สิเน่หาสัญญารัก พิมพ์กับสำนักพิมพ์ Sugar Beat

ตอนที่ 2 : หนี อัพ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    7 มี.ค. 55

 

 

ตอนที่ 2 หนี อัพ100%

 

 “ อัสวา.......อัสวา “ ศัลยากรีดร้องเรียกชื่อเขาและลุกพรวดขึ้น

นักบินเริ่มนำเครื่องขึ้นทันที และในนาทีนั้นศัลยาก็ตัดสินใจ กระโดดลงไป ทำให้นักบินตกใจอย่างคาดไม่ถึง ว่าเธอจะกล้า ในขณะที่เสียงปืนยังแผดสนั่น ทั้งนักบินและผู้ช่วยหันมามองหน้ากัน เกิดอาการละล้าละลัง ที่จะนำเครื่องขึ้นและร้องเรียกเธอ

“ คุณ...... คุณผู้หญิงครับ ขึ้นเครื่องเถอะนะครับ ผมเสี่ยงไม่ได้นะครับ “

“ ศัล.......กลับขึ้นเครื่องไป กลับไปสิ “ อัสวาร้องอย่างตกใจ ที่เห็นเธอกระโดดลงมา และเข้าโถมกอดเขาไว้ ในขณะที่เสียงลูกปืนเฉียดฉิว จนต้องแนบหน้าลงกับพื้น เสียงตะโกนอย่างตระหนก จากกลุ่มเจ้าหน้าที่ เป็นภาษาไทยดังลั่น

“ หยุดยิง หยุดยิง เดี๋ยวโดนตัวประกัน “

“ อัสวา......ฉันจะไปกับคุณ คุณเห็นมั้ยว่าพวกนั้น มีเจ้าหน้าที่ของไทยอยู่ด้วย เขาไม่กล้ายิงคุณหรอกค่ะ ตราบใดที่ยังมีศัลเป็นตัวประกัน คุณต้องพาศัลไปด้วย เราจะไปด้วยกันค่ะ “ เธอเอ่ยเร่งเร้าด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน ตัดสินใจในนาทีนั้น อย่างที่ไม่มีใครคาดถึง แม้แต่อัสวา

เสียงปืนเงียบลง เมื่อศัลยาโถมเข้ากอดเขาไว้ เจ้าหน้าที่ต่างหันไปมองหัวหน้าหน่วย ซึ่งรีบยกมือขึ้นเป็นสัญญาณห้ามยิง และยังรีบร้องห้ามผู้ที่ลั่นกระสุน

 “ อัสวา......ไปสิคะ พาฉันไปด้วย รีบไปเถอะค่ะ เร็วค่ะ “ เธอเอ่ยกระชั้น

“ ศัลยากลับขึ้นฮ.ไป  ผมให้คุณมาเสี่ยงแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ มันทั้งอันตราย และลำบากมาก “ เขารวบกายเธอไว้ และเอ่ยบอกเสียงดังลั่น

“ อัสวา.......ถ้าคุณต้องทำเพื่อบ้านเมือง เราก็ไม่มีเวลาเถียงกันด้วยเหตุผล อะไรอีกแล้วนะคะ เราต้องรีบไป ก่อนที่อาจจะเกิดอะไรที่เราคาดไม่ถึงขึ้นอีก ไปสิคะ “

อัสวาตัดสินใจลุกขึ้น จับข้อมือพาเธอออกวิ่งจากทุ่งโล่ง ไปที่ชายป่ารกครึ้ม ความหวาดหวั่นทำให้หญิงสาวออกวิ่งตามเขาไปอย่างไม่คิดชีวิต เสียงฮ.ที่นำคนทั้งคู่มา บินขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาพาวิ่งเธอฝ่าป่าละเมาะลงลุยไปในลำธาร พาขึ้นไปอีกสู่อีกดินแดนหนึ่ง การเดินทางของหญิงสาวชาวไทย ที่เรียกได้ว่าตกกระไดพลอยโจน ได้เริ่มต้นขึ้น จากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด แม้แต่ตัวเธอเอง

 

บ่ายวันนั้นท่านอภิชาติเดินกลับไปกลับมา อย่างกระวนกระวายใจอยู่ในห้องทำงาน รอการรายงานกลับของเจ้าหน้าที่ และเมื่อได้รับรายงานว่า ลูกสาวได้ติดตามไปกับชายหนุ่มต่างเมือง ทำให้ท่านทูตถึงกับหมดแรง นั่งแปะลงบนโซฟา และหยิบโทรศัพท์มือถือ  ขึ้นมาโทรออกไปหาลูกสาวอีกครั้ง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ และครู่หนึ่งมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองเข้ามาขอพบ และเอ่ยรายงาน จากคำบอกเล่าของนักบิน และนักบินผู้ช่วย ให้ท่านได้รับทราบรายละเอียด ท่านอภิชาติขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากัน และย้อนถามขึ้น

“ นักบินบอกว่าลูกสาวผม กระโดดลงไปช่วยนายอัสวางั้นเหรอ “

“ ใช่ครับท่าน นักบินพยายามขอร้องคุณศัลยา แต่ไม่เป็นผลครับ คุณศัลยา.......เอ่อ......เธอต้องการปกป้องนายอัสวานะครับ เพราะเธอรู้ว่าเจ้าหน้าที่ไม่กล้ายิง “

“ ผมอยากรู้ว่าแล้วทำไมเจ้าหน้าที่ของเรา ถึงได้ต้องยิงนายอัสวาด้วยล่ะ เขาไม่ได้เป็นอาชญากรของประเทศเรานี่ และเขาก็กำลังจะออกไป จากประเทศของเราแล้ว  ผมไม่เข้าใจ “ เสียงถามหนักๆออกมาจากสีหน้าขมวดมุ่น

“ คือเจ้าหน้าที่ทางการของพูริมบัง ที่ไปดักรอนายอัสวาที่ชายแดน และอยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ของเรา เป็นคนยิงครับท่าน คือเขาบอกว่านายอัสวาเป็นกบฏ ของแคว้นพูริมบัง และถ้ารอดไปได้จะเป็นภัยร้ายแรงครับท่าน “

“ บ้าไปเหรอเปล่า ที่ให้เขามาฆ่ากันในประเทศเราแบบนี้ ไม่ว่านายอัสวาจะเป็นใครก็ตาม เขาไม่มีสิทธิ์มาฆ่ากันในแผ่นดินของเรา แล้วตกลงทางการของเรา ปล่อยให้ไอ้พวกนั้น ออกตามล่าเขากับลูกสาวผม ไปด้วยงั้นเหรอ “ ท่านอภิชาติเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ ไม่หรอกครับ ทางเจ้าหน้าที่ของเรา เห็นคุณศัลยาไปด้วย ก็เลยห้ามไม่ให้พวกนั้นออกติดตาม และคอยคุมสถานการณ์ตรงนั้นไว้ครับท่าน “

“ ถ้าเหตุการณ์พลิกผันมีการยิงกันแบบนี้ ผมก็เชื่อว่าลูกผม ต้องเข้าปกป้องนายอัสวา ผมรู้จักนิสัยลูกสาวของผมดี เพราะลูกสาวผมเป็นเพื่อน เป็นเสมือนพี่เลี้ยงและสนิทกับเขา และตลอดเวลาที่เธอดูแลคนกลุ่มนี้ เธอก็โทรเล่าถึงคนพวกนี้ในด้านบวกให้ผมฟังเสมอๆ “

“ ท่านครับคือในขณะนั้น ทางเจ้าหน้าที่ของเรา สับสนกับข้อมูลที่ได้รับ และไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เพราะเรากับพูริมบังต่างก็ไม่มีสถานทูต ไม่มีใครเข้ามาช่วย ในการให้ข้อมูลสำหรับตัดสินใจ และในขณะนี้แคว้นพูริมบังก็ปิดประเทศ เราไม่ได้รับข่าวสารใดๆ ได้แต่พยายามเกลี้ยกล่อมทั้งสองฝ่ายนะครับท่าน “

“ ใช่ผมรู้ตรงนี้ดี งั้นผมขอถามคุณนะ ว่าในฐานะที่คุณเป็นหน่วยข่าวกรอง ซึ่งขณะนี้คุณก็น่าจะรู้ลึก แล้วว่าตกลงแล้วนายอัสวา มีความสำคัญอะไรกับพูริมบัง ที่ทางการถึงกับต้องตามล่าเขาขนาดนี้ด้วย หวังว่าคงไม่ใช่ความลับ ที่ผมไม่สมควรรู้นะ เพราะเรื่องนี้ลูกสาวผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย “ ท่านเอ่ยถามเสียงเข้มห้วน พร้อมทั้งมองหน้าเจ้าหน้าที่ท่านนั้นนิ่งๆ

“ คือ......เอ่อ คือผมคงต้องเรียนความจริงให้ท่านทราบว่า หลังจากเกิดเหตุ เราก็เร่งหาข้อมูลทั้งหมด จากทางมหาวิทยาลัย และจากหลายหน่วยข่าว เราเพิ่งแน่ใจว่า นายอัสวาเป็นองค์รัชทายาทของพูริมบัง ที่ถูกส่งตัวไปอยู่ที่อังกฤษ เพราะองค์สมเด็จพระมารดาเกรงว่า จะถูกลอบปลงพระชนม์ ด้วยภายในราชสำนัก มีการขัดแย้งบางประการ ทรงต้องปลอมพระองค์เป็นสามัญชน และเข้ารับการศึกษาจนจบปริญญาตรี และการที่ทรงมาประทับในประเทศไทย ก็เพราะพระมารดามีพระสหายคือท่านรองศาสตาจารย์สุพรรณี ซึ่งได้ถวายความช่วยเหลือ องค์รัชทายาทอย่างลับๆ เพื่อรอให้เหตุการณ์ในพูริมบังสงบ ก่อนที่ทางพูริมบังจะกราบบังคมทูล เชิญเสด็จขึ้นครองราชย์น่ะครับ “

ท่านทูตนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งทันที ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากัน และเอ่ยถามออกมา ด้วยความสนเท่

“ นายอัสวาเป็น องค์รัชทายาทเชียวเหรอ “

“ คือการข่าวทุกอย่าง เพิ่งที่จะกระจ่างชัด เมื่อบ่ายนี่เองครับท่าน เพราะท่านรองสุพรรณี ได้ข่าวจากทางทีวี ก็รีบเข้าพบกับทางเจ้าหน้าที่ระดับสูง ชี้แจงให้ทราบเพื่อจะได้ช่วยเหลือ แต่ก็ช้าเกินไปแล้วครับท่าน และความจริงแล้ว เราก็ต้องยอมรับว่า ข่าวภายในของสาธารณรัฐพูริมบัง มีความสับสนมาก เราไม่รู้ว่าฝ่ายไหน จะได้ครองอำนาจกันแน่ และขณะนี้พูริมบังก็ปิดประเทศ การข่าวที่ได้มา ก็จะได้จากนักข่าว ที่ติดอยู่ที่นั่น และลอบส่งข่าวออกมาบ้างเท่านั้น และเรื่องขององค์ชายพระองค์นี้ เป็นเรื่องภายในที่เป็นความลับ ที่เราก็เพิ่งรู้จากท่านรองสุพรรณีครับท่าน “

“ แล้วยังไง ว่าที่กษัตริย์ของพูริมบัง จะพาลูกสาวผมฝ่าอันตรายไปได้งั้นเหรอ บ้านเมืองเขาก็ยังรบพุ่งกันไม่หยุด ผมจะต้องหาทางช่วยลูกผมออกมา ผมเป็นห่วงศัลยา ลูกผมไม่เคยลำบาก ที่จะหนีรอนแรมไปอย่างไม่รู้อนาคตแบบนั้น ใครจะตอบคำถามผมได้สักคนมั้ย...... ว่าเราจะมีทางใด ที่เข้าไปช่วยศัลยาออกมาได้ “

เจ้าหน้าที่ท่านนั้นนิ่งเงียบ ไม่อาจให้คำตอบอะไรได้ ทำให้ท่านทูตลุกขึ้นยืน พร้อมทั้งเอ่ยความจำนงค์

“ ผมขอเข้าพบผู้บัญชาการของคุณ “

 

บ่ายคล้อยแล้วที่ทั้งคู่ ยังหนีซอกซอนมาตามป่า วิ่งบ้างเดินบ้าง และบางครั้งหยุดพักเหนื่อย และเริ่มมีเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินวนติดตามอยู่บนท้องฟ้า ทำให้ทั้งคู่เดินทางช้าลง ด้วยการเดินลัดเลาะ ไปในแนวป่ารกทึบ ไม่ให้เป็นที่สังเกตุเห็นได้จากทางอากาศ บางครั้งต้องหมอบลงนิ่งๆไปตามป่าหญ้า และค่อยๆคืบคลานไป หลบลงใต้ต้นไม้ใหญ่ใบบัง

“ เหนื่อยมากมั้ยศัล เจ็บเหรอเปล่า ผมสงสารคุณจังเลย “ เขามองหน้าหญิงสาว ด้วยสายตาอาทร เอ่ยพร้อมทั้งเสยผมรุ่ยร่ายที่เปียกชื้นให้ ไล้ปลายมือสำรวจลงบนรอยขีดข่วนบนแขน และแก้มเบาๆ

“ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เจ็บแค่นี้เอง ศัลกลัวว่าเราจะไม่รอดมากกว่า ถ้าพวกบนฮ.เห็นเรา ก็อาจจะกราดยิงลงมาก็ได้นี่คะ ดีแต่ที่ป่าแถบนี้เป็นป่าทึบ แต่ฮ.ก็ยิงไม่เลิกค้นหาเราเลยนะคะ “

“ มันไม่เห็นเราหรอกศัล มันบินวนไปทางใต้แล้ว ทนอีกนิดเดียวนะ เราจะปีนขึ้นไปบนเนินเขาโน่น ข้างหลังนั่นมีถ้ำน่ะไปกันเถอะ “

และในที่สุดชายหนุ่ม ก็พาศัลยาปีนขึ้นไปบนโขดหิน และพาเธอไต่ลงไปในถ้ำหลังเนินเขา ที่มีป่าละเมาะเป็นกำแพง ที่ทั้งรกชัฏและหนาแน่น จนมองไม่ออกว่ามีถ้ำอยู่ตรงนั้น ทำให้หญิงสาวแน่ใจ ว่าอัสวาชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี และเมื่อไต่จากทางลาดหน้าปากถ้ำลงมา อัสวาก็พาเธอหยุดพัก

