เปลวไฟในตะเกียงรัก (ส.น.พ.พระจันทร์ตีพิมพ์) เล่นเกมกันค่ะ

ตอนที่ 1 : จำยอม อัพ 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    13 ธ.ค. 54




ตอนที่ 1 จำยอม อัพ 100%

 

เสียงแผดอาละวาดของเจ้านายสาว ดังออกมาจากห้องทานอาหาร ทำให้อนงค์สาวใช้วัยกลางคน และแม่เจิมแม่ครัวคนเก่าแก่ หันมามองหน้ากันทันที เพราะตั้งแต่คุณจณิสตา เจ้านายสาวที่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษ เธอยังไม่เคยแผลงฤทธิ์เลยสักครั้ง ทั้งที่ทุกคนก็รู้ฤทธิ์ และตั้งรับมาแล้วหลายวัน แต่ที่แปลกใจก็คือทำไมเกิดขึ้น ในเวลาอาหารมื้อเช้าของเธอ และคุณนายประไพพักตร์ ผู้เป็นมารดา ซึ่งไม่น่าจะเกิดในเวลาอาหาร ถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงเกินจะรับ

อนงค์สาวใช้วัยกลางคน ซึ่งยืนจัดของอยู่ในครัวชะงักมือค้าