end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 17 : Chapter16:คำพูดของรีไวล์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 227 ครั้ง
    15 ต.ค. 61

Chapter16:คำพูดของรีไวล์


Teresa Part 

 
 

นี่มันก็ผ่านมาไม่รู้เท่าไหร่แล้วหลังจากที่ถูกจับมา ถ้าเกิดต้องทนอยู่นานกว่านี้เธอคงต้องสติขาดเข้าสักวัน 

 
 

เสียงลงบันไดมาพร้อมกับผู้มาเยือนใหม่ทำให้เทเรซ่าต้องหันไปมองด้วยควาหวาดระแวง ใช่คนๆนั้นก็คือคนที่จับตัวเธอมานั่นเอง 

 
 

ขุนนางนั่นเริ่มจะออกตามตัวพวกเราแล้วสิสงสัยวันนี้คงต้องปล่อยตัวไปจริงๆแต่ว่าฉันยังไม่เคยได้เธอเลยสาวน้อยใบหน้าที่ชั่วร้ายเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกจนต้องเหลือบตามองไปทางอื่นเพราะทนมองไม่ได้ที่ถูกลวนลามทางสายตา ไขลูกกรงเข้ามาหาเธอด้วยแววตาที่หื่นกระหาย 

 
 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอต้องคอยดูภาพน่าขยะแขยงของคนพวกนั้นทำอะไรกันและฟังเสียงที่คร่ำครวญด้วยความทรมาณแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 
 

และวันนี้ก็เป็นตาของเธอที่จะต้องโดนกระทำแบบเดียวกับคนพวกนั้น 

 
 

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราก้มลงสูดกลิ่นกายจากตัวเด็กสาวที่นั่งแข็งทื่อมองด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ถูก พร้อมกับขบเม้มที่ซอกคอสลับกับลูบไล้ไปทั่วทั้งเรือนร่าง 

 
 

ภาพตรงหน้าเธอมันน่าขยะแขยง 

 
 

น่ารังเกียจ 

 
 

จู่ๆก็นึกถึงบทสนทนาเมื่อคืนที่คุยกันระหว่างผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันของหญิงสาวที่อยู่ห้องขังฝั่งตรงข้ามเธอเข้าให้ 

 
 

เธอน่ะอ่อนต่อโลก 

 
 

คิดว่าที่นี่เป็นโลกแห่งความฝันหรือโลกนิยายรึไงกันที่จะโชคดีไปได้ทุกเรื่องน่ะ คิดว่าจะมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยพวกเราได้รึไงกัน?' 

 
 

'เรื่องพรรค์นั้นไม่มีจริงหรอก' 

 
 

เพราะว่าโลกใบนี้มันไม่มีปฏิหาริย์ยังไงล่ะ 

 
 

ไม่จริง 

 
 

ถึงโลกใบนี้จะโหดร้ายเพียงใดแต่เรื่องของปฏิหาริย์น่ะมีอยู่แล้ว สำหรับฉันแล้วไม่ว่าจะโลกใบไหนก็มีปฏิหาริย์อยู่เสมอ 

 
 

เหมือนที่เธอได้เจอหัวหน้ารีไวล์ไง 

 
 

แค่นั้นก็เป็นปฏิหาริย์พอแล้ว 

 
 

'เรื่องบางเรื่องถึงพยายามไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก' 

 
 

ใช่โลกใบนี้น่ะบางเรื่องถึงพยายามไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี เพราะว่าโลกใบนี้มันโหดร้ายยังไงล่ะ 

 
 

ความมืดกำลังครอบงำจิตใจตัวเธอเข้าทีละน้อยเพราะคำพูดที่บั่นทอนจิตใจภายใต้สถานการณ์เลวร้ายนี้ มันกำลังฉุดรั้งให้เธอกำลังจมดิ่งลงสู่นรกที่ไม่จำเป็นต้องตายไปก็เหมือนกับตายทั้งเป็น แต่ทว่ากลับมีบางเสียงดังขึ้นเสียก่อน 

 
 

'จริงอยู่ที่เรื่องบางเรื่องถึงพยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ แต่ฟังนะเทเรซ่าเมื่อถึงเวลาต้องพยายามก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุด' 

