end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 44 : Chapter40:ใบหน้าที่คล้ายคลึงกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    25 พ.ย. 63

Chapter40:ใบหน้าที่คล้ายคลึงกัน

 

บนโลกใบนี้มีสิ่งที่เรียกว่าแหล่งพลังงานเป็นแกนกลางที่สร้างความสมดุลให้แก่โลกนี้ยังคงอยู่ได้ มีมนุษย์อยู่กลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่ดูแลแหล่งพลังงานเหล่านี้ถูกเรียกกันว่าผู้พิทักษ์ รวมถึงคนบางกลุ่มที่มีพลังวิเศษเหมือนกับผู้พิทักษ์เพียงแต่ไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นก็แค่นั้น อย่างไรก็ตามชื่อตำแหน่งนี้ไม่ได้สำคัญหรือทำให้ผู้พิทักษ์พิเศษไปมากกว่าคนอื่นสักเท่าไหร่เพียงแต่สิ่งที่คงจะพิเศษกว่าแน่ๆคือการที่รับรู้ว่าบนโลกนี้มีแหล่งพลังงานไหนเพราะจิตเชื่อมถึงกันนั่นเอง แต่เดิมมีผู้พิทักษ์อยู่หลายคนแต่ถูกฆ่าทิ้งไปหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นเพราะถูกตามล่า ข่มขู่ หรือยอมปิดปากตัวเองไม่ให้ใครรู้ว่าแหล่งพลังงานอยู่ที่ไหน เทเรซ่าจึงเป็นผู้พิทักษ์คนสุดท้ายที่ยังเหลือรอดเพราะพลังเพิ่งตื่นขึ้นตอนอายุครบ18บริบูรณ์ 

"เฮ้อ" 

ฉันถอนหายใจแล้วมองหนังสือกองเป็นตั้งอยู่บนโต๊ะพยายามอ่านรายงานเอกสารรวมถึงหนังสืออ้างอิงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คนเขียนและรวบรวมข้อมูลก็คงไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกันสินะ ฉันเองก็เห็นด้วยจากการฟังอุดมการณ์ของพวกเขาที่ต้องการจะปกป้องแหล่งพลังงานนั้นไม่ให้ตกไปเป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเอาไปใช้ตามใจชอบหรือคิดจะปกครองทำตัวเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาแบบนั้น ถ้าเกิดฉันสามารถใช้พลังที่มีอยู่ผลึกมันเอาไว้ได้มันก็ยังคงอยู่เพียงแต่ไม่ได้ถูกทำลายโลกก็จะยังคงรักษาสมดุลได้อยู่สินะ 

แต่ว่าประเด็นสำหรับฉันในตอนนี้คือการการท่องเวลาไปมาต่างหาก ในนี้เขียนเอาไว้ว่าเราสามารถย้อนเวลาไปในอดีตหรือไปยังอนาคตรวมถึงข้ามไปยังโลกอื่นได้เหมือนกัน เราจะพบว่ามีตัวเราได้เป็นพันล้านหากอยู่ในเส้นไทม์ไลน์เดียวกันต่างเพียงแค่ว่าเป็นช่วงเวลาใดของชีวิต และยังสามารถแยกย่อยออกมาเป็นจักรวาลคู่ขนานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราในยูนิเวิร์สนี้ อาจมีบางสิ่งที่เหมือนกันก็จริงแต่ก็ไม่ได้เหมือนกันไปทั้งหมด ดังนั้นต่อให้พยายามเปลี่ยนอะไรก็ไม่ส่งผลต่อจักรวาลนั้นๆเพราะเป็นคนละจักรวาลกัน 

นั่นก็หมายความว่าเทเรซ่าอีกคนน่ะมาจากอีกจักรวาลนึง เธอคิดว่าจะย้อนเวลาแต่ดันข้ามมายังอีกจักรวาลนึงเสียแทนทำให้เธอสับสน งั้นฉันจะจบเรื่องการมีอยู่ของเทเรซ่าและหัวหน้ารีไวล์อีกคนนึงไปเพราะถ้าเอามาปนกันคงปวดหัวตายแน่ 

