end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 42 : ss2 Chapter38:ก่อนจะล่วงลับไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    17 พ.ย. 63

Chapter38:ก่อนจะล่วงลับไป

เหมือนกับจมดิ่งลงไปในน้ำที่ลึกไม่มีที่สิ้นสุด ความทรงจำทั้งหมดผุดขึ้นมาในหัวราวกับตอกย้ำทุกช่วงของชีวิตว่ามันแย่และเฮงซวยขนาดไหน ย้อนไปตั้งแต่จำความได้ฉันอายุเพียง4ขวบยังเป็นแค่เด็กอนุบาลไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกนัก คิดว่าโชคดีที่ได้เกิดมาลืมตาบนโลกใบนี้จนกระทั่งฉันรู้สึกได้ว่ามันไม่จริงเอาเสียเลย เพียงแค่ครอบครัวที่ฉันอาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิดฉันก็รู้สึกแย่และเกิดความสงสัยว่าตัวฉันนั้นเกิดมาทำไม 

เหมือนกับฉันเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาเพื่อเห็นความบิดเบี้ยวของโลกใบนี้อีกทีตั้งแต่ต้นยันบั้นปลายของชีวิต ทุกอย่างมันบิดเบี้ยวไปหมดทั้งสังคม ค่านิยม ความคิดเห็นของคนบางกลุ่ม ความเท่าเทียม ฉันใช้ชีวิตอยู่ตามกรอบที่ผู้อื่นวางไว้แม้จะอยากออกจากมันก็ตามแต่ก็ต้องถูกดึงกลับมาอยู่ดีเพียงเพราะคนบางคนไม่เห็นด้วยฉันจึงรู้สึกว่าโลกใบนี้มันน่าเบื่อเกินไปและน่ารำคาญเอามากๆ 

ฉันถูกครอบครัวกดขี่ทั้งทางความคิดและการออกไปเจอโลกภายนอกตั้งแต่เด็ก ในขณะที่ครอบครัวอื่นในวันหยุดไปเที่ยวด้วยกันฉันกลับนั่งอยู่บ้านกับครอบครัวที่ถึงแม้จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแต่ทุกคนกลับเอาแต่พูดคุยเรื่องของคนอื่นอย่างสนุกปากแล้วเปรียบเทียบกับคนอื่นเพื่อพยายามบอกว่าไม่มีใครดีเท่าพวกเขาให้ฉันฟัง ดังนั้นเมื่อฉันโตขึ้นฉันจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเหมือนกับที่พวกเขาเลี้ยงฉันมาแน่ 

ยังไงเหรอ? 

ผู้ใหญ่ที่ดีคืออะไรกัน? 

ในขณะที่ทุกคนได้ออกไปลองสิ่งใหม่ๆที่บ้านฉันเอาแต่บอกให้ฉันอย่าทำเรื่องไร้สาระ ฉันก็เลยกักตัวอยู่แต่ในบ้านแต่ก็ต้องถูกที่บ้านหยิกตีเวลาที่ที่บ้านไม่พอใจหรือทำอะไรไม่ได้อย่างที่พวกเขาหวังไว้ ดังนั้นฉันจึงมักจะเฝ้ารอว่าวันไหนฉันจะได้ออกไปจากบ้านหลังนี้หรือตายเสียที 

แต่มันก็ไม่... 

ฉันใช้ชีวิตเหมือนคนตายทั้งเป็นมา17ปีจนกระทั่งอยู่ๆครอบครัวฉันก็ต่างค่อยๆล้มตายไป บางคนอาจเสียใจเจียนตายบางคนกลับรู้สึกโหวงแต่ก็โล่งอย่างบอกไม่ถูก นั่นแหละความแตกต่างในสังคม 

ฉันคงจะเป็นอย่างหลัง มันรู้สึกโหวงและใจหายชอบกลเพราะถูกเลี้ยงมาเป็นไข่ในหินเลยไม่ค่อยได้ทำอะไรเองสักเท่าไหร่เลยคงจะลำบากหลังจากนี้แต่ฉันก็โล่งใจเพราะหลังจากนี้ฉันคงได้ใช้ชีวิตเป็นของตัวเองสักที ทว่าสุดท้ายก็ไม่เป็นอย่างที่คิดไม่ว่าจะมองอย่างไรฉันก็รู้สึกว่าตัวฉันคงไม่ได้ใช้ชีวิตดีๆแน่ ฉันเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่เก่งหรือดีเด่นสักอย่างแค่ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆในประเทศที่เฮงซวยและล้มเหลวไปทุกๆด้าน ถึงอยากจะย้ายไปต่างประเทศฉันก็คงเอาตัวไม่รอดแน่เพราะไม่รู้อิโหน่อิแหน่อะไรเลย และถึงจะมีเงินจากครอบครัวพอใช้ประทังชีวิตแต่มันก็ไม่ได้มากพอขนาดที่ว่าจะใช้ได้ไปตลอดชีวิตอยู่ดี 

โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลย... 

