอก็ยังกลัวเขาอยู่ดี 

"ก็น่ากลัว..." 

ยิ่งพูดออกไปก็รู้สึกกลัวมากกว่าเดิม เธอรู้สึกตัวเองมีปัญหาจุกจิกเยอะเกินไปจนกลัวเขารำคาญ เทเรซ่าไม่ได้อยากเกร็งหรือกลัวเขาจนทำอะไรไม่ได้แบบนี้แต่ถึงพยายามเท่าไหร่มันก็ลบภาพจำที่ว่าเขาเป็นคนดุและเข้มงวดเกินไปไม่ได้อยู่ดี 

"เอ๊ะ?" 

มือหนาวางลงบนศีรษะของคนกลัวเขาจนไม่กล้าสบตา ลีวานไม่กล้าพูดหรอกว่าตัวเองไม่ได้น่ากลัวเพราะถึงจะพูดแบบนั้นออกไปในสายตาคนอื่นก็มักมองเขาเช่นนี้อยู่ดีจนเขาไม่รู้สึกแปลกใจอะไรเพียงแต่ว่าสิ่งที่ยากคือการทำให้อีกฝ่ายหายกลัวเขาได้ต่างหาก ไม่งั้นที่สอนไปจะทำอะไรได้บ้างเพราะมัวแต่ประหม่าเขาเลยไม่มีสมาธิหรือเข้าหัวสักที 

"แล้วทำแบบไหนถึงไม่น่ากลัว" 

"มะ...ไม่ต้องทำอะไรค่ะปัญหามันอยู่ที่ฉันเองเพราะจัดการตัวเองไม่ได้ คือฉันชอบประหม่าแล้วเกร็งกลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดีจนสุดท้ายก็ไม่มีสมาธิ ยิ่งคนตรงหน้าเป็นคุณลีวานก็ยิ่งรู้สึกเครียดเพราะกลัวทำให้คุณเสียเวลาเปล่าและรำคาญน่ะค่ะ" 

"แต่กับเจฟไม่รู้สึก?" 

"รู้สึกน้อยกว่าค่ะเพราะว่าคุณเจฟไม่ค่อยดุ" 

"ฉันดุงั้นสินะ"เทเรซ่าพยักหน้าให้เมื่อถูกถาม 

"เธอน่าจะเคยเจอไม่ใช่เหรอคนประเภทนี้น่ะ" 

"คะ?" 

คนที่น่ากลัวและดุเหมือนกับคุณลีวานน่ะเหรอ... 

เทเรซ่ามองหน้าเขาด้วยความแปลกใจทำไมเขาถึงถามอะไรแบบนั้นออกมา 

"วันนี้พักได้" 

"แต่ว่ายังทำไม่ได้เลยนะคะ" 

"ไม่มีแรงแล้วไม่ใช่รึไง" 

เธอมองเขาอย่างมึนงงทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งบอกกับเธอว่าถ้าวันนี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องพักแต่อยู่ๆก็เปลี่ยนใจให้พักซะอย่างนั้นพร้อมกับมือที่ยื่นมาให้เธอจับแล้วดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นยืนเดินตามหลังเขาไป เทเรซ่าเดินตามอย่างหมดแรงรู้สึกเจ็บไปทั้งตัวเพราะนอกจากจะทำไม่ได้ยังตั้งรับไม่ถูกเลยทำให้แรงกระแทกนั้นส่งผลให้เธอบาดเจ็บยิ่งขึ้นไปอีก 

"ไปอาบน้ำแล้วเดี๋ยวพวกเราจะไปข้างนอกกัน" 

"คะ?" 

"ฟังไม่รู้เรื่องรึไง" 

เทเรซ่าไม่กล้าถามต่อจึงพยักหน้ารับทราบอย่างเงียบๆ ในใจเธอร้องโอดครวญอยากนอนอยู่ในห้อง ให้เธอออกไปข้างนอกในสภาพแบบนี้เธอคงกลับมาเหนื่อยตายแน่ๆแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามที่เขาสั่ง 

