สิเน่หาสัญญารัก พิมพ์กับสำนักพิมพ์ Sugar Beat

ตอนที่ 4 : สัญญาจากดวงหฤทัย อัพ100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    15 มี.ค. 55

 
 


           

ตอนที่ 4  สัญญาจากดวงหฤทัย อัพ100 %

 

ทรงรวบกายเธอเข้ามากอด แต่ศัลยาดิ้นรนขัดขืน ผลักไส สะบัดกายหนี อย่างเอาเป็นเอาตาย ลอบมองพระอุระกว้างที่มีริ้วรอนอวดซิกแพก และไรพระโลมาสีน้ำตาลอ่อนๆ ประปรายจดลงไปถึงพระนาภี หายไปในภูษาที่เพียงพันไว้รอบบั้นพระองค์ เธอพยายามผลักไส แต่วงพระกรหนา รวบกอดไว้แน่น

" ไม่ต้องมากอด ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะ เห็นศัลเป็นคนโง่ใช่มั้ยล่ะ และทรงจำไว้ด้วย ว่าศัลเป็นคนไทย ศัลไม่ได้เป็นคนของพูริมบัง ที่คิดว่าจะข่มเหงรังแกยังไงก็ได้ ศัลเสียใจ ไม่นึกว่าคุณจะเป็นคนอย่างนี้ ฮือๆๆคนใจร้าย " และตัดพ้อต่อว่าด้วยเสียงสะอื้น

 

ทรงนิ่งคิดอย่างนึกขัน ก่อนจะรับสั่ง ด้วยสีพระพักตร์กรุ้มกริ่ม " ศัลยา........ผมไม่ได้หัวเราะเยาะสักหน่อย และทำไมนึกว่าผมรังแกศัลล่ะ ถ้าคิดจะรังแกศัล ผมทำตอนที่คุณมีฤทธิ์แบบนี้ ไม่ดีกว่าเหรอ คนหลับจะไปได้อารมณ์อะไร หรือว่าคุณไม่เชื่อ เราก็จะทดลองทำแบบฝึกหัดกันดูก่อน ดีมั้ย....."

เธอส่ายหน้าแรงๆทันที และยังเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์คมหล่อ ที่มีรอยสรวล อีกทั้งแววพระเนตรเย้า ทรงพระนาสิกลงบนแก้มเธออย่างรวดเร็ว ทำให้หญิงสาวรีบยกมือข้างหนึ่ง ขึ้นปิดแก้มไว้แน่น เกรงการซ้ำสอง มองด้วยสายตาหวาดระแวง  เขาไม่ได้รังแกเราจริงหรือ.....แต่ทำไมเราเจ็บร้าวไปหมดทั้งตัว จนเหมือนจะเป็นไข้ แบบนี้ล่ะ และเราก็ยังฝันเหมือนจริงอีกด้วย......

สายตาของศัลยาที่ยังบ้องแบ๊ว มองเรานิ่งๆอย่างไม่เชื่อนัก สีหน้ายังคงบึ้งตึง แต่เงียบนิ่งอย่างขึ้งโกรธ ทรงแย้มสรวลบางๆก่อนจะรับสั่งด้วยพระสุรเสียงที่ทอดอ่อน ผู้หญิงอย่างสาวน้อยศัลยา อ่อนนอกแข็งใน เธอไม่ยอมตอบคำใดที่

" ศัลยา.......ความรักของเรางดงามเกินกว่า ที่ผมจะทำลายให้มันยับเยินขนาดนั้นนะ คุณทำไมมองคนที่คุณรัก เป็นคนเลวร้ายอย่างนี้ล่ะ หึ " พระสุรเสียงตัดพ้อเบาๆ

" อย่าทรงมาแก้ตัวเลยน่า.......คุณถอดเสื้อผ้าศัล จนไม่เหลืออะไร แสดงว่าคุณต้องเห็นอะไรๆหมดแล้ว และศัลก็ยังเจ็บไปหมดทั้งตัว แล้วจะให้เข้าใจว่ายังไงล่ะ " เธอเอ่ยด้วยเสียงเครือโกรธๆ แทรกคำราชาศัพท์เท่าที่พอรู้ ลงไปนิดหนึ่ง และกระชับผ้าห่มบนกายไว้แน่น

" ศัล......ฟังผมนะ คุณรู้มั้ยว่าตอนที่คุณไม่รู้สติน่ะ เกิดอะไรขึ้นบ้าง กว่าเราจะฝ่าวงล้อมพวกมันมาได้ เราก็เกือบตายกันหมด คุณสลบและทำให้ผมต้องแบกคุณขึ้นบ่า พวกมันขว้างระเบิดใส่เรา ผมกอดและเซฟคุณไว้ กลิ้งลงมา และทำให้เราสองคนตกลงมาในน้ำ ผมพยุงกายกอดคุณไว้ ว่ายน้ำไปหลบอยู่ที่ข้างเรือ เราเปียกทั้งน้ำทั้งโคลนนะครับ แล้วจะไม่ให้ผมถอดเสื้อผ้าเช็ดตัวให้คุณได้ยังไงล่ะ และสาเหตุที่คุณระบมทั้งตัว ก็ไม่ใช่เพราะผมปล้ำคุณนะ แต่เป็นเพราะเราตกจากตลิ่งลงมาต่างหาก " องค์รัชทายาทนิโคไร รับสั่งอธิบาย

