end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 30 : Chapter28:ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    2 เม.ย. 64

Chapter28:ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น

 

“มีข่าวลือว่านายกับเด็กคนนั้นมีอะไรกันนายจะว่าไง?”ฮันซี่วางถ้วยชาตัวเองลงแล้วคุยกับรีไวล์ที่กำลังนั่งจิบชาอย่างเงียบๆ 
 


 

“ใครเขาพูดกัน”รีไวล์วางถ้วยชาลงตามก่อนจะนั่งขมวดคิ้วเมื่อถูกสงสัยและโดนซักถามจากผู้เป็นเพื่อนสนิทของตน 
 


 

“พวกทหารนั่นแหละ มีคนเล่าว่านายเดินจับมือกับเธอ” 
 


 

“ก็แค่จับมือใครๆก็ทำได้มั้ย นินทากันเป็นเรื่องเป็นราวกันจริงๆ”เขาบ่นด้วยความหงุดหงิดถ้าเอาเดาคงจะเป็นตอนที่ยืนคุยกับคาร์ลิสันแล้วเขาเอามือไปจับเธอแน่ๆพวกทหารเลยคิดไปไกลกันเช่นนั้น 


 

“ใช่ แค่จับมือใครเขาก็ทำได้ฉันก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ลับหลังมันไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอกใช่มั้ย”ฮันซี่กำลังเคลือบแคลงใจในความสัมพันธ์บางอย่างของทั้งสองคนนั้นที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเกิดเป็นแค่เด็กคนนั้นมีท่าทีชอบรีไวล์เธอก็ยังไม่คิดมากเท่ารีไวล์เองก็ชอบเด็กคนนั้นกลับเหมือนกัน 


 

“ไม่มี” 


 

“แบบนั้นก็ดี เพราะไม่งั้นฉันคงต้องห้าม ถึงจะเคยแซวเล่นๆแต่นายก็รู้ใช่มั้ยว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ความสัมพันธ์แบบทหารกับนักโทษไม่มีใครมองว่าดีหรอก” 


 

“แต่เทเรซ่าไม่ใช่นักโทษ” 


 

“โทษทีนะแต่นายก็เคยเรียกเธอแบบนี้”ฮันซี่ที่รู้อยู่แล้วว่ารีไวล์กำลังโกหกเธอจึงพยายามเค้นปากให้พูดความจริงออกมา 


 

“จะยังไงก็แล้วแต่แต่อย่างที่พูดไปว่าถ้าเป็นแบบนั้นมันคงไม่ดีแน่ๆ เพราะตอนนี้พวกทหารก็คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว”ฮันซี่รู้ว่ารีไวล์กำลังเรียบเรียงคำพูดแก้ตัวออกมาไม่ถูกจึงตัดบทพูดต่อ 


 

“ใครจะมองฉันยังไงฉันก็ไม่สนอยู่แล้ว” 


 

“ก็รู้ว่านายคงไม่สนคำพูดพวกนั้น แต่ฉันกำลังหมายถึงถ้าไม่มีอะไรก็ดีแล้วเพราะฉันคิดว่าคนเราอยู่คนละโลกมารักกันมันดูพิลึกเนอะว่ามั้ย?” 


 

“…”รีไวล์สะอึกอยู่ในลำคอและรู้สึกแห้งจนกลืนอะไรไม่ลงแม้กระทั่งน้ำลายตัวเองเมื่อรู้สึกเหมือนกับโดนจี้จุดบางอย่างกับความจริงที่เขามองข้ามผ่านมาตลอด 


 

“นายหลอกฉันไม่ได้หรอกรีไวล์ สายตานายมันฟ้องเวลานายมองเด็กคนนั้นจากที่มันไม่มีอะไรก็ค่อยๆมีแต่ความอ่อนโยนแถมยังออกโรงปกป้องเธอตลอดเวลา” 


 

“ฉันแค่คิดว่าเด็กคนนั้นเป็นเด็กดีก็เท่านั้น”ฮันซี่ส่ายหน้าให้กับความปากแข็งของเพื่อนตัวเอง พูดจนมาถึงขนาดนี้แล้วยังจะปฏิเสธอยู่อีกเหรอ? 


 

“ถามตัวเองดูอีกรอบให้ดีก่อนนะว่ามันแค่นั้นจริงๆเหรอ?” 


 

“จริง มันไม่มีอะไรมากกว่านั้นเธอจะบ้ารึเปล่าฮันซี่ฉันจะไปคิดอะไรแบบนั้นกับเด็กอายุ17ได้ยังไง” 


 

“ก็ถ้านายยืนยันว่าเป็นแบบนั้น อย่าให้ฉันเห็นว่านายทำอะไรเกินกว่าหน้าที่และความจำเป็นอีก ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังใครก็ตามเพราะสุดท้ายแล้วถ้านายพลาดขึ้นมาคนที่ต้องมานั่งเสียใจก็คือตัวนายเอง” 


 

“…สบายใจได้ไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่” 


 

“อย่าให้ความรักมากระทบกับเรื่องงานและอย่าให้เธอมาทำอะไรกระทบพวกเราหรือนายเอง”ฮันซี่เอ่ยปากเตือนรีไวล์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนรีไวล์เริ่มจะรู้สึกพาลหงุดหงิดเมื่อต้องมาถูกซักถามและตักเตือนราวกับเขาเป็นเด็กแบบนี้ 


 

“โฮ่ย ก็บอกว่าไม่มีอะไรไงนี่เธอกำลังจับผิดฉันอยู่รึไงก็บอกว่ามันไม่มีอะไรไงเลิกพูดสักที เธอจะอะไรกับฉันนักหนาถ้าฉันไปชอบหรือรักใครฉันแยกแยะเองได้น่ะ” 


 

“ที่นายพูดหมายความว่านายคิดอะไรใช่รึเปล่ากับเทเรซ่าน่ะ” 


 

“ฮันซี่!”รีไวล์ที่ขบสันกรามแน่นเผลอตะคอกใส่ฝ่ายตรงข้ามเมื่อรู้สึกว่าตัวเองโดนไล่ต้อนจนมุมแล้ว เขาคิดว่าบางทีฮันซี่ก็เซ้าซี้ตัวเขาเองมากไปทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอแม้แต่น้อย  


 

“ฉันพูดถูกใช่มั้ยล่ะไม่งั้นนายคงไม่เป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้” 


 

“ฉันไม่ได้ชอบ!”รีไวล์ก็ยังคงเป็นรีไวล์อยู่วันยังค่ำทั้งๆที่คำพูดกับในใจตอนนี้กำลังสวนทางกันไปมาก็ตาม ถึงแม้จะตอบสักกี่ครั้งเขาก็ยังเลือกที่จะปฏิเสธทันพลันเหมือนคนไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อยแต่ว่าภายในใจของเขากำลังหวั่นไหวแล้วได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าจริงเหรอ? 


 

“ถ้าเกิดฉันบอกว่าฉันเห็นนายจูบเธอล่ะ” 


 

“เธอเห็นได้ไง?”รีไวล์เลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด จากที่ฮันซี่แค่ลองเชิงดูเล่นๆแต่ผลลัพธ์ที่ออกมามันเกินคาดไปกว่าที่เธอคิดมาก 


 

“…ฉันแค่พูดลอยๆ รีไวล์คราวนี้นายปฏิเสธอะไรอีกไม่ได้แล้วนะ”รีไวล์ถึงกับตาโตเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกถามเข้าเต็มเปา ความลับของเขามันไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว เรื่องที่เขาปิดมาเป็นอย่างดีกลับถูกดูออกภายในพริบตาเมื่อเอาสิ่งที่เขากระทำจริงมาพูด 


 

“ฉัน…” 


 

“ไปจัดการเอาเองละกันนะเรื่องของนายน่ะที่ฉันต้องการวันนี้คือให้นายรีบๆทำอะไรชัดเจนแล้วไปจัดการกับความรู้สึกสักที” 


 

ชัดเจนกับความรู้สึกเหรอ? 


 

ต้อต้องทำยังไงให้ชัดเจนกับความรู้สึก? 


 

“แต่จัดการที่ฉันหมายถึงคือกลับไปเป็นเหมือนเดิม กลับไปที่จุดเริ่มต้นทั้งหมด” 


 

“อย่าให้เธอเข้ามาก้าวก่ายชีวิตนายและพวกเราเลย เพราะสำหรับฉันแค่เรื่องไททันอย่างเดียวก็เกินพอแล้ว” 


 

อา…สงสัยเขาจะลืมไปซะสนิทเลยว่าเขาเป็นวีรบุรุษที่อุทิศตนเพื่อมวลมนุษยชาติและเป็นแค่ผู้ดูแลเด็กคนนึงไม่ให้ทำอะไรผิดก็เท่านั้น มีหน้าที่แค่กำจัดและทำทุกอย่างเพื่อปกป้องทุกคนไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง และต้องท่องไว้อยู่เสมออย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาปนกับหน้าที่ 


 

แต่ถ้าเกิดต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับความรักเป็นเขาจะเลือกอะไรอย่างนั้นเหรอ ก็ต้องตอบสองอย่างอยู่แล้วถ้าเกิดเป็นเขา 


 

เขาโตพอที่จะแยกแยะได้ระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานให้เท่ากันไม่มีอะไรน่ากังวลหรอก 


 

“คิดดูดีๆนะว่าจะเอาความรู้สึกของตัวเองไปผูกติดกับคนที่เราไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเธอด้วยเลยจริงๆเหรอ ถ้าเกิดวันใดวันนึงเธอหายไปจากเราหรือที่ผ่านมาเป็นแค่เรื่องลวงโลกที่เธอสร้างขึ้นมาให้พวกเราตายใจล่ะจะทำไง?” 