ฉันไม่สมควรที่จะได้รับสิ่งที่ดีงั้นเหรอ? 

แม้กระทั่งตอนที่ครอบครัวฉันตายทุกคนในงานศพก็เหมือนแค่มาเป็นมารยาทเพื่อร่วมแสดงความเสียใจเฉยๆแต่ไม่มีใครคิดจะสงสารฉันบ้างเลย กลับกันทุกคนต่างนินทาว่าฉันเป็นฆาตกรเพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่ครอบครัวฉันทั้งหมดจะตายภายในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่จะว่าไปมันก็จริงเพราะมันไม่น่าเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ 

แต่ไม่คิดว่าดีแล้วเหรอ? 

งานศพในบางครั้งก็เป็นเหมือนสถานที่รวมญาติเพื่อมาคุยกันสนุกปากจนน่ารำคาญ พวกเขาไม่ได้รู้อะไรทั้งนั้นแต่พูดเหมือนกับรู้ดี และทั้งๆที่เป็นญาติกันแท้ๆแต่ฉันก็รู้สึกได้ว่าการมาแสดงความเสียใจของพวกเขามันเป็นเพียงแค่สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่ความจริงใจ มันน่าขยะแขยง 

ฉันควรจะฆ่าตัวตายตามไปแต่พอคิดว่าฉันยังไม่ได้ลองไปใช้ชีวิตของตัวเองเลยฉันจึงฝืนใจอยู่ต่ออีกหน่อย บางครั้งฉันก็ไม่ได้อยากตายแต่แค่อยากหนีหายไปจากโลกที่โหดร้ายเฉยๆ พอคิดว่าจะตายฉันก็กลัวเจ็บดังนั้นฉันจึงภาวนาในทุกคืนว่าให้รุ่งเช้าวันถัดมาฉันไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นอีกแต่มันก็ไม่เคยสำเร็จเลย 

'หัวหน้ารีไวล์' 

เอเรน มิคาสะ อาร์มิน แจน โคนี่ ซาช่า คริสต้า ยูมีร์ ไรเนอร์ เบลทรูท แอนนี่ ฮันซี่ เอลวิน และทุกๆคนในรุ่น104รวมถึงตัวละครอื่น ๆภายในเรื่องที่ฉันดูคือสิ่งหนึ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจฉันเอาไว้และลุกขึ้นสู้กับโลกที่โหดร้าย แม้จะเป็นแค่เรื่องราวที่ไม่มีอยู่จริงก็ตาม 

ใครจะนึกล่ะเนอะว่าสุดท้ายมันมีอยู่จริงๆ... 

แล้วฉันก็ดันไปเผลอรักตัวละครเหล่านั้นเข้าจริงด้วย ไม่ใช่แค่เขาแต่รวมไปถึงทุกคนเลย 

ฉันเหมือนมีเพื่อนและครอบครัวใหม่ แต่สุดท้ายฉันก็ต้องเสียมันไปทั้งหมดอยู่ดี 

ฉันพอแล้ว... 

ถึงแม้จะมีคนบอกให้ฉันรอแต่ใครก็รู้ว่าในโลกของความเป็นจริงการรอไม่ได้หมายความว่าเราจะกลับมาพบกันเสมอไป ดังนั้นฉันขอพอแล้ว 

ได้เวลาฉันลาจากโลกนี้แล้ว 

เพราะฉันรังเกียจโลกใบนี้เหลือเกิน... 

. 

. 

"ดีใจจัง พวกเราได้พบกันเสียที" 

เสียงที่คุ้นหูดังก้องไปทั่วทั้งหัวของฉัน ผืนน้ำที่ก้มมองลงไปลึกไม่มีที่สิ้นสุดแต่กลับยืนได้ห้อมล้อมไปด้วยความมืดมีหญิงสาวปรากฎตัวกำลังเดินมาด้วยใบหน้าและรูปร่างที่เหมือนกับฉันยิ้มให้อย่างอ่อนโยนไร้พิษภัยทว่ากลับรู้สึกได้ถึงความกดดันจนน่าอึดอัด 

"เธอเป็นใครน่ะ" 

"ฉันก็คือเธอส่วนเธอก็คือฉันยังไงล่ะ ฉันเป็นจิตใต้สำนึกของเธอที่หลับใหลอยู่รอวันตื่นขึ้นมาเพื่อเจอเธอในวันนี้ ยินดีด้วยนะ" 

