เสน่หาพยัคฆินทร์

ตอนที่ 27 : อยากมีเมียจนตัวสั่น (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,403
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    24 พ.ค. 62



คำถามของบิดาทำให้สีหราชขมวดคิ้วมุ่น เพราะคิดว่าน่าจะมีอะไรนอกเหนือจากการที่ตนเองพาบุณฑริกหายไปตั้งแต่เมื่อวาน เขารู้ดีว่าทั้งพ่อและแม่รวมถึงปู่น่าจะดูออกว่าเขาคิดอย่างไรกับบุณฑริก จริงอยู่ที่ท่านอาจไม่พอใจในการกระทำของเขา แต่เขาก็ดูออกว่าแทบจะทุกคนในบ้านถือหางตนเองอยู่พอสมควร ไม่อย่างนั้นมีหรือที่จะหาทางให้บุณฑริกอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก อารมณ์โกรธเกรี้ยวเกินพิกัดนั่นน่าจะมาจากสาเหตุอื่นอีก


“ผมรับผิดชอบการกระทำของผมเสมอครับพ่อ” สีหราชเอ่ยเสียงหนัก


พ่อเลี้ยงพงศ์พยัคฆ์หลับตาพร้อมทั้งถอนหายใจยาวเหยียด รู้ตัวว่าตนเองเอาอารมณ์ผิดหวังและขุ่นเคืองมาลงกับลูกมากเกินไป เสียงที่เอ่ยตอบบุตรชายจึงอ่อนลงบ้าง “รู้ไหมว่าตั้งแต่แกก่อเรื่องมานี่ พ่อฟังคำนี้มากี่ครั้งแล้ว”


“พ่อหมายความว่ายังไงครับ” สีหราชถามด้วยความงุนงง


“ยายเกรซ” พ่อเลี้ยงพงศ์พยัคฆ์เอ่ยพร้อมทั้งถอนหายใจยืดยาว


ชื่อของน้องสาวอันเป็นสุดสวาทขาดใจของคนทั้งบ้านทำให้สีหราชกวาดสายตามองหาเกสรีทันที แต่กลับไม่ปรากฏว่าเธออยู่ที่นี่แต่อย่างใด นฤเคนทร์ก็พลอยหายไปด้วย


ลางสังหรณ์แปลกๆ เกิดขึ้นทันทีที่มองสบกับแววตากระวนกระวายของศารทูลเมื่อฝ่ายนั้นได้ยินชื่อของเกสรี จึงได้แต่ถามบิดาด้วยเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น “เกิดอะไรขึ้นกับน้องครับพ่อ”


“มีคนเห็นยายเกรซกับคุณศารทูลที่กระท่อมเมื่อคืนนี้” พ่อเลี้ยงพงศ์พยัคฆ์สูดลมหายใจลึกเพื่อพยายามระงับอารมณ์เมื่อนึกถึงตอนแรกที่ได้ยินเรื่องดังกล่าว ก่อนจะเอ่ยต่อไปเมื่อพอจะควบคุมความรู้สึกได้บ้าง “เขาบอกว่าสองคนนั่นจูบกัน”


ได้ยินแค่นั้นสีหราชก็ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม ก้าวพรวดๆ ไปหาคู่กรณีของเกสรีแล้วประเคนกำปั้นลงไปบนใบหน้าของฝ่ายนั้นสุดแรงท่ามกลางเสียงกรีดร้องของทั้งแม่เลี้ยงรินรดาและบุณฑริก


“แกทำอะไรยายเกรซ ไอ้เลว!” สีหราชกระชากคอเสื้อหนุ่มเมืองกรุงขึ้นมาพร้อมทั้งตะคอกถาม


“แกถามคำถามนี้กับตัวเองหรือเปล่าตอนพายายปิ๊กหายไปทั้งคืน ไอ้ชั่ว!” ศารทูลเองก็ไม่ลดราวาศอกแต่อย่างใด มือทั้งสองก็กระชับคอเสื้อของอีกฝ่ายไว้เช่นกัน


“ไม่ต้องมาเสือก!