 

“เธอคิดบ้าอะไรเนี่ย”รีไวล์เถียงฮันซี่ เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าเทเรซ่าจะทำอะไรแบบนั้น ไม่สิพูดให้ถูกก็คือเขาเคยคิดแต่ตอนนี้เขาไม่มีความคิดแบบนั้นแล้วต่างหาก เทเรซ่าน่ะเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนนึงที่เกิดมาใช้ชีวิตธรรมดาไร้เดียงสาไปวันๆเท่านั้น ไม่ใช่ผู้หญิงหัวหมอที่กำลังวางแผนอะไรแบบนั้นหรอก 


 

“ก็เพราะพวกเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอไงถึงต้องคิดไว้ไปในแง่นี้ก่อนเพื่อผลดีแก่ตัวพวกเรา” 


 

“…” 


 

ไม่ใช่..เขาคนนึงที่รู้จักเทเรซ่าดี เขาอยู่กับเทเรซ่าตลอดเวลา เขารู้ว่าเธอเป็นคนยังไงและเขาก็พอจะมั่นใจว่าเขาดูคนไม่ผิด 


 

แต่ทั้งทีเขาเองก็เชื่อใจเธอแท้ๆแต่ลึกๆเขาก็อดเห็นด้วยกับฮันซี่ไม่ได้บางทีเขาที่คิดว่าตัวเองรู้จักเธอดีที่สุดแล้วอาจจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลยก็ได้ 


 

และเขาก็ควรจะเป็นกลางต่อหน้าที่ไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่แคร์หรือเห็นใจแค่คนใดคนนึง นั่นเป็นสิ่งที่เขาควรจะทำและต้องทำ 


 

“ฉันเลยจะถามนายให้แน่ใจอีกครั้งว่าระหว่างหน้าที่กับความรู้สึกส่วนตัวนายจะเลือกอะไร?” 


 

ใช่แล้ว…นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ 


 

ฉันเลือกหน้าที่” 

Teresa Part 


 

‘ถ้าเกิดต้องเลือกหน้าที่กับความรู้สึกส่วนตัวงั้นเหรอ?' 


 

นั่นเป็นคำถามที่เธอได้แต่ถามตัวเองอยู่ในใจ 


 

‘ตำนานกล่าวกันว่าไททันเกิดจากหญิงสาวผู้หนึ่งนามว่ายูมีร์ได้ทำสัญญารับพลังจากปีศาจ เมื่อตายลงพลังทั้ง9จึงถูกส่งต่อให้ลูกหลานที่มีสายเลือดเดียวกันต่อรุ่นสู่รุ่นพร้อมกับความทรงจำบางอย่าง และเป็นวงจรเช่นนี้จนไม่รู้จักจบสิ้น'  

 
 

'…'  

 
 

'วงจรนี้ถูกส่งต่อมาเรื่อยๆและย้อนกลับไปเรื่อยๆเช่นกัน'  

 
 

‘จะวนต่อไปเรื่อยๆ เดินไปข้างหน้า หรือย้อนกลับมาก็แล้วแต่ช่วงเวลานั้นๆ'  

 
 

‘ใบ้ให้ขนาดนี้รู้รึยังว่าหน้าที่เจ้าคือต้องทำยังไง?'  

 

จนป่านนี้คำพูดพวกนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเราอยู่ทุกวันทุกคืน ถึงจะไม่เคยเข้าใจกับความหมายของมันก็ตามแต่สิ่งหนึ่งที่เธอพอจะมั่นใจก็คงจะเป็นเธอมีหน้าที่ที่ต้องทำ 


 

เธอไม่ได้มาที่นี่เพราะโชคชะตาหรือพรหมลิขิตอะไรทั้งนั้นแต่ทุกสิ่งถูกกำหนดให้เธอต้องรับหน้าที่แล้วมายังโลกนี้อยู่แล้วคงงั้นมั้ง 


 

ก็แค่เดาส่งเดช เพราะไม่งั้นเธอก็คงหาเหตุผลอะไรมารองรับคำพูดพวกนั้นไม่ได้ มันก็เป็นเพียงแค่ความคิดส่วนตัวเท่านั้น 


 

แต่ถ้าเกิดต้องทำเพราะเป็นหน้าที่จริงๆสักวันฉันจะยังได้อยู่ข้างๆหัวหน้าแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆหรือเปล่านะ? 


 

และถ้าเกิดว่าต้องทำหน้าที่ของตัวเองถึงตอนนั้นฉันจะยังอยู่บนโลกใบนี้หรือเปล่านะ? 


 

บางทีฉันก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าถ้าเกิดฉันมีหน้าที่บางอย่างจริงๆ ฉันเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายร้ายกันแน่ แต่ว่านั่นไม่สำคัญหรอกเพราะถึงเวลานั้นถ้าเกิดฉันต้องเป็นคนไม่ดี ฉันมั่นใจว่าฉันจะหยุดตัวเองได้ 


 

เพราะฉันมีหัวหน้ารีไวล์อยู่ในใจยังไงล่ะ ไม่ว่าจะอยู่ในที่ที่มืดมิดขนาดไหนเขาจะต้องเป็นคนที่คอยดึงฉันออกไปสู่แสงสว่างแน่ๆ 


 

เพราะหัวหน้ารีไวล์น่ะคือทุกอย่างของเธอ 


 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าเกิดวันนึงเธอต้องทำหน้าที่ของเธอจริงๆเธอจะเลือกอะไรระหว่างหน้าที่กับความรัก เพราะเธอจะเลือกมันทั้งสองอย่าง! 


 

ของแบบนี้เลือกง่ายจะตายถึงอาจจะฟังดูยากลำบากไปหน่อยก็ตามเวลาต้องทำจริงๆแต่ถ้าเกิดเป็นหัวหน้ารีไวล์ก็คงเลือกทั้งสองอย่างเหมือนกับเราเหมือนกันจริงมั้ยล่ะ! 


 

จะคาร์ลิสันหรือใครหน้าไหนมาขวางทางฉันก็จะจัดการมันให้หมด! 


 

ถึงแม้ว่าฉันจะไม่มีพลังก็ตาม แฮะๆ… 


 

“มานั่งทำอะไรตรงนี้เหรอ อากาศมันหนาวนะเทเรซ่า” 


 

“อาร์มิน?” 


 

“ผมขอนั่งด้วยได้มั้ย?” 


 

“ไม่เห็นต้องขอกันเลยนี่”อาร์มินยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเธอแล้วขออนุญาตคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวจากทหารเวรที่เฝ้าเธอ เมื่อได้รับอนุญาตอาร์มินจึงเปิดการสนทนา 


 

“เห็นว่าเธอนั่งคนเดียวอาจจะเหงาๆผมเลยมานั่งเป็นเพื่อนน่ะไม่ได้มีเรื่องอะไรหรอก” 


 

“ขอโทษนะแต่รบกวนนายหรือเปล่า” 


 

“ไม่หรอก อันที่จริงคือผมแค่อยากลองคุยกับเธอดูน่ะ”เทเรซ่ากะพริบตาปริบๆเอ่ยชื่อตัวเองออกมาเบาๆ ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่าคนตรงหน้าเธอต้องการจะคุยอะไรแต่ว่าเธอก็ยินดีที่จะคุยเสมอถ้าเกิดเป็นคนในหน่วยของหัวหน้ารีไวล์ 


 

“เห็นเธอมักจะอยู่กับหัวหน้ารีไวล์บ่อยแถมเขาก็ดูจะพูดเยอะกว่าปกติมากกว่าพวกเราด้วยซ้ำเลยอยากรู้ว่าเวลาเธอคุยกับเขาเธอคุยยังไงน่ะ” 


 

“พูดเยอะเหรอ?”เทเรซ่านึกถึงเวลาคุยกับหัวหน้ารีไวล์ก็หัวเราะให้กับตัวเองแห้งๆเนื่องจากสิ่งที่เธอพอจะนึกออกเวลาคุยกับเขาก็คือเสียงบ่นทุกวี่ทุกวัน 


 

แต่ว่าบ่อยครั้งที่เขามักจะคุยกับเธอด้วยเหมือนกับรู้ว่าบางทีเธออาจจะเหงาหรือน้อยใจที่ไม่คุยกับเธอด้วยก็ได้ เพราะงั้นทุกๆวันเทเรซ่าเลยได้พูดแทบไม่ขาดสายเพราะหัวหน้าเองก็คุยด้วยตลอด 


 

จะว่าไปแบบนี้เรียกว่าถูกให้ความสำคัญรึเปล่านะ>_< 


 

“เอ่อ…เทเรซ่า”อาร์มินมองผู้หญิงตรงหน้าที่ยิ้มหน้าแดงอยู่คนเดียวไม่พูดไม่จากับเขาหรือตอบคำถามที่เขาถามไปเลย 


 

“ก็คุยกันเรื่องปกตินั่นแหละ ส่วนใหญ่หัวหน้าจะบ่นมากกว่า”เทเรซ่าตั้งสติเลิกคิดวอกแวกแล้วหันมาตอบอาร์มินหลังจากที่รอคำตอบมาสักพัก เขาพยักหน้าก่อนจะถามต่อขึ้น 