 
 

'ไม่จำเป็นต้องสนหรอกว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง อย่างน้อยๆแค่ได้ทำก็พอแล้ว' 

 
 

'ไม่ต้องสนคำพูดของคนอื่น ฟังแค่ฉันก็พอแล้ว' 




(ปล.มีเพลงประกอบเพื่ออรรถรสนะคะแนะนำให้เปิดในเบราเซอร์เพราะอ่านในแอพจะเปิดไม่ได้)



แววตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความสิ้นหวังเปลี่ยนไปโดยพลันเมื่อเหลือบมองมืดที่ถูกเหน็บไว้ตรงเอวของชายหนุ่มที่เธอกำลังหมายจะฆ่าทิ้งโดยไม่ลังเล แขนสองข้างที่ถูกโซ่และกุญแจข้อมือล็อกอยู่สวมคล้องคออีกฝ่ายแล้วลูบแผ่นหลังจนอีกฝ่ายเข้าใจว่ากำลังเคลิบเคลิ้มตาม เทเรซ่าเอื้อมมือไปดึงมีดออกจากที่เหน็บตรงเอวออกมาจนอีกฝ่ายรู้ตัวจึงบีบคอที่เทเรซ่าหวังจะให้ตายแต่เทเรซ่าแทงเข้าที่คอเสียก่อน 

 
 

อ๊าก!!!!”ชายหนุ่มร้องมาด้วยความเจ็บปวด เทเรซ่าล็อกคอแล้วใช้เข่าของเธอกระแทกเข้าที่จุดอ่อนของผู้ชายทุกคนพร้อมปักซ้ำอีกลงกลางหัวใจก่อนจะดึงออกมาแทงซ้ำแล้วหยิบกุญแจไขตัวเองเดินออกมาแล้วเริ่มไขประตูขังออกทีละห้อง 

 
 

เธอทำอะไรของเธอน่ะนั่นเธอกำลังฆ่าคนเลยนะ!” 

 
 

แล้วเธอจะยอมให้พวกนั้นมาฆ่าเราให้ตายทั้งเป็นรึไงไร้สาระ!” 

 
 

อยากมีชีวิตอยู่แต่เลือกที่จะเอาตัวรอดโดยตายทั้งเป็นแล้วมันจะต่างอะไรจากความตายดีๆล่ะ!” 

 
 

ฉันน่ะไม่ยอมเอาชีวิตมาจมทิ้งกับเรื่องแบบนี้หรอก!” 

 
 

ถึงออกไปจากตรงนี้ได้พวกเราก็ใช่ว่าจะรอดอยู่ดี!” 

 
 

เงียบปากไปน่ะ!ไอบ้าเอ๊ยที่พูดไปนี่ได้คิดตามบ้างมั้ยหรือมีหัวไว้กั้นแค่หูสองข้างอย่างเดียว ฉันกำลังพูดอยู่แท้ๆว่าถ้าเกิดอยากมีชีวิตรอดแต่เลือกตายทั้งเป็นแล้วมันจะต่างอะไรจากตายจริงๆล่ะ!” 

 
 

ถ้าขืนยังพูดขัดฉันอยู่อีกก็อยู่นี่ต่อไปนั่นแหละฉันจะพาคนที่เหลือออกไปเอง!”โซ่เส้นสุดท้ายที่เทเรซ่ากำลังแก้อยู่บนข้อมือของอีกฝ่ายถูกเขวี้ยงทิ้งไปแล้วดึงตัวผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาก่อนจะเดินเอากุญแจไปไขให้ทีละห้องแล้วเดินขึ้นไปข้างบน 

 
 

เธอมองดูลาดเลาจากบันไดก่อนขึ้นไปข้างบนมีอีกแค่อีกคนเดียวเท่านั้นคือคนที่เป็นเพื่อนกับผู้ชายโสโครกพรรค์นั้นกำลังนั่นเช็ดปืนอยู่ เอาไงดี? 