ชายหนุ่มยืนส่งเธอกลับเข้าห้องไปก่อนจะเข้าไปในห้องข้างๆที่เป็นห้องของตัวเองพลางถอดชุดทิ้งนั่งเลื่อนดูตารางงานในจอไอแพดขนาดใหญ่ก่อนจะปิดลงเมื่อพบว่าไม่มีงานสำคัญอะไรแล้วลุกขึ้นเตรียมอาบน้ำกะจะพาเด็กฝึกของเขาออกไปข้างนอก เขาคิดว่าถ้าใช้เวลาอยู่ด้วยกันนอกจากการฝึกซ้อมจะเป็นการปรับตัวเข้าหาและลดระยะห่างได้ 

"ลีวาน อาบน้ำอยู่เหรอ" 

เขากลอกตามองไปทางประตูที่ถูกเคาะมีเสียงหญิงสาวที่เขาให้เข้าห้องได้โดยมีคีย์การ์ดสำรองอีกอันแต่เขาบอกให้ใช้เมื่อมีเรื่องด่วน แต่วันนี้เขาไม่มีอารมณ์จะทำงานเลยสักนิดนอกจากจะเหนื่อยเรื่องงานยังต้องมาเหนื่อยเรื่องฝึกอีก 

"มีอะไร" 

"แหมก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกแค่จะบอกว่าขอยืมรถนายหน่อยรถฉันเสียน่ะ" 

"แค่นี้ใช่มั้ย" 

"แสดงว่าให้หรือเปล่า" 

"จะไปไหนก็ไป" 

คนหน้าประตูยิ้มแล้วเดินออกไปเพราะเข้าใจความหมายว่าคืออนุญาตแล้ว ลีวานถอนหายใจอย่างโล่งอกนึกว่ามีงานด่วนเข้ามาเสียอีก 

แน่นอนว่าใครต่างก็มองว่าเขาขยันเอาการเอางานอยู่เสมอแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าใจเขาจะรักการทำงานตลอดเวลาเขาต้องการเวลาพักผ่อนเหมือนกับคนอื่นนั่นแหละ การจะเป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องที่ยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายสำหรับเขาเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะเป็นแค่หมาในบ้านคนรวยเสียด้วยซ้ำ 

ไม่สิ ถ้าพูดแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นคงได้โดนหาว่าแปลกแน่ 

ลีวานมองเลือดกำเดาที่เพิ่งไหลหยดลงมาก่อนจะปาดมันทิ้ง ช่วงนี้มันจะบ่อยเกินไปแล้วเพราะเขาต้องคอยทำแบบนั้นให้เทเรซ่าตลอดเวลา เธอเป็นแค่เด็กอายุ18ปีที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาหนักพอสมควรก็ไม่แปลกที่จะมีปัญหาทางด้านจิตใจทำให้พลังในร่างกายไม่คงที่จึงแปรปรวนอยู่เสมอและควบคุมมันไม่ได้แต่มันก็ทำให้ร่างกายเขาเริ่มเสียหายเหมือนกัน ขืนยังเป็นถี่ๆแล้วเขาต้องตามแก้ให้แบบนี้เขาตายแน่ 

. 

. 

"ขอโทษค่ะพอดีว่าสระผมด้วยเลยเสียเวลาเป่าผม" 

"ช่างมัน ไปกันได้แล้ว" 

เทเรซ่ามองผู้เป็นบอสแล้วเดินตามไปติดๆกลัวว่าถ้าช้าจะโดนด่าเอาได้พลางกำชับกระเป๋าสะพายตัวเองอย่างดีขึ้นรถไปด้วยความกังวล ออกไปข้างนอกกับคนอย่างเขามีแต่เกร็งกับเกร็งแถมเธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะพาไปไหนอีกเพราะตอนนี้เธอหิวจะแย่อยู่แล้ว 

"อยากกินอะไร"คนตัวเล็กหันไปทางเบาะคนขับที่คาดเข็มขัดนิรภัยแล้วจับพวงมาลัยขับออกไป 

"จะพาไปหาอะไรกินเหรอคะ แล้วฉันเลือกได้ด้วยเหรอ" 

"อยากกินอะไร" 

"เอ่อ...อะไรก็ได้ค่ะ" 

"ไม่มีในโลก" 

เทเรซ่ากลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก นี่เธอกำลังทำให้เขาอารมณ์เสียหรือเปล่านะ 

"คือว่าไม่รู้จริงๆค่ะว่าถ้าเลือกแล้วคุณจะอยากกินมั้ย ถ้าเป็นไปได้บอสอยากกินอะไรก็เลือกได้เลยค่ะเดี๋ยวฉันกินตาม แต่ขอเป็นอาหารที่ไม่เผ็ดนะคะเพราะฉันกินไม่ได้" 

