end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 29 : Chapter27:ชายชุดดำกับความคุ้นเคย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 192 ครั้ง
    31 ม.ค. 64

Chapter27:ชายชุดดำกับความคุ้นเคย

เมื่อ1ชั่วโมงก่อนหน้านี้ 


 

“ฉันก็บอกแล้วไงว่าคาร์ลิสันน่ะอยู่ที่นี่จริงๆ”ฮันซี่ที่นั่งรวมประชุมกับทุกคนพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบและรีไวล์ที่เอาแต่ปฏิเสธตลอดว่าไม่ใช่เรื่องจริง 


 

“แต่มันจะเป็นไปได้ไงคนตายจะฟื้นคืนชีพงั้นเหรอตลกน่ะ คนที่เห็นอาจจะแค่หน้าคล้ายก็ได้”รีไวล์ยังเอาแต่แย้งท่าเดียวทั้งๆที่ตอนแอบแยกจากเทเรซ่าแล้วเขาก็ตามไปที่ห้องโถงใหญ่ถึงเห็นจะออกไปแล้วแต่เขาก็แอบตามมองรถม้าที่มารับไปและคัวเขาก็สาวเท้ากลับมาหาเทเรซ่าอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดจนกระทั่งฮันซี่มาเรียกเขากับทุกคนมาประชุมกันจนถึงตอนนี้ที่เป็นอยู่นี่แฤหละ 


 

“จะมีสักกี่คนกันเชียวที่หน้าและชื่อเหมือนกัน เราจะบังเอิญจริงๆน่ะเหรอรีไวล์ ฉันก็รู้ว่านายฆ่าไปแล้วคงยากที่จะเชื่อแต่นายก็รู้สึกใช่มั้ยว่าคนที่นายเห็นไม่ใช่คนหน้าคล้ายแต่เป็นคนๆเดียวกัน”รีไวล์มองต่ำลงกับพื้นอย่างใช้ความคิด ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าเขาเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนอย่างที่ฮันซี่พูด 


 

“ลองถามเทเรซ่าดูดีมั้ยเผื่อจะได้เรื่องอะไรมากขึ้น” 


 

“ยัยนั่นไม่รู้เรื่องหรอก อีกอย่างถ้าถามไปยัยนั่นอาจจะคิดมากก็ได้ อย่าลืมนะว่ายัยนั่นเคยเกือบโดนฆ่าเพราะมัน”รีไวล์บอกปัดออกโรงปกป้องเทเรซ่าอย่างไม่รู้ตัวเพราะไม่อยากให้เจ้าตัวรับรู้ถึงเรื่องเครียดๆพรรค์นี้ให้ปวดหัวและคิดมาก 


 

“แต่ก็ไม่ตาย…เอาจริงๆนะรีไวล์ภายนอกเด็กคนนั้นดูไม่มีอะไรเลยแต่นายไม่สงสัยหน่อยเหรอว่าเธอเอาตัวรอดมาได้ไง” 


 

“คนมันจนตรอกก็ต้องดิ้นรนทำไงก็ได้เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดอยู่แล้วมั้ย?” 


 

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องที่เด็กคนนั้นดูเอาตัวรอดได้ทั้งๆที่เหมือนสู้ไม่เป็นอย่างเดียวนะ แต่เป็นเรื่องที่ฉันเคยถามนายว่าโดนพิษขนาดนั้นแต่ฟื้นขึ้นมาจัดการได้ไงต่างหาก” 


 

“ฤทธิ์ยาหมดไง” 


 

“นายคิดว่าคนที่อดข้าวอดน้ำแล้วเพิ่งโดนวางยาไปฟื้นขึ้นมาจะมีเรี่ยวแรงทำได้ขนาดนั้นรึไงคิดสิ” 


 

“…”รีไวล์นิ่งแสร้งมองไปทางอื่นอย่างใช้ความคิดเมื่อลองนึกดูตามที่ฮันซี่พูดแล้วเด็กตัวเล็กๆอย่างเทเรซ่าที่แค่ยกถังน้ำที่ตักขึ้นจากบ่อยังยากลำบาก ดูไม่มีพิษมีภัยเป็นแค่เด็กไร้เดียงสาและไร้ทางสู้จะไปฆ่าคนเอาตัวรอดมาถึงขนาดนั้นได้ยังไง แถมยังมีเรี่ยวมีแรงจัดการพวกลูกน้องที่คุมตัวอยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ 


 

“ไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับได้เลยว่าเทเรซ่าเป็นแค่คนธรรมดาและคาร์ลิสันที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ นี่พวกเราต้องมานั่งเครียดเรื่องนี้นอกจากไททันอีก”ฮันซี่บ่นพึมพำออกมา 


 

“แต่เทเรซ่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับทั้งที่ตัวเองมาอยู่ที่นี่เลยนะครับเรื่องอื่นเธอจะรู้ได้ไง”แจนสมทบรีไวล์ เหมือนจะเป็นคนนึงที่เข้าข้างเทเรซ่ามากกว่าจะมองเป็นกลางในเรื่องราวครั้งนี้ 


 

“ฉันก็แค่สันนิษฐานว่าบางทีเธออาจจะรู้แต่ไม่พูดอะไรก็ได้”ระหว่างเทเรซ่ากำลังเป็นเรื่องถกเถียงกันอาร์มินที่เพิ่งนึกได้ว่าไม่มีทหารคุมตัวเทเรซ่าจึงขอตัวแยกออกไปและรีบตามหาเทเรซ่าจนกระทั่งมาเจอเธอที่ห้องโถงใหญ่ 


 

อะไรทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้หรือว่าได้ยินเรื่องที่พูดกัน… 

และหลังจากนั้นทุกคนต่างก็พากันแยกย้ายลงมา เทเรซ่าวิ่งปรี่ไปหารีไวล์เพื่อแสดงตามที่เธอบอกกับเขาไว้ว่าเจ้าตัวไม่ได้ชอบหัวหน้ารีไวล์ ในขณะเดียวกันรีไวล์ที่ทำหน้าเครียดอยู่ก็ยิ้มออกมาได้ อาร์มินไม่ได้คิดไปเองจริงด้วยว่าเหมือนหัวหน้าจะใส่ใจเทเรซ่าเป็นพิเศษ 


 

แต่ก็เหมือนที่หัวหน้ารีไวล์พูดจะจริงเช่นกันมองยังไงเทเรซ่าก็แค่เด็กธรรมดาคนนึงที่ใครๆมองต่างก็เอ็นดูไปตามกัน 


 

แล้วก็ถ้าเดาถูกล่ะก็หัวหน้ารีไวล์คงจะชอบเทเรซ่าไม่มากก็น้อยแน่ๆเพราะไม่เคยเห็นหัวหน้าเป็นแบบนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ 


 

ขนาดตอนอยู่กับคุณฮันซี่หรือผู้หญิงที่สนใจในตัวหัวหน้ารีไวล์เขายังไม่เคยเป็นแบบนี้เลย 


 

อาร์มินที่พลันเหลือบมองไปยังทางมิคาสะก็เดินเข้าไปใกล้แล้วถามว่าเป็นอะไรไปถึงนิ่งขนาดนั้น เพื่อนสนิทของเขาจึงถอนกายใจก่อนจะตอบกลับมา 


 

“ฉันแค่รู้สึกว่าอยากให้เจ้าเตี้ยนั่นรีบๆทำอะไรสักที นายก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าเขาไม่เหมือนเดิมเวลาอยู่กับผู้หญิงคนนั้น แทนที่จะรีบลงมือทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไป” 


 

“บางทีเขาเองก็คงร้อนใจไม่แพ้พวกเราหรอกแต่เพราะไม่รู้ต้องทำยังไงเขาเลยต้องำพยายามเลิกพะวงแล้วมีความสุขตรงหน้าเสียก่อนก็แค่นั้นเอง” 

