end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 36 : Chapter34:คุณสามีของเทเรซ่า(อัพ100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    14 ธ.ค. 63

Chapter34:คุณสามีของเทเรซ่า


 

รุ่งอรุณวันใหม่ของวันนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปทุกอย่าง ทั้งความสัมพันธ์ของทั้งสองคนและการเริ่มต้นใหม่นับจากนี้ดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มขึ้นเท่านั้น เด็กสาวที่เห็นมาตั้งแต่แรกจากคนแปลกหน้ากลายมาเป็นภรรยาตัวน้อยแสนน่ารักและน่าเอ็นดูในสายตาเขาทุกอย่างนอนหลับอยู่ข้างๆเขาเหมือนกับเด็กตัวน้อยๆ

 

เขาเลือกที่จะไม่ปลุกและปล่อยให้เธอนอนต่อจนกว่าเธอจะตื่นเองเพราะเข้าใจว่าเด็กดีคงจะเพลียอยู่พอสมควร แต่ถ้าสายเกินไปเขาก็คงต้องปลุกให้เธอทานอาหารเช้าก่อนไม่งั้นอาจปวดท้องเอาได้

 

"งื้อ..."

 

ร่างเล็กขยับตัวเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นจากร่างเขาด้วยความเคยชินก่อนจะยิ้มออกมา รีไวล์มองภาพตรงหน้าก็หลุดยิ้มตามให้กับความน่ารักของเธอ

 

"รีไวล์..."

 

หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เทเรซ่าเรียกเขาว่ารีไวล์เฉยๆโดยไม่มีคำว่าหัวหน้า แต่ก็นั่นแหละเขามีหลายชื่อเยอะเหลือเกินที่คนตัวเล็กตั้งให้เขา ไม่ว่าจะเป็นคุณสามี คุณป๋า คุณหมี และพี่รีไวล์ทั้งหมดนี้เธอจะเรียกเขาว่าอะไรก็ได้ตามที่อยากจะเรียกเพราะเป็นเธอที่ตั้งชื่อให้เขาไง
 

"อรุณสวัสดิ์"

 

เมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆจ้องเขาตาแป๋วแล้วขยี้ตาตัวเองเบาๆด้วยความงัวเงีย

 

"งื้ออะ..อรุณสวัสดิ์ค่ะ"

 

คนตัวเล็กเริ่มตั้งสติและมองแผ่นอกกว้างที่ไร้เสื้อผ้าอยู่ก็ก้มมองตัวเองและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงด้วยความเขินอายแต่ก็ถูกเขาดึงออกให้เห็นใบหน้าน่ารักที่เริ่มงอแงเพราะรู้สึกได้ถึงความเจ็บ

 

"หนูเจ็บ"

 

"ครับรู้แล้วถึงให้นอนต่อไง นอนพักก่อนเถอะ"

 

"เมื่อคืนแรงไปหน่อย ขอโทษที"

 

"อื้อ"
 

"อยากกินอะไรเช้านี้"

 

"ข้าวต้มหมูสับใส่หมูเยอะๆค่ะ"

 

"ถ้างั้นก็นอนไปก่อนเดี๋ยวลุกขึ้นไปทำให้"
 

รีไวล์ลูบหัวเด็กดีและลุกขึ้นจากเตียงแต่มือนิ่มจับปลายนิ้วเขาไว้ก่อนจะส่งสายตาออดอ้อนมาทางเขาพูดงุ้งงิ้งเสียงหวานเบาๆ
 

"จะอาบน้ำ"
 

"อาบเองไหวเหรอ ให้อาบให้มั้ย"
 

คนตัวเล็กส่ายหน้าทันทีเมื่อเขาถามจบ ขืนเป็นแบบนั้นก็แย่เลยสิ อันตรายพอตัวเลยนะคุณสามีของเธอเนี่ย
 

"นั่นสิอาบพร้อมกันไปเลยดีกว่า"

 

คนเจ้าเล่ห์ไม่สนใจและช้อนตัวเธอขึ้นมาพร้อมกับหยิบผ้าขนหนูผืนสีขาวติดมาด้วยสองผืน หัวหน้ารีไวล์นี่มันจริงๆเลย

 

"!!!หนูอาบเองได้นะคะ"

 

"แต่ตอนนี้ยืนไหวมั้ยล่ะ จะอายอะไรเมื่อคืนก็เห็นหมดแล้ว อาบน้ำแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก"

 

มือเล็กทั้งสองข้างปิดหน้าตัวเองเมื่อนึกถึงเรื่องดมื่อคืนแถมยังจะต้องถูกอาบน้ำให้อีก หัวหน้ารีไวล์รุกแรงเกินไปแล้ว เป็นผู้ชายที่ร้ายกาจมากๆเพราะมัวแต่ปิดตาพอเปิดมาอีกทีก็อยู่ในห้องน้ำแล้ว ฮื่อออมันไม่ปลอดภัยเข้าใจมั้ย

 

เป็นไปตามคาดเพราะหลังจากนั้นทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเขาทุกอย่างและกว่าจะได้ออกมาจากห้องน้ำเพื่อเตรียมมื้อเช้านั้นก็กินเวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ก็แค่จับกินเด็กนิดๆหน่อยๆเองไม่ได้ไปไกลเหมือนอย่างเมื่อคืนแต่เขาก็สนุกอยู่พอตัวที่ได้รังแกเมียเด็กตัวเองจนงอแงแบบนี้

 

“นั่งรอไปก่อน เดี๋ยวทำให้”

 

เทเรซ่ามองตามร่างแกร่งที่กำลังทำอาหารให้อย่างตั้งใจจับจ้องรอยข่วนและรอยกัดที่เธอเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองแล้วส่ายหน้าพยายามทิ้งความคิดเรื่องเมื่อคืนออกไป ยิ่งนึกถึงหน้ามันก็พลันแดงขึ้นจนถึงใบหูโดยอัตโนมัติ

 

นี่พวกเรามาไกลถึงขั้นมีเรื่องอย่างว่ากันแล้วเหรอ ผู้ชายตรงหน้าฉันไม่ได้เป็นแค่คุณสามีที่เรียกเล่นเฉยๆอีกแล้วแต่เป็นคุณสามีจริงๆทั้งที่รู้จักกันมาตั้งห้าเดือนแล้วแทนที่จะเคยชินกันแต่ตอนนี้กลับเหมือนไม่รู้จักกันเพราะว่า..เพราะว่าอะไรกันอะ!...งื้อ...เริ่มรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่รู้เรื่องซะแล้วสิ มึนไปหมด คือพยายามจะหมายความว่าพอมีอะไรกันแล้วทุกอย่างมันดูใหม่ไปหมดเลย...เหมือนกับเพิ่งได้เริ่มรักกันจริงๆเหมือนกับ..เพิ่งแต่งงานเสร็จใหม่ๆแล้วเข้าเรือนหอกัน...