ก็น่าจะจริงสินะ เขามีแผลถลอกที่ข้อศอก และเราก็มีแผลขีดข่วน มากมายกว่าตอนแรก อีกทั้งยังเจ็บระบมไปทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งไม่น่าเกิดจากการ ที่มีอะไรกับเขา เรานี่บ้องตื้นน่าอายชะมัดเลย....เธอคิดแล้วยกแขนตนเอง ขึ้นสำรวจรอยฟกช้ำดำเขียวแก้เก้อ

" เอ่อ.....ศัลขอโทษค่ะ ก็ศัลคิดว่า........" เธอก้มหน้าเอ่ยเสียงอุบอิบ

" คิดว่าผมโหดร้าย ทารุณอย่างซาดิสท์งั้นเหรอ อืม......คิดได้ยังไง หึๆ " รับสั่งต่อให้ ด้วยพระสุรเสียงกลั้วหัวเราะ

" ก็สิ่งแวดล้อมชวนให้คิดนี่คะ " เธอยังคงก้มหน้าเอ่ยเถียง และทรงเห็นเพียงแพขนตา และปลายจมูกรั้นๆ

ทรงเชยคางเธอขึ้น " ผมรอคุณเต็มใจมากกว่านะคนดี " รับสั่งด้วยสีพักตร์กรุ้มกริ่ม อย่างทรงเย้าเธอน้อยๆ ทำให้หญิงสาวเมินสายตาหนี แก้มแดงก่ำ

" เดี๋ยวผมจะไปรื้อเสื้อในเป้มาให้คุณสวมไว้ก่อนนะ " รับสั่งแล้วดำเนินไปหยิบฉลององค์เชิ๊ต มาประทานให้ และดำเนินออกไปนอกห้อง เพื่อให้เธอสวมเสื้อผ้า

ศัลยาในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว ตัวโคร่ง เผยปลีน่องเรียวงาม เธอเริ่มเดินสำรวจไปรอบๆห้องที่พัก ที่เป็นเรือนไม้ การตบแต่งภายในห้อง เรียบง่าย เตียงที่นอนอยู่เป็นไม้สักหลังหนาใหญ่ ที่นอนนุ่มที่ตนเองนอนอยู่ ปูลาดด้วยผ้าปูที่นอนสีขาว เครื่องเรือนในห้อง เป็นไม้สักขัดเงา มีเก้าอี้สำหรับนั่งเล่นเป็นหมู่อยู่มุมหนึ่ง มีหน้าต่างเปิดออกไปเห็นลำคลองเล็กๆ ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆให้เห็น นอกจากเครื่องนอนเท่านั้นที่ดูดี และน่าจะเป็นการจัดเตรียม ไว้สำหรับองค์รัชทายาท เท่าที่จะหาได้ ในสภาวะเช่นนี้ เธอยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ครุ่นคิดเงียบๆ

 ศัลยา.....เราควรจะทำยังไงต่อไปนับจากนี้ อัสวาเป็นถึงองค์รัชทายาท เราควรจะพูดกับเขาเรื่องความรัก ให้มันยุติลงเพียงเท่านี้ดีกว่า เพราะฐานันดรเราต่างกันมากนัก และเราก็ยังไม่รู้ว่าสมเด็จพระมารดาของเขา จะทรงยินยอม รับผู้หญิงสามัญชนอย่างเราหรือไม่ เพราะเขายังจะให้เราปลอมตัวเป็นชาย เพื่อที่จะเข้าวังไปกับเขา เราควรให้เขาหาทางส่งเรากลับประเทศไทย และตัดใจจากกัน จะเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมที่ดีที่สุด

เสียงรอยพระบาทดำเนินเข้ามา และก่อนที่เธอจะหันไป อ้อมพระพาหาเย็นๆ ทรงรวบรอบเอวบางกอดไว้ ซุกปลายพระนาสิกลงบนซอกคอเบาๆ พระวรกายเย็นทาบทาอยู่บนแผ่นหลัง สัมผัสรักนี้อ่อนโยนจนหัวใจวาบหวาน เธอพยายามเบี่ยงกายออก แต่กลับทรงกอดรัดไว้แน่น

" คนดีอย่าดื้อสิ.......ไปทานกาแฟกันดีกว่านะ " พระวรกายที่ยังทรงเปลือยพระอุระ จับมือเธอดำเนินพาไปนั่งที่หมู่เก้าอี้มีโต๊ะไม้ที่ระเบียงหน้าเรือน ซึ่งมองออกไปเห็นลำคลอง และต้นปีบที่กำลังออกดอกพราวหอมกรุ่น และร่วงลงบนพื้นใต้ต้นจนขาวโพลน เธอยังคงเมินมองออกไป ด้วยไม่กล้าที่จะหันมาปะทะสายเนตร หวานกรุ้มกริ่ม