“ทำไมคุณหัวหน้ารีไวล์ถึงหน้าเครียดคิ้วผูกเป็นโบว์ขนาดนั้นกันคะเนี่ยระวังจะแก่เร็วน้า~”ร่างเล็กหยอกล้อเขาที่เดินตามหลังไม่ห่างด้วยใบหน้าที่เหมือนจะไปฆ่าใครตายก็อดไม่ได้ที่เทเรซ่าต้องขัดขึ้น 


 

“ฉันแค่เหนื่อยนิดหน่อย” 


 

“งั้นกลับไปพักที่ห้องมั้ยคะ?”เทเรซ่าเลี้ยวกลับก่อนจะถือวิสาสะจับข้อมือหนาของรีไวล์ดึงไปข้างหน้าแต่ก็ถูกดึงกลับมาหาเขาและกระซิบข้างหูใส่ 


 

“อยู่ตรงนี้แหละ” 


 

ทั้งสองเงียบไปชั่วขณะจนได้ยินเสียงลมที่พัดผ่านไป เทเรซ่าเหลือบมองรีไวล์ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองดวงอาทิตย์ที่กำลังลาลับฟ้าลงไปด้วยความรู้สึกโหวงแปลกๆและถอนหายใจออกมา 


 

“ฉันถามอะไรเธอได้รึเปล่า”เทเรซ่าไม่ตอบอะไรแต่พยักหน้าเป็นการอนุญาตให้อีกฝ่ายรู้ว่าถามได้ 


 

“ฉันอยากรู้ชีวิตที่เธอเคยเป็นอยู่มาก่อนที่จะมาที่นี่” 


 

“เคยเล่าไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”ร่างบางขยับเล็กน้อยก่อนจูงมืออีกฝ่ายไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา 


 

“ที่โลกของเธอ เธอเคยฆ่าคนบ้างมั้ย” 


 

“ไม่เคยค่ะเพราะที่โลกของหนูไม่เหมือนกับที่นี่ไม่มีไททัน ไม่มีสงครามที่มาพร้อมกับสิ่งเหนือธรรมชาติแบบที่นี่” 


 

“โลกของเธอคงจะสงบ” 


 

“ไม่มีที่ไหนสงบหรอกค่ะทุกที่ล้วนมีแต่ความวุ่นวายไม่ว่าจากโลกนี้หรือโลกไหนขึ้นชื่อว่ามีมนุษย์อย่างเราเป็นผู้อาศัยก็มีแต่สร้างเรื่องขึ้นมาทั้งนั้น แม้ว่าคนบางคนที่รักความสงบสุดท้ายก็ต้องถูกดึงเข้าไปร่วมอยู่ไม่ข้างใดก็ข้างนึงแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่รู้จบ” 


 

“ถึงโลกของหนูจะไม่มีเรื่องอย่างที่ว่าแต่สงครามประเภทที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ชิงอาณาเขตหรือพื้นที่การปกครอง อำนาจหรือการต่อต้านในสิ่งที่ขัดกับความเชื่อตัวเองก็มีให้เห็นกันอยู่เกือบทุกวี่ทุกวัน” 


 

“แล้วการที่เธอต้องมาฆ่าคนแบบนี้เธอรู้สึกอะไรบ้างมั้ย” 


 

“ถึงหนูจะไม่เคยฆ่าคนมาก่อนแต่ตอนที่ต้องฆ่าหนูก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรมากหรอกนะ ก็ถ้าเกิดไม่ฆ่าพวกเราก็ไม่มีทางรอดไม่ใช่เหรอคะ”คำตอบที่เด็กสาวเอ่ยออกมาช่างดูเข้มแข็งเดินกว่าที่เขาคาดไว้ซะเหลือเกิน เขาจำได้ว่าตอนที่ลูกน้องในทีมสำรวจเขาต้องฆ่าคนด้วยกันที่เป็นทหารด้วยกันก็กลัวและอ้วกร้องไห้กันเจียนตาย ต่างจากเทเรซ่าที่ไม่ต้องมีใครคอยสั่งให้ฆ่าก็สามารถลงมือได้และไม่หวาดเกรงสิ่งใด 


 

จะว่ากล้าหาญหรือน่ากลัวดีที่เด็กตัวเล็กๆเพียงนี้ใช้ชีวิตอยู่เหมือนคนทั่วไปที่ไม่เคยจับอาวุธต้องมาฆ่าคนแถมยังไม่กลัวบาปหรือรู้สึกเกลียดตัวเองที่มือแปดเปื้อนอีก 


 

“ทำไมจู่ๆหัวหน้าถึงถามเรื่องนี้ล่ะคะ” 


 

“ก็เปล่า…” 


 

“หัวหน้าถ้าเกิดสงสัยอะไรในตัวหนูหรืออยากรู้อะไรหนูก็พร้อมตอบได้ทุกเรื่องเท่าที่หนูตอบได้นะคะ”เทเรซ่ายิ้มเหมือนกับรู้ว่าเขาตั้งใจจะซักถามบางอย่างเกี่ยวกับเธอ ก็ปกติแล้วเขาถามเรื่องแบบนี้ซะที่ไหนล่ะ 


 

“อือ ฉันก็แค่อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเธอ” 


 

“ที่จริงหัวหน้าก็รู้เรื่องเกี่ยวกับหนูเยอะแล้วนะ” 


 

“จริงๆฉันรู้สึกว่าฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอสักอย่าง ยิ่งรู้ก็รู้สึกเหมือนเธอห่างไปจากฉันเรื่อยๆ”ใบหน้าคมเหม่อมองไปข้างหน้ามองใบไม้แห้งที่ปลิวไปตามสายลมกับนกตัวน้อยที่บินผ่านเอียงลงมาซบไหล่เล็กจนอีกคนไม่ทันตั้งตัวแต่ก็ไม่ผละออกแต่อย่างใด 


 

“จะห่างไปได้ไงกันคะ หนูก็ยังอยู่ตรงนี้อยู่ข้างๆหัวหน้าตลอดเวลา ถ้าเกิดหัวหน้าหาไม่เจอลองหันไปข้างหลังหนูก็ยังยืนรอหัวหน้าอยู่ที่เดิมเสมอ”คนตัวเล็กเอนตัวพิงกับต้นไม้ด้านหลังและมองไปทางเขา ถึงจะฟังดูอุ่นใจแต่เขากลับไม่รู้สึกอย่างที่เธอพูดเลย 


 

เขารู้สึกว่าสักวันเทเรซ่าจะห่างไปจากเขา จะเดินไปข้างหน้าโดยที่เขาตามเธอไปไม่ได้แล้วหายไปจากเขาในที่สุด 


 

“ฉันกลัวว่าสักวันเธอจะหายไป” 


 

“พูดแบบนี้อยากอยู่กับหนูไปนานๆล่ะสิแต่งงานกันเลยมั้ยคะ” 


 

“เทเรซ่านี่ฉันไม่ได้เล่นตลกอยู่นะ”รีไวล์เงยหน้าขึ้นมาอย่างตรึงเครียดทั้งๆที่เขากำลังคิดมากแต่คนตัวเล็กกลับเอาแต่พูดเล่นไปได้ 


 

“แล้วใครบอกว่าหนูพูดเล่นกัน” 


 

“…แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ” 


 

“ย้ำจังเลยนะคะหัวหน้ารีไวล์ ถึงหัวหน้าจะบอกไม่ชอบยังไงหนูก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจหรอกเพราะหนูน่ะชอบหัวหน้ามาตั้งหลายปี ชอบมาตั้งแต่ก่อนที่จะได้เจอหัวหน้ารีไวล์ตัวจริงเสียอีก” 


 

อีกแล้ว…เทเรซ่ามักจะทำให้เขาประหลาดใจและใจเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอยู่เรื่อย เป็นผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกดีแม้ตอนนี้เขาจะเศร้าอยู่ก็ตาม 


 

เศร้าเหรอ? 


 

เมื่อกี๊เขาบอกกับตัวเองว่าเขาเศร้า…แล้วเขาเศร้าทำไมกันนะ ทำไมเขาต้องรู้สึกเศร้ากัน? 


