เสน่หาพยัคฆินทร์

ตอนที่ 6 : เนื้อคู่อยู่หนใด (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    4 พ.ค. 62



เสียงฮัมเพลงอย่างรื่นเริงทำให้เจ้าสัวเจษฎาที่กำลังนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นหลังรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วหันไปมอง ก็พบว่าเจ้าของเสียงก็คือลูกชายตัวดีของเขานั่นเอง


“นั่นแกจะไปอีกฮึเจ้าเดียว” คนเป็นพ่อถามเมื่อสังเกตเห็นว่าชุดที่ลูกชายสวมอยู่นั้นลักษณะเตรียมพร้อมเหมือนจะออกไปข้างนอก เมื่อกี้เจ้าตัวดีบอกว่าจะขึ้นไปอาบน้ำ เขาก็คิดว่าจะไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมเข้านอนเสียอีก


“อ้าว เมื่อกี้ป๊าไม่ได้บอกให้ผมไปพ้นๆ หน้าเหรอครับ ผมก็เลยว่าจะออกไปข้างนอกซะหน่อย ไว้รอป๊าหลับแล้วค่อยกลับมา ป๊าจะได้ไม่หงุดหงิดอีก” ศารทูลเอียงคอถาม มองคนเป็นพ่อด้วยสายตาราวกับจะถามว่าเมื่อกี้ท่านไล่เขาเองไม่ใช่หรือ


“นี่แก!” เจ้าสัวเจษฎาถึงกับพูดไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายเอาคำพูดของเขามาใช้พลิกสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองแบบหน้าตาเฉยซะอย่างนั้น


“แล้วนี่หม่าม้าขึ้นไปนอนแล้วเหรอครับ ดีแล้ว นอนดึก ไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ ป๊าก็เหมือนกัน รีบขึ้นไปนอนเถอะ รีบนอนรีบหลับ ผมจะได้รีบกลับบ้าน ผมก็ไม่อยากนอนดึกเหมือนกันนะเนี่ย”


เจ้าสัวเจษฎามองคนที่พูดว่าไม่อยากนอนดึก แต่ท่าทางดี๊ด๊าเหลือเกินที่จะได้ออกจากบ้าน ก็รู้สึกเหมือนลมสว้านจะตีขึ้นมาอีกรอบ ได้แต่เข่นเขี้ยวใส่ นับไม่ถูกเหมือนกันว่ารอบที่เท่าไรแล้ว


“ไอ้เดียว ไอ้ปลาไหลใส่สเกต”


“โอ๊ย เอาใจไม่ถูกเลย ป๊าอะ เอาใจยากกว่าสาวๆ อีก นี่ผมพยายามเอาใจป๊าสุดๆ แล้วนะ ยังมาด่ากันอีก”


“ไอ้ตัวร้าย เห็นหม่าม้าแกให้ท้ายเลยกวนประสาทฉันใหญ่ใช่ไหม”


“ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยจริงๆ ครับ สาบานได้ ป๊าของผมออกจะองอาจขนาดนี้ แล้วจะไปเกรงใจหม่าม้าได้ยังไง ผมไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอก” ศารทูลรีบปฏิเสธพร้อมส่ายหน้ารัวๆ แต่ก็ดูน่าหมั่นไส้มากกว่าน่าเชื่อถือ


เจ้าสัวเจษฎาได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถึงลูกชายจะใช้คำว่าเกรงใจแต่แววตามันส่อว่าอยากพูดว่า กลัวมากกว่าชัดๆ เจ็บใจเสียจนอดแช่งอีกฝ่ายบ้างไม่ได้


“เออ! แกมันเก่ง ฉันจะรอดูน้ำหน้าแกตอนมีเมียว่าจะเป็นยังไง อย่างแกคงไม่เกรงใจยายปิ๊กหรอกมั้ง” คนเป็นพ่อหัวเราะหึๆ ด้วยความสาแก่ใจเมื่อนึกถึงฤทธิ์เดชของบุณฑริก ไม่แน่ว่าไอ้ตัวร้ายของเขาอาจจะอาการหนักกว่าก็เป็นได้