ทรงรินกาแฟลงในถ้วย รับสั่งชวนเชิญ " ดื่มเสียก่อนสิ คุณหิวไม่ใช่เหรอ "

เธอหันมาและเห็นว่าทรงทาเนยสด ลงบนบาแก็ต ที่หันเฉลียงวางอยู่ในจาน และส่งประทานให้ ความหิวทำให้ลืมอารมณ์อื่นไปชั่วขณะ รับขนมปังชิ้นนั้นมากัด และตามด้วยกาแฟในถ้วย ทรงนึกขันในพระทัย กับความใสๆของศัลยา ที่เธอยังมีนิสัยเด็กๆอยู่ในตัวตนมากมายนัก

" ศัลเราจะเข้าเมืองกัน ผมอยากให้เรื่องทุกอย่างจบโดยเร็วที่สุด ผมมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจ หลายเรื่องมากเลยนะ ศัลต้องเข้มแข็งและอดทนเพื่อผมนะครับ ผมอยากให้ศัลแต่งตัวเป็นผู้ชาย เพื่อสะดวกในการเดินทาง และเอิ่ม......ถ้าได้เข้าวังเรียบร้อยแล้ว ค่อยกราบบังคมทูลสมเด็จทีหลัง ศัลคงเข้าใจนะ "

" ไม่ค่ะ ศัลอยากกลับบ้าน ศัลไม่ต้องการเข้าวังไปกับคุณ เราไม่ได้เป็นชนชั้นเดียวกันอีกแล้ว ศัลคิดอย่างนั้นจริงๆนะคะและศัลก็ตั้งใจแล้วค่ะ " เธอเอ่ยบอกเจตนารมณ์ตนเอง

 องค์รัชทายาทแห่งพูริมบัง ประทับนั่งนิ่งๆ ทรงแปลกพระทัย กับคำเอ่ยของหญิงสาวยิ่งนัก .....จริงสินะศัลยา ไม่เหมือนผู้หญิงอื่นที่เราเคยพบ ถึงเธอจะใสๆดูเหมือนอินโนเซนส์ แต่ในยามที่เธอเข้มแข็ง เธอก็มั่นอกมั่นใจ กล้าคิดกล้าทำเธอเคยบอกเราว่า

" อัสวา.......ศัลเป็นคนที่จะเรียกว่า โดดเดี่ยวก็ไม่ผิดนักหรอกค่ะ เพราะศัลเป็นกำพร้ามาตั้งแต่เด็กๆ และติดตามคุณพ่อไปอยู่ในหลายประเทศ คุณพ่อเลี้ยงศัลแบบเด็กตะวันตก เกี่ยวกับการดำเนินชีวิต ที่ต้องกล้าคิดกล้าตัดสินใจ เข้มแข็งอดทน แต่ก็จะสอนขนบธรรมเนียมไทย ให้อ่อนน้อมถ่อมตน รักศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง ให้ศัลถือปฏิบัติ ซึ่งตอนศัลเด็กๆ ศัลก็สับสนนะคะ " เธอเอ่ยเล่ารอยยิ้มเศร้าๆ

" อีกไม่นานพอคุณเรียนจบ คุณก็ต้องมีครอบครัว ถึงตอนนั้นคุณก็คงไม่เหงาแล้วละ "

" คงยังอีกนานค่ะ เพราะศัลต้องเรียนต่อ คุณพ่อไม่อยากให้ศัลหยุดอยู่แค่นี้ ท่านบอกว่าถ้าไม่พบคนที่ดีจริงๆ ท่านก็ไม่อยากให้ศัลแต่งงาน ท่านห่วงศัลมาก กลัวแต่งงานกับคนที่ไม่ดี แล้วจะลำบากน่ะค่ะ "

" ศัลยา.......การแต่งงาน ก็ต้องมีความรัก ก่อนไม่ใช่เหรอครับ และความรักมันก็ไม่สามารถ แพลนได้ล่วงหน้าหรอกนะ เพราะถ้ามันจะเกิด ก็ไม่มีใครห้ามได้ แม้แต่ตัวเราเอง "

" อื้อฮือ.......พูดแบบนี้แสดงว่าคุณ ต้องมีความรักแล้วแน่ๆเลย เป็นสาวที่พูริมบังเหรอเปล่าคะ บอกศัลหน่อยสิ ศัลอยากรู้ค่ะ " เธอรีบยื่นหน้ามาเอ่ยถาม มองเขาด้วยสายตาอยากรู้จริงๆ

ทรงคิดจะสารภาพรักเธอตั้งแต่วันนั้น แต่ภาระที่หนักอึ้ง ทำให้ต้องส่ายพระพักตร์

 " ผมไม่ได้อยู่ที่พูริมบังมาตั้งนานแล้ว ถ้าจะมีใครก็คงไม่ใช่คนที่พูริมบังหรอก "

" อย่างนี้เพื่อนๆของศัล ก็มีสิทธิ์สินะคะ สาวไทยที่นี่คลั่งคุณ อย่างกับคลั่งดาราเกาหลี มีคนมาขอเบอร์โทรของคุณจากศัลด้วยนะ และบางคนก็อาสามาพาคุณไปเที่ยวแทนศัลด้วย แต่ศัลโนเค เพราะคุณเป็นงานของศัลคนเดียว แล้วศัลก็ภูมิใจด้วยค่ะ " เธอเอ่ยอวดด้วยสีหน้ายิ้มทะเล้นน้อยๆ

ศัลยามองพักตร์ที่ทอดสายเนตรมองเธอนิ่งๆ และทำให้เธอต้องเอ่ยยืนยันขึ้นอีก

" ศัลไม่ได้พูดเล่นนะคะ ศัลรู้ว่าหลายราชวงศ์ มีเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ที่ต่างฐานันดร และคนที่เข้าไปเป็นส่วนเกิน จะไม่มีวันมีความสุขที่แท้จริง ศัลคิดว่าให้เรื่องของเราจบเพียงเท่านี้ และอย่างที่เรายังไม่ได้ ผูกพันกันเกินไปกว่าที่เป็นอยู่ เวลาจะทำให้เราลืมกันได้ในที่สุดค่ะ " 

" ศัลยา...... อย่าลืมสัญญาสิ คุณบอกว่าจะอยู่เคียงข้างผมตลอดไปไงล่ะ อย่าเอาความดื้อ หรือความคิดอะไรก็แล้วแต่ของคุณ มาบดบังหัวใจตนเองสิครับ เรารักกันไม่ใช่เหรอ ฐานันดรสำคัญตรงไหนล่ะ เพราะผมก็ยังคงเป็นอัสวาของศัลยา เป็นผลงานที่คุณภาคภูมิใจ อย่างองแงเลยนะ ผมลืมคุณไม่ได้หรอก  " รับสั่งด้วยสีพระพักตร์ขมวดมุ่นขึ้น

" ไม่ค่ะ......ศัลไม่สามารถอยู่ในกฎ ในระเบียบ ในอะไรมากมาย ที่ศัลไม่เคยได้สัมผัส ศัลทำไมได้ และศัลก็รักชีวิตอิสระ ศัลรู้ว่าในขณะนี้ ศัลควรพูดคำราชาศัพท์กับคุณ แต่ศัลก็พูดไม่ได้ คุณรู้จักศัลดีคุณน่าจะรู้ว่า ศัลเป็นคนยังไง ให้ใครพาศัลไปส่งที่ชายแดนก็ได้ค่ะ ให้ศัลกลับเมืองไทยเถอะนะคะ และถึงยังไงไม่ช้าก็เร็ว คุณพ่อก็ต้องมาตาม ศัลกลับไปจนได้ " เธอกราบทูลตรงๆอย่างที่ใจคิด และคำพูดตัดรอนของเธอ ทำให้ทรงเจ็บร้าวในพระหทัย ที่ทอดออกมาทางสายเนตรทันที

" ศัลเรารักกันไม่ใช่เหรอ คนเราถ้ารักกันแล้ว แม้ชีวิตและวิญญาณก็ให้กันได้ การที่ศัลเสี่ยงมากับผม ก็เพราะเราไม่อาจพรากจากกัน แล้วทำไมศัลจะต้องมาคิดมาก เรื่องฐานันดร มันไร้สาระนะศัล ทุกอย่างคุณเรียนรู้ได้ ผมมีคนที่จะช่วยดูแลคุณสอนคุณ เพียงแต่ขอให้คุณเชื่อมั่นในตัวผมเท่านั้น และถ้าเราเป็นของกันและกันแล้ว คุณพ่อของศัลก็ต้องเข้าใจ และจำไว้นะศัล ว่าเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ผมยอมให้คุณจากไปไม่ได้ " รับสั่งด้วยสุรเสียงสะท้าน สีพระพักตร์เครียดขรึม ทรงลุกขึ้นดำเนินไปยืนที่ริมระเบียง ไขว้ข้อพระหัตถ์ไว้เบื้องพระปฤษฏางค์  

และท่าทางที่ทรงโกรธงอน ทำให้ศัลยาลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในห้อง และทำให้ดำเนินตามเข้ามา ปิดประตูลงกลอนแน่นหนา และต่างหันมาประจันหน้ากันนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง พระองค์ชายนิโคไรทรงรวบกายเธอเข้ามากอดไว้  