 

“บางทีหนูเองก็เคยคิดเหมือนกันว่าระหว่างโลกนี้กับโลกของหนูอยู่ที่ไหนจะดีกว่ากัน เพราะมันก็ไม่ได้ดีทั้งสองโลก แต่ว่าอย่างน้อยๆโลกของหนูก็ไม่มีสงครามน่ากลัวอย่างไททัน” 


 

อา…โลกที่เขาอยู่มันคงจะยากเกินไปสำหรับเทเรซ่าที่ไม่เคยเป็นอยู่มาก่อน ที่นี่ไม่เหมาะกับเด็กคนนี้เลยแต่น้อยที่ต้องมาดิ้นรนทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เกิดมาเพื่อต่อสู้กับพวกเหล่านั้น 


 

“บางทีถ้าเกิดเธอได้กลับไปโลกเดิมคงดีกว่าสินะ” 


 

“แต่ที่โลกนั้นหนูก็ไม่มีใคร อยู่ไปก็ไม่มีความสุขอยู่ดี โลกที่ไม่มีหัวหน้ามันก็เหมือนโลกทั้งใบที่ไม่เหลือใครสำหรับหนู หนูน่ะคิดไม่ออกเลยถ้าเกิดได้กลับไปยังโลกตัวเองจะอยู่ยังไงถ้าเกิดไม่มีหัวหน้า” 


 

โลกที่เทเรซ่าไม่มีเขางั้นเหรอ… 


 

อาจจะเหมือนโลกของเขาที่ไม่มีเทเรซ่าก็ได้ 


 

ความรู้สึกน่าจะคล้ายๆกัน… 


 

“โลกใบนี้น่ะถึงจะไม่เหมาะกับคนอย่างหนูสักเท่าไหร่แต่ว่าพอได้เจอหัวหน้ารีไวล์ หนูก็คิดว่าโลกใบนี้น่ะวิเศษที่สุดแล้วเพราะว่ามีหัวหน้ารีไวล์อยู่บนโลกนี้” 


 

พูดกันเกินไปแล้วยัยเด็กคนนี้… 


 

“ถึงจะยังอยู่ได้ไม่นานแค่สามเดือนแต่ก็คิดว่าดีจริงๆที่ได้อยู่กับหัวหน้ารวมถึงทุกคนมาตั้งขนาดนี้แล้ว ถ้าเกิดได้อยู่ต่อไปเรื่อยๆก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะคะ” 


 

“งั้นก็อยู่ที่นี่ซะสิ” 


 

“มันเป็นไปไม่…”เทเรซ่าก็คิดเหมือนกันว่าถ้าเลือกอยู่ที่นี่คงดีไม่น้อย ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีและความก้าวหน้าของโลกนี้จะยังล้าสมัยตามไม่ทันโลกของเธอแถมยังมีพลังเหนือธรรมชาติอย่างไททันและมีแต่เรื่องคอขาดบาดตายก็ตามแต่ถ้าเกิดได้อยู่กับหัวหน้าเธอก็ยินดีที่จะอยู่ แต่ว่าสักวันบางทีเธออาจจะต้องกลับไปอยู่โลกเดิมก็ได้ใครจะไปรู้ 


 

“อยู่กับฉัน”มือหนากุมเข้าที่มือเล็ก ใบหน้าคมหันมาประชิดกับคนตรงหน้าที่เบิกตากว้างไม่นึกว่าเขาจะพูดแบบนี้ออกมา ยิ่งทำแบบนี้จะไม่ให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองได้ยังไงกันว่าตัวเองนั้นเป็นคนสำคัญ 


 

“เธอบอกว่าชอบฉันก็อยู่ที่นี่ซะสิอยู่กับฉัน” 


 

“หัวหน้าแค่อยากให้หนูทำตามที่ตัวเองต้องการหรือจริงๆหัวหน้าก็อยากอยู่กับหนูคะเนี่ย” 


 

“อยากให้อยู่”เทเรซ่าคลี่ยิ้มออกมาบางๆเมื่อคำตอบของเขาทำให้หัวใจเธอพองโตขึ้นเรื่อยๆก่อนจะเหล่มองไปทางอื่นเพื่อหลบหน้าเขา 


 

ก็ถ้าเธออยู่ต่อได้ก็คงดี… 


 

“เป็นอะไรกันเหรอคะถึงอยากให้อยู่ต่อ”คำถามของเทเรซ่าเหมือนจิ้มบางอย่างเข้าไปในหัวใจของเขา เสียงหวานที่กระซิบข้างหูเขามันทำให้เขารู้สึกบีบรัดหัวใจตัวเองเหลือเกิน 


 

พวกเขาสองคนเป็นอะไรกัน… 


 

“เป็น…หัวหน้าเธอไง” 


 

“เป็นแค่หัวหน้าจะมารั้งให้ไปไม่ไปไม่ได้หรอกนะคะ ดีซะเปล่าถ้าเกิดหนูไม่อยู่หัวหน้าก็หมดภาระ” 


 

“…” 


 

“ถ้าอยากให้อยู่ต้องเป็นคุณสามีหนูค่ะ อยู่ให้ตลอดชีวิตแถมฟรีรักนิรันดร์อีกต่างหาก”เทเรซ่าชูนิ้วเป็นรูปหัวใจดวงเล็กๆยื่นไปทางหน้ารีไวล์ก่อนจะทำปากงุ้ยๆส่งจุ๊บให้เขาอีก 


 

ให้ตายเถอะเด็กคนนี้จะมากไปแล้วนะ… 


 

น่ารักเกินไปแล้ว… 


 

“อย่าพูดจาแบบนี้เหมือนเป็นเรื่องปกติเทเรซ่าคนฟังเขาจะมองว่าเธอใจง่าย” 


 

“ถึงใจง่ายหนูก็ใจง่ายกับหัวหน้ารีไวล์คนเดียวนี่คะไม่ได้ใจง่ายกับคนอื่นซะหน่อย”เด็กสาวอมลมพองปากทำหน้ามุ่ยคิ้วยุ่งเพราะโดนหาว่าเป็นคนใจง่ายก็พาลหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก 


 

รีไวล์มองแล้วก็หลุดยิ้มออกมาเพราะท่าทางที่แสนน่ารักเง้างอนเหมือนกับลูกแมวไม่มีผิดแถมยังได้ฟังคำพูดตรงๆจากปากเธอนับต่อหลายครั้งโดยที่เขาไม่เคยขอด้วยซ้ำเหมือนกับเด็กที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเองและกล้าจะบอกในสิ่งที่ตัวเองชอบ 


 

“เธอนี่น่ารักดีนะ”นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเข้าที่พวงแก้มอมลมพองอยู่ในปาก คนตัวเล็กเหวอหลุดออกมาเพราะคำพูดที่ร้อยวันพันปีแทบจะไม่ได้ยินหลุกออกมาจากปากอย่างหัวหน้ารีไวล์ได้ 


 

“กะ…ก็น่ารักมาตั้งนานอยู่แล้วหัวหน้าไม่รู้สึกรึไงคะ” 


 

“ไม่ล่ะปกติเธอมันดื้อ ซน แถมยังหัวรั้นไม่ยอมคนอีกต่างหาก” 


 

แต่ว่าในทุกครั้งที่เทเรซ่าเป็นอย่างนั้นมันกลับน่ารักในสายตาเขาเสมอ… 


 

“หัวหน้ารู้ได้ไงกันคะว่าหนูเป็นคนแบบนั้น!” 


 

“=_= ลืมไปแล้วรึไงเธออยู่กับฉันเกือบทุกวันตัวก็ติดกันเกือบตลอดเวลา” 


 

“จริงด้วยค่ะ! ไหนๆก็ไหนๆแล้วงั้นแต่งงานกันเลยมั้ยคะถ้าจะตัวติดกันขนาดนี้?!”เทเรซ่ายังไม่ทันพูดจบดีก็โดนคนตัวโตกว่าเชยคางขึ้นให้ใบหน้าพอดีเสมอกันกับเขา 


 

“อืม…หรือจะแต่งเลยดี” 


 

ดวงตากลมโตสั่นระริกใจเต้นไปด้วยความรู้สึกที่พลุ่นพล่านและใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อนขึ้นเรื่อยๆต่างจากลมเย็นๆที่ปะทะเข้ามาสัมผัสกับผิวเธอ มืออีกข้างที่วางพาดไว้บนตักกำเข้าที่ชายกระโปรงแน่นเพื่อระบายความรู้สึกตื่นเต้นให้ผ่อนคลายลงแต่ก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลยแม้แต่น้อย 


 

จะ..จังหวะนี้ต้องจูบเลยดีมั้ยนะ>///< 


 

“…ฉันพูดเล่นน่ะ”รีไวล์ผลักเทเรซ่าออกเบาๆก่อนจะเท้าคางมองไปทางอื่น 


 

“อะ…” 


 

“กลับกันเถอะเย็นมากแล้ว”รีไวล์ยันตัวลุกขึ้นมาแล้วส่งมือยื่นมาให้เทเรซ่าจับแต่คนตัวเล็กกลับลุกขึ้นเองโดยไม่สนใจเดินนำไปข้างหน้าทั้งๆที่ไม่รู้ทาง รีไวล์ถอนหายใจเดินตามไปติดๆก่อนจะขึ้นนำหน้าเธอแล้วจูงให้ตามมาไม่ห่างเขาไปไหน 


 

รีไวล์เหลือบมองคนตัวเล็กที่เดินตามเขาต้อยๆด้วยใบหน้านิ่งๆเหมือนกับผิดหวังในตัวเขาก็ได้แต่ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาให้อีกคนเสียความรู้สึกฟัง 


 

ใครจะกล้าแต่งงานกัน… 


 

ความรู้สึกตัวเองก็ยังไม่ชัดเจนว่าสรุปชอบใครกันแน่ สงครามก็ยังไม่จบ เขาจะแต่งงานให้มีคนมาผูกมัดเขาไปได้ไง ยังไงซะหน้าที่ก็ต้องสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัวหรือความรักอยู่แล้ว 


 

ไม่สิอันที่จริงไม่ว่าจะเรื่องไหนก็สำคัญ… 


 

ถ้าเป็นเขา เขาจะเลือกมันทั้งสองอย่าง… 


 

แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองเลยว่าความรู้สึกเขาเป็นยังไงกันแน่ และเขาก็ไม่มั่นใจในตัวเทเรซ่าด้วยอย่างที่เขาบอกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลยสักอย่าง ช่วงเวลาที่พวกเขารู้จักกันมันก็ยังสั้นเกินไปด้วย 


 

แต่ถึงแบบนั้นเขาก็… 


 

“ไว้วันหลังเราค่อยมาพูดเรื่องนี้อีกรอบละกัน”รีไวล์หยุดเดินพร้อมกับถอดผ้าคลุมทีมสำรวจมาคลุมคนตัวเล็กที่ยืนตัวซีดหลบหน้าเขาอยู่ 


 

“อีกรอบ?”ดวงตากลมหรี่ลงขมวดคิ้วยุ่งเหมือนจะแสดงถึงความประหลาดใจอีกรอบ เทเรซ่ามองไปยังตัวรีไวล์ที่ยืนบังแสงตะวันสุดท้ายก่อนอาทิตย์จะตกดินและรอฟังเธอว่าจะพูดอย่างไรออกมา 


 

“อืม อีกรอบ” 


 

“งั้น…หนูจะรอนะ”เด็กสาวนิ่งไปสักพักอย่างใช้ความคิดก่อนจะเอ่ยปากออกมา มือเล็กเกี่ยวเส้นผมที่พัดปิดใบหน้ามาทัดหูเหม่อมองไปไกลแล้วถอนหายใจออกมา 


 

ใครจะไปรู้วันพรุ่งนี้ของเธออาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้ 

Teresa Part 


 

พวกเราสองคนเริ่มเดินเข้าตัวเมืองกันแล้ว ไฟต่างๆในบ้านเริ่มสว่างขึ้นและท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกว่าในเมืองนี้มันเงียบจังแฮะ 


 

ถ้าเกิดเป็นที่โลกของเราเวลานี้คงจะมีแต่คนเดินเพ่นพล่านยังไม่ได้กลับบ้านกลับช่องและวุ่นวายอยู่เป็นแน่แท้ แถมยังเสียงดังเพราะรถบีบแตรและเสียงแว๊นจากพวกมอเตอร์ไซค์ทั้งหลาย 


 

หัวหน้าไม่พูดอะไรเลยหลังจากนั้น รู้สึกตัวเองเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองจริงๆที่อยู่ๆก็พูดเรื่องนี้ขึ้นพอไม่พอใจกับคำตอบก็แอบมาคิดมากแล้วงอนอยู่คนเดียว 


 

คือมันก็ถูกแล้วป้ะที่แต่งงานไม่ได้ หัวหน้าเองก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเราเลยไม่ว่าจะเชื้อชาติหรือที่มาภูมิหลังของเรา แถมยังไม่ชัดเจนเรื่องความรู้สึกตัวเขาเองอีกเพราะพวกเราเพิ่งรู้จักกันแค่สามเดือนเอง 


 

ไหนจะหน้าที่การงานและเรื่องต่างๆมากมายที่ต้องสะสางการที่ตัวเองเอามาผูกมัดกับใครสักคนคงจะลำบากแย่เพราะต้องคอยพะวงหน้าพะวงหลังอยู่ตลอดเวลา 


 

แต่ว่าพอคิดอีกมุมแล้วการที่รอให้เรื่องทุกอย่างจบลงก็ไม่มีอะไรมาเป็นหลักประกันได้เลยว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน 


 

ในอนาคตข้างหน้าหัวหน้าอาจจะชัดเจนเรื่องความรู้สึกก็ได้ว่าที่อยู่กับเราก็แค่หลง คนที่หัวหน้ารักจริงๆอาจจะเป็นคุณฮันซี่ต่างหาก ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งสิบกว่าปีทั้งสองต่างก็รู้นิสัยใจคอกันหมดเปลือก ทำงานก็เข้าขาด้วยกันได้ต่างจากฉันที่ไม่มีอะไรเลย 


 

เป็นแค่เด็กง้องแง้งคนนึงที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย… 


 

เห็นมั้ยว่าไม่มีอะไรมาเป็นหลักประกันได้เลยว่าพวกเราจะได้รักกัน 


 

แต่ถึงอย่างนั้น..ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นแบบนั้นฉันก็ยังเลือกที่จะรอและยอมทุกอย่างอยู่ดี 


 

ถึงใครก็ตามหรือหัวหน้าจะไม่รักก็ไม่เป็นไร เพราะฉันก็ยังซื่อสัตย์ต่อเขาและเลือกที่จะอยู่ข้างๆเขาอยู่ดี จะในฐานะอะไรฉันก็อยู่ได้ จะน้องสาวหรือแค่ลูกสาวคนนึงฉันก็ยอม 


 

ใครจะว่าโง่ก็ไม่เป็นไร 


 

เอ๊ะ? 


 

ฉันมองแผ่นหลังหัวหน้าที่เดินนำหน้าอยู่ไม่ห่างมากนักด้วยภาพบางอย่างที่ซ้อนทับขึ้นมาในหัวของฉัน 


 

เดี๋ยวนะเมื่อกี๊มันอะไร? 


 

ภาพที่หัวหน้ารีไวล์ใส่ชุดแปลกๆไม่ใช่เครื่องแบบของทีมสำรวจหรือชุดนอกเครื่องแบบของเขาแต่เป็นชุดที่ดูเหมือนผู้ดีอะไรสักอย่าง เขาเรียกว่าอะไรกันก็ไม่รู้แต่ไม่คุ้นตาเลย! 