นับว่าข้อสันนิษฐานของเจ้าสัวเจษฎาไม่ผิดพลาดสักเท่าไร เพราะวันหนึ่งข้างหน้า ศารทูลจะตบเท้าเข้าชมรมพ่อบ้านใจกล้าโดยสมัครใจ อาการก็หนักกว่าคนเป็นพ่อมากนัก จะคลาดเคลื่อนไปหน่อยก็ตรงที่คนที่จะมากำราบเสือเพลย์บอยตัวนี้ไม่ใช่บุณฑริกอย่างที่คิดเท่านั้นเอง


“ยายปิ๊กน่ะเหรอครับ” ศารทูลเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ป๊าก็ จะขู่อะไรก็ให้มันตื่นเต้นหน่อยสิครับ บอกว่ายายนั่นจะงอแงให้ผมไปซื้อขนมมาให้ยังจะน่ากลัวกว่าอีก”


“เออ พูดดีไปเถอะ ฉันจะรอดู” เจ้าสัวไม่คิดหรอกว่าอนาคตจะได้ดูไปขำไปอย่างสาแก่ใจแน่นอน


“เอาละๆ เลิกโมโหเถอะนะครับ ป๊าขึ้นไปนอนเถอะ ป่านนี้หม่าม้ารอแย่แล้ว เดี๋ยวจะมาโทษว่าผมชวนคุยอีก”


“เออ ฉันก็ไม่อยากคุยกับแกแล้ว” เจ้าสัวเอ่ยพลางลุกขึ้น เพราะยิ่งคุยก็ยิ่งโมโห แต่ก็ไม่ลืมกำชับด้วยความเป็นห่วง “แล้วก็อย่ากลับให้ดึกนักล่ะ อย่าให้หม่าม้าเขาเป็นห่วงนักเลย”


“ครับ ทราบแล้ว ป๊าบอกหม่าม้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ป๊าเองก็เหมือนกัน ผมแค่ออกไปเที่ยวเล่นตามประสานั่นแหละครับ ไม่มีอะไรหรอก” ศารทูลเอ่ยเสียงอ่อน คราวนี้ไม่มีแววยั่วเย้าหรือกวนประสาทแต่อย่างใด เพราะไม่อยากให้บิดามารดากังวล


“ก็ดีแล้ว อ้อ แล้วนี่รู้จักพกถุงยางบ้างหรือเปล่า แกห้ามเป็นเอดส์ให้ฉันกับหม่าม้าขายหน้าชาวบ้านเชียวนะ” คนเป็นพ่อไม่วายกำชับเรื่องสำคัญ เห็นมานักต่อนักแล้ว ไอ้พวกรู้จักแต่เที่ยว แต่ไม่รู้จักระวังตัวนี่น่ะ


“เกรดสี่วิชาสุขศึกษาแบบผมไม่มีพลาดอยู่แล้วครับ ยืดอกพกถุงตลอดแหละ” อวดเกรดไม่พอ ยังทำท่าจะควักกระเป๋าสตางค์เพื่อเอาถุงยางอนามัยที่ใส่ไว้ในนั้นออกมาอวดเพื่อยืนยันอีกด้วย


“พอๆ ไม่ต้องเอาของพรรค์นั้นมาให้ฉันดูหรอก จะไปไหนก็ไปไป๊” ท่านเจ้าสัวรีบไล่ มือที่กำลังจะล้วงกระเป๋าของคนหน้าไม่อายถึงได้ชะงักลง


“ป๊าขึ้นบันไดดีๆ นะครับ เดี๋ยวผมก็กลับมาแล้วละ” ศารทูลเอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใยเมื่อเห็นบิดาตั้งท่าจะเดินขึ้นชั้นบน


“อืม แกเองก็ขับรถขับราระวังๆ หน่อยล่ะ”


“ครับผม”


หลังจากเถียงกันพอหอมปากหอมคอเหมือนอย่างที่มักจะเป็นเช่นนั้นอยู่แทบทุกวันแล้ว สองพ่อลูกสินธวรัตน์ก็แยกย้ายกันไป คนหนึ่งตรงไปพักผ่อน ส่วนอีกคนออกไปตระเวนราตรีแบบที่ชอบทำ