“ เราปลอดภัยแล้วละ “ สิ้นคำเขาทำให้เธอถึงกับ ต้องคุกเข่าลงกับพื้นถ้ำ หายใจหอบถี่ และหมดแรงเอาดื้อๆ

“ ศัลขาอ่อนไปไม่ไหวแล้วละค่ะ ขอพักสักนิดนะคะ “

“ ศัลยา......ผมเสียใจนะ ที่ทำให้คุณต้องมาลำบากด้วยอย่างนี้ “  เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ทอดถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล มองแก้มที่แดงจัด ด้วยสายตาที่ทอดอ่อน หยิบน้ำออกมาจากเป้ส่งให้เธอดื่ม

“ อัสวา.......คุณต้องเคยมาแถวนี้ใช่มั้ยคะ ศัลรู้สึกว่าคุณชำนาญ เส้นทางในป่าแถวนี้เป็นอย่างดี  “

“ ใช่ครับ ผมกับพวกเพื่อนๆ เคยมาสำรวจทางหนีทีไล่ที่นี่หลายครั้ง คุณไม่ต้องกลัวหรอกนะ ที่นี่เป็นบ้านผม เพียงแต่เราต้องรอคนมาช่วย พาเราเข้าไปในเมือง เพราะจากที่นี่เข้าไป ถึงเมืองชั้นในนั้น ยังอีกไกลมาก “

“ แล้วเขาจะมาเมื่อไหร่ล่ะคะ “

“ เอ่อ.......คือ เราพลาดนัด เพราะเกิดเหตุการณ์นี้ แต่ผมแน่ใจนะว่าพรุ่งนี้ เขาจะต้องมารับเรา และคืนนี้เราจะพักอยู่ในถ้ำนี้ด้วยกันก่อน เพราะมันจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด แล้วพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางไปยังจุดนัดพบ“

หญิงสาวเริ่มกวาดสายตา มองภายในถ้ำที่มืดทึม อากาศเย็นชื้น มีแสงสว่างผ่านเข้ามาเพียงบางๆ ความหวาดกลัวการถูกตามล่าจางลงไป แต่เกิดความรู้สึกหวาดหวั่น กับการที่ต้องมาอยู่กลางป่ากลางเขา และกับชายหนุ่มตามลำพังขึ้นมาแทนที่ และยังถ้ำ.....สถานที่ที่เธอไม่เคยปรารถนา ที่อยากจะเดินเข้ามา แม้จะให้สวยงามเพียงใดก็ตาม และยังชะตาชีวิตที่นับจากนี้ จะต้องผันแปรไปในรูปแบบไหน ที่เธอไม่อาจคาดเดา หญิงสาวก้มมองนิ้วนางข้างซ้าย ที่เขาสวมแหวนให้ พร้อมทั้งคำสารภาพรัก ....เขาบอกรักและเราก็ยังตอบรับรักเขา .......เฮ้อ......ช่างน่าอายชะมัดเลย ......

และเมื่อเงยมองหน้าเขา ก็พบสายตาที่จับจ้อง และทำให้เธอก้มสายตาลง แก้มร้อนเขินอายด้วยพิรุธในใจตนเอง

“ ศัลยาเสียใจเหรอเปล่า ที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้กับผม “ เขาเอ่ยถามเสียงอ่อน แววตาอาทรในความรู้สึกของเธอ ทำให้หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ

ความคิดถึงบิดาผ่านเข้ามาในมโนสำนึก .......ป่านนี้คุณพ่อคงจะร้อนใจ และก็คงจะต้องหาทางทำทุกอย่าง เพื่อค้นหาเรา แต่ในดินแดนนี้ และขณะนี้ใครจะหาเราพบ จะอีกนานมั้ยนะ ที่เหตุการณ์นี้จะผ่านไป เราตัดสินใจผิดหรือเปล่า.......ไม่หรอก...... เราจำต้องปกป้องเขา ช่วยเขา เราจะปล่อยให้เขาถูกยิงตาย ไปต่อหน้าได้ยังไงล่ะ........และจะเป็นเพราะว่าเรารักเขาด้วยใช่มั้ย  ที่ทำให้เราถึงได้กล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ ......ความรักที่เราเอ่ยออกไป เขาจะคิดยังไงบ้างนะ แต่ในเวลานั้นมันแทบไม่มีเวลาให้คิดอะไร และหัวใจก็บังคับให้เราต้องบอก เพราะเรานึกไม่ถึงว่า เหตุการณ์จะตาลปัด ทำให้เราต้องถึงกับตกบันไดพลอยโจนมากับเขาแบบนี้ .....หญิงสาวนิ่งคิดอย่างสับสน

เขาเอนอิงแผ่นหลังกับผนังถ้ำ ดึงเธอมานั่งด้วยใกล้ๆ สายตาเธอตระหนกขึ้นแวบหนึ่ง

“ ศัลยา.......คุณกลัวผมเหรอครับ “ เขาเอ่ยถามพร้อมทั้งเชยคางเธอขึ้น

“ เปล่าค่ะ.......ศัลเพียงแต่คิดถึงคุณพ่อ ป่านนี้ท่านคงเป็นห่วงศัลมาก และคงต้องหาทางที่จะค้นหาศัล เรามีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น ศัลสงสารท่านน่ะค่ะ “ เธอเอ่ยเสียงแผ่วลง ตาสวยเศร้าสร้อย

“ ศัล......ผมขอโทษ และก็เสียใจมากนะ ที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับคุณ ถ้าเป็นไปได้ ผมจะรีบหาทางส่งคุณกลับเมืองไทยทันที “ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงและสีหน้า ที่แสดงความเสียใจ

“ อัสวา......ขอโทษศัลทำไมล่ะค่ะ ศัลตัดสินใจมาเองนะ อย่าคิดมากเลยค่ะ ยังไงเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ดีเหมือนกันที่ศัล จะได้มีโอกาสออกมาท่องโลกกว้าง มันจะเป็นประสบการณ์ชีวิต ที่หาไม่ได้ง่ายๆซะหน่อย คุณไม่ต้องห่วงศัลหรอกค่ะ ในอนาคตพอศัลกลับไปเมืองไทย ศัลก็จะได้เก็บข้อมูล การผจญภัยในต่างแดน ไปเขียนพอคเก็ตบุ้ค เกี่ยวกับครั้งหนึ่งในชีวิต ขายก็ได้นี่คะ ศัลอาจจะเป็นลูกแหง่ไปสักหน่อย ที่พอห่างบ้านก็คิดถึงบ้านน่ะค่ะ แต่มันก็น่าสนุกออก ไม่ต้องห่วงศัลหรอกน่า.......สบายอยู่แล้วละ “  เธอเอ่ยด้วยสีหน้าที่คลี่ยิ้มกว้าง พยายามให้เขาเห็นว่า  เธอไม่ได้คิดอะไรมาก

องค์รัชทายาทแห่งพูริม ทอดสายเนตรมองหญิงสาวชาวไทย ด้วยรอยสรวลบางๆ ทรงทราบว่าเธอไม่ต้องการ ทำให้พระองค์ทรงเป็นกังวลในตัวเธอ และทรงรำพึงในพระทัย ......ศัลยาเข้มแข็งกว่าที่เราคิดไว้มากนัก ตามเนื้อตามตัวมีรอยขูดข่วนจากกิ่งไม้ จนบางแห่งเลือดซิบๆ แต่เธอไม่เอ่ยบ่นแม้แต่คำเดียว .......

