end ss1 [FIC ATTACK ON TITAN] The Miracle of Destiny (Levi x Teresa) #คุณสามีของเทเรซ่า

ตอนที่ 12 : Chapter11:โลกที่ว่างเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,941
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 242 ครั้ง
    19 ต.ค. 62


Chaper11:โลกที่ว่างเปล่า


ระหว่างทางนั้นมีแต่ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่ว รีไวล์นั่งมองใบหน้ามนที่เต็มไปด้วยสีหน้าทั้งหลากหลาย ทั้งโกรธ เศร้า กังวล และสับสน 


เหมือนเขาจะได้ยินเรื่องบางอย่างเข้าเกี่ยวกับครอบครัวของเธอ และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ดีด้วย 


เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเอ่ยปากถามเธอสักเท่าไหร่แต่ก็อยากรู้ 


ตอนนี้เขารู้แค่ว่าแบบนี้ไม่ใช่เทเรซ่าเลย คนที่คอยร่าเริงตลอดเวลาและไม่สะทกสะท้านต่อคำด่า คนที่ชอบทำตัวติดตลกใส่เขาอยู่เสมอ กลับกันตอนนี้เขากำลังเห็นน้ำตาของเธอที่กำลังคลอเบ้าจนไหลลงมาจึงรีบปาดน้ำตาลวกๆแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น 


เหมือนรู้ว่ากำลังถูกมองหน้าอยู่คนตัวเล็กจึงก้มหน้าหนีเขา และเงียบไปตลอดทางมีเพียงแค่เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นเอาไว้โดยกัดปากตัวเองไม่ให้เสียงเล็ดลอดดังออกมาจนปากแตก เมื่อถึงที่หมายก็ลงจากเกวียนม้าโดยไม่พูดอะไรเลย 


ทุกคนต่างก็ต้องช่วยกันตระเตรียมมื้อเย็น และเทเรซ่าก็ยังคงยืนแข็งทื่อมองทุกคนทำอาหารมีเพียงแต่เธอเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าไปช่วย 


ถ้าหน้าที่ตรงนี้ไม่มีที่ว่างให้เธอทำก็ขึ้นมาช่วยฉันทำงานรีไวล์ลากเทเรซ่าให้เดินตามเขาไปต้อยๆจนกระทั่งถึงห้องของเขา 


หัวหน้าจะให้ทำอะไรคะเหมือนเพราะรู้หน้าที่จึงถามกลับไปด้วยความเคยชินแต่เทเรซ่ากลับดูไม่ได้ใส่ใจกับมันเลยเพราะเหมือนกับว่ามีเรื่องอะไรคิดในหัวตลอดเวลา 


เป็นอะไรไปเธอน่ะ 


เปล่าค่ะ วันนี้แค่เพลียๆสงสัยจะเป็นเพราะลมวันนี้แรงไปมั้งคะเทเรซ่าเดินไปหยิบกองเอกสารมาวางไว้บนโต๊ะไม้และเรียงให้ด้วยหน้าตาเรียบเฉย 


เธอคิดว่าเนียนมากรึไงกัน?รีไวล์เลิกคิ้วขึ้นถาม ขนาดเด็กอายุสามขวบดูยังรู้เลยว่าโกหกอยู่ 


หัวหน้าจะพูดอะไรก็ว่ามาสิคะ 


เมื่อกี๊ฉันถามเธอไปแล้ว เธอน่ะต้องตอบฉัน 


“…ไม่มีอะไรค่ะรีไวล์ที่รู้สึกว่าถึงคาดคั้นต่อไปก็ไร้ประโยชน์จึงเลือกที่จะไม่ถามต่อ แต่ดูท่าแล้วจะปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้ง่ายๆหรอก เพราะมันมีผลต่อเทเรซ่ามากขนาดเอกสารยังเรียงให้เขาผิดเลย ปกติเวลาเขาใช้ทำงานน้อยครั้งที่เธอจะทำงานให้เขาผิด แต่นี่ทั้งผิดและมั่วไปหมด 


เอ่อได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะซาช่าเคาะประตูบอกทั้งสองคนที่อยู่ในห้องเพื่อมาตามลงให้ไปรับประทานมื้อเย็น รีไวล์จึงหยุดงานในมือนั่นซะแล้วเดินตรงไปยังประตู 


หือ?เขาหันกลับมามองมือเล็กที่ดึงชายเสื้อเชิ้ตสีดำกำลังทำหน้าลังเลใจอยู่ครู่นึงก่อนจะปล่อยมือออก 