ส่วนเรื่องที่ล้อบิดาเมื่อสักครู่ ศารทูลก็ไม่ได้คิดเป็นจริงเป็นจังอะไร เขารู้เรื่องราวความหลังของบุพการีตัวเองดี จึงเข้าใจว่าเพราะอะไรป๊าถึงได้รักและเกรงใจหม่าม้ามาก แต่ก็ยั่วไปอย่างนั้นเอง และก็รู้ด้วยว่าผู้เป็นพ่อไม่เคยโกรธเป็นจริงเป็นจัง มันเป็นการแสดงความรักและความสนิทสนมกันระหว่างพวกเขา ซึ่งก็เป็นอย่างนี้มาตลอด เขาชอบอ้อนหม่าม้า แต่ชอบแกล้งป๊าจนเป็นนิสัย


แล้ววันหนึ่งข้างหน้าศารทูลถึงได้ซาบซึ้งว่า เรื่องที่ว่าป๊าของเขากลัวหม่าม้านั้นเป็นเรื่องล้อเล่น แต่เรื่องที่เขากลัวเมียนี่สิ ช่างเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนยิ่งนัก



จ้ะ! พ่อมหาจำเริญ ยังมีหน้าเอาถุงยางมาอวดชาวบ้านอีก แต่เชื่อเถอะค่ะว่าอิพี่เดียวยังมีเรื่องที่คิดไม่ถึงอีกมากมาย หื่นสุด ห่ามสุด รั่วสุด ต้องยกให้แมวน้อย เอ๊ย! เสือหนุ่มตัวนี้เลยค่ะ ฝากโหวต ฝากเมนต์ และขอเชิญมาเป็นแฟนพี่เดียวด้วยนะคะ