 " ศัลยา.......ที่นี่เป็นนอกเมือง ถ้าจะเรียกอย่างคนไทย ก็เรียกว่าชนบท เราจะอยู่ที่นี่กันแค่สักวันสองวันเท่านั้น ผมจะรีบที่สุดที่จะจัดการ กับเรื่องวุ่นวายให้ลงตัว ผมอยากเข้าเฝ้าสมเด็จแม่ เพราะการที่รู้อะไรครึ่งๆกลางๆแบบนี้ ทำให้ผมไม่สบายใจ ศัลเชื่อผมมั้ย ว่าชีวิตผมโดดเดี่ยว อย่างที่เขาพูดกันว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว คุณก็เคยเห็นว่าผมไม่มีใครเลย นอกจากข้าราชบริพาร ศัลยาอย่าปฏิเสธเรื่องของเราเลยนะ คุณเป็นกำลังใจของผมนะที่รัก "

พระสุรเสียงที่รับสั่งทอดอ่อนเว้าวอน ทำให้เธอเงยมองพักตร์ที่ทรงมีแววเนตรเศร้าสร้อย เป็นกังวล และยังรับสั่งที่ออกมาจากความจริง ซึ่งเท่าที่เธอเห็นพระองค์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอก็ประจักษ์แล้วว่า พระองค์มีเพียงเธอเท่านั้น และทำให้หัวใจดวงน้อยอ่อนยวบลง

" แต่อัสวาคะ......."

และก่อนที่เธอจะเอ่ยอะไรออกมา พระหัตถ์เรียวก็ทรงประคองแก้มเธอไว้ และแนบริมพระโอษฐ์ จดลงบนริมฝีปากเธอ บดเบียดดังจะห้าม ไม่ให้เธอเอ่ยอะไรอีก หัตถ์หนาอีกข้างไล้โลมลงบนแผ่นหลังเบาๆ และจุมพิตครั้งนี้เนิ่นนาน หวานไหวจนใจสาวสะท้าน และไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ มือบางยันพระอุระกว้างไว้เพียงเบาๆ กายบางระทวยด้วยรสจุมพิตจากดวงหฤทัยแสนหวาน และยังความเชี่ยวชาญ ในเชิงรุกจากองค์นิโคไร ทรงละพระโอษฐ์แล้วทรงช้อน กายบางไว้ในอ้อมพระกร พาดำเนินไปที่เตียง .......

และเมื่อหลังแตะที่นอน สายตาตื่นๆก็เบิ่งกว้างขึ้น แต่กายบางก็ถูก พระวรกายหนาเข้าทาบโถมกกกอด ทรงคร่อมร่างเธอไว้ สายเนตรพราวหวานวิบวับ เมื่อเห็นสายตาหวาดหวั่น แย้มสรวลบางๆก่อนจะรับสั่ง  

" ศัลยาเราสองคนเข้าใจกันดีแล้ว ไม่ใช่เหรอครับ ผมให้คุณจากไปไม่ได้หรอกนะคนดี เราสองคนจะจับมือกันก้าวไปด้วยกัน ไม่ว่าหนทางข้างหน้า จะเป็นยังไงก็ตาม เราก็จะไม่ทิ้งกัน สัญญากับผมสิศัลยา ว่าคุณจะไม่ทิ้งผม "

ทรงแย้มสรวลบางๆทอดเนตร แพขนตาที่หลุบลง และเห็นเพียงแก้มบ่มแดง ปลายจมูกโด่งเชิดรั้น ในตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ทรงมองใบหน้าสวยหวานนี้ อย่างทรงชื่นพระหทัย ทรงจดปลายพระนาสิกละไล้ลงบนแก้มเบาๆ กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นอ่อน ตาสวยปรายค้อนเบือนหน้าบึ้งๆเขินๆหนี ......ผู้หญิงอย่างสาวน้อยศัลยา อ่อนนอกแข็งใน เธอฉลาดนิ่งเงียบและไม่ยอมให้คำมั่นสัญญาใดๆ

" ถ้าคุณไม่ให้สัญญา ผมก็จะต้องขอมัดจำไว้ก่อน เพื่อกันคนดื้อหนีดีมั้ย......" รับสั่งถามขึ้นด้วย สีพระพักตร์เจ้าเล่ห์ แววเนตรกรุ้มกริ่มหวานรัก

*ตาสวยหันขวับมาจับจ้อง พึมพำขึ้นอย่างโกรธๆ " เท่านี้ก็ระบมปวดไปทั้งตัว จนใกล้จะตายแล้วนะ ขืนทำอะไรอีก ก็ตายเท่านั้นแหละ "

ดวงเนตรตรงหน้าหญิงสาวปรากฏรอยขัน และเบี่ยงพระวรกายลง เคียงข้างกกกอดเธอไว้ ด้วยสีพระพักตร์ขันสีหน้าบึ้งตึง ทรงบีบปลายจมูกรั้นๆเขย่าน้อยๆ

" เด็กดื้อ.......ใครจะรังแกได้ลงคอล่ะ หลับซะนะ เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนเต็มตา ผมกล่อมให้นอนดีมั้ย ผมทำเป็นนะตอนผมเด็กๆ พระนมกล่อมผมทุกวันเลยละ กล่อมจนโตจนผมจำความได้ก็ยังกล่อม มา......ผมกล่อมให้นอนนะ " รับสั่งจบทรงโอบร่างบางมากกกอดไว้ กดศีรษะเธอลงกับพระอุระ ทรงทำเสียงกล่อมในลำพระศอ เขย่าอ้อมพระกรเบาๆ

