สิเน่หาสัญญารัก พิมพ์กับสำนักพิมพ์ Sugar Beat

ตอนที่ 6 : กระท่อมรัก อัพ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    18 มี.ค. 55




 


ตอนที่ 6 กระท่อมรัก อัพ100%

 

องค์รัชทายาทนิโคไร รับสั่งให้เธอหมอบอยู่เงียบๆ แล้วเร้นพระวรกาย ไปที่ต้นไม้ใหญ่ริมเนินเขา ใช้เป็นที่กำบังพระองค์ ทรงมองลงไปที่ถนนดินสายเล็กๆ ที่มีรถบรรทุก กระบะไม้แบบคนในชนบท สำหรับใช้ขนส่งพืชผักผลไม้จากไร่ไปส่งในเมือง แล่นผ่านไปช้าๆ ทรงมองนาฬิกาที่ข้อพระหัตถ์ เงยพระพักตร์ขึ้นมองท้องฟ้า ทรงกะเวลานัดในพระทัย และดำเนินกลับมาทอดพระวรกายลง ทรงรวบรั้งร่างบางให้หนุนท่อนพระกร และทรงหันพระวรกาย มาทอดสายเนตรมองหน้าหญิงสาว ทรงเด็ดดอกดาวกระจายสีสด มาทัดหูประทานให้ ด้วยรอยแย้มสรวลบางๆ จดจุมพิตลงบนแก้ม

“ องค์หญิงศัลยาของผม ผมขอบคุณคุณมากนะ ที่ยินยอมมาลำบากด้วย เราจะผ่านความทุกข์ยากไปด้วยกัน และเมื่อถึงวันของเราเมื่อไหร่ ผมจะให้คุณทุกอย่าง เท่าที่คุณต้องการ และผมสามารถหาให้คุณได้ อดทนนะศัลยา “

“ คุณรู้มั้ยคะ......ว่าคุณเปลี่ยนไปจากอัสวาคนเดิม ที่ศัลรู้จักมากเหลือเกินนะคะ คุณหวานจนศัลกลัว และเอ่อ......จู่โจมศัลจนเกินไป จนศัลตั้งตัวไม่ทัน อัสวาคนเก่าที่ศัลรู้จัก จะเพียงแต่ยิ้มๆเครียดขรึมอยู่เสมอ และไม่เคยเปิดเผยอะไรมากมายขนาดนี้ จนศัลรู้สึกเหมือนคุณไม่ใช่อัสวา คนที่ศัลรู้จักที่เมืองไทย “ เธอเอ่ยความในใจให้ทรงทราบ

“ ศัล......ในขณะที่อยู่ในเมืองไทย ผมอยากทำแบบนี้ อยากบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในใจ อยากกอดคุณจูบคุณ ทุกครั้งที่ได้พบคุณ แต่ผมทำไม่ได้ เพราะรู้ว่ามันจะกลายเป็นความผูกพัน ที่จะสร้างความทรมาน ในยามที่ต้องจากกัน เพราะเพียงแค่หัวใจผูกพัน ก็ยังทุรนทุรายจนทนแทบไม่ได้ ผมห้ามใจตัวเองทุกวันนะศัล “ รับสั่งบอกเล่าด้วยสีพระพักตร์เรียบเศร้า  

ตาสวยสบเนตรพราวหวาน แล้วสะเทิ้นเขินเก้อ แก้มแดงระเรื่อขึ้น และรีบเมินสายตาหนี

“ ศัลไม่ได้เหมาะสม ที่จะเป็นเจ้าหญิง มันไม่ง่ายนักหรอกค่ะ ที่จะจับคนอย่างศัลยา ไปอยู่ณ.จุดนั้นได้อย่างสง่างาม ศัลไม่รู้ขนบธรรมเนียมอะไรในวังเลยแม้แต่น้อย ศัลหนักใจค่ะอัสวา “  เธอทูลแล้วหลุบเปลือกตาลง

“ ศัลยา.......อย่ากังวลเลยนะ ทุกอย่างเรียนรู้ได้นะครับ แล้วผมจะเริ่มสอนคุณดีมั้ย และพอไปถึงในวัง ผมมีพระนมนะ เขารักผมและเป็นคนที่ให้ความอบอุ่นกับผม และเขาจะรักคุณ และก็สอนคุณทุกอย่าง ขอเพียงให้เราได้มีโอกาสกลับเข้าไปเท่านั้น เชื่อผมนะ “

คำรับสั่งทำให้เธอรู้ว่า อุปสรรคยังหนักหนาสาหัสนัก และอาจจะไม่มีลมหายใจที่จะรอดไป ถึงในเมืองด้วยซ้ำ ซึ่งก็น่าจะใช่ เพราะดูเหมือนชีวิตจะแขวนไว้กับความเสี่ยง จากการตามล่าอยู่ตลอดเวลา เพราะพระองค์ชาย เป็นเป้าหมายที่ฝ่ายกบฏต้องการพระองค์มากที่สุด ......

“ อย่าทำหน้าหวาดหวั่นอย่างนี้สิที่รัก เอ่อ.......ผมมีที่หลบซ่อน ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเราก่อนจะเข้าวัง เพียงแต่เราจะต้องพยายาม ไปให้ถึงที่โลฮาให้ได้เท่านั้น ผมกะว่าประมาณอีกสองวัน ถ้าแผนของเราไม่พลาด เราก็จะไปถึงที่นั่น “

ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามอะไร เสียงเครื่องยนต์ก็แล่นตึ่กๆเข้ามา และยังคงติดเครื่องจอดอยู่อย่างนั้น

“ ศัล......หลบอยู่ตรงนี้ก่อนนะ “

พระองค์ชายรับสั่งและรีบประทับยืน และทรงวิ่งไปเร้นพระวรกาย ที่ต้นไม้ต้นนั้นอีกครั้ง และทรงเพ่งมองเงียบๆไปที่รถบรรทุกข้าวโพด และครู่หนึ่งเสียงเครื่องยนต์ก็เงียบสนิทลง มีเสียงร้องเพลงสไตล์คันทรี่ ลอยลมมา เนื้อเพลงบรรยายถึงความสุขของชีวิตชาวไร่ ที่ทำให้องค์นิโคไรทรงมั่นพระหทัยทันที เพราะเป็นการส่งสัญญาณจากอีกฝ่าย ที่ราชองครักษ์วังมิง ได้กราบทูลไว้ทุกประการ

ทรงพาเธอไต่เนินเขาลงมา ชายชราในเครื่องแต่งกาย ชาวไร่ซึ่งลงมายืนร้องเพลงอยู่ข้างรถ หันมาเห็นพระองค์ชาย ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัย เบิ่งตามองมาที่พระองค์ชาย ด้วยสีหน้าปิติน้ำตาเอ่อคลอ รีบวิ่งเข้ามาคุกเข่า กอดข้อพระบาทไว้ กราบทูลด้วยเสียงสะอื้นไห้ทันที

“ ฝ่าบาท ฝ่าบาทของอังลี จำเกล้าหม่อมฉันได้มั้ยพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันคืออังลี เป็นมหาดเล็กข้าของพระองค์ชายน้อย ที่เคยถวายงานในห้องแต่งพระองค์ ตั้งแต่ฝ่าบาทยังทรงพระเยาว์ เกล้าหม่อมฉันปลื้มปิติเหลือเกิน ที่มีบุญได้มาถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระบาทอีกครั้งฮือๆๆ “

“ อังลี.......ทำไมเราจะจำเจ้าไม่ได้ล่ะ หึๆ “ รับด้วยรอยสรวลในลำพระศอเบาๆ

รับสั่งของพระองค์ ยิ่งทำให้ชายชราร้องไห้ สะอึกสะอื้นจนกายสะเทือน ทั้งที่ยังหมอบกายกอดข้อพระบาทไว้ ซึ่งทำให้ศัลยารู้สึกซาบซึ้ง กับความจงรักภักดีของผู้เฒ่าอย่างเหลือเกิน เธอหันไปมองพระพักตร์ของพระองค์ ที่ทรงแย้มสรวลบางๆ ซึ่งเธอก็รู้ได้จากสายเนตร ที่ทรงทอดมองชายชรา ว่าพระองค์ทรงเต็มตื้นในพระหทัยมากนัก

อังลีเงยหน้าขึ้นกราบทูล ด้วยเสียงสั่นเครือขึ้นอีก “ หลายปีผ่านมา ข่าวของฝ่าบาทเงียบหายไป มีแต่เพียงข่าวลือ ว่าฝ่าบาททรงสิ้นพระชนม์ชีพแล้ว บ้างก็ลือว่าพระองค์ทรงถูกจับไว้ในต่างประเทศ บ้างก็ลือว่าฝ่าบาททรงศึกษาอยู่ในยุโรป ประชาชนต่างก็สับสน แต่พวกข้าราชบริพารเช่นเกล้าหม่อมฉัน มั่นใจว่าฝ่าบาทยังทรงมีพระชนม์ชีพ และก็รอคอยฝ่าบาททุกลมหายใจ และเมื่อได้ข่าวจากราชองครักษ์วังมิง ทำให้เกล้าหม่อมฉันปลาบปลื้ม และยิ่งได้ถวายงานอีกครั้ง เกล้าหม่อมฉันก็ดีใจจนกราบทูล ไม่ถูกพระเจ้าค่ะ ฮือๆๆๆ “

“ อังลีเราจำเจ้าได้เสมอ เราดีใจนะที่ได้พบเจ้าอีก พาเราและพระชายาไปจากตรงนี้ก่อนเถอะ เหตุการณ์ไม่น่าวางใจนักมิใช่รึ แล้วเราค่อยคุยกันทีหลังนะ “ รับสั่งด้วยรอยสรวลบางๆ และทรงก้มลงแตะบ่าชายชราเบาๆ

“ ขอพระราชทานอภัยพระเจ้าค่ะ เกล้าหม่อมฉันดีใจ จนลืมไปหมดทุกอย่าง ทูลเชิญเสด็จเถอะพระเจ้าค่ะ “

ชายชราซึ่งเป็นข้าราชบริพาร ซึ่งพ้นเกษียรรีบกราบทูลเชิญ และปลายตามองเธอนิดหนึ่ง ด้วยสายตาประหลาดใจ แต่ก็ก้มศีรษะถวายความเคารพ ทั้งสองพระองค์ ก่อนที่จะรีบวิ่งไปที่ท้ายกระบะ ที่ได้จัดเตรียมไว้อย่างดีแล้ว โดยมีที่ว่างที่กันไว้ด้วยกระสอบ ให้ได้พอประทับนั่ง และรีบวางเรียงฝัก ข้าวโพดลงบนตระกร้าสี่เหลี่ยม บนแผ่นไม้ที่พาดวางบนคันกะบะไม้ที่กั้นขึ้นสูง เหนือพระเศียร เพื่อให้มีอากาศหายใจ พร้อมทั้งกราบทูลไปด้วย

“ เกล้าหม่อมฉันได้จัดคนมาช่วย ถวายความอารักขาฝ่าบาท ด้วยนะพระเจ้าค่ะ พวกเขาจะคอยเข้าช่วยเหลือเกล้าหม่อมฉัน ถ้าเกิดเจอการตรวจค้นของพวกมัน “

“ ขอบใจนะอังลี เราจะไม่ลืมบุญคุณของเจ้าในครั้งนี้ “

ทรงเหลียวมองรอบพระวรกาย ที่มีฝักข้าวโพดสูงท่วมกระบะไม้ อังลีนำผ้าใบผืนใหญ่มามัดคลุมอีกชั้น และรีบขับเคลื่อนรถออก ส่งเสียงร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี ดังลั่นถนนไปเรื่อยๆ

“ ศัลทนอึดอัดสักพักหนึ่งนะ ผมสงสารคุณจัง “

“ ไม่เป็นไรค่ะ ศัลจะอดทน ขอเพียงให้คุณรอดไปได้ ศัลก็ดีใจนะคะ ประชาชนพูริมบังต้องการคุณ เขายังจงรักภักดีต่อคุณ ศัลเข้าใจความรู้สึกนี้ดีค่ะ “

รถแล่นไปช้าๆบนถนนดินขรุขระ ประมาณครึ่งชั่วโมง เสียงเครื่องยนต์ของรถกำลังแรง ก็ดังไล่หลังแว่วเข้ามา และเมื่อเทียบข้างรถของอังลี ก็มีเสียงร้องถาม

“ ตาเฒ่า......หยุดให้ตรวจหน่อยสิ แกบรรทุกอะไรไว้ท้ายรถ “

อังลีเบรคเบาๆ และเอ่ยตอบ“ ข้ากำลังจะเอาข้าวโพดไปขาย ให้ที่ไร่อาตูน่ะคุณทหาร ไม่มีอะไรผิดกฎหมายหรอกจ้ะ “  อังลีตอบด้วยเสียงปรกติ

“ แกลงมาเปิดผ้าใบออก ให้ตรวจค้นหน่อยสิ “ เสียงตวาดขึ้น

“ ได้จ้ะ......” เสียงอังลีรับคำ เสียงเปิดประตูรถ แต่ไม่ดับเครื่องยนต์ และบ่นพึมพำขึ้น

“ นี่พ่อคุณรู้มั้ยว่า ข้าน่ะโดนตรวจมาหนหนึ่งแล้ว เมื่อครู่นี่เอง มีอะไรกันนักกันหนา ที่ต้องตรวจก็ไม่รู้ คนแก่อย่างข้าขึ้นๆลงๆรถน่ะมันลำบาก ขาแข้งก็ไม่ค่อยจะดี “

“ ตาเฒ่า......แกอย่าบ่นมากได้มั้ย ยามศึกสงครามมันก็แบบนี้แหละ และยิ่งเมื่อคืนคลังอาวุธทหารเมืองเผา แกจะไม่ให้เราตรวจคงไม่ได้หรอก คำสั่งให้ตรวจทุกพื้นที่ รถทุกคัน เรือทุกลำ ไม่เว้นใครทั้งนั้น “

เสียงอังลีปีนขึ้นมาบนกระบะ เพื่อแกะผ้าใบออก ด้วยการถ่วงเวลา ทำปมเชือกให้พันกัน และทำการปมช้าๆเสียงตวาดลั่นดังกร้าว ขึ้นอีก

“ นี่ตาเฒ่า......ทำอะไรให้มันเร็วหน่อยได้มั้ย งุ่มง่ามอยู่ได้ “

เสียงตวาดยังไม่พอ แต่เสียงเปิดประตูรถ และปิดดังปัง ! ตามมาด้วยเสียงรองเท้าโอ๊บทหาร หลายเสียง ย่ำลงบนพื้นดินข้างตัวรถ ศัลยารู้สึกได้ว่าตนเองและพระองค์ชาย ได้ตกอยู่ในวงล้อมของพวกกบฏ ไว้แล้วอย่างสิ้นเชิง

หญิงสาวหวาดกลัวจนกายสั่นระริก และหันกายเข้ากอดองค์นิโคไรไว้แน่น และทำให้พระองค์ทรงสวมกอดเธอไว้ แสงสว่างเริ่มส่งผ่านเข้ามา เมื่ออังลีค่อยๆแกะปมเชือก ที่มุมผ้าใบเผยออกขึ้นมุมหนึ่ง ทำให้ทหารกลุ่มนั้นเห็นฝักข้าวโพดที่กองอยู่มากมาย อังลีถ่วงเวลาด้วยการเอ่ยถาม

“ จะให้ข้าแกะเชือกออกทั้งหมดเหรอเปล่าล่ะพ่อหนุ่ม “

“ เฮ้ย......พวกมึงช่วยมันแกะออกสิ ไอ้เฒ่านี่มันเงอะงะสิ้นดี “ เสียงที่คงจะเป็นผู้คับบัญชาเอ่ยสั่งลูกน้อง

องค์รัชทายาทนิโคไร ทรงหยิบพระแสงปืนขึ้นมากำไว้ในพระหัตถ์ ทำให้ศัลยายิ่งหวาดหวั่น อยากจะทูลบอกว่าให้ทรงยอมแพ้ ยินยอมให้พวกมันจับไปดีกว่า ซึ่งยังอาจมีวิธีที่จะเจรจากันได้ เพราะถ้าสู้อาจจะโดนยิงจนสิ้นพระชนม์ชีพ  แต่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับริมฝีปาก เพราะแม้แต่จะหายใจ เธอก็ยังต้องกลั้นไว้ ด้วยเกรงว่าเสียงจะรอดออกไป ปมอีกข้างถูกแกะออก และเปิดกว้างขึ้น ด้วยฝีมือของทหาร

“ พวกมึงคุ้ยข้าวโพด ดูให้ทั่วๆ “

เสียงร้องสั่ง ทำให้ทหารนายหนึ่งปีนขึ้นมา บนกระบะท้าย ที่ทำให้ทั้งคู่รู้ว่าจวนตัวแล้ว และเมื่อเขาเริ่มคุ้ยจนใกล้จะถึงตัว ศัลยาใจสั่นระริกและหดขาเข้ามาเรื่อยๆ และมือหนาก็ใกล้เข้ามา หยิบฝักข้าวโพดโยนไปทางด้านหลัง จวนเจียนจะถึงตัว จนศัลยารู้สึกว่ากายเธอ เบียดเข้าหากันจนลีบเล็ก กลั้นลมหายใจไว้จนเหมือนจะขาดใจ  

แต่เสียงระเบิดก็ดังขึ้นสองลูกซ้อนๆ บึ้ม!! ทหารที่กำลังขุดคุ้ยกองข้าวโพดออกนายนั้นชะงัก และทหารทุกนายที่อยู่ข้างรถ ก็รีบหมอบราบลงด้วยสัญชาติญาณระวังภัย

“ เฮ้ย......ขึ้นรถๆ เร็วๆๆๆ ข้างหลังมีการปะทะ “

เสียงร้องสั่ง เสียงวิ่ง เสียงถอยรถดังขึ้นอย่างเร่งร้อน ในวินาทีสุดท้ายจริงๆ และทำให้ตาเฒ่าอังลี ฉวยโอกาสนั้นขึ้นรถขับออกมาทันที ศัลยาเข้ากอดองค์นิโคไรไว้แน่น

“ อัสวา......หัวใจศัลเกือบจะหยุดเต้น “ เธอเอ่ยเสียงสะท้านขึ้น

พระองค์ชายจดจุมพิตปลอบขวัญ และทรงนิ่งคิด ......น่าจะเป็นแผนของอังลี ที่หาคนมาคอยช่วยเรา เฮ้อ....กองกำลังพวกกบฏ คุมเข้มขนาดนี้ เราจะรอดไปถึงโลฮาได้ยังไงกัน แผนการที่วางไว้ คงจะลำบากมากขึ้น ถ้าเพียงเราคนเดียว ก็ไม่มมีปัญหาขนาดนี้ สงสารก็แต่ศัลยา หญิงสาวผู้ที่อยู่แต่กับความศิวิไลซ์ในเมืองหลวง มีแต่ความสะดวกสบาย มีชีวิตใสๆที่มีความสุข ดุจนกน้อยที่บินเริงร่า อยู่บนท้องฟ้ากว้าง เธอจึงร่ำร้องถึงความมีอิสระ

“ อัสวาคิดอะไรอยู่เหรอคะ “

“ ผมสงสารคุณน่ะศัล ผมรู้ว่าศัลไม่เคยลำบาก แต่นี่มันทั้งลำบากมาก และยังเสี่ยงอันตราย ที่ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันผมขอโทษนะศัล ที่ทำให้ชีวิตคุณต้องเปลี่ยนไป“

รับสั่งด้วยพระสุรเสียงทอดเศร้า ทำให้เธอสอดแขนกอด รอบพระวรกาย แนบแก้มไว้กับพระอุระ

“ อัสวาคะ....คุณบอกว่าคุณรักศัล และก็อยากให้ศัลอยู่กับคุณที่นี่ไม่ใช่เหรอคะ แล้วจะโทษตัวเองทำไมล่ะ ศัลเต็มใจที่จะอยู่เคียงข้างคุณแล้วนี่คะ และศัลก็จะอดทนทุกอย่าง และจะพยายามเป็นเจ้าหญิงให้ได้ด้วยค่ะ “

ทรงรู้ว่าเธอทูลปลอบพระทัย เพราะตลอดมาตั้งแต่เขายังเป็นนายอัสวา และยังไม่ได้บอกรักกัน เธอก็จะมีความปรารถนาดี ให้แบบนี้อยู่เสมอ ทรงจดปลายพระนาสิกลงบนเรือนผมสลวย

 “ ศัล......จำไว้นะ คุณเป็นลมหายใจของผม ไม่มีอะไรมาพรากผมไปจากคุณได้ นอกจากความตายเท่านั้น ผมภูมิใจนะที่รักคนไม่ผิด “

“ อย่าพูดเรื่องความตายสิคะ ศัลไม่อยากได้ยิน “

“ ครับผมจะไม่พูดอีก “

ทั้งคู่รู้สึกว่ารถได้เลี้ยวจากถนนที่วิ่งอยู่ ทำให้องค์นิโคไรขยับพระวรกาย ดึงฝักข้าวโพดข้างพระวรกายออก เพื่อมองทาง และทรงเห็นว่ารถได้เลี้ยวเข้ามาในเส้นทางเล็กๆ ที่สองข้างทางเป็นป่าละเมาะแน่นทึบ จนรถระกับกิ่งไม้สองข้างทาง และครู่ใหญ่ก็พบกับลานกว้าง ที่มีกระท่อมหลังเล็กๆน่ารัก ปลูกอยู่ระหว่างต้นไม้ใหญ่ รถของมาจอดสนิทลงหน้ากระท่อมหลังนั้น 

อังลีรีบลงเข้ามาปลดผ้าใบออก องค์นิโคไรทรงโอบรั้งร่างบางให้ยืนขึ้น ดำเนินพาลงจากรถ อังลีรีบคุกเข่าลงกราบทูลเชิญ และบอกว่ากระท่อมนี้ลูกชายได้สร้างไว้สำหรับ ที่จะใช้เป็นที่ฮันนีมูน หลังจากแต่งงาน ในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า ที่อังลีได้ขอให้ เป็นที่ประทับพักแรมของพระองค์ชาย

“ จะเป็นการไม่ควรนะอังลี ในเมื่อมันเป็นที่ฮันนีมูน ของลูกเจ้า เราไม่อยากรบกวนขนาดนั้น เพราะเรากับพระชายาจะแค่พักแรมชั่วคราว เพื่อรอวังมิง เราขอห้องเล็กๆในบ้านของเจ้าให้เราจะดีกว่านะ เราเกรงใจ “

อังลีรีบเข้ากอดพระเพลาไว้ทั้งสองข้าง เงยหน้าขึ้นกราบทูล “ ฝ่าบาททำไมรับสั่งเช่นนี้ ฝ่าบาทเป็นเจ้าชีวิตของพวกเรา แม้ชีวิตของเกล้าหม่อมฉันและครอบครัว ก็ยังทูลถวายได้ และถ้าฝ่าบาทได้ประทับแรมที่นี่ ก็จะเป็นมิ่งมงคลกับคู่บ่าวสาว อย่างหาที่สุดมิได้ อย่าทรงเกรงพระทัยเลยพระเจ้าค่ะ “

“ อังลีลุกขึ้นเถอะ “ รับสั่งแล้วทรงก้มลงโอบไหล่ชายชราขึ้น  

กระท่อมฮันนีมูนหลังเล็กๆ ที่ศัลยารู้สึกชอบใจตั้งแต่แรกเห็น เพราะเหมือนกระท่อมในนิทานที่ปลูกสร้างไว้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู ปลูกดอกไม้ละรานตาไว้รายล้อมกระท่อม ท่ามกลางบรรยากาศ ป่าเขาลำเนาไพร และไร่ข้าวโพดกว้างใหญ่ไพศาล สุดแสนโรแมนติค อังลีชี้ไปที่บ้านของตนเอง ที่เป็นบ้านหลังใหญ่แบบชาวไร่ ที่ปลูกอยู่ห่างออกไปพอสมควร แล้วค้อมกายนำเสด็จไปยังกระท่อม ด้วยกริยาดั่งธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติในวัง และไม่เคยลืมเลือน ลงคุกเข่าเปิดรั้วสีขาวถวาย และลุกขึ้นเดินก้มศีรษะน้อยๆสงบเสงี่ยม เดินไปไขกุญแจประตู และคุกเข่าลงกราบทูล

“ เมื่อครู่เกล้าหม่อมฉันขอพระราชทานอภัย ที่เกือบทำให้ฝ่าบาทต้องถูกพวกมันจับได้ “

“ แต่เสียงปืนเสียงระเบิด ก็เป็นฝีมือเจ้าไม่ใช่เหรออังลี “

“ พระเจ้าค่ะ ลูกชายของเกล้าหม่อมฉันเองพระเจ้าค่ะ “

“ ฝากบอกขอบใจเขาด้วยนะอังลี “

เมื่อประตูกระท่อมน้อยน่ารักได้ถูกปิดลง ศัลยามองภายในกระท่อม ด้วยรอยยิ้มเบิกบาน ในความน่ารักน่าเอ็นดู กับห้องนั่งเล่นเล็กๆ ที่ถูกจัดวางด้วยหมอนอิงใบใหญ่สีสวยๆที่พื้นปูด้วยพรมขนสัตว์ ฟูขาว ภายในบ้านหลังน้อย อวลกลิ่นหอมแปลกๆ เธอรีบวิ่งไปเปิดประตูห้องนอน และเมื่อเห็นเตียงที่ปูไว้เรียบตึง ศัลยาก็ร้องออกมาอย่างลืมตัว

“ ว้าวววว.....บ้านสวย น่ารัก เหมือนกระท่อมน้อย ในป่าใหญ่เลยค่ะอัสวา ที่นอนก็น่านอน ฮู๊ย!!!!วันนี้ศัลจะนอนให้สบายเลย ดีใจชะมัด เอิ๊กๆๆ“

เธอเอ่ยด้วยเสียงหัวเราะ เหมือนสาวน้อยศัลยา ในขณะที่อยู่เมืองไทย แล้วพุ่งหลาว คว่ำกายลงไปบนที่นอน พลิกกายไปมา และนอนหงายขึ้นซอยเท้าในอากาศ

แต่ไม่มีเสียงรับสั่ง ทุกอย่างในห้องเงียบกริบ ทำให้ศัลยารีบลุกขึ้นจากที่นอน หันมามององค์นิโคไร ที่ยังประทับยืนอยู่ที่ประตูห้อง ศัลยาเห็นสีพักตร์ขันๆ แววหวานกรุ้มกริ่มในสายเนตร ที่ทรงจับจ้องเธอนิ่งๆ ทำให้เธอได้สติยิ้มแหยๆ และรีบกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อนึกขึ้นได้ถึงรับสั่ง ......แล้วผมจะทำให้ศัลวิงวอน อาจจะภายในวันนี้ก็ได้นะ....... 

*“ เอ่อ......คือศัลรู้สึก เมื่อย เหนื่อย อ่อนล้าหมดแรง และก็ง่วงนอน ศัลนอนดีกว่า “ เธอรีบหาอุบาย พร้อมทั้งหันหลังให้ ทำท่าจะขึ้นเตียง แต่อ้อมพระกรหนา ทรงเข้าโอบเอวบางกอดไว้ รับสั่งที่ริมแก้ม

“ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ เราขะมุกขะมอมกันมากนะ จะนอนทั้งอย่างนี้ได้ยังไงล่ะ ดูสิ...... “ รับสั่งพร้อมทั้งทรงหยิบใยข้าวโพด บนเสื้อเธอยกให้ดู

“ ได้ค่ะ.....แต่ต้องไม่อาบด้วยกันนะคะ งั้นศัลไปอาบก่อนดีกว่า อิๆ  “ เธอหมุนตัวออกจากอ้อมพระกร ยื่นหน้ามาเอ่ยแยกยิ้มหัวเราะน้อยๆ แล้วรีบผลุนผลัน วิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป

 

หลังอาหารกลางวันแบบชาวไร่ ที่อังลีนำมาถวาย ศัลยาก็ตาปรือปิดปากหาว แล้วรีบเข้ามาในห้องนอน ด้วยแสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายในอากาศเย็นสบาย สายลมพัดปรู่ เข้ามาทางหน้าต่าง จนม่านสะบัดพลิ้ว กายบางนอนตะแคงมือซุกไว้ใต้หมอน หลับสนิทลงอย่างน่าสงสาร แก้มระเรื่อบนดวงหน้าสวย ที่แนบอยู่กับหมอนใบฟูนุ่ม สายเนตรระไล้ลงบนเรียวขาขาวเนียน ที่รอดออกมาจากฉลององค์เชิ้ต ทอดทับกันไว้ด้วยการนอนคู้กาย .......ศัลยางดงามเหลือเกิน ทรงรำพึงในพระหทัยด้วยรอยสรวลบางๆ ก่อนที่จะทรงทอดพระวรกาย ลงทมเคียงข้างเธอ ด้วยความที่ทรงอ่อนล้าเช่นกัน

จนลำแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ ได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ม่านแห่งรัตติกาล ค่อยๆโรยลงปกคลุมพื้นพิภพ พระวรกายสมาร์ทขยับเบาๆ ทรงลุกขึ้นมาจุดตะเกียงน้ำมันเล็กๆ ในห้องนอน และห้องนั่งเล่น และดำเนินกลับมา ในห้องนอนอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ทรงทอดพระวรกายลงเคียงข้าง ไล้ปลายหัตถ์ลงบนแก้มเนียน ทำให้แพขนตาหนากระพริบเบาๆ

ตาสวยลืมตามองพักตร์คมหล่อ สายเนตรสบสายตา ที่เริ่มออกแววระแวงตื่นๆ และด้วยพระหทัยที่ไม่อาจทานทนต่อความสนิทเสน่หาได้อีกต่อไป  อ้อมพระกรหนาทรงรั้งร่างบาง เข้ามาแนบพระวรกาย จดริมโอษฐ์ประทับลงบนกลีบปากที่เผยอจะห้าม ทรงบดเบียดล่วงล้ำพระชิวหารัดไล้ รุกราน พระหัตถ์หนาทาบทาบนแผ่นหลัง ร่างบางที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ต และไม่มีอาภรณ์ชิ้นน้อยๆใดๆ กลิ่นกายสาวกรุ่นอ่อน สร้างความวาบหวามในพระอุระ ความต้องการจากธรรมชาติ ดุจเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำลุกโชติช่วง และทำให้พระวรกาย ตึงเครียดเขม็งขึ้น พระภูษาที่ทรงเพียงพันพระวรกายท่อนล่างไว้ มิอาจปกปิดความรักที่ลุกโชน

“ ถวายตัวให้เราเถอะนะศัลยา “ รับสั่งด้วยพระสุรเสียงต่ำพร่า ที่ริมแก้มเบาๆ

“ เออะ......” เสียงออกมาจากลำคอเบาๆจากดวงตาตื่นตระหนก

และไม่ได้ทรงรอคำตอบรับหรือปฏิเสธ กลับทรงระไล้รอยจุมพิตลง บนซอกคอ พระอารมณ์ของเอกบุรุษ กระเจิดกระเจิงหวิวหวั่น เกินห้ามพระทัย ด้วยกลิ่นกรุ่นจากกายสาว เร่งเร้าให้ทรงกระสัน อาภรณ์บนกายบางปลิดปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว ร่างของหญิงสาวสะท้าน หัวใจสั่นหวิวกับการถูกจู่โจม ไม่ให้ได้ตั้งตัว

ทรงเลื่อนไล้พักตร์ลงบนอกอิ่ม พรมพราย จดจุมพิตลงเนื้อนางเนียนละเอียด พระมัสสุคมเคลียลงเป็นรอยแดง ด้วยแรงแห่งรักที่มิอาจทรงห้ามพระทัยทรงต้องการเพียงคำตอบรับ หรือคำวิงวอนเพียงเท่านั้น  

ความทรมานจึงบังเกิดขึ้นกับกายงาม เมื่อถูกทรมานด้วยพระชิวหา ที่ลากไล้ทำร้าย ลงบนบัวคู่งามทั้งดอมดม สูดกลิ่นความหอมหวาน กอบกำด้วยหัตถ์หนา จนกายบางสะท้านระริก ครวญในลำคอเบาๆ ด้วยบัวคู่งามไม่เคยต้องมือชาย ทรงดื่มด่ำลงบนความตูมตั้ง งดงามจากดอกนั้น ทรงเวียนเคล้าเชยชมมาดอกนี้ มือบางต้องยกขึ้นโอบพระพักตร์ไว้แน่น และในเมื่อมีเพียงเสียงครางครวญ จำต้องทรงเริ่มบททรมานเพื่อให้เธอวิงวอน

บรรยากาศงดงามโรแมนติค จากแสงสลัวของตะเกียงน้ำมัน ส่องแสงไหววูบ จับต้องลงบนเรือนกายเปลือยขาวเนียนที่อิดเอื้อนด้วยความรัญจวน เผยอริมฝีปากครางเบาๆ เมื่อจิตรกรเอก เริ่มลากไล้ปรายพู่กัน ลงบนโครงร่างผืนผ้าใบ ฉวัดเฉวียนปาดสี ลงบนกลีบดอกสวย แตะแต้มสีสันซอกซอน ลงบนเกสร กดปลายพู่กันลงไล้และตวัดหวาน

ร่างบางถึงกับสะท้านไหว มือบางกำริมหมอนไว้แน่น สมองเธออึงอล อารมณ์กระเจิดกระเจิง กายบางบิดเร่า ร้อนวูบวาบดังถูกกระแสไฟ เสียงครวญคร่ำดังแผ่วกระเส่า ในลำคอด้วยความทรมาน จนเจียนจะขาดใจ

“ อืม....อัสวา....ไม่ได้ค่ะ ศัลจะตายแล้ว ได้โปรด......ศัลจะขาดใจแล้ว ” เธอวิงวอนออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ความทรมานไม่ได้เกิด กับสาวน้อยเพียงฝ่ายเดียว แต่องค์นิโคไรก็แทบจะขาดพระหทัย และทรงเกรงว่าพระองค์เองจะทะลักทลายลงเสียก่อน พระวรกายกำยำ จำต้องทรงมอบพระหทัยอันแข็งแกร่ง แห่งองค์ราชันย์ ให้กับร่างบางในนาทีนั้น

“ อัสวา.......”

เสียงร้องกรีด กายสะท้านไหวเฮือก เมื่อกายถูกรุกรานล่วงล้ำ เจ็บปวดดังกายตนเอง เจียนจะปริแตก ทั้งกระถดหนี ทั้งดิ้นรนครวญพร่ำ

“ ไม่ได้ค่ะ เจ็บเหลือเกิน ไม่ได้...... ศัลจะตายแล้ว “ เสียงกรีดเสียงร้องในลำคอคร่ำครวญ กายบางสั่นระริก เครียดเกร็ง 

“ อดทนอีกนิดนะที่รัก เราจะผ่านไปช้าๆ “

เสียงกระซิบแผ่วที่ริมแก้ม พร้อมทั้งจดจูบขบเม้มลงบนใบหูเบาๆ น้ำตารินลงทางหางตาน้อยๆ หลายความรู้สึกถาโถมเข้ามา ในใจของหญิงสาว ที่บัดนี้ได้ยอมถวายมอบกายถวายตัว แด่องค์รัชทายาทพูริมบัง และไม่อาจปฏิเสธตนเอง ว่าด้วยความรักและความปรารถนา ที่เดินทางมาถึงพร้อมกัน

พระหทัยเข้มแข็งดุจหินผา ที่ถึงแม้จะทรงปวดแปลบ ในการดำเนินผ่านเส้นทางอันแสนคับแคบ แต่ก็ไม่ทรงผลีผลาม ที่จะทรงทำให้เวลาแห่งห้วงวิกฤติของเธอ ค่อยๆผ่านพ้นไปอย่างช้าๆ และให้เธอได้ลิ้มรสความสุขจากความทรมานอันแสนรัญจวน

หญิงสาวจับท่อนพระกรบีบเกร็ง เผยอริมฝีปากร้องคราง เพื่อระบายความเจ็บร้าว และรับจุมพิตจากริมโอษฐ์อุ่น ที่จดจุมพิตเนิ่นนาน ดังจะประโลมใจให้คลายความทรมาน และทรงพาเธอขึ้นอาชาเหยาะย่างช้าๆ เนตรคมหลับพริ้มทรงกัดพระทนต์ไว้อย่างอดทน เมื่อจวนเจียนที่จะทะลักทะลาย  แต่พระหทัยอันเข้มแข็ง จำต้องพาเจ้าอาชาตัวงาม ออกควบไปตามจังหวะหวาน และที่สุดก็เร่งกระชั้น ขึ้นเมื่อใกล้ถึงจุดหมาย

ทรงทอดพระวรกายลงเคียงข้าง จดจุมพิตลงบนเปลือกตา ยกปลายพระหัตถ์ ปาดน้ำตาบนแก้มเนียนประทานให้ พร้อมทั้งดึงกายบางเข้ามากอดไว้

“ โกรธผมเหรอศัล “  

ตาคู่สวยหลุบลง เห็นเพียงแพขนตาเปียกชื้น แสงสลัววูบไหวสาดให้เห็นแก้มแดงจัด และรีบซุกหน้าลงกับพระอุระ

“ ศัลยาทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวนะที่รัก เราสองคนรักกัน รักกันมานานมากแล้ว และการที่เราผูกพันกันทั้งใจและด้วยกาย จะทำให้เราสองคนมีลมหายใจเดียวกัน และไม่อาจให้ใครมาพรากเราจากกัน ผมกลัวการจากพรากนะศัล และผมก็จะกราบทูลเสด็จแม่ ถึงเรื่องของเรา ผมจะแต่งงานกับคุณคนเดียวเท่านั้น “ รับสั่งออกมาจากความรู้สึกที่ทรงหวาดหวั่น กับเส้นทางรัก ที่ทรงรู้ดีว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