"ยินดีอะไร" 

"มนุษย์ก็แค่สิ่งมีชีวิตธรรมดาแต่มันจะเป็นยังไงล่ะถ้าหากเราไม่ใช่คนธรรมดาอย่างพวกเขา พวกเราคือคนพิเศษที่เกิดมาพร้อมพลังอันยิ่งใหญ่ถ้าหากมีพลังพวกเราจะทำอะไรได้สักเท่าไหนเชียว" 

"ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไรอยู่นะ แต่ฉันไม่ได้อยากใช้ชีวิตอยู่บนโลกเฮงซวยแบบนี้อีกต่อไปแล้ว" 

"ถึงแม้เธอจะอยากตายอยู่บ่อยครั้งและมีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอเกือบตายแต่สุดท้ายเธอก็รอดกลับมาเสมอ เธอคิดเหรอว่าเธอจะได้ตายสมใจอย่างที่คิดน่ะ" 

ผู้หญิงตรงหน้าหรือฉันอีกคนใบหน้าเริ่มแสดงอารมณ์อื่นนอกจากยิ้มที่ดูอ่อนโยนแต่ว่างเปล่าแล้วแสยะยิ้มขำออกมาเล็กน้อยแทน 

"โลกใบนี้ก็โหดร้ายและเฮงซวยอย่างที่เธอพูดนั่นแหละ แม้กระทั่งถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ใช่ว่าจะได้รับสิ่งดีๆกลับมา ทำไมคนยากไร้บางคนที่ดิ้นรนใช้ชีวิตเอาตัวรอดและช่วยเหลือคนอื่นเสมอถึงยังต้องทนลำบากกันล่ะ กลับกันผู้คนที่มั่งคั่งและร่ำรวยบางคนที่ทำชั่วยังได้ลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมได้โดยไม่มีใครเอาผิด กฎหมายที่ตราขึ้นมาเพื่อรักษาความสงบและความเท่าเทียมของสิทธิมนุษยชนแต่กลับใช้ไม่ได้กับคนเหล่านั้น มันเน่าเฟะอย่างที่เธอบอกเลย แม้กระทั่งคนที่ตายไปยังไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วยซ้ำ 

"เธอ..." 

"ฉันก็คือเธอและเธอก็คือฉัน ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะว่าเธอคิดอะไรอยู่ เธอเองก็คิดแบบนี้มาอยู่เสมอไม่ใช่เหรอ เธอหวังว่าสักวันโลกใบนี้จะเปลี่ยนไปและเธอจะสามารถทำอะไรสักอย่างได้แต่สุดท้ายพอลืมตาตื่นขึ้นมาเธอก็รู้ว่าเป็นแค่มนุษย์ห่วยแตกคนนึงที่ลำพังใช้ชีวิตเพื่อตัวเองยังไม่ได้เลยแล้วจะไปทำอะไรเพื่อคนอื่นได้อย่างไรกันแบบนี้ใช่มั้ยล่ะ" 

"เธอคงจะเหนื่อยกับโลกและจักรวาลใบนี้น่าดูเพราะกระทั่งเธอได้เจอกับคนที่อยากอยู่ไปชั่วชีวิตเธอก็ยังต้องพลัดพรากจากเขาอีก ทำไมโลกใบนี้ถึงใจร้ายจังนะ" 

ทุกสิ่งที่เธอพูดคือเรื่องจริงทั้งหมด โลกใบนี้หรือใบไหนๆในจักรวาลก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดเอาไว้เลย ฉันก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่ห่วยแตกในทุกๆด้านได้แต่มองดูความเส็งเคร็งแบบนี้โดยที่ทำอะไรไม่ได้มาตลอด แล้วก็ต้องตายจากไปเหมือนกับคนทั่วไปโดยที่ไม่มีความสุขเลย 

"เธอคิดว่าเธอเป็นคนดีมาโดยตลอด เธอสมควรจะได้รับสิ่งเล่านั้นตอบแทนใช่มั้ย เธอหวังให้โลกใบนี้จะเห็นหัวและใจดีกับเธอแต่ความเป็นจริงแล้วโลกไม่เคยสนใจใครสักคนหรอกเพราะทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนและเผชิญเรื่องราวที่โหดร้ายไม่ซ้ำกันอยู่แล้ว แต่เธอเองก็คิดว่าตัวเองโชคร้ายกว่าใครๆเพราะคงไม่มีใครที่ไหนเกิดมาในครอบครัวที่เลี้ยงเธอราวกับเป็นนกในกรงจนกระทั่งตายจากไป และในตอนที่เธออยากจะตายก็รอดทุกที ข้ามโลกไปมาแต่สุดท้ายก็ถูกทิ้งร้างเอาไว้ตัวคนเดียว ถูกใครก็ไม่รู้ไล่ตามมาฆ่าแล้วตัวเธอเองก็ต้องรู้สึกเป็นภาระให้แก่คนๆอื่น ไม่เคยเก่งอะไรสักอย่างจนสงสัยว่าตัวเองเกิดมาทำไม" 

"พอได้แล้ว" 

ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้นพอสักทีเถอะ... 