“ ศัลยา......จำได้มั้ยว่า คุณเคยสอนผมหลายอย่าง เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ของคนไทย ผมไม่เคยลืมเลยนะ และผมก็ประทับใจมาก และช่วงเวลาที่ผมได้อาศัยอยู่ในเมืองไทย ผมก็ได้เห็นได้รู้อะไรมากมาย และรู้ว่าผู้หญิงกับผู้ชาย ถ้าต้องรอนแรมอยู่ด้วยกันตามลำพัง จะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เป็นการผิดประเพณี หรือจะเรียกว่าผิดจารีตของคนไทยใช่มั้ย “

“ สองคำนี้ความจริงก็มีความหมายเดียวกันน่ะค่ะ “ เธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามที่อ้อมค้อมของเขา โดยเฉไฉเอ่ยอธิบายความหมายในคำถาม ซึ่งจากการที่ชายหนุ่ม ได้รู้จักมักคุ้นกับเธอ มาเกือบปี เขาก็พอจะรู้ว่าเธอฉลาด และกำลังพาเขาออกนอกเรื่อง

“ เอ่อ......แต่ถ้าเราแต่งงานกัน ก็จะไม่ผิดจารีตประเพณีใช่มั้ย “

เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอ นิ่งเงียบมองหน้าเขานิ่งๆ ค้นหาคำตอบ ไม่แน่ใจว่าเขาเอ่ยขึ้นมา เพราะอะไร หรือว่าคืนนี้เขาจะคิดมิดีมิร้าย แล้วก็บอกว่าทำผิดประเพณี ...... แต่ไม่หรอกน่า เขาไม่เคยมีทีท่าหื่นเลยนี่ หรือว่าเขากำลังจะขอเราแต่งงาน ..... แต่ก็ไม่ได้หรอก เรายังเด็ก เรียนก็ยังไม่จบ และคุณพ่อก็ไม่มีทางยอมด้วย ....เธอคิดวนเวียนอึงอลอยู่ในสมอง ทำให้เขาก็จับจ้องมองหน้าเธอ อย่างรอคำตอบ

กิ่งไม้แห้งจากรอยโหว่ บนเพดานถ้ำร่วงลงมา ดังโครม!ฟาดลงบนพื้นถ้ำจนสะเทือน ที่ทำให้เธอตกใจสุดขีด และกรีดร้องลั่น

“ กรี๊ด!!!!!!! “ และโถมกายเข้ากอดเขาไว้แน่น

ชายหนุ่มกอดร่างที่สั่นเทาไว้ในอ้อมแขน เอ่ยปลอบเบาๆ “ ศัลยา.....กิ่งไม้น่ะ ไม่ต้องกลัวนะครับ“

ใจเธอเต้นตึกๆๆ มือเย็นเฉียบ จนเหมือนจะเป็นลม และค่อยๆหันหน้าไปมองกิ่งไม้ แห้ง ท่อนเท่ากับแขนเธอ ที่สงบนิ่งอยู่ที่พื้นห่างไปเพียงแค่สองวา และค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมา

“ เฮ้อ.....ศัลตกใจหมดเลยค่ะ “ เธอเอ่ยพึมพำ แล้วรีบกระถดกาย ออกจากอ้อมกอดเขา

แสงภายในถ้ำเริ่มมัวหม่นลง ด้วยแสงอาทิตย์ ลำสุดท้ายกำลังจะลาลับขอบฟ้า ค้างคาวภายในถ้ำ แสนจะรู้เวลาและเริ่มขยับปีกบินพรึ่บๆๆๆ เป็นแถวออกไปยังโพลงหน้าถ้ำ เสียงนั้นทำให้เธอ เบิกตาโพลงขึ้น และหันมากอดเขาไว้แน่นอีกครั้ง

“ อัสวาเสียงอะไร “ เสียงเธอสั่นสะท้าน ซุกหน้าลงกับอกเขาหลับตาปี๋ ขยับกายเบียดกับเขาไว้แน่น

“ เสียงค้างคาวน่ะ มันมีมากมายเป็นหมื่นๆตัวเลยละ ที่นี่เหมือนเป็นถ้ำที่อยู่ของพวกแวมไพร์เลยละศัล พอค่ำก็ได้เวลาออกหากินไงล่ะ คุณดูสิ......“ เขาเอ่ยพร้อมทั้งชี้ชวนให้เธอดู ค้าวคาวที่บินพรึ่บๆเป็นสาย ผ่านเขาและเธอ ออกไปยังโพลงถ้ำ

“ ไม่ค่ะ.....ศัลกลัว “ เธออุบอิบตอบเขา ทั้งที่ซุกหน้าซุกกายแน่น อยู่กับอกเขา เพราะ คำว่าแวมไพร์ ทำให้เธอเกิดจินตนาการ ถึงผีดิบแวมไพร์ขึ้นมาหลอกตนเองทันที

เขากอดร่างบางไว้ลูบหลังให้เบาๆเอ่ยเย้าขึ้นด้วยเสียงกลัวหัวเราะ “ หึๆศัลดูหนังมากไปเหรอเปล่า อย่ากลัวสิ เดี๋ยวผมจะไปก่อไฟก่อนนะ อากาศเริ่มเย็นแล้วละ แล้วมันก็มืดแล้วด้วย  เดี๋ยวเกิดแวมไพร์ปรากฏตัวออกมา คุณจะมองไม่เห็นนะ “

เขาเอ่ยพร้อมทั้งขยับตัว ศัลยาโกรธสุดขีด เธอกำมือทุบเขาแรงๆ พร้อมทั้งต่อว่าต่อขานอย่างโกรธจัด

“ นี่ๆๆๆคุณหลอกศัลใช่มั้ย นิสัยไม่ดี “

“ ศัล......ถ้าคุณรู้ว่าผมหลอก แล้วกลัวทำไมล่ะ หึๆ “

เขาเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ อย่างรู้สึกขันท่าทางโกรธของเธอ ที่เขาไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง และขยับตัวหันไปควานหาเป้ รูดซิปหยิบไฟฉายออกมาเตรียมวางไว้ หยิบไฟแชคออกมา และลุกไปหยิบกิ่งไม้แห้ง ที่ตกลงมาก่อไฟ เพียงครู่เดียวก็ได้กองไฟกองเล็กๆที่เริ่มลุกโชนขึ้น เขาเดินหากิ่งไม้แห้ง ตามพื้นถ้ำมากองเตรียมไว้สำหรับค่ำคืนนี้ หญิงสาวยังคงมองเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง และยังนึกโกรธเขาไม่หาย ด้วยชีวิตเธอ กลัวมากที่สุดคือความมืด และผีทุกชนิด ทุกสัญชาติ

เขาเดินกลับมานั่งข้างเธอ ด้วยรอยยิ้มเยือนขันๆ ที่ยังเห็นสีหน้าบึ้งตึงขึ้งโกรธ และเอ่ยขึ้น