“ คุณมีคนที่พระองค์ท่าน จะให้แต่งงานด้วยใช่มั้ยคะ “

“ ศัลยา.......ด้วยพระเกียรติยศ ขององค์รัชทายาทแห่งพูริมบัง ผมสัญญาว่า ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆที่ใครจะยกมาเอ่ยอ้าง ผมจะไม่แต่งงานกับใครเป็นอันขาด “ ทรงให้คำมั่นสัญญา พร้อมทั้งทรงยกมือเรียว ขึ้นจดริมพระโอษฐ์

* คำมั่นสัญญาจากดวงพระหฤทัย ซึ่งในที่สุดแล้ว พระองค์จะทรงทำได้หรือไม่ มาติดตามความรักต่างฐานันดรกันค่ะ ว่าทั้งคู่จะต้องจากพรากกันหรือไม่ ในเมื่อรักกันอย่างสุดหัวใจขนาดนี้ และใครจะมาเป็นผู้ช่วยของศัลยา รอคอมเม้นท์ของน้องๆนักอ่านทั้งเงา และไม่เงานะคะ *

 

         
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

497 ความคิดเห็น

  1. #488 oui (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 / 11:43
    สนุกมากค่ะ สู้กับคนก็เหนื่อยแล้ว มีปีศาจด้วย ชอบองค์ชาย สวีตมาก
    #488
    0
  2. #82 นางฟ้ารัมภา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2555 / 03:17
    ตอนจบทำเราน้ำตาซึมเลยคะ ซึ้งจัง
    #82
    0
  3. #72 lullana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 12:49
    เอากำลังใจจจจจจจจจจจจจจจจมาฝากกกกกกกกกกจ้าพี่บุษ
    #72
    0
  4. #71 ตาล แฟนใหม่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 11:44
    ลุ้นค่ะ น้องศัลสู้ๆชีวิตในวังแบบชิวๆนะจ๊ะ 55
    #71
    0
  5. #70 kano2540 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 21:10
    ก็เป็นเงาอีกคนขอแสดงตัวบ้าง555ขอเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์คนเก่งค่ะ
    #70
    0
  6. #69 Happy Peaw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 19:41
    ขอให้ทุกอยากผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เป็นกำลังใจให้พี่บุษคะ
    #69
    0
  7. #68 jeabkiss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 18:38
    เกือบแย่แล้วไหมล่ะ ลุ้นตัวโก่งเลย
    #68
    0
  8. #67 tungkn4841 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 13:46

    จะคอยดูคำมั่นสัญญาของเจ้าชายพูริมบัง ว่าจะรักและแต่งงานกับศัลยาคนเดียว  ..........อนาคตจะทำได้เหมือนกับตรัสไว้หรือไม่   .....รอไรเตอรืมา up ต่อ

    #67
    0
  9. #66 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 11:37
    ไรเตอร์ช่างเปรียบเปรยจัง นักอ่านเงาชักทนไม่ไหว ไม่เม้นไม่ได้แล้วค่ะ 555 ไรเตอร์น่ารักมาก ช่วยองค์ชายปิดประตูตีแมวเรียบร้อยโรงเรียนอัสวา 5555 เอาใจช่วยนะคะองค์ชาย ขอให้ผ่านอุปสรรคทุกอย่างไปให้ได้ ซาบซึ้งกับคำสัญญาจังค่ะ ส่งกำลังใจมาให้ไรเตอร์ด้วยค่ะ
    #66
    0
  10. #65 gemarco (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 04:51
    ขอให้องค์นิโคไลกับหนูศัลผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ด้วยดีเถอะ

    ขอบคุณไรเตอร์มากๆนะคะ มาเม้นท์ให้ทุกครั้งและเป็นกำลังใจด้วย
    #65
    0
  11. #63 Happy Peaw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2555 / 19:04
    พูดซะน่ากลัวเลย หวานมาก่อนขมเสมอ แต่ไม่เป็นไรค่ะความรักชนะได้ทุกสิ่ง อิอิ
    #63
    0
  12. #62 tungkn4841 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2555 / 16:39

    ความรักเป็นกำลังใจให้แก่กันและกันทำให้ทั้งคู่มีพลังที่จะต่อสู้กับภายนอกเพื่อไปให้ได้ถึงจุดหมายที่ต้องการ
    รอไรเตอร์มา up ต่อ 

    #62
    0
  13. #61 tookta12 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2555 / 15:11
    ยังไงก็ขอหวานก่อนจะขมนะคะไรเตอร์ เพราะถ้าขม.....คงแบบขมขื่น....ชีวิตในวังไม่ธรรมดา แอบเป็นห่วงน้องศัล หัวเดียวกระเทียมลีบ พระองค์ชายต้องจัดการกับกบฏ คงมีเวลาให้พระชายาน้อยมากๆ ในยามศึกสงคราม ถ้าพระองค์ชายไม่รีบผูกมัดน้องศัล ว่าที่พ่อตา .. ท่านฑูตมาพรากดวงใจแน่นอน 55
    #61
    0
  14. #59 จินนี่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2555 / 11:03
    นางร้ายจะออกตอนไหนค่ะเรื่องนี้



    แล้วศัลจะได้กลับบ้านมั้ย
    #59
    0