 

ฉันอ่านนิยายมากเกินไปจริงๆด้วย! เลิกจินตนาการเรื่องพวกนั้นเสียทียังไม่ได้แต่งงานกันจริงๆเสียหน่อย!

 

แต่ก็ได้กันแล้ว...

 

ฮื่อออ ช่วยด้วยคิดแต่เรื่องเมื่อคืนอีกแล้ว
 

รีไวล์คนข้าวในหม้อเหลือบมองเทเรซ่าที่กำลังนั่งเหมือนเถียงอะไรก็ไม่รู้กับตัวเองอยู่เคาะกะโหลกส่ายหน้ารัวๆฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เขาหลุดยิ้มออกมารอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวันนี้ มีแต่รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้เอ็นดูและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความสุขเหล่านี้จะอยู่ไปกับพวกเขาได้นานขนาดไหนกันนะ?

 

คนจมูกดีเงยหน้าขึ้นมาตามกลิ่นหอมของข้าวต้มฝีมือเขาที่เป็นพ่อครัวคนโปรดสามารถทำอาหารได้ทุกอย่างตามใจเธอ รีไวล์ตักข้าวต้มใส่ชามวางลงกับโต๊ะทั้งสองชามก่อนจะล้างมือแล้วมานั่งด้วยกัน

 

เขาและเธอไม่รู้หรอกว่าความสุขจะมีอยู่ไปอีกนานมั้ย

 

และพวกเขาทั้งคู่ไม่รู้ด้วยว่าอนาคตจะเป็นยังไง

 

พวกเขาไม่ใช่หมอดูหรือพระเจ้า นักทำนายอนาคต หรือผู้หยั่งรู้ที่จะสามารถรู้ได้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาได้บ้าง แต่ว่า...
 

“หัวหน้าใส่หมูให้หนูเยอะจริงๆด้วย”
 

“นี่ๆ มื้อกลางวันหนูขอข้าวห่อไข่ได้มั้ยคะ”

 

“อาหารฝีมือคุณสามีอร่อยที่สุดในโลกเลย”

 

ความสุขมันก็อยู่ตรงหน้าเขาแล้วไม่ใช่เหรอ...

 

ใช่ อย่างที่เขาพูดไปว่าเขาไม่มีทางรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในภายภาคหน้า แต่ถึงเครียดไปตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อความสุขอยู่ตรงหน้าเขาก็ควรจะรักษามันเอาไว้ตราบเท่าที่ชีวิตของเขาในฐานะผู้ชายคนนึงจะทำได้

 

ที่เขาเคยพนันเอาไว้ว่าสักวันพวกเราจะกลับมาอีกจะสิ้นสุดผลพนันก็ต่อเมื่อสงครามทั้งหมดจบลง และถึงแม้ก่อนหน้านั้นพวกเขาจะแยกจากกันไปรอบนึงแล้วก็ยังกลับมานั่งด้วยกันอยู่ที่นี่อีก คิดเหรอว่าถ้าพวกเขาแยกจากกันอีกจะไม่ได้เจอกันอีกครั้งน่ะ

 

ไม่มีทาง...

.

.

“หัวหน้ากินขนมมั้ย หนูแบ่งให้ได้นะ”

 

เด็กน้อยนั่งกินขนมอยู่บนตักเขาพลางนั่งอ่านหนังสือไปด้วย รีไวล์ที่เห็นเช่นนั้นจึงส่ายหน้าปฏิเสธ เขาไม่ค่อยชอบขนมหวานเท่าไหร่

 

“ฉันไม่ค่อยชอบเธอก็รู้”

 

“หนูรู้ แต่ว่ากินของหวานบ้างน่าจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นนะคะ”
 

“ฉันไม่ได้อารมณ์เสียอยู่แล้วอีกอย่างถึงจะบอกว่าไม่ชอบขนมหวานแต่ฉันก็กินอะไรหวานๆตลอด”

 

คนตัวเล็กขมวดคิ้ว ไม่ชอบกินของหวานแต่ก็กินอะไรหวานๆตลอด หมายถึงหัวหน้ากินน้ำตาลทุกเช้าเพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำตาลเหรอ คือยังไงอะ

 

“ก็ตอนกินเธอไง”

 

รีไวล์ที่เห็นเด็กนั่งหน้างงก็เฉลยคำตอบที่เขาพยายามจะสื่อถึง พอได้ยินแล้วก็หน้าแดงแปร๊ดตบไหล่เขาด้วยแรงทั้งหมดที่เท่าแรงมดสำหรับรีไวล์น่าฟัดอีกรอบจังวะ

 

“หนูไม่ใช่ของกินนะ”

 

“แต่เป็นเมียฉัน”

 

รีไวล์เลียครีมที่เลอะริมฝีปากเล็กเข้าปากตัวเอง เมียเด็กของเขาก้มหน้างุดๆเงยขึ้นมากัดขนมเข้าปากตัวเองแล้วคอยระวังเขาไม่ให้เข้าใกล้มาทำอะไรเธอ

 

“หนูเขินพอได้แล้วนะ พูดมาสิบกว่ารอบแล้ว หลงหนูหัวปักหัวปำแล้วรึไง”

 

“เออ รู้แล้วจะถามทำไม”

 

“หนูน่ารักล่ะสิ”

 

คนตัวเล็กแซวเขาที่เอาแต่ตามติดเธอแจ จะลุกไปไหนก็พาอุ้มขึ้นไปนัวเนียอยู่ตลอดเวลา ถึงจะน่าอายไปบ้างที่ต้องพูดแบบนี้แต่ขืนถ้าไม่ยอมโต้ตอบหรือรุกกลับไปเธอก็ต้องเป็นฝ่ายโดนเขาเล่นงานอย่างเดียวน่ะสิ

 

“เพลาๆบ้างนะความหลงตัวเองน่ะ”

 

“หนูหลงอยู่ในหัวใจหัวหน้าต่างหาก อย่ามั่วสิคะ”

 

“เดี๋ยวก็เดินไม่ได้อีกหลายวันหรอก”

 

“…”

 

รีไวล์มองเด็กสาวที่ปิดปากเงียบสนิททันทีที่เขาขู่ใส่ เนี่ยน่ารักจริงๆจะนั่งเฉยๆก็ยังน่ารัก เมียเขาโคตรน่ารักเลย น่ารักไปทั่วตัวก็แค่นี้ทำไมน่ารักเท่าโลกเลยนะ

 

จริงๆแล้วเขาเป็นคนโคตรหลงเมียเพิ่งรู้ตัว เทเรซ่าจะทำอะไรในสายตาเขามันก็ดีไปหมด
 

เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังถูกจ้องอยู่ด้วยดวงตากลมโตนั่งตาแป๋วอยู่ เขาขมวดคิ้วมองตามสายตาที่จ้องมองที่หน้าท้องเป็นมัดแน่น มือบางถือวิสาสะเลื่อนลงไปจับมันด้วยความอยากรู้ แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกใจเต้นแรงแล้วหน้าร้อนแปลกๆด้วยละเนี่ย เขาควรจะเป็นคนทำให้อีกฝ่ายหน้าแดงไม่ใช่รึไง

 

“มีอะไร?”

