เสน่หาพยัคฆินทร์

ตอนที่ 9 : อริรัก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    7 พ.ค. 62



นางสิงห์สาวแห่งไร่ภูพญาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่ประทุษร้ายตนเองเมื่อครู่ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “เมื่อกี้ทำอะไร”


ลอร่ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ เมื่อครู่เป็นเพราะโมโหมากเกินไปจนลืมตัว ตอนนี้พอได้สติแล้วก็ทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง จึงได้แต่พูดไม่ออก ไม่กล้าตอบคำถามของอีกฝ่ายแต่อย่างใด


“ไม่ได้ยินที่ฉันถามรึไงคุณรอล่าเหยื่อ” เกสรีขึ้นเสียงใส่เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบคำถาม


แม้เหตุการณ์ตรงหน้าจะตึงเครียด แต่ศารทูลก็อดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อดาราสาว เพียงแค่สลับตำแหน่งการกระดกลิ้นเพียงพยางค์เดียว ความหมายก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากสาวลูกครึ่งนามลอร่าก็กลายเป็นตัวอะไรไปแล้วก็ไม่รู้


ดวงตาของเสือหนุ่มแพรวพราวขึ้นมาทันที นึกสนใจคนตัวเล็กที่ยืนทำตาวาวๆ อยู่นั่นขึ้นมาติดหมัด


เสียงหัวเราะที่ดังแทรกขึ้นมาทำให้เกสรีหันไปมองทันที ดวงตากลมโตจ้องเขม็งจนคนที่กำลังหัวเราะถึงกับหน้าเก้อ หุบปากแทบไม่ทัน


ศารทูลสบตากลมโตที่มองมาพลางคิดว่า หน้าตาเจ้าหล่อนก็สวยอยู่ แต่ทำไมตาถึงได้เขียวปั้ดแบบนั้นก็ไม่รู้ แถมยังทำหน้าถมึงทึง ถ้าไม่เอวบางร่างน้อยอย่างที่เป็นอยู่ คงไม่ผิดอะไรกับนางยักษ์ขมูขี เสือหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว ก่อนจะส่งยิ้มแหยๆ ให้


เกสรีจ้องคนตัวโตที่ส่งยิ้มเรี่ยราดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตากลับมายังดาราสาวตามเดิม ถึงอย่างไรตอนนี้นายนั่นก็ยังไม่ได้เอ่ยปากสอดอะไรขึ้นมา ตราบใดที่อีกฝ่ายยังวางตัวเป็นกลาง เธอก็ไม่คิดจะไปตอแยด้วย หันไปจัดการคนที่มีเรื่องกันโดยตรงก่อน


ส่วนคนที่โดนเปลี่ยนชื่อซะจนความหมายเสียหายก็โกรธกรุ่นขึ้นมาอีกรอบ ความกลัวนิดๆ เมื่อสักครู่ปลิวหายวับไปหมด เสียงหัวเราะของศารทูลเมื่อสักครู่ยิ่งทำให้อับอายไปกันใหญ่ เกสรีมักจะทำให้เธอรู้สึกขายหน้าอยู่เสมอจึงแหวใส่อีกรอบ “คนอย่างเธอสมควรโดนแล้ว”


เกสรีกัดฟันกรอดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทางสำนึกผิดสักนิด ทั้งๆ ที่เธอพยายามให้โอกาสสำนึกผิดแล้ว เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห “สิ่งที่เธอทำเขาเรียกว่าลอบกัด หมาลอบกัดน่ะรู้จักไหม!


“แกน่ะสิหมา!” ลอร่ากรีดเสียงแหลมเมื่อถูกเปรียบเปรยเป็นสัตว์


“ฉันจะบอกให้รู้ว่าคนกับหมาต่างกันยังไง” เกสรีเอ่ยเสียงต่ำ ก่อนจะส่งหมัดไปตะบันหน้าอีกฝ่ายแบบไม่มีการเตือนล่วงหน้า เล่นเอาลอร่าถลาไปกองกับพื้นเหมือนนกปีกหัก “คนจริงเขาต้องทำต่อหน้า ไม่ใช่คอยเล่นงานคนอื่นลับหลังไงล่ะ” สิงห์สาวเอ่ยพลางทำเสียงขึ้นจมูกด้วยความสะใจ


ศารทูลกะพริบตาปริบๆ เพราะเหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ตอนแรกถึงยายตัวเล็กนั่นจะทำตาดุ แต่ก็ไม่ได้มีทีท่าจะลงมือสักนิด แล้วอยู่ๆ ก็ปล่อยหมัดตรงออกมาเฉยเลย กำปั้นลุ่นๆ ไม่ใช่การใช้ฝ่ามือแบบที่ผู้หญิงทั่วไปชอบใช้ ทำเอาวิชาถลกหนังศีรษะที่สองคู่ควงของเขาใช้เล่นงานกันในห้องทำงานเมื่อหลายวันก่อนดูเป็นวิธีของเด็กๆ ไปเลย!


พลันหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนขึ้นมา ฟังเผินๆ เหมือนเสียงของสองชะนีสาวในวันนั้นไม่มีผิด ทำเอารู้สึกสะพรึงขึ้นมาอีกรอบ


“แก! นังเกรซ แกต่อยฉัน” ลอร่ากรีดเสียงด้วยความเจ็บปวดบวกกับโมโห มือยังกุมจมูกที่โดนหมัดของสิงห์สาวเล่นงานเอาไว้แน่น


“เออ! ฉันต่อยแกนังรอล่าเหยื่อ ก็แกผลักฉันก่อนทำไมล่ะ ทำไมไม่ล่าเหยื่อไปเงียบๆ แถมให้โอกาสแล้วยังไม่ยอมขอโทษอีก โดนแบบนี้ก็สมควรแล้ว” เมื่อโดนอีกฝ่ายจิกหัวเรียก เกสรีก็ไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องสุภาพกับคนที่หยาบคายกับตัวเองไปทำไม และอีกอย่างเวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ ก็มักจะคุยกันแบบนี้อยู่แล้ว


เหยื่อของลอร่าทำตาปริบๆ ไม่คิดฝันมาก่อนว่าจะมีผู้หญิงคนไหนมองว่าตนเองเป็นเหยื่อของใคร อยากจะแก้ไขความเข้าใจผิดของแม่สาวจอมดุเพื่อรักษาชื่อเสียงเอาไว้ว่าเขาไม่ใช่เหยื่อของใครทั้งนั้น แต่ก็ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะไม่สนใจเขาเลยสักนิด ทำราวกับว่าเขาเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากอะไรสักอย่าง บอกตรงๆ ว่าเขาไม่เคยโดนเมินแบบนี้มาก่อนเลย ก็เลยรู้สึกทนไม่ได้นิดๆ ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรก็พลันสะดุ้งขึ้นมาอีกรอบเพราะเสียงโหยหวนที่ดังกว่าเก่า


“เลือด! แกทำฉันเลือดออก” ลอร่ากรีดร้องเมื่อดึงมือออกจากจมูกแล้วพบว่ามีเลือดติดมาด้วยจำนวนไม่น้อย ที่ตกใจยิ่งกว่าคือกลัวว่าซิลิโคนอาจจะเคลื่อนที่จนทำให้จมูกเสียรูป


เกสรีเองก็สะดุ้งไปเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเลือดตกยางออก เพราะเมื่อตัดสินใจลงมือ เธอก็มักจะจัดหนักจัดเต็มเสมอ มีหลายครั้งที่ซ้อมกับเพื่อนๆ แล้วพลั้งมือทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ เธอคุ้นชินกับเรื่องพวกนี้ดีเกินกว่าจะตกใจเมื่อเห็นว่าใครเลือดออกเพราะถูกต่อย แต่ที่สะดุ้งก็เพราะเสียงแปดหลอดของอีกฝ่าย ที่ดังซะยิ่งกว่าเสียงดนตรีภายในคลับ ทำเอาสายตาหลายคู่เริ่มมองมาด้วยความสนใจมากกว่า ยังไม่ทันดึงสายตาที่กวาดไปมองรอบๆ กลับมาก็รู้สึกถึงแรงปะทะที่ทำเอาเซถอยหลังไปหลายก้าว


สาเหตุก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แม่สาวลอร่าที่เมื่อกี้ยังนั่งแปะอยู่กับพื้นนั่นเอง ความกังวลเรื่องซิลิโคนทำให้ดาราสาวถึงกับเลือดขึ้นหน้า พุ่งเข้าใส่เกสรีราวกับวัวกระทิงเห็นผ้าแดง


พอเกสรีตั้งตัวติดก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายพุ่งชนตนเองอยู่ฝ่ายเดียวแน่นอน มหกรรมตะลุมบอนของสองสาวจึงอุบัติขึ้นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของศารทูลและนักท่องราตรีที่พากันมาเที่ยวที่คลับแห่งนี้


โธ่เว้ย!’