 
 

แต่ว่านั่นมันปืนที่ถูกถอดลูกกระสุนออกแล้วนี่ถ้ามองจากลูกกระสุนที่วางอยู่บนโต๊ะถ้าเกิดจะใช้ยิงตอนนี้คงไม่ได้หรอก 

 
 

พอคิดได้ดังนั้นจึงคลานต่ำลงไปยังใต้โต๊ะไม้ดึงเก้าอี้ให้อีกฝ่ายล้มลงมาจากนั้นก็กระโจนแทงเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะเก็บปืนขึ้นมาใส่ลูกกระสุน 

 
 

เธอฆ่าคน 

 
 

แล้วยังไงฉันต้องมารู้สึกบาปหรือกลัวเหรอที่ฆ่าคนไป ก็ในเมื่อคนพวกนั้นก็ไม่ใช่คนดีทำไมฉันต้องสนด้วยล่ะ 

 
 

“…” 

 
 

ถ้าเกิดว่าไม่ชอบวิธีการฉันงั้นก็บอกมาสิว่าจะเอาไง 

 
 

“…” 

 
 

เธอไม่ต้องใส่ใจก็ได้นี่เพราะคนที่ต้องมือเปื้อนคือฉันไม่ใช่เธอ 

 
 

ถ้าพวกเราถูกพวกสารวัตรทหารเจอก็ถูกจับข้อหาฆ่าคนอยู่ดี 

 
 

พวกเธอไม่โดนอะไรอยู่แล้วคนที่ต้องโดนคือฉันเทเรซ่านึกไปถึงข้อตกลงและเงื่อนไขของรีไวล์รวมถึงเหล่าทหารในสภาที่มีข้อแม้ว่าห้ามเล่นตุกติก สร้างเรื่องหรือกระทำพฤติกรรมที่มีแววส่อว่าเป็นภัยต่อทุกคน แต่ช่างสิก็ในเมื่อเธอเลือกที่จะฆ่าเพราะเขาเป็นคนไม่ดีนี่ 

 
 

ฉันว่าพวกเราควรจะออกจากที่นี่ได้แล้วหนึ่งในคนที่จับมาคนอื่นๆที่เริ่มต่างกันหายหวาดกลัวและตั้งสติกันได้เริ่มเข้าบทสนทนาร่วมกับพวกเธอสองคนที่ยืนเถียงกันอยู่ 

 
 

ฉันไม่รู้ทางเธอนำเลยเทเรซ่ายกหน้าที่นี้ให้กับใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวเอง คนอย่างเธอที่ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ในการจำทางในปราสาทคงไม่สามารถมานำเดินทั้งๆที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่คือที่ไหนได้หรอก 

 
 

ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่นี่เป็นแหล่งอโคจรของเมืองเลยก็ว่าได้รวมทั้งพวกคนติดยา ค้าขายกันแบบผิดกฏหมายไม่มีคนธรรมดามาเดินอยู่แถวนี้หรอก 

 
 

ที่นี่มีแต่คนไม่ดีงั้นเหรอ?”เทเรซ่าถึงกับใจแป้วในใจก็นึกภาวนาอยากให้เดินออกไปแล้วเจอคุณป้าใจดีมีเมตตาพาออกไปจากที่นี่หรือคอยให้ที่พักพิงอาศัยก่อนสักคืนนึงแต่ฟังจากที่พูดกันมาคงจะไม่มี 

 
 

ประมาณนั้น 

 
 

ว่าแต่ที่ที่เราอยู่คือที่ไหนกันพอดี กันไม่ค่อยรู้จักเมืองสักเท่าไรเทเรซ่าถามด้วยความสงสัยมันก็แหงล่ะก็เธอไม่ใช่คนที่นี่ 

 
 

เขตสโตนเฮส ที่นี่คือเขตสโตนเฮส 

 
 

งั้นเหรอถ้าไม่มีใครรู้ทางแล้วจะเอายังไงดีเดินกันไปก่อนมั้ยเพราะขืนอยู่ที่นี่ต่อไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเทเรซ่าเสนอความเห็นแม้จะรู้ว่าการออกไปข้างนอกก็อันตรายแต่ถ้าอยู่กับที่พวกเราก็คงไม่ได้ไปไหนกันพอดี 

 
 

แต่ข้างนอกมันอันตรายนะหญิงสาวที่พูดขัดเธอทุกเรื่องพูดขึ้น 

 
 

เธอชื่ออะไร?” 