แต่ที่แน่ๆมีสิ่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์คือการที่ฉันนำยาที่มีไขสันหลังไททันแต่ถูกนำมาดัดแปลงตอนไปคฤหาสน์ของคาร์ลิสันมา ดูเหมือนว่าคนที่นี่จะเอามาใช้เพื่อเป็นยารักษาฟื้นฟูแผลให้หายสนิทโดยไม่ต้องกลายร่างเป็นไททันได้ 

ทีนี้สิ่งที่ต้องโฟกัสก็มีแค่หัวหน้ารีไวล์ของเราที่ตอนนี้คงจะใช้ชีวิตโดยลืมการมีอยู่ของฉันไปและทำงานเป็นทหารในทีมสำรวจอยู่เหมือนเดิม ฉันจะต้องทำยังไงก็ได้เพื่อข้ามไปยังอีกโลกเพื่อหาเขาให้เจอก็เท่านั้น 

แต่ตอนนี้ฉันปวดหัวไปหมดตั้งแต่ตื่นคราวนั้นความทรงจำฉันก็กระจัดกระจายและเยอะจนเชื่อมต่อกันไม่ได้ ไม่มีเวทมนตร์ลบความทรงจำบางส่วนออกไปบ้างเหรอฉันจะเป็นบ้าตายแล้ว 

ในอดีตฉันก็เคยเจอกับเขาแต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังสินะ... 

ฉันไปทำกรรมอะไรไว้รึไงถึงไม่สมหวังในความรัก ถ้าจุดจบมันจบไม่สวยก็คือในชาตินั้นไม่ได้พบกับเขา บ้าบอที่สุด 

หรือจริงๆแล้วฉันควรทำอย่างที่เทเรซ่าอีกคนเคยบอกว่าต่างคนต่างอยู่ดีนะ... 

ไม่สิ! อุตส่าห์ได้กลับมาใช้ชีวิตแถมมีอะไรที่ไม่เคยรู้ให้รู้อีกเยอะจนเริ่มมีหวังอย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆสิ 

แต่จะว่าไปหลังจากนี้ฉันคงไม่ว่างน่าดู ฉันเสียชีวิตในวัยเด็กและยังต้องเสียวัยรุ่นของฉันไปอีก ตารางชีวิตหลังจากนี้คือการต้องฝึกซ้อมออกกำลังกายและการต่อสู้เพื่อเตรียมพร้อมเผื่อมีการปะทะกับอีกฝ่ายหรือป้องกันตัวได้ อีกทั้งยังต้องทำให้ร่างกายตัวเองแข็งแรงขึ้นเพื่อควบคุมพลังจะได้ไม่เดือดร้อนใครอีก 

ดูเหมือนว่าคนที่นี่ก็มีงานมีการทำตามปกติเพียงแต่เป็นการรวมกลุ่มเพื่อสู้กับคนอีกฝั่ง อย่างบางคนก็เป็นนักธุรกิจธรรมดาเท่านั้นเอง แล้วฉันล่ะนอกจากฝึกซ้อมพวกนี้ฉันจะทำอะไรได้บ้างนะอย่างน้อยๆก็อยากเรียนต่อจะได้มีความรู้และเก่งมากขึ้นกว่านี้ 

ที่นี่คนใหญ่คนโตมีอยู่ด้วยกันสามคนเท่าที่เห็นคือคุณลีวาน คุณเอ็ดเวิร์ด คุณเฮเซล พวกเขาเป็นนักธุรกิจระดับโลกที่ใครหลายคนก็รู้จักเพียงแต่พวกคนเหล่านั้นคงไม่รู้ว่าเบื้องหลังเขาทำอะไร พวกเขาบอกว่าลูกน้องในทีมจะได้รับสวัสดิการทั้งที่อยู่ทั้งการกินงั้นก็หมายความว่าฉันไม่ต้องกังวลอะไรสินะแต่ถ้าขอทำอย่างอื่นเพิ่มจะได้รึเปล่า 

"คุณเทเรซ่า" 

จบม.6ก็ยังไม่จบเลยจะไม่ได้เรียนคงเสียดายที่ทนลำบากมาตั้งนานแน่ 

"คุณเทเรซ่าฟังอยู่รึเปล่าคะ?" 

"ฟังอยู่ค่ะ!" 

