เสน่หาพยัคฆินทร์

ตอนที่ 5 : เนื้อคู่อยู่หนใด (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    2 พ.ค. 62



เพื่ออำลาความโสดที่กำลังจะถูกพรากไป ระยะหลังศารทูลจึงไปเที่ยวแทบจะทุกคืน ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงราวกับว่าโลกกำลังจะแตกในอีกไม่ช้านี้ ไม่นำพากับเสียงด่าทอของคนเป็นพ่อแต่อย่างใด


กระทั่งวันหนึ่ง เจ้าสัวเกิดทนไม่ไหว ก็เลยมานนั่งดักรอเทศนาลูกชายตัวดีพร้อมกับภรรยา เพราะสถานการณ์ระหว่างศารทูลกับบุณฑริกดูเหมือนจะไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังเท่าไรนัก


“ทำอะไรกันอยู่เหรอคร้าบ...” ศารทูลส่งเสียงระรื่นมาแต่ไกล เมื่อเห็นว่าว่าบิดามารดานั่งอยู่ด้วยกันที่ห้องนั่งเล่น ความที่รู้ว่าตัวเองขัดคำสั่งบิดา ทำให้ส่งยิ้มประจบไปเป็นทัพหน้า


“ก็นั่งรอแกนั่นแหละไอ้ตัวดี” เจ้าสัวเจษฎาเอ่ยพร้อมกับทำตาเขียวใส่


“น้องเดียวมานี่มา” โศรยากวักมือเรียกลูกชาย


ไอ้ตัวดีของเจ้าสัวเจษฎารีบถลาไปนั่งข้างคนเป็นแม่ทันที เพราะนี่คือยันต์คุ้มภัยที่ขลังที่สุดแบบไม่จำเป็นต้องผ่านการปลุกเสกจากวัดไหน ต่อให้ป๊าโมโหอย่างไร อย่างน้อยก็ไม่กล้าลงมือต่อหน้าหม่าม้าแน่นอน


คนเป็นพ่อถลึงตาใส่เมื่อเห็นท่าทางรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางของลูกชาย อดต่อว่าภรรยาไม่ได้ “คุณก็คอยถือหางมันอยู่เรื่อย เจ้าเดียวมันถึงได้เหลวไหลแบบนี้”


“ถือหางอะไรกันล่ะคะ คุณก็ น้องเดียวมีหางซะที่ไหนกัน ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่าค่ะ” โศรยาเอ่ยกับสามีเสียงอ่อน


ศารทูลรีบพยักหน้าหงึกๆ เหมือนจะบอกว่าเห็นด้วยกับมารดาทุกอย่าง


แม้จะหมั่นไส้ลูกชายแค่ไหน แต่เมื่อภรรยากางปีกปกป้องแบบนี้ เจ้าสัวเจษฎาก็จัดการอะไรไม่ถนัดนัก


โศรยาภรรยาของเขาเป็นลูกสาวเจ้าของห้องแถวที่เขาเช่าอยู่เมื่อครั้งที่เดินทางมายังเมืองไทยใหม่ๆ บิดาของเธอก็เป็นชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกรากในเมืองไทยเช่นกัน พอลืมตาอ้าปากได้ก็สร้างห้องแถวไว้ให้หนุ่มสาวเลือดมังกรที่เดินทางมาใหม่เช่าอยู่ในราคาถูก


เจษฎาในตอนนั้นเรียกว่ามีแต่ตัวจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นโศรยาก็ยังไม่รังเกียจเมื่อรู้ว่าเขามีใจให้เธอ เขาอาศัยความมุมานะและพากเพียร สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาจนทัดเทียมกับเธอ กระทั่งได้แต่งงานกันในที่สุด


ความที่ซาบซึ้งน้ำใจของภรรยาที่ไม่เคยนึกรังเกียจตน อีกทั้งยังสำนึกบุญคุณที่พ่อตาเคยให้การช่วยเหลือเมื่อครั้งที่ยังตั้งตัวไม่ได้ ส่งผลให้เขารักใคร่และเกรงใจคู่ชีวิตมาก แทบจะไม่เคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจสักอย่าง ร่างกายเธอไม่ค่อยแข็งแรง นอกจากศารทูลก็ไม่สามารถมีลูกได้อีก จึงค่อนข้างตามใจเจ้าตัวดีของเขาพอสมควร


คนเป็นพ่อคิดด้วยความอ่อนใจ เมื่อเห็นท่าทางกางปีกปกป้องคนเป็นลูกที่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากกำลังทำอยู่


“แกรู้ไหมว่ายายปิ๊กเปิดไปถึงเชียงรายโน่นแล้ว” เจ้าสัวเปิดประเด็นเรื่องที่ทำให้ถึงกับต้องมาดักรอลูกชายทันทีแบบไม่มีอารัมภบท


“อะไรนะครับ เชียงรายงั้นเหรอ นี่ยายปิ๊กกับยายจุ๊บกล้าพากันไปถึงโน่นเลยเหรอครับ ผมนึกว่าสองคนนั่นจะไปแถวๆ นี้ อย่างแต่ก่อนซะอีก” ศารทูลแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อทราบว่าตอนนี้บุณฑริกอยู่ที่ไหน


ก่อนหน้านี้เขาทราบจากพวกผู้ใหญ่ว่าบุณฑริกขออนุญาตเดินทางไปหาแรงบันดาลใจในการวาดรูป อ้างกับบิดามารดาว่าถือเป็นการทิ้งท้ายก่อนที่จะต้องแต่งงานกับเขา เพราะถ้าหากแต่งงานแล้วการตะลอนไปไหนต่อไหนอย่างที่เคยทำคงไม่สะดวกนัก


พอเธออ้างอย่างนี้แล้ว คนที่รักและตามใจลูกสาวมาตลอดอย่างเจ้าสัวเกรียงไกรก็ขัดใจเธอไม่ลง ก็เลยอนุญาตให้บุณฑริกกระเตงตระการตา ซึ่งเป็นเด็กในบ้านที่เจ้าสัวเลี้ยงดูคู่กับบุณฑริกมาตั้งแต่เด็กไปหาแรงบันดาลใจอย่างที่ชอบทำตามเคย เพียงแต่ที่ผ่านมาสองสาวไม่เคยไปไกลถึงขนาดนี้มาก่อน


“ไม่ใช่ไปแค่เชียงรายเท่านั้นนะ ยังพากันไปถึงไร่ภูพญาโน่นเลย” เจ้าสัวเจษฎาเล่าต่อไปอีก


“ไร่ภูพญา? ยายปิ๊กไปทำอะไรที่นั่น นี่เขารู้เรื่องโครงการใหม่ของเราด้วยเหรอครับ” ศารทูลถามด้วยความแปลกใจยิ่งขึ้น เพราะแต่ไหนแต่ไรมาฝ่ายนั้นไม่เคยสนใจเรื่องกิจการของครอบครัวสักนิด


“เรื่องไปยังไงมายังไงก็ยังไม่รู้แน่ แต่ก็อาจจะระแคะระคายบ้างเหมือนกัน อย่าลืมสิว่ายายจุ๊บเคยเป็นผู้ช่วยเลขาฯ อาเกรียงเขา” เจษฎาให้เหตุผล “แต่ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่ายายปิ๊กจะเริ่มสนใจเรื่องการงานขึ้นมาบ้างแล้ว บางทีอาจเป็นเพราะว่าใกล้จะแต่งงานแต่งการแล้ว ถึงได้คิดจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ อืม...ฉันว่าก็น่าชื่นใจอยู่นะ”


ศารทูลฟังบิดาพยายามหาเหตุผลมาสรรเสริญว่าที่ลูกสะใภ้แล้วได้แต่ทำหน้าปั้นยาก ช่างปิดหูปิดตาทำอย่างกับว่าไม่รู้จักฤทธิ์เดชของบุณฑริกอย่างนั้นละ เขาคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่นอน


“แล้วนี่ป๊ารู้ได้ยังไงครับว่ายายปิ๊กอยู่ที่นั่น”


“พ่อเลี้ยงพงศ์พยัคฆ์เขาโทร. มาบอกอาเกรียงของแกน่ะสิ กลัวว่ารายนั้นจะเป็นห่วงลูกสาว ก็เลยโทร. มาบอกให้สบายใจว่าตอนนี้ยายปิ๊กกับยายจุ๊บอยู่กับพวกเขา สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง”