“คงไม่ได้ ยายปิ๊กน่ะว่าที่คู่หมั้นฉันโว้ย!” ศารทูลเข่นเขี้ยวตอบ แม้จะไม่ได้คิดอะไรกับบุณฑริกเกินกว่าความเป็นน้อง แต่ก็รู้ดีโดยสัญชาตญาณว่าการบอกแบบนี้จะทำให้ฝ่ายนั้นคลั่งจนหาความสุขไม่ได้ ตอบแทนกำปั้นที่หมอนั่นใส่มาแบบไม่มียั้ง ซึ่งก็ได้ผลตามที่ต้องการ เพราะมันทำให้สีหราชถึงกับคลั่งไปจริงๆ


“แต่เขาเป็นเมียฉัน แกได้ยินไหมว่าปิ๊กเป็นของฉัน! อย่าสะเออะมาอ้างสิทธิ์อีก แล้วไสหัวไปจากที่นี่ก่อนที่ฉันจะฆ่าแก!” สิงห์หนุ่มคำรามด้วยความกราดเกรี้ยว เขย่าคอเสื้อจนอีกฝ่ายหัวสั่นหัวคลอนแล้วผลักจนเซถลาไปกองอยู่ที่พื้น อารมณ์โมโหจนหน้ามืดทำให้ลืมตัวว่าวาจานั้นพาดพิงให้บุณฑริกเสียหายเพียงใด และเวลานี้หญิงสาวมีสีหน้าแบบไหน


แม่เลี้ยงรินรดาและบุณฑริกตกใจจนแทบสิ้นสติกับการปะทะกันของทั้งคู่ โดยเฉพาะบุณฑริกที่นอกจากจะตกใจแล้วยังอับอายต่อเรื่องที่สีหราชโพล่งออกมาเมื่อสักครู่อีกด้วย การที่เขาพาเธอหายไปทั้งคืนทุกคนก็คงคาดเดาไปต่างๆ นานาอยู่แล้ว ควรหรือที่เขาจะเอ่ยมันออกมาโดยไม่นึกถึงความรู้สึกของเธอสักนิด ยิ่งศารทูลถูกทำร้ายโดยไม่มีใครคิดห้ามปรามก็ยิ่งเสียใจ ดังนั้นในจังหวะที่ศารทูลถูกเหวี่ยงลงไปกองที่พื้น หญิงสาวจึงถลาเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงปนกับรู้สึกผิด


“พี่เดียว! เป็นยังไงบ้างคะ” น้ำเสียงห่วงใยนั้นยิ่งเท่ากับจุดไฟพิโรธให้สิงห์หนุ่มเข้าไปอีก


“ถอยออกมาเดี๋ยวนี้นะปิ๊ก!” สีหราชตวาดลั่น ถลันเข้าไปจะคว้าตัวเธอให้แยกออกจากศารทูล แต่กลับถูกมือเล็กของเธอปัดมือทิ้งอย่างไม่ไยดี


“คุณนั่นแหละที่ถอยออกไป” บุณฑริกเอ่ยเสียงเรียบ มองเขาด้วยแววตาผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด


“นี่คุณเข้าข้างมันเหรอ!” สีหราชตวาดลั่นเมื่อพบกับอาการแข็งขืนของคนรัก


“ฉันไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้น แต่ทนไม่ได้ที่คุณทำตัวป่าเถื่อน ที่เรื่องทุกอย่ามันยุ่งแบบนี้เริ่มต้นที่ฉันทั้งนั้น ถ้าจะเอาเรื่องก็ควรโทษฉัน ไม่ใช่พี่เดียว”


“อย่ามาออกรับแทนผู้ชายคนอื่น! อย่าเด็ดขาดบุณฑริก!” สีหราชตวาดพร้อมทั้งจ้องเธอเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ


คนถูกจ้องไม่สนใจเขา แต่กลับหันไปประคองศารทูลให้ลุกขึ้น พร้อมทั้งตั้งคำถามเสียงอ่อน “มันเกิดอะไรขึ้นคะพี่เดียว”