เปล่าค่ะยังไม่ทันได้ปล่อยมือออกจากชายเสื้อ แขนเล็กก็ถูกรวบไว้โดยมือของผู้เป็นหัวหน้าจนทำให้อีกฝ่ายถึงกับทำหน้าเลิ่กลั่กพยายามถอยห่างหนี 


เป็นอะไรก็พูด…”ในขณะที่กำลังพูดกับเทเรซ่านั้นประตูก็ถูกเปิดเข้ามาจากด้านนอกกระแทกไหล่รีไวล์เข้าเต็มๆในขณะที่อีกฝ่ายไม่โดนอะไรเพราะรีไวล์อยู่ในจุดที่บังไว้ให้พอดี 


นี่รีบๆลงมากันพวกเรามีเรื่องต้องคุยกันไม่ใช่รึไงฮันซี่ชะเง้อหน้าเข้ามา ใช่ถ้าถามว่าเธอมาได้ยังไงเรื่องก็มีอยู่แค่ว่าเพราะยศของฮันซี่เป็นถึงผู้บัญชาการซึ่งใหญ่กว่ารีไวล์อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้เขาก็ต้องคุยกับฮันซี่มาก่อน และถ้าให้เดายัยนั่นต้องการรู้เนื้อหาของการเข้าพบในวันนี้ และเทเรซ่าก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเล่า เพราะแบบนั้นเขาถึงต้องการให้เธอรีบๆพูดออกมากับเขาก่อนที่จะจ้องไปพูดต่อหน้าฮันซี่ยังไงล่ะ 


ยัยนั่นเวลาต้องการจะรู้อะไรสักอย่างหรือสงสัยพอซักถามยัยนั่นจะถามจนไม่แคร์คนอื่นแม้จะเป็นลูกน้องหรือใครก็ตาม เพราะงั้นจุดประสงค์ที่ฮันซี่มาหาเขาที่นี่ก็ไม่ใช่เพราะใครนอกจากเทเรซ่า 


เออรู้แล้ว 

. 

. 

เธอต้องเล่านะว่าคุยอะไรกันมา เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยต่อพวกเราและตัวเธอเอง เพราะเธอเองก็น่าจะมองออกใช่มั้ยว่าการโดนเรียกไปพบเป็นการส่วนตัวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาฮันซี่ที่นั่งอยู่หัวมุมโต๊ะพูดขึ้น 


ทราบค่ะ แต่หนูคิดว่ามันค่อนข้างจะไม่ได้เป็นประโยชน์สักเท่าไหร่เลยกับพวกคุ 


ฉันให้เธอเล่าไม่ได้ให้ออกความเห็น มันจะเป็นประโยชน์หรือไม่ฉันเป็นคนตัดสินใจเอง 


ท่ามกลางสายตาของคนทั้งกองกำลังจับจ้องมองไปยังร่างบางอย่างเทเรซ่าที่เลือกที่จะเงียบราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก 


โคตรน่ารำคาญ 


ไม่มีความเป็นส่วนตัวสักอย่าง 


นั่นคือสิ่งที่เทเรซ่าคิดในใจแต่ได้แต่เก็บมันเอาไว้ ชีวิตที่อยู่ในกรงขังตลอดและคอยปฏิบัติตามคำสั่งเธอไม่เคยจะมองว่ามันแย่สักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เธอเกลียดที่สิ่งคือการไร้ความเป็นส่วนตัว มีอะไรต้องรายงานเสมอ 


เพราะถ้าตุกติกก็โดนฆ่าทิ้ง 


ทั้งๆที่เรื่องนี้ตั้งใจจะเก็บไว้ตลอดชีวิตแท้ๆ 


ครอบครัวของฉันมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด10คนรวมตัวฉันด้วย วันนึงพวกท่านต่างก็เริ่มประสบอุบัติเหตุตายกันทีละคนในระยะเวลาไล่เลี่ยกันจนเหลือแค่ฉันคนเดียวนครอบครัว ฉันใช้ชีวิตคนเดียวมาเกือบปีหลังจากเสียทุกคนไปจนมากระทั่งวันนึงก็ประสบอุบัติเหตุจนเกือบตาย แต่พอฟื้นขึ้นมาอีกทีก็ได้เจอทุกคน นี่เป็นเรื่องของฉันจนถึงตอนนี้ และเรื่องพวกนี้ขุนนางคนนั้นก็รู้ทุกอย่าง รู้เหมือนกับเป็นคนโลกของฉันค่ะ 


