end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 3 : Chapter2:เด็กภายใต้ปกครอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 458 ครั้ง
    14 ธ.ค. 63

Chapter2:เด็กภายใต้ปกครอง


     ฉันตื่นเต้นปนไปด้วยความกลัวทุกอย่างที่ไม่คุ้นชินกับโลกใบนี้ที่แตกต่างจากโลกฉันไปโดยสิ้นเชิง การได้อยู่ท่ามกลางหมู่ทหารตลอด24ชั่วโมงมันเต็มไปด้วยความกดดันจนรู้สึกคลื่นไส้ตลอดเวลา แต่ว่าฉันกำลังถูกนำตัวออกจากเมืองเพื่อสังเกตการณ์สักพักว่ามีอันตรายมั้ยก่อนจะค่อยนำกลับมาที่ศูนย์บัญชาการหลักที่นี่ ได้ยินมาอย่างนั้นน่ะนะไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า

     แต่ถ้าเป็นแบบแสดงว่าจะได้อยู่กับคุณรีไวล์สินะ

     ดีใจจังเลย

     ดีใจจังที่ยังไม่ตาย…

     หลังจากนั้นไม่นานข้าวของต่างๆ ที่เกี่ยวกับฉันก็ถูกรัฐบาลจัดหาให้ภายในระยะเวลาอันสั้น สัมภาระถูกจัดไว้อยู่บนรถม้าโดยมีคนจากกองสารวัตรทหารคอยบังคับม้าไปส่งเธอและเขาออกจากเมืองชั้นในออกไปยังเขตwall roseที่ปราสาทศูนย์บัญชาการเก่าของคุณรีไวล์และมีคนอื่นๆ คอยขี่ม้าประกบซ้ายขวาหน้าหลังเต็มไปหมด

     นี่มันน่ากลัวจังคนในรถม้ามีแค่คุณรีไวล์ที่นั่งเงียบกำลังจ้องมาทางฉันด้วยความไม่ไว้ใจพร้อมกับควงมีดเล่มนึงไปมาอย่างชำนาญฝีมือ เขาจะเอามาปาดคอฉันรึเปล่านะหรือว่าจะเอามาปักหัวฉันมั้ย

     แต่ดูท่าทางของเขาที่ราวกับเจ้าชายนั่นสิทั้งกิริยาและการเตลื่อนไหวของเขาแม้จะแค่กะพริบตาก็ดูดีไปหมดจนหัวใจของฉันมันเต้นแรงผิดจังหวะไปหมดอย่างช่วยไม่ได้

     “จ้องทำไม?”

     “กะ..ก็คุณจ้องหนูก่อนนี่คะ”

     เขาไม่พูดอะไรต่ออีกและเงียบไป จะคุยกันแค่นี้จริงๆ เหรอ แค่ประโยคคำถามเดียวเนี่ยนะ ทนไม่ไหวแน่ๆ นี่มันอึดอัดเกินไปแล้ว

     “ชื่อ”

     “คะ?”

     “ถามว่าชื่ออะไร”

     อืม…จะว่าไปฉันก็ยังไม่มีชื่อเรียกเลยนะ จะให้ใช้ขื่อเดิมก็ดูเหมือนจะไม่เข้ากับชื่อของคนที่นี่แต่จะตั้งชื่อใหม่ทั้งทีก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะชื่ออะไร

'เทเรซ่า'ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ฉันรู้สึกชอบชื่อนี้ที่แวบขึ้นมาในหัวตั้งแต่ครั้งแรกเลย

     “หนูชื่อเทเรซ่าค่ะ”

     “รีไวล์”

     “คะ?”

     “บอกว่าชื่อรีไวล์”

     เขาทำเสียงดุใส่ฉันที่ชอบถามซ้ำจนน่ารำคาญ ก็มันทำตัวไม่ถูกนี่นา นี่มันคุณสามีของในฝันของฉันเชียวนะแถมได้อยู่กันสองต่อสองแบบนี้ถูกเขาชวนคุยด้วย นี่มันสุดยอดไปเลย!

     “เรียกว่าหัวหน้ารีไวล์เหมือนที่คนอื่นเรียกได้มั้ยคะ”

     “อยากเรียกอะไรก็เรียกไปสิ”

     ไม่ไหวแล้ว ฉันเขินจนแทบจะบ้าแล้ว ทุกคนน่าจะเข้าใจนะอาการเจอคนที่ตัวเองชอบและปลาบปลื้มเขาเอามากๆ และได้นั่งอยู่ด้วยกันแค่สองต่อสองแถมคนที่ว่าก็ไม่นึกว่าจะมีตัวตนอยู่จริงๆ แต่ตอนนี้เขานั่งอยู่ตรงหน้าฉันตัวจริงเสียงจริงแถมยังดูดีกว่าตอนดูในอนิเมะเสียอีกเป็นล้านเท่า ที่สำคัญเขาไม่ได้ตัวเตี้ยอย่างที่ใครก็รู้กันตัวจริงเขาตัวสูงและร่างใหญ่มากๆ ใช่และนั่นหมายความว่าทุกคนที่สูงกว่าเขาก็สูงเอามากๆ ไงอย่างกับยักษ์เลยล่ะ ไม่รู้ว่าที่นี่ที่วัดส่วนสูงมาตรฐานต่างจากโลกเรารึเปล่ากันนะ?