“ ผมรู้จักศัลมาเกือบปี เพิ่งเคยเห็นศัลโกรธ และทำหน้าบึ้งวันนี้เอง แต่ก็น่ารักไปอีกแบบหนึ่งนะ เอิ่ม......ผมไม่ยักรู้ว่าศัลกลัว.....“

เขายังพูดไม่ทันจบ ศัลยารีบยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้ทันที เอ่ยห้ามเสียงสั่น

“ อย่าพูดคำที่ศัลไม่อยากได้ยินเป็นอันขาด “

เธอเอ่ยจบกวาดตามองอย่างหวาดระแวง เพราะในบรรยากาศอย่างนี้ ศัลยาไม่ปรารถนา จะได้ยินคำที่เขาจะเอ่ย ดวงตาคมสวยของชายหนุ่ม จึงมีแววขันเต็มที่ และพยักหน้าน้อยๆ เธอจึงลดมือลง และทำให้ชายหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เสียงเขาก้องสะท้อน ทำให้เธอมีสายตาที่หวาดหวั่นมากขึ้น

“ ศัลผมขอโทษ ที่ทำให้คุณกลัว “ เขาเอ่ยเสียงอ่อน ดึงร่างบางมากอดไว้ ทำให้เธอสะบัดกายออกอย่างโกรธๆ

เขาหันไปหยิบชอคโกแลต และน้ำอีกขวดหนึ่ง ออกมาจากเป้ส่งให้เธอ

“ อ่ะ.....สำหรับคนแสนงอน “

ศัลยาดีใจจนลืมความโกรธ รับขวดน้ำมาดื่ม หยิบช็อคโกแลตใส่ปาก และเอ่ยบ่น

“ มีอะไรให้กินก็ไม่บอก ปล่อยให้หิวอยู่ได้ ใจร้ายชะมัดเลย “

“ หึๆผมลืมน่ะ คุณน่าสงสารจัง กระเป๋าโดเรม่อนของผม มีของเตรียมมาบ้างน่ะ“ เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยือน เธอส่งน้ำให้เขาดื่ม บิชอคโกแลตใส่ปากให้

“ อ่ะ.....ศัลแบ่งให้คุณนิดหนึ่ง แต่ชิ้นใหญ่นี่ของศัลทั้งหมดเลย “ เธอเอ่ยด้วยท่าทางแบบเด็กขี้โกง ทำให้ชายหนุ่มนึกขันท่าทีที่โกรธง่ายหายเร็ว เหมือนเด็กๆที่พอมีขนมให้ทาน ก็ดีใจหายงอน เป็นความน่ารัก ที่ไม่มีจริตสาวให้เห็นแม้แต่น้อย

เวลาผ่านไปอากาศเริ่มเย็นยะเยือก เขาหยิบเสื้อคลุมหนังออกมาสวมให้เธอ “ ศัลสวมแล้วนอนซะ คุณตาปรือแล้วละ ให้ผมกอดคุณไว้นะคนดี “

เขาเอ่ยแล้วโอบกายเธอเข้ามากอดไว้ หันไปเชยคางเธอขึ้น “ ศัล.......ผมสัญญานะ ว่าถ้าเรื่องทุกอย่างจบลง ผมจะทำทุกอย่างให้ศัลมีความสุข และจะไม่ให้ศัลต้องอายใคร ผมจะชดเชยที่ทำให้คุณเสียชื่อเสียง ผมจะรับผิดชอบศัลทุกอย่าง ผมรักคุณนะ “

เสียงแผ่วที่บอกรัก สายตาที่เปิดเผยความในใจ ต่างทอดประสานกันนิ่งๆ ท่ามกลางแสงสวยของเปลวไฟ มือหนาประคองแก้มเนียนไว้ และค่อยโน้มใบหน้าลงบรรจง จดริมฝีปากประทับจูบ สายตาหญิงสาวตื่นตระหนกขึ้นน้อยๆ และค่อยๆหลับตาพริ้มรับจูบจากเขา จูบแรกในชีวิตสาว ที่มือเธอยังคงทาบอยู่บนอกกว้าง เป็นจูบที่ดื่มด่ำเนิ่นนาน และวาบหวามอย่างเหลือเกิน

*และเมื่อเขาถอนริมฝีปาก เธอก็แนบหน้าลงซ่อนอายกับอกเขาไว้ ชายหนุ่มเคลียจูบ ลงบนเรือนผมนุ่มเบาๆ

“ ศัลยา.......อดทนนะ แรกๆคงต้องลำบาก ต้องใช้ความอดทน ผมรู้ว่าชีวิตคุณ ไม่เคยต้องลำบากอะไร แต่ความรักจะทำให้เรา มีกำลังใจที่จะต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค เพราะผมเชื่อว่าความรักมีพลังมหาศาล มีอำนาจที่จะบงการเรา เหมือนที่บงการให้ผมรอเห็นหน้าคุณ และเหมือนที่บงการคุณให้ตัดสินใจมากับผม ไหนบอกรักผมอีกครั้งสิ  “ เขาเอ่ยแล้วประคองแก้มเธอขึ้น เธออมยิ้มเขิน ส่ายหน้าไม่ยอมบอก

“ ได้โปรด “ เขาทอดเสียงเว้าวอน

ศัลยายิ้มเขินๆแก้มร้อนผ่าว สบสายตาหวานรัก ที่ยังคงรอคำตอบด้วยรอยยิ้มเยือนบางๆ เธอก้มสายตาลงหนีก่อนจะเอ่ยบอก

 “ ศัลรักคุณค่ะ “

“ รักผมตั้งแต่เมื่อไหร่บอกได้มั้ย “ เขาเอ่ยถาม ซึ่งคราวนี้ทำให้เธอเบือนหน้าหนี และยิ่งเก้อเขินที่จะตอบ

“ ถ้าไม่บอก ผมจะจูบให้ขาดใจเลยนะ “ เขาขู่ด้วยรอยยิ้มเยือน แววหวานกรุ้มกริ่มในดวงตาสวย และทำท่าจะจดจูบ ทำให้หญิงสาว รีบยกมือดันหน้าเขาไว้เบาๆ

“ เอ่อ.....คือศัลไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่นี่คะ แต่พอจะต้องจากกัน ความรู้สึกห่วงหา เหมือนใจจะขาด ทำให้ศัลรู้ว่าความรู้สึกนี้คือความรัก  “ เธอเอ่ยสารภาพอย่างขวยเขิน แก้มแดงก่ำ และไม่ยอมสบตาด้วยอีก

“ แล้วจะไม่ถามผมเหรอ ว่าผมรักคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ “ เสียงเอ่ยถามจากสีหน้าเปื้อนยิ้ม

“ คุณก็บอกสิคะ “ เธอเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วรีบแนบหน้าลงกับอกเขา

“ ผมรักคุณตั้งแต่วันแรก ที่คุณมายืนตรงหน้า และอาจารย์แนะนำคุณ ให้ผมรู้จักแล้วละ คุณน่ารักสดใส ทำท่าทางดีใจ พูดเสียงจ๋อยๆ “