 
 

ห๊ะ?...มิเลียน่าฉันชื่อมิเลียน่า 

 
 

“ทำไมเธอถึงดูไม่ต้องการให้ฉันพาออกไปจากที่นี่ล่ะ 

 
 

เพราะว่าพวกเราไม่ได้ต้องการหนีไปไหนสักหน่อยถึงจะอยู่ที่นี่แล้วต้องโดนทำเรื่องแบบนั้นแต่อย่างน้อยๆก็มีข้าวปลาให้กินมีที่ให้ซุกหัวนอน อีกอย่างที่ฉันได้มาอยู่ที่นี่ก็เพราะไอพ่อเฮงซวยมันส่งฉันมาหาไอคนพวกนี้แลกกับเงินไปซื้อเหล้านั่นแหละ 

 
 

 ที่ฉันพาพวกเขาออกมาเป็นเรื่องที่ผิดงั้นเหรอ? 

 
 

นี่ฉันกำลังทำอะไรลงไป 

 
 

พอได้แล้วมิเลียน่าเราต้องขอบคุณผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำที่พาพวกเราออกมา ถึงจะกลับบ้านไปไม่ได้หรือไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้วเราก็หากันใหม่ก็ได้นี่หญิงสาวที่ดูเหมือนใจเย็นที่สุดพูดขึ้นเธอคือคนที่เป็นคนบอกให้พวกเรารีบออกจากที่นี่ 

 
 

เธออาศัยอยู่ทางไหนล่ะ?”ผู้หญิงคนนั้นหลังจากปลอบมิเลียน่าหันมาถามเทเรซ่า นั่นสิฉันอยู่ที่ไหนกันนะ ฉันไม่รู้เลยเอาเข้าจริงถ้าเกิดไม่มีทีมสำรวจคอยดูแลเธอก็ไม่มีที่ให้อยู่หรอก 

 
 

ไม่รู้ช่างมันเถอะเทเรซ่าเดินนำออกจากสถานที่แห่งนี้ที่มีศพอยู่สองศพนอนตายอย่างอนาถทิ้งไว้ข้างหลังอย่างไม่ใยดี 

 
 

ทำไงดีจะออกไปจากที่นี่ยังไงดี? 

 
 

ต้องพาทุกคนออกไปจากที่นี่รวมถึงตัวเองด้วย 

 
 

ทำไมเธอถึงดูเข้มแข็งล่ะ?”มิเลียน่ามองตามหลังเทเรซ่าที่เดินนำทางอยู่ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทางไหนเป็นทางไหนด้วยความอยากรู้ 

 
 

อยากรู้ว่าทำไมคนอย่างเทเรซ่าถึงได้ดูมีจิตใจที่เข้มแข็ง 

 
 

ฉันไม่ได้เข้มแข็ง คนที่เข้มแข็งคือพวกเธอต่างหากที่ทนมาได้จนถึงขนาดนี้ ฉันมันก็แค่คนขี้ขลาดคนนึงเท่านั้นแหละ 

 
 

ไม่ใช่คนแบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าเข้มแข็ง ถ้าเกิดว่าเป็นพวกเธอที่ไม่กล้ายอมมือเปื้อนเลือดเพราะกลัวการฆ่าคนแบบนั้นถึงจะเรียกว่าขี้ขลาดต่างหาก 

 
 

เคยมีคนบอกฉันเอาไว้ว่าโลกใบนี้น่ะบางอย่างพยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ แต่ว่าเมื่อถึงเวลาต้องพยายามก็ต้องทำให้ดีที่สุดพอนึกถึงคำพูดของหัวหน้ารีไวล์ขึ้นมาร่างกายที่เย็นเฉียบเต็มไปด้วยความกลัวก็อุ่นขึ้นในทันใดจนเธอหลุดยิ้มบางๆออกมาเมื่อนึกถึงความอ่อนโยนนั่น 

 
 

เป็นคนที่ดูอบอุ่นมากเลยนะคนที่พูดน่ะ 

 
 

ใช่เป็นคนอบอุ่นสุดๆ พอมองดวงทิตย์ขึ้นไปก็จะนึกถึงเขาทุกทีเทเรซ่าแหงนหน้ามองตะวันที่กำลังลาลับฟ้าไป แสงสีส้มนวลอร่ามงามตาแบบนี้ถ้าได้ดูกับหัวหน้ารีไวล์ด้วยกันคงดีไม่น้อยเหมือนกับตอนที่ไปดูดาวด้วยกันยังไงล่ะ 

 
 

เขา?เป็นผู้ชายเหรอ 

 
 

ใช่เป็นผู้ชายที่วิเศษสุดๆ 

 
 

แฟนเหรอ?” 