 

“!!!เปล่าค่ะ หนูแค่สงสัยว่าหัวหน้าออกกำลังกายหนักมากขนาดไหนกัน”

 

ร่างบางสะดุ้งโหยงเมื่อถูกหายใจรินต้นคอตามมาด้วยเสียงทุ้มชวนน่าฟังถาม รีไวล์เมื่อได้คำตอบก็ยิ้มส่ายหัวให้กับความอยากรู้ของเด็กน้อยที่ทำให้เขาเขินเพียงเพราะนั่งเอียงคอจับซิกแพ็กเขา

 

“ชอบมั้ยล่ะ?”

 

“หนูชอบแค่หัวหน้ารีไวล์ค่ะต่อให้ไม่มีกล้ามหนูก็ชอบอยู่ดี สำหรับหนูแล้วหัวหน้าดูดีไปหมดเลย น่ารักมากๆด้วย!”

 

“ก็เพราะปกติใครๆเขาก็ชมผู้ชายว่าเท่หรือหล่อไงคะ แต่ชมว่าน่ารักมันไม่เหมือนใครแถมพิเศษมากๆด้วย เขินล่ะสิ!หนูชมแค่หัวหน้าคนเดียวเลยนะ”

 

เทเรซ่าจุ๊บคางเขา เขาหน้าแดงจริงๆนั่นแหละเขารู้สึกได้เพราะเขากำลังเขินเธอจริงๆโดนชมว่าน่ารักมันทำให้ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว
 

“แต่ว่าเย็นนี้อย่าลืมโกนหนวดนะคะ เพราะว่ามันจั๊กจี้ต้นคอหนู แล้วถ้าปล่อยไว้นานๆจะดูเหมือนโจรได้ อ๊ะ!แต่จะเป็นโจรได้ไงก็หัวหน้าเป็นคุณสามีหนูนี่นา”

 

เทเรซ่าตั้งใจหยอดเขาให้เขินจริงๆเพราะเห็นใบหน้าเขาที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆลามไปถึงใบหู หัวหน้ารีไวล์น่ารักจริงๆนั่นแหละ ผู้ชายเย็นชาอย่างหัวหน้ารีไวล์เวลาเขินเนี่ยสุดยอดไปเลยว่ามั้ย ว้า~แต่แย่จังที่บ้านทุกคนคงจะไม่มีหัวหน้าเหมือนกับเราสินะ

 

ก็หัวหน้าน่ะเป็นคุณสามีของเทเรซ่าไงล่ะ
 

“เธอมันขี้อ่อยเทเรซ่า”
 

รีไวล์ก้มลงมาดูดปากคนตัวเล็กที่หัวเราะคิกคักอยู่ เทเรซ่าไม่ได้มีท่าทีขัดขืนเขาแต่อย่างใดจึงเริ่มโต้ตอบรุกกลับไปด้วยความเริ่มชำนาญโดยมีครูฝึกดีอย่างเขาสอนให้อยู่ตลอดเวลา มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุขจึงลูบไล้ไปตามตัวหยุดที่ขาอ่อนแล้วคลำเบาๆ เขาไม่ได้ล่วงล้ำอะไรไปมากกว่านี้เพราะเขารู้ดีว่าเทเรซ่ายังเจ็บอยู่มากขนาดไหน ถึงจะนั่งพูดคุยกับเขาได้อย่างอารมณ์ดีแต่ตอนที่ขยับตัวหรือพยายามลุกขึ้นยืนเฉยๆยังไม่ไหวเลย
 

“หัวหน้า…”
 

“หืม?”
 

“คือ…ไว้หนูหายเจ็บ..ตรงนั้นแล้วเราไปเที่ยวกันดีมั้ย”
 

“ก็ถ้าเธอว่าไงฉันก็ว่างั้นแหละ แต่กว่าจะหายเจ็บต้องนานแน่เลยว่ามั้ย?”
 

“ฮื่อ! ไม่คุยด้วยแล้ว”
 

“นอนพักเยอะๆ เดี๋ยวงานบ้านกับอาหารฉันทำให้เอง”
 

“หัวหน้าใจดีจัง…”
 

“ก็ผัวเธอไง”
 

“...ไม่รู้ไม่ชี้จะนอนแล้วกอดๆหน่อยหนูจะได้หลับ”
 

แขนแกร่งโอบร่างเล็กทิ้งตัวลงกับเตียงให้คนตัวเล็กนอนสบายๆแล้วคอยลูบหัวเบาๆให้เธอค่อยๆเคลิ้มหลับ คนตัวเล็กชอบนอนใกล้ๆเขาแม้ว่ามันอาจจะอึดอัดหน่อยก็ตามเพราะเขาตัวหนาราวกับคุณหมีแต่มันก็อบอุ่นจนไม่ต้องพึ่งผ้าห่มผืนหนาเลย กลิ่นตัวของเขาก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้เธอเสพติดอ้อมกอดเขาจนอยากจะกอดอยยู่ตลอดเวลา
 

ชอบจัง…
 

หัวหน้ารีไวล์น่ารักที่สุดในโลกเลย
 

รีไวล์เฝ้าดูเด็กเล็กที่ผลอยหลับไปแล้วก็ลุกขึ้นอย่างช้าไม่ให้รบกวนเธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้และเกลี่ยหน้าม้าที่ปิดหน้าปิดตาขึ้นมาทัดหูให้ก่อนจะลุกขึ้นมามองนาฬิกาออกไปทำอาหารให้ เหมือนพ่อเลี้ยงลูกเลยแฮะตัวเขาตอนนี้น่ะแต่ถึงจะบ่นไปอย่างนั้นเขาก็ยินดีทำให้อยู่ดีแหละ เพราะว่าเขารักเธอยังไงล่ะ

.

.

ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากฝันร้าย พอมองนาฬิกาออกไปก็พบว่าจวนจะค่ำแล้ว เป็นเพราะนอนช่วงเย็นแน่ๆถึงให้ตื่นมาและปวดหัวอย่างนี้ แต่ว่าก็ไม่เห็นเป็นไรเลยเดี๋ยวคุณสามีก็มาดูเทเรซ่าเองนั่นแหละ
 

จะว่าไปหัวหน้าบอกว่าจะทำอาหารและงานบ้านแทนให้นี่นา มื้อเย็นจะมีอะไรกินบ้างนะ อยากกินไข่ตุ๋นใส่กุ้งเยอะๆจังต้องอร่อยน่าดูเลย รู้มั้ยทุกคนไข่ตุ๋นใส่กุ้งน่ะอร่อยที่สุดแล้ว!
 