ฉันที่นั่งเหม่อมานานไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีคนเข้ามาในห้องเพื่อชี้แจงตารางงานเพิ่มจึงได้แต่ก้มขอโทษเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

"จะชี้แจงให้ฟังอีกครั้งนะคะ เวลาตีห้าครึ่งบอสจะให้คุณลงชั้นใต้ดินไปเพื่อฝึกกับเขาเป็นการส่วนตัวทุกวันจนกว่าจะผ่าน จะมีการตรวจสุขภาพรายสัปดาห์เพื่อประเมินว่าร่างกายของคุณยังดีอยู่หรือไม่" 

"ทราบแล้วค่ะ แล้วผลการตรวจร่างกายล่าสุดล่ะคะ" 

"ต่ำกว่าเกณฑ์ในทุกๆด้าน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆอยู่ที่บอสค่ะ เขาจะพูดคุยเป็นการส่วนตัวเอง" 

"ตอนไหนเหรอคะ" 

"ประชุมเสร็จคงมาในเร็วๆนี้ค่ะ" 

"ขอบคุณค่ะคุณเมอร์ซี่" 

พลังที่ใช้ในการแปลภาษาได้ทุกภาษานี่เป็นประโยชน์จริงๆ ถ้าเกิดไม่มีคนใช้เวทนี้กับฉันฉันคงฟังภาษาอังกฤษของเธอไม่ทันแน่เพราะพูดรัวเหมือนกับร้องเพลงแร็พ 

แต่ว่าต้องรออีกนานมั้ยนะกว่าเขาจะประชุมเสร็จ ฉันง่วงเพราะยาที่เพิ่งกินเริ่มออกฤทธิ์แล้วด้วยสิ 

"งั้นขอตัวก่อนนะคะ" 

เทเรซ่าพยักหน้าให้ก่อนจะล้มตัวนอนอีกครั้งแล้วผล็อยหลับไปจมสู่ความฝันที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายในวัยเด็กและเรื่องที่ผ่านมาเหมือนพยายามจะดึงให้เธอตกลงไปอีกครั้งแล้วกลับขึ้นมาไม่ได้อีก ร่างกายหนักอึ้งจนรู้สึกอึดอัดและคับแน่นไปทั่วทั้งอกจนหายใจไม่สะดวกก่อนจะค่อยๆรู้สึกโล่งตัวและเบาหวิวดุจดั่งความเจ็บปวดถูกทำให้หายไป ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างเตียงมาได้สักพักแล้วก่อนจะปล่อยข้อมือเล็กลงแล้วเช็คชีพจรที่กลับมาสู่สภาวะปกติอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องไป 

. 

. 

"อายุ18ปี น้ำหนัก39กิโลกรัม สูง158เซนติเมตร เป็นโรคโลหิตจางอีก ต่ำกว่ามาตรฐานไปทุกอย่างเลยนะ" 

ชายตรงหน้าที่นั่งอยู่กับพื้นอยู่ในชุดสบายๆพิงกำแพงอ่านผลการตรวจร่างกายรวมถึงประวัติของฉันเท่าที่สืบมาได้เงยขึ้นมามองฉันแล้วขมวดคิ้ว 

"จริงๆเหมือนน้ำหนักจะลดเพราะนอนไปตั้งเดือนนึงน่ะค่ะ เดิมทีหนัก42แล้วนะคะ" 

"นั่นก็ไม่ได้เรียกว่าเยอะ" 

เขาลุกขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วถือวิสาสะจับต้นแขนฉันให้หมุนรอบตัวเพื่อดูสัดส่วนก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องของเขาออกไปให้หมด 

"ก่อนอื่นเธอต้องออกกำลังกายให้เป็นกิจวัตรประจำวันตามตารางและอยู่ในความดูแลของฉันทั้งหมด" 

"อะ..เอ่อ...ก่อนจะเริ่มขอคุยอะไรหน่อยได้มั้ยคะ" 

"ว่ามา" 

"ฉันอยากเรียนหนังสือค่ะ...คือว่านอกจากฝึกอะไรแบบนี้ฉันก็ไม่รู้จะเอาเวลาไปทำอะไรต่อ อีกอย่างฉันยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำแทนที่จะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยต่อก็ไม่ได้อีก" 

"เฮเซลจะจัดการให้" 

"จริงเหรอคะ ทำไมอนุญาตง่ายจัง" 

"แล้วเรื่องเรียนหนังสือจะกีดกันไปทำไม" 

"ก็กลัวว่าจะรบกวนพวกคุณในหลายๆเรื่องค่ะทั้งด้านการเงิน---" 