"ถ้าฉันเลือกเธอก็คงไม่กิน" 

"ลองว่ามาก่อนสิคะ" 

"ฉันจะทานสเต็ก" 

"ก็ทานได้นะคะทำไมถึงคิดว่าฉันจะไม่ทานล่ะคะ" 

"หน้าเธอดูเหมือนคนไม่อยากอาหารสักชนิด เวลากินเหมือนกล้ำกลืนกินตลอด" 

เทเรซ่าขมวดคิ้ว คนอย่างเธอเนี่ยนะไม่อยากอาหารสักชนิด? 

"คือว่าที่เห็นเป็นแบบนั้นเพราะว่าอาหารที่กินอยู่ทุกวันมีแต่อาหารเพื่อสุขภาพต่างหากล่ะคะ ถ้าหากของพวกนั้นเป็นเนื้อสัตว์หรือขนมก็จะไม่ทำหน้าอย่างนั้นหรอกค่ะ" 

"แบบนั้นก็ดี" 

ภายในรถกลับมาเงียบอีกครั้ง ดวงตาคู่กลมทอดมองไปตามทางที่มีหิมะตกแม้จะน้อยนิดก็ตามและรอบๆข้างทางก็ถูกตกแต่งฉลองปีใหม่กันอย่างสวยงาม เธอหลุดยิ้มออกมาอย่างลืมตัวเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เคยเห็นหิมะจริงๆ ถึงจะดูหนาวเหน็บแต่กลับอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ดูแปลกตาและงดงามไปหมด ถ้าเกิดว่าได้ดื่มช็อกโกแลตร้อนเหมือนในหนังคงดีไม่น้อยเลย 

เพลงSerendipityของJiminดังขึ้นมาจากเพลย์ลิสต์ที่เขาเปิดทำให้เด็กสาวชำเลืองกลับมาไม่นึกว่าคนอย่างเขาจะฟังเพลงด้วยที่สำคัญยังเป็นเพลงโปรดเธออีกต่างหาก 

ไม่เลวเลยนี่... 

. 

. 

คิดไปเพลินๆไม่นานนักรู้ตัวอีกทีตัวเองก็นั่งอยู่ในร้านพร้อมกับเมนูอาหารที่ลายตาและรู้สึกไม่คุ้นกับภาษาอังกฤษจากพนักงานแต่ก็พอถูไถไปได้ ระหว่างรอเทเรซ่ามองแขนเสื้อที่ถูกถกขึ้นไปเห็นนาฬิกาข้อมือเรือนแพงของเขาที่บอกเวลาว่าตอนนี้กี่โมงแล้วก่อนจะค่อยๆเลื่อนสายตามองขึ้นไป ถึงแม้จะไม่ได้ใส่ชุดสูทแต่เขาก็ยังดูดีและมาดนักธุรกิจอยู่ตลอดเวลาจริงๆ 

"มองอะไร" 

"เปล่าค่ะ คุณลีวานชอบชาดำเหรอคะ" 

เทเรซ่าละสายตามองชาร้อนๆที่อยู่บนโต๊ะ จะว่าไปตอนนั้นเขาก็เอาชาดำที่เธอเคยชงไปกินเหมือนกัน 

"ฉันคิดว่าเธอรู้แล้วเสียอีก" 

"ฉันยังแทบจะไม่รู้จักคุณเลยค่ะ" 

"ก็รู้ซะสิ" 

เธอยิ้มแห้งๆแต่คิดตามเขาไม่ทันเท่าไหร่ว่าเขาจะสื่อถึงอะไร เทเรซ่าไม่รู้จะชวนคุยอะไรต่อจริงเงียบและเขาเป็นฝ่ายถามแทน 

"เธอจะหายเกร็งฉันเมื่อไหร่" 

"ขอโทษด้วยนะคะแต่ว่าเรื่องแบบนี้หนูเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันค่ะ" 

"หมายถึงฉัน"เทเรซ่าตอบก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วเปลี่ยนคำ 

"อยากแทนตัวเองว่าอะไรก็แทนไป" 

"รู้ด้วยเหรอคะว่าเปลี่ยนสรรพนาม" 

"ฉันก็พูดได้ภาษาเธอน่ะไม่ได้ฟังออกอย่างเดียว" 