 

“หัวหน้าถึงจะบ่นเธอแต่ผมว่าเอาเข้าจริงเขาไม่ได้เคืองอะไรเธอหรอกนะขนาดตอนเธอเมาเขายังไม่ด่าเธอเลย” 


 

“เมา? อ๋อจำไม่ค่อยได้หรอกนะเหมือนวันนั้นจะไม่มีสติน่ะ” 


 

“วันนั้นเธอก็เผลอเรียกหัวหน้าว่าหัวเน่าแต่เขาก็ยังอุ้มเธอกลับไปส่งที่ห้องเลยกว่าเขาจะออกมาก็ตั้งนานแหละวันนั้นเธอน่าจะพยศหนักน่าดู เมาแล้วเพี้ยนกว่าเดิมเลย” 


 

โห…ไม่อยากจะคิดสภาพตัวเองตอนเมาเลยปกติก็เพี้ยนอยู่แล้วตอนเมายังเพี้ยนหนักกว่าเดิมอีกเหรอ หมดกันภาพลักษณ์ของฉันT^T 


 

“ผมก็เลยสงสัย…อ่าไม่สงสัยดีกว่าครับ” 


 

“อะไรเนี่ยอย่าพูดให้อีกฝ่ายค้างคาใจสิ” 


 

“ผมก็แค่สงสัยว่าหัวหน้าจัดการยังไงเวลาเธอเป็นแบบนั้นน่ะครับ”อาร์มินถามแบบอ้อมๆแต่ความจริงสิ่งที่เขาอยากจะถามเหลือเกินก็คือเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั้น เพราะวันต่อมาหลังจากที่พวกเขาทักว่ามีรอยอะไรที่คอกับปากที่แดงเจ่อเขาก็พุ่งเป้าหมายไปที่หัวหน้าเขาทันที 


 

อันที่จริงเขาค่อนข้างจะพอรู้คำตอบอยู่แก่ใจอยู่แล้วแต่เหมือนเทเรซ่าจะไม่รู้ 


 

“อ่า…น่าจะทำให้น็อคล่ะมั้ง”อาร์มินยิ้มเจื่อนให้กับคำตอบซื่อๆของเทเรซ่า 


 

“คือว่านะอาร์มิน สมมุติว่าอีกฝ่ายมายุ่งกับเราแต่บอกว่าไม่ได้คิดอะไรนี่หมายความว่าไงเหรอ?”เทเรซ่าลูบมือตัวเองเบาๆก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมองว่าเธอกำลังคิดอะไร อาร์มินเห็นเช่นนั้นก็เริ่มเดาไปเองว่าเรื่องที่เทเรซ่าถามคงจะหมายถึงหัวหน้ารีไวล์แน่ๆ 


 

“หมายถึงยุ่งแบบไหนล่ะ” 


 

“ก็เอ่อ…คือมันก็แค่เรื่องสมมุติน่ะนะ ถ้าเกิดยุ่งแบบมาทำตัวรุ่มร่ามใส่หรือแบบการกระทำมันมากกว่าความสัมพันธ์ปกติที่เขาทำกันแต่บอกว่าไม่ได้เกินเลยไปมากกว่านั้นนี่หมายความว่าไงเหรอ” 


 

“เขาอาจจะปากแข็งหรือกำลังสับสนตัวเองอยู่ก็ได้” 


 

“ทำไมกับเรื่องอื่นถึงตัดสินใจได้เร็วแต่กับเรื่องแบบนี้ถึงได้ใช้เวลานานจัง” 


 

“มันอาจจะเป็นเพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึกถึงได้ต้องใช้เวลาเพื่อความแน่ใจไง” 


 

“ทั้งๆที่การกระทำมันก็ชัดเจนอยู่แล้วน่ะนะว่าเขาเองก็รู้สึกกับเราทำไมไม่พูดออกมาตรงๆสักทีล่ะ”ใบหน้าหวานหงอยลง 


 

“…เรื่องนั้นผมไม่รู้หรอกก็ผมไม่ใช่หัวหน้ารีไวล์นี่” 


 

“ก็บอกว่าสมมุติไงเกี่ยวอะไรกับหัวหน้ากันเล่า!” 


 

“แค่นี้ผมก็ดูออกแล้ว ชอบใช่มั้ยล่ะหัวหน้ารีไวล์น่ะถึงเธอจะเคยบอกกับผมว่าไม่ได้ชอบเขาแต่จริงๆผมก็ดูออกแล้วหัวหน้าก็คงรู้เช่นกันว่าเธอเองก็ชอบแต่ไม่ยอมบอกสินะว่าเขาเองคิดยังไงกับเธอกันแน่” 


 

เทเรซ่าที่ลุกขึ้นพรวดโวยวายเมื่อกี๊ค่อยๆนั่งลงอีกครั้งก่อนจะเม้มปากแน่นแล้วพยักหน้าออกมา 


 

“ชอบหัวหน้ารีไวล์มาตั้งนานแล้วล่ะ ชอบตั้งแต่ก่อนจะได้เจอกับเขาจริงๆเสียอีก ฟังดูแล้วอาจจะแปลกๆแล้วฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงด้วยแต่ว่าพอได้เจอจริงๆเหมือนจะไม่ใช่แค่ชอบแล้ว…” 


 

“ผมคิดว่าหัวหน้าเองก็อาจจะคิดแบบเดียวกับเทเรซ่าก็ได้” 


 

“แต่นายก็เห็นหัวหน้าน่ะเป็นห่วงทุกคนดูแลทุกคนดี บางทีอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้” 


 

“เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าหัวหน้าชอบทำรุ่มร่ามใส่น่ะ ผู้ชายอย่างเขาคงไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกถ้าไม่ได้ชอบน่ะ” 


 

“...”เทเรซ่าเงียบไปชั่วขณะ จริงอย่างที่อาร์มินพูดคนอย่างหัวหน้าน่ะไม่มีทางที่จะทำแบบนั้นแน่ถ้าเกิดไม่ได้ชอบหรือคิดอะไรเกินเลยกับเธอ 


 

“แต่ว่านะอาร์มินถึงคิดเหมือนกันยังไงซะ…พวกเราก็คงรักกันไม่ได้หรอกถูกมั้ย” 


 

“อา…ถูกแล้วล่ะ” 


 

นั่นเป็นความจริงของความสัมพันธ์นี้ที่เธอรู้มาตลอด… 


 

“ฉันน่ะนะไม่รู้หรอกว่าสักวันฉันจะหายไปไหนมั้ย แต่ไม่ช้าก็เร็วคาร์ลิสันต้องตามตัวฉันแน่” 


 

“เธอรู้แล้วสินะ…” 


 

“ที่ปิดเรื่องนี้กับฉันไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่แต่ฉันก็ควรจะได้รู้นะในเมื่อมันเป็นปัญหาของฉัน และตอนนี้ฉันก็รู้ด้วยตัวเองแล้วดังนั้นฉันคิดว่าฉันควรจะจัดการมันด้วยตัวเอง” 


 

“เธอทำไม่ได้หรอกเทเรซ่า ตราบใดที่เธอยังอยู่ในความดูแลของพวกเราเธอไม่มีสิทธิ์จัดการอะไรเองได้ตามใจชอบ” 


 

“แต่พวกนายก็จัดการไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ยเพราะพวกนายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นเลยรวมถึงฉันด้วย” 


 

“หัวหน้าไม่ยอมแน่ๆถ้าเธอคิดจะทำอะไรตามอำเภอใจ”อาร์มินรีบเตือนด้วยความร้อนใจ เขาพอจะรู้สึกได้ว่าเทเรซ่ากำลังคิดจะทำอะไรโดยพลการแน่ๆ 


 

“ก็อย่าให้เขารู้สิ” 


 

“เป็นไปไม่ได้หรอกถ้าเธอคิดจะวางแผนอะไรยังไงเขาก็ต้องรู้แน่” 


 

“ฉันต้องการกลับไปเขตสโตนเฮสไปยังที่ที่ฉันโดนจับตัวไป ในบ้านหลังนั้นมีห้องอยู่หลายห้องซึ่งฉันมั่นใจว่ามีบางอย่างแน่ๆ” 


 

“เธอกลับไปไม่ได้ ถ้าจะกลับไปก็ต้องมีคนไปส่งแล้วถ้าเป็นอย่างนั้นหัวหน้าต้องรู้แน่ว่าเป็นหนึ่งในพวกเรา” 


 

“งั้นก็ไปกันหมดเลยไม่ได้เหรอ” 


 

“เรื่องนั้นต้องไปถามหัวหน้าเองแล้วล่ะ ถ้าเธอต้องการงั้นจริงผมจะคอยช่วยพูดให้” 


 

“ดีล่ะ ฉันจะไปถามดู”เทเรซ่าพอจะโล่งใจมากขึ้นเมื่อได้คุยกับอาร์มินแถมยังได้รับการช่วยเหลือจากเขาอีก ถ้าเกิดอาร์มินเป็นคนพูดล่ะก็ต้องทำได้แน่ๆ 


 

“แต่ว่ามันก็เสี่ยงมากนะ เธอโดนหมายหัวอยู่ไม่ใช่เหรอ” 


 

“ไม่ช้าก็เร็วพวกเราก็ต้องโดนหมายหัวอยู่ดีจะให้รออยู่เฉยๆโดยที่ไม่ทำอะไรสักอย่างฉันคงทนไม่ได้หรอก” 