ศารทูลสบตาคนที่เปรียบเหมือนน้องสาวครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังสมาชิกของครอบครัวพัฒนามนตรีทุกคน ยกเว้นก็แต่สีหราชที่ยืนตีหน้ายักษ์อยู่ แล้วก็เลื่อนสายตามาหยุดอยู่ที่หญิงสาวที่ยืนเกาะแขนเขาอยู่ก่อนจะตอบคำถามอย่างหนักแน่น “ตามที่พ่อเลี้ยงพูดเมื่อสักครู่นั่นแหละ คุณเกรซอยู่กับพี่เมื่อคืน”


บุณฑริกกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แม้จะทราบเรื่องจากพ่อเลี้ยงพงศ์พยัคฆ์บ้างแล้ว แต่การที่ศารทูลสารภาพเองกับปากก็ยิ่งรู้สึกหนักอก หันไปมองสีหราชก็เห็นว่าดวงตาของฝ่ายนั้นยังลุกเป็นไฟอยู่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! เธองุนงงเสียจนหลุดปากถาม “มันเกิดอะไรขึ้นคะพี่เดียว”


“พี่จะไม่พูดอะไรให้คุณเกรซเสียหายเด็ดขาด บอกได้แต่ว่าพี่พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง”


คำตอบกำกวมของเขาทำให้สมาชิกครอบครัวพัฒนามนตรีแต่ละคนจินตนาการไปไกลจนหนักใจอีกรอบ แม้จะโกรธกรุ่น แต่ก็มีความพอใจแฝงอยู่ที่ศารทูลยืนยันมั่นคงและไม่หนีหน้าไปไหน ถึงแม้เกสรีจะยืนยันว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม


“แล้วพี่เดียวจะทำยังไงคะ” บุณฑริกถามกับศารทูลอีกครั้ง


“พี่จะให้ป๊ากับหม่าม้ามาคุยกับพวกคุณอาให้เรียบร้อย ที่ยังอยู่นี่พี่รอปิ๊กนั่นแหละ อยากดูให้เห็นกับตาก่อนว่าปิ๊กปลอดภัยดีไหม” ศารทูลบอกสิ่งที่ตนเองเจรจาในเบื้องต้นกับทุกคนที่นี่ไว้แล้ว


“ปิ๊กปลอดภัยดีค่ะ งั้นเดี๋ยวเรากลับกรุงเทพฯ พร้อมกันเลยก็ได้ ปิ๊กจะอธิบายให้ทุกๆ คนฟังเองค่ะว่าทุกเรื่องเป็นความผิดของปิ๊กเอง” บุณฑริกเอ่ยกับศารทูลอย่างหนักแน่น แต่อีกคนที่ได้ยินถึงกับคำรามก้อง


“ว่าไงนะ! คุณจะไปไหนฮึบุณฑริก!


“ฉันจะกลับกรุงเทพฯ กับพี่เดียวค่ะ”


“ใครอนุญาต! คุณไม่มีสิทธิ์ไปไหนกับผู้ชายอื่นอีกแล้ว มานี่!” สิงห์หนุ่มถลันเข้ามาจะคว้า แต่หญิงสาวก็เบี่ยงกายหลบพร้อมทั้งจ้องเขาเขม็ง


“ฉันต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ฉันก่อขึ้นค่ะ ฉันทนไม่ได้ที่พี่เดียวเขาต้องมารับเคราะห์อย่างนี้” หญิงสาวพยายามอธิบาย


“คุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ลืมแล้วหรือว่าเมื่อคืนผมบอกว่ายังไง” สีหราชถามเสียงขุ่น


“มันเป็นคนละส่วนกันค่ะ”


“คิดใหม่ซะ! คุณเป็นของผมทั้งหมด จะแบ่งส่วนไหนให้ใครไม่ได้ทั้งนั้น!” สีหราชเอ่ยเสียงดุ ทั้งโกรธเคือง ทั้งหวงแหน เขาไม่ต้องการจะแบ่งเธอให้ใครทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้ชายคนนี้! นอกจากความไม่ชอบขี้หน้าเพราะเรื่องของบุณฑริกเป็นทุนเดิม ตอนนี้ยังเพิ่มเติมเรื่องของเกสรีเข้าไปอีก