"คุณลีวานเลิกบุหรี่ได้รึยังคะ"เทเรซ่าเปลี่ยนเรื่องแล้วถามคำถามที่คาใจมานาน 

"ก็สูบเฉพาะเวลาเครียดถ้าเวลาปกติไม่ได้สูบ" 

"เครียดแล้วไม่สูบไม่ได้เหรอคะ" 

ลีวานนั่งเคาะนิ้วบนโต๊ะก่อนจะเท้าคางมองเธอแล้วยิ้มออกมา เทเรซ่ารู้สึกเกร็งยิ่งกว่าเดิมเพราะไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าที่ถามก็แค่ต้องการแสดงความเป็นห่วงต่อสุขภาพเท่านั้นเองจะโดนหาว่าจุ้นไม่เข้าเรื่องรึเปล่านะ 

"เธอกำลังหมายความว่าให้ฉันกินลูกอมที่เธอให้มาเป็นห่อแทนน่ะเหรอ" 

"ไม่ชอบเหรอคะ" 

"ก็กินได้" 

"แล้วจะเลิกขาดเลยไม่ได้เหรอคะ" 

"เป็นห่วงเหรอ" 

"ถ้าสูบบุหรี่ก็มีผลต่อปอดและร่างกายด้วยไม่ใช่เหรอคะ ถึงไม่สูบบ่อยก็ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะไม่เป็นอะไรนี่ อีกอย่างหนูไม่ชอบกลิ่นมันค่ะ" 

ลีวานเลิกคิ้วขึ้นหยุดเคาะนิ้วก่อนจะตอบเธอกลับมาด้วยคำตอบที่เธอต้องการ"งั้นเหรอ ถ้าเป็นงั้นเดี๋ยวเลิกให้ก็ได้" 

คิดไปเองรึเปล่านะ... 

เหมือนมีอะไรบางอย่างแปลกๆเลย 

. 

. 

หลังจากกินเสร็จก็เข้ามาเดินในห้างต่อบนชั้นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า ลีวานเลือกมาดูด้วยตัวเองเหมือนต้องการจะซื้อของกลับไป เทเรซ่าขมวดคิ้วมองตามเครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่ล่าสุดที่เจ้าตัวกำลังสนใจด้วยความรู้สึกสับสนอยู่ในใจ เธอคิดไปเองหรือไม่ได้คิดไปเองกันแน่ผู้ชายคนนี้เหมือนรีไวล์ไม่มีผิด 

"ขอตัวลงไปดูชั้นล่างที่เพิ่งขึ้นมาเมื่อกี๊ได้มั้ยคะ" 

"ตามสบายเดี๋ยวฉันลงไป" 

เทเรซ่าเดินแยกออกมาหันกลับไปมองครู่นึงแล้วลงบันไดเลื่อนไปพลางคิดอะไรอยู่ในหัว เขาแทบไม่สนเธอด้วยซ้ำตอนเห็นพวกเครื่องใช้ทำความสะอาดหรือสิ่งที่อำนวยความสะดวกได้เหมือนกับรีไวล์ไม่มีผิด จริงอยู่ที่คนแบบนี้ไม่ได้มีคนเดียวในเรื่องแต่ก็อดคิดไม่ได้จริงๆ 

กลิ่นหอมของอโรมาและพวกเทียนหอมที่ตั้งอยู่บนชั้นนี้ทำให้เธอผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่วางเรื่องในหัวที่กำลังคิดหนักในตอนนี้ เธอชอบคิดไปเรื่อยและเพ้อเจ้อเรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้แต่ก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ชื้อรีไวล์กับลีวานก็คล้ายกัน มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ 

หญิงสาวหยิบเทียนหอมขึ้นมาเลือกดูและได้กลิ่นชาเอิร์ลเกรย์กับกลิ่นผลไม้ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ถ้าเป็นหัวหน้ารีไวล์คงชอบกลิ่นแนวนี้แน่ๆเลยแต่เมื่อดูราคาก็วางมันลงทันทีเพราะแพงจนตาลาย 

"ชอบเหรอ" 

เทเรซ่าสะดุ้งเมื่อเสียงทุ้มดังอยู่ใกล้ๆข้างหูเธอจึงไม่กล้าหันไปแต่พยักหน้าให้แทน 

มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ 

"ก็ซื้อสิ" 

"ไม่เป็นไรค่ะ มันไม่ใช่ของจำเป็นไม่กล้าใช้เงินคุณซื้อหรอก" 

เทเรซ่าหันขวับเมื่อเห็นลีวานเรียกพนักงานมาให้คิดเงินทั้งที่เธอปฏิเสธแล้วแท้ๆ 

"คุณลีวานคะ!" 