“แล้วเด็กสองคนนั่นไปรู้จักมักจี่กับพ่อเลี้ยงพงศ์พยัคฆ์ตั้งแต่เมื่อไรครับ ถึงได้สนิทสนมกันถึงขนาดไปพักที่ไร่เขาได้ ทีคนของเราที่ส่งไปเจรจาซื้อที่ ไม่เห็นว่าเขาจะต้อนรับขับสู้แบบนี้เลย ปฏิเสธตลอด”


ยิ่งคิดศารทูลก็ยิ่งแปลกใจ เนื่องจากว่าครอบครัวของเขากับครอบครัวของบุณฑริกกำลังร่วมทุนกันเพื่อขยายกิจการรีสอร์ตไปที่เชียงราย ก็เลยอยากได้ที่ดินที่นั่นเป็นจำนวนมาก เจรจาซื้อขายกับรายอื่นๆ แล้วได้ผลค่อนข้างดี เหลือก็แต่ที่ดินของไร่ภูพญา ซึ่งเป็นแปลงที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุด ที่ไม่ว่าจะส่งคนไปเจรจากี่ครั้งก็คว้าน้ำเหลวทุกที


หลังๆ มานี่เห็นว่าลูกชายเจ้าของไร่ที่ชื่อสีหราชเป็นคนดูแลทุกอย่างภายในไร่แทนพ่อเลี้ยงพงศ์พยัคฆ์ รายนี้ท่าทางจะอารมณ์ร้อนไม่เบา เพราะไล่ตะเพิดคนที่พวกเขาส่งไปเจรจาขอซื้อที่กลับมาหลายราย แล้วทำไมทั้งๆ ที่รู้ว่าบุณฑริกเป็นลูกสาวของเจ้าสัวเกรียงไกร กลับไม่ไล่กลับมาเหมือนคนอื่นๆ มิหนำซ้ำยังให้ไปพักที่ไร่อีกแน่ะ


“ผมว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ นะครับป๊า”


“อืม ฉันก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน ถึงได้มารอปรึกษาแกอยู่นี่ไงล่ะ”


“งั้นเอาไว้เดี๋ยวผมโทร. ไปหาอาเกรียงอีกทีก็แล้วกัน อยากรู้ว่าทางโน้นเขาพูดอะไรบ้าง จะได้มาประเมินกันอีกทีว่าจะเอายังไง อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้ละว่าสองคนนั่นอยู่ไหน ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง”


“แกอย่าละเลยน้องเชียวนะเจ้าเดียว ต้องใส่ใจให้มาก”


“รู้แล้วครับป๊า” ศารทูลรับปากด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขารักบุณฑริกกับตระการตาเหมือนน้องแท้ๆ แล้วจะไม่ห่วงได้อย่างไรกัน


“ดีแล้ว” พอได้ยินลูกชายรับปาก คนเป็นพ่อก็ค่อยโล่งใจหน่อย


“คุยกันเรียบร้อยแล้วก็ไปกินข้าวกินปลากันเถอะค่ะ หลังๆ มานี่ไม่ค่อยได้กินข้าวพร้อมหน้ากันเลย” โศรยาเปรยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าสามีและลูกชายคุยกันจบแล้ว


“จะไปพร้อมได้ยังไงล่ะคุณ ก็ไอ้ลูกชายตัวดีของคุณมันหายหัวเป็นประจำ” เจ้าสัวเจษฎาอดค่อนแคะลูกชายไม่ได้


โศรยาปรายตาไปมองลูกชาย เพราะครั้งนี้ค่อนข้างเห็นด้วยกับสามี


คนถูกมองรีบฉีกยิ้มประจบ รีบแก้ตัวหน้าระรื่น “แหม คิดถึงก็ไม่บอก แค่นี้ก็ต้องประชดประชันกันด้วย ไปครับ ไปกินข้าวกัน วันนี้หม่าม้าทำอะไรกินครับ น้องเดียวฮิ้วหิว” พูดพลางรีบประคองมารดาให้ลุกขึ้น พาเดินตรงไปยังโต๊ะอาหารอย่างเอาอกเอาใจ


คุณพ่อน้องเดียวอยากจะโบกสมองลูกชายสักป้าบ เมื่อเห็นท่าทีประจบประแจงนั่น แต่ก็ตัดใจทำไม่ลง ถึงจะค่อนข้างกะล่อน แต่นั่นก็เป็นลูกชายเพียงคนเดียว แถมยังเป็นสุดสวาทขาดใจของภรรยาเขาอีกด้วย


ดูสิดู! แค่ศารทูลอยู่กินข้าวเย็นพร้อมหน้ากัน ภรรยาเขาก็ดูมีความสุขอย่างมาก แต่จะว่าไปแล้วเขาเองก็เหมือนกัน คิดพลางเดินตามสองแม่ลูกไปพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ


“อยู่ให้มันติดบ้านหน่อยสิแกน่ะ” เจ้าสัวเจษฎาเปรยขึ้นระหว่างรับประทานอาหาร


“นั่นสิจ๊ะ แม่ว่าพักนี้น้องเดียวเที่ยวถี่เกินไปแล้วนะลูก” โศรยาเอ่ยขึ้นบ้าง


“แหม ก็เหมือนยายปิ๊กไงครับ” ศารทูลเอาบุณฑริกมาอ้างแบบไม่อาย เพราะรู้ว่าช่วงนี้บิดามารดาของตัวเองเทคะแนนความรักให้บุณฑริกมากเป็นพิเศษในฐานะว่าที่ศรีสะใภ้


“อะไรของแกอีกล่ะ ไปเกี่ยวอะไรกับน้องอีก”


“ก็ไปเที่ยวสั่งลาความโสดไงครับป๊า เผื่อต่อไปแต่งงานแล้วจะไปอย่างนี้มันก็ดูไม่ดีใช่ไหมล่ะครับ นี่ดีเท่าไรแล้วที่ผมไม่ไปไกลถึงเชียงรายแบบยายปิ๊กน่ะ” คนหน้าไม่อายอ้างเป็นฉากๆ


คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอมุกนี้เข้าไป จะต่อว่าอะไรก็กลัวจะกระทบไปถึงว่าที่ลูกสะใภ้ พวกเขาอยากให้ศารทูลชมชอบบุณฑริก แล้วจะเอ่ยปากตำหนิได้อย่างไรกัน


ไอ้เดียว! มันมาเหนือเมฆอีกแล้ว


เจ้าสัวเจษฎาคำรามด้วยความหงุดหงิดอยู่ในใจ ยิ่งเห็นลูกชายกลั้นยิ้มก็ยิ่งโมโห


“แกนะไอ้เดียว! แกไปให้พ้นหน้าฉันเลยไป ก่อนที่ความดันฉันจะขึ้น” เมื่อทำอะไรลูกชายไม่ได้ คนเป็นพ่อก็ได้แต่ไล่ให้ไปพ้นๆ หน้า


“คุณคะ! ลูกยังกินข้าวไม่อิ่มเลย” โศรยาท้วงเมื่อเห็นว่าสามีเริ่มโมโหอีกแล้ว พ่อลูกคู่นี้ไม่รู้เป็นอย่างไร คุยกันได้ไม่เท่าไร ก็กลับมาทะเลาะกันตลอด


“ไม่เป็นหรอกครับหม่าม้า ผมอิ่มพอดีเลย” ศารทูลเอ่ยพลางยิ้มแฉ่ง รีบรวบช้อนอย่างว่องไว ลุกขึ้นไปหอมแก้มมารดาเบาๆ “เดี๋ยวน้องเดียวไปอาบน้ำก่อนนะครับ นั่งอยู่ตรงนี้เดี๋ยวป่าป๊ากินข้าวไม่อร่อย” พูดจบก็หันไปขยิบตาให้บิดา ก่อนจะเดินตรงไปยังบันไดเพื่อขึ้นชั้นบน


“ให้อาหารย่อยก่อนนะลูก อย่าเพิ่งอาบน้ำทันทีล่ะ เพิ่งกินข้าวเสร็จเมื่อกี้เอง” คนเป็นแม่ตะโกนไล่หลังไป