รักมากมาย >< ยามาระตี


ไฟรักในกรงมาร
ไอปา
www.mebmarket.com
เพื่อรักษาสายใยความสุขของอดีตเอาไว้ แม้จะต้องขายสิ่งเดียวที่มี ซึ่งก็คือตัวเอง ‘สลิล’ ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะทำ ทว่าสาวน้อยไม่เคยคาดคิดเลยว่าลูกค้ารายแรกที่เสนอตัวขอซื้อร่างกายของเธอจะเป็นคนที่มีหลายสิ่งคล้ายกับ ‘เตโช’ ผู้ซึ่งเป็นความทรงจำอันแสนงดงามของเธอมาโดยตลอด หาก ‘พี่เต’ คือความอ่อนโยนอ่อนหวาน ‘เฟย’ ก็คือความกระด้าง เย็นชา และไร้ความปรานี และที่สำคัญก็คือ เธอไม่รู้เลยว่าการพบกับเขาคือการเดินเข้าสู่กรงที่ไม่เพียงจะขังแค่ร่างกาย แต่รวมถึงหัวใจที่จะถูกพันธนาการไว้เช่นกัน“อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าตัวเองมีค่าถึงห้าล้าน”สลิลกำมือแน่นเพราะอารมณ์พลุ่งพล่านไปหมด แต่ก็คิดว่าเขามีสิทธิ์ตั้งคำถาม เขาเป็นผู้ซื้อย่อมอยากทราบถึงคุณสมบัติของสินค้าเป็นธรรมดา เธอพยายามสะกดอารมณ์เพื่อตอบคำถามของเขา แต่น้ำเสียงก็ยังสั่นเพราะทั้งโกรธทั้งอาย ไม่เคยคาดคิดว่าในชีวิตนี้จะต้องมายืนให้ใครกวาดสายตามองราวกับจะประเมินราคาเช่นนี้“ดิฉันคงตอบไม่ได้ คุณคงต้องตัดสินเองค่ะ”“ผมเป็นพ่อค้าสลิล ผมไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่คุ้มค่า แล้วก็จะไม่ซื้ออะไรสุ่มสี่สุ่มห้าด้วย แสดงให้ผมเห็นสิว่าคุณคุ้มค่าสำหรับการลงทุน” เฟยจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า ‘ซื้อ’ ราวกับจะใช้มันฟาดฟันเธอ“คุณหมายความว่ายังไงคะ” สลิลประสานสายตาคมเข้มคู่นั้นบ้าง สูดลมหายใจลึกอีกครั้ง เธอรู้สึกราวกับเขาจงใจแกล้งจึงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายราวกับจะค้นหาว่าเขาต้องการอะไรกันแน่“ถอดเสื้อผ้าออก” ชายหนุ่มสั่งเสียงเรียบ“อะไรนะ!” คนถูกสั่งกลับอุทานลั่น“ผมบอกให้คุณถอดเสื้อผ้า” เฟยเอ่ยราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปสลิลเบิกตากว้าง มองเขาราวกับเห็นตัวประหลาดมายืนอยู่ตรงหน้า ในขณะที่เฟยกลับหัวเราะเบาๆ“คุณจะขายอะไรล่ะ ถ้าไม่ได้เห็นสินค้าผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณคุ้มราคาห้าล้านหรือเปล่า”ความอับอายแล่นพล่านไปตามสายเลือดของสลิล คำพูดของเขาเหมือนกับการตีแสกหน้า จริงสินะ ใครล่ะจะกล้าจ่ายเงินห้าล้านให้เธอหากไม่ได้พิสูจน์แม้แต่น้อยว่าเธอคุ้มค่าเงินของเขาหรือเปล่า ถูกของยุวดี เธอตั้งความหวังไว้สูงเกินไป!สลิลมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาแน่วแน่อีกครั้ง ยิ่งเห็นว่าเขาเหมือนเตโชเธอก็ยิ่งแอบตั้งความหวัง แต่เขาไม่มีทางใช่เตโช พี่เตไม่มีทางทำกับเธอแบบนี้เด็ดขาด! เธอกำลังฝันลมๆ แล้งๆ อะไรอยู่กันเล่า สาวน้อยแค่นยิ้มหยันตัวเองพลางลงมือปลดเสื้อผ้าออกจากกายช้าๆ ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดที่เจตนาหมิ่นเกียรติของเขา หากคิดอยากจะให้เธออาย เธอก็จะทำให้เขารู้ว่าเขาไม่มีทางทำได้สำเร็จ!เฟยมองดวงหน้างดงามที่เวลานี้สงบนิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรต่อคำขออุกอาจของเขา ไล่สายตาลงมาตามมือเล็กที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทีละชิ้นๆ ด้วยแววตานิ่งๆ พอกัน เธอยังวางเฉยได้ แล้วทำไมเขาจะต้องตื่นเต้นด้วยเล่า อย่าหวังว่าจะมามีอิทธิพลเหนือเขาอีกเลย! ต่างคนต่างประสานสายตาราวกับจะประกาศว่าไม่ยอมให้อีกฝ่ายอยู่เหนือกว่า