เขาเอื้อนเอ่ยบอกเธอ และนึกถึงวันนั้น “ ศัลยา......รู้จักคุณอัสวาเสียสิ ต่อไปนี้ครูมอบหน้าที่ ให้เธอดูแลเขานะจ๊ะ เขาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนน่ะ เอ่อ......ครูคิดว่าเธอคงไม่รังเกียจ คนที่พลัดบ้านพลัดเมืองมาใช่มั้ย และก็พูดเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ อัสวาเขาจะได้ฟังรู้เรื่องด้วยน่ะ “ รองศาสตราจารย์สุพรรณีเอ่ยบอกสาวน้อย ที่เดินเข้ามายืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของท่าน

หญิงสาวมองเขานิดหนึ่ง ฉีกยิ้มให้ และเอ่ยทักทาย “ สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณอัสวา ดิฉันชื่อศัลยาค่ะ”

“ ยินดีที่ได้รู้จักครับ “ เขาเอ่ยแล้วค้อมศีรษะให้

 เธอรีบหันไปตอบรองศาตราจารย์สุพรรณี เป็นภาษาอังกฤษ “ อาจารย์คะหนูไม่รังเกียจหรอกค่ะ ที่ได้ช่วยอาจารย์ เพียงแต่หนูเกรงว่า จะไม่ค่อยมีเวลาดูแลใคร เพราะเทอมนี้หนูจะต้องไปฝึกงานน่ะค่ะ “

“ อ้าว.......ก็งานนี้ครูให้ลงหน่วยกิต เป็นการฝึกงานไงล่ะจ้ะ เธอจะได้ฝึกงานแบบของจริงเลยไงล่ะ เพราะว่าอัสวาเขาจะพูดภาษาอังกฤษกับเธอ และเธอก็จะต้องสอนภาษาไทยให้เขา พาเขาไปดูวัดวาอาราม ปราสาทราชวัง พิพิธภัณฑ์ของเรา และอัสวาเขาก็เก่งหลายภาษา เธอก็แลกเปลี่ยนความรู้กับเขา ครูรู้มาว่าเธอเองก็พูดฝรั่งเศส กับสเปนและสลาฟได้ด้วยไม่ใช่เหรอจ๊ะ เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม กันในทุกด้านเลยไงล่ะ “

“ ภาษาของหนู คุณพ่อจะบอกว่า หนูเหมือนเป็ดน่ะค่ะ ทำท่าจะบินได้แต่ก็ไม่ได้ ทำท่าจะขันได้ แต่เสียงก็ไม่ได้เรื่องจะว่าว่ายน้ำได้ แต่ก็ไม่เก่ง เรียกได้ว่างูๆปลาๆทุกภาษาเลยละค่ะ “

“ เธอช่างพูดสมคำร่ำลือจริงๆเลยนะศัลยา คุณอัสวา.....คุณคงจะหาโอกาส ได้อ้าปากพูดยากสักหน่อยแล้วละ “

“ อาจารย์คะ.....หนูสัญญาค่ะ ว่าจะพูดน้อยๆไม่ให้คุณอัสวารำคาญ เพราะงานนี้เยี่ยมสำหรับหนูเลยค่ะอาจารย์ ความจริงหนูไปสมัครฝึกงาน ไว้กับที่สนามบินแล้วนะคะ แต่คุณพ่อก็อยากให้หนูฝึกงาน ที่กระทรวงต่างประเทศ ซึ่งหนูคิดว่าหนูออกจะซุ่มซ่าม เสียงดัง แล้วก็ควบคุมมารยาท ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่สมควรจะไปทำให้ โดนตำหนิไปถึงคุณพ่อน่ะค่ะ “

“ ถ้าอย่างนั้นงานนี้ ก็คงถูกจริตเธอแล้วละ ศัลยา......“ รองศาสตราจารย์สุพรรณีเอ่ยด้วยรอยยิ้มขันๆ และมองหญิงสาวด้วยสายตาเอ็นดู

“ ยอดเยี่ยมที่สุดเลยละค่ะอาจารย์ ที่สุดจนหนูตื่นเต้นมากเลยค่ะ งานที่ได้พาคนไปเที่ยวนี่ หนูถนัดที่ซู๊ดเลยค่ะ “ คำพูดที่ออกมาจากสีหน้า และท่าทางดีใจสุดขีด คลี่ยิ้มอวดฟันสวยของเธอ ทำให้เขามองเพลิน

“ ไม่ใช่ให้พาไปเที่ยวเรื่อยเปื่อยนะศัลยา ไปเที่ยวในเชิงทัศนศึกษา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมจ้ะ เพราะเธอและอัสวาก็ต้องทำเป็นรายงาน ทุกสถานที่ที่ไป พร้อมภาพ มาส่งครูด้วยเข้าใจมั้ยจ๊ะ “ เธอรีบรับคำด้วยรอยยิ้ม ดวงตาพราววิบวับ และหันมาเอ่ย

“ คุณอัสวาคะ.....ศัลยินดีเทกแคร์คุณนะคะ รับรองค่ะ ศัลจะไม่ขี้เกียจ ที่พาคุณไปท่องเที่ยว เอ้ย.....ไปทัศนศึกษา....ทุกแง่มุม เมืองไทยมีที่ที่ศัลจะพาคุณไปศึกษาได้ทุกวันเลยค่ะ ศัลจะเขียนตารางสถานที่ วันเวลาลิสท์ ออกมาให้คุณดูเลยนะคะ “ เธอหันมาเอ่ยบอกเขาด้วยสีหน้าเบิกบาน อย่างที่เขาคิดว่า เป็นยิ้ม ที่อินโนเซ้นส์ ไม่มีจริตสาวแม้แต่น้อย

“ ศัลยา.......คุณอัสวา เขาต้องเข้าเรียนภาษาไทยด้วยจ้ะ เป็นเสคที่เธอก็ต้องเรียนด้วยน่ะ ครูดูตารางเรียนของเธอแล้วละ เธอต้องเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยแปล และอธิบายในเวลาเรียนด้วยนะ “

“ ได้เลยค่ะอาจารย์ หนูเต็มใจอย่างยิ่ง หนูจะได้ไม่ต้องไปแกร่วทำงาน ตามเวลาเป๊ะๆ แล้วก็ต้องวิ่งมาเรียนด้วย ขอบคุณนะคะอาจารย์ ที่เมตตาหนู “ เธอเอ่ยพร้อมทั้งพนมไหว้ย่อเข่าน้อยๆอย่างงดงาม

เขายิ้มเยือนบางๆ มองหญิงสาวที่ม่อยหลับอยู่ในวงแขน จูบหน้าผากเธอเบาๆ ......ศัลยา ผมสงสารคุณเหลือเกิน คุณเป็นสาวน้อยใจเด็ด ที่ผมนับถือน้ำใจนัก นับจากนี้ไป การผจญภัยกับอุปสรรค ที่คาดการณ์ไม่ได้ กำลังรอเราอยู่ .......