"ฉันรวยพอที่จะเลี้ยงลูกน้องทั้งฐานได้ทั้งชีวิต" 

ฉันกลืนน้ำลายลงคอเมื่อนึกถึงชื่อเขาที่ปรากฏบนโลกออนไลน์แล้วพบว่าเขาเองก็มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจกันเป็นอย่างดีแต่ไม่นึกว่าจะรวยจนดูชิวขนาดนี้ คุณเฮเซลกับเอ็ดเวิร์ดก็เป็นหุ้นส่วนด้วยกันกับพวกเขาอีก ก็คงเชื่อได้แหละว่ารวยจริง 

"เอ่อ ขอบคุณค่ะ" 

"ตัวเล็ก" 

ฉันเงยมองคนอายุมากกว่าอีกคนที่ตอนนี้กำลังเป็นครูฝึกให้นับตั้งแค่วันนี้เป็นต้นไป แค่คิดว่าต้องออกกำลังกายแล้วต้องฝึกเรียนป้องกันตัวกับเขาก็รู้สึกท้อแท้แล้ว เขาดูสูงได้สัก180เซนกว่าแถมยังมีแต่กล้ามเนื้อไปทุกส่วนของร่างกาย ถ้าขืนฉันไม่พยายามให้หนักฉันคงต้องตายไปอีกครั้งแน่ๆ 

แบบนี้ก็เหมือนกับฉันฝึกเป็นทหารเลยสินะ... 

ฉันไม่เหมาะกับอะไรแบบนี้แล้วก็ไม่อยากทำเลยแต่มันจำเป็นต้องทำ ฉันจะเก่งเหมือนกับมิคาสะซาช่าหรือเปล่านะอยากรู้จัง จะทำให้หัวหน้ารีไวล์ภูมิใจรึเปล่า 

ต้องได้สิยังไงก็ต้องได้ 

. 

. 

"จะพาไปไหนเหรอคะ" 

ฉันที่เพิ่งฝึกเสร็จแล้วอาบน้ำทานมื้อเช้าอยู่ถามผู้หญิงที่ชวนฉันออกไปข้างนอก เธอชื่อว่าซานิเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในฐานนี่เหมือนกันรู้สึกว่าอาชีพหลักของเธอนอกจากเป็นลูกน้องที่นี่จะเป็นนักยิงธนู 

"คุณเฮเซลบอกว่าให้พาไปซื้อของค่ะ คุณยังไม่มีข้าวของส่วนตัวเลยนะคะ จำเป็นจะต้องซื้อ" 

จริงด้วยตอนนี้ชุดที่ใส่ก็ยืมมาจากคนอื่นทั้งนั้นนี่นา ทำไมตอนพวกเขาบอกว่าค้นบ้านฉันไม่เอาเสื้อผ้าหรือข้าวของมาด้วยนะแต่กลับเอามาแต่เอกสารและยาที่ขโมยมาได้ 

"แต่ว่าฉันไม่มีเงินนะคะ" 

"เรื่องนั้นพวกบอสจะจัดการให้ค่ะ รูดบัตรเอาได้ตามใจเลย" 

เธอยื่นแบล็คการ์ดมาให้ฉันที่ขมวดคิ้วอยู่ นี่พวกเขาเลี้ยงลูกน้องดีขนาดนี้เลยเหรอ หรือเป็นเพราะฉันคือผู้พิทักษ์คนสุดท้ายอะไรนั่นเลยได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษแบบนี้ 

"จะดีเหรอคะ" 

"เป็นคำสั่งของคุณเฮเซลค่ะว่าต้องซื้อ ไม่งั้นคุณจะอยู่ยังไงคะ" 

"ถึงแบบนั้นก็เถอะ..." 