"เอาอะไรอีกมั้ย"เด็กสาวส่ายหน้าให้เขาด้วยความเกรงใจ 

"จะซื้อไรก็ซื้อ ไม่ได้ออกมาข้างนอกบ่อยๆ" 

"ก็ไม่มีอะไรที่อยากได้นี่คะ" 

"ไม่มีเลยเหรอ" 

"ไม่ค่ะ" 

จริงๆแล้วก็มีแต่ไม่บอกดีกว่าเพราะเธอไม่อยากใช้เงินคนอื่นเพื่อข้าวของฟุ่มเฟือยของตัวเธอเอง 

"งั้นก็กลับ" 

เทเรซ่าเดินตามพลางแอบนึกเสียดาย ถ้าเกิดว่าเธอมีเงินเป็นของตัวเองคงจะกว้านซื้อของที่อยากได้ไปนานแล้วทั้งเทียนหอม ชุดสวยๆ หนังสือที่น่าอ่าน ตุ๊กตาตัวใหญ่ยักษ์ เหมาอาหารทั้งร้าน แต่ความเป็นจริงคือทำอย่างนั้นไม่ได้น่ะสิ 

"ถ้าขอเดินเล่นก่อนจะได้มั้ยคะ อยากรู้ว่าบรรยากาศที่นี่เป็นยังไงบ้างน่ะค่ะ" 

"ตามใจ" 

เขาพาเธอออกมายังลานกว้างที่มีผู้คนมากกว่าในห้างเป็นไหนๆกำลังยืนถ่ายรูปกับเดินคุยกันอยู่ แม้บรรยากาศจะหนาวแต่กลับรู้สึกได้ถึงความครึกครื้นและอบอุ่นไม่ได้ดูเงียบเหงาแต่ใดๆ เทเรซ่าเดินเบียดฝูงชนพยายามตามให้ทันลีวานแต่ก็หาไม่เจอเพราะเพียงแค่เธอเหม่อมองวิวรอบๆก็พลัดหลงเสียแล้ว คนรอบๆข้างต่างก็ตัวสูงกว่าเธอทำให้เธอชะเง้อเท่าไหร่ก็มองไม่เห็นจึงเลือกจะยืนนิ่งๆเพื่อรอให้เขาหาแทน 

"มานี่ แล้วจับมือไว้" 

เทเรซ่าคิดถูกเพราะเมื่อลีวานกันกลับมาไม่เห็นเจ้าตัวก็เดินกลับมาหาเจอทันทีในเวลาสั้นๆ ดูเหมือนคนจะเยอะและเธอคงไม่คุ้นชินกับทางต่างๆจึงคว้ามือเธอขึ้นมาแล้วเดินนำไปข้างหน้า เทเรซ่ามองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความโล่งอกนึกว่าจะโดนทิ้งไว้กลางทางเสียแล้ว มือที่อบอุ่นกุมเธอไว้แน่นราวกับกลัวเธอจะห่างเขาหายไปอีกดึงเธอมาอยู่ข้างเขาแทนที่จะให้เดินตามหลังแล้วลดจังหวะก้าวเดินให้ช้าลงทันอีกฝ่ายที่ตัวเล็กกว่าโดยที่เธอเองก็รู้ว่าเขากำลังทำอะไรจึงเหล่มองเขาก่อนจะหันหน้าออกไป 

นั่นสิ...เหมือนกันไม่มีผิด 

"ที่นี่คนเยอะถ้าเธอไม่ชอบจะให้ฉันพาไปที่เงียบกว่านี้ก็ได้" 

"จริงๆน่าจะเป็นคุณด้วยใช่มั้ยล่ะคะที่ไม่ชอบ" 

"ใช่ ฉันไม่ชอบ" 

"ไม่ว่าจะที่ไหนหนูก็ไปได้ค่ะ เชิญคุณนำเลย" 