“คุณก็ควรคิดใหม่เช่นกันค่ะ อย่าเอาแต่อารมณ์ และอย่าเอาความผิดทั้งหมดโยนให้พี่เดียว คุณควรจะรู้ดีกว่าใครว่าสาเหตุของเรื่องนี้คืออะไร และใครคือคนผิดที่แท้จริง อย่าเอาความโกรธมาบังหน้าเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง ฉันกล้าที่จะยอมรับผิด คุณล่ะคะกล้าหรือยัง”


น้ำเสียงหวานใสเรียบเย็นแต่ความหมายแสบร้อนจนสิงห์หนุ่มบดกรามแน่น เพราะเมื่อใคร่ครวญตามที่เธอพูดแล้วมันเป็นจริงตามนั้นทุกอย่าง สาเหตุของเรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากการที่เขาพาตัวบุณฑริกไปจากไร่ตั้งแต่เมื่อวาน หากเขาไม่ทำอย่างนั้น คนที่อยู่กับศารทูลเมื่อคืนย่อมไม่ใช่เกสรี แต่เขาจะทนได้หรือที่จะให้เป็นเช่นนั้น หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็คงเลือกที่จะทำแบบเดิมอยู่ดี


“แล้วนี่ยายเกรซไปไหนครับ” สีหราชหันไปถามมารดาบ้าง


แม่เลี้ยงรินรดาถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบคำถามของบุตรชาย “พอคุณศารทูลบอกว่าจะพาผู้ใหญ่มาเจรจาก็เก็บเสื้อผ้าหนีไปบ้านคุณยายแล้วละ”


“แล้วยายจุ๊บล่ะคะ ยายจุ๊บไม่ได้อยู่ที่กระท่อมด้วยเหรอคะถึงได้เกิดเรื่องอย่างนี้ได้” บุณฑริกสอบถามขึ้นมาบ้างเพราะคิดว่าตระการตาน่าจะอยู่ที่กระท่อมด้วย ศารทูลกับเกสรีไม่น่าจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง


คราวนี้บรรดาผู้ใหญ่ถอนใจกันอีกเฮือกเมื่อนึกถึงคนที่บุณฑริกถามถึง นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ครอบครัวพัฒนามนตรีอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเกิดเรื่องกับลูกสาวคนเล็ก เพราะคนของตัวเองก็ใช่ว่าจะดี แต่ละคนฉกตัวลูกสาวชาวบ้านไปทั้งคู่


ฮ่าๆๆ มันชุลมุนชุลเก สลับคู่กันไปหมดค่ะ

รักวุ่นๆ ของบรรดาเสือสิงห์จะลงตัวหรือเปล่า มาเอาใจช่วยพวกเขาไปด้วยกันนะคะ

ฝากโหวต เมนต์ และแอดแฟนเป็นกำลังใจด้วยนะคะ

รางวัลจะสุ่มแจกจากเมนต์ และคนที่แอดแฟนเหมือนทุกเรื่องค่ะ

รักมากมาย >< ยามาระตี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

266 ความคิดเห็น

  1. #206 mewmew8361 (@mewmew8361) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 14:45
    เรื่องนี้ออกอีบุ๊คเมื่อไหร่คะ
    #206
    0
  2. #205 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 13:25
    เห็นรูปปกแล้วขำมาก555
    #205
    0
  3. #204 malatee2499 (@malatee2499) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 10:19
    อิพี่เดียวก็เนอะ จะรับผิดชอบอย่างเดียว
    #204
    0
  4. #130 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 19:37

    ตามกลับกรุงเทพฯ ให้เร็วเลยเสือเดียว

    #130
    0
  5. #129 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 08:45
    ตามติดๆๆๆๆๆ
    #129
    0