"คุณอลันจะเป็นคนขับรถพาไปค่ะ เชิญทางนี้" 

เธอไม่ฟังอะไรก่อนจะให้ฉันลุกแล้วเดินตามเธอไป ซึ่งฉันจะเถียงอะไรได้นอกจากเดินไปอย่างเงียบๆกำบัตรในมือกลัวหายไปไหนก่อนจะขึ้นไปยังรถตู้คันสีดำสนิทแล้วถอนหายใจก่อนจะมองกระจกหลังที่อยู่ข้างหน้ารถสบตากับใครบางคนที่มองอยู่ 

"รบกวนด้วยนะคะ" 

"ครับ" 

เขาตอบกลับมาสั้น ๆและออกรถไป ฉันมองข้างทางที่มีแต่ทิวทัศน์ที่ไม่คุ้นเคย ถนนที่ดูเรียบและฟุตบาทที่น่าเดินรวมถึงร้านข้างทางที่เต็มไปด้วยร้านน่ากินดูสะอาด ทุกอย่างแปลกใหม่เกินไปสำหรับคนอย่างฉันมาแล้วแบบนี้ถึงสองครั้ง ความรู้สึกตอนที่ต้องปรับตัวและใช้ชีวิตให้คุ้นเคยกับมันเหมือนตอนที่นั่งรถม้าครั้งแรกแล่นเข้ามาในหัว การที่เราต้องจากมาจากที่ที่คุ้นเคยอะไรแบบนี้ทำให้รู้สึกตื่นเต้นแต่ก็ว้าเหว่อยู่ในใจ ฉันรู้ว่าทุกอย่างจะไม่มีอะไรกลับไปเหมือนเดิมแต่ถึงอย่างนั้นวิวข้างทางก็ทำให้รู้สึกกังวลใจอยู่ดี 

ไม่เคยคิดและไม่เคยคาดหวังด้วยซ้ำว่าจะได้มาอยู่ในต่างประเทศแบบนี้ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีองค์กรลับอะไรแบบนี้อยู่บนโลกด้วย ไม่เคยคาดฝันว่าครั้งหนึ่งฉันจะเคยข้ามไปอยู่ในโลกที่คิดว่าเป็นเพียงการ์ตูนมาตลอด ชีวิตฉันมีแต่อะไรไม่คาดคิดจริงๆ 

แม้จะเติบโตมาไม่เหมือนคนอื่นแต่ฉันก็รู้สึกว่าชีวิตฉันพ่วงมากับคำว่าปาฏิหาริย์ ใครจะนึกว่าในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดและฉันได้ตายจากโลกใบนี้ไปจะได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งพร้อมกับแบกรับหน้าที่เอาไว้และต้องหาวิธีเพื่อกลับไปหาคนที่เป็นที่รักคนเดียวในชีวิตฉันอีก 

ถ้าถึงตอนนั้นแล้วได้เจอหัวหน้ารีไวล์ เขาจะรักเราอีกรอบรึเปล่านะ? 

ใครๆก็รู้ว่าเวลาผ่านไปไม่มีอะไรเหมือนเดิมแม้กระทั่งตัวฉันเอง แล้วถึงตอนนั้นเขาจะเป็นยังไงบาง 

ถ้าเกิดหัวหน้ารีไวล์ไม่ได้เกิดคนละโลกแต่อยู่โลกเดียวกับเราที่ไม่มีไททันหรือสงครามเขาคงจะดีกว่านี้

"คุณเทเรซ่า พวกเรามีเวลาเพียงแค่สามชั่วโมงเท่านั้นนะครับสำหรับการเลือกซื้อของและส่งคุณกลับ หลังจากนั้นผมต้องแวะไปทำธุระที่อื่นต่อ" 

"ค่ะ แต่ว่าฉันไม่เคยเดินห้างที่ต่างประเทศมาก่อนเลยคงจะหลงทางแน่ๆคุณช่วยนำได้มั้ยคะ" 

ฉันหันไปหาคุณซานิที่พยักหน้าให้จึงโล่งอกไปเปราะนึง 

ไม่นานนักก็ถึงห้างใจกลางเมืองขนาดใหญ่ที่ดูก็รู้ว่าถ้าฉันเดินช้าแม้แต่นิดเดียวต้องพลัดหลงแน่นอน ข้าวของหลักๆที่ต้องซื้อก็เป็นพวกของใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้าและของที่รู้สึกอยากได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะรู้สึกเกรงใจและอีกอย่างเพราะมันกะทันหันเกินไปจึงแทบไม่ได้ลิสต์ของที่ต้องซื้อไว้เลยแถมยังมีเวลาจำกัดเลยนึกไม่ออกว่าขาดเหลืออะไรไปรึเปล่า 

ชาดำงั้นเหรอ? 