ลีวานพากลับมาที่ลานจอดรถแล้วออกรถไป เทเรซ่าเริ่มจะหิวขึ้นมาอีกรอบจึงนั่งเงียบเพราะเกรงใจเขา ท้องฟ้าเริ่มมืดลงตามเวลาที่ผ่านไปยาวนานของวันนี้ ความเหงาเริ่มเข้ามาครอบงำจิตใจเหมือนกับนี่คือช่วงเวลาของเธอให้ดำดิ่งไปกับความรู้สึกของเธอที่เปล่าเปลี่ยวในใจ เธอมองออกไปนอกกระจกเมื่อรถถูกจอดแล้วพามายังสวนสาธารณะด้วยความแปลกใจก่อนจะยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะดูเหมือนจะถูกใจเธอมากก่อนจะเดินลงมาแล้วหาที่นั่งที่ยังว่างอยู่ 

"ทำไมถึงพาออกมาข้างนอกล่ะคะวันนี้" 

"ตามหลักคนเรามักจะสนิทหรือรู้จักกันมากขึ้นเมื่อได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันหรือพูดคุยกัน" 

งั้นเหรอ...เพราะงั้นถึงพาออกมาข้างนอกสินะ 

แต่ว่า...เพราะรู้จักมากขึ้นถึงได้ยิ่งรู้ว่าเขาเหมือนกับใครบางคนมากขนาดไหนจนเธอสับสนและร้อนรนอยู่ภายในใจพยายามบอกว่าคิดมากไปเองแต่สุดท้ายก็หยุดคิดไม่ได้เสียที 

"ฉันรู้ว่ามันยากสำหรับเธอเพราะเธอไม่อยากทำอะไรแบบนี้ รู้สึกลำบากใจที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่รู้จักรู้สึกอึดอัดที่ถูกฉันและหน้าที่กดดันแต่ถึงยังไงเธอก็ต้องยอมรับว่าชีวิตมันไม่แน่นอนและเธอก็ควรจะปรับตัวให้ชินได้แล้ว" 

"อย่างน้อยๆถ้าเธอรู้สึกไม่มีใครก็ยังมีฉัน เธอคิดว่าใครเป็นคนที่อยู่ใกล้เธอมากกว่าเมอร์ซี่ ฉันคือคนดูแลเธอตั้งแต่ยันผลตรวจสุขภาพรวมไปถึงการฝึกและออกกำลังกาย ดังนั้นมันไม่เป็นไรเลยที่เธอจะคุยอะไรก็ได้กับฉันเพราะฉันคือครูของเธอหรือถ้าเธอไม่อยากมองแบบนั้นจะมองฉันเป็นพี่ก็ได้" 

"มันจะเกร็งอะไรนักหนาในเมื่อเธอก็รู้ว่าจริงๆแล้วฉันเป็นคนยังไง เธอรู้อยู่แล้วว่าถ้าเป็นเธอฉันจะไม่ทำอะไร" 

ยิ่งพูดเหมือนสถานการณ์จะยิ่งแย่ ลีวานแค่ต้องการจะสื่อว่าไม่จำเป็นต้องเกร็งเขาขนาดนั้นเพราะเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดแต่เมื่อพูดออกมาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดเหล่านั้นทำให้เทเรซ่ารู้สึกอย่างไรบ้าง เธอเอะใจกับสิ่งที่เขาพูดว่าทำไมถึงคิดว่าเธอจะรู้ว่าเขาไม่มีวันทำอะไรเธอ 

ไม่หรอกไม่ต้องคิดมากแล้วที่เขาพูดแบบนั้นก็คงเป็นเพราะเธอเป็นผู้พิทักษ์นั่นแหละ 

"หรือตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเธอจะพักก่อนก็ได้" 

"พักเหรอคะพักทำไม?" 

"เธอจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองบ้างจะได้เลิกกดดันตัวเอง" 

"ไม่เป็นไรค่ะยิ่งอยู่กับตัวเองหนูจะยิ่งคิดอะไรจนดึงตัวเองกลับมาไม่ได้ หนูต้องการเรียนหรือฝึกให้หนักขึ้นกว่านี้จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน" 

"แต่ตอนเธอฝึกกับไม่ฝึกก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นะ" 

เทเรซ่าชะงักไป เขารู้ว่าทุกครั้งที่ฝึกเธอเองก็ไม่มีสมาธิคิดแต่เรื่องอื่น 

"แต่ถึงแบบนั้น...หนูก็ไม่อยากอยู่คนเดียวคนอื่นก็ทำงานกันหมดแล้วหนูจะคุยกับใครได้คะ" 

"เขาบอกว่าสัตว์เลี้ยงจะช่วยทำให้คนดีขึ้นได้" 

"คะ?" 