 

ท่านอภิชาติกลับมาที่บ้านพักหลังเล็กๆ สไตล์หรู ที่ลูกสาวตบแต่งบ้าน จากคอนเซปท์หวานๆของเด็กสาว บ้านหลังน้อยจึงมีแต่สิ่งสวยๆงามๆน่ารัก ยามที่กลับมาบ้านครั้งใด ก็ชื่นอกชื่นใจ กับเสียงพูดคุยซักถาม และเสียงหัวเราะใสๆ เปิดเพลงเพราะๆทิ้งไว้ ในห้องนั่งเล่น บัดนี้บ้านเงียบเชียบจนท่านใจหาย ท่านอภิชาตถอนหายใจเบาๆ และเดินขึ้นบันได เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของลูกสาว หยิบกุญแจรถของศัลยา ที่มีคนพบวางอยู่บนโต๊ะ ในห้องอาหารของคอนโด ก่อนจะเกิดเรื่อง วางลงบนโต๊ะหัวเตียงของเธอ พร้อมทั้งกระเป๋าถือ

และทำให้ท่านให้คนไปขับรถของศัลยา ขับกลับมาไว้ที่บ้าน กระเป๋าถือของลูกสาวที่อยู่ในรถ ที่ท่านเปิดดู มีทุกอย่างอยู่ครบ พร้อมทั้งโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแสดงว่าศัลยา ไม่ได้ตั้งใจหรือมีแผน ที่จะต้องเดินทางไปกับเจ้าชายพระองค์นี้ ท่านอภิชาตินั่งลงบนเตียง หยิบตุ๊กตาหมีสีขาว ที่นอนแอ้งแม้งขึ้นมามองดู

ศัลลูกพ่อ.......ขณะนี้ลูกอยู่ที่ไหน ลูกจะรู้มั้ยว่า พ่อเป็นห่วงลูกมากเหลือเกิน พ่ออยากรู้ว่า ลูกมีใจปฏิพัทธ์กับผู้ชายคนนี้หรือเปล่า ลูกไม่เคยเล่าว่าท่านเป็นองค์รัชทายาทให้พ่อฟัง หรือว่าลูกไม่รู้ หรือว่าลูกปิดบังพ่อกันล่ะ พ่อยิ่งรับรู้ข้อมูลเชิงลึกมากเท่าไหร่ พ่อก็ยิ่งห่วงลูกมากเท่านั้น พ่อไปพบกับท่านรองสุพรรณีมา คำบอกเล่าของท่านทำให้ พ่อยิ่งหวั่นใจ

“ ท่านคะความจริงแล้ว เจ้าชายไม่ได้ทรงพระนามว่าอัสวา หรอกค่ะ เป็นพระนามที่ต้องทรงใช้ ในขณะที่ต้องทรงปลอมพระองค์อยู่ในอังกฤษ ทรงมีพระนามจริงว่า เจ้าชายนิโคไรแห่งพูริมบัง พระองค์ประสูติในมอสโค เพราะพระมารดาเป็นชาวรัสเซียน่ะค่ะ และดิฉันก็เป็นพระสหายกับ องค์สมเด็จอนาสตาเซีย พระมารดาของพระองค์ คือดิฉันเคยร่วมคลาสเรียนกับเสด็จพระองค์หญิง ในอังกฤษน่ะค่ะ นี่ค่ะพระสาทิสลักษณ์ของพระองค์ชาย “

และในรูปถ่ายที่ท่านรองสุพรรณีส่งให้ดู ทำให้พ่อต้องยอมรับ ว่าเจ้าชายพระองค์นี้ ทรงพระสิริโฉม ทั้งพระพักตร์ ตลอดจนพระวรกายสง่างาม ท่านรองสุพรรณียังเล่าต่อว่า

“ การที่เจ้าชายนิโคไรทรงเป็นลูกครึ่ง พระญาติพระวงศ์ชั้นสูงของพูริมบัง ซึ่งเป็นคนหัวเก่าบางพระองค์ ที่ยังมีอำนาจไม่ทรงยอมรับ ที่จะให้เจ้าชายสืบราชบัลลังก์ และทรงถูกขัดขวางกีดกันมาตลอด จนพระมารดาทรงเกรงว่า จะถูกลอบปลงพระชนม์ หลังจากที่สมเด็จพระบิดาสิ้นพระชนม์ เมื่อสี่ปีก่อน จึงรีบส่งเสด็จไปประทับอยู่ที่อังกฤษทันที และพระมารดาทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน เรียกว่าตลอดเวลาสามสี่ปีมานี่ ในราชวงศ์พูริมบัง มีการแตกแยกเป็น สองฝักสองฝ่ายน่ะค่ะ “

“ อย่างนี้พวกกบฏ ก็น่าจะมีคนภายในพระราชสำนัก เกี่ยวข้องด้วยน่ะสิครับ “  

“ ใช่ค่ะคนพวกนี้ไม่พอใจ ที่พระนางอนาสตาเซีย เป็นผู้สำเร็จราชการ จึงเข้าทางคนที่คอยยุยง ให้ล้มล้างระบอบกษัตริย์ และเปลี่ยนระบอบการปกครอง เพราะไม่ต้องการพระราชินีที่เป็นคนต่างชาติ เช่นพระนางอนาสตาเซีย มาแต่แรกแล้วน่ะค่ะ และก็เลยพาลมาถึงพระองค์ชาย ซึ่งพระองค์ท่านทรงเป็นหน่อเนื้อกษัตริย์ พระองค์สุดท้าย ก็เลยคิดกำจัดพระองค์ไงคะ “

“ อย่างนี้ภายในราชสำนักก็คงวุ่นวาย กันมากสินะครับ “

“ ก็ประมาณนั้นแหละท่าน แต่ก็มีพระญาติพระวงศ์ ที่ยังจงรักภักดี และเห็นในพระปรีชาของสมเด็จพระนางอนาสตาเซีย ก็กำลังคิดหาทางออก โดยต้องการให้พระองค์ชาย ได้เสกสมรสเสียกับ เจ้าหญิงโมนา พระธิดาของเจ้าฟ้าหญิงอลินนา ซึ่งเป็นพระญาติผู้น้องของสมเด็จพระบิดา เพราะทางเจ้าหญิงอลินนา เป็นพระญาติที่อยู่ในอีกฝ่ายหนึ่งน่ะค่ะ คือเหมือนการได้ร่วมมามีอำนาจ ที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ดูยิ่งหย่อนและเกิดความเสมอภาค ได้มามีส่วนในการปกครองพูริมบังด้วยกัน จะได้จบข้อพิพาท และเพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณี ในการสืบสันตติวงศ์ด้วยน่ะค่ะ “

“ แล้วพระนางอนาสตาเซีย ก็ทรงต้องพระประสงค์แบบนั้นด้วยหรือครับ “

“ ข้อนี้ดิฉันก็ไม่ทราบหรอกนะคะ เพราะความจริงแล้วสมเด็จทรงเป็นคนรุ่นใหม่ มีการศึกษาดีเยี่ยม และทรงพระปรีชาหลายด้าน ทรงมีพระทัยที่ทรงเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว เพราะหลังจากที่พระสวามีสิ้นพระชนม์ ก็เป็นผู้สำเร็จราชการแทน พระโอรส พยายามบริหารจัดการงานเมือง มาได้จวบจนบัดนี้ จนทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถโค่นอำนาจลงได้ แต่จะมาเพลี่ยงพล้ำก็เพราะมือที่สาม ที่เข้ามาแทรกแซง และเหล่าข้าราชบริพารที่อยู่ฝ่ายพระองค์ ก็เคลือบแคลง กับข่าวคราวของเจ้าชายนิโคไร บางกระแสถึงกับร่ำลือกันว่า สิ้นพระชนม์แล้วน่ะค่ะ “