ศารทูลคำรามลั่นอยู่ในใจเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ศึกชิงตัวเขาอย่างที่คิดในตอนแรก แต่ถึงอย่างไรก็นับว่าเกี่ยวนิดๆ อยู่ดี เพราะอย่างไรเสียก่อนที่สองสาวจะซัดกันนัวแบบนี้ แม่สาวลอร่านั่นก็นัวเนียกับเขาอยู่ก่อน หากไม่เข้าไปช่วยก็ดูจะแล้งน้ำใจเกินไป โดยเฉพาะเมื่อดูเหมือนว่าเจ้าหล่อนจะสู้แม่สาวร่างเล็กนั่นไม่ได้เลยสักนิด


อุแม่เจ้า! ท่าทางยายนั่นอย่างกับส่งตรงมาจากเวทีมวยลุมพินีอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว แล้วมวยวัดอย่างลอร่าจะเอาอะไรไปสู้!


“พอเถอะครับ พอเถอะ” เสือหนุ่มเข้าไปดึงตัวเกสรีไว้ เจตนาก็เพียงแค่อยากให้ทั้งคู่หยุดตบตีกัน การที่เกสรีเป็นฝ่ายได้เปรียบทำให้เขาคิดว่าน่าจะเลือกหยุดที่ฝั่งเธอมากกว่าลอร่าที่ไม่ค่อยได้ออกหมัดเท่าไรนัก


แต่ใครเลยจะไปคิดว่าลอร่าจะฉวยจังหวะที่ศารทูลยึดแขนของเกสรีไว้ถลาเข้ามาตบหน้าเธอฉาดใหญ่ราวกับจะไม่ยอมพลาดโอกาสทอง


ดวงตาของศารทูลเบิกกว้าง เพราะคาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะออกมาในรูปนี้ ทว่าก็คงไม่กว้างเท่ากับสิงห์สาวแห่งไร่ภูพญาอย่างแน่นอน


ตอนนี้ดวงตาของเกสรีลุกจ้าราวกับซ่อนกองเพลิงไว้ในนั้น เธอหันขวับกลับไปมองเจ้าของมือที่ยึดแขนเธอไว้ทันที พอเห็นว่าเป็นใครก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมใส่อีกฝ่าย


คนได้รับรอยยิ้มครั้งแรกจากแม่สิงห์สาวกลับดีใจไม่ออก เพราะมันไม่ใช่รอยยิ้มอ่อนหวานอย่างที่เคยได้รับจากสาวๆ เป็นประจำเลยสักนิด แต่มันอย่างกับรอยยิ้มของมัจจุราชที่กำลังจะมาทวงชีวิตซะมากกว่า กำลังจะอ้าปากอธิบายอีกฝ่ายก็คำรามใส่เสียก่อน


“รุมเหรอ ช่วยกันรุมฉันใช่ไหม ดี!


พอจบคำว่า ดีเท่านั้นละ ศารทูลถึงได้รู้ซึ่งแก่ใจว่ามันไม่ดีอย่างที่เจ้าหล่อนว่าเลยสักนิด เพราะแม่สิงห์สาวตรงหน้าประเคนหมัดใส่เขาแบบไม่มีการเตือนล่วงหน้าเหมือนอย่างที่ทำกับลอร่าไม่มีผิด


มาถึงตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจจิตใจของดาราสาวแล้วว่าเจ็บช้ำระกำทรวงขนาดไหน สถานการณ์ของเขาอาจจะดีกว่าหน่อยแค่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องซิลิโคนเท่านั้นเอง


“บังอาจรุมฉันเหรอ นี่แน่ะ! ไอ้เลว! ไอ้พวกชอบใช้กำลังกับผู้หญิง!” เกสรีก็โมโหจนหน้ามืดไปเหมือนกัน เธอเติบโตมาในครอบครัวที่ผู้ชายทุกคนให้เกียรติผู้หญิงเสมอ และถึงแม้เธอจะไม่ใช่ผู้หญิงประเภทสนิมสร้อยที่จะทนไม่ได้กับการถูกประทุษร้ายเพียงเท่านี้ แต่ก็ทนไม่ได้เด็ดขาดเมื่อเจอผู้ชายประเภทที่ชอบใช้กำลังกับผู้หญิง


หา! เขาน่ะหรือเป็นพวกชอบใช้กำลังกับผู้หญิง ศารทูลคิดพลางปัดป้องการประทุษร้ายของนางสิงห์เป็นพัลวัน