     “คือว่าพวกเราต้องนั่งอยู่ในนี้อีกนานมั้ยคะ”

     “2ชั่วโมง”

     “นานขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

     ฉันมองออกไปข้างนอกที่เป็นฟ้ามืดแล้ว แบบนี้มันอันตรายอยู่เหมือนกันแฮะที่ออกรถม้าตอนกลางคืนแบบนี้แต่ว่าพวกเขาคงไม่ต้องการเดินทางในเวลากลางวันให้วุ่นวายกับฝูงชนสินะถึงต้องมาในตอนที่ผู้คนเขาเข้านอนกันหมดแล้ว แบบนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกัน แต่ว่ามันก็แอบง่วงเหมือนกันนะเนี่ย

     “ช่วยเงียบได้มั้ยมันน่ารำคาญ”

     อะไรกันเนี่ยฉันพูดแค่ไม่กี่ประโยคเขาก็รำคาญฉันแล้วเหรอ แต่ถึงยังไงฉันก็หุบปากเงียบสนิทตามที่เขาขอทันที ถ้าเกิดหัวหน้ารีไวล์เหม็นขี้หน้าฉันตั้งแต่แรกมันคงไม่ดีแน่นอน

     แต่ว่าแค่ได้อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว

     แค่นั้นก็พอสำหรับคนอย่างฉันที่ได้มาเจอเขา

.

.

     ผ่านเวลามาเป็นสัปดาห์แล้วที่ฉันอาศัยอยู่ที่นี่ ชีวิตประจำวันของฉันค่อนข้างเรียบง่ายและยุ่งยากในเวลาเดียวกันเพราะต้องใช้ชีวิตร่วมกันกับทหารจึงต้องตื่นแต่เช้ามืดและช่วยงานจิปาถะทุกอย่างในปราสาทหลังใหญ่แห่งนี้ และจนถึงป่านนี้ฉันก็ยังไม่คุ้นชินกับใครสักคนเลย

     ซ้ำฉันยังนอนไม่ค่อยหลับเพราะแปลกที่และฝันร้ายทุกคืนจนฉันต้องตื่นมาและไม่ได้นอนต่ออีกเลย มันเป็นอย่างนี้มาเรื่อย ๆ นานแล้วแต่ฉันก็คุ้นชินกับมันและดูเหมือนว่ามันก็ไม่ได้มีปัญหาส่งผลกับชีวิตประจำวันฉันเสียหน่อย

     หัวหน้ารีไวล์ไปๆ มาๆ ขาดหายไปบ้างเนื่องจากต้องเข้าตัวเมืองเพื่อไปทำงาน โชคร้ายจังที่ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ฉันเจอหน้าเขาแบบนับครั้งได้ด้วยซ้ำ เขาไม่ค่อยโผล่มาให้เห็นสักเท่าไหร่ไม่รู้ว่ายุ่งหรือรำคาญคนอย่างฉันกันแน่

     รู้สึกอยากงอแงจังแต่ขืนทำแบบนั้นต้องโดนหาว่าไร้สาระกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแน่ๆ

     น่าอิจฉาคุณฮันซี่จัง ทั้งๆ ที่หัวหน้ารีไวล์บอกไม่ชอบคนพูดมากแท้ๆ แต่กลับฟังทุกคำของคุณฮันซี่ที่พูดออกมาอย่างตั้งใจ ในขณะที่ฉันไม่มีสิทธิ์พูดอะไรเลยนอกจากคำว่ารับทราบและปฏิบัติทำงานภายในปราสาทตามที่ได้รับมอบหมาย

     มันรู้สึกแปลบๆ ที่หัวใจทุกครั้งเลยที่เห็นคุณฮันซี่กับหัวหน้ารีไวล์อยู่ด้วยกัน แต่ฉันจะทำอะไรได้นอกจากได้แค่แอบมองอยู่ห่างๆ

     อุตส่าห์เป็นเด็กดีแต่แม้แต่คำชมสักคำยังไม่เคยได้รับเลย หัวหน้าไม่สนใจฉันเลยด้วยซ้ำทั้งๆ ที่อยู่มาด้วยกันตั้งสัปดาห์นึงแล้วแท้ๆ

     เมื่อไหร่จะได้คุยกันบ้างนะ

.