ใบหน้างามที่ซุกอยู่กับพระอุระนิ่งเงียบ อย่างรู้สึกสะเทือนใจ น้ำตาเอ่อคลอ และรินซึมลงบนพระอุระ ทำให้ทรงตกพระทัยและรีบเชยคางเธอขึ้น

" ศัลยาผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่าคนไทยคิดยังไง กับการทำแบบนี้ แต่ที่พูริมบังเป็นการกล่อมเด็กให้หลับ เป็นการทำให้เด็กอบอุ่น มีความสุข ผมก็เลยอยากทำให้คุณน่ะ ขอโทษนะศัล ขอโทษจริงๆ "

ดวงตาสวยเปื้อนน้ำตา และยังคงรินลง สะอื้นขึ้นเบาๆ ทำให้องค์รัชทายาท ขมวดพระขนงนิ่งเข้าหากัน และจดริมโอษฐ์ลงบนหน้าเปลือกตาเธอเบาๆ

" ผมเสียใจนะครับคนดี บอกผมสิว่าผมทำผิดอะไรเหรอเปล่า ทำไมคุณต้องร้องไห้ ผมไม่เข้าใจ "

พระสุรเสียงและสีพระพักตร์ แสดงความเสียพระทัย ทำให้เธอต้องกราบทูลขึ้น ด้วยเสียงเจือสะอื้น 

" ตอนศัลเด็กๆ คุณพ่อก็จะทำแบบนี้กับศัล ศัลไม่เคยมีใครทำอย่างนี้ ให้มานานมากแล้ว ศัลคิดถึงคุณพ่อน่ะค่ะ ฮือๆๆ"

" หึๆ โถ......คุณทำผมตกใจหมดเลย แล้วเราจะรีบแต่งงานกันนะศัล แล้วผมจะพากลับไปหาคุณพ่อ ให้เร็วที่สุด อย่าคิดมากสิ ผมจำได้นะคุณเคยปลอบผมว่า เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ต้องช่วยกันพายไม่ใช่เหรอ หลับเสียนะคนดี พักผ่อนให้เต็มที่ เราจะต้องไปผจญภัยกันอีก คุณจะได้มีข้อมูลไปเขียนพอกเก็ตบุ้คขาย ตอนเป็นองค์หญิงแล้วไงล่ะ "

" อัสวา ......ศัลไม่อยากเป็นอะไรทั้งนั้น ศัลอยากมีชีวิตแบบสามัญชน มีอิสระในการดำเนินชีวิต ศัลไม่ต้องการอยู่ในกรอบ ในระบบระเบียบ กฎเกณฑ์ของราชสำนัก ซึ่งศัลรู้ว่ามันคงมากมายนัก เราสองคนจะเหมือนนก ที่ถูกขังไว้ในกรงทอง ด้วยกฎมณเฑียรบาลต่างๆ เราจะไม่มีวันมีความสุขเหมือนคนอื่นอีกเลยนะคะ "

" ศัลยา......ในเมื่อคุณรัก คนที่เลือกเกิดไม่ได้ ทำไมไม่คิดปรับตัว ให้เป็นไปตามครรลอง กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่ะ มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณคิด ไปหมดทุกอย่างหรอกนะ ทำเพื่อผมเถอะนะศัล มันเป็นความจำเป็นน่ะ เพราะนอกจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเท่านั้น ที่ผมจะพ้นจากวังวนตรงนี้ แต่ในเมื่อรัฐนี้ยังต้องอยู่ใน การปกครองของราชวงศ์พูริมบังมันก็เป็นหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบของผม ในฐานะองค์รัชทายาท ลำดับสุดท้ายนะศัล ได้โปรดเถอะนะศัล อยู่เคียงข้างผมเถอะนะ ผมต้องการคุณ " รับสั่งอธิบายและทรงวิงวอน

ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำนิ่งคิด ด้วยหัวใจที่อ่อนยวบลง  ......ความรักเหมือนดังไฟที่แผดผลาญ แม้จะอยากตัดใจจาก ก็รู้ว่าตนเองคงจะเจ็บทรมาน ไปจนชั่วชีวิต ด้วยไม่อาจลืมเขาได้ และถึงแม้จะหนีไปอยู่ ในมุมใดของโลก ก็ไม่อาจหนีหัวใจตนเองพ้น จะเรียกว่าตัดสินใจถอยก็เจ็บปางตาย เดินหน้าอาจจะพบทางออกที่ดีกว่านี้ก็ได้ และเรื่องก็ล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว ซึ่งขณะนี้ในเมืองไทย ก็คงเป็นข่าวกระฉ่อนเมือง ซึ่งถ้ากลับไปในขณะนี้ได้จริงๆ อะไรจะยืนยันความบริสุทธิ์ของเราได้ล่ะ......เธอเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ขรึมๆเรียบเศร้า  