“…” 


“เขารู้เรื่องของฉันยังกับเป็นคนฆ่าเอง 


เขาบอกกับฉันว่าควรจะตายไปซะตั้งแต่ตอนอุบัติเหตุครั้งนั้นเพราะมันทำให้เขาวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม 


มีของชิ้นนึงที่เขากำลังตามหา ซึ่งมันอยู่กับฉันค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นสร้อยเส้นนี้ ฉันไม่เคยมีสร้อยเส้นนี้มาก่อนแต่เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกทีก็อยู่กับตัวแล้วเทเรซ่าดึงสร้อยที่ใส่ซ่อนไว้ภายในเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมาแล้ววางไว้บนโต๊ะ 


เขาต้องการสร้อยเส้นนี้และต้องการให้ฉันตาย แต่ตอนนั้นตอนที่ประสบอุบัติเหตุเหมือนจะมีคนดึงฉันขึ้นมาจากน้ำด้วย แต่ฉันจำอะไรไม่ได้เลยค่ะเพราะหมดสติไปก่อน 


ก็ไม่รู้ว่าคุณฮันซี่จะเชื่อเรื่องพรรค์นี้รึเปล่าแต่ว่าขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ 


ส่วนเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์หรือไม่คุณฮันซี่เป็นคนตัดสินเองสินะคะ งั้นฉันเองก็ไม่มีอะไรต้องพูด 


จบแล้วค่ะเทเรซ่าเหล่มองปฏิกิริยาทุกคนที่ทำหน้าเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง นั่นสิเป็นใครก็คงไม่เชื่อนั่นแหละ ท้อแท้จังการทำให้คนอื่นเชื่อใจเนี่ย 


คุณฮันซี่มีอะไรจะถามต่อมั้ยคะ? 


ถ้าเกิดว่าเรื่องที่เธอเล่าเป็นเรื่องจริงนั่นหมายความว่าเธอก็ไม่ปลอดภัยรู้ตัวรึเปล่า?ฮันซี่ถาม 


รู้ตัวค่ะเรื่องนั้นฉันทราบดี แต่คิดว่าคงไม่เป็นไรเพราะในเมื่อฉันไม่ได้มีประโยชน์อะไรอยู่แล้ว…” 


พูดอะไรน่ะ จะมีประโยชน์หรือไม่นั่นไม่เกี่ยวกันสักหน่อย อีกอย่างถ้าคิดในแง่ผลทางประโยชน์เรื่องของโลกของเธอ ความรู้ที่เธอมีอยู่อาจจะช่วยพวกเราได้บ้างก็ได้ไม่มากก็น้อย 


เอเลน?เทเรซ่าไม่นึกว่าคนที่พูดออกมาจะเป็นเอเลน เยเกอร์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแทบจะนับครั้งได้เขากับเธอแทบไม่เคยคุยด้วยกันเลยด้วยซ้ำ 


ฉันไม่คิดว่า…”กำลังจะเอ่ยปากต่อเลยว่าคนอย่างเธอเองไม่คิดว่าจะมีประโยชน์อะไรแก่คนอื่นแต่ก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน 


ก็อย่างที่เอเลนพูดไม่ว่าเธอจะเป็นตายร้ายดียังไงพวกเราก็ต้องดูแลเธออยู่แล้ว เพราะเธออยู่ในความดูแลของทีมสำรวจและรัฐบาลของเรา ดังนั้นอย่าคิดจะไปไหนหรือจะตายยังไงก็ได้ตามใจชอบ เธอยังมีประโยชน์กับพวกเราอยู่รีไวล์เอ่ยขึ้นหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขาพูดกำลังทำให้เธอยิ่งรู้สึกแย่ลงกว่าเดิมมากขึ้นเป็นทวีคูณ 


เข้าใจแล้วค่ะ 

.

.

 Teresa Part 


ฉันมันงี่เง่า 


พอคิดแค่ว่าความหมายของการมีชีวิตและการมีอยู่ของเธอที่โลกใบนี้คือการอยู่ภายใต้การปกครองและความดูแลของรัฐบาลและทีมสำรวจเพียงเพราะเขากำลังคาดหวังผลประโยชน์จากเธอก็ทำให้เธอน้อยใจและหงุดหงิดพาลไปทั่วเสียแล้ว 


ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่ามันก็ปกติอยู่แล้วที่ต้องควบคุมดูแลความประพฤติและจับตามองคนที่ไม่รู้มาจากไหนอย่างเธอ แต่ว่า 


ไม่มีใครที่อยากให้ฉันอยู่ด้วยแบบไม่ต้องการผลประโยชน์บ้างเหรอ? 