 

หัวหน้าเคยใส่ชุดแบบนี้ด้วยเหรอ? 


 

“เป็นอะไรไปเทเรซ่า?”รีไวล์หันกลับมาหาคนตัวเล็กที่เอื้อมมือมาแตะหลังเขาเบาๆด้วยความประหลาดใจ 


 

“เอ๊ะ?ปะ..เปล่าค่ะ”เมื่อรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปเด็กสาวจึงรีบเอามือตัวเองออกไปไขว้เก็บไว้ด้านหลังและแก้ตัวทันที 


 

“แล้วมาแตะฉันทำไม” 


 

“คะ..แค่อยากแตะไม่ได้เหรอคะ._.” 


 

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”รีไวล์หันหลังกลับไปเพื่อกลบเกลื่อนความดีใจเอาไว้ พอเห็นใบหน้าอ้อนๆตอบเสียงอ่อยเข้าหน่อยเขาก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว 


 

เทเรซ่าไม่ค่อยจะเข้าใจเขาสักเท่าไหร่ว่าอยู่ๆจะถามแบบหาเรื่องแล้วหันกลับไปบอกไม่มีอะไรทำไมกันจึงเกาหัวแกรกๆด้วยความมึนงงแต่ก็โชคดีไปที่หัวหน้าไม่ถามอะไรมากความนักเพราะเธอคงจะแก้ตัวตอบไม่ทัน 


 

เมื่อกี๊น่าจะหลอนล่ะมั้งช่วงนี้ยิ่งนอนน้อยๆอยู่ 


 

แต่ว่าเมื่อกี๊จู่ๆก็มีความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาเหมือนกับความคุ้นเคยและความรู้สึกโหยหามานานเหมือนกับคนที่ต้องจากกับใครสักคนไปไกลแสนไกล ทำไมอยู่ๆถึงมีความรู้สึกพรรค์นี้ขึ้นมากัน พวกเราเคยเจอกันมาก่อนแล้วรึเปล่านะ? 


 

“เอ่อคือว่าหัวหน้าคะพวกเราเคยเจอกันมาก่อนมั้ยคะ?”เด็กสาวกลั้นใจถามออกไป  


 

“...ก็ต้องไม่เคยอยู่แล้วสิ”ทันทีที่เขาตอบนั้นร่างโปร่งสวมชุดคลุมสีดำก็เดินสวนพวกเขาไปก่อนจะเอี้ยวตัวกลับมาเล็กน้อยเหมือนกับฟังประโยคสนทนาของทั้งสองและดึงผ้าคลุมลงมาปิดหน้าปิดตาให้กระชับกว่าเดิม 


 

เด็กสาวกระพริบตาปริบเหมือนกับมีบางอย่างดึงดูดให้เข้าหาจึงหันหลังกลับไปมองคนแปลกหน้าที่ยืนปิดหน้าปิดตาไม่ให้ใครสักคนเห็นด้วยความรู้สึกโหวงๆภายในใจก่อนจะก้าวเข้าไปหา 


 

“นี่ยัยหนูอย่าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าหาคนแปลกหน้าแบบนั้นสิ”รีไวล์ดึงข้อมือเล็กจนร่างของเด็กสาวถอยกรูดมาชนกับแผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นและถูกกระชับไหล่กอดไม่ให้เข้าไปหาคนคนนั้น 


 

เด็กสาวขมวดคิ้วยุ่งใช้ความคิดอย่างหนักในหัวกำลังมีความคิดหลายๆอย่างตีกันไปมาจนน่าปวดหัวไปหมดความรู้สึกคุ้นเคยที่เจอหัวหน้ารีไวล์กับภาพที่ซ้อนทับกำลังให้เธออยากจะรู้จนแทบตายด้วยซ้ำไหนจะคนแปลกหน้าที่เดินผ่านไปก็ทำให้เธอรู้สึกคุ้นอีก 


 

จะคุ้นเคยอะไรนักหนาเนี่ย! 


 

ร่างโปร่งมองการกระทำของทั้งสองคนอย่างพวกเขาสักพักก่อนจะก้าวขาเดินห่างออกไปจนสุดสายตา เทเรซ่าสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระนั่นทิ้งก่อนจะหันหน้าไปชนกับแก้มเขา 


 

“อะ…” 


 

“เมื่อกี๊เดินเข้าไปหาคนนั้นทำไมกัน” 


 

“หนูไม่รู้ อยู่ๆขาหนูมันก็ก้าวออกไปเอง”เทเรซ่าตอบเสียงอ่อนหลบตาไปทางอื่นเนื่องจากตอนนี้ใบหน้าพวกเราใกล้ชิดกันมากจนแทบจะจูบกันอยู่แล้ว นี่มันในที่สาธารณะนะคะ>///< 


 

“อย่าเดินสุ่มสี่สุ่มห้าอีกนะมันอันตรายโตจนป่านนี้แล้วยังต้องให้เตือนอีก ขนาดฉันเดินอยู่ด้วยแท้ๆยังออกนอกลู่นอกทางถ้าเธอเดินคนเดียวไม่โดนลักไปฆ่าแล้วเหรอ?!” 


 

ฮือนี่มันหัวหน้ารีไวล์เวอร์ชั่นคุณพ่ออีกแล้วบ่นเก่งยิ่งกว่าอะไรอีกT_T 


 

“ขอโทษค่ะจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ” 


 

“เธอต้องรู้ตัวเองเทเรซ่าว่าไม่มีที่ไหนปลอดภัยเพราะฉะนั้นอย่าห่างจากฉันอีก อย่าซนรู้มั้ย?”รีไวล์น้ำเสียงอ่อนลงเพราะคนตัวเล็กเริ่มสำนึกผิดก้มหน้าขอโทษไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา 


 

“หัวหน้าอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” 


 

“ฉันไม่ได้โกรธแค่เป็นห่วง” 


 

“O_O”แค่คนอย่างเทเรซ่าได้ยินคำว่าเป็นห่วงออกจากปากรีไวล์หัวใจที่ห่อเหี่ยวเมื่อกี๊ก็พองโตขึ้นด้วยความรู้สึกดีใจที่คนเป็นหัวหน้าเป็นห่วงตนเอง 


 

จะเป็นห่วงเพราะหน้าที่หรืออะไรก็ช่างเพราะสำหรับเธอแค่นี้ก็พอใจแล้ว 


 

“ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่อีกคราวหลังฉันจะไม่พาออกมาข้างนอกแล้ว” 


 

“ไหงงั้นล่ะคะ!” 


 

“ซนไม่เข้าเรื่อง” 


 

“โธ่!เกินไปแล้วนะคะหัวหน้าถึงหนูจะซน แต่เมื่อกี๊หนูก็แค่เผลอเดินตามไปแค่ไม่กี่ก้าวเองไม่ได้หนีหายไปไหนสักหน่อยทำไมต้องลงโทษหนักขนาดนั้นด้วย”ใช่มั้ยล่ะทุกคนก็คิดเหมือนเทเรซ่าใช่มั้ยก็ในเมื่อเดินก้าวไปแค่ไม่กี่ก้าวไม่จำเป็นต้องกักบริเวณให้อยู่แต่ข้างในเลย 


 

“ฉันพูดว่าถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่อีกไม่เข้าใจความหมายมันรึไง ถ้ายังเถียงอีกก็อยู่แต่ที่กรมนั่นแหละ” 


 

“ถ้าอยู่หนูจะไปนั่งแต่ในห้องหัวหน้า เอาให้ทำงานไม่เสร็จเลย!” 