"เวลาว่างเธอก็นั่งเลี้ยงแมวไปมั้ยล่ะจะได้เลิกฟุ้งซ่าน เดี๋ยวฉันซื้อให้" 

"อะไรนะคะ?" 

"ก็เธอเคยอยากเลี้ยงแมวไม่ใช่รึไง" 

ไม่...เธอไม่เคยบอกกับเขาว่าเธออยากเลี้ยงแมว 

ไม่เคยเลยสักครั้งที่เธอเคยบอก... 

"เทเรซ่า?" 

จู่ๆก็เหมือนหูไม่รับฟังเสียงอะไรทั้งนั้น เทเรซ่ารู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมเลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูกเพราะร่างกายเริ่มจะควบคุมพลังไว้ไม่ไหว ลีวานอุ้มเธอขึ้นรถทันทีก่อนจะรีบพากลับ เธอกำหมัดแน่นกัดปากจนเลือดออกเพราะยิ่งเธอคิดอะไรมากพลังก็ยิ่งควบคุมเอาไว้ไม่อยู่ลีวานจึงจับแขนเธอขึ้นมาแต่เธอกลับปัดมันทิ้ง 

"อยู่นิ่งๆ" 

เขาบีบข้อมือเธอแน่นเหมือนกับเป็นการบังคับ เสียงทุ้มกดต่ำลงคล้ายกับกำลังสั่งเธออย่างเด็ดขาด เทเรซ่ายอมแต่โดยดีร่างกายไร้เรี่ยวแรงใกล้จะหมดสติเต็มทีทำเอาคนขับอย่างเขาใจหายนึกว่าจะเป็นอะไรแล้วเสียอีก ทำไมจู่ๆถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะลีวานคิดในใจ 

“หัวหน้า….”

อ่อ…ที่แท้พอเห็นหน้าเขาก็นึกถึงคนอื่นสินะ

เขามองเด็กสาวที่หลับไปแล้วหยิบทิชชู่ขึ้นมาเช็ดเลือดกำเดาที่เปื้อนจมูกให้ นิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยมองถนนข้างหน้าที่ติดไฟแดงอยู่ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคน

“เมอร์ซี่”

(คุณคิดว่าฉันว่างรับสายคุณตลอดเวลาเหรอคะบอส โทรมาทำไมเวลานี้)

“เปลี่ยนตารางงานฉันให้เหมือนเดิมแล้วเปลี่ยนตารางของเทเรซ่ากับเจฟด้วย ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเจฟจะสอนแทนฉันทุกอย่าง”

(อะไรนะคะ เปลี่ยนทำไม?)

“ฉันสั่งก็ทำ”

(แต่ว่า----)

“เอาเจฟมาสอนแทนฉัน”

(…ทราบแล้วค่ะ)

------------------------------------

Talk with writer

อย่าพึ่งเบื่อน้องเทเรซ่ากันนะคะน้องเจอแต่เรื่องแย่ๆมาเลยดาวน์มาก ส่วนคุณลีวานนั้นจะมาเป็นแค่คนเหมือนให้น้องเขวเล่นๆหรือจะเป็นรีไวล์จริงต้องรอนะคับ!

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #256 dolphinsaysmeow (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:50
    ชอบเรื่องนี้มากๆ สู้ๆนะคะไรท์~~
    #256
    0
  2. #223 baifurn27 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 23:04
    อยากให้เทเรซ่ากับรีไวล์มีความสุขกันแบบจนิงๆซักทีจัง
    #223
    0
  3. #222 2546tukta- (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 15:31
    เอาจริงๆ เรากำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่พอดี ไรท์จะมาอัพตอนไหนว้าาา พอปิดสมุดการบ้านเสร็จ อัพพอดี
    ชีวิตของเทเรซ่าโคตรโหดร้ายอะบอกตรงๆ สงสารทั้งคู่เลย
    #222
    2
    • #222-1 Little_fg(จากตอนที่ 46)
      13 ธันวาคม 2563 / 20:47

      แต่งเองสงสารเอง แงงง🥺
      #222-1