อีกอย่างตัวฉันน่ะไร้ประโยชน์ 


ตัวซวย 


เอาอีกแล้วนึกถึงเรื่องนี้อีกแล้ว ทั้งๆที่อุตส่าห์พยายามไม่คิดมากแท้ๆแต่กลับคิดมากกว่าเดิมอีก 


ผู้ชายคนนั้นพูดถูกแล้วล่ะ 


ฉันมันตัวซวย 


เรื่องของเธอน่ะฉันก็รู้นะรู้ดีเลยด้วย ชีวิตนี่อาภัพจังนะ เป็นพวกดวงซวยมาตั้งแต่เกิดแล้วยังเป็นตัวซวยอีกเหรอเนี่ย? 


‘…’ 


แย่จังนะ ไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าตัวเองไม่เกิดมาคงจะดีกว่านี้ 


‘…’ 


จริงอยู่ที่เธอมากับทีมสำรวจและฉันทำอะไรไม่ได้ แต่เธอคงไม่คิดจะหลบอยู่แต่หลังพวกมันใช่มั้ยล่ะ 


‘…’ 


เพราะถ้าเธอคิด เธอก็น่าจะรู้สึกตัวได้แล้วว่าทำแบบนั้นไปมันเป็นภาระของพวกนั้น 


‘…’ 


เธอก็เคยคิดใช่มั้ยล่ะว่าควรจะตายไปจากโลกนี้ได้แล้ว 


‘…’ 


ใช่คนอย่างเธอน่ะตายไปซะก็ดี 


และควรจะตายไปนานแล้วด้วย 


เฮือก! 


ฝันเหรอ?ร่างบางสะดุ้งตื่นเข้าอย่างจัง ลูบผมหน้าม้าที่ชุ่มเหงื่อบริเวณหน้าผากเสยขึ้นไปแล้วมองมือตัวเอง 


เมื่อกี๊ฉันไม่ได้หลับนี่? 


หลับไปตั้งแต่ตอนไหนกัน? 


ให้ตายเถอะแล้วดันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนนั้นจนได้ ไอแก่คาร์ลิสันบ้านั่นดันทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์เก่าๆขึ้นมา 


เพราะมันแท้ๆ 


แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนั้นพูดจริงทุกอย่างฉันน่ะเป็นภาระพวกเขาทุกคนเลย 


ฮึก!จู่ๆน้ำตาก็เริ่มไหลลงมาไม่หยุด แต่ว่าไม่เป็นไรหรอกจะร้องไห้ก็ได้ในเมื่อตรงนี้มีแค่ฉันคนเดียว ไม่มีคนอื่นอยู่ตรงนี้เสียหน่อย และถึงมีก็คงไม่มีใครใส่ใจฉันหรอก 


ไม่มี 


ที่นี่ฉันไม่มีทั้งเพื่อน ครอบครัว หรืออะไรสักอย่างที่เป็นของๆตัวเอง ไม่มีอะไรได้ดั่งใจสักอย่าง 


ตัวฉันไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า 


Teresa End Part 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 242 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

310 ความคิดเห็น

  1. #122 Aitokacuteboy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 03:10
    ไอ่ขุนนางมาต่อยกับเราเหอะ ไม่ไหว คันมือมากๆ
    #122
    12
  2. #81 super_kk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 12:59

    ร้องไห้ตามแล้วฮืออออ ดองฟิคไว้กลับมาอ่านแล้วหน่วงจังงงง
    #81
    0
  3. #16 CHECK224 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 11:15
    คืออึดอัดอ่าาสงสารด้วยละมาเจออย่างงี้เห็นแล้วเส้าแทน._.
    #16
    1
  4. #15 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 20:30
    สงสารนางอ่าาาา
    ต่ออีกนะๆ
    #15
    1
  5. #14 Mahiruhiraki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 19:44
    ฮือออ ตบปากรีไวล์สักทีได้ไหมคะ พูดใหม่เดี๋ยวนี้นะโว้ยยย ปากตรงกับใจหน่อยหัวหน้าาา
    #14
    1