ฉันยืนอยู่ตรงหน้าโซนที่มีใบชาและพวกโกโก้กาแฟก่อนจะหยิบกล่องชาที่ดูหรูหราออกมาอย่างลืมตัวและใส่ในตะกร้าที่เต็มไปด้วยขนมต่างๆทั้งที่ฉันพูดเองแท้ๆว่าไม่อยากใช้เงินเยอะแต่กลับผลาญไปกับขนมพวกนี้ได้ 

แค่นี้ก็คงพอแล้วมั้ง... 

. 

. 

"อันนี้สำหรับตัวเองนะ" 

ฉันจ้องเทียนที่ปักอยู่บนเค้กที่เพิ่งถูกเป่าให้ดับก่อนจะเหม่อลอยคิดอะไรอยู่ในใจ ตอนนั้นพวกเรากะไว้ว่าจะทำพายกินด้วยกันในวันเกิดนี่นาแต่สุดท้ายแพลนก็ล่มหมดเลย 

ไม่เคยคิดว่าวันเกิดคือวันพิเศษและไม่คิดอยากจะฉลองด้วยจนกระทั่งมีเขาในชีวิตเลยอยากจะฉลองด้วยกันสองคนแค่สุดท้ายวันนั้นก็เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เสียแบบนั้น แม้แต่คำอวยพรจากเขายังไม่ได้รับเลย 

ถ้าเป็นแต่ก่อนแม้จะลืมวันเกิดตัวเองก็ยังมีคนมาอวยพรให้แต่ตอนนี้กลับไม่มีด้วยซ้ำแม้แต่เพื่อนสนิทเพราะฉันตอนนี้มันตัวคนเดียวและหายสาบสูญไปเป็นเดือนแล้ว แค่คิดจะติดต่อยังยากเลยเพราะกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้ตรงหน้าก็เลยมีแค่เค้กและชาที่ชงเผื่อไว้สองแก้วแม้จะรู้ว่าไม่มีคนกินวางอยู่ตรงข้ามกับโต๊ะในห้องครัวที่ตอนนี้ไม่มีใครใช้งานแล้วในเวลาดึกแบบนี้ 

"ดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่นอนอีกคะ" 

ฉันสะดุ้งหันไปทางประตูพบกับคุณเมอร์ซี่ที่ยืนมองเค้กสลับกับฉันก่อนจะถอนหายใจทิ้ง 

"รีบเข้านอนด้วยค่ะ อย่าลืมว่าคุณต้องตื่นแต่เช้า" 

"ขอโทษด้วยค่ะจะรีบกินให้เสร็จนะคะ" 

"เป็นวันเกิดเหรอคะ" 

"ย้อนหลังเฉยๆน่ะค่ะ" 

"สุขสันต์วันเกิดค่ะ" 

คุณเมอร์ซี่หันกลับแล้วเดินจากไปส่วนฉันก็ตอบขานรับเธอเสียงเบา อย่างน้อยๆถึงจะเป็นแค่คนรู้จักก็มีคนอวยพรสักคนนึงล่ะนะ ทั้งที่เพิ่งจะรู้จักกันแท้ๆแต่รู้สึกอุ่นใจมากกว่าครอบครัวที่เคยอวยพรมาซะอีกคงเป็นเพราะฉันรู้อยู่แล้วว่าครอบครัวฉันมันน่าขยะแขยงล่ะมั้งเลยไม่รู้สึกยินดีนักตอนที่ได้รับคำอวยพรมา 

"ขอบคุณนะคะ" 

หลังจากกินเสร็จแล้วไปหลุมศพหัวหน้ารีไวล์ดีรึเปล่านะฉันคิดในใจพลางลูบแหวนบนนิ้วเล็กๆของตัวเองแล้วถอนหายใจ ป่านนี้หัวหน้าอีกคนคงจะได้อยู่กับฉันอีกคนแล้วมั้งแต่ที่อยากไปหาเพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นคนที่คอยดูแลอยู่เสมอ 

แล้วหัวหน้ารีไวล์ที่ลืมฉันไปแล้วจะเป็นยังไงบ้างนะ? 

ไปรักคนอื่นแล้วรึเปล่าก็ลืมไปหมดแล้วนี่... 