โธ่...แม่คุณเอ๊ย! นาทีนี้คนที่ชอบใช้กำลังก็มีแต่เธอคนเดียวไม่ใช่หรือไง เสือหนุ่มคิดหาทางออกจนหัวหมุน จะตอบโต้อะไรก็จะกลายเป็นว่าตัวเองเป็นจริงอย่างที่เธอกล่าวหา สถานการณ์ถือว่าเข้าตาจนถึงขั้นสุด เรียกว่าโดนถลุงซะยิ่งกว่าลอร่าที่เป็นคู่กรณีตัวจริงของเธอเสียอีก


ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้า เอ๊ย! สงสารจังเลย เป็นไงล่ะจ๊ะเสือน้อย งานนี้เสือเมาหมัดอย่างหนักค่ะ ต่อยกันชุลมุนแบบนี้ แล้วจะไปรักกันแบบไหน ต้องมาติดตามตอนต่อไปค่ะ ฝากโหวต เม้นต์ และแอดแฟนเป็นกำลังใจด้วยนะคะ

รักมากมาย >< ยามาระตี

 

ฝากผลงาน E-book ของเสือตัวพ่อกับตัวพี่ด้วยนะคะ น่ารักทุกตัวจร้า


สยบรักพยัคฆ์ร้าย
ยามาระตี
www.mebmarket.com
     เสือร้ายแห่งไร่ภูพญาอย่าง พงศ์พยัคฆ์  ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อความเมามายจนไร้สติของตนเองทำให้เผลอไปล่วงเกินคู่อริตัวฉกาจที่เขาเคยค่อนขอดว่ายายม้าดีดกะโหลก ชายหนุ่มยอมไล่ตามเพื่อแสดงความรับผิดชอบอย่างที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ แต่คุณหนู รินรดา  กลับวิ่งหนีและยังลดฐานะเขาจากพยัคฆ์ผู้งามสง่าให้เป็นแค่สกังค์น่ารังเกียจ งานนี้บอกเลยว่าไม่มีถอย เพราะนอกจากพรหมจรรย์ที่ได้มาแล้ว หัวใจซิงๆ ของผู้หญิงจอมพยศก็ต้องเป็นของเขาด้วยเช่นกัน!     “อีตาสกังค์บ้ากาม!”     พงศ์พยัคฆ์มองตามร่างเล็กที่วิ่งปรู๊ดจากไปด้วยดวงตาหมายมาด คำรามตามหลังไปด้วยความมันเขี้ยว      “คิดจะหนีหน้าที่อย่างนั้นเหรอยายม้าพยศ คืนนี้จะให้ดมกลิ่นสกังค์ทั้งคืนเลยคอยดูสิ!”     พูดจบก็วิ่งไล่กวดคนตัวเล็กไปในทันที แล้วมีหรือที่ช่วงขาสั้นๆ นั้นจะสู้ขายาวแข็งแกร่งได้ ดังนั้นอีกไม่ไกลนักก่อนจะถึงตัวบ้าน ร่างเล็กก็ถูกอุ้มตัวจนลอยขึ้นสู่อ้อมแขนของคนตัวโตจนได้     “จับตัวม้าพยศได้แล้ว” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยทั้งหัวเราะร่า     “ปล่อยนะคนหื่น คนบ้ากาม”     “ใครจะปล่อยให้โง่”     “อีตาเสือบ้า! เสือหื่น!”
สีหราชล่ารัก
ยามาระตี
www.mebmarket.com
     ถ้าจะให้สิงห์ร้ายแห่งไร่ภูพญาอย่าง สีหราช  พัฒนามนตรี  ผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูง ยอมขายไร่อันเป็นที่รักของเขาให้กับ บุญฑริก ก็เห็นจะเป็นไปได้ยาก เพราะชายหนุ่มไล่ตะเพิดเจ้าหล่อนไปแบบไม่ไว้หน้าตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน นี่เธอคงยังไม่รู้ว่าไร่ภูพญาอันเป็นที่เลื่องลือในความสวยงามนั้นเป็นแหล่งกบดานของพญาสิงห์ขี้หงุดหงิด หญิงสาวถึงได้ใจกล้าคิดจะเอาเสน่ห์ของสตรีเพศมาหลอกล่อแล้วโน้มน้าวเขาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง โดยลืมคิดไปว่า การเข้ามาในถ้ำเสือแห่งนี้ เธออาจจะถูกเสือโหยขย้ำเสียก่อนที่จะได้โปรยเสน่ห์ก็เป็นได้!     “ทำไมยังตัวสั่นอยู่” อีกคนก็เซ้าซี้สอบถามคนในวงแขน เธอน่าจะหายหนาวยามถูกเขากอดไว้ ทว่ากลับหวั่นไหวจนสั่นสะท้าน คราวนี้ไม่ใช่เพราะอากาศเย็น แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดและบรรยากาศที่ชวนให้เพลี่ยงพล้ำ     “มะ...