 

“จริงอย่างที่เธอพูด แต่ว่านะเทเรซ่า…”เทเรซ่ามองอาร์มินก็เหมือนจะเข้าใจ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความลังเลและความกังวลทำให้เธอพอจะรู้ได้ว่าเขาคงจะไม่เห็นหนทางออกได้เลยแม้จะทำแบบนั้นทั้งยังเผลอเห็นแก่ตัวกลัวว่าตัวเองจะซ้ำเคราะห์ร้ายไปด้วยอีกเพราะเดิมทีมันไม่ใช่เรื่องเขาอยู่แล้ว 


 

ขอโทษด้วยนะอาร์มินรวมถึงทุกๆคนด้วยที่คิดจะทำอะไรตามใจชอบแต่ถึงยังไงก็ต้องไปให้ได้ 


 

“ไม่เป็นไรอาร์มิน ต่อให้ไม่ได้ผลตามที่คิดไว้ก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งที่ฉันต้องการน่ะคือ…” 

ร่างบางเดินไปตามโถงทางเดินใหญ่โดยที่ยังคงมีทหารตามอยู่ไม่ห่างตัวไปไหนไกล เทเรซ่าแอบเหล่มองก็ถอนหานใจออกเฮือกใหญ่การจะทำอะไรตามชอบได้นี่มันไม่ง่ายเลยเพราะมีคนคอยตามอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ถ้าเกิดหลุดจากสายตาคนพวกนี้ได้ก็คงจะดีสิ 


 

แต่ในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ไงต่อให้จะมีอาร์มินหรือใครมาแยกตัวออกได้ถ้าเกิดฉันหายไปพวกนั้นก็ต้องเดือดร้อนแทนฉันแน่ 


 

“ขออนุญาตเข้าห้องน้ำค่ะ”เทเรซ่าหันไปขออนุญาตก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วเปิดน้ำล้างหน้าอย่างลวกๆเงยขึ้นมามองตัวเองในกระจก 


 

จะว่าไปก็สงสัยมานานแล้วทำไมหัวหน้าถึงได้อยู่ที่นี่นานจังนะทั้งๆที่บอกจะอยู่แค่ไม่กี่วันเองแท้ๆ อยู่ที่นี่ไม่สนุกเลยสักนิดเจอแต่คนแปลกหน้าแล้วยังมีทหารคอยตามเหมือนกับเราเป็นนักโทษตลอดเวลา 


 

ถ้าเกิดอยู่ที่นั่นก็คงไม่มีคนคอยตามเฝ้าแบบนี้แถมยังได้มีอิสระมากกว่าที่นี่อีกเป็นไหนๆแม้ว่าจะได้นอนในคุกก็เถอะ 


 

“เอาจริงๆนะทำไมพวกหัวหน้าต้องทำให้เป็นเรื่องยากด้วยกะอีแค่เด็กคนเดียวต้องเสียเวลาพวกเรามาเดินตามทุกฝีก้าวแทนที่จะจับไปขังคุกใต้ดินก็จบแล้ว”เทเรซ่าชะงักหมุนก๊อกน้ำปิดโดยอัตโนมัติเพราะอยู่ๆเสียงน้ำไหลก็ทำให้เธอรำคาญโดยใช่เหตุก่อนจะตั้งใจฟังสิ่งที่พวกทหารกำลังพูด 


 

“เอาจริงๆพวกเขาก็กะจะเอากลับไปขังที่คุกใต้ดินเหมือนเดิมแล้วล่ะหลังจากจบงานเลี้ยง เพราะยังไงก็ไม่มีพวกขุนนางจากข้างนอกมาแล้วไม่จำเป็นต้องสร้างภาพลักษณ์ให้เด็กคนนั้นก็ได้” 


 

“แต่ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ก็ยังเดินตัวปลิวอยู่ข้างบนอยู่เลยทำไมไม่รีบจัดการสักที” 


 

“เห็นว่ามีคนแอบพูดกันด้วยแหละว่าหัวหน้าทหารรีไวล์กับเด็กคนนั้นน่ะมีอะไรมากกว่านั้นด้วย” 


 

“เด็กนั่นก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีเลยนอกจากจะเป็นของแปลกเพียงเพราะมาจากนอกกำแพงหรือนอกโลกอะไรนั่น” 


 

“เอาจริงๆคือทั้งกองหัวหน้ารีไวล์ก็แปลกกันหมดล่ะวะอย่างว่าล่ะคนแปลกๆก็อยู่ด้วยกันกับึนแบบเดียวกัน มีคนแปลงร่างเป็นไททันได้ไหนจะมีเด็กผู้หญิงคนนึงคอยตามจนแทบจะสิงร่าง มีไอตัวกินตะกละชอบเล่นอะไรปัญญาอ่อนอีกปกติกันซะที่ไหน” 


 

“จริง ถึงจะฝีมือดีสมคำร่ำลือก็เถอะแต่ไม่เห็นจะปกติสักคน อย่างหัวหน้ารีไวล์เจ้านั่นเหมือนจะเท่แต่ก็ติดตรงที่ว่าเตี้ยไง55555” 


 

“ขอโทษนะคะ…เสร็จแล้วค่ะ”ร่างบางเดินหน้านิ่งออกมาเพื่อหยุดการสนทนาเมื่อครู่นี้แล้วทำเหมือนกับไม่ได้ยินอะไรทั้ง ใบหน้าหวานยิ้มให้บางๆแต่เต็มไปด้วยความเสแสร้ง ทหารทั้งสองต่างพากันเลิ่กลั่กเพราะกลัวถูกจับได้ว่านินทาเรื่องของเธอกับพวกเขาอยู่จึงรีบเงียบปากลงในทันที 


 

พวกดีแต่ด่าคนอื่น… 


 

“เอเลน นายไม่เห็นจริงๆเหรอว่าหัวหน้าไปไหน?”เทเรซ่ายืนหน้าเครียดกว่าเดิมหลังจากที่อาร์มินและคนอื่นๆพาตัวเทเรซ่าออกมากินข้าวกับพวกเขาโดยไม่ต้องอยู่ในความดูแลของทหารเฝ้าเธอก็ถามหาแต่หัวหน้าตลอดเวลา 


 

“ฉันเห็นแค่หลังจากที่ฉันออกจากห้องทำงานคุณฮันซี่แล้วหัวหน้าก็เข้าไปเท่านั้นแหละ” 


 

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ” 


 

“ฉันไม่รู้” 


 

“ฉันว่าอีกเดี๋ยวหัวหน้าก็มากินข้าวเย็นที่โรงอาหารพร้อมๆกับพวกหัวหน้าหน่วยอื่นนั่นแหละระหว่างนี้ก็รอไปก่อนแล้วกัน”แจนปลอบใจเทเรซ่าที่ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดว่าอยากเจอหัวหน้ารีไวล์มากแค่ไหน แค่ไม่เจอกันวันเดียวเธอก็กระวนกระวายใจแล้ว 


 

“นั่นสินะ”เทเรซ่าดูสีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อกี๊เป็นเท่าตัวแล้วมองไปทางประตูเหมือนกับลูกสุนัขที่รอเจ้านายกลับบ้านมาด้วยความตั้งใจ เธอกำลังรอให้หัวหน้ารีไวล์มาอย่างใจจดใจจ่อจึงแทบไม่ตักอาหารในจานแม้แต่นิดเดียว 


 

“เดี๋ยวซาช่าก็เอาไปกินหมดหรอก”เอเลนดึงจานเทเรซ่ามาเฝ้าไม่ให้ซาช่าที่แอบเหลือบตามองหาจังหวะคว้าจานของเทเรซ่าไปกินก่อนจะกระตุกยิ้มหัวเราะขำซาช่าเล็กน้อยเมื่อเธอแย่งมันมาไม่ได้ 


 

“หัวหน้ามาแล้ว!”เทเรซ่าเตรียมตัวจะลุกขึ้นวิ่งไปหาหัวหน้ารีไวล์ก่อนจะโดนฉุดข้อมือให้นั่งลงอยู่กับที่เดิมด้วยแจน 


 

“ใจเย็นหน่อยไม่ได้ยินรึไงว่าช่วงนี้มีคนกำลังพูดถึงเรื่องพวกเธอสองคนอยู่น่ะ กระโจนเข้าไปแบบนั้นเดี๋ยวจะเดือดร้อนทั้งคู่นะ” 


 

“ฉันไม่ได้จะกระโจนสักหน่อย”เทเรซ่าอมลมพองในปากก่อนจะนั่งลงอย่างช่วยไม่ได้แต่สายตายังคงจับจ้องไปทักการเคลื่อนไหวว่าเขาคุยกับใคร นั่งตรงไหน และมองมาที่เธอบ้างรึเปล่า 


 

“กินข้าวเถอะเทเรซ่าถือว่าขอล่ะ ยัยนั่นคว้าจานเธอไปได้รอบนึงแล้วฉันเกือบดึงมาไม่ทัน” 


 

“!!!ซาช่านี่เธอจะแอบกินข้าวในจานฉันอีกแล้วเหรอ!”เทเรซ่าหันมาโวยวายซาช่าที่จ้องจะขโมยของกินในจานเธอ 


 

“ก็ฉันไม่อิ่ม!”คนตัวเล็กกุมขมับ เธอเห็นซาช่าลุกขึ้นไปเติมสี่รอบแล้วนี่ยังไม่อิ่มอีกเหรอ! 