 
 

มะ..ไม่ใช่ไม่ใช่แฟนซะหน่อย!”ด้วยความเลิกลั่กจึงรีบตอบปัดโดยทันควันเพราะถูกถามอย่างไม่ทันตั้งตัว อะไรกันไม่ใช่สักหน่อยหัวหน้ารีไวล์ไม่ใช่แฟนๆๆๆๆ ถ้าเกิดหัวหน้ารีไวล์รู้เข้าเดี๋ยวก็โดนด่าว่าเด็กแก่แดดพอดี 

 
 

ปั้ง! 

 
 

ลูกกระสุนถูกยิงเข้ากลางหน้าผากของมิเลียน่าและคนที่เหลือภายในพริบตา เลือดที่กระเซ็นใส่หน้าเทเรซ่าทำให้เจ้าตัวตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ร่างที่ไร้วิญญาณค่อยๆร่วงลงสู่พื้นอย่างแน่นิ่งจนทำให้เทเรซ่าต้องหันไปมองต้นทางของวิถีกระสุน 

 


               นี่มันอะไรกัน...
 


ขึ้นรถมาซะสิ 

 
 

Teresa End Part 

. 

. 

Levi Part 

 
 

นี่มันผ่านรวมๆมาเกือบสัปดาห์แล้วแท้ๆเขายังไม่ได้ตัวเทเรซ่าคืนเลยด้วยซ้ำ 

 
 

ตอนนี้เขาอยู่เขตสโตนเฮสกับพวกมิคาสะแล้วหลังจากสองวันก่อนซาช่าไปตามรายงานเขาว่าเขตสโตนเฮสมีรถเกวียนม้าใส่โลงศพผ่านมาจากการสอบถามคนละแวกแถวนั้นเขาก็รีบย้ายจากเขตชั้นใต้ดินที่เขาหาไปยังเขตสโตนเฮสทันที 

 
 

ซึ่งนั่นทำให้เขามาพบสถานที่แห่งหนึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินเข้ามาตรวจสอบหลังจากมีคนบอกว่าเจอคนที่ขับรถม้านั้นอยู่แถวนี้ และสิ่งที่เขาพบก็เป็นศพคนที่เพิ่งตายมาไม่นานมานี้เขาเดินสำรวจให้แน่ใจก่อนจะเห็นทางเดินไปยังชั้นใต้ดินเมื่อลงมาก็พบกับศพอีกหนึ่งศพพร้อมกับกรงทุกกรงถูกเปิดทิ้งไว้ 

 
 

แบบนี้ก็แสดงว่าเคยมีคนอยู่ที่นี่แต่หนีออกไปแล้ว ถ้าเกิดว่าที่นี่คือที่ที่เทเรซ่าถูกจับมาจริงๆแสดงว่าเจ้าตัวก็ยังคงรอดอยู่ 

 
 

ไม่สิก่อนเขาเข้ามาที่นี่มีศพอื่นนอกจากผู้ชายสองคนนี้คือผู้หญิงอีกสามคนตายเกลื่อนกันอยู่หน้าทางออกจากที่นี่ 

 
 

แล้วเทเรซ่าล่ะอยู่ที่ไหน? 

 
 

นี่พวกเขาช้ากว่าเธอก้าวนึงอีกแล้วเหรอพอมาถึงก็ช้าเกินไป พอเขาตามมาถูกที่เทดรซ่าก็หายไปอีกที่ 

 
 

โธ่เว้ย! 