 

“จะให้พาเที่ยวมั้ย?”รีไวล์ยื่นคำขู่ครั้งสุดท้าย ดุก็แล้วยังจะเถียงเขาไม่หยุดอีกทำไมไม่เข้าใจกันบ้างว่าเป็นห่วง ยิ่งอยู่ๆมีคนที่ไหนไม่รู้เดินปิดหน้าปิดตามาขืนเป็นคนบ้าเอามีดจ้วงแทงขึ้นมาเขาจะทำยังไงกัน 


 

“เที่ยวจ้า หัวหน้าอย่าเกรี้ยวกราดสิคะ”คนตัวเล็กรีบทำตัวออเซาะซบไหล่คนเป็นหัวหน้าขยิบตาวิ้งๆใส่ให้ คิดเหรอว่าคนอย่างเขาจะใจอ่อน 


 

ก็นิดนึงละกัน… 


 

“ไหนบอกตอนดุก็ชอบ” 


 

“ฮืออออก็ชอบหมดนั่นแหละค่ะถึงหัวหน้าจะดุก็ตามแต่หัวหน้าจะห้ามหยุดพาหนูเที่ยวไม่ได้” 


 

“ฉันเริ่มจะไม่แน่ใจว่าทำไมผู้ดูแลอย่างฉันต้องคอยตามใจตลอดเวลาทั้งๆที่เธอต้องคอยทำตามฉัน”รีไวล์ถอนหายใจออกด้วยความเพลีย เขาเองเนี่ยแหละที่ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมคนตัวเล็กอยากไปโน่นไปนี่เขาก็พาเธอไป อยากกินอะไรก็ซื้อให้กินตลอดเวลาอย่างกับพ่อคอยเลี้ยงลูก 


 

แต่พ่อลูกเขาไม่จูบกันนี่ไงปัญหา 


 

รีไวล์ลูบหน้าตัวเองก่อนจะเหลือบมองเทเรซ่าที่ยืนงุ้งงิ้งๆบ่นใส่เขาก็ยิ่งต้องถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ 


 

‘เห็นหน้าก็อยากจูบอีกแล้วแม่งเอ๊ย!' 


 

“ก็ถ้าไม่อยากพาหนูมาก็ไม่ต้องมาก็ได้นี่คะ แต่หัวหน้ากลับตามใจหนูจนหนูเองก็คิดว่าหัวหน้าเองก็อยากมาเหมือนกัน เชอะ!” 


 

“ไม่อยากมาแต่ก็ถ้าเธอจะมาก็มาได้ไงแค่บ่นเฉย” 


 

“ที่หลังไม่มาแล้วก็ได้ค่ะ”เทเรซ่าหันหลังให้เขายืนกอดอกทำท่าเหมือนกับนักเลงแต่ขัดกับหน้าตาที่อมลมพองในปากเหมือนกับเด็กสี่ขวบ พลางแอบเหล่สายตามองว่าคนตัวหนาจะทำยังไง 


 

ใช่ค่ะ…เทเรซ่ากำลังแกล้งงอนเพื่อทดสอบเขาอยู่ แต่จริงๆก็แอบงอนนิดนึง 


 

“งั้นทีหลังไม่มาก็ได้” 


 

“ค่ะ=_=”ลืมไปว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พระเอกในซีรีส์เกาหลีแต่เป็นหัวหน้ารีไวล์สุดคูลของเทเรซ่าเองจ้า อินดี้ไม่เป็นรองเบอร์ใคร นางเอกงอนยังไม่รู้อีกชิชะ! 


 

ง้อสิโว้ยยยยยย 


 

Teresa End Part 

ท่ามกลางศูนย์บัญชาการใหญ่ที่มีกระทั่งเหล่าทหารและเหล่าขุนนางอยู่ มีแขกบางท่านที่ยังคงอาศัยอยู่ในห้องพักรับรองหลังจากงานเลี้ยงไม่ยอมกลับไป บ้างก็เป็นขุนนางที่เกี่ยวข้องกับทหารโดยตรงอยู่แล้วจึงอยู่ที่นี่ประสานงานกับกองสารวัตรทหาร ขณะนี้เป็นเวลาค่ำแล้วรอบๆบริเวณจึงมีไฟสว่างจากคบเพลิงถูกจุดไว้เพื่อให้คนที่กลับมาเห็นทางเดิน 


 

อย่างเช่นรถม้าที่จอดกลางทางเดินเพื่อรอคนที่เดินลงมาหลังจากกลับมาจากธุระอย่างคาร์ลิสัน และอย่างเช่นคนสองคนที่เพิ่งกลับมาในยามวิกาลผิดวิสัยอย่างรีไวล์กับเด็กภายใต้การปกครองของเขาอีกหนึ่งคนอย่างเทเรซ่า 


 

คาร์ลิสันรอใครอีกคนนึงลงมาก่อนจะทำให้เทเรซ่าเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจไม่น้อยเมื่อพบว่าคนคนนั้นคือโลแกนเธอจึงรีบปิดหน้าตัวเองเพื่อหลบหน้าเขา 


 

ใจเย็นไว้ตอนนี้คาร์ลิสันยังไม่เห็นเราแค่ป้องกันอย่าให้หมอนั่นเห็นก็พอ เพราะขืนเป็นแบบนั้นหมอนั่นคงจะโหวกเหวกเข้ามาแน่ๆ 


 

ในขณะที่เทเรซ่ากำลังทำสีหน้านิ่งแล้วปิดหน้าเพื่อหลบคาร์ลิสัน รีไวล์ก็ยืนเอาตัวมากำบังคนตัวเล็กพลางชำเลืองสายตามองเทเรซ่าว่าเป็นอย่างไรบ้างก็พบว่าตัวเล็กของเขาดูจะกลัวน้อยผิดปกติ 


 

และอีกอย่างคือเหมือนกับเทเรซ่ารู้อยู่แล้วทั้งๆที่เขาตั้งใจปกปิดเธอแล้วเธอรู้ได้ไงกัน 


 

หรือว่า…ตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่ที่ฮันซี่ยืนเคาะประตูคุยกับเขาหน้าห้อง ถ้าอย่างนั้นทำไมถึง… 


 

“ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ยว่าผู้ชายคนนั้นจะคือลูกชายของคาร์ลิสัน” 


 

“น่าสงสารจังที่มีพ่อแบบนั้น”รีไวล์อึ้งไปเล็กน้อยกับท่าทีของเทเรซ่าที่นิ่งเฉยกว่าที่เขาคิดไว้แต่ก็พอจะรู้ได้ว่าที่จริงแล้วคนอย่างเธอก็ใช่ว่าจะไม่กลัวเลย 


 

หมับ! 


 

มือหนากุมมือเล็กที่กำลังสั่นเล็กน้อย ให้เขาเดาก็คงเป็นเพราะเทเรซ่าพยายามทำตัวให้ดูเข้มแข็งต่างหาก 


 

“ไม่เป็นไร”นิ้วหัวแม่มือลูบที่หลังมือบางให้คนตัวเล็กพอจะคลายความกังวลออกไปได้บ้าง ได้ยินเช่นนั้นเทเรซ่าก็พอจะอุ่นใจขึ้นอย่างน้อยๆข้างหน้าของเธอก็คือหัวหน้ารีไวล์ 


 

“หืม?”โลแกนเอียงคอไปมาซ้ายขวาหน้าหลังเพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้าก่อนจะบังเอิญไปสบตากับรีไวล์เข้าแล้วดินตรงมาหาเขา รีไวล์จิ๊ปากด้วยความไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายดันเห็นเขาก็ยังอุตส่าห์หวังดีเดินมาหาอีก 


 

“หัวหน้าคะ…ไหนๆก็ถ้าเกิดคาร์ลิสันยังไม่ตายแบบนี้ก็แสดงว่าหนูยังโดนหมายหัวอยู่ดี ถ้างั้นเราก็เดินสวนกันไปเลยเถอะค่ะ ไม่ช้าก็เร็วพวกเราก็ต้องเกิดเรื่องอยู่ดี”มือบางของเทเรซ่าอีกข้างจับที่มือหนาแน่นแล้วยิ้มรับพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวสักหน่อยถ้าหากว่าพวกเรายังจับมือกันแน่น 


 