" ศัลจะอยู่เคียงข้างคุณค่ะอัสวา " เธอตัดสินใจเอ่ย ทำให้องค์รัชทายาท มีสีพักตร์และแววเนตรปลื้มปิติ ทรงกอดร่างบางมาแนบพระวรกายไว้

" ศัลผมมีความสุข ขอบคุณนะครับที่จะอยู่เคียงข้างผม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่ให้คุณผิดหวังในตัวผม ผมสัญญา "

" ศัลจะจำคำสัญญานี้ไว้ และจะทวงในเวลา ที่คุณผิดสัญญาค่ะ "

" จะไม่มีวันนั้นหรอกนะศัล เพราะเป็นสัญญาจากดวงหฤทัย "

 

เธอหลับสนิทลง ทรงจดจุมพิตเธอเบาๆ ก่อนจะดำเนินออกไปจากห้อง และทรงร่วมวางแผนการเดินทาง กับราชองครักษ์วังมิงและอาลิสเงียบๆ โดยมีแผนที่ที่กางลงบนโต๊ะ และทอดเนตรดูเส้นทางต่างๆ ที่จะต้องใช้เป็นเส้นทางลัด ที่ต้องหาทาง ให้ห่างจากจุดที่เป็นที่ตั้ง ของกองกำลังของฝ่ายตรงข้าม ที่ราชองครักษ์ทั้งสอง ได้ถวายคำแนะนำ และได้กะเกณฑ์แผนการต่างๆไว้ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นเส้นทางเสด็จ เข้าไปในเมืองอย่างปลอดภัย

 การเดินทางได้เริ่มต้นกลางดึก ของคืนวันนั้น หญิงสาวถูกจับให้แต่งกายเป็นชายอีกครั้ง

" เราจะไปกลางดึกนี่เลยเหรอคะ "

" เราต้องออกเดินทางตอนนี้ และจะไปถึงที่จุดนัดพบ เมื่อสว่างพอดีไงล่ะ กลางวันอันตรายเกินไป อดทนนะครับศัลยา " รับสั่งจบทรงหยิบเป้มาสะพาย ทรงจับข้อมือเธอพาดำเนินออกมา สองราชองครักษ์ ที่รอรับเสด็จอยู่ที่หน้าเรือน รีบทำความเคารพและกราบทูล

" ทูลเชิญเสด็จพระเจ้าค่ะ "

เรือลำเล็กที่มีชายผู้หนึ่ง รอทำหน้าที่อยู่แล้ว เรือเริ่มติดเครื่องเบนหัวเรือ ขับทวนกระแสน้ำไปตามกำลังของเครื่องยนต์ ที่เร่งกำลังสุดแล้ว ท่ามกลางความมืดมิด ของบรรยากาศรอบกาย และมีเพียงแสงจันทร์ลุบหลู่ของคืนข้างแรม ที่สาดส่องผ่านต้นไม้ใบบัง ลงมาสลัวลาง แมลงกลางคืนส่งเสียงร้องระงมพงไพร อากาศรอบกายหนาวเย็นยะเยือก กิ่งไม้ที่แผ่กิ่งก้านจากต้นไม้ใหญ่ ทอดเงาลงมาพาดผ่าน ดังมือของปีศาจที่ทำให้เธอรีบหลับตา ซุกอยู่กับพระอุระ ซึ่งทรงโอบร่างบางไว้ในอ้อมพระกร

" หลับสักงีบนะที่รัก แล้วผมจะปลุกนะ "

นานเพียงไรเธอไม่อาจรู้ได้ ด้วยอ้อมพระกรอุ่น กลิ่นจากพระวรกาย ที่เธอเริ่มคุ้นชิน ซ่านหวานลงในอก ริมพระโอษฐ์จดลงบนหน้าผาก พระหัตถ์หนาลูบหลังประทานให้เบาๆ เพียงครู่เดียวเธอก็เคลิ้มหลับสนิทลง อย่างมีความสุข

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นไกลๆ พร้อมแสงไฟกราดทั่วลำน้ำ " ศัล.....ศัลตื่นเถอะ " เธอถูกเขย่ากาย และตกใจตื่นขึ้น มองราชองครักษ์ทั้งสองที่มีปืนกระชับอยู่ในอุ้งมือ ส่งเสียงทูลเร่งกระชั้น

" ทูลเชิญเสด็จก่อนเถอะพระเจ้าค่ะ เกล้าหม่อมฉันจะถ่วงเวลามันไว้ แล้วจะรีบไปรอรับเสด็จที่จุดนัดหมาย ฝ่าบาทดำเนินไปตามเส้นทางในแผนที่นะพระเจ้าค่ะ "

" ได้......ไม่ต้องห่วงเรา "

เรือเบนหัวเข้าจอดที่ริมตลิ่ง องครักษ์วังมิงกระโดดขึ้นไปจับเชือก รั้งให้องค์นิโคไร ทรงกระโดดขึ้นไปรอรับหญิงสาว