หนามรักกามเทพ
ยามาระตี
www.mebmarket.com
สาวน้อย ‘อสมา  ภาวรักษ์’ จะทำเช่นไร เมื่อกงล้อแห่งโชคชะตาหมุนให้เธอต้องกลับมาพบกับ ‘เซร์คิโอ อารีอัส’ ชายหนุ่มผู้เป็นรักแรกและรักเดียวของเธออีกครั้ง เทพบุตรแห่งอารีอัสผู้ซึ่งทำลายหัวใจของเธอให้พังภิณท์ลงไปด้วยการประกาศว่ามีลูกชายอยู่หนึ่งคนทั้งๆ ที่เธอจดทะเบียนสมรสเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องทุกประการ!และการกลับมาในครั้งนี้เขายังพาหนามยอกอกตัวน้อยมาพัวพันในชีวิตของเธอ ประกาศสิทธิ์เหนือตัวเธอทั้งพ่อและลูก เรียกร้องให้เธอกลับไปทำหน้าที่ ‘เมีย’ และ ‘แม่’ อย่างสมบูรณ์“ฉันถามว่าคุณทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไร!” อสมาไม่สนสิ่งที่เขาพูดตอนนี้เธออยากจะรู้แค่ว่าเขากลับมาวุ่นวายกับชีวิตเธอทำไม“ผมต้องการเมียของผม แม่ของลูก” เซร์คิโอตอบเสียงหนัก“แต่ฉันไม่ใช่!”“อยากให้ผมเอาทะเบียนสมรสของเรามายืนยันด้วยไหม ตัวเล็กคงจะลืมไปว่าจนถึงวันนี้เราก็ไม่เคยหย่ากัน ภรรยาของผมคืออสมา อารีอัส! แม่ของลีโอก็คือตัวเล็กนั่นแหละ!”“ไม่จริง! ฉันไม่ใช่! คุณจะเอาเรื่องนี้มาอ้างไม่ได้!” หญิงสาวตวาดกราดเกรี้ยว“จะให้ผมสำเนาทะเบียนสมรสมาแจกทุกคนในบริษัทเลยไหมล่ะ แล้วถามพวกเขาดูว่าคิดเหมือนตัวเล็กหรือเปล่า” เซร์คิโอคำรามบ้าง“คนเลว! คุณเป็นคนทรยศฉันแล้วยังจะทำลายชีวิตของฉันแบบนี้อีกเหรอ!” หญิงสาวตวาดถามทั้งน้ำตา“ผมไม่เคยทรยศตัวเล็ก! ไม่เคยมีสักครั้งที่ผมคิดจะนอกใจคุณ”“คุณไม่ได้คิด แต่คุณทำ!”ปฏิบัติการตามรักคืนใจของสองพ่อลูก กามเทพตัวน้อยที่จะประสานรอยร้าว เยียวยาหัวใจให้กลับมาเต้นเป็นจังหวะแห่งรักอีกครั้ง คนหนึ่งหนี อีกสองคนรุกไล่ แล้วใครจะกำชัยชนะ!*** เรื่องนี้เคยวางจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ฟอร์จูนบุ๊คนะคะ ตอนนี้หมดสัญญา E-book แล้ว ยามาระตีจึงนำมาวางจำหน่ายเองค่ะ ใครที่เคยโหลดแล้วไม่จำเป็นต้องโหลดใหม่นะคะเพราะนอกจากการขัดเกลาให้สละสลวยขึ้นแล้วไม่ได้มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมเนื้อหาแต่อย่างใดค่ะ แต่สำหรับท่านที่ยังไม่เคยโหลดก็ฝากไว้ให้พิจารณาด้วยนะคะ
อรัญญิกายอดรัก
ยามาระตี
www.mebmarket.com
“ฉิงโน้ย น้องก๋าจะเอาแบบน้าน” นิ้วเล็กๆ กลมป้อมชี้ไปยังแท่นพิธีซึ่งคู่บ่าวสาวกำลังกล่าวคำสาบานกันอยู่พร้อมทั้งแหงนเงยใบหน้ากลมขาวเหมือนซาลาเปาขึ้นออดอ้น‘ฉิงโน้ย’ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ‘สิงห์น้อย’ ลีโอนาร์โด อารีอัส ถอนใจเฮือกใหญ่ มองร่างกลมป้อมในชุดขาวฟูฟ่องของเด็กหญิงอรัญญิกาที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเองในวันนี้ด้วยความอ่อนใจ ผ้าในมือถูกยื่นไปซับน้ำลายที่ทำท่าจะไหลย้อยเพราะเจ้าตัวควบคุมไม่ค่อยได้เนื่องจากฟันหลอไปหลายซี่อย่างเบามือพร้อมทั้งรับปาก “ก็ได้ แต่น้องก๋าต้องไม่ดื้อ ต้องทำตัวน่ารักๆ อีกหน่อยก็จะได้เป็นเจ้าสาวเหมือนกันนั่นแหละค่ะ”“จริงเหรอ สัญญานะ” นิ้วก้อยเล็กๆ ถูกยื่นออกไปอย่างไรเดียงสา ปากเล็กๆ ก็คลี่ยิ้มด้วยความชอบใจ“จริงสิคะ พี่สัญญา” เขาตอบยิ้มๆ พร้อมทั้งยื่นนิ้วก้อยแข็งแรงของตนเองไปเกี่ยวนิ้วเล็กๆ นั้นไว้แนบแน่นพญาสิงห์แห่งอารีอัสเรียลเอสเตรท อย่าง ‘ลีโอนาร์โด’ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะคำสัญญาในโบสถ์เมื่อครั้งเยาว์วัยหรือไม่ที่ทำให้เขาไม่อาจมีสายตาไว้มองใครนอกจาก ‘อรัญญิกา’ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเธอเหมือนสิ่งต้องห้าม และแม้แต่คำว่า ‘ไม่อาจครอบครอง’ ก็ไม่อาจต้านทานเสียงเรียกร้องของหัวใจ มากกว่าคำว่ารัก เหนือกว่าคำว่าผูกพัน เพราะสำหรับเขานั้นเธอคือยอดดวงใจ
เสน่หาสะการะ
ยามาระตี
www.mebmarket.com
‘ถ้าคุณชอบดอกไม้คุณจะเด็ดมัน แต่ถ้าคุณรักดอกไม้คุณจะรดน้ำมัน’นิยามนั้นอาจถูกสร้างมาเพื่อผู้ชายอย่าง ‘จินตวีณ์’ เพราะเขารักดอกไม้ดอกเล็กๆ ที่ชื่อ ‘สะการะ’ เสียจนไม่กล้าเด็ดเธอมาเชยชม ได้แต่ฟูมฟักเลี้ยงดูอยู่ในอาณาจักรหัวใจของตนเอง หวงแหนกีดกันไม่ให้ใครมาร่วมชื่นชม ความผูกพันยาวนานเสียจนไม่เคยถามหัวใจตัวเองว่าสิ่งที่รู้สึกกับดอกไม้เล็กๆ นั้นคืออะไร เขารู้แต่ว่ารัก และเธอก็คือน้อง รู้แต่ว่าโลกของ ‘พี่จิน’ ต้องมี ‘น้องเอิง’“แม่ครับ นั่นน้องเอิงนะครับ นั่นเจ้าหญิงน้อยของผมนะครับ”“แล้วจินรักเจ้าหญิงไม่ได้หรือลูก ใครห้ามลูกไม่ให้รักน้อง หรือจินห้ามตัวเอง”“ผม...ผมไม่รู้“ถามใจตัวเองดูสิลูก จินรักใครอย่างที่รักน้องเอิงไหม จินคิดถึงใครเท่าที่คิดถึงน้องเอิงหรือเปล่า ลูกรู้สึกทุรนทุรายที่ไม่ได้พบใครเหมือนอย่างที่ลูกกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ไหม และจินจะทนได้ไหมถ้าน้องเอิงต้องไปเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง”“ไม่ครับแม่...ได้โปรดอย่าพูดแบบนั้น น้องเป็นของผม...ของผมคนเดียว อย่าพูดว่าน้องจะไปเป็นของคนอื่น ผม...ผมทนไม่ไหว...” เสียงของจินตวีณ์คล้ายกับจะสะอื้นสิ่งที่เก็บกดมาตลอดชีวิตคล้ายจะถูกคำพูดของมารดาถอดสลักออก ภาพความชิดใกล้นับร้อยนับพันจะวิ่งวนเข้ามาในความทรงจำ มันคือความรักความผูกพันที่เขามีต่อน้องน้อยมาตลอดชีวิต เขาเหมือนถูกปลดปล่อยออกมาจากสิ่งที่เรียกว่า ‘ความเหมาะสม’ ชีวิตที่เหลือของเขานับจากนี้จะสามารถมอบความรู้สึกที่ลึกซึ้งดื่มด่ำเช่นนี้ให้ใครได้อีกหากไม่ใช่สะการะ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

266 ความคิดเห็น

  1. #261 PimchanokKhanun (@PimchanokKhanun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 20:36
    หนูปูเสื่อรอดูเลยนะอิพี่เดียวววว~
    #261
    0
  2. #58 chon29 (@chon29) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 12:38
    อิคุณเดียวโดนแน่นอน5555
    #58
    1