อยากเดินได้แล้วเร็วๆจังอยากไปเที่ยวกับหัวหน้ารีไวล์พาหัวหน้าไปเที่ยวโดยไม่ต้องสนใจแล้วว่าจะเหลือเงินเก็บกี่บาท เพราะเราไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไงถึงต้องรีบทำตอนมีโอกาสให้ดีที่สุด เอาเป็นเหมือนทริปฮันนีมูนไปเลย!
 

เริ่มตั้งแต่ซื้อชานมไข่มุกร้านโปรด ชีสเค้ก ตามด้วยไปกินบิงซูหลังจากนั้นก็ไปกินกุ้งเผากัน แต่ว่าควรจะกินของคาวก่อนกินของหวานนี่นา ไม่เป็นไรหรอกเนอะสุดท้ายยังไงมันก็เข้าไปอยู่ในกระเพาะเราอยู่ดี
 

แล้วก็พาไปเที่ยวทะเล แต่ว่าไม่ค่อยชอบทะเลเลยแฮะ แต่ที่ยอมไปก็เพราะที่นั่นมันเป็นสถานที่แรกที่เราได้พบกันนี่นา
 

ถึงจะไม่ใช่ที่เดียวกันแต่มันก็คล้ายๆกันนั่นแหละ!
 

แล้วก็หาที่พักสำหรับค้างคืน อยากขึ้นเขาจังอยากไปทุกทีเลยทำไงดี
 

เอาไว้ค่อยคิดอีกทีละกันว่าจะไปไหน มาอ่านนิยายที่ค้างต่อดีกว่าเดี๋ยวไม่ได้อ่านเล่มอื่นสักที
 

“ตื่นแล้วเหรอ”
 

ฉันเงยหน้าจากหนังสือเล่มหนาที่กำลังอ่านอย่างเพลิดเพลินมองคนที่ยืนพิงประตูห้องอยู่เดินข้างมานั่งข้างๆวางมือบนหน้าผากเพื่อเช็คอุณหภูมิไข้แล้วลูบหัวเบาๆ
 

“ไข้ยังไม่ลดเลย”
 

“มื้อเย็นมีอะไรกินเหรอคะ”
 

เทเรซ่าไม่ได้สนใจตัวเองสักเท่าไหร่ว่าไข้จะลดมั้ยหรือว่ายังไงแต่กลับถามถึงมื้อเย็นด้วยตาเป็นประกาย อาหารที่เขาทำน่ะอร่อยมากจริงๆถ้าเปลี่ยนจากเป็นทหารไปเปิดร้านอาหารต้องรุ่งชัวร์ๆ
 

“ห่วงแต่กิน”
 

เทเรซ่าหลับตาปี๋โดนดีดหน้าผากไปหนึ่งที รีไวล์อุ้มเด็กน้อยขึ้นมาก่อนจะจุ๊บหน้าผากแล้วตอบเธอ
 

“ไปดูเอาเอง”
 

และแล้วมื้อเย็นที่รอคอยก็มาถึง อาหารประจำที่กินตอนอยู่โลกนั้นทุกครั้งรองลงมาจากการกินซุปมันฝรั่งนี่นา แต่ว่าอันนี้มันเป็นของโปรดฉันมากนั่นก็คือซุปเห็ดนั่นเอง เขาบังเอิญทำเมนูได้ตรงใจฉันพอดีหรือว่ารู้ว่าฉันชอบกินกันนะ แต่ฉันก็ไม่เคยบอกเขาสักหน่อยว่าชอบถ้างั้นก็คงบังเอิญแหละแต่บอกให้เขารู้ดีกว่าจะได้ให้หัวหน้าทำให้กินบ่อยๆ
 

คุณไข่ตุ๋นกุ้งไม่ต้องน้อยใจไปนะเพราะยัังอยู่เป็นอันดับหนึ่งในใจเสมอ
 

“หนูชอบกินซุปเห็ดที่สุดเลย หัวหน้าทำบ่อยๆนะคะ”
 

รีไวล์พยักหน้า เขารู้อยู่แล้วว่าเทเรซ่าชอบกินซุปเห็ดเพราะเวลาได้กินทีไรก็เห็นตาลุกวาวทุกที เขาเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจรายละเอียดคนรอบข้างเสมอแม้คนอื่นจะดูเขาไม่ออกก็ตาม ถึงตอนนั้นเขาจะมองเทเรซ่าเป็นแค่เด็กคนนึงและยังไม่คิดอะไรเกินเลยเขาก็ยังรู้อยู่ดีเพราะความช่างสังเกตเขา
 

“ถ้าชอบก็ดีแล้ว ไว้จะทำบ่อยๆ”

 

“สัญญานะคะ”

 

“แน่นอนเรื่องแค่นี้เอง”

 

สามีของเธอนี่น่ารักที่สุดในโลกเลยจริงๆ

 

.

.

"หัวหน้าหนูอยากเลี้ยงแมว อยากเล่นกับคุณแมว"
 

"ยังไม่หลับอีกเหรอ"
 

ร่างหนาพลิกตัวเข้าหาคนตัวเล็กที่สะกิดหลังเขา ทันทีที่เขาหันกลับมาเด็กสาวก็ซุกตัวเขาแล้วพยักหน้าให้อย่างน่าเอ็นดู
 

"หนูน่ะนะคิดไว้แล้วด้วยแหละถ้าเกิดเลี้ยงแมวจะตั้งชื่อว่าอะไร"
 

"ตั้งว่าอะไรล่ะ"
 

"ชื่อก๊องแก๊ง เป็นไงน่ารักเปล่า ก๊องแก๊งของน้องก้อยเลยนะเป็นคู่หูเพื่อนซี้กันไปเลย"
 

เขาหลุดยิ้มให้กับภรรยาตัวน้อยของเขาที่เสียงหวานเวลาพูดถึงแมวตั้งชื่อให้มันแล้วแสดงความเป็นเจ้าของด้วยชื่อของตัวเองอีกที
 

"ชื่อไม่แปลกเหรอ"
 

"มันไม่น่ารักเหรอคะ"
 

ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆพูดเสียงอ่อยหวังให้คนตรงหน้าเธอเห็นด้วยกับชื่อที่เธอนอนคิดแล้วมาเป็นอย่างดี ชื่อก๊องแก๊งมันออกจะน่ารักแถมยังเป็นตัวกอไก่เหมือนกับชื่อเธอด้วย
 

"ก็น่ารักดี"
 

"ใช่มั้ยล่ะน่ารักมากเลยนะ หนูน่ะคิดมาดีแล้ว"
 

"ชอบแมวขนาดเลยเหรอ"
 

"รองจากหัวหน้าหนูก็รักแมวที่สุดเลย"
 

"แล้วของกินล่ะ"
 

"เอ่อ..."
 

เทเรซ่าถึงกับต้องใช้ความคิดอย่างหนักในเมื่อทั้งสองอย่างสำคัญไปหมด ให้อันดับเดียวกันได้รึเปล่านะ
 

"รักเท่ากันเลย!"
 

"แล้วฉันล่ะ"
 

"คืองี้เลยนะหัวหน้า โลกน่ะถ้าเกิดออกไปนอกโลกยังมีดวงดาวอื่นอยู่อีกนับล้านดวงและที่อื่นอีกที่พวกเราไม่รู้หรือหาที่สิ้นสุดไม่ได้เรียกกันว่าจักรวาล หนูน่ะนะรักหัวหน้ารีไวล์มากกว่าจักรวาลนี้อีก!"
 

"แต่เธอบอกว่ามันไม่มีที่สิ้นสุด แล้วเธอจะมากกว่าจักรวาลได้ไง"
 

"ก็หมายความว่าหนูรักหัวหน้ารีไวล์แบบที่ใครก็รักไม่ได้เท่าหนูไง สุดยอดมั้ยๆ"
 

คนตัวเล็กรอคำตอบจากเขา ถึงในห้องจะมืดเพียงใดแต่เขาก็พอจะเห็นใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสากำลังยิ้มแป้นให้เขาอยู่ ให้ตายเถอะเด็กคนนี้นี่มันทำเขาแพ้เธอไปทุกทางเลยนะ
 

"ไม่เลวเลยนี่"
 

"คุณหมีล่ะรักหนูมากมั้ยนะอยากรู้จริงเชียว"
 

"ก็...คงพอๆกับเธอมั้ง"
 

"แสดงว่าต้องเยอะมากเลยสิคะ!"
 

เด็กสาวยิ้มตาหยีเมื่อถูกมือเรียวยาวลูบหน้าม้าขึ้นเปิดหน้าผากจุมพิตด้วยความรักใคร่ รีไวล์ถูกริมฝีปากเล็กจุ๊บปลายคางของตนเองในแบบที่คนตัวเล็กชอบทำกับเขา ให้ตายเถอะเขากลั้นยิ้มแทบไม่อยู่แล้วนะ
 

"หนูชอบบอกรักหัวหน้า หัวหน้าเบื่อมั้ยถ้าหนูบอกทุกวัน"
 

"ไม่เบื่อ"
 

"รู้เลยนะคะว่าคนนี้เขาอยากให้เราบอกรักแน่ๆ ชอบใช่มั้ยล่าา"
 

ใบหน้ามนคลอเคลียเขาไปมายิ้มระรื่นหัวเราะคิกคักชอบใจที่ได้ออดอ้อนและเต๊าะชายตรงหน้าอย่างที่เคยทำ
 

"แล้วหัวหน้าเคยอยากทำอะไรเป็นพิเศษมั้ย อย่างเช่นอยากเลี้ยงเจ้าก๊องแก๊งแบบหนู"
 

"เลี้ยงก๊องแก๊งกับเธอมั้ง"
 

เทเรซ่าทำหน้าตาประหลาดใจยิ้มกว้างออกมาอย่างไร้สาเหตุบอกไม่ได้ว่าเธอยิ้มเพราะอะไรรู้แต่ว่าเธอมีความสุขที่เขาพูดกับเธอแบบนั้น
 

"แล้ว...อย่างอื่นล่ะคะ"
 

"ก็คงเลิกเป็นทหารแล้วมาเปิดร้านชา ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาอย่างที่เขาทำกัน ไม่ต้องสู้เปื้อนเลือดอย่างที่ทำอยู่ล่ะมั้ง ถึงมันจะดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับใครหลายๆคน แต่เพราะไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบนั้นสำหรับฉันมันเลยพิเศษ"
 

"เพราะว่าเป็นทหาร เป็นหัวหน้าและมีลูกน้อง มีภาระที่ต้องคอยแบกรับ มีคนคาดหวังเพราะเป็นมนุษยชาติคนเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งที่ไม่มีพลังไททัน ทุกคนเลยหวังไว้ว่าฉันจะจัดการได้ทุกอย่างรวมถึงเอเลน"
 

"ถึงใครจะเรียกฉันว่ามนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นคนพิเศษ แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรสักนิดมันออกจะน่าอึดอัดเสียมากกว่า"
 

"แต่สำหรับหนูแล้วหัวหน้าเป็นแค่คนธรรมดาในสายตาหนูนะ ถึงจะแข็งแกร่งมากแค่ไหนแต่ยังไงก็แค่คนธรรมดาอยู่ดี"
 

"หัวหน้าที่หนูรู้จักน่ะเป็นแค่ผู้ชายชอบทำงานบ้าน รักสะอาด ชอบกินชา ชอบดุคนอื่นเวลาทำผิดแต่ก็คอยสอนให้ตลอด เป็นคนที่ดูเหมือนเย็นชาแต่จริงๆแล้วอบอุ่นและอ่อนโยนอยู่เสมอ ไม่ใช่อย่างที่คนอื่นเขามองกัน"
 

"อีกอย่างที่หนูรักหัวหน้าก็เพราะคือรีไวล์ ไม่ใช่เพราะเป็นหัวหน้าหรือมนุษยชาติที่แข็งแกร่งที่สุดอะไรนั่น"
 

"แต่เธอเรียกฉันว่าหัวหน้านี่"
 

"ก็มันชินไปแล้วอะ โอ๊ย!หัวหน้านี่ขัดมู้ดจริง"
 

"ขัดมู้ดคืออะไร?"
 

"หมายถึงขัดอารมณ์หนู ปั๊ดโธ่!อุตส่าห์พยายามพูดให้หัวหน้ารู้ว่าหนูน่ะรักหัวหน้าแค่ไหน แต่ทำไม!!!"
 

"พอแล้ว"
 

มือหนาลูบแก้มเนียนบนใบหน้าหวานแล้วยิ้มให้จนคนตัวเล็กต้องหยุดพูดเพราะปรับอารมณ์ไม่ทันที่เห็นเขายิ้ม รีไวล์รักเด็กคนนี้จนไม่รู้จะพูดหรือแสดงการกระทำออกมายังไงให้อีกฝ่ายรับรู้ได้แล้วนะ ทำไมคนตัวเล็กของเขาถึงน่ารักขนาดนี้กัน
 

"อะ..อะไรกันเล่า"
 

"เธอนี่มันน่ารักเสมอต้นเสมอปลายเลยนะ"
 

เมื่อถูกชมเข้าไปแบบนั้นคนตัวเล็กที่มักเขินจนหน้าแดงซุกอกเขาทุกครั้งจึงเพิ่มระดับความรุนแรงด้วยการต่อยเขาเข้าไปกลางอกเต็มๆหนึ่งที ส่วนรีไวล์ที่หลงเด็กเข้าอย่างถอนตัวไม่ได้จึงเอาแต่ลูบหัวหัวเราะอยู่ฝ่ายเดียว
 

"อย่ามาทำเป็นชมกันนะ!"
 

"ก็น่ารักจริงไม่รู้ตัวเหรอ คำพูดเธอแต่ละอย่างน่ะน่ารักนะ"
 

"หัวหน้าอย่ามาขี้เต๊าะ"
 

"ก็ฉันพูดตามความจริง"
 

"หนอยแน่เจ้ารีไวล์ แอคเคอร์แมน ทีแต่ก่อนทำมาบ่นรำคาญนะ น่าตีจริงเชียว"
 

"อดีตก็ให้มันเป็นเรื่องอดีตเถอะ แต่ก่อนที่ทำตัวไม่ดีขอโทษด้วยละกันลืมๆมันไปนะ"
 

"ไม่ลืมหรอก ถึงจะโดนบ่นแต่ทุกครั้งหัวหน้าก็ยังเป็นคนคอยดูแลตลอดเลยนี่ มีแต่เรื่องประทับใจเลยนะ"
 

"มีอะไรให้ประทับใจด้วยเหรอ"
 

"ตอนที่ร้องไห้แล้วหัวหน้ายอมให้หนูกอดจนน้ำมูกเปื้อนเสื้อแต่หัวหน้าก็ไม่บ่น ตอนนั้นประทับใจมากเลยนะ"
 

"เธอดูมีความประทับใจแปลกๆดีนะ"
 

เขานึกถึงตอนนั้นแล้วก็ยังสงสัยไม่หายว่าทำไมกันนะเขาถึงยอมให้เธอเข้ามากอดเขาได้ หรือจริงๆแล้วเขาในตอนนั้นเองก็รู้สึกดีกับคนตัวเล็กอยู่แล้ว ไม่สิถึงหาคำตอบไปมันก็เท่านั้นเพราะสุดท้ายแล้วเขาก็มาตกหลุมรักเธออยู่ดี
 

"เนอะ แต่คิดว่าใครๆก็ประทับใจกับสิ่งเล็กๆน้อยๆทั้งนั้นแหละ ตอนนั้นที่ประทับใจก็คงเพราะว่าเหมือนหัวหน้าไม่ได้รังเกียจหนูไงเลยรู้สึกอบอุ่น"
 

ตอนที่เทเรซ่าพูดถึงเขาดวงตาของเธอเป็นประกายทุกครั้งเลยแถมยังพูดเยอะกว่าปกติอีกด้วย ทำให้เขารู้สึกได้รับความรักจากเธอผ่านการเล่าเรื่องของเขาในมุมมองของเธอมากขึ้นว่าเด็กคนนี้มองเขายังไง และแน่นอนเขากำลังรักเธอมากขึ้นผ่านคำพูดของเด็กคนนี้
 

ชักจะเขินขึ้นมาแล้วสิ...
 

"แล้วก็นะตอนที่พาไปดูดาว..."
 

"เทเรซ่า"
 

"คะ?"
 

"นอนได้แล้ว"
 

"ขะ..ขอโทษค่ะ หนูพูดมากไปสินะคะ"
 

"ไม่ใช่แบบนั้น"
 

เทเรซ่าที่ไม่ทันจะได้ถามอะไรออกไปก็ถูกเขากอดจมอก เสียงหัวใจที่เต้นแรงไม่แพ้กับเธอทำให้เทเรซ่ารู้ว่าเขาเองก็รู้สึกเขินอายกับสิ่งที่เธอพูดจึงปิดตาลงยิ้มบางๆกระชับอ้อมกอดนั้นกลับ หัวหน้ารีไวล์น่ะน่ารักจริงๆนะ น่ารักที่สุดในโลกเลย
 

"ฝันดีนะคะหัวหน้ารีไวล์"
 

"ราตรีสวัสดิ์"
 

ทั้งคู่หลับตาลงเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราในคืนนี้ คนตัวเล็กที่ยามเมื่อได้อยู่ใกล้เขาสามารถหลับสนิทได้อย่างง่ายดาย เพราะการมีเขาอยู่ใกล้ๆทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย ส่วนเขายังคงคิดบางอย่างอยู่ในหัว พอถูกถามว่าอยากทำอะไรเป็นพิเศษก็รู้สึกมีความคิดมากมายผุดขึ้นมานับไม่ถ้วน เขาอยากจะทำอะไรบ้างกันนะ?
 

แต่ก็คิดเอาไว้ว่าอยากจะอยู่กับเธอแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อยากตื่นขึ้นมาเจอเธอในทุกๆวัน เพราะเธอคือคนที่พิเศษมากกว่าใคร สำคัญมากกว่าใครบนโลกใบนี้ ถึงจะดูเป็นอะไรที่เรียบง่ายแต่จริงๆแล้วยากเหลือเกิน พวกเราจะมีเวลาแบบนี้ไปอีกนานสักเท่าไหร่กันนะ
 

เขารู้ว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน และไม่มีอะไรมาเป็นหลักประกันได้เลยว่าเธอหรือเขาเองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป
 

เมื่อไหร่เรื่องวุ่นวายทุกอย่างจะจบลงกันนะ
 

อยากแต่งงานแล้ว

.

.

อัพ100%

 

"มีอะไรหรือเปล่า"

 

"เปล่าค่ะ...แค่รู้สึกแปลกๆ คงเป็นเพราะอยู่ๆพายุก็เข้าล่ะมั้งคะ"

 

ฉันมองผ่านประตูกระจกใสออกไปยังฝนเม็ดใหญ่ที่กำลังตกลงมาพร้อมกับลมแรงที่พัดต้นไม้ใหญ่อย่างน่ากลัว เสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่นี้ทำเอาใจหายอยู่ไม่น้อย

 

"กลัวเสียงฟ้าผ่าเหรอ"

 

"เปล่าค่ะ ก็แค่รู้สึกเหมือนจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น"

 

ฉันลูบแขนตัวเองอย่างเบามือ ก่อนจะปิดผ้าม่านลงไม่มองข้างนอกอีกต่อไปแล้วหยิบแจกันขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนดอกไม้ใหม่

 

"ก็แค่ฝนตก"

 

"ตอนที่แม่หนูเสีย ฝนก็ตกแบบนี้เลยฝังใจล่ะมั้งคะ"ฉันหยิบช่อดอกเยอบีร่าขึ้นมาจัดใส่แจกันอย่างตั้งใจ เพราะว่าชอบดอกไม้ก็เลยรู้สึกสงบใจมากขึ้นตอนที่ได้จัดมันตั้งวางสวยๆไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงรู้สึกร้อนรนในใจเพราะเผลอพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกไป

 

"โทษที"

 

"คนเราสักวันยังไงก็ต้องจากไปเป็นเรื่องธรรมดา ถึงเอาเข้าจริงจะยอมรับไม่ได้ที่ต้องสูญเสียคนสำคัญไป แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

 

"ดอกไม้ที่เธอใส่แจกันไปคือดอกอะไร"

 

รีไวล์เปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นคนตัวเล็กซึมลง

 

"มันเรียกว่าดอกเยอบีร่าค่ะ สวยมั้ยคะ"

 

"สวยดี"

 

"เหมือนว่าดอกไม้ชนิดนี้จะมีความหมายอยู่ว่าจิตใจที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง ฟังแล้วดูดีว่ามั้ยคะ"

 

"เหมือนเธอเลยนี่"

 

"คะ?"

 

"ความหมายของมันน่ะ เหมือนกับเธอดี"

 

พอถูกเขาจ้องหน้าแล้วพูดแบบนั้น ใบหน้าก็เริ่มแดงอย่างไม่มีสาเหตุ ไม่รู้ว่าเขินอะไรเหมือนกันแต่รู้สึกว่าในใจมันกำลังอบอุ่นแปลกๆเหมือนโดนชมอยู่เลย

 

"แต่มันก็มีอีกความหมายนึงคือเหมือนกับบอกเป็นโดยนัยด้วยนะคะว่า 'คุณคือแสงอาทิตย์ของฉัน' มันน่าจะเหมือนกับหัวหน้ามากกว่านะคะ"

 

เด็กสาวอมยิ้มบางๆเหลือบตามองคนที่เดินเข้ามาอยู่ข้างหลังวางแขนทั้งสองข้างลงบนตู้ลายไม้ที่มีคนตัวเล็กคั่นกลางอยู่เกยคางอยู่บนไหล่เล็กที่แบกรับอะไรมากกว่าที่คนอื่นเห็น

 

"แบบนั้นยิ่งเหมือนกับเธอเข้าไปใหญ่"

 

"หนูเหรอ?"

 

"ก็แสงอาทิตย์มันอบอุ่นและเป็นเหมือนกับแสงสว่างในชีวิต"

 

"หนูว่ามันร้อนมากกว่า"

 

"พูดแต่ฉันชอบขัดเธอ เธอก็ชอบขัดฉันเหมือนกันแหละน่ะ"

 

เด็กสาวหลุดขำออกมาเพียงเล็กน้อย เพราะตัวเองยังคงรู้สึกกังวลอยู่

 

"แค่ฝนเทเรซ่า มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

 

"รู้ด้วยเหรอคะว่าหนูกำลังกังวลอยู่"

 

"ตอนที่เธอรู้สึกไม่ว่าอะไรก็ตาม สีหน้าเธอมันแสดงออกมาหมด"

 

"หนูเก็บอารมณ์ไม่เก่งเหรอคะ"

 

"เก็บเก่ง แต่ฉันแค่สังเกต แต่ตอนโกรธดูไม่ออก เธอเคยโกรธใครบ้างหรือเปล่า"

 

"คนเราก็ต้องเคยโกรธกันบ้างสิคะ ไม่ได้เป็นก้อนหินนะ"

 

"ก็ไม่เคยเห็น"

 

"มันไม่น่ารักหรอกค่ะ ถึงไม่ได้โกรธหนูก็ไม่ได้น่ารักขนาดนั้นด้วย จริงๆแล้วตัวหนูเองก็ไม่ใช่คนดีสักหน่อย"

 

"ฉันก็ไม่ใช่คนดี"

 

"ไม่หรอกค่ะ สำหรับหนูแล้วหัวหน้าน่ะเป็นคนดี"

 

"เธอก็เหมือนกัน"

 

"เชื่อเถอะ พนันได้เลยว่าถ้าหัวหน้ารู้ว่าหนูเป็นคนยังไงได้ฟาดหนูตายแน่"

 

"ไหนเล่าสิคะ"

 

เด็กสาวกะพริบตาปริบ หัวหน้าตอนที่พูดคะขานี่มันที่สุดของความเป็นแด๊ดดี้เลย เอาจริงๆหัวหน้านี่มันร้ายกาจเอาเรื่องเลยนะ!

 

"มาพูดจงพูดจาไพเราะ ไม่ได้ผลหรอกนะ!"

 

"ฉันอยากฟังเรื่องของเธอ ไม่ได้เหรอ?"

 

"หนูน่ะเคยฟาดหัวคนด้วยนะ"

 

"ไม่น่ารักจริงด้วย ตั้งแต่อายุเท่าไหร่กัน"

 

"เรื่องไหนคะ"

 

"ครั้งแรกที่เริ่มทำตัวไม่ดี"

 

"4ขวบค่ะ แต่เรื่องที่เล่าเมื่อกี๊ตอนอายุ12"

 

"ตอนแรกเคยทำอะไรไว้"

 

"เคยโกหกแม่ว่าซื้อหมูปิ้งกินที่โรงเรียนแล้วเพื่อที่จะไม่ได้กินมื้อเย็นที่บ้าน เพราะว่าวันนั้นมีแต่ผัก"

 

"แสดงว่าวันนั้นเธอก็ไม่ได้กินมื้อเย็นล่ะสิ"

 

"ใช่แล้วล่ะนะ! คนเราจะกินผักต้มเป็นมื้อเย็นได้ยังไง"

 

"แย่เลย"

 

"เห็นมั้ยหนูบอกแล้วว่าหนูน่ะเป็นคนไม่ดีนะ!"

 

รีไวล์คลอเคลียที่ไหล่เล็กๆมองใบหน้ามนที่กำลังทำหน้าจริงจังอยู่ ถึงจะฟังแล้วดูน่ารักมากแค่ไหนกับเรื่องวัยเด็กของเธอแต่เขาก็รู้ว่าลึกๆแล้วมันมีมากกว่าที่เธอเล่าให้เขาฟัง

 

"ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่าหรอก"

 

"อื้อ"

 

ถึงจะไม่รู้ว่าเธอไม่ดียังไงแต่ฉันคิดว่าฉันที่มองเธออยู่ทุกวันนี้ไม่ได้มองผิดไป คนเรามันก็มีข้อดีข้อเสีย ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกจะทำตัวยังไงต่างหาก"

 

"แล้วถ้าวันไหนหนูเลือกทำตัวไม่ดีล่ะ"

 

"ถ้าวันไหนเธอทำตัวไม่ดี แสดงว่าวันนั้นโลกคงจะใจร้ายกับเธอมากแน่ๆ"

 

น่าแปลกที่คำพูดเขาถ้าคนอื่นฟังคงจะไม่เข้าใจแน่ๆ แต่เธอกลับเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร

 

"คงจะเป็นแบบนั้นแหละค่ะ"

 

"ถ้างั้นก็ไม่ผิดหรอก"

 

"เหรอคะ..."

 

"ถึงสักวันเธอจะโตขึ้นเปลี่ยนไปยังไง เธอก็ยังคือเธอ ฉันเชื่อแบบนั้น"

 

"ขนาดหนูยังไม่เชื่อในตัวเองเลย ทำไมหัวหน้าถึงเชื่อแบบนั้นล่ะคะ"

 

"เด็กที่ตื่นมาสะดุดเท้าตัวเองตอนลงจากเตียงทุกวัน งอแงเวลาปอกแอปเปิลแล้วมีแต่เนื้อติดออกมาจนแทบไม่ได้กิน มันมีแค่คนเดียวในโลกเท่านั้นแหละ"

 

"แหงะ มีแต่ข้อเสีย"

 

"แต่เด็กคนนี้เขาน่ารักนะ ดีใจที่เห็นต้นไม้ที่ตัวเองปลูกขึ้น ยิ้มแป้นตอนเจอแมวหลังบ้าน เคลิ้มหลับง่ายๆตอนโดนกอด คนอะไรทำไมน่ารักจังคะเด็กดี"

 

"ว้าวๆเลยนะ แค่ดีใจที่ต้นไม้ตัวเองปลูกก็น่ารักแล้วอ๋อ"

 

"เพราะเป็นเธอมันเลยน่ารักต่างหาก"

 

คนตัวเล็กโดนอุ้มขึ้นมาอยู่เหนือหัวเขาและวางลงบนชั้นพร้อมกับเลื่อนแจกันออกไปให้ห่างแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานที่ดูจะยังคงงงเล็กน้อยว่าเขาคิดจะทำอะไร

 

"ไหนยิ้มกว้างๆให้ดูหน่อย"

 

เด็กสาวยิ้มแหยๆให้ รีไวล์จึงจัดการจี้เอวคนตัวเล็กให้หลุดขำออกมาดิ้นจนเกือบทำแจกันตก เขาเลยรั้งให้ร่างเล็กเข้ามาหาเขาแทนก่อนจะขยี้หัวเธอด้วยความเอ็นดู

 

"ชอบตอนหนูยิ้มล่ะสิ คนอื่นๆเขาก็ชอบเหมือนกัน มีแต่คนมาชมล่ะว่าหนูน่ะน่ารักมากๆเลย"

 

"ไม่ดีเลยนะแบบนั้น"

 

ใบหน้าคมนิ่งมองเด็กดีที่ยืนฉีกยิ้มให้

 

"ทำไมอะคะ ถ้าเป็นเด็กน่ารักทุกคนจะเอ็นดูเหมือนที่หัวหน้าเอ็นดูนะ"

 

"ถ้าคนอื่นชอบ แล้วฉันล่ะ?"

 

"โอ๊ะ! ไม่ต้องห่วงนะคะหนูจะน่ารักกับหัวหน้าแบบที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็นแน่ๆ"

 

"ยังไง"

 

"หนูน่ะจะจุ๊บๆหัวหน้าทุกวันเลยนะ จะกระโจนกอดให้หายใจไม่ออกเลยล่ะ แต่จะไม่บอกรักบ่อยหรอกนะ เดี๋ยวหัวหน้าจะใจเต้นตึกตักจนนอนไม่หลับ แต่ถ้าอยากให้เรียกคุณสามีก็บอกนะเดี๋ยวจะพิจารณาอีกที เพราะถ้าพูดบ่อยๆหนูจะหัวใจวายเองเอาได้นะ"

 

คนตัวเล็กทำท่าประกอบจิ้มแก้มตัวเอง โอบกอดเขาและส่งยิ้มให้อย่างน่ารัก ก็นั่นน่ะสิถึงเทเรซ่าจะน่ารักกับคนอื่นยังไงมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วสำหรับเด็กดีอย่างเธอ แต่น่ารักแบบนี้กับเขาแค่คนเดียวก็พอแล้ว

 

"ไม่เลวเลยนี่"

 

"ก็หนูน่ะเป็นสุดยอดภรรยาตัวน้อยของหัวหน้ารีไวล์เขานี่นา"

 

น่ารักเกินไปแล้ว...

 

บนโลกใบนี้มีคนน่ารักได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?

 

เทเรซ่ายืดอกด้วยความภาคภูมิใจ ลอบมองคนตัวใหญ่ที่ยืนนิ่งไปพักใหญ่จนเธอต้องจิ้มแก้มเขาแล้วหัวเราะออกมา

 

"ยิ้มมุมปากด้วย เขินใช่มั้ยล่าา หนูน่ารักขนาดนี้มื้อเย็นขอเป็นเนื้อตุ๋นนะคะ"

 

ให้ตายสิ เห็นแก่กินอีกแล้วเด็กคนนี้

 

แต่ก็เอาเถอะ น่ารักดี

 

"งั้นนั่งอ่านหนังสือรอไปก่อน"

 

"รับทราบแล้วค่ะคุณแอคเคอร์แมน!"

 

รีไวล์แยกออกไปเข้าครัวทำมื้อค่ำให้เธอในขณะเดียวกันเทเรซ่าก็เดินไปหยิบหนังสือเล่มโปรดที่ยังคงอ่านไม่จบจากชั้นวางหนังสือและเปลี่ยนสีหน้าอีกครั้งหลังจากลับสายตาเขา เพราะเธอเชื่อในลางสังหรณ์ของตัวเองมากกว่าใครๆ ทุกครั้งมันมักจะเป็นไปตามที่เธอรู้สึกเสมอ และกลัวว่าครั้งนี้จะเป็นอีกเช่นกัน

 

ไม่สิ...หัวหน้าก็บอกแล้วนี่นาว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ไม่มีหรอก...

 

"มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น..."

 

ดวงตากลมมองทอดออกไปยังหน้าต่างที่มีผ้าม่านกั้นไว้ไม่เห็นฝนอย่างกังวลอีกครั้ง กลัวว่าพายุลูกนี้จะพาเขาจากไปเหมือนกับแม่และครอบครัวเธอที่ไม่มีวันกลับมา

 

"ใช่รึเปล่านะคุณท้องฟ้า?"
 

--------------------------------------------

 

Talk with Writer

 

เป็นตอนสุดท้ายแล้วมั้งคะที่จะฟีลกู้ด หลังจากนี้กู้ดลัคค่ะ ใครอยากคุยไปตามฟอลที่ทวิตกันได้นะคะ https://twitter.com/little_fg1711

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #174 Light_Star (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 22:50

    รอเด้อ~~~~~รอ~~~555//สู้น้าเป็นกำลังใจให้!!!!*^*//
    #174
    1
    • #174-1 Little_fg(จากตอนที่ 36)
      17 ตุลาคม 2562 / 23:10

      โง้ยยย ขอบคุณมากคร้าบบ
      #174-1
  2. #172 chanittha2545 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:13
    มีss2 ก็ตามสิรออะไรรร55555
    #172
    1
    • #172-1 Little_fg(จากตอนที่ 36)
      29 กรกฎาคม 2562 / 18:43

      เขินๆเลยนะมีคนรอเค้าด้วย>///<
      #172-1