 
 

เทเรซ่าเคยอยู่ที่นี่มาก่อนแน่ๆเขาเชื่อแบบนั้นอะไรหลายๆอย่างมันทำให้เขารู้สึกว่าต้องใช่ที่นี่ทั้งคนที่บอกมาว่าเจ้าของเกวียนม้าอยู่ที่นี่ ไหนจะโบว์เส้นนี้อีกมันเป็นโบว์ที่เขาซื้อให้เพราะตอนนั้นรำคาญผมของเทเรซ่าที่ปล่อยสยายยาวลงมาจนน่าหงุดหงิด 

 
 

ให้ตายเถอะแล้วเทเรซ่าก็หายไปไหนอีกเนี่ย! 

 
 

ทีมสำรวจไม่เคยทำงานช้าเลยสักครั้งแต่นี้เขากำลังจนมุมมืดแปดด้านไปหมด เขาไม่มีเบาะแสอะไรเลย แถมอีกอย่างผู้หญิงที่เขาอยู่ด้วยมาตั้งหลายเดือนเขาก็แทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเธอด้วยซ้ำ 

 
 

ต้องมากกว่านี้ ต้องมีเบาะแสให้มากกว่านี้! 

 
 

ใช่ถ้าเกิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับขุนนางคาร์ลิสันบางทีเขาอาจจะอยู่แถวนี้ก็ได้ ถ้าเกิดถามใครสักคนให้บอกที่อยู่ของเขาอาจจะเจอ 

 
 

ซึ่งมีอยู่คนนึงในละแวกนี้ที่เป็นบาร์เทนเนอร์ทำงานอยู่ในบาร์และคอยขายข่าวให้ในราคาสูง 

 
 

เขาจะไปที่นั่น 

. 

. 

ยินดีต้อนรับครับคุณลูกค้ารับอะไรดีครับโอ้วคุณรีไวล์ของทีมสำรวจมาทำอะไรในที่แบบนี้ครับเนี่ย?”ชายหนุ่มผู้กำลังเช็ดแก้วให้ขึ้นเงาวับหันไปทักทายต้อนรับลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็เอ่ยออกมาด้วยแปลกใจ 

 
 

ฉันมาขอที่อยู่ของขุนนางคาร์ลิสัน 

 
 

“อยากได้ข้อมูลดีๆก็ต้องแลกกับเงินนะครับต่อให้เป็นทหารมาทำคดีอะไรก็เถอะ ผมหน้าเลือดนะยิ่งแลกกับข้อมูลดีๆคงคิดราคาสูงหน่อย” 

 
                ไม่ทันได้พูดจบเงินก้อนนึงก็ถูกวางต่อหน้าหนุ่มบาร์เทนเนอร์หน้าเลือดผู้นั้น เขายิ้มอย่างพอใจก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาพร้อมบอกข้อมูล 

 
 

“ยังไม่ทันได้บอกราคาก็จ่ายมาให้แล้วแถมเยอะกว่าที่ผมตั้งเป้าไว้อีก ป๋ากว่าที่คิดนะเนี่ยคุณรีไวล์:)" 

 
 

Levi End Part 

 
 --------------------------------------------

 

Talk With Writer 

 เค้ากลับมาแล้วหลังจากหายมาเป็นเกือบสัปดาห์เนื่องจากช่วงนี้ยุ่งๆเพราะต้องซ้อมสแตนแล้วไปเรียนพิเศษอีก แอบน้อยใจนิดๆที่มีคนอ่านแต่ไม่ค่อยมีคนเม้นแต่ไม่เป็นไร5555 ยังไงก็ตามใครอ่านแล้วก็ยอมลืมกดหัวใจหรือคอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจใหเด้วยนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 227 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #94 super_kk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 14:15
    ป๋าจัดครับ
    #94
    1
  2. #31 Lucy Fairy Tail (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 18:36

    ความสายเปย์เพื่อตามหาเทเรซ่านี้คือแบบหูยยยยยยยย
    #31
    1
  3. #28 Mahiruhiraki (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 21:16
    รีไวล์สายเปย์นะเนี่ย แหมๆ
    #28
    1
  4. วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 19:09

    บ้าจริงงงงมันไม่ขึ้นนี่นาถ้าอ่านในแอพอุตส่าห์ใส่มา ใครอยากเปิดซาวด์ประกอบให้ไปเปิดที่เบราเซอร์นะคะ
    #27
    1