มะ...ไม่รู้สิ”     “ยังหนาวอยู่อีกเหรอ”     คนตัวเล็กพยักหน้าตอบมั่วๆ ไปก่อนเพราะไม่มีสมาธินัก ส่วนคนตัวโตก็ได้แต่กลั้นยิ้ม พอจะเข้าใจความหวาดหวั่นของสาวน้อยอยู่บ้าง แต่ก็ยังอยากกลั่นแกล้งด้วยความเอ็นดู จึงยิ่งกระซิบเสียงกระเส่า     “ออกกำลังสักนิดดีไหม จะได้หายหนาว”     “ออกกำลัง?” สาวน้อยอุทานเสียงหลง ออกกำลังอะไรกันตอนมืดค่ำป่านนี้! ยิ่งคิดก็ยิ่งงง     “ใช่! ออกกำลัง ก็...กิจกรรมเข้าจังหวะไง” เสียงกระซิบตอนท้ายยิ่งแผ่วพร่า แถมยังมีลมหายใจอุ่นๆ ลอยมาปะทะข้างแก้มเป็นระยะๆ อีกด้วย     บุณฑริกเบิกตากว้างเมื่อถูกชวนไปทำ ‘กิจกรรมเข้าจังหวะ’ เธอไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้จักศัพท์สแลงที่ใช้แทนความหมายของกิจกรรมแบบนั้นของหนุ่มสาวสมัยนี้เสียหน่อย มือเล็กจึงทุบอกกว้างของคนที่กกกอดตนเองอยู่เป็นพัลวัน     “อีตาบ้า! ลามกที่สุด!”
ดวงใจพยัคฆา
ยามาระตี
www.mebmarket.com
นักแสดงหนุ่มขวัญใจสาวเล็กสาวใหญ่  นฤเคนทร์  พัฒนามนตรี  ต้องมาสูญเสียความมั่นใจแบบสุดๆ เมื่อถูกสาวปริศนาชิ่งหนียามเช้าโดยไม่ทันรู้ตัว          ให้ตายสิ! รู้ถึงไหนอายถึงนั่น คาสโนวาหน้าหยกอย่างเขาถูกฟันแล้วทิ้ง!            งานนี้แม่คุณต้องรับผิดชอบ แบบนี้มันหยามกันชัดๆ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินตะแคงหาเขาก็จะทำ          เพราะความอยากช่วยเพื่อนทำให้สาวน้อยแสนซื่อ  ตระการตา  บูรณะรักษ์  ต้องเข้าไปพัวพันกับหนุ่มหล่ออันตรายอย่างนฤเคนทร์ จนสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตสาวให้เขา แล้วจากมาอย่างเงียบๆ แต่เขากลับไล่ล่าถามหาความรับผิดชอบจากเธอ เขาน่ะผู้ชาย...เสียหายอะไร เธอละงงกับตรรกะของเขาจริงๆ          “คุณคิดว่าจะรับผิดชอบผู้ชายที่เสียตัวให้คุณยังไงล่ะ”          “สะ...สะ...เสียตัว?”          “ใช่! หรือจะเถียงว่าคืนนั้นผมไม่ได้เสียตัวให้คุณ”          “แต่ว่า...แต่คุณเป็นผู้ชายนะคะ”          “แล้วยังไง เป็นผู้ชายแล้วเสียตัวไม่ได้เหรอ เสียก็คือเสียนั่นแหละ จะครั้งแรกหรือครั้งไหนมันก็เสียเหมือนกัน ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเป็นพวกกดขี่ทางเพศ”          “กดขี่ทางเพศ? แล้วคุณจะเอายังไงล่ะคะ”          “เอาคุณ”           “พูดอะไรของคุณน่ะ จะบ้าเหรอ”          “ไม่บ้าหรอก คิดอะไรอยู่ กิ๊วๆ เต่าทะลึ่ง”           “ฉันไม่ได้ทะลึ่งนะคะ ก็คุณ...ก็คุณ...”           “ที่ผมบอกว่าเอาคุณน่ะ คือจะเอาตัวไปใช้หนี้”           “หนี้? หนี้อะไรคะ ฉันไปเป็นหนี้คุณตั้งแต่เมื่อไร”          “ก็ตั้งแต่วันนั้นแหละ”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

266 ความคิดเห็น

  1. #185 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 12:42
    เยี่ยมเลย
    #185
    1
  2. #71 jubiejub_jub (@jubiejub_jub) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 10:27
    ไม่รู้จะสงสารใครดี ฮ่าๆๆ
    #71
    1