.

Levi Part

     เป็นเวลาเกือบอาทิตย์แล้วที่เด็กผู้หญิงคนนั้นอาศัยอยู่ที่นี่กับพวกเขา เขาต้องคอยปล่อยเธอออกมาในช่วงเช้าเพื่อให้เธอทำกิจวัตรประจำวัน และช่วยทำงานบ้านอื่น ๆ อีกด้วย ช่วงแรกๆ ยัยนั่นดูเหมือนจะปรับตัวไม่ค่อยได้จนถึงตอนนี้ก็ตาม แต่ว่าก็ทำได้ดีกว่าที่คิด

     ทำงานบ้านได้สะอาดพอๆ กับเจ้าเอเลนเลย เผลอๆ มากกว่าด้วยซ้ำ แบบนี้สิถึงจะค่อยดูมีประโยชน์สำหรับเขาขึ้นมาหน่อย

     วันนี้เป็นวันเสาร์เขาไม่ต้องเข้าราชการที่ไหนในตัวเมืองก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้เขาได้หยุดพักผ่อนจากที่เหนื่อยมาทุกวัน แต่มันก็ใช่ว่าจะสบายสำหรับเขางานเอกสารยังกองเต็มโต๊ะอยู่เลย

     ก๊อกๆ

     “เข้ามา” รีไวล์วางเอกสารลงก่อนจะเลื่อนมันออกให้มีที่ว่างสำหรับวางถ้วยชาที่ถูกนำเข้ามา

     “นี่ครับชาสำหรับหัวหน้า” เอเลนค่อยๆ วางจานรองชาอย่างช้าๆ ถ้าหกขึ้นมาล่ะเป็นเรื่องแน่!

     “แล้วเด็กคนนั้นอยู่ไหนเทเรซ่าน่ะ”

     เป็นคำถามแรกที่ถูกถามขึ้นในการสนทนาของพวกเขาสองคน จะว่าไปพวกเด็กๆ ในทีมของเขาก็แทบจะไม่ต้องเข้ากรมในเมืองจึงได้อยู่กับเทเรซ่าตลอดเกือบทุกวันแบบนี้ก็อาจจะพอถามอะไรได้บ้าง

     “ตอนนี้อยู่ด้านล่างกำลังล้างจานอยู่ครับ”

     “แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ” รีไวล์พยักหน้ารับก่อนจะถามต่อ

     “ผมสบายดีครับ” เป็นคำตอบที่รีไวล์อยากจะยกขาขึ้นถีบเอเลนมาก เขาคุยเรื่องเทเรซ่าอยู่เกี่ยวอะไรกับตัวมัน?

     “ฉันไม่ได้หมายถึงแก ฉันหมายถึงเทเรซ่า”

     “ขอโทษครับ แต่ที่หัวหน้าถามว่าเธอเป็นยังไงนี่หมายถึงในแง่ไหนล่ะครับ?”

     “เอาความเป็นอยู่” รีไวล์เลือกถามความเป็นอยู่เนื่องจากเขาไม่ได้อยู่กับที่บ่อยนักทำให้ไม่ได้เจอเธอ

     “ดูเหมือนเธอจะพยายามปรับตัวอยู่ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนะครับ แต่เธอไม่ค่อยพูดคุยกับใคร”

     “เหรอ…แล้วไงต่อล่ะ”

     “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับแต่ดูเหมือนเธอจะชอบคิดอะไรตลอดเวลา” คำบอกเล่าของเอเลนทำให้รีไวล์วางถ้วยชาลงบนจานรองอย่างช้าๆ หันไปมองเอเลนอย่างสนใจ

     “แค่นี้?”

     “ถ้าหัวหน้าสงสัยมากทำไมไม่คอยจับตาดูเองเหมือนที่คอยจับตาดูผมล่ะครับ”

     ไอหมอนี่กำลังกวนเขารึไงกันก็เห็นอยู่ว่าเขาแทบไม่มีเวลาว่างเลยด้วยซ้ำเพราะอะไรหลายๆ อย่างยังไม่ลงตัว

     “งั้นก็ไปตามเธอขึ้นมาสิ”

Levi End Part

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 458 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #198 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 20:29
    รีไวล์คือไม่อ่อนโยนกับน้องเลยย
    #198
    0
  2. #61 super_kk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 21:58
    ขำเอเลนตอนรีไวถามถึงเทเรซ่าแต่นึกว่าถามถึงตีวเอง5555555
    #61
    1
  3. #23 srtomimika (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 01:17

    รีไวร์ จะกวนไปถึงไหนคะเนีย

    ไรท์สู้ๆนะ

    ≥3≤
    #23
    1