 

“ฉันก็ยังไม่อิ่มไม่เห็นใจกันบ้างเหรอจานแรกฉันยังทานไม่หมดเลยนะ ถ้าเธอแย่งไปฉันต้องหิวมากแน่ๆเลย” 


 

“เรื่องอาหารไม่มีคำว่าต้องเห็นใจ”จานที่อยู่ในมือของเทเรซ่าหายไปภายในพริบตาก่อนจะถูกวางลงตรงหน้าที่เดิมแต่ไร้เศษอาหารในจานจนเหมือนกับจานสะอาดที่ยังไม่เคยจีกอาหารลงไปรับประทาน 


 

“ซาช่า!!!!”เทเรซ่าตะโกนลั่นร้องโวยวายเต็มเสียงแต่ซาช่ากลับเมินแล้วมองไปหาอาหารจากโต๊ะอื่นที่ยังเหลืออยู่ในจาน ทุกคนในโต๊ะต่างพากันหัวเราะอย่างเอือมๆส่วนคนจากโต๊ะอื่นก็ไม่ได้สนใจอะไรเสียเท่าไหร่เพราะต่างคนต่างคุยกันแค่เฉพาะคนในกลุ่มตัวเองเว้นแต่รีไวล์ที่นั่งจ้องมายังที่โต๊ะเหล่าลูกน้องในหน่วยตัวเองเพียงแต่สายตาของเขาเหลือบมองแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆผูกริบบิ้นไว้เป็นเปียเส้นเล็กแล้วปล่อยผมที่เหลือเอาไว้แบบที่เค้าเห็นอยู่จนชินตา 


 

เทเรซ่าเผลอหันมาสบตาเขาไปชั่วขณะก่อนจะยิ้มแป้นให้แก่เขาแล้วแอบยกมือขึ้นโบกทักทายเขา รีไวล์ตีหน้านิ่งแล้วแสร้งพลางทำเป็นมองไม่เห็นเธอเมื่อเทเรซ่าเห็นเช่นนั้นก็หน้าบึ้งลงทันที 


 

เมื่อรีไวล์เห็นเช่นนั้นก็เลือกที่จะทำเป็นเมินใส่และไม่สนใจแม้ว่าเธอจะทำหน้าตาน่าสงสารใส่เขาก็ตาม ฮันซี่หันมาพูดอะไรบางอย่างกับเขาก่อนที่เขาจะลุกขึ้นถือจานอาหารมาร่วมวงกับลูกน้องตัวเองและนั่งลงตรงข้ามกับเธอ 


 

“?”เทเรซ่ากระพริบตาปริบๆมองทั้งสองคนที่มานั่งด้วยก่อนที่ฮันซี่จะเริ่มพูด 


 

“นี่ฟังนะเทเรซ่าพวกทหารตกลงกันว่าจะส่งตัวเธอกลับเข้าไปในคุกเช่นเดิมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโดยไม่มีกำหนด เธอจะยอมมั้ย?” 


 

“…หมายถึงคุกที่นี่เหรอคะ?”เทเรซ่าถาม เพราะถ้าเกิดเป็นคุกที่ศูนย์บัญชาการเก่าก็คงจะไม่เห็นมีปัญหาในเมื่อเธออยู่ในคุกทุกวันจนเคยชินอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดเป็นที่นี่ล่ะก็… 


 

“ที่นี่แหละ” 


 

“แล้วพวกเราไม่ได้จะกลับศูนย์บัญชาการเก่ากันเหรอคะ?”ทุกคนต่างพากันเงียบกริบเพราะอันที่จริงพวกเขารู้อยู่แล้วว่าต้องประจำการอยู่ที่นี่ทั้งทีมตั้งนานแล้วแต่ไม่มีใครบอกอะไรเทเรซ่าเลย 


 

“แรกเริ่มที่พวกเราพาเธอไปศูนย์บัญชาการเก่าเพราะมันเป็นที่ลับและห่างจากตัวเมืองถ้าเกิดเธอคิดร้ายจะได้จัดการได้ แต่ว่ามันลำบากพวกเราเวลาต้องเข้าทำงานในเมืองเลยต้องย้ายกลับมาที่นี่ถาวร” 


 

“…แล้วข้าวของที่อยู่ที่นั่นล่ะคะ?” 


 

“อันที่จริงพวกเรารู้อยู่แล้วก็เลยเก็บข้าวของของตัวเองมาหมดตั้งแต่แรกแล้วล่ะ”แจนพูด 


 

“แต่ว่าของของหนู…” 


 

“มีอะไรสำคัญด้วยเหรอ?”ฮันซี่ถาม 


 

“ก็…ไม่มีค่ะ”อันที่จริงมีเสือผ้าบางตัวที่เหลืออยู่ที่นั่นแต่ก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร และยังมีพวกกระเป๋าเป้ที่ติดตัวเธอมากับชุดนักเรียนที่เธอใส่แต่ก็ช่างมันเหอะ ก็แค่ของคุณค่าทางใจแต่จะกลับไปเอาก็คงจะโดนด่าว่าไร้สาระและเสียเวลาแน่ 


 

อ่า…ลืมไปเลยในกระเป๋ามีแฟ้มใส่เอกสารที่เปียกน้ำจนกระดาษข้างเปียกนิดหน่อยเพราะน้ำซึมเข้าจากตรงที่มันขาดเป็นรูเล็กๆข้างในมีรูปที่ถ่ายกับเพื่อนๆที่โลกนั้นแบบครบแก๊ง 


 

ช่างมันเถอะ อยู่ที่นี่ไปรูปพวกนั้นก็ทำได้แค่มองเท่านั้นแหละ 


 

“ว่าง่ายดีเหมือนกันนะเธอเนี่ย” 


 

อะไรวะ…พูดเหมือนปกติมองว่าเธอมักเป็นคนว่ายากงั้นแหละ 


 

เออก็ถูกถ้าไม่มีหัวหน้ารีไวล์ป่านนี้เธอก็คงค้านหัวชนฝาแล้วทำไมไม่บอกอะไรแม่งเลยตั้งแต่แรกแต่เพิ่งมาบอกเอาตอนนี้! 


 

“ก็มาบอกคร่าวๆอะนะอย่าลืมเก็บของในห้องด้วยเพราะต้องย้ายลงไปในคุก” 


 

“ค่ะ…”เทเรซ่าพยายามข่มอารมณ์หัวร้อนของตัวเองเอาไว้ท่องไว้เทเรซ่าว่านั่นเป็นถึงผู้บัญชาการและอีกคนเป็นหัวหน้าของเธอ ถึงจะทำอะไรตามใจชอบคิดจะบอกก็บอกตอนไหนก็ได้แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปค้านพวกเขาเนื่องจากเป็นแค่นักโทษเท่านั้น 


 

“แต่คงแย่หน่อยนะรีไวล์อาจจะไม่ได้คอยมาเฝ้าเธอทุกวัน”ฮันซี่เหลือบมองไปยังทางรีไวล์ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองที่เทเรซ่าเช่นเดิม 


 

“…แล้วมันแย่ยังไงเหรอคะ?”เทเรซ่าพยายามทำตัวปกติที่สุดไม่ทำอะไรออกนอกหน้านอกตาเกินไป เธอทำเหมือนกับว่าการที่จะให้ใครคอยเฝ้าจะเป็นใครก็ได้ถึงไม่ใช่รีไวล์ก็ไม่ต้องผิดหวังอะไร 


 

“ทำไม หมายความว่าไม่มีฉันคุมก็ดีรึไง”รีไวล์ท้วงถามออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ วันนี้เขาอารมณ์เสียมาหลายเรื่องแล้วยังจะต้องมาหงุดหงิดเรื่องนี้อีก 


 

“เอ๊ะ? ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยค่ะ”เทเรซ่ารีบแย้งขึ้นมาทันใดเมื่ออีกฝ่ายเข้าใจความหมายของเธอผิดไปแต่รีไวล์กลับจ้องมายังเธอด้วยสายตานิ่งๆ 


 

“ก็ถ้าคิดแบบนั้นก็แค่จะบอกว่าไม่ได้ว่าอะไร” 


 

“…” 


 

ทำไมหัวหน้าถึงพูดแบบนั้นล่ะเมื่อวันก่อนยังดีๆอยู่เลย วันนี้อารมณ์เสียหรอเครียดงานหรือไง? 