“ครับผม ทราบแล้ว” ศารทูลเดินไปพลางตะโกนตอบมารดาไปพลาง


คนเป็นพ่อกับแม่หันมาสบตากันแล้วต่างก็โคลงศีรษะด้วยความอ่อนใจ



เอิ้กๆๆ อิพี่เดียวกะล่อนปลาไหลใส่สเก็ตยังต้องเรียกพ่อค่ะ จะลื่นแค่ไหนฝากติดตามด้วยนะคะ รับรองว่าจะต้องอ่านไปยิ้มไปแน่นอนค่ะ ชอบไม่ชอบยังไง คอมมเนต์เล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ แอดแฟนไว้ เราจะได้ไม่คลาดกันเนอะ

รักมากมาย >< ยามาระตี


สยบรักพยัคฆ์ร้าย
ยามาระตี
www.mebmarket.com
     เสือร้ายแห่งไร่ภูพญาอย่าง พงศ์พยัคฆ์  ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อความเมามายจนไร้สติของตนเองทำให้เผลอไปล่วงเกินคู่อริตัวฉกาจที่เขาเคยค่อนขอดว่ายายม้าดีดกะโหลก ชายหนุ่มยอมไล่ตามเพื่อแสดงความรับผิดชอบอย่างที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ แต่คุณหนู รินรดา  กลับวิ่งหนีและยังลดฐานะเขาจากพยัคฆ์ผู้งามสง่าให้เป็นแค่สกังค์น่ารังเกียจ งานนี้บอกเลยว่าไม่มีถอย เพราะนอกจากพรหมจรรย์ที่ได้มาแล้ว หัวใจซิงๆ ของผู้หญิงจอมพยศก็ต้องเป็นของเขาด้วยเช่นกัน!     “อีตาสกังค์บ้ากาม!”     พงศ์พยัคฆ์มองตามร่างเล็กที่วิ่งปรู๊ดจากไปด้วยดวงตาหมายมาด คำรามตามหลังไปด้วยความมันเขี้ยว      “คิดจะหนีหน้าที่อย่างนั้นเหรอยายม้าพยศ คืนนี้จะให้ดมกลิ่นสกังค์ทั้งคืนเลยคอยดูสิ!”     พูดจบก็วิ่งไล่กวดคนตัวเล็กไปในทันที แล้วมีหรือที่ช่วงขาสั้นๆ นั้นจะสู้ขายาวแข็งแกร่งได้ ดังนั้นอีกไม่ไกลนักก่อนจะถึงตัวบ้าน ร่างเล็กก็ถูกอุ้มตัวจนลอยขึ้นสู่อ้อมแขนของคนตัวโตจนได้     “จับตัวม้าพยศได้แล้ว” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยทั้งหัวเราะร่า     “ปล่อยนะคนหื่น คนบ้ากาม”     “ใครจะปล่อยให้โง่”     “อีตาเสือบ้า! เสือหื่น!”
สีหราชล่ารัก
ยามาระตี
www.mebmarket.com
     ถ้าจะให้สิงห์ร้ายแห่งไร่ภูพญาอย่าง สีหราช  พัฒนามนตรี  ผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูง ยอมขายไร่อันเป็นที่รักของเขาให้กับ บุญฑริก ก็เห็นจะเป็นไปได้ยาก เพราะชายหนุ่มไล่ตะเพิดเจ้าหล่อนไปแบบไม่ไว้หน้าตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน นี่เธอคงยังไม่รู้ว่าไร่ภูพญาอันเป็นที่เลื่องลือในความสวยงามนั้นเป็นแหล่งกบดานของพญาสิงห์ขี้หงุดหงิด หญิงสาวถึงได้ใจกล้าคิดจะเอาเสน่ห์ของสตรีเพศมาหลอกล่อแล้วโน้มน้าวเขาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง โดยลืมคิดไปว่า การเข้ามาในถ้ำเสือแห่งนี้ เธออาจจะถูกเสือโหยขย้ำเสียก่อนที่จะได้โปรยเสน่ห์ก็เป็นได้!     “ทำไมยังตัวสั่นอยู่” อีกคนก็เซ้าซี้สอบถามคนในวงแขน เธอน่าจะหายหนาวยามถูกเขากอดไว้ ทว่ากลับหวั่นไหวจนสั่นสะท้าน คราวนี้ไม่ใช่เพราะอากาศเย็น แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดและบรรยากาศที่ชวนให้เพลี่ยงพล้ำ     “มะ...