“ แล้วตอนนี้เหตุการณ์ภายในที่สู้รบกัน ทางฝ่ายพระนาง มีใครบัญชาการกองทัพล่ะครับ “

“ เท่าที่ดิฉันทราบ ยังมีทหารที่จงรักภักดี อยู่ข้างพระองค์ท่านนะคะ แต่ตอนนี้พูริมบัง ปิดประเทศ ตัดการสื่อสารกับโลกภายนอกทั้งหมด ดิฉันก็เลยไม่ได้ติดต่อกับสมเด็จอีกเลยค่ะ “

“ ขอโทษนะครับ ผมคงต้องขอถาม ท่านรองสุพรรณีตรงๆ ว่าตกลงลูกสาวผมกับเจ้าชาย มีความสัมพันธ์ทางใจกันมั้ยครับ คือผมไม่ทราบจริงๆ เพราะลูกสาวผม เขาเล่าให้ฟังแต่ว่าพาเพื่อน ต่างแดนของเขาไปเที่ยวชมเมือง ไปศึกษาประวัติศาสตร์ พาไปทานข้าว ซื้อของ และสอนภาษาไทยให้ แต่ไม่เคยเล่าความสัมพันธ์อย่างอื่น ให้ฟังเลยนะครับ “

“ อื่ม.......เรื่องนี้ดิฉันไม่ทราบจริงๆค่ะ และเท่าที่เห็นในมหาวิทยาลัย เขาจะอยู่กันเป็นกลุ่ม เพราะมีพวกหนุ่มๆอีกสามคน ซึ่งเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ถูกส่งมาถวายการรับใช้ รวมกลุ่มอยู่ด้วย และเท่าที่ดิฉันทราบจากอาจารย์ที่ปรึกษา ที่ดิฉันให้คอยถวายความดูแลเป็นพิเศษ ก็ยังชมว่าพระองค์ทรงเป็นสุภาพบุรุษมากค่ะ และหนูศัลยา ก็วางตัวดี ไม่มากไม่น้อย ก็เลยไม่มีข่าวชู้สาวให้ได้ยิน จะมีก็แต่สาวๆอื่น ที่ต้องตาต้องใจในพระสิริโฉม คอยตามตื๊อพระองค์ท่านอยู่บ้าง และมีเรื่องว่ากระแนะกระแหน อิจฉาหนูศัลยาเสียมากกว่าน่ะค่ะ “

และเมื่อท่านนั่งคิดเงียบๆ รองศาตราจารย์สุพรรณีก็เอ่ยขึ้นอีก “ ท่านคะ......ดิฉันทราบว่าท่านคิดยังไง แต่เรื่องความรัก เป็นความรู้สึกภายในใจ ที่ทั้งคู่อาจมีให้แก่กันก็ได้นะคะ ดิฉันเชื่อว่าถ้าคนเราเป็นเนื้อคู่กัน อยู่กันแสนไกลแค่ไหนก็ต้องมาพบกัน ไม่อาจแคล้วคลาดกันหรอกค่ะ มันอาจจะเป็นโชคชะตา ที่สักวันหนึ่งหนูศัลยา อาจจะได้เป็นพระราชินีของพูริมบังก็ได้นะคะ “

ศัลยา.......แต่พ่อเป็นห่วงหนูเหลือเกิน พ่อไม่อยากให้หนู เป็นอย่างที่ท่านรองท่านบอกพ่อ เรื่องภายในราชสำนัก ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ใครก็อยากได้ตำแหน่ง สตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศ เพราะมันหมายถึงอำนาจล้นฟ้า ประวัติศาสตร์แทบทุกราชวงศ์ในโลกนี้  มีเรื่องราวภายในที่ซับซ้อน ชิงรักหักสวาท ชิงอำนาจกันอย่างน่ากลัวนัก พ่อภาวนาขอให้ลูก อย่าได้คิดมอบหัวใจ ให้พระองค์ท่านเลย ลูกจะเจ็บเสียมากกว่ามีความสุข ......พ่อจะต้องรีบไปพาลูกออกมา และจะไม่ยอมให้ลูก ไปอยู่ในสถานการณ์ แบบนั้นเป็นอันขาด 

* เค้าลางอุปสรรคแห่งความรั ก เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทั้งคู่จะให้คำว่ารักมีอำนาจ บงการ ให้พาผ่านพ้นไปได้หรือไม่ ทั้งศึกรบศึกรัก จะหนักหนาสาหัสเพียงใด มาลุ้นทั้งความรักความหวาน ที่หนุ่มสาวแรกรัก ต่างก็มีให้แก่กันค่ะ คอมเม้นท์มาให้กำลังใจพี่บุษบ้างนะคะ *  

             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

497 ความคิดเห็น

  1. #239 กระต่ายจอมซน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 21:45
    การเมืองเป็นอุปสรรคด้านความรักซะงั้น
    #239
    0
  2. #42 สายลมแห่งโชคชะตา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2555 / 16:15
     สนุกดีค่ะ
    #42
    0
  3. #29 lullana (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2555 / 08:37
    เอากำลังใจจจจจจจจจจจจจจจจจมาฝากกกกกกกกกกกกจ้าพี่บุษ
    #29
    0
  4. #28 tungkn4841 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2555 / 02:45

    หรือเป้นเพราะพรหมลิขิตจึงทำให้ ศัล ไม่ยอมขึ้น ฮ กลับไป   แถมตามอัศวาวิ่งหนี ฮ เข้าดงต้นไม้อีก

    รอไรเตอรืมา up ต่อ

    #28
    0
  5. #27 jeabkiss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2555 / 19:17
    เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ค่ะ
    #27
    0
  6. #26 lullana (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2555 / 12:09
    เอากำลังใจจจจจจจจจจจมาฝากกกกกกกกกกกจ้าพี่บุษ
    #26
    0
  7. #25 อะเจ้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 13:19
    หูยยยยยยยย อยากรู้มากกว่านี้อ่ะ อัพ ๆ ๆ ๆๆ
    #25
    0
  8. #24 นกฮู้ก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 03:41
    ว้ายๆๆเขิ้นจัง บรรยากาศเป็นใจด้วย
    #24
    0
  9. #23 tookta12 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 21:13
    ตาร้อนผ่าวเลยค่ะ อิจฉาน้องศัล หวานจริงๆๆองค์รัชทายาท ไรเตอร์เปิดเรื่องได้ตื่นเต้นมากๆค่ะ ชื่นชมจินตนาการค่ะ
    #23
    0
  10. #22 lullana (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 21:01
    เอากำลังใจจจจจจจจจจจจจจมาฝากกกกกกกกกกค่ะพี่บุษ
    #22
    0
  11. #21 jeabkiss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 18:58
    หนีได้ซะทีลุ้นตัวโก่งเลย
    #21
    0
  12. #20 สายลมแห่งโชคชะตา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 14:41
    สนุกมาก ๆเลยค่ะ
    #20
    0
  13. #19 ตาล แฟนใหม่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 12:04
    อยากเป็นน้องศัลจังเลย 55555 ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ต้องตัดสินใจแบบน้องศัล ลงมาปกป้อง พี่อัสวาค่ะ ยินดีปกป้องทั้งตัวทั้งใจเลยค่ะ 555
    #19
    0