"มัวทำอะไรอยู่" 

ฉันมองผู้เข้ามาใหม่ยืนเปิดตู้เย็นแล้วหยิบช็อกโกแลตบาร์ออกมาแล้วหันมามองฉันนั่งอ้ำอึ้งวางช้อนลง เขาคือคุณลีวานที่ยืนจ้องเขม็งเหมือนกับกำลังถามฉันว่าทำไมถึงยังไม่นอนทั้งที่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อฝึก 

"ถามไม่ตอบ" 

"คือว่ากำลังทานเค้กอยู่น่ะค่ะ" 

"แล้วนั่นชงชาทำไมสองแก้ว ใครกินอีกคน" 

"ปะ..เปล่าค่ะมีแค่ฉันแต่ว่าแค่ชงตั้งเผื่อไว้เฉยๆ" 

"เผื่อ?" 

"ปกติแล้ว...เขาจะชอบทานชาดำก็เลยชงเผื่อไว้ด้วยน่ะค่ะ แต่ว่ารู้อยู่แล้วว่าไม่มีคนกินก็เลยเดี๋ยวกินทั้งสองแก้วไปเลยค่ะ" 

"เดี๋ยวกินเอง" 

"อ๋อค่ะ แต่ว่าไม่รู้จะชงได้ถูกปากหรือเปล่านะคะ" 

ฉันมองเขาที่ดูเหมือนจะไม่แคร์อะไรยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มแล้วรู้สึกร่างชาวาบไปทั่วทั้งตัวเมื่อเห็นท่าดื่มที่เหมือนกับเขาคนนั้น 

"มีอะไร?" 

"เปล่าค่ะแค่เห็นคุณจีบถ้วยชาแบบนั้นก็เลยแปลกใจ" 

"ฉันจะจับยังไงมันก็เรื่องของฉัน" 

นั่นสิ...คนจับถ้วยชาแบบนั้นก็ไม่ใช่เขาคนเดียวเสียหน่อยแต่ละคนก็จับไม่เหมือนกันอยู่แล้ว 

"ทำไมต้องมีเทียนปัก" 

"ย้อนหลังวันเกิดน่ะค่ะ" 

ฉันละเลียดละไมกินทุกคำช้าๆอย่างตั้งใจแต่ก็รู้สึกอยากรีบตักเข้าปากให้หมดเร็วๆเพราะกดดันที่ต้องนั่งอยู่ตรงนี้ เขาเป็นคนที่ดูน่ากลัวมากในสายตาฉันแม้กระทั่งยังไม่เริ่มฝึกป้องกันตัวแต่คุมฉันออกกำลังกายยังดูดุเลย 

ฉันตัดสินใจยัดเค้กคำโตเจ้าปากจนหมดภายในพริบตาแล้วยกซดชาดำอย่างรวดเร็วรีบลุกขึ้นไปล้างถ้วยจานและช้อนเพื่อกลับห้องแต่เมื่อเห็นเขามองฉันก็ยืนนิ่งเป็นหินคิดว่าเขาคงต้องการให้ฉันรอเขาจิบชาจนหมดแล้วล้างถ้วยให้เขา เมื่อเขาทานชาจนหมดก็ส่งมาให้ฉันล้างแล้วคว่ำเก็บลงให้เรียบร้อยก่อนที่ลุกขึ้นแล้วเดินนำหน้าฉันออกไป เพราะว่าเป็นคนพิเศษต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษจึงได้อยู่ห้องข้างๆเขาและคนอื่นที่ระดับสูงด้วยฉันจึงเดินตามเขาไปติดๆพลางจ้องแผ่นหลังกว้างแล้วก้าวขึ้นไปข้างหน้าอีกนิดให้เดินข้างเขาอย่างลืมตัวลอบมองใบหน้าที่ดวงตาสีเดียวกับหัวหน้ารีไวล์จนบางทีก็รู้สึกได้ว่าเป็นคนเดียวกันแต่เขาเป็นคนต่างชาตินี่นาจะตาสีแบบนี้ก็ไม่แปลกสักหน่อย 

"มีอะไร" 

"เปล่าค่ะ" 

"ฉันคงจะหน้าคล้ายเขาสินะ" 

"คะ?" 