“อืม ก็กะจะทำแบบนั้นอยู่แล้วแต่เธอจะไม่เป็นไรแน่นะ ไหวหรือเปล่า?”ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาแต่เทเรซ่ายิ้มให้เป็นเชิงว่าเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง รีไวล์จึงเดินนำไปก่อนสวนทางโลแกนก่อนจะโดนทักพวกเขาจึงพยายามทำตัวปกติที่สุดแต่ก็มิวายที่คาร์ลิสันจะคลาดสายตาไปได้ 


 

“:)”คาร์ลิสันหันมายิ้มครู่นึงก่อนจะหันไปคุยกับคนขับรถม้าให้เอาม้าไปเก็บแล้วสาวเท้าเดินมาหาด้วยความผู้ดี มองผิวเผินก็ดูดีอยู่หรอกแต่รู้จักสันดานจริงๆก็จะได้รู้ว่าโคตรเฟค 


 

“สองคนนี้เหรอที่ลูกเคยพูดถึง”มือหยาบวางลงบนไหล่ของลูกชายแล้วหันมามองกระหยิ่มยิ้มจนพวกเขาได้แต่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ได้แค่นิ่งเงียบเพื่อไม่ผลีผลามทำอะไรในที่สาธารณะ 


 

“อ่อครับ”โลแกนพยักหน้าเนิบๆเมื่อถูกถาม เทเรซ่าได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจแล้วฟังบทสนทนาระหว่างพ่อลูกคู่นั้น 


 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ลูกผมพูดถึงคุณผมก็เลยอยากเจอด้วยตัวเอง ผมคาร์ลิสันครับ”มือกยาบกร้านยื่นมาทางหน้ารีไวล์ที่เหยียดมองเหมือนกับไม่อยากจะจับมือตรงหน้า คนตัวเล็กเองเห็นก็ได้แต่มองบน 


 

ตอแหลป้ะจ๊ะถามจริง? 


 

“ยินดีที่ได้รู้จัก”รีไวล์ตอบกลับไปเสียงเนิบ 


 

“ส่วนทางนี้?”คาร์ลิสันชะโงกดูเด็กสาวที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังของคนร่างแกร่งเพื่อใช้เป็นที่บังตัวเธอ เมื่อรู้ตัวว่ากำลังโดนจ้องจึงมองไปทางอื่นโดยที่รีไวล์เป็นคนอาสาตอบให้เธอ 


 

“ยุ่ง” 


 

“คุณรีไวล์พูดงี้ได้ไงนั่นพ่อผมนะครับ”โลแกนเหมือนจะไม่ชอบใจจนออกหน้าออกตาเอ่ยปากปกป้องพ่อสุดที่รักของตนเองที่เคารพมาตลอด 


 

“พ่อนายไม่ใช่พ่อฉัน”หึยยยยสุดยอดไปเลยหัวหน้ารีไวล์เถียงเก่งสุดๆพูดน้อยแต่ต่อยหนักมากแบบนี้คาร์ลิสันต้องหน้าหงายแล้วมั้ยอะ 


 

“หืมมผมไม่ใช่พ่อคุณก็จริงแต่คุณรู้เหรอว่าพ่อตัวเองเป็นใคร?”รีไวล์ชะงักทันทีที่โดนสวนกลับมา คาร์ลิสันเมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังรุกต้อนอีกฝ่ายได้จึงเดินเขยิบเข้าไปใกล้ก้มมองคนที่สูงน้อยกว่าตนเองอย่างรีไวล์แล้วกระหยิ่มยิ้มอย่างออกนอกหน้า 


 

“ตัวเองเป็นลูกโสเภณีแท้ๆ แม่ก็มีอะไรกับผู้ชายคนอื่นไม่ซ้ำหน้าจะรู้ได้ไงว่าคนไหนเป็นพ่อตัวเอง” 


 

“แม่ก็ตายเพราะติดโรคจากผู้ชายที่ซื้อบริการจากตัวเอง น่าขยะแขยงดีเนอะว่ามั้ย?”


 

“อะไรน่าขยะแขยง พูดถึงตัวเองอยู่รึไง?”น้ำเสียงเย็นเฉียบกับแววตานิ่งที่ปกติมักจะฉายความขี้เล่นและซุกซนตลอดเวลากลับแข็งกร้าวขึ้นทันใดเมื่อมีคนพูดเสียๆหายๆกับคนของตัวเองแบบนี้ 


 

“หืม” 


 

“คนที่ดูถูกคนอื่นต่างหากที่น่าขยะแขยง คิดว่าตัวเองเป็นใครคะถึงได้้เที่ยวไปวิจารณ์ชีวิตคนอื่นเขา จะอ้วก” 


 

“พูดอะไรอยู่น่ะหนูน้อย เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจางี้กับผู้ใหญ่ไม่ได้นะแถมยังเพิ่งเคยเจอกันอีกด้วยไม่น่ารักเอาเสียเลย” 


 

“คุณต่างหากที่ไร้มารยาทค่ะ” 


 

“เกินไปรึเปล่าเทเรซ่า ถึงจะไม่รู้ว่าคุยอะไรกันแต่ฉันว่ามากไปแล้วนะ”โลแกนเข้ามาแทรกบทสนทนาเพราะทนไม่ได้ที่เห็นผู้เป็นพ่อถูกคนอื่นที่เพิ่งเคยเห็นหน้าค่าตาด่าใส่ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะมีกิริยาวาจาไม่ดีขนาดนี้ 


 

“ก็ถ้าไม่รู้อะไรแล้วจะพูดทำไม เงียบปากไปก็ไม่มีเขาว่าหรอก คิดว่าพ่อตัวเองพูดจาดีนักรึไงเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดถึงคนอื่นเขาน่ะ”เทเรซ่ายังคงน้ำเสียงนิ่งเอาไว้ไม่มีตะคอกใส่อีกฝ่ายแต่ใช้ความนิ่งและความเงียบปะทะคารมจนอีกฝ่ายแอบใจหายเพราะกลัวเหมือนกัน แต่แค่โลแกนเท่านั้นไม่ใช่กับคาร์ลิสัน 


 

“เทเรซ่าหยุด พวกเราอยู่ตรงนี้นานไปแล้วทหารกำลังมองอยู่”รีไวล์กระตุกดึงแขนเทเรซ่าให้หยุดต่อล้อต่อเถียงเพราะเหล่าทหารเวรกำลังจ้องมายังทางพวกเขาที่เป็นระหว่างทหารกับขุนนางมาคุยกันจึงทำให้แต่ละคนสนใจไม่น้อยเพราะคนอย่างรีไวล์ไม่ถูกกับขุนนางเป็นเดิมทีอยู่แล้ว 


 

“ค่ะ เข้าข้างในกันดีกว่าอยู่ข้างนอกยุงกัดจนขาหนูลายไปหมดแล้วเนี่ย”คนตัวเล็กหันมาตอบรีไวล์ด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว รีไวล์เหมือนจะมองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไรออกมาในตอนนี้ 


 

เทเรซ่าถือวิสาสะควงแขนร่างแกร่งให้เดินตามตนเองไปก่อนจะตวัดสายตากลับมามองพ่อลูกทางด้านหลังที่ทำให้เธอหงุดหงิดจนอยากจะง้างปากแล้วเลาะฟันกับตัดลิ้นออกมาให้ไปพูดจาแบบนี้กับใครไม่ได้อีกจริงๆ 


 

หรือไม่ก็ทำให้หายไปจากโลกใบนี้เหมือนที่เขาเคยคิดจะทำกับเธอไง 

Levi Part 


 

“หัวหน้าจะไปกินข้าวเย็นเลยหรือเปล่าคะ หรือจะกลับห้องก่อน”คนตัวเล็กถามด้วยสีหน้าและท่าทางเป็นปกติผิดกับเมื่อกี๊นี้เป็นอย่างมากแถมยังออเซาะเขาเป็นปกติเหมือนไม่ได้ยินเรื่องที่เขาโดนดูถูกใส่เลย 


 