"เธอยอมเหรอกับชีวิตแบบนี้ ชีวิตที่เธอยังไม่เคยได้ออกไปใช้ชีวิตดีๆเหมือนคนอื่นเขา ชีวิตที่ไปทางไหนก็มีแต่เรื่องเฮงซวย เธอยอมรับโชคชะตาพรรค์นี้เหรอ" 

หญิงสาวกดเสียงต่ำลงก้าวเข้ามาใกล้จนห่างกันเพียงไม่กี่เซน ดวงตาลุกโชนเต็มไปด้วยความโกรธแค้นทว่าก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าและผิดหวังซ้ำๆของฉันที่พยายามฝังลึกลงไปแล้วตั้งหน้าตั้งตาใช้ชีวิตโดยที่พยายามไม่รู้สึกให้มากไปกว่านี้มาโดยตลอด เธอคือความอัดอั้นและด้านมืดของฉันที่พยายามกดทับมันลงไปไม่ให้ผุดขึ้นมาให้ใครได้รับรู้ เธอคือฉันจริงๆ 

แต่แล้วมันจะทำอะไรได้... 

"ลุกขึ้นสู้สิ" 

ฉันจำเป็นด้วยเหรอในเมื่อฉันก็สู้ชีวิตมาตลอดแค่ก็ไม่ได้อะไรเลยนอกจากสูญเสียไปมากกว่าเดิม 

"นี่เป็นโอกาสของเธอแล้ว ลุกขึ้นมาเผาโชคชะตาพรรค์นั้นทิ้งซะแล้วเธอจะได้รับสิ่งที่เธอหวัง" 

"มีอะไรมาเป็นหลักประกันเหรอว่าถ้าฉันลุกขึ้นมาสู้กับชีวิตฉันแล้วฉันจะได้รับชีวิตดีๆ" 

หญิงสาวเงียบลงไปให้กับคำถามของฉัน 

"แม้แต่เธอยังไม่รู้แล้วฉันจะรู้ได้ไงถูกมั้ย แล้วฉันต้องสู้ทำไม สู้เพื่อใครกัน" 

"บนจักรวาลมีอีกหลายชีวิตเหมือนกันที่กำลังสู้กับโชคชะตาแบบเธอ ตอนนี้เธอได้รับโอกาสแล้วเธอจะไม่ลุกขึ้นมาเพื่อทำอะไรเลยเหรอ" 

"ฉันไม่ใช่คนอื่น ใครจะทำอะไรก็เรื่องของเขาแต่ฉันไม่ต้องการใช้ชีวิตแล้ว" 

"แต่คนอื่นที่ว่าคือเขานะ" 

"เธอไม่คิดบ้างเหรอว่าเธออาจจะช่วยเขาได้" 

ภาพทั้งหมดในความทรงจำที่มีเขาผุดขึ้นมาตั้งแต่วันแรกที่รู้จักเขาผ่านโทรทัศน์จนกระทั่งได้เจอตัวจริง รวมถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน ฉันรู้จักเขาดีมากกว่าใครๆว่าเขาคือคนที่กล้าหาญและลุกขึ้นสู้มากแค่ไหนทั้งที่ชีวิตเขาลำบากมาตลอดและมีแต่สูญเสีย เขาสมควรจะได้รับความรักและสิ่งดีๆจากโลกไม่ใช่มีแต่เรื่องเลวร้ายเข้ามาในชีวิต 

"ว่าไง" 

"เธอจะช่วยเขามั้ย?" 

 

-----------------------------------------------

Talk with writer

มาเปิดเรื่องเกริ่นไว้ก่อนตอนนึงค่ะ! ลงตอนวันเกิดพอดีเลย55555 ก็คงจะดองอีกตามเช่นเคยแต่ถ้าว่างก็จะหาเวลามาอัพใครมีอะไรทักมาในทวิตเตอร์ได้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #253 dolphinsaysmeow (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:54
    เศร้าจังแง้ หน่วงๆ;-;
    #253
    0
  2. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 23:50
    HBD นะคะ💖
    #217
    1
    • #217-1 Little_fg(จากตอนที่ 42)
      17 พฤศจิกายน 2563 / 23:53
      ขอบคุณคับบบ😳🥺
      #217-1
  3. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 23:47
    มาแล้ววว
    #216
    0