" มันใกล้เข้ามาแล้วพระเจ้าค่ะ "

ทรงส่งหัตถ์ประทานให้ เธอส่งมือเพื่อจะจับปลายหัตถ์ ที่ทรงก้มพระวรกายต่ำลงมา แต่ตลิ่งซึ่งสูงชันพอสมควรทำให้เธอได้แต่เพียงแตะ ปลายพระหัตถ์ ที่ต่างก็พยายามไขว่คว้ากันไว้ อย่างหวุดหวิด ไม่สามารถกระชับจับกันไว้ได้ และองครักษ์หนุ่มอาลิส ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังเธอ ก็ได้แต่มองลุ้น ไม่กล้าเข้าช่วยเหลือ แตะต้องพระชายา ชายที่ขับรถเรือพยายามดึงกอหญ้าที่ตลิ่ง ให้เรือเข้าเทียบให้ใกล้ที่สุด แสงไฟกราดแวบผ่านเข้ามา ทำให้เธอรีบละมือ และหมอบลงในเรืออีกครั้ง เสียงจากโทรโข่งดังก้องลำน้ำ

" จอดนิ่งๆให้ตรวจค้น จอดนิ่งๆให้ตรวจค้น "

ราชองครักษ์อาลิส ยกระบอกไฟฉายดวงใหญ่ ยกกราดไปปะทะ ไม่ให้อีกฝ่ายเห็นได้ถนัด แล้วรีบเอ่ยกราบทูลพระชายา

" พยายามอีกนิดพระเจ้าค่ะ เอื้อมพระพาหาไปให้สุดเลยพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันจะฉายไฟปะทะมันไว้ "

" ศัลส่งมือมาเร็ว ส่งมาสิ ยื่นมาให้สุดแขน เหยียบกราบเรือไว้ "

พระสุรเสียงองค์นิโคไรทรงเร่งกระชั้น หัวใจของหญิงสาวเต้นระทึก ดังคนมารัวกลอง เมื่อก้าวขึ้นเหยียบกราบเรือที่เอียงวูบลง และเสียงปืนจากฝ่ายตรงข้าม ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด ปัง!!!!


  *การผจญภัยอันแสนหฤโหด ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทั้งคู่จะฝ่าฟันกันต่อไปได้หรือไม่ ความรักกับกฏเกณฑ์ ของราชสำนัก อย่างที่ศัลยาคิด ก็คงจะหนักหนา อีกทั้งคำสัญญา ที่องค์รัชทายาท จะทรงปฏิบัติได้หรือไม่  มาติดตามลุ้นระทึกกันค่ะ *

 

 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

497 ความคิดเห็น

  1. #48 tookta12 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2555 / 10:46
    เห็นซิมแพคลูกชายของไรเตอร์แล้ว หวิวเลย   555    หล่อมาก...ณเดช     เอาใจช่วยการผจญภัยค่ะ  
    #48
    0
  2. #47 tungkn4841 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2555 / 01:59

    'งานนี้คงต้องเอากำลังใจมาช่วยค้ำจุ้นกันและกัน ให้ทั้งคู่เดินทาง พ้นภัยศัตรู เข้าถึงพระราชวังได้อย่างตลอดรอดฝั่งด้วยเถอะ

    รอไรเตอร์มใส up ต่อ

    #47
    0
  3. #46 gemarco (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2555 / 19:06
    ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ทั้งหนูศัลกับองค์อัสวา
    #46
    0
  4. #45 lullana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2555 / 18:08
    เอากำลังใจจจจจจจจจจจจจจจมาฝากกกกกกกกกกกจ้าพี่บุษ
    #45
    0
  5. #44 สายลมแห่งโชคชะตา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2555 / 16:28
    สนุกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ
    #44
    0
  6. #41 ตาล แฟนใหม่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2555 / 12:53
    น้องศัล อย่าทิ้งองค์อัสวาไปเลยนะ เป็นกำลังใจให้ท่านต่อไป องค์ชายยังต้องเหน็ดเหนื่อยอีกเยอะ บ้านเมืองไม่สงบ สมเด็จแม่ยังไม่เจอลูกชายเลย
    #41
    0
  7. #40 Hi..555 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2555 / 11:55

    สู้ๆๆ น่ะค่ะพี่บุษ หนูโหน่งเป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #40
    0
  8. #39 gemarco (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2555 / 21:53
    ถ้าอย่างนั้นเอาขมขื่นก่อนแล้วค่อยหวานทีหลังจะดีกว่าคะไรเตอร์ เดี๋ยวจะรับไม่ไหว สงสารหนูศัลยิ่งหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่
    #39
    0
  9. #38 Jasper (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2555 / 21:46
    ยกกำลังใจให้พี่บุษก้อนหย่ายๆๆเลยค่ะ นิยายสนุก น่าติดตามมากค่ะ
    #38
    0
  10. #37 jeabkiss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2555 / 17:48
    ขอให้การผจญภัยนี้ผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเถอะ
    #37
    0