ก็ยอมรับว่าตัวเองกลัวเหมือนกันเพราะคนตัวเล็กได้รู้เรื่องภูมิหลังในอดีตของเขาที่ตั้งใจปิดไว้แม้กระทั่งลูกน้องตัวเองเขาก็ไม่เคยเล่าด้วยซ้ำเพราะกลัวจะถูกมองแปลกๆใส่ด้วยความน่าสมเพช 


 

“วันนี้ไม่หิว…อยากกลับห้อง”ใบหน้าคมก้มต่ำวางลงบนไหล่เล็กเหมือนกับกำลังอ้อนเธอไม่มีผิด นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติของเขาเลยที่ตัวแบบนี้ แต่ถึงเทเรซ่าอาจจะมองว่าเขาแปลกไปเธอก็ยังชอบท่าทางเขาอยู่ดี 


 

“งั้นเอาเป็นชาดำมั้ยคะ เดี๋ยวหนูจะไปขอแม่บ้านให้” 


 

“อยากกินที่เธอชง” 


 

“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะงั้นเดี๋ยวหนูจะทางด้านล่างที่เป็นห้องครัวนะคะ”เทเรซ่าพยักหน้ารับ 


 

“ไปด้วย”รีไวล์เสียงอ่อนจนคนตัวเล็กเผลอทำอะไรไม่ถูกไปพักนึงเพราะเพิ่งเคยเห็นเขาเป็นอย่างนี้ 


 

“ไปค่ะๆหัวหน้าไปด้วยหนูจะได้ไม่หลงแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”เด็กสาวยิ้มร่าผิดกับเขาที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึง หลังจากนั้นทั้งสองก็เงียบมาตลอดทางโดยมีเทเรซ่าที่มักจะพยายามทำลายความเงียบเป็นระยะจนสุดท้ายก็ได้กลับมาที่ห้องของตัวเอง รีไวล์ทิ้งตัวนอนลงกับเตียงพร้อมกับกวักมือเรียกคนตัวเล็กมาหาให้นั่งบนเตียงก่อนตัวเองจะยกศีรษะย้ายไปหนุนบนตักของเทเรซ่า 


 

“เอ่อ…” 


 

“ได้ยินแล้วใช่มั้ย เรื่องของฉันน่ะ”ใบหน้าหวานไม่ขยับปากพูดอะไรออกมาแต่พยักหน้าเป็นการตอบให้แทน 


 

“ฉัน…แค่จะถามว่าเธอคิดยังไงพอได้ยินแบบนี้” 


 

“คิดอะไรคะ?” 


 

“เรื่องนั้น” 


 

“หัวหน้าก็คือหัวหน้า จะเกิดมาจากไหนแต่คุณค่าของความเป็นคนมันก็เท่ากันหมดนั่นแหละ ทำไมต้องเลิกชอบเพียงเพราะชีวิตหัวหน้าเกิดมาไม่เหมือนกับคนอื่นหรือต้องมีคนมาตัดสินเกี่ยวกับอาชีพที่แม่ของหัวหน้าทำด้วย ไม่ว่าใครก็มีค่ากันทั้งนั้น บ้ารึเปล่า?” 


 

“เป็นเด็กที่ดีนี่” 


 

“ไม่ว่าจะเป็นไงหนูไม่ตัดสินใครรวมถึงหัวหน้าด้วยความคิดแย่ๆแบบนั้นหรอกนะ”เทเรซ่าตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือบางเลื่อนขึ้นมาวางบนศีรษะอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติเมื่อรู้ตัวว่าเสียมารยาทจึงรีบยกมือขึ้นก่อนจะถูกดึงกลับไป 


 

“ลูบหัวให้หน่อย”คนตัวเล็กใจอ่อนยวบเมื่อถูกอ้อนจากคนที่มักจะเข้มแข็งอยู่เสมอและมีเพียงเธอที่เป็นฝ่ายออดอ้อนเขาเป็นประจำ 

 

 

เขารู้ว่าเธอเป็นคนยังไงแต่ก็แอบกังวลใจเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเปิดกว้างกับเรื่องแบบนี้ แต่โชคดีที่เธอไม่ใช่คนแบบนั้น


 

“หัวหน้าน่ะไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลาหรอกนะคะ”มือบางสัมผัสกับเส้นผมดำเบาๆแล้วลูบมันด้วยความเอ็นดูในมุมของตัวผู้ชายคนนี้ที่นานๆทีมักจะแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น 


 

“ขอบคุณ” 


 

“เรื่องอะไรเหรอคะ?” 


 

“ที่เถียงพวกนั้นให้ฉัน ถึงแม้ฉันจะแอบแปลกใจที่เธอดูเหมือนคนละคนก็ตาม” 


 

“ก็แค่…ไม่ชอบเห็นใครมาพูดถึงหัวหน้าในทางที่ไม่ดีเฉยๆ ไม่มีอะไรมากสักหน่อย”ดวงตากลมโตเหล่มองไปทางอื่น เธอกำลังคิดอยู่ว่าที่หัวหน้าบอกว่าเหมือนกับเธอเป็นคนละคน ถ้านั่นเป็นตัวเธออยู่แล้วตั้งแต่แรกแค่ไม่เคยแสดงด้านนั้นออกมาให้เห็นจะเป็นยังไงนะ จะรับได้รึเปล่า? 


 

“อือ…ขออยู่แบบนี้ไปสักพักนะ”รีไวล์ค่อยๆหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เขาอยากจะอยู่แบบนี้ไปนานๆตราบที่เขาจะทำได้ แค่ช่วงเวลานี้เท่านั้นก่อนที่เขากลัวว่าบางอย่างจะจางหายไปหรือเรื่องพวกนี้จะกลายเป็นแค่ความฝันหรือความทรงจำเท่านั้น 


 

“อยู่กับฉันเทเรซ่า” 


 

“อ่า…ยังไม่ได้ลุกไปไหนนี่คะ”รีไวล์ถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อคนตัวเล็กไม่เข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อเสียเท่าไหร่จึงเอื้อมมือมากดศีรษะทาบกับหน้าผากของเขาก่อนจะเลื่อนใบหน้าตัวเองเขยิบขึ้นจูบที่เปลือกตา 


 

อย่าไปไหนจากฉัน” 


 

-----------------------------------------------------------------

Talk With Writer


 

     ทุกคนนนนนสวัสดีปีใหม่ปี2019นะคะขอโทษด้วยที่เดือนนี้อัพตอนหลักไปแค่ตอนเดียว วันนี้มาลงตอนใหม่ยาวๆส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีของทุกคนเลยนะคะ อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นพูดคุยกันเพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยน้าาอยากอ่านคอมเม้นทุกคนเลยยเพราะเราอยากตอบทุกคน555555 คำผิดไว้มาแก้ทีหลังนะคะขอโทาจริงๆ แล้วถ้าเกิดอ่านตรงไหนละรู้สึกเหมือนประโยคมันหายไปบอกได้นะ เพราะงงๆกับwordบ่อยช่วงนี้ พิมพ์ปุ๊บข้อความหายงงเลย เอาเป็นว่าอย่าลืมคอมเม้นและกดให้กำลังใจกันด้วยน้าขอบคุณล่วงหน้าค่ะ รักทุกคนมากเลยน้าขอบคุณที่ติดตามกันจนมาถึงตอนนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 192 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #200 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 00:29
    กลัวอนาคตเทเรซ่าจะต้องแยกจากรีไวล์จัง
    #200
    0
  2. #179 jrnzp03 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 03:04
    นิยายเรื่องนี้คือสนุกจนลืมนอน ภาวนาให้ไรท์มาต่อไว ๆ นะค
    #179
    0
  3. #105 wiepme (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 20:52

    มาอ่านล้าวววว รอติดตามตอนต่อไปอยู่น้าา

    #105
    1
  4. #104 Naja180849 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 04:46
    มันช่างหวานเหลือเกิน
    #104
    1