เขาหยุดเดินแล้วหันมาหาฉัน ดวงตาคมเฉี่ยวผมสีดำขลับกับสันกรามคมรวมถึงคิ้วและจมูกที่โด่งเข้ากับใบหน้าคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเห็นภาพใครบางคนซ้อนขึ้นมาที่ต่างกันคงจะแค่ขนาดส่วนสูงที่มากกว่าฉันเกือบ30เซนและชื่อของเขากับใบหน้าที่คล้ายคลึงแต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว 

"ขอโทษด้วยค่ะคงเสียมารยาทใช่มั้ยคะ" 

"ผู้ชายคนนั้นเธอรักมากเลยเหรอ" 

"ค่ะ" 

"ไม่อยากจะพูดอะไรให้รู้สึกแย่หรอกนะ แต่ปกติใครเขามีอะไรแบบนี้กัน เธอต้องรู้และหัดเผื่อใจอยู่แล้วว่ามันไม่มีอะไรราบรื่นหรอก จากที่ฟังเธอเล่ามาเขากลับไปอยู่ในที่ของเขาและลืมเธอไปแล้ว และมันก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าเธอจะได้เจอกับเขาอีก สิ่งที่เธอต้องทำคือใช้ชีวิตของตัวเองตอนนี้แล้วคาดหวังให้น้อยลงไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวัง" 

"ที่คุณพูดมาก็ถูกทั้งหมดแล้วฉันก็คิดแบบเดียวกันกับคุณทุกอย่างแต่เขาคือคนรักของฉันนะคะ คุณคิดว่าคนเราทำใจได้เร็วหรือง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ" 

"ฉันก็แค่พูดเตือนสติเธอ" 

"ฉันจะรีบจัดการตัวเองค่ะ" 

ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดีที่จะพูดให้ฉันเสียความรู้สึกแต่ต้องการให้ฉันโฟกัสสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ต่างหากในฐานะครูฝึก แต่ถึงอย่างไรมันก็อดเสียใจไม่ได้อยู่ดี 

"งั้นก็ดี เข้าห้องไปได้แล้ว" 

ฉันพยักหน้าแล้วปิดประตูลงก่อนจะทิ้งตัวลงกับพื้น ถึงจะพูดแบบนั้นฉันก็ทำมันไม่ได้อยู่ดีเพราะในหัวฉันมันเต็มไปด้วยความทรงจำที่เคยอยู่ร่วมกันกับเขารวมถึงความทรงจำบางอย่างที่ฉันไม่รู้จักยังคงกระจัดกระจายอยู่ในหัวจนเต็มไปหมด ทางเดียวที่ฉันจะจัดการตัวเองได้คือต้องลบความทรงจำหรือทำอะไรสักอย่างให้จำไม่ได้เพื่อโฟกัสชีวิตตัวเองในตอนนี้แต่มันจะทำอย่างนั้นได้ยังไงกันและถึงทำได้ฉันก็ไม่กล้าพอที่จะเสียอะไรที่ล้ำค่าไปด้วยแม้บางเรื่องมันจะเจ็บปวดก็ตาม 

แต่ตอนนี้ฉันกำลังสู้เพื่อหัวหน้ารีไวล์อยู่ไม่ใช่เหรอ ต้องกลั้นใจแล้วฝืนให้มากกว่านี้สิ 

มากกว่านี้... 

ต่อให้ต้องยากลำบากแค่ไหนก็ต้องกลับไปหาหัวหน้ารีไวล์ให้ได้ 

--------------------------------------------

Talk with writer

ฝากเป็นกำลังใจให้น้องสู้ๆแล้วมาลุ้นตอนจบกันได้นะคะ น่าจะไม่เกิน20ตอนสำหรับภาค2 หวังว่าทุกคนจะอยู่ด้วยกันจนไปถึงตอนจบนะคับบบ ขอบคุณที่ยังอยู่กับเรามาจนถึงตอนนี้ค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #298 Khanthnu (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 07:39
    เพราะแนะนำว่า ลีวาน เอ็ดเวิร์ด เฮเซล ภาพสามผู้บัญชาการยืนเรียงกันก็ลอยเข้ามาในหัวเลยค่ะ นึกถึง รีไวล์ เออร์วิน ฮันจิ จริงๆ
    #298
    0
  2. #254 dolphinsaysmeow (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:21
    แง หน่วงใจมาก
    #254
    0
  3. #227 nita3006 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 21:37
    ฉันสงสารนางเอก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!
    #227
    0
  4. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 15:22

    นางเอกน่าสงสารมาก
    #220
    0
  5. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 15:22

    นางเอกน่าสงสารมาก
    #219
    0