 

“เอ่อ…นี่เทเรซ่าเหลือขนมปังชิ้นนึงเอาไปกินแทนก่อนนะ”แจนเหงื่อตกเลยพยายามเปลี่ยนบรรยากาศแล้วยื่นขนมปังก้อนโตให้เทเรซ่าแต่เจ้าตัวยังคงนั่งนิ่งไม่เข้าใจว่าหัวหน้ารีไวล์ไปอารมณ์เสียอะไรมา 


 

“เทเรซ่าเอาไปกินเร็วเดี๋ยวก็หิวหรอก”ไม่ทันที่เทเรซ่าจะพูดอะไรออกมาขนมปังก้อนโตก็ถูกยัดเข้าปาก ใบหน้าหวานมองค้อนเล็กน้อยก่อนจะกัดขนมปังแล้วเคี้ยวแก้มตุ่ย แจนยิ้มแห้งได้แต่ขอโทษที่ทำแบบนั้นเพราะเขากลัวเทเรซ่าจะถามอะไรไปมากกว่านี้ ให้เดาคือคุณฮันซี่น่าจะคุยอะไรกับหัวหน้ารีไวล์จนเขาเป็นแบบนี้แน่ๆ 


 

“อย่าไปตามใจมันมาก เดี๋ยวก็เหลิงหมดหรอก”รีไวล์บ่นแจน เขาไม่ชอบเลยที่เห็นภาพตรงหน้าแบบนี้ มือไม้ก็มีทำไมไม่กินเอง เจ้าบ้าแจนก็เป็นบ้าอะไรถึงต้องยัดป้อนยัยเด็กนั่นด้วยก็ไม่รู้ 


 

“ครับ…” 


 

เทเรซ่ามองแจนที่ถูกดุก็ยิ่งไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่ ขืนเป็นแบบนี้เรื่องที่เธอตั้งใจจะขอคงจะเป็นไปไม่ได้แถมอีกอย่างเธอก็ต้องถูกส่งตัวกลับไปที่คุกใต้ดินแล้วแถมคนคุมไม่ใช้เขาอีกแบบนี้ก็เฟลล่ะสิ 


 

แต่ก่อนอื่นขอโกรธหน่อยเดี๋ยวนี้มีขึ้นมงขึ้นมันใส่เธองั้นเหรอ? 


 

“แจนแต่ขนมปังนี่มันส่วนของนายไม่ใช่รึไง?”เทเรซ่าหันไปถาม 


 

“ก็เออกินๆไปเถอะน่า”แจนตอบปัด เขายังเหลือขนมปังอีกตั้งชิ้นนึงจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา 


 

“ถ้าไม่รังเกียจให้แบ่งครึ่งให้มั้ย นายจะได้กินเยอะๆไง” 


 

“ไม่ต้อง/ไม่ต้อง”แจนเหวอไปพักนึงเมื่อได้ยินเสียงเข้มอีกเสียงดังขึ้นจึงมองไปทางผู้เป็นหัวหน้านั่งหน้านิ่งขบฟันแน่นจนเห็นสันกรามชัดเจนกำลังจ้องเขาอย่างกินเลือดกินเนื้อ โชคดีจริงๆที่เขาปฏิเสธออกไป… 


 

“เมื่อกี๊หัวหน้าตอบทำไมอะคะหนูถามแจนนะไม่ใช่หัวหน้าเสียหน่อย”ใบหน้าหวานเอียงคอทำตาใสถามร่างแกร่งตรงหน้าด้วยความใสซื่อแต่ถ้าดูดีๆจะรู้ว่าเธอกำลังแสร้งทำ 


 

“ฉันตอบแทนมัน ใครจะกินของที่โดนกัดเข้าไปโดนน้ำลายแล้วถามจริง บ้ารึเปล่า” 


 

“แต่พวกเราก็เคยกินน้ำแก้วเดียวกันตั้งสามคนจะเป็นไรมั้ยอะ”ซาช่าหันไปกระซิบกับโคนี่ด้วยความไม่รู้ในขณะที่โคนี่เองก็สมองทึบพอกับซาช่า 


 

“บ้า? อันนี้ด่าใครเหรอคะหนูหรือแจน” 


 

“ด่าเธอนั่นแหละคิดไม่เป็นรึไงคนที่ไหนจะกินของที่โดนน้ำลายคนอื่น” 


 

“อ๋อนึกว่าด่าตัวเอง”เทเรซ่ากระตุกยิ้มมุมปากยักไหล่หันไปทางอื่น รีไวล์กระตุกคิ้วขึ้นก่อนจะเพิ่งเข้าใจความหมายสิ่งที่เทเรซ่าต้องการจะสื่อและประชดใส่เขา 


 

“คือจริงๆก็ไม่ได้ถือสาอะไรหรอกแต่กลัวเธอหิวเฉยๆ”แจนแก้ตัว ขนาดเขายังกินของต่อจากคนอื่นเพราะไปแย่งมาจากคนอื่นกันเลยจึงไม่ได้คิดมากแม้จะเข้าใจว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมก็ตาม 


 

“ขอบคุณ แต่ว่าเอามันไปเถอะเกรงใจแย่ฉันเองก็ไม่ได้หิวสักเท่าไหร่”เทเรซ่าแบ่งครึ่งขนมปังให้ก่อนจะยื่นกลับไปทางแจน 


 

“เอางั้นก็ได้ถ้าเหลือก็เสียดายเกี๋ยวฉันกินเอง”แจนถอนหายใจทิ้งกับความเกรงใจของเทเรซ่าก่อนจะเอื้อมไปหยิบขนมปังแต่ระหว่างนั้นรีไวล์กลับแทรกขึ้นมาอีก 


 

“ซาช่ายังไม่อิ่มไม่ใช่เหรอ ยัยนั่นกินไม่หมดก็กินต่อสิ”พูดไม่ทันขาดคำซาช่าก็ลุกขึ้นไปคาบขนมปังที่อยู่ในมือของแจนและเทเรซ่ามายัดใส่ปากตัวเองกลืนลงคออย่างหิวกระหาย เทเรซ่านิ่วหน้าตวัดสายตามองคนที่สั่งซาช่ากำลังทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรก็ยิ่งหมั่นไส้ 


 

“ยัยซาช่าอิ่มสักทีเถอะโว้ย!”แจนกระตุกดึงผมซาช่าก่อนที่อีกฝ่ายจะแลบลิ้นใส่เยาะเย้ยที่ไม่ทันตัวเธอเอง เอเลนมิคาสะและอาร์มินต่างพากันนั่งกินอย่างเงียบๆส่วนโคนี่กับแจนกลับร่วมกันรุมซาช่า ฮันซี่นั่งเงียบๆสังเกตดูทั้งสองคนดูเหมือนว่ายังไงก็คงทำไม่ได้อย่างที่ปากพูดล่ะสิ 


 

แต่ก็นะคงต้องใช้เวลากันสักหน่อยเรื่องแบบนี้ 


 

“คุณฮันซี่หมายความว่าคืนนี้หนูจะย้ายไปที่คุกใต้ดินเลยใช่มั้ยคะ?”เทเรซ่าละสายตาออกจากรีไวล์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ 


 

“ใช่ จะไปกันเลยมั้ย” 


 

“ไปกันเลยก็ได้ค่ะ” 

“สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ”ฮันซี่ไถ่ถามเป็นมารยาทหลังจากที่เทเรซ่าเดินตามหน้านิ่งมานานแล้วไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำมั้งๆที่ได้ข่าวมาว่าเป็นเด็กพูดเก่งแท้ๆ 


 

“ค่ะ อาจจะเพราะรู้สึกไม่ชินกับการอยู่ต้องอยู่ในคุกที่นี่ก็ได้” 


 

“นานๆไปเดี๋ยวก็ชินเองล่ะน่า” 


 

“จริงรึเปล่าคะที่หัวหน้ารีไวล์ไม่ได้เป็นคนคอยคุมอีกแล้ว”เทเรซ่าตัดสินใจถามหลังจากลังเลมานาน ยอมรับว่าหวั่นใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องถามแบบนี้แต่จะให้เก็บไว้ในใจแล้วคิดมากไปก็คงไม่ได้เหมือนกัน 


 

“ก็ไม่เชิงยังไงซะหน่วยของพวกเราก็จำเป็นต้องคุมตัวเธออยู่แล้ว เพราะงั้นไม่จำเป็นที่คนที่คุมต้องเป็นแต่รีไวล์เสียหน่อยอาจจะเป็นพวกอาร์มินหรือคนอื่นๆ” 


 

“สบายใจเถอะไม่ได้ลงไปอยู่คนเดียวเสียหน่อยเอเลนก็อยู่ด้วย” 


 

“เอเลน?”เทเรซ่าเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อได้ยินชื่อของเอเลน 


 

“เดิมทีหมอนั่นก็เป็นอีกคนที่ต้องอยู่ในความดูแลอยู่แล้วเพราะเป็นไททัน นั่นหมายความว่าได้ลงไปอยู่ด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละมีเพื่อนคุยแล้วนะ”ฮันซี่พูดขำๆแต่เทเรซ่ากลับไม่ตลกด้วยเลยสักนิด 


 

“ตอนกลางวันพวกเธอก็ได้อภิสิทธิ์ออกมาจากคุกอยู่ดี อ่า…หมายถึงเอเลนน่ะนะ แต่กับเธออาจจะต้องพิจารณาดูอีกที เพราะยังไงเอเลนก็เป็นทหารต้องเข้าทำงานอยู่แล้ว” 


 

“หนูมีคำถามค่ะ แบบนี้ต้องอยู่ในคุกไปตลอดชีวิตเลยรึเปล่าคะ หนูจะไม่มีสิทธิ์หลุดออกจากการควบคุมโดยรัฐบาลไปมีชีวิตด้วยตัวเองได้เลยเหรอคะ?” 


 

“ฉันคิดว่าคนอย่างเธอน่าจะรู้คำตอบอยู่แก่ใจแล้วนะ”ฮันซี่หยุดเดินสบตาเทเรซ่า เธอรู้ว่าคนฉลาดๆอย่างเทเรซ่ารู้ตัวดีอยู่แล้วว่าเป็นยังไง 


 

“…” 


 

เธอต้องรู้อยู่แล้วล่ะ… 

“เห็นแบบนี้ไม่ค่อยชินตาสักเท่าไหร่เลยที่ได้เจอนายในที่แบบนี้”เทเรซ่านั่งกอดเข่ามองลอดผ่านลูกกรงมายังตรงห้องขังเขาก่อนจะยืนขึ้น 


 

“ที่จริงสำหรับฉันแล้วไม่ชินซะมากกว่าเพราะปกติคนอยู่ในคุกมีแต่ฉัน”เทเรซ่ายิ้มแหยๆให้กับเอเลนพลางมองไปรอบๆห้องที่มีทั้งห้องส้วมอยู่ในตัวห้องขังต่างจากที่ที่เธอเคยอยู่มาก่อน 


 

“สาบานได้เลยว่าฉันจะไม่ยอมถ่ายอะไรลงที่นี่เด็ดขาด”เทเรซ่าพูดกับตัวเองเบาๆเอเลนได้ยินดังนั้นก็ขำเพราะเมื่อก่อนเขาก็เคยพูดงั้นเหมือนกันแต่สุดท้ายก็ต้องถ่ายในนี้อยู่ดีด้วยความช่วยไม่ได้ 


 

“ว่าแต่ที่นี่ทำไมไม่มีทหารเฝ้าล่ะ” 


 

“ตอนกลางคืนการคุ้มกันที่นี่จะดูหละหลวมหน่อยทั้งๆที่ควรจะหนาแน่นใช่มั้ยล่ะ แต่เป็นเพราะฉันไม่ได้ก่อเรื่องอะไรก็เลยไม่มีทหารมาคุมแค่ล่ามโซ่ฉันก็พอแล้ว ส่วนเธอฉันก็ดูแลอีกทียังไงล่ะ”เอเลนอธิบาย 


 

“แล้วถ้าสมมุติว่าพวกเราสองคนสุมหัวกันหนีออกจากคุกล่ะ?” 


 

“เฮ้!ฉันไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นอย่าบอกนะว่าเธอคิด?”เอเลนร้องเสียงหลงถามเทเรซ่าซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่ยิ้มพยักหน้ารับว่าตัวเองคิดเช่นนั้นจริงๆ 


 

“เธอนี่มันจริงๆเลยเทเรซ่า” 


 

“555”เทเรซ่าขำแห้ง บรรยากาศในที่นี้กร่อยมากต่างคนต่างไม่รู้จะพูดอะไรกันเพราะโดยปกติก็ไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วจึงไม่สนิทกันมาก ก็เห็นที่คุยจริงๆก็มีเทเรซ่ากับหัวหน้ารีไวล์นั่นแหละที่พออยู่ด้วยกันแล้วกลับคุยกันได้อย่างน่าประหลาดใจ 


 

“เธอจะนอนเลยก็ได้นะฉันไม่กวนแล้ว” 


 

“ถ้างั้นก็…ฝันดีนะ”เทเรซ่าเดินไปยังเตียงหินที่มีฟูกบางๆปูเอาไว้ให้เพื่อไม่ให้ปวดหลังมากเกินไปทั้งๆที่มันบางจนไม่ได้ช่วยอะไรเลย ทันทีที่แผ่นหลังเล็กสัมผัสลงกับที่นอนก็รู้สึกว่ามันไม่ได้น่านอนเอาเสียเลย ทั้งหมอนและฟูกมันยังไม่ได้ซักด้วยซ้ำ 


 

ถ้าเกิดอยู่ที่เดิมล่ะก็หัวหน้าจะเป็นคนสั่งเสมอว่าให้ซักเองทำอะไรเองถ้าไม่อยากได้อะไรที่สกปรกแต่อยู่ที่นี่แค่จะซักผ้าเองยังไม่รู้เลยจะทำไง หรือว่าให้เอาน้ำในชักโครกมาซักงี้เหรอ บ้า! 


 

แต่ว่านะทำไมวันนี้หัวหน้าถึงเป็นอย่างนั้นล่ะก็ในเมื่อเธอยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยเสียหน่อยเมื่อวานก็ยังคุยกันดีๆอยู่เลย 


 

ทำไมวันนี้อะไรก็ผลุนผลันไม่ได้ดั่งใจไปเสียทุกอย่างเลยนะ ทั้งวันก็ไม่ได้เจอหัวหน้ารีไวล์ โดนนินทาแล้วยังถูกส่งตัวกลับมายังคุก ไหนจะโดนหัวหน้าประชดแล้วดูเหมือนโกรธใส่อีก 


 

จะได้คุยกันอีกเมื่อไหร่นะ? 


 

นอนไม่หลับเลยสภาพแบบนี้ใครจะนอนหลับลงในมั่วในใจมันว้าวุ่นไปหมด ทำไมวันนี้หัวหน้าต้องหลบตาเธอด้วยทำไมถึงไม่ยิ้มให้หรือเข้ามาลูบหัว 


 

จะงอนแล้วนะ! 


 

จะไม่ลงมาง้อจริงๆเหรอหรือว่าที่จริงแล้วหัวหน้าเองก็อยากลงมาหาแต่เขินเอเลนใช่มั้ยล่ะ ไม่เป็นไรหรอกเพราะเอเลนหลับตาแล้วเดี๋ยวอีกสักพักก็คงหลับไป เพราะงั้นลงมาหาได้แล้ว! 


 

เทเรซ่ากำลังคิดถึงหัวหน้ารีไวล์มากๆ! 


 

มาหาเถอะนะ… 

“เชิญครับคุณเยเกอร์”แจนไขประตูกรงเหล็กผายมือต้อนรับให้เอเลนออกมาจากคุกตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยความกวนตีน คิ้วหนาขมวดยุ่งเดินไปตบหัวแจนก่อนจะเดินออกมาแล้วปิดลูกกรงรอให้แจนล็อก 


 

“นอนหลับปุ๋ยเลยนะนั่น”แจนยืนล้วงกระเป๋ามองไปยังอีกห้องนึงที่คนตัวเล็กนอนขดตัวด้วยความหนาวเนื่องจากไม่มีผ้าห่มให้แต่ก็ยังหลับลงด้วยความเหลือเชื่อ 


 

“เพิ่งหลับไปไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วปล่อยๆไปเถอะ”ดวงตาสีเขียวมรกตเหลือบมองตามไปก่อนจะบอกปัดๆ 


 

“ไหงงั้นล่ะ” 


 

“ยัยนั่นนอนมองเพดานมาตั้งแต่ห้าทุ่มจนถึงตีสามพลิกตัวไปพลิกตัวมาอยู่นั่น แถมเรียกฉันอีกพอถามว่ามีอะไรก็ถามกลับมาว่าหัวหน้ารีไวล์จะมามั้ยประมาณสิบรอบ” 


 

“ทำไงได้ก็ยัยนั่นชอบหัวหน้านี่หว่า” 


 

“ยัยนั่นน่ะมองยังไงก็เป็นคนฉลาดแต่ดันโง่กับเรื่องนี้ฉันก็ไม่ได้อยากพูดหรอกนะแต่น่าจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าที่เป็นอย่างงี้เพราะกำลังโดนจับแยกให้ตัดขาดจากหัวหน้าน่ะ แล้วอีกอย่างคือยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเรื่องของทั้งสองคนน่ะ” 


 

“ไม่คิดว่าน่าสงสารไงวะ” 


 

“ก็สงสาร แต่ฉันก็แปลกใจที่ยัยนั่นตกหลุมรักหัวหน้าไปได้ไงอายุก็ห่างกันตั้งสองเท่าเลยนะนั่นแถมอีกอย่างเธอก็เป็นแค่นักโทษน่าจะรู้ตัวเองบ้าง” 


 

“นายนี่ยิ่งโตขึ้นคำพูดคำจายิ่งรุนแรงนะ คนเราจะรักใครสักคนมันห้ามความรู้สึกกันไม่ได้หรอก” 


 

“ก็รู้ ที่พูดแรงไปก็เพราะเป็นห่วงหรอก”เอเลนเดินคุยไปพลางๆกับแจนถึงจะปากร้ายสักเท่าไหนแต่ความเป็นจริงแล้วเขาเองก็หวังดีกับเธอเหมือนเพื่อนคนนึงเหมือนกันนั่นแหละ 


 

เสียงทั้งคู่เริ่มเบาลงเรื่อยๆเนื่องจากห่างไปไกลมากขึ้นเทเรซ่าค่อยๆลืมตาขึ้นมองผนังกำแพงหินด้วยความว่างเปล่าเธอได้ยินที่พวกเขาคุยกันตั้งแต่ต้นจนจบ ได้ยินทุกอย่างเลยล่ะที่บอกว่าเรื่องของพวกเขาเป็นไปไม่ได้ก็ด้วย 


 

ถูกแล้วล่ะเอเลนนายพูดถูกทุกอย่างเลยเรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้วล่ะ แต่เรื่องที่ฉันไม่รู้คือกำลังโดนจับแยกต่างหาก อาจจะเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเพราะพวกเขาลำบากในการดูแลฉันน้อยลงและคงเป็นโอกาสดีที่ทำให้เธอห่างรีไวล์มากขึ้นด้วย 


 

งั้นเหรอ…ที่เมื่อวานหัวหน้าทำตัวแบบนั้นก็เพราะต้องการให้ตัดความสัมพันธ์ใช่มั้ยล่ะ ลดระยะห่างกลับไปยังจุดเริ่มต้นเป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้น 


 

แบบนี้นี่เอง… 


 

ตึก ตึก ตึก! 