มะ...ไม่รู้สิ”     “ยังหนาวอยู่อีกเหรอ”     คนตัวเล็กพยักหน้าตอบมั่วๆ ไปก่อนเพราะไม่มีสมาธินัก ส่วนคนตัวโตก็ได้แต่กลั้นยิ้ม พอจะเข้าใจความหวาดหวั่นของสาวน้อยอยู่บ้าง แต่ก็ยังอยากกลั่นแกล้งด้วยความเอ็นดู จึงยิ่งกระซิบเสียงกระเส่า     “ออกกำลังสักนิดดีไหม จะได้หายหนาว”     “ออกกำลัง?” สาวน้อยอุทานเสียงหลง ออกกำลังอะไรกันตอนมืดค่ำป่านนี้! ยิ่งคิดก็ยิ่งงง     “ใช่! ออกกำลัง ก็...กิจกรรมเข้าจังหวะไง” เสียงกระซิบตอนท้ายยิ่งแผ่วพร่า แถมยังมีลมหายใจอุ่นๆ ลอยมาปะทะข้างแก้มเป็นระยะๆ อีกด้วย     บุณฑริกเบิกตากว้างเมื่อถูกชวนไปทำ ‘กิจกรรมเข้าจังหวะ’ เธอไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้จักศัพท์สแลงที่ใช้แทนความหมายของกิจกรรมแบบนั้นของหนุ่มสาวสมัยนี้เสียหน่อย มือเล็กจึงทุบอกกว้างของคนที่กกกอดตนเองอยู่เป็นพัลวัน     “อีตาบ้า! ลามกที่สุด!”
ดวงใจพยัคฆา
ยามาระตี
www.mebmarket.com
นักแสดงหนุ่มขวัญใจสาวเล็กสาวใหญ่  นฤเคนทร์  พัฒนามนตรี  ต้องมาสูญเสียความมั่นใจแบบสุดๆ เมื่อถูกสาวปริศนาชิ่งหนียามเช้าโดยไม่ทันรู้ตัว          ให้ตายสิ! รู้ถึงไหนอายถึงนั่น คาสโนวาหน้าหยกอย่างเขาถูกฟันแล้วทิ้ง!            งานนี้แม่คุณต้องรับผิดชอบ แบบนี้มันหยามกันชัดๆ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินตะแคงหาเขาก็จะทำ          เพราะความอยากช่วยเพื่อนทำให้สาวน้อยแสนซื่อ  ตระการตา  บูรณะรักษ์  ต้องเข้าไปพัวพันกับหนุ่มหล่ออันตรายอย่างนฤเคนทร์ จนสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตสาวให้เขา แล้วจากมาอย่างเงียบๆ แต่เขากลับไล่ล่าถามหาความรับผิดชอบจากเธอ เขาน่ะผู้ชาย...เสียหายอะไร เธอละงงกับตรรกะของเขาจริงๆ          “คุณคิดว่าจะรับผิดชอบผู้ชายที่เสียตัวให้คุณยังไงล่ะ”          “สะ...สะ...เสียตัว?”          “ใช่! หรือจะเถียงว่าคืนนั้นผมไม่ได้เสียตัวให้คุณ”          “แต่ว่า...แต่คุณเป็นผู้ชายนะคะ”          “แล้วยังไง เป็นผู้ชายแล้วเสียตัวไม่ได้เหรอ เสียก็คือเสียนั่นแหละ จะครั้งแรกหรือครั้งไหนมันก็เสียเหมือนกัน ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเป็นพวกกดขี่ทางเพศ”          “กดขี่ทางเพศ? แล้วคุณจะเอายังไงล่ะคะ”          “เอาคุณ”           “พูดอะไรของคุณน่ะ จะบ้าเหรอ”          “ไม่บ้าหรอก คิดอะไรอยู่ กิ๊วๆ เต่าทะลึ่ง”           “ฉันไม่ได้ทะลึ่งนะคะ ก็คุณ...ก็คุณ...”           “ที่ผมบอกว่าเอาคุณน่ะ คือจะเอาตัวไปใช้หนี้”           “หนี้? หนี้อะไรคะ ฉันไปเป็นหนี้คุณตั้งแต่เมื่อไร”          “ก็ตั้งแต่วันนั้นแหละ”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

266 ความคิดเห็น