end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 33 : Chapter31:เพราะสักวันพวกเราจะกลับมาพบกันอีก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 184 ครั้ง
    10 ก.พ. 64

Chapter31:เพราะสักวันพวกเราจะกลับมาพบกันอีก

 


 

 

 

เป็นเวลาที่ผ่านไปแสนสั้นแต่เขารู้สึกว่าผ่านไปช้าและยาวมากทั้งๆที่ยืนอยู่ตรงนี้เพียงไม่กี่นาทีเองเท่านั้น รีไวล์ยังคงยืนอยู่ที่เดิมและมองเขาอีกคนนึงกับคนตัวเล็กที่ถูกชิงไปแล้ว 


 

"แกคือฉัน?" 


 

"ถ้ายัยนี่หายดีแล้วฉันจะพาเธอไปจากที่นี่ทันที"ตัวเขาอีกคนนึงเมินคำถามเขาแต่เมื่อได้ยินว่าเทเรซ่าจะถูกพาไปจากที่นี่ก็กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นทันที 


 

"ไปไหน" 


 

"ไปไหนก็ได้ ฉันไม่ให้เมียฉันอยู่ที่นี่ต่อให้ใครเล่นงานหรอก"อีกฝ่ายปัดมือเขาทิ้ง 


 

"ฉันถามว่าแกจะพาเธอไปไหน" 


 

"ทำไม? ไม่ไว้ใจฉันหรือกลัวตัวเองอยู่ไม่ได้กันแน่" 


 

"ทั้งสองอย่าง" 


 

"ฉันก็คือแก แกก็คือฉัน จะมาไม่ไว้ใจทำไม อีกอย่างฉันรู้อะไรมากกว่าแกเพราะงั้นการยกให้ฉันมาดูแลมันดีกว่าอยู่แล้วในสถานการณ์แบบนี้ เพราะตอนนี้แกจะทำอะไรก็ทำไม่ได้เพราะหน้าที่มันค้ำคอเพียงเพราะแกเป็นทหาร" 


 

"แกก็เป็นทหาร" 


 

"เป็นตอนนี้ก็เหมือนไม่ได้เป็นอยู่ดี"รีไวล์อีกคนแค่นหัวเราะในลำคอสร้างแต่ความงุนงงให้เขาเต็มไปหมด ทั้งการปรากฏตัวและคำพูดของตัวเขาอีกคนมีแต่ความไม่เข้าใจแต่ที่รู้ๆอย่างหนึ่งคือเสียงหัวเราะแบบนั้นคือความสมเพชตัวเอง ซึ่งเขามักจะเป็นบ่อยในเวลาที่ผิดหวังกับเรื่องต่างๆ 


 

"หัวหน้า..."คนตัวเล็กลืมตาขึ้นด้วยสติที่ไม่ครบเต็มร้อยแต่เมื่อเห็นคนที่หน้าเหมือนกับเขาจึงร้องไห้งอแงออกมาอีกครั้งให้ตัวเขาอีกคนนึงปลอบแล้วโอ๋กล่อมให้เธอนอนหลับ ภาพตรงหน้าที่เขาทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดจะว่างั้นก็ได้ เขาไม่ชอบภาพตรงหน้านี้เลยเพราะคนที่กำลังโอ๋ไม่ใช่เขาแต่เป็นตัวเขาอีกคนซึ่งในขณะเดียวกันเขากลับทำได้เพียงแค่มอง 


 

แล้วยังไง...ถึงคนคนนั้นจะเป็นตัวเขาเหมือนกันแต่มีสิทธิ์มายุ่งอะไรกับเทเรซ่า ยัยนั่นไม่ใช่ของมันสักหน่อย... 


 

"ฉันจะพาตัวยัยนี่ไปหลังจากที่เธอหายดีแล้ว และแกก็ไม่มีสิทธิ์ค้านเหมือนกัน"รีไวล์อีกคนแทรกขึ้นหลังจากเงียบนานเกินไปเพราะเขาต้องการให้คนตัวเล็กใจเย็นลงและได้สติก่อนแม้จะยังดูงัวเงียอยู่แต่เหมือนคนตัวเล็กจะสังเกตเห็นแล้วว่ามีรีไวล์ด้วยกันถึงสองคน ถึงแม้จะยังแยกไม่ออกแต่ที่แน่ๆคือทั้งสองคนเธอไม่พร้อมจะคุยกับใครสักคน 


 

"แล้วแกมีสิทธิ์อะไรมาพาตัวเธอไป ฉันต่างหากที่ต้องมีสิทธิ์ค้านเพราะฉันเป็นคนดูแลยัยนี่" 


 

"ฉันก็เป็นคนดูแลเหมือนกัน อย่าทำให้เรื่องมันยากไปหน่อยเลย อีกไม่นานคาร์ลิสันจะทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเด็กนี่เพราะงั้นแกต้องทำยังไงก็ได้ให้เธอไปจากที่นี่ซึ่งนั่นก็คือการที่แกยกเทเรซ่าให้ฉัน" 


 

"..." 


 

"เลือกดีๆนะ ระหว่างความสุขส่วนตัวกับความปลอดภัยของตัวคนที่แกรักน่ะ" 


 

เขาไม่รู้... 


 

ตอนนี้เขาไม่เข้าใจสถานการณ์อะไรสักนิดเดียวแล้วเรื่องอะไรต้องยกเทเรซ่าให้คนอื่นด้วย 


 

ถึงจะเป็นตัวเขาอีกคนแต่เขาก็ไม่เชื่อใจใครหน้าไหนทั้งนั้น... 


 

แต่ถ้าเกิดเรื่องที่ตัวเขาพูดเป็นเรื่องจริงเขาก็ควรทำอย่างนั้น... 


 

ยกเทเรซ่าให้กับตัวเขาอีกคนนึงซะแล้วเธอจะปลอดภัย 


 

"...ถ้าจะทำแบบนั้นแล้วต้องทำยังไงไม่ให้คนอื่นจับได้" 


 

ถ้าเกิดเพื่อให้เทเรซ่าปลอดภัยล่ะก็ไม่เป็นไรหรอก... 


 

ไม่มีเธอเขาก็อยู่ได้ ขอแค่เด็กคนนั้นปลอดภัยก็พอ 


 

"แค่พาตัวออกมาให้ฉันก็พอ แล้วที่เหลือพวกฉันจะจัดการเอง" 


 

"พวก? หมายความว่ามีคนอื่นอีกรึไง" 


 

"พูดบ้าๆทุกคนน่ะตายกันหมดแล้ว" 


 

ตาย? 


 

หมายความว่ายังไง... 


 

"มีเรื่องอีกเยอะที่แกไม่รู้ และฉันก็ไม่มีเวลามาอธิบายด้วย" 


 

"แต่..." 


 

"เชื่อเถอะ เดี๋ยวสักวันแกก็จะเข้าใจทุกอย่างเอง ส่วนเรื่องนาฬิกาไม่ต้องคิดมากเพราะมันอยู่ที่ฉันเอง" 

Levi Part 


 

ถึงจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่เขาก็คงจะทำเหมือนไม่เป็นไรไม่ได้ทั้งเรื่องที่เขาต้องยกเทเรซ่าให้กับคนอื่น ทั้งเรื่องที่ได้รู้มาจากตัวเขาอีกคนว่าทุกคนตายแล้ว 


 

แล้วทำไมตัวเขาถึงยังไม่ตายล่ะ? 


 

แล้วทำไมถึงมีตัวเขาสองคน? 


 

แล้วสรุปเทเรซ่าเป็นใครกันแน่? 


 

"หัวหน้า"คนตัวเล็กที่หลับอยู่ควานมือหาผู้เป็นหัวหน้าอย่างเขาดังนั้นเขาจึงจับมือไว้แล้วคอยลูบหัวเอาไว้ด้วยความอ่อนโยนและความรู้สึกผิดที่ทำอะไรบ้าๆแบบนั้น 


 

"หนู..ได้ยินที่ทั้งสองคนพูด..ทั้งหมดเลย"เทเรซ่าไม่ได้หลับอย่างที่เขาคิดไว้ เธอรู้สึกตัวตั้งนานแล้วแต่เพิ่งพูดกับเขา 


 

"เห็นแล้วใช่มั้ยว่าทำไมหนูถึงต้องไป" 


 

"เธอรู้อะไรมาตั้งแต่แรกแล้วรึไง" 


 

"เปล่า...แค่เดาเอา หนูก็แค่อยากรู้ว่าจะได้เจอหัวหน้าอีกคนมั้ย" 


 

"..." 


 

"แต่ก็ไม่นึกว่าจะได้เจอแล้วโดนดุแรงขนาดนี้" 


 

"...ขอโทษ"รีไวล์ทำหน้าสำนึกผิด คนตัวเล็กมองเขานิ่งและไม่พูดอะไรออกมา


 

"ช่างมันเถอะค่ะ"ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าของเธอไม่ได้ดูให้อภัยเขาสักนิดแถมยังไม่คิดจะมองหน้าเขาอีกต่างหาก ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งร้อนใจและกลัวโดนคนตัวเล็กโกรธไม่หาย 


 

"จะไม่ทำแบบนี้อีก" 


 

"ไม่ใช่ว่ามันไม่ควรทำตั้งแต่แรกแล้วเหรอคะ?"คนตัวเล็กส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ถึงเธอจะยอมเขาทุกเรื่องก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรกับเธอก็ได้เสียหน่อยแม้จะเข้าใจเหตุผลนิดหน่อยของหัวหน้าว่าเธอทำผิดจริงๆและเขาก็จำเป็นต้องลงโทษแต่ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้ไม่ใช่หรือไง เขาทำเหมือนกับฉันเป็นนักโทษทั่วไปที่ทำอะไรก็ได้โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง 


 

คงเป็นเพราะชอบคิดว่าตัวเธอเองสำคัญเลยคิดว่าเขาคงไม่ทำอะไรกับเธอแบบนั้นแต่พอโดนกระทำก็เลยรู้สึกตลกตัวเองที่คิดว่าตัวเองสำคัญมาตลอดทั้งที่ไม่ใช่แบบนั้นก็เลยผิดหวังนิดหน่อย 


 

"ฉันขอโทษ เธอจะไม่ยกโทษให้ฉันก็ได้แต่ว่าฉันยอมรับผิดแล้วจะไม่ทำมันอีก" 


 

"คิดออกแล้วล่ะค่ะ ที่หัวหน้าอีกคนนึงบอกว่าจะจัดการเรื่องหนีออกมาให้กับให้หนูจัดการด้วยถ้าเกิดว่าจัดฉากหนูทำร้ายทหารเวรแล้วแหกคุกหนีออกไปหัวหน้าคิดว่าใช้ได้มั้ยคะ"เทเรซ่าไม่สนใจคำขอโทษที่อุตส่าห์ตั้งใจเพื่อให้เธอยกโทษให้แก่เขาแต่กลับเอาเวลามานั่งคิดแผนให้ตัวเองออกไปจากที่นี่แทน 


 

"เธออยากไปจากที่นี่ขนาดนั้นเลยรึไง?"เขาเหนื่อยมาหลายรอบแล้วกับการที่เทเรซ่าเอาแต่อยากไปจากที่นี่ ไม่ว่าเขาจะพูดสักกี่ครั้งว่าให้เทเรซ่าหยุดพูดเรื่องนี้เขาก็ห้ามไม่เคยได้ 


 

"ถึงไม่อยากไปสักวันก็ต้องไปอยู่ดีไม่ใช่เหรอคะ แล้วหนูก็คิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วไม่งั้นอยู่ๆหัวหน้าอีกคนจะปรากฏตัวแล้วบอกให้หนูหนีไปจากที่นี่เหรอ?" 


 

เทเรซ่าพูดถูกแล้วล่ะเขารู้อยู่แล้วสักวันเธอต้องไปจากที่นี่ แต่ไม่นึกว่าคนที่เธอจะพาเธอไปก็คือตัวเขาอีกคนมันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเขาในตอนนี้ทำอะไรให้เธอไม่ได้เลย 


 

"อืม...ก็แค่ถามเฉยๆ แผนนั้นน่ะก็เข้าท่าดีอยู่แต่เธอจะจัดการทหารได้รึไงให้ฉันช่วยมั้ย"สุดท้ายเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนอกจากต้องเห็นดีเห็นงามและช่วยเทเรซ่าให้ไปจากที่นี่ 


 

"ค่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นจะต้องทำตอนที่อยู่ในที่ลับตาคน ไม่งั้นถ้ามีคนอื่นเห็นก็จะรู้ว่าหัวหน้าสมรู้ร่วมคิดกับหนู" 


 

"อืม...เข้าใจแล้ว"เขาพยักหน้ารับ 


 

"ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ลำบาก"คนตัวเล็กไม่ได้เย็นชาหรือนิ่งดูดายเขาอย่างที่เห็นหรอก เธอก็แค่ไม่ชอบใจที่ถูกกระทำแบบนั้นเลยยังโกรธเคืองอยู่ก็เท่านั้น แล้วก็ไม่ได้อยากไปจากที่นี่เลยสักนิดยังอยู่กับเขาต่อไปนานๆ ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตเลย 


 

"ไม่เป็นไร" 


 

"แต่หน้าตาดูไม่เหมือนอย่างที่พูดนะคะ"มือบางแตะที่ใบหน้าคมแล้วลูบข้างแก้มเบาๆ ถึงจะโกรธเขาแต่เธอก็ไม่ชอบที่เห็นสีหน้าของเขาที่ดูขมขื่นหรอกนะ 


 

ไม่มีใครชอบมองคนที่ตัวเองรักทุกข์หรอก... 


 

"ทำไมเรื่องของพวกเรามันประหลาดไม่เหมือนชาวบ้านเขาแถมยังรวดเร็วไปหมด ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นยังดีอยู่แท้ๆแต่อยู่ๆเธอก็ต้องไปจากที่นี่ ถ้าเกิดวันนี้ฉันไม่พาเธอออกไป..." 


 

"ถึงไม่พาออกไปสักวันหนูก็ต้องได้เจอหัวหน้าอีกคนอยู่แล้วค่ะ ไม่ใช่ความผิดของหัวหน้าหรอก โลกความเป็นจริงมันก็เป็นแบบนี้แหละไม่มีอะไรให้เราตั้งตัวทันหรอก" 


 

ไม่มีอะไรให้เราได้เตรียมตัวเตรียมใจหรือตั้งตัวสักครั้งโลกใบนี้น่ะ ทั้งๆที่เขากำลังมีความสุขดีก็ต้องเสียเธอไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า 


 

โลกชอบตลกร้ายใส่กับมนุษย์อย่างพวกเราเสมอมันเป็นแบบนี้แหละ 


 

แค่คิดว่าต้องช่วยเทเรซ่าอย่างสุดความสามารถทั้งๆที่มันคือการช่วยให้นักโทษแหกคุกออกไปคนอื่นก็ต้องตราหน้าเขาว่าเป็นกบฏแต่เขาก็ยังคงทำเพื่อเทเรซ่าอยู่ดี ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าอะไรทำให้เขาเป็นเอามากถึงขนาดนี้แต่เขาก็ยังอยากช่วยเธออยู่ดี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อะไรกลับมาก็ตามแล้วยังต้องสูญเสียเทเรซ่าไปอีกด้วย 


 

เอาน่ะ...เขาแค่เสียเธอไปโดยไม่ได้อยู่กับเธอแต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะตายหายไปจากเขาซะเมื่อไหร่ เธอก็ยังคงมีชีวิตส่วนเขาก็อยู่ในที่ของเขาเพียงแค่อยู่กับเธอไม่ได้ 


 

“บางทีพวกเราควรจะเจอถูกที่และถูกเวลากว่านี้” 


 

“...ถึงจะผิดที่ผิดเวลาไปหน่อยแต่ว่าอย่างน้อยๆก็ได้เจอกันนะคะ” 


 

ใช่...ขนาดพวกเขาเจอกันผิดที่ผิดเวลา เขาก็ยังมาชอบเธอได้แบบเป็นเอามากเลิกชอบฮันซี่ที่ชอบมาเป็นเกือบสิบปีเพื่อมารักเธอ กลายเป็นคนที่ดูเหมือนไม่เคยเป็นมาก่อนเวลาได้อยู่กับเธอซึ่งถึงแม้จะดูน่าตลกหรือไม่คุ้นชินกับตัวเขาเองก็ตาม ทั้งๆที่เป็นแค่เด็กธรรมดาไม่มีอะไรเป็นพิเศษแต่เขากลับตกหลุมรักเธอเพราะความที่เธอเป็นตัวของตัวเอง ไร้เดียงสาปนเจ้าเล่ห์ ความขี้เล่นและซุกซนที่มักทำให้เขาปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง และความขี้อ้อนและขี้แยที่ทำให้เขาใจอ่อนทุกครั้ง เป็นเด็กที่เหมือนมีความสามารถในการผูกความสัมพันธ์กับคนอื่นด้วยความจริงใจแบบนั้นแหละเขาถึงได้รัก 


 

“แล้ว..ไม่ได้โกรธฉันแล้วเหรอ” 


 

“โกรธแต่ถ้าไม่พูดตอนนี้จะให้ไปพูดตอนไหนล่ะคะ ถ้าไม่ยอมพูดอะไรแล้วพอหนูไปหัวหน้าคงจะร้องไห้แงๆแน่เลย” 


 

“ใครเขาจะเป็นแบบนั้นกันฉันไม่ใช่เธอนะ” 


 

“ก็หัวหน้าชอบหนูนี่นา”คนตัวเล็กยิ้มให้จางๆพูดแหย่เขาทั้งที่คนที่จะร้องไห้ก่อนใครก็คือเธอนั่นแหละ 


 

“ไม่เคยพูดสักคำ เธอน่ะหลงตัวเอง”ใบหน้าที่มักจะตีหน้าเข้มเสมอเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงเห็นแก้มที่แดงจนขึ้นมาถึงใบหูของเขาเพราะความเขินอยู่ดี 


 

“แต่หัวหน้าก็คอยอยู่กับหนูตลอดเวลาเลยนี่คะ ขนาดบ่นแล้วบ่นอีกก็ยังอยู่กับหนูเลย” 


 

“ก็แล้วชอบมั้ยล่ะให้อยู่ด้วยตลอดเวลา”คนตัวเล็กพยักหน้าให้เขาเป็นคำตอบแล้วเริ่มน้ำตาไหลอีกครั้งนึง 


 

“หนูจะไม่ได้เจอหัวหน้าแล้วจริงๆเหรอ” 


 

“ต้องได้เจออยู่แล้ว จะช้าก็เร็วสักวันเราก็คงได้เจอกันอีก” 


 

“หนูไม่ฟังคำปลอบใจที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงหรือเปล่าหรอกนะ มันเพ้อเจ้อ”ดวงตากลมมองต่ำลงกับปลายเตียงหันไปยังหน้าต่างที่มีแต่ความมืดมิดและไร้แสงจันทร์จากข้างนอกด้วยความหดหู่อย่างบอกไม่ถูก 


 

“มาพนันกันมั้ยล่ะ” 


 

“พนัน? แต่ถ้าคนนึงพนันไว้ว่าได้เจอ ส่วนอีกคนพนันว่าไม่เจอแน่ๆแล้วถ้าเกิดพวกเราไม่เจอกันจริงๆจะชนะพนันได้ยังไง” 


 

“เพราะฉันมั่นใจว่าฉันจะชนะพนันนี้”เทเรซ่าหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิดพยายามตีความหมายของเขาที่สื่อออกมาซึ่งเธอเข้าใจว่าเขาจะชนะพนันครั้งนี้เพราะพวกเราจะได้เจอกันอีกครั้งแน่ๆ 


 

ถึงไม่ได้เจอกันพนันกันไว้เธอก็ไม่เสียหายอยู่แล้วสินะ… 


 

“ลองดูมั้ยล่ะถ้าเกิดเราได้เจอกันอีกครั้งเท่ากับฉันชนะพนันครั้งนี้แล้วเธอก็ต้องแพ้พนันฉัน” 


 

“ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันคะ…แต่ก็ได้ถ้าได้เจอกันจริงๆแล้วหนูแพ้พนันหัวหน้าจะทำยังไงก็ได้กับหนูเพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ชนะอยู่แล้ว” 


 

“งั้นแสดงว่าตกลงใช่มั้ย” 


 

“ทำไมพวกเราทำตัวเหมือนไม่เหมือนคนจะจากกันเลยคะแต่มานั่งพนันกันแบบนี้”เทเรซ่ายังคงไม่ตอบตกลงแต่แทรกบทสนทนาเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นแทน 


 

“ก็ไม่อยากเห็นเธอร้องไห้” 


 

“…” 


 

“น้ำตาไม่เหมาะกับเธอหรอกนะ”ใบหน้าคมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ชนกับหน้าผากมนและลูบเส้นผมเบาๆเป็นการปลอบประโลมเธอที่พอได้ยินเขาพูดแบบนั้นกลับร้องไห้หนักกว่าเดิมจนตาแดงหมดแล้ว 


 

“เชื่อฉันสิ” 


 

“อะไรทำให้หัวหน้ามั่นใจขนาดนั้นคะ”ดวงตากลมช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างไร้ความหวัง เธอไม่ได้มองโลกในแง่ดีได้เท่ากับเขาขนาดนั้นสักหน่อย 


 

“เธอไง” 


 

“หนูเหรอ?”คนตัวเล็กถามเสียงอ่อน 


 

“เพราะการที่ได้เจอเธอทำให้ฉันแน่ใจว่าสักวันเราต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ เหมือนกับที่เธอเชื่อว่าฉันคือปาฏิหาริย์ของเธอไง” 


 

ถึงจะไม่ได้มั่นใจเต็มร้อยแต่เขาก็เชื่อ เชื่อว่าสักวันเราจะได้พบกันอีก ถึงจะนานต้องรอเป็นสิบปี ร้อยปี หรืออีกกี่ปีก็ไม่เป็นไร… 


 

“ถึงจะต้องรอไปโดยไม่รู้จุดหมายน่ะเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นหัวหน้าจะยังจำหนูได้หรือรักหนูเหมือนเดิมมั้ย? เพราะว่า…ขนาดหัวหน้าเคยชอบคุณฮันซี่มาก่อนยังเลิกชอบได้เลย…” 


 

“…ฉันไม่คิดว่าฉันจะชอบใครได้อีกแล้วล่ะ เพราะคงไม่มีเด็กที่ไหนที่เหมือนเธออีกแล้ว” 


 

“แล้วถ้ามีล่ะ” 


 

“แต่คนคนนั้นไม่ใช่เธอ” 


 

“แล้วถ้าเกิดวันนั้นหัวหน้าไม่อยากมีหนูแล้วล่ะ” 


 

“ฉันจะมีแค่เธอคนเดียว” 


 

การที่เขาเลิกรักฮันซี่แล้วมารักคนอีกคนไม่ใช่เพราะความใจง่ายแต่เป็นเพราะเขารู้สึกแล้วว่าต้องเป็นแค่เทเรซ่า ถึงแม้ผู้หญิงคนนี้จะตรงข้ามกับสิ่งที่เขาชอบไม่เหมือนกับฮันซี่แต่เทเรซ่าก็คือเทเรซ่า เธอไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนคนอื่นเลยก็ได้เพราะเขาชอบในสิ่งที่เธอเป็นอยู่แล้ว 


 

การมีอยู่ของเธอทำให้เขารู้ว่าโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่วิเศษอยู่ เพราะแค่เธอเกิดมาได้เจอเขาก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตเขาแล้ว 


 

ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร ไม่ว่าเธอจะมาจากไหน เทเรซ่าก็คือเทเรซ่าที่เป็นเด็กน้อยของเขาเสมอ 


 

เวลาแค่แสนสั้นแต่การที่เขาได้รักใครสักคนอย่างเธออาจทำให้คนภายนอกมองว่าเขาแค่หลงใหลในตัวเธอแต่ไม่ได้รักจริงๆ คนที่อยู่มาเกือบสิบปีจะมาสู้อีกคนที่มาเพียงไม่กี่เดือนได้อย่างไรเขาไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก เพราะในความรักของเขาก็มีความหลงใหลอยู่ในตัวจริงๆ 


 

และบางทีการที่เขาบอกกับตัวเองว่าชอบฮันซี่มาตลอดอาจจะเป็นเพราะเขาแค่รู้สึกดีในฐานะเพื่อนสนิทผู้หญิงคนเดียวของเขาก็ได้จนกระทั่งได้มาเจอเทเรซ่าเขาถึงรู้ว่าการรักใครในฐานะผู้หญิงคนนึงเป็นอย่างไร 


 

เหตุผลที่เขาชอบเทเรซ่าเขาเองก็ไม่รู้หรอกแต่ถ้าเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกจะยอมรับในตัวเธอและมั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้พร้อมจะอยู่กับเขาก็คงจะเป็นเพราะคำพูดพวกนั้นที่เขาพอจะจำได้และทำให้เขารู้ตัวว่าเขาชอบเธอมากแค่ไหน 


 

‘หัวหน้าก็คือหัวหน้า จะเกิดมาจากไหนแล้วทำไมหนูต้องสนใจด้วย ทำไมหนูต้องเลิกชอบเพียงเพราะชีวิตหัวหน้าเกิดมาไม่เหมือนคนอื่นด้วยล่ะ บ้าหรือเปล่า?' 


 

'แค่แปลกใจว่าคนอย่างหนูทำให้หัวหน้ายิ้มได้ด้วย ประหลาดใจจัง ยิ้มเยอะๆนะคะเวลาหัวหน้ายิ้มน่ารักมากเลย' 


 

'ถึงหนูจะขี้อ้อนแต่หนูก็อ้อนกับหัวหน้าแค่คนเดียวนะคะ' 


 

'หัวหน้าตอนดุหรือตอนใจดีหนูก็ชอบมันทั้งสองอย่างเลยค่ะ>///<' 


 

'หนูจะเป็นเด็กดีค่ะ!' 


 

'หนูน่ะรักคุณสามีที่สุดเลย!!!' 


 

ไอบ้าเอ๊ยมันจะมีสักกี่คนที่บอกรักได้พร่ำเพรื่อแต่ทุกครั้งที่พูดออกมานัยน์ตาก็เป็นประกายทุกครั้งและยังบอกด้วยน้ำเสียงจริงใจอีก แล้วยังป่วนเขาตลอดเวลา รับได้ที่เขาเป็นคนยังไงแล้วยังให้อภัยเขาเสมอเวลาที่เขาทำตัวไม่ดีอีก 


 

รักตรงนี้แหละ...


 

“แล้วว่าไงล่ะที่ฉันพนันไว้” 


 

“อื้อ…มาพนันกันเถอะ” 


 

และแล้ววันเวลาที่เหลืออยู่ของพวกเขาสองคนก็เริ่มลดลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งวันสุดท้ายใกล้มาถึง 


 

อย่าเสียใจไปเลยถ้าเกิดเราต้องจากกัน 


 

เพราะสักวันพวกเราจะกลับมาพบกันอีก 


 

ถึงเวลาที่เกมและปริศนาทั้งหมดจะเริ่มขึ้นแล้ว 

----------------------------------------


 

อัพ80%


 

Tereasa&Levi(2) Part 


 

'โชคดีนะ' 


 

โชคดีงั้นเหรอ…ไม่มีคำอื่นที่ดูดีกว่านี้แล้วรึไงกันนะหัวหน้ารีไวล์ ทำไมถึงได้ใช้คำที่ดูเชยนั่นกัน จนป่านนี้แล้วยังไม่เคยบอกรักเลยพูดอ้อมวนไปวนมาอยู่ได้ 


 

จนสุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วเห็นมั้ย 


 

“ทำแผลก่อนนะ”รีไวล์หย่นตัวลงพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลข้างๆที่ถูกวางไว้บนโต๊ะและหยิบอุปกรณ์ออกมาทำแผลให้จากลูกกระสุนที่เฉี่ยวมาโดนแขนฉันตอนกำลังหนีพวกทหารที่หลังจากวางแผนกันซะดิบดีว่าจะจัดการทหารเวรที่คุมตัวฉันในที่ลับตาคนหน่อยเพื่อหนีออกมากลับกลายเป็นว่ามีทหารจากไหนไม่รู้มาไล่ตามอีก ถ้าให้เดาก็คงเป็นพวกทหารของคาร์ลิสันนั่นแหละ 


 

ถ้าเกิดว่าหัวหน้ารีไวล์ไม่ดึงฉันมาไว้ล่ะก็คงโดนเข้ากลางอกเต็มๆไปแล้ว 


 

ป่านนี้หัวหน้ารีไวล์จะเป็นยังไงบ้างนะ กำลังคิดถึงฉันอยู่รึเปล่า? 


 

ผู้ชายตรงหน้าที่กำลังแผลให้ฉันอยู่ตรงนี้ก็ไม่ใช่หัวหน้ารีไวล์ที่เคยอยู่ด้วยกันแต่ว่ามาจากอนาคตกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าฉันจังๆ พอมองดูดีๆแล้วก็เพิ่งสังเกตได้เหมือนกันว่าคนนี้ดูแก่กว่าอย่างเห็นได้ชัดทั้งผมที่เริ่มหงอกและเริ่มมีตีนกามากกว่าเดิม ถึงแบบนั้นก็ยังคงหล่อมากอยู่ดี 


 

แต่ยังไงเขาก็ไม่ใช่หัวหน้ารีไวล์คนที่ฉันเคยอยู่ด้วย แม้ว่าจะเป็นคนเดียวกันและเคยช่วยเหลือฉันมาหลายครั้งฉันก็ยังไม่ชินอยู่ดี เวลาที่มองหน้าเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรที่อัดแน่นอยู่ในใจเป็นความรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูกคล้ายกับว่าฉันกำลังปฏิเสธผู้ชายคนนี้ไม่ให้ล้ำเส้นเข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้เพียงเพราะเขาเป็นรีไวล์อีกคน 


 

"พาหนีที่ว่านี่คือกลับมาที่ปราสาทศูนย์บัญชาการเก่าเหรอคะ?"ฉันถามหลังจากที่เงียบมานานมองที่ที่คุ้นเคย เขาพาฉันหนีมาตั้งไกลเพื่อมาปักหลักที่นี่เนี่ยนะ แถมเป็นที่ของพวกทหารอีกแบบนี้ก็ต้องโดนเจอตัวอยู่ดีไม่ช้าก็เร็ว 


 

"พวกเราจะอยู่แค่ชั่วคราวและไปที่เขตสโตนเฮสเพื่อไปเอาของมา สบายใจเถอะที่นี่มันถูกทิ้งร้างแล้วตั้งแต่ที่เธอเข้าเมืองชั้นในไปเจ้าพวกเอเลนกับฉันอีกคนก็ประจำการอยู่ที่นั่น" 


 

"ไปเอาอะไรที่นั่นเหรอ"ฉันนิ่วหน้าขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกแสบที่แผลแต่ก็ยังกัดฟันอดทนและถามเขาต่อ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาอ่อนแอแล้ว เพราะถ้ายังอ่อนแอฉันจะทำอะไรไม่ได้สักอย่าง 


 

"ต้นแบบเซรุ่มยาสำหรับฟื้นฟูตัวเองไง มันเป็นเชื้อของไขสันหลังไททันถ้าฉีดเข้าไปเราจะฟื้นฟูตัวเองได้" 


 

"แล้วเอาไปทำอะไรเหรอคะ?"ฉันเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างไม่น้อยหลังจากได้ยินสิ่งที่เขาว่า ไม่คิดว่าเซ้นส์ของตัวเองจะแม่นอะไรบนาดนี้ถึงได้พยายามบอกกับตัวเองเสมอว่าต้องไปที่นั่น ที่แท้ก็เพราะแบบนี้เองสินะ 


 

"ไม่รู้ ก็เธอบอกให้มาเอา" 


 

"แล้วตัวหนูอีกคนจะเอาไปทำอะไรล่ะคะ"ฉันเข้าใจคำว่า'เธอ'ที่ว่าหมายถึงตัวฉันอีกคน แต่ที่ไม่เข้าใจคือตัวฉันจะเอาไปทำอะไรแล้วทำไมไม่บอกอะไรให้ชัดเจน แต่ทันทีที่ฉันถามจดเขาก็หยุดทำแผลและเงียบไปพักใหญ่พร้อมกับม้วนผ้าพันแผลที่ตกลงพื้นจึงก้มตัวลงไปเก็บและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ 


 

"จะไปรู้ได้ไง ก็เธอตายไปแล้วนี่" 


 

ฉัน...ตายแล้วเหรอ? 


 

ใบหน้ามนหันออกไปยังนอกหน้าต่างมองเงาตัวเองที่สะท้อนกลับมาหลุบตาต่ำลง พอได้ยินแบบนี้เป็นใครก็คงช็อคจนทำอะไรไม่ถูกแต่ว่าพอคิดว่าคนตรงหน้าต้องจำใจพูดออกมาแล้วอยู่คนเดียวมาตลอดเขาจะต้องรู้สึกแย่ขนาดไหนกัน? 

"ตายตอนที่พาเธอมาที่โลกนี้นั่นแหละ" 


 

คนคนนั้น... 


 

'ถึงอยากตายก็ไม่ให้ตายหรอกนะ' 


 

รู้แล้ว...ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าคนคนนั้นก็คือฉันนั่นเอง แต่ทำไมล่ะ ทำไมถึงต้องทำอะไรแบบนั้นด้วยแล้วทำไมถึงได้ตายกัน? 


 

"นาฬิกานั่นเหมือนจะเกี่ยวกับเรื่องพลังของเธอที่ใช้ย้อนเวลากับข้ามมิติอะไรไปมานั่นได้ แต่แลกกับอายุขัย ตัวเธออีกคนนึงก็เลยตายไงเพราะใช้มันเยอะเกินไป" 


 

"...ไม่เข้าใจ" 


 

"ในอนาคตมีสงครามที่แย่งชิงพลังไททัน เอเลนมันต้องการรวบรวมให้ครบทุกพลังแล้วกำจัดให้หายไปจากโลกแต่กลับกลายเป็นว่าตัวเองทำไม่ได้แล้วตาย เธอก็เลยบอกจะย้อนเวลากลับมาเริ่มใหม่ไง" 


 

"เพราะทุกคนตายหมดแล้วเหลือแค่ฉันกับเธอ เธอก็เลยย้อนเวลากลับมาพร้อมกับฉันแต่เพราะย้อนกลับมาสองคนเลยแลกกับอายุขัยไปตั้ง20ปี" 


 

"หลังจากย้อนเวลากลับมาแล้วเธอยังต้องส่งฉันกลับมาที่โลกนี้ส่วนตัวเธอเองก็ต้องไปตามตัวเธออีกคนเพื่อส่งเธอมาที่นี่อีกครั้ง" 


 

"ใช้อายุขัยไปอีก10ปี ทั้งหมดรวมเป็นประมาณ30กว่า ตอนนั้นเธออายุก็เกือบสามสิบปีแล้วเหมือนกับคนเราอายุขัยเดิมทีไม่เข้ากันถ้าเกิดเธออายุขัย60แล้วตอนนี้อายุ30ปีแต่ถูกลดอายุขัยไปตามที่เธอใช้นาฬิกาเธอก็จะตายตั้งแต่อายุ30นั่นแหละ" 


 

"...ไม่จริง" 


 

"ที่ฉันอยากจะพูดก็คือถึงเธอจะยังไม่เข้าใจตอนนี้สักวันเธอก็ต้องใช้พลังนั้นอยู่ดีแม้ว่าเธอจะไม่อยากใช้ก็ตามพวกเราต้องกำจัดพลังไททันทั้งหมดไปจากโลกใบนี้เพื่อที่จะไม่มีมันอีก" 


 

"..." 


 

คนตัวเล็กมองตาอีกฝ่ายด้วยความสับสนไม่อยากรับรู้เรื่องอะไรต่อไปอีก คิดว่าการที่อยู่ๆมาเล่าอะไรแบบนี้คนฟังเขาจะรู้เรื่องและเข้าใจความหมายที่ต้องการจะสื่อทุกอย่างรึไงพูดบ้าๆ ฉันไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นและไม่อยากรบรู้อะไรเลยด้วย ฉันไม่อยากรู้ว่าทำไมฉันถึงตายแล้วทุกคนเป็นยังไงบ้างฉันไม่ต้องการมาทำอะไรบ้าๆหรือแบกภาระแบบนี้ไว้ เพราะว่าฉันทำไม่ได้ฉันไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง 


 

ชายหนุ่มมองก็ถอนหายใจ ทำไมเขาจะไม่เข้าใจอีกฝ่ายจะปวดหัวและสับสนขนาดไหน เขารู้ดีเสมอว่าเทเรซ่าเป็นคนอย่างไรยิ่งเธอเป็นคนคิดมากอยู่แล้วตอนนี้ในหัวคงจะตีกันไปหมด เขาเป็นห่วงนะแต่ทำอะไรไม่ได้ ในอนาคตมีแต่เรื่องที่กดดันจนแทบคลั่งตาย อย่างเทเรซ่าที่เขารู้จักดีแต่ตายไปแล้วก็เปลี่ยนไปมากเช่นกันถ้าเทียบกับคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าเขานี้แทบจะคนละคนเลยก็ว่าได้ เพราะตอนนี้เธอยังเป็นเด็กที่ไม่รู้อะไรจึงมีรอยยิ้มที่สดใสและร่าเริง แต่กับเทเรซ่าในอนาคตหรือคนที่ตายไปเป็นคนที่เย็นชา พูดน้อย ฉลาดแกมโกงและใช้ทุกวิธีที่ทำได้แม้จะต้องหลอกพวกเดียวกัน 


 

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบเทเรซ่าที่เป็นแบบนั้น เขาเข้าใจว่าสถานการณ์มันบีบคั้นให้เธอต้องปรับตัว แต่พอได้กลับมาอยู่กับเทเรซ่าคนก่อนมันก็ทำให้เขาหวนคิดถึงขึ้นมาเพราะตอนนี้เธอไม่อยู่แล้ว 


 

“ไปพักก่อนเถอะ”มือหนายกขึ้นมาวางทาบบนศีรษะของเด็กสาวที่แต่เดิมอายุห่างจากเขา17ปีแต่บัดนี้ห่างกับเขาตั้ง27ปียิ่งทำให้เขาดูแก่มากกว่าเดิมจนเหมือนกับเป็นพ่อลูกกัน แต่เมื่อเขาวางมือลงกลับโดนปัดทิ้งเสียอย่างนั้น 


 

“…” 


 

“ขะ..ขอโทษค่ะ แค่ไม่ชินกับหัวหน้าอีกคนสักเท่าไหร่”เมื่อรู้ตัวว่าทำกิริยาไม่ดีใส่เขาจึงเลิกลั่กรีบขอโทษอย่างตะกุกตะกัก รีไวล์พยักหน้าให้อย่างเข้าใจไม่ถือสาที่เธอปัดมือเขาทิ้ง 


 

“ถ้าเกิดผ้าพันแผลหลุดให้บอกนะเดี๋ยวพันให้ใหม่”ฉันมองเขาด้วยความรู้สึกผิด แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าถึงจะเป็นรีไวล์คนเดียวกันแต่ฉันก็ยังรู้สึกไม่คุ้นชินและอยากจะอยู่ให้ห่างจากเขาคนนี้ซะทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ซ้ำยังดูแลฉันเป็นอย่างดีด้วย 


 

“ให้หนูไปตักน้ำที่บ่อมาต้มน้ำมั้ยคะ”ฉันชี้ออกไปด้านนอกที่เริ่มมืดแล้ว ฉันอยากจะช่วยอะไรบ้างเผื่อเขาจะได้ไม่กังวลว่าฉันรังเกียจเขาหรือเมินเขา ทำตัวให้เหมือนเดิมเข้าไว้หัวหน้ารีไวล์คนนี้จะได้สบายใจยังไงล่ะ อย่าให้เขารู้ว่าฉันไม่อยากอยู่ใกล้เขาเดี๋ยวเขาจะไม่สบายใจ 


 

“ฉันทำได้ ก็เพิ่งบอกอยู่ว่าให้ไปพัก” 


 

“ถ้างั้นให้หนูไปทำความสะอาดห้องหัวหน้ามั้ยคะ ฝุ่นน่าจะเยอะน่าดู” 


 

“แขนเธอเจ็บอยู่” 


 

“แค่ทำความสะอาดห้องไม่เป็นไรหรอกค่ะ”ฉันยิ้มแห้งใส่เขาที่กังวลอะไรเกินกว่าเหตุ ถึงแผลที่โดนกระสุนเฉี่ยวจะเจ็บอยู่ไม่ใช่น้อยแต่ถ้าไม่ได้ทำอะไรต้องรู้สึกผิดหนักแน่ๆเลย 


 

“นั่งอยู่เฉยๆ”รีไวล์สั่งเสียงเข้มคนตัวเล็กจึงนั่งลงอยู่กับที่เหมือนเดิม เขาจึงเลือกที่ที่จะขึ้นไปจัดห้องนอนเอาไว้ให้เธอได้ขึ้นไปพักผ่อนแต่คนตัวเล็กก็แทรกเขาขึ้นมาซึ่งนั่นทำให้เขาหน้าเสียอยู่ไม่น้อย 


 

“หนูคงไม่ต้องนอนกับหัวหน้าใช่มั้ยคะ?” 


 

“ใช่…ไม่ต้องนอนกับฉันก็ได้ เธอนอนห้องฉันไปแล้วเดี๋ยวฉันไปนอนที่ห้องพักผู้ชายเอา”เขาพยายามเข้าใจว่าเทเรซ่ายังไม่ชินกับเขาจึงเลือกทำให้อีกฝ่ายสบายใจมากที่สุดจะได้ไม่อึดอัด 


 

“ทำไมหัวหน้าไม่มานอนที่ห้องตัวเองแล้วหนูไปนอนที่ห้องพักหญิงหรือคุกเหมือนเดิมล่ะคะ” 


 

“ก็ฉันไม่อยากเข้าไปห้องพักหญิงแล้วทำๆความสะอาดเพราะมันไม่เหมาะแต่ก็ไม่อยากให้เธอทำเองด้วย อีกอย่างเธอคงไม่ได้อยากนอนในคุกหรอกถูกมั้ย” 


 

“อื้อ”ก็ถูกของเขาคงไม่มีใครอยากนอนในคุกกันทั้งนั้นแหละนอกจากจะทำให้นอนไม่หลับยังหนาวอีกด้วย 


 

รีไวล์เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่แย้งอะไรเขาแล้วจึงรีบขึ้นไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อให้เธอนอนพัก อีกอย่างเขาเองก็เหนื่อยและต้องการพักผ่อนเช่นเดียวกัน รู้สึกตัวเองปวดหัวคงเป็นเพราะว่าไม่ดูแลตัวเองให้ดีล่ะมั้งถึงได้เป็นอย่างนี้ทั้งที่เขาไม่ค่อยป่วยแท้ๆ แต่ก็นั่นแหละแค่นอนพักก็คงหายคงไม่เป็นไรหรอก 

'โชคดีนะ' 


 

อีกแล้วจนป่านนี้ถึงฉันจะเข้านอนคำนี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เพราะมันเป็นคำพูดสุดท้ายที่ได้ยินจากปากเขาเลยได้แต่ท่องจำให้ขึ้นใจ ตอนนี้หัวหน้ารีไวล์จะเป็นยังไงบ้างนะถูกจับได้รึเปล่าหรือว่ากำลังนั่งทำงานอยู่ จะคิดถึงเราบ้างมั้ยนะ? 


 

ต้องคิดถึงอยู่แล้วหัวหน้ารีไวล์รักเราจะตาย ถึงจะไม่เคยพูดเลยสักครั้งก็เถอะว่ารัก 


 

หัวหน้าจะร้องไห้แงๆหรือเปล่านะแต่ก็ลืมไปว่าเขาไม่ใช่ฉันสักหน่อยที่ขี้แยน่ะ แต่ถ้าเกิดร้องไห้ก็อยากจะบอกว่าโอ๋เอ๋อย่าร้องไห้เลยนะแต่ที่ทำได้ตอนนี้ก็คือคิดถึงอยู่ห่างๆ 


 

เพราะการที่ต้องอยู่ร่วมกับคนที่สูญเสียอะไรมามากมายและผู้คนที่อยู่ภายใต้ความกดดัน ฉันเลยไม่อยากแสดงออกสักเท่าไหร่ว่าตัวจริงฉันขี้แยมากขนาดไหน ฉันจะคิดอยู่เสมอว่ามีใครอีกหลายคนต้องเจอเรื่องแย่ๆมากกว่าฉันดังนั้นการที่ฉันต้องจากกับคนที่รักแต่เขายังคงสบายดีไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียใจที่สุด 


 

แต่ก็… 


 

ไม่มีใครสมควรต้องเจอเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? 


 

ไม่มีใครสมควรต้องเจอเรื่องโชคร้ายแม้ว่ามันจะเล็กน้อยหรือมากสักเพียงไหนเพราะถึงยังไงก็คงไม่มีใครโอเคกับมันนักหรอก 


 

'โชคดีนะ' 


 

จะโชคดีได้ยังไงในเมื่อคำว่าโชคดีมันคือการที่ได้เจอกับเขาน่ะ ไม่มีเขาจะมีความหมายอะไรในเมื่อฉันไม่เหลือใครแล้ว เพื่อนก็ไม่มี ครอบครัวก็ไม่มีอีกแล้ว ไหนจะรู้ว่าตัวเองอีกคนตายอีก… 


 

แล้วถ้าเกิดฉันในตอนนี้สามารถใช้พลังได้ฉันจะตายรึเปล่าก็ไม่มีใครรู้ ทุกคนจะรอดมั้ยก็ไม่มีใครตอบได้ 


 

ตัวฉันที่ไม่มีอะไรเลยกลับต้องมาแบกภาระหน้าที่ที่หนักเกินกว่าจะแบกไหว ไม่มีความพร้อม ไม่มีความสามารถ ไม่มีศักยภาพที่จะทำอะไรเองได้ 


 

ถึงอย่างนั้นก็มีคนอยู่คนนึงที่มีความสามารถแต่ต้องสูญเสียทุกอย่างไปอย่างหัวหน้ารีไวล์คนนั้น เขาจะต้องรู้สึกยังไงบ้างนะที่ต้องถูกฉันอีกคนส่งตัวกลับมายังอดีตแล้วต้องอยู่คนเดียวมาตลอดเพื่อปิดบังไม่ให้ใครรู้ และคนที่ตัวเองรักยังตายอีก 


 

เขาต้องเหนื่อยขนาดไหนนะ? 


 

แต่ทั้งๆที่รู้ว่าเขาต้องเหนื่อยและเศร้าแค่ไหนแท้ๆ… 


 

ฉันก็ยังเลือกที่จะอยู่ห่างเขาอยู่ดี 

เป็นเวลาผ่านมาหลายวันแล้วเหมือนกันที่ฉันอยู่ที่นี่ ตอนที่เข้าเมืองไปตลาดเพื่อซื้อของสำหรับเข้าครัวก็เจอทหารมาล่าตระเวนกันเยอะผิดปกติถ้าให้เดาคือตามล่าหาฉันแน่ๆ มันเป็นการยากมากๆที่ต้องเดินในตลาดโดยที่พยายามเลี่ยงการเจอทหารเพราะกลัวว่าพวกนั้นจะจำหน้าฉันได้แถมคนที่เดินข้างๆคือหัวหน้ารีไวล์อีก 


 

แต่จนมาถึงวันนี้ฉันก็ยังคุยกับเขาแบบถามคำตอบคำ ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น เพราะแบบนี้ทุกๆวันจึงเป็นวันที่น่าอึดอัดมากๆจนอยากจะนอนทั้งวันไม่ทำงานทำการอะไรแต่ฉันต้องมานั่งคิดหาเส้นทางไปเขตสโตนเฮสและฟังเขาเล่าเกี่ยวกับเรื่องในอนาคตที่เขาเจอ ฉันไม่ได้เบื่อหรือรำคาญอะไรนะแต่ว่ายิ่งฟังมันก็ยิ่งหดหู่ 


 

ทุกคนตายในสงครามหมดเลย… 


 

ฉันไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะงั้นฉันจะทำยังไงดี… 


 

“ล็อกประตูหมดแล้วเหรอคะ?”ฉันเอ่ยถามขณะที่จุดไฟตะเกียงให้สว่างพอสำหรับทางเดิน มัวแต่เหม่อจนไม่รู้เลยว่าตัวเองยืนถือไฟแช็คค้างในมือตั้งนานแล้ว มาได้สติอีกทีหลังจากที่ได้ยินเสียงเขาเดินขึ้นบันไดมานั่นแหละ 


 

“หมดแล้ว”เขาตอบด้วยท่าทีเพลียๆ หลังๆมานี้เขาดูเหนื่อยและเพลียมากไม่รู้ว่าเพราะเขาอายุมากแล้วหรือไม่สบายกัน ถ้าเกิดไม่สบายแล้วฉันอยู่เฝ้าเขาจะดูเหมือนฉันเป็นห่วงเขาแล้วดูเป็นคนหลายใจมั้ยนะรักหัวหน้ารีไวล์อีกคนกับเป็นห่วงหัวหน้าคนนี้ด้วย แต่ไม่ว่าจะยังไงเราก็ควรดูแลเขารึเปล่านะ 


 

ถึงจะทำใจดีเป็นห่วงสุดท้ายก็เข้ามานอนในห้องอยู่ดีโดยที่ต่างคนต่างไม่พูดอะไรและแยกย้ายกันไป แต่พอไม่ทำอะไรสักอย่างก็มารู้สึกผิดและกังวลใจเกี่ยวกับเขาอีก งั้นฉันก็ควรจะลุกไปดูเขานะ ย้ำว่าแค่ลุกไปดูถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาก็ดูแลเขาเฉยๆไม่ใช่ไปนอนขลุกอยู่กับเขา เพราะฉัน...กล้าสารภาพตรงนี้เลยว่ามีความคิดบ้าๆคิดว่าเขาเป็นตัวปลอม ทั้งๆที่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ 


 

ช่างมันเถอะ... 


 

ฉันลุกขึ้นถือตะเกียงเดินไปตามทางที่มีแสงเทียนที่ฉันเป็นคนจุดเองกับมือตรงไปยังห้องพักชายและเปิดประตูเข้าไปพบกับร่างหนาที่นอนอยู่เตียงสองชั้นที่ชั้นล่างกำลังหลับอยู่ 


 

ก็ไม่เห็นจะมีอะไรสักหน่อยฉันน่ะคิดมากไปเอง... 


 

แต่ไปเช็คอีกหน่อยก็คงดี 


 

ฉันเดินย่องเบาเข้าไปใกล้ใช้มือตัวเองแตะเข้าที่หน้าผากของเขาก็พบกับอุณหภูมิไข้ที่ขึ้นสูงจึงถอนหายใจ ว่าแล้วเชียวว่าต้องไม่สบายอยู่มาตั้งหลายวันแต่ไม่ยอมบอกอะไรเลยคนแก่งี่เง่าเอ๊ย...แต่ว่าก็คงต้องโทษตัวเองด้วยที่ไม่ยอมสังเกตและถามไถ่เขาตั้งแต่แรก 


 

ดูเหมือนจะฝันร้ายด้วยนะ... 


 

“หัวหน้ารีไวล์”ฉันเขย่าตัวเขาเบาๆปลุกให้เขาตื่น เมื่อเจ้าตัวลืมตาขึ้นมาแล้วฉันจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก รู้สึกตัวเองคิดดีแล้วจริงๆที่มาหาเขา ไม่งั้นคงเป็นห่วง...หมายถึงไม่งั้นคงต้องรู้สึกผิดแน่ๆเลยถ้าไม่มา 


 

“ฝันร้ายเหรอคะ?” 


 

“ก็ประมาณนั้น” 


 

“แล้วไม่สบายทำไมไม่บอก”คนตัวเล็กทำหงิกใส่โดยไม่รู้ตัว ตัวเธอในตอนนี้แสดงได้ชัดเจนเลยว่าเป็นห่วงเขาแค่ไหนแต่ก็ดันหลอกตัวเองว่าที่ทำไปก็เพราะไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลเขาในขณะที่เขาคอยทำให้เธอทุกอย่างโดยที่เธอไม่ได้ขอ ถ้าเกิดเธอตัดเรื่องเขาไม่ใช่รีไวล์คนที่เธอเคยอยู่ด้วยและมองว่าเขาเป็นคนคนเดียวกันก็คงพูดได้เต็มปากว่าตอนนี้เป็นห่วง 


 

“เดี๋ยวก็หาย”รีไวล์นอนมือก่ายหน้าผาก คนตัวเล็กเห็นเช่นนั้นจึงหย่นตัวลงข้างเตียงอย่าเงียบๆไม่พูดอะไรรอให้เขาเป็นฝ่ายถามเอง 


 

“ไม่ไปนอนล่ะ” 


 

คนตัวเล็กส่ายหน้าทิ้งตีหน้านิ่งแต่เบะปากทำท่าจะร้องไห้ ไม่รู้ตัวรึไงว่าตัวเองทำหน้าทำตาแบบไหนออกมา เทเรซ่าก็ยังคงเป็นเทเรซ่าอยู่วันยังค่ำขี้เป็นห่วงคนอื่นจนเกินกว่าเหตุและยังขี้แยเกินกว่าใครๆ 


 

เห็นแบบนั้นก็รู้สึกเองดีใจขึ้นมานิดๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าเทเรซ่าพยายามคุยกับเขาให้เป็นปกติทั้งๆที่เธอไม่ได้อยากคุยกับเขาด้วยเท่าไหร่นักเพราะเขาไม่ใช่รีไวล์อีกคนของเธอเสียหน่อย แต่เขาก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะอย่างน้อยๆเขาก็ยังได้อยู่กับเธอที่ยังมีชีวิตอยู่แม้ว่าจะเป็นเธอในอดีตก็ตาม 


 

เพราะถึงยังไงเทเรซ่าก็คือเทเรซ่าอยู่ดี 


 

“ก็ถ้าไม่สบาย..ก็ต้องมีคนเฝ้าไม่ใช่เหรอคะ?” 


 

“ก็ถ้าเธอไม่อยากก็ไม่ต้องเฝ้าก็ได้” 


 

“นอนๆไปเถอะค่ะ พูดมาก..ป่วยอยู่แท้ๆ” 


 

เขาหลุดยิ้มออกมาแต่เทเรซ่าคงไม่เห็นเขาหรอกเพราะหันหลังให้เขาอยู่ เขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกตอนโดนเธอบ่นใส่เขามานานเท่าไหร่แล้วนะ เขาจำได้แค่ว่ายิ่งเธอโตก็ยิ่งเปลี่ยนไป แม้จะบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่าเวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยนแต่ลึกๆแล้วเขาก็ยังต้องการเทเรซ่าคนเดิมอยู่ดี 


 

“ทำไมถึงไม่หลับตานอนล่ะคะหรือว่าไฟจากตะเกียงมันแยงตา?” 


 

เทเรซ่าที่เห็นว่าเขาเอาแต่นอนมองเพดานจึงถามท่ามกลางความเงียบ ใบหน้ามนที่ชอบเอียงคอถามเขาเวลาสงสัยทำให้รู้สึกว่าตัวเธอในตอนนี้ยังเป็นเด็กไร้เดียงสาขนาดไหน เห็นแล้วก็คิดถึง… 


 

“ขอมือหน่อยสิ” 


 

มือหนายื่นคว้ามือเล็กมากุมไว้ในมือตัวเองทั้งๆที่อีกฝ่ายยังไม่เอ่ยอนุญาต เทเรซ่ามีท่าทียึกยักเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เขาจับมือตัวเองตามใจชอบอยู่ดี 


 

“ฉันคิดถึงเธอ” 


 

หมดแล้วคราบของผู้ชายปากแข็งที่ชอบปากไม่ตรงกับใจและเลี่ยงจะพูดอะไรแบบนี้ ไม่ใช่เพราะพิษไข้ที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้แต่เป็นเพราะมาสำนึกได้แล้วว่าควรจะพูดตั้งแต่ตอนเธอยังอยู่ไม่ใช่ตอนตายไปแล้ว 


 

คนตัวเล็กชะงักไปเล็กน้อยแต่มือบางของเธอกลับเลื่อนไปสัมผัสกลุ่มผมสีดำแล้วลูบเบาๆเหมือนกับที่เขาเคยชอบลูบหัวให้เธอด้วยความอ่อนโยน ร่างแกร่งประคองตัวเองลุกขึ้นมาทิ้งศีรษะตัวเองลงบนไหล่เล็กไว้ 


 

เมื่อกี๊ตอนที่เขาลุกขึ้นมาเขาคิดจะจูบเทเรซ่าแต่เมื่อเห็นเธอตัวสะดุ้งและพยายามถอยหนีเขาจึงเลือกที่จะทิ้งตัวลงบนไหล่เธอแทน… 


 

อย่างน้อยๆแค่นี้ก็ได้… 


 

“ถ้ามันทำให้ฝันดี...จะอยู่ด้วยทั้งคืนก็ได้” 


 

นิ้วเล็กเกาแก้มตัวเองด้วยความเขินกับประโยคที่ตัวเองเป็นคนพูดมันออกมาก่อนจะเลื่อนมืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ไปลูบหลังอีกฝ่ายส่วนมืออีกอีกข้างที่ถูกเขากระชับแน่นและสอดนิ้วไปตามรอยนิ้วของเธอยังคงถูกกุมมือเอาไว้อยู่ 


 

อบอุ่น... 


 

“ดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง” 


 

ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อรู้สึกว่าที่ไหล่เล็กของเธอชื้นขึ้นมา พอรู้ว่าคนตรงหน้าร้องไห้ก็ยิ่งรู้สึกผิดและซึมตามเขาไปด้วย ยิ่งคิดว่าเขาต้องทนอยู่คนเดียวมาตลอดและมีแต่คนที่รักตายจากไปแต่เขาก็ยังทนมาได้จนถึงขนาดนี้ ใช้ชีวิตท่ามกลางความอ้างว้างและโดดเดี่ยวได้แต่คอยเฝ้าดูฉันอยู่ห่างๆและคอยช่วยเหลือฉันมาตลอดโดยที่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเป็นเขามาโดยตลอดแต่เขาก็ยังยินดีที่จะทำแบบนั้น ทำไมฉันถึงได้เอาแต่ระแวงเขากันนะทั้งๆที่น้ำตาของคนอย่างเขาไม่เคยโกหกใครแท้ๆ 


 

ขนาดฉันเป็นเทเรซ่าคนละคนเขายังไม่แคร์เลยด้วยซ้ำแล้วทำไมฉันถึงต้องแคร์ด้วยนะ? 


 

เขาในตอนนี้ที่ไม่เหลืออะไรแล้วการที่ได้กลับมาเจอคนที่ตัวเองรักแต่เข้าไปหาไม่ได้เลยต้องทนมาตลอดจะรู้สึกยังไงกันเวลาที่เห็นฉันกับลูกน้องในหน่วยและเพื่อนของตัวเอง 


 

เก่งจังหัวหน้ารีไวล์... 


 

“คงเหนื่อยมากแน่ๆเลย ไม่เป็นไรแล้วนะคะ” 


 

การที่มีใครเข้าใจว่าเขาเหนื่อยเพียงใดแล้วมีคนคอยอยู่ข้างๆเขาเป็นที่พึ่งทางใจมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับยกหินทั้งหมดที่อยู่บนไหล่และความรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งหมดภายในใจออก แค่ได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนและกลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเธอที่เขาคุ้นเคยกับมันก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เขารู้แค่เพียงว่าตอนนี้เขาคิดถึงเธอ คิดถึงมากๆ... 


 

“ถ้าเกิดเหนื่อยจนไม่ไหวก็แบ่งมาให้หนูได้นะ พักก่อนก็ได้เพราะหนูจะคอยอยู่ข้างๆเสมอ ถึงหนูจะทำอะไรไม่เป็นมากนักแต่ถ้าหัวหน้าต้องการหนูก็จะพยายามเพื่อหัวหน้านะ ไม่รู้ว่าหัวหน้าไปเจออะไรมาบ้างแต่ตอนนี้หนูอยู่ตรงนี้ อยู่กับหัวหน้าเสมอนะ” 


 

“ที่อยากจะพูดก็คือ...”คนตัวเล็กสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดมันออกมา 


 

“รักนะคะ” 


 

“เหมือนกัน” 

Levi Part 


 

“เรื่องที่เทเรซ่าหนี นายไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรใช่มั้ย” 


 

ฮันซี่โยนแฟ้มเอกสารลงกับโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงบนเบาะด้วยความเหื่อยจากการโดนเบื้องบนด่ามาทั้งวันเรื่องการควบคุมตัวที่หละหลวมเกินไปจนทำให้นักโทษหนีออกไปได้ เธอก็ว่าทหารแน่นหนาแล้วนะและอีกอย่างต่อให้มีทหารแค่สามคนเทเรซ่าก็ไม่น่าจัดการได้ด้วยซ้ำ 


 

“เออไม่เกี่ยว ใครจะบ้าไปช่วยให้หนีแล้วตัวเองมานั่งโดนเฉ่งวะ อีกอย่างทหารที่คุมก็เป็นกองสารวัตรแต่มาโทษพวกเราแบบนี้ได้ไง” 


 

“ก็เดิมทีเธออยู่ในความดูแลของพวกเรานี่นะ” 


 

“แล้วพวกเราจะเอายังไงต่อกันครับ ลำพังเธอคนเดียวคงไม่น่าหนีได้ไกลหรอก”แจนนั่งหน้าเครียดรวมถึงทุกคนด้วย ดูเหมือนว่าหลายวันมานี้พวกเขาจะตามหาตัวเธออย่างเอาเป็นเอาตายกันมาก 


 

“แต่นี่ขนาดผ่านมาตั้งหลายวันพวกเรายังไม่เจอเลยนะ” 


 

มิคาสะพูด รีไวล์ชำเลืองหางตาไปมองเธอก่อนจะนั่งคิดอะไรอยู่คนเดียวถึงเขาจะมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการพาธอแหกคุกหนีแต่ใช่ว่าเขาจะรู้เหมือนกันว่าเธอไปอยู่ที่ไหนแล้วป่านนี้เทเรซ่าสบายดีหรือเปล่า แผลที่โดนยิงจะเป็นอะไรมากมั้ย เจ้าหมอนั่นอีกคนจะดูแลเธอได้ดีอย่างเขารึเปล่า? 


 

อ่า...ไม่น่าถามสินะ ก็ต้องดูแลได้ดีอย่างเขาและมากกว่าเขาอยู่แล้วนี่เนอะ เจ้านั่นคงไม่บ้าแบบเขาที่ลงโทษโดยการขังเธอเอาไว้หรอก 


 

แล้วป่านนี้เทเรซ่าจะได้กินอะไรยังช่วงนี้ยิ่งผอมๆอยู่แถมยังเพิ่งหายไข้ดีด้วยถ้ากลับไปเป็นขึ้นมาอีกจะทำไง ถ้าเกิดถูกตามตัวเจอขึ้นมาต้องโดนประหารแน่ เพราะงั้นจะโดนเจอตัวมั้ยนะ? 


 

“นี่แต่เธอเคยพูดไม่ใช่เหรอว่าต้องการไปสโตนเฮสน่ะ เธออาจจะอยู่ที่นั่นก็ได้”โคนี่พูด 


 

“แต่บ้ารึเปล่า ถึงอย่างนั้นยัยนั่นก็ไม่รู้ทางหรอกว่าต้องไปทางไหน”เอเลนแย้งโคนี่ 


 

“อย่าลืมว่าประชาชนข้างนอกไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ถ้าเธอถามทางคนแถวนั้นเขาก็พาเธอไปได้อยู่ดี”อาร์มินแทรกขึ้น จริงอยู่ที่ถ้าเธอหนีไปก็อาศัยพึ่งคนอื่นได้แต่ว่ายังไงพวกเราก็คงหาไม่เจอหรอกเพราะตัวเขาอีกคนเป็นคนคอยช่วยอยู่ 


 

“งั้นแสดงว่าถ้าเราไปสโตนเฮสก็มีโอกาสเจอเทเรซ่างั้นเหรอ”ฮันซี่ถามอาร์มินจึงพยักหน้าเงียบๆ 


 

รีไวล์ตีสีหน้าเครียดที่พวกเขาตกลงจะไปตามหาเทเรซ่าที่เขตสโตนเฮสกัน มันมีโอกาสเสี่ยงที่ถ้าพวกเขาไปเขตสโตนเฮสเทเรซ่าจะถูกพวกเขาเจอตัว เพราะเทเรซ่าย้ำกับเขาอยู่เสมอว่าเธอต้องไป แต่อย่างไรซะคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกถูกมั้ย? 


 

คงไม่เจอหรอก...


 

แล้วสรุปตอนนี้เทเรซ่าเป็นยังไงบ้างนะ… 


 

แม่งเอ้ยไม่รู้อะไรสักอย่างเลยตอนนี้ คนที่เขาอยากดูแลกลับเป็นตัวเขาอีกคนแทนที่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นในขณะที่เขาได้แต่อยู่เงียบๆทำได้แค่ไม่ปริปากบอกว่าเขามีส่วนร่วมกับการพาเทเรซ่าหนีออกจากที่นี่และได้แต่คิดเป็นห่วงอีกฝ่ายอยู่ทั้งวันทั้งคืน


 

คิดถึงแบบที่คิดถึงมากๆ 


 

รักมากๆด้วยเหมือนกัน 


 

Levi End Part 

 

------------------------------------------------------

“มีเรื่องที่หนูสงสัยอยู่เรื่องนึงค่ะ ตอนนั้นที่เขตสโตนเฮสหัวหน้าก็เป็นคนช่วยหนูใช่มั้ยคะ” 


 

คนตัวเล็กเช็ดจานที่เพิ่งล้างเสร็จให้แห้งดีและเอ่ยถามรีไวล์ที่นั่งอยู่เฉยเนื่องจากเธอรั้นแต่จะทำงานบ้านไม่ยอมให้เขาทำอยู่ท่าเดียว ก็น่ารักแหละแต่ดื้อว่ะแค่ล้างจานเขาทำให้ก็ได้ 


 

“ใช่” 


 

“แล้วทำไมหัวหน้าไม่เอาของที่หัวหน้าต้องการมาเลยล่ะคะ? ถึงจะบอกว่ามีคนอื่นคอยคุมอยู่หรืออ้างว่าเพราะพวกหัวหน้าอีกคนมาแต่หลังจากนั้นหัวหน้าก็กลับมาเอาได้นี่” 


 

“ฉันในตอนนั้นยังสติไม่ครบร้อยเลยด้วยซ้ำ การข้ามเวลามันทำให้ความทรงจำไม่ปะติดปะต่อขาดหายไปบางช่วงน่ะ” 


 

เทเรซ่าได้ฟังก็ครุ่นคิดตอนที่เธอเจอกับคาร์ลิสันในรถม้าด้วยกันก็พูดจาแปลกๆชอบกลแล้วก็ดูสับสนในตัวเองจนเหมือนคนเป็นบ้า หรือว่าคาร์ลิสันจะใช้พลังย้อนเวลากลับมาเหมือนกัน แต่คาร์ลิสันไม่มีนาฬิกานี่จะใช้มันได้ยังไง แต่ว่าหัวหน้ารีไวล์ย้อนเวลากลับมาก็ไม่เห็นดูเหมือนคนบ้าตรงไหน 


 

“หรือว่าที่หัวหน้าปวดหัวบ่อยๆเพราะเรื่องนี้รึเปล่าคะ หรือเป็นเพราะไม่สบายกัน” 


 

“ทั้งสองอย่าง” 


 

“มิคาสะเองก็ชอบปวดหัวอยู่บ่อยๆนะคะ จะว่าไปหัวหน้ากับมิคาสะก็สายเลือดเดียวกันนี่เกี่ยวอะไรกันรึเปล่านะ” 


 

“ฉันน่ะปวดหัวเพราะข้ามเวลา แต่ยัยนั่นฉันไม่รู้ด้วยหรอกอีกอย่างถึงจะบอกว่าสายเลือดเดียวกันก็จริงแต่ยัยนั่นน่ะมีสายเลือดราชวงศ์อยู่ ไม่เหมือนกับฉันที่มีแค่สายเลือดตระกูลแอคเคอร์แมนกับคนธรรมดาอยู่ด้วยกัน” 


 

ยิ่งฟังที่หัวหน้าพูดก็ยิ่งไม่เข้าใจไปกันใหญ่ทำไมเรื่องราวมันต้องซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนี้เนี่ย พอจะเรียบเรียงได้อยู่บ้างแต่ที่งงๆคือมิคาสะมีสายเลือดแอคเคอร์แมนแล้วยังมีสายเลือดราชวงศ์อีกด้วยเหรอ? 


 

โคตรเจ๋ง สวยก็สวย เก่งรอบด้าน หุ่นดี แถมยังมีเชื้อสายราชวงศ์อีก 


 

“แล้วเอเลนล่ะคะ เอเลนก็ชอบปวดหัวถึงจะไม่บ่อยมากเท่ามิคาสะก็เถอะ” 


 

เทเรซ่านึกถึงอีกคนนึงที่ชอบมีอาการปวดหัวเช่นเดียวกันกับมิคาสะแม้จะเป็นนานๆครั้งแต่ก็ให้ความรู้สึกประหลาดเพราะเขาชอบทำหน้าตาแปลกๆไปเหมือนเกิดอะไรขึ้นสักอย่างแล้วก็ไม่ยอมพูดออกมา 


 

“จะไปรู้มั้ย ถึงจะมาจากอนาคตใช่ว่าฉันจะรู้ทุกเรื่องสักหน่อย เพราะงี้ถึงต้องกลับมาหาคำตอบด้วยไง” 


 

“อีกอย่างนะฉันจะบอกให้ฟังเรื่องราวของพวกเราไม่เหมือนกันทุกเรื่องหรอกนะ อย่างที่เธอหนีออกมาได้เพราะฉันช่วย ในยุคของฉันตอนเธอหนีออกมาเธอหนีออกมาโดยไม่มีใครช่วยด้วยซ้ำเพราะรู้วิธีใช้นาฬิกาแถมยังหัวหมอแหกคุกหนีออกมาพร้อมกับเอเลนอีก” 


 

“ละทำไมเอเลนแหกคุกออกมาพร้อมหนูด้วยล่ะ” 


 

ฉันถามด้วยความไม่เข้าใจ ถึงจะพอเก็ทว่าในแต่ละช่วงเวลาเรื่องราวอาจไม่เหมือนกันเพราะเคยอ่านเกี่ยวกับทฤษฎีโลกคู่ขนานกับbutterfly effectมาบ้างว่าการกระทำของตัวเราเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้เหตุการณ์ในอนาคตแตกต่างกันได้ อย่างตัวฉันในตอนนี้ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับนาฬิกาตั้งแต่แรกและไม่ได้ไปสนิทกับเอเลนมากขนาดนั้นจึงเลือกจะยอมอยู่เฉยๆและมีคนมาช่วยแทน แต่ตัวฉันอีกคนรู้เรื่องเกี่ยวกับใช้พลังและอาจรู้อะไรมามากกว่านี้เลยแทคทีมร่วมมือกับเอเลนแหกคุกหนีออกมาทั้งคู่ แต่นั่นแหละที่งงแล้วทำไมต้องเป็นเอเลนวะ? 


 

“เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้ ตัวเธออีกคนน่ะไม่บอกอะไรฉันเลยสักนิด ส่วนเจ้าเอเลนก็ไม่บอกอะไรพวกมิคาสะเหมือนกัน” 


 

“...” 


 

ฉันอีกคนทำไมมีอะไรแล้วไม่บอกหัวหน้ากันนะแล้วทำไมเอเลนถึงต้องทำแบบนั้นกันด้วยไม่เข้าใจเลยพวกเราไม่ใช่พวกเดียวกันหรอกเหรอถึงต้องปิดบังกัน? 


 

“ถามจริงนะ เป็นชู้กันรึเปล่า?” 


 

รีไวล์ลุกขึ้นมายืนอยู่ด้านหลังคนตัวเล็กใช้มือทั้งสองข้างวางลงบนอ่างล้างจานโดยมีตัวเธอคั่นอยู่ตรงกลางระหว่างแขนเขาพร้อมกับสีหน้าที่เหวอทำตัวไม่ถูกไปพักใหญ่เมื่อโดนถามอย่างนั้นก่อนจะเถียงกลับไปเพราะดูท่าร่างหนาจะยืนไม่สบอารมณ์อยู่ 


 

“หัวหน้า! จะบ้ารึไงเพ้อเจ้อมากเอาอะไรมาคิดกันว่าเป็นชู้กับเอเลน ถึงหนูจะไม่ใช่เทเรซ่าคนนั้นแต่เธอก็ไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก บางทีที่อยู่ด้วยกันอาจจะมีเหตุผลบางอย่างก็ได้” 


 

“แต่ฉันก็ควรมีสิทธิ์รู้มั้ยว่าเมียตัวเองคิดจะทำอะไร” 


 

“...ทำไมถึงเรียกหนูแบบนั้นอีกแล้วล่ะคะ?” 


 

เทเรซ่าเกือบทำจานร่วงไปแล้วถ้ารีไวล์ไม่รับไว้ก่อน ไม่ชินเลยเวลาโดนเรียกแบบนี้รู้สึกว่าหัวหน้ารีไวล์กำลังแอคแทคจีบเธอเลยทั้งๆที่อยู่ในสถานการณ์ซีเรียสแท้ๆ เขินไม่รู้จักเวล่ำเวลาเลยเทเรซ่าแค่โดนเรียกว่าเมียก็เขินแล้ว! 


 

“อยากรู้มั้ยล่ะ” 


 

น้ำเสียงที่ดูไม่สบอารมณ์เมื่อครู่นี้แปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเจ้าเล่ห์กระซิบเข้าที่ข้างหูจนคนตัวเล็กย่นคอลงด้วยความจั๊กจี้และความไม่คุ้นชิน ถึงจะบอกว่าตอนนี้เลิกระแวงหัวหน้ารีไวล์แล้วก็เถอะแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไว้ใจให้มาทำอะไรรุ่มร่ามกับตัวเธอเสียหน่อย ไม่ว่าจะคนนู้นหรือคนนี้ก็เจ้าเล่ห์กับลามกทั้งคู่เลย!! 


 

เห็นหน้าตาดูเงียบๆแบบนี้ไว้ใจไม่ได้ เพราะงี้เขาถึงสอนไงว่าอย่ามองคนจากภายนอกอย่างเดียว หัวหน้ารีไวล์ที่ดูไม่ยุ่งเรื่องพรรค์นี้แม้แต่ความรักหรือเรื่องอย่างว่าจริงๆแล้วฉันคิดว่าฉันดูเขาผิดไปทุกอย่างเลยเขาน่ะเจ้าเล่ห์มาก! 


 

“ทะ..ทำไมต้องเข้ามาชิดขนาดนั้นคะ” 


 

ฉันชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ ทำไมตัวเขามันดันมาชิดจนแนบเนื้อขนาดนี้ล่ะนี่เราอยู่ในสภาพที่ล่อแหลมกันมากๆเลยนะและยิ่งมีกันแค่สองคนในป่าด้วยมันจะเป็นยังไงกันเนี่ย! 


 

“หิว” 


 

“หัวหน้าเพิ่งกินข้าวเสร็จเมื่อกี๊!” 


 

ถึงจะเสียงดังกระโชกโฮกฮากใส่แค่ไหนแต่จริงๆแค่ทำใจดีสู้เสือไปเท่านั้นแหละ ทั้งๆที่ส่วนสูงต่างกันไม่กี่เซนเองแต่พออยู่กับเขาทีไรเธอกลับรู้สึกว่าตัวเธอสูงแค่เท่าเด็กประถมด้วยซ้ำ 


 

อาจจะเป็นเพราะเขาตัวหนามีแต่กล้ามรึเปล่าเลยทำให้เธอตัวเล็กขนาดนี้แต่พอลองเทียบส่วนสูงกับเขาดูดีๆแล้วเธอเตี้ยจริงๆนะ หรือจริงๆที่วัดส่วนสูงของที่นี่ไม่ได้มาตรฐานหรือแตกต่างจากโลกของเธอกันแน่นะ? 


 

ไม่สิสิ่งสำคัญตอนนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนสูงนี่นา! 


 

“กินของคาวก็ต้องต่อด้วยของหวานไม่ใช่รึไง” 


 

“แต่ว่า..ไม่ใช่หัวหน้าเคยบอกกับหนูเหรอคะว่าไม่ชอบกินของหวาน” 


 

“ก็เมียตัวเองเป็นข้อยกเว้น” 


 

เคร้ง! 


 

เสียงส้อมที่ตกลงกับซิงค์ล้างจานดังขึ้นเมื่อฉันเผลอทำมันร่วงมือไป ดีนะที่ไม่ใช่จานแตกแต่ว่าใครก็ได้พาฉันออกไปจากตรงนี้ทีเถอะ...ถ้าเกิดหัวหน้าคนนี้ทำอะไรขึ้นมาหัวหน้าอีกคนจะหาว่าเป็นคนหลายใจมั้ยนะ? 


 

“เรียกแบบนี้จริงๆไม่ต้องอธิบายก็น่าจะเข้าใจนะว่าทำไมถึงเรียกได้” 


 

“O///O” 


 

ขะ..เข้าใจ เข้าใจดีเลยล่ะ! 


 

ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อเห็นสีหน้าชวนให้เขาแกล้งของอีกฝ่าย มือหนาซุกซนเลื่อนขึ้นไปจับเอวบางไว้โอบรัดแน่นพร้อมกับใบหน้าที่เคลื่อนมายังซอกคอขาวที่ทำให้เธอจั๊กจี้และรู้สึกวาบหวิวเล่นๆ 


 

เพราะอยู่กันเพียงแค่สองคนในที่ที่ตั้งอยู่กลางป่าเลยทำให้บรรยากาศเงียบเช่นนี้หัวใจดวงเล็กจึงเต้นแรงดังพอให้อีกฝ่ายได้ยินกับเสียงกลืนน้ำลายลงคอของคนตัวเล็กที่กำลังรู้สึกประหม่าเขาอยู่ 


 

เทเรซ่าพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองไม่ให้เลยเถิดไปมากกว่านี้จึงบอกให้เขาหยุดซึ่งเขาก็เลือกจะปฏิบัติตามที่เธอขอเขาเป็นอย่างดี ตามจริงเขาคิดจะแกล้งเล่นๆเท่านั้นแหละเพราะรู้ว่าคนตัวเล็กคงไม่พร้อม 


 

ถึงพร้อมก็ไม่ทำอะไรเลยเถิดแบบนั้นหรอกเพราะถ้าคนตัวเล็กเป็นอะไรขึ้นมาเขารับผิดชอบไม่ไหวแน่ๆเพราะยังมีอีกหลายเรื่องเป็นมรสุมรุมล้อมพวกเขาอยู่ 


 

“ลำบากใจหรือเปล่าคะที่หนูเอาแต่ปฏิเสธหัวหน้าตลอด” 


 

 ใบหน้าหวานทำหน้ารู้สึกผิดเพราะเมื่อไหร่ที่เขาเข้าใกล้ตัวเธอมากเกินไปเธอจะหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสอีกฝ่ายเขาทุกครั้งเวลาเขาทำตัวรุ่มร่ามกับเธอยกเว้นแต่ตอนที่เขาต้องการกอดหรือต้องการจับมือเธอจริงๆ 


 

“ก็ไม่นี่ ถ้าเธอไม่อยากฉันก็ไม่ขัดเธอหรอกแค่แหย่เล่นเฉยๆ” 


 

เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายแค่แหย่เล่นเลยตีโพยตีพายเข้าใจไปเองว่าเขาไม่ได้อยากทำจริงๆจึงเกิดอาการแปลกๆที่รู้สึกน้อยใจอยู่นิดๆทั้งๆที่เธอเป็นคนปฏิเสธเขาเอง 


 

แค่แหย่เล่นเฉยๆเองเหรอ? 


 

“แต่จริงๆก็อยากทำจริงๆนั่นแหละ” 


 

หัวใจดวงน้อยพองโตอีกครั้งอย่างหาคำตอบไม่ได้ ความรู้สึกที่เหมือนกับอีกฝ่ายก็คิดจริงจังไม่ได้อยากแค่แหย่เล่นเฉยๆมันทำให้รู้สึกว่าเธอยังคงได้รับความรักจากเขาอยู่ 


 

เป็นเด็กน้อยจริงๆนั่นแหละเธอน่ะ… 


 

แต่ไม่ใช่ว่าเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นคือถูกสงสัยว่าเป็นชู้กับเอเลนอยู่งั้นเหรอ? 


 

“แล้ว..ยังคิดมากเรื่องเมื้อกี๊อยู่มั้ยคะ?” 


 

“ถามซ้ำทำไมหรือเป็นชู้กันจริงแล้วคิดกลบเกลื่อน” 


 

“ไปกันใหญ่แล้ว…” 


 

คนตัวเล็กหัวเราะแห้งพูดเสียงแผ่วลงเมื่อสัมผัสได้ถึงท่าทางไม่พอใจกับเรื่องที่เธอวกกลับเข้ามาทำให้เขาหงุดหงิดอีก 


 

“หนูเชื่อตัวเองว่าที่เป็นแบบนั้นต้องมีเหตุผลแน่ ทำไมหัวหน้าไม่เชื่อใจคนที่ตัวเองรักล่ะ?” 


 

“ขอโทษ” 


 

รีไวล์ถอนหายใจและยอมเอ่ยคำขอโทษออกมา ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจเธอแต่ว่าบางทีเขาก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าเธอคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่ว่าในเมื่อเทเรซ่าเป็นคนที่เขารักเขาก็ควรจะเชื่อใจเธอเพราะการที่เขาจะรักใครสักคนได้แสดงว่าเขาก็พิจารณาเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว 


 

และเขารู้ว่าเทเรซ่ามีเหตุผล 


 

ไม่ว่าเทเรซ่าจะเปลี่ยนไปยังไงเขาก็รับได้อยู่ดี… 


 

“อื้อ” 

“เทเรซ่าเสร็จแล้วก็รีบๆตามมานะ” 


 

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากด้านบน เทเรซ่าที่ได้ยินเช่นนั้นก็สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดมองกระดาษในมือที่เป็นรูปถ่ายกับเพื่อนๆของเธอที่อีกโลกนึงพร้อมกับกระดาษรูปหัวใจที่มีข้อความเขียนจากเพื่อนทั้งห้องตั้งแต่สมัยม.ต้นที่พอจะอ่านออกอยู่บ้างแม้จะโดนน้ำไปแล้วก็ตามแต่โชคดีที่มันถูกใส่อยู่ในแฟ้มพลาสติกที่รูดซิปไว้เป็นอย่างดี 


 

คิดถึงจัง... 


 

มือบางวางทั้งสองสิ่งลงพร้อมกับเลื่อนมือไปแตะที่เข็มกลัดประจำโรงเรียนของเธอแล้วถอดมันออกมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมและพับกระดาษทั้งสองแผ่นลงในเสื้ออีกทีพร้อมกับสำรวจว่าเธอแต่งตัวเรียบร้อยแล้วและแขนของเธอที่พันแผลไว้เป็นอย่างดี 


 

จะต้องหาความจริงให้เจอให้ได้เลย 


 

จะต้องไม่จบเหมือนกับอนาคตที่ทุกคนตายทั้งหมดแน่ๆ จะต้องทำให้ดีที่สุด! 


 

ได้เวลาไปแล้วล่ะ ถึงจะไม่รู้ว่าหลังจากไปที่นั่นแล้วจะต้องทำยังไงต่อก็ต้องไปอยู่ดี 


 

ไปเขตสโตนเฮสกันเถอะ 


 

แล้วหลังจากนั้นพวกเราจะกลับโลกกัน… 


 

ขอโทษนะหัวหน้ารีไวล์ 


 

แต่ดูเหมือนหัวหน้าว่าจะแพ้พนันแล้วล่ะ… 


 

-----------------------------------

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 184 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #282 zingerjj (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 10:06
    สงสารหัวหน้าจากอนาคตอะแงงง กอดๆนะคะคนเก่ง
    #282
    0
  2. #183 jrnzp03 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 10:26
    ไม่เอาดราม่าาาา ขอร้องง
    #183
    0
  3. #156 wiepme (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 12:17
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png รออ่านอยู่น้าาา
    #156
    0
  4. #153 BlancNoir (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 06:46

    ทำไมมันหน่วงๆอ่าาา ฮรือออ ถึงหัวหน้าจะเป็นคนๆเดียวกันแต่ก็ยังรู้สึกคิดถึงหัวหน้าคนแรกที่เอาแต่ใจร้ายคนนั้นอยู่ดีอ่ะ ทามมมมายยยกานนน
    #153
    1
  5. #152 Noeylovea83 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 01:15
    จะรอตอนต่อไปค่า
    #152
    1
  6. #151 ChutimonPin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:45
    ได้กลิ่นแห่งความดราม่าและความยุ่งยากโชยมาา~
    #151
    1
  7. #150 polytome (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 16:43

    จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #150
    2
  8. #149 Noeylovea83 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 15:45
    ไฟท์ติ้ง
    #149
    1
  9. #148 pitchayameeyok (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:37

    สู้ๆค่ะ

    #148
    1
  10. #147 ChutimonPin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:50

    ฮื่ออออ
    #147
    1
  11. #146 polytome (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 17:57

    จะรออ่านนะคะ
    #146
    1