 

เสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวเข้ามาอย่างช้าๆทำให้เทเรซ่ารีบหลับตาลงเหมือนกับเธอยังไม่ได้ตื่นนอน เธอไม่คิดอยากจะเสวนาหรือคุยกับใครหน้าไหนทั้งนั้น เสียงกุญแจที่ถูกไขลูกกรงเข้ามาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าตอนนี้กำลังมีคนเข้ามาในกรงของเธออย่างแน่นอน 


 

ใจเย็นไว้เทเรซ่าก็อาจจะแค่ทหารเวรเข้ามาตรวจตราเฉยๆแค่นั้นเอง แต่ว่าถ้าแค่ตรวจก็ไม่จำเป็นต้องไขประตูเข้ามาก็ได้นี่นา งงไปหมดแล้ว! 


 

… 

… 


 

ทำไมยังไม่มีเสียงเดินออกไปอีกล่ะอย่าบอกนะว่ายังอยู่ในนี้น่ะ ฮือใครก็ได้ช่วยด้วยหนูกลัวไปหมดแล้ว ทำไงดีๆลืมตาได้มั้ยนะจะมีอะไรตุ้งแช่เหมือนจังหวะในหนังผีมั้ย 


 

ไม่กลัวผีหรอกแต่จังหวะนี้ขอกลัวไว้ก่อน ใครวะมาแล้วก็ไม่พูดไม่จาสักคำแถมไม่ยอมออกไปสักที! 


 

“…”มือหนาทาบลงบนศีรษะขนาดเล็กเบาๆ สัมผัสที่คุ้นชินและอบอุ่นเกินกว่าจะบรรยายได้ก็ทำให้เธอรู้ทันทีว่าเขาคนนั้นคือใคร เทเรซ่าพยายามทำหน้าตาให้เหมือนคนนอนหลับที่สุดแต่คิ้วกลับขมวดเป็นปมและริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนกับคนฝันร้าย 


 

ไม่ตื่นหรอก… 


 

ไม่อยากคุยด้วยหรอกคนแบบนั้นน่ะ… 


 

ใบหน้าคมโน้มลงจุมพิตที่หน้าผากมน เทเรซ่าจึงเผลอลืมตาโตขึ้นสบตามองกับดวงตาคู่คมสีฟ้าน้ำเงินเข้มเข้าโดยบังเอิญ รีไวล์รีบถอยใบหน้าตัวเองออกห่างอย่างเร็วพลันเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าเขาไม่ได้หลับแต่อย่างใด 


 

“ลืมๆมันไปซะเรื่องเมื่อกี๊น่ะ” 


 

“…” 


 

อยากจะถามใจแทบขาด… 


 

อยากจะถามออกไปว่าทำไมแต่กลับไม่มีเสียงออกมาเลย เหมือนกับร่างกายพยายามสั่งให้ห้ามถามอะไรออกไป เพราะกลัวว่าคำตอบจะไม่เป็นอย่างที่ต้องการ 


 

แล้วลึกๆเธอก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว จึงไม่อยากจะยอมรับความจริงว่าเรื่องของพวกเขามันเป็นไปไม่ได้ 


 

“หัวหน้า…เคยรักหนูบ้างมั้ย”นิ้วเรียวเล็กดึงแขนเสื้อถามด้วยน้ำเสียงสั่นกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ถามด้วยความลังเล ริมฝีปากเล็กขบเม้มแน่นเหมือนกับทุกครั้งที่เทเรซ่ามักชอบทำเวลากำลังอยู่ในสภาวะกดดันหรือสถานการณ์เศร้า 


 

“…ไม่เคย” 


 

“ไม่มีผู้ชายคนไหนเขาร้อนรนเวลาอีกฝ่ายตีตัวออกห่าง..ไม่มีผู้ชายคนไหนเขาขอร้องให้อยู่ด้วยกันหรอกนะถ้าไม่ได้รักน่ะ…ฮึก!” 


 

“หนูไม่ได้โง่นะถึงดูไม่ออกว่าหัวหน้าคิดยังไงกับหนู ถ้าเกิดไม่ได้รักหัวหน้าก็คงไม่ยิ้มตลอดเวลาที่อยู่กับหนูหรอก…หนูพูดถูกใช่มั้ย?” 


 

“แต่ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น…” 


 

“หัวหน้าก็ยังไม่เคยบอกรักหนูเลยสักครั้ง” น้ำเสียงแผ่วเบาลงจนแทบจะไม่ได้ยินแต่มันก็เพียงพอสำหรับรีไวล์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าเธอที่จะได้ยินสิ่งที่เธอพูดตั้งแต่แรกจนจบ 


 

เขาน่ะเหรอรักเทเรซ่า? 


 

“เธอ…คิดไปเองรึเปล่าเทเรซ่า? บางทีเธอก็แค่กำลังหลอกตัวเอง” 


 

“…หัวหน้านั่นแหละเลิกหลอกตัวเองสักที! ไม่เคยรู้สึกขยะแขยงตัวเองรึไงที่ปากก็บอกว่าไม่ได้รักแต่มาร้องขอให้อีกคนเขาอยู่ด้วยไม่ยอมให้ไปไหนน่ะ เห็นหนูเป็นตัวตลกรึไง” 


 

“พูดจบรึยัง”

 


 

“จบแล้ว...” 


 

“...” 


 

“ไม่ได้หมายถึงพูดจบแล้วนะแต่หมายถึงเรื่องของพวกเราน่ะจบแล้ว” 


 

“...” 


 

“อย่ามาให้เห็นอีกทีหลังละกันว่าเพิ่งมารู้ตัวว่ารักแค่ไหน เพราะถ้าหนูจะไปหนูจะไม่หันหลังกลับมาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง”ร่างเล็กยืนขึ้นประจัญหน้ากับบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในมวลมนุษยชาติ เทเรซ่าที่ไม่เคยคิดจะลุกขึ้นเผชิญหน้าต่อต้านเขามาก่อนกลับยืนนิ่งแข็งราวกับก้อนหินดวงตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ใคร บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเพราะเขากำลังรู้สึกกดดันที่ไม่เคยเห็นเทเรซ่าเป็นแบบนี้มาก่อน 


 

“เพราะเผื่อหัวหน้าจะไม่รู้ว่าหนูหาวิธีกลับโลกตัวเองได้ตั้งนานแล้ว” 

 

------------------------------------------------------------------------------------------

Talk With Writer

ฮือเค้าก็คงต้องขอโทษอีกเช่นเคยที่หายไปเกือบทั้งเดือนหวังว่าตอนใหม่จะยาวพอให้ทุกคนอ่านกันเต็มอิ่มนะคะ หนีหายไปตอนนี้ก็พยายามเต็มที่แล้วแต่คงจะมีตอนใหม่ๆอัพมากกว่าเดิมคือช่วงปิดเทอมเพราะนี่มันใกล้สอบปลายภาคแล้วเราคงต้องโฟกัสกับเรื่องเรียนก่อน แฮะๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #250 dolphinsaysmeow (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:47
    แง สนุกมากเรื่องนี้ อยากกอดหอมหัวไรท์ㅠㅠ
    #250
    1
    • #250-1 Little_fg(จากตอนที่ 30)
      8 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:50
      แงงง ขอบคุณคับ
      #250-1
  2. #201 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 12:19
    ตบน้องทำไมมม
    #201
    0
  3. #180 jrnzp03 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 03:43
    ร้ายกาจมากนิยายเรื่องนี้ สนุกจนวางไม่ลง
    #180
    0
  4. #126 Aitokacuteboy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 21:49
    ...เอาเลยหนู พี่ยังไงก็ได้ ถ้าหนูมีความสุขพี่ก็มี น้ำตาคลอเลยค่ะ ฮืออออ
    #126
    1
  5. #112 S.SIN (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 21:34
    เสียใจแทนเทเรซ่าเลย ทำไมหัวหน้าทำอย่างนี้!!!

    กลับโลกเลยเทเรซ่าเอาให้หัวหน้าตรอมใจตายไปเลย อย่าใจอ่อนให้หัวหน้าเด็ดขาด!!! //อินจัด
    #112
    0
  6. #111 S.SIN (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 21:34
    เสียใจแทนเทเรซ่าเลย ทำไมหัวหน้าทำอย่างนี้!!!

    กลับโลกเลยเทเรซ่าเอาให้หัวหน้าตรอมใจตายไปเลย อย่าใจอ่อนให้หัวหน้าด้วย!!! //อินจัด
    #111
    0
  7. #110 BlancNoir (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 15:54

    ทำไมมันบีบหัวใจขนาดนี้!!! คือน้ำตาไหล โอ้ย!! อิหัวหน้า!!! ไม่รู้ใจตัวเองละยังกล้าตบน้องอีกนะ เดะแม่ส่งไปลงโซลโซไซตี้ซะเลยหนิ(อ่าวผิดเรื่อง)
    #110
    0
  8. #109 TANGGบุ๋ยๆ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 12:40
    โอ้ยยยคิดถึง
    #109
    1
  9. #108 Xin long สามีหนู😘 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 12:38

    เอาเลย เอาให้รีไวล์ปวดใจเลยยยยย ปล. อินกับนิยายมากเกินไป555 รอต่อไปนะคะ
    #108
    1
  10. #107 kaigishiro (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 12:22
    สู้น้าาาา
    #107
    1
  11. #106 polytome (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 12:08
    สู้ๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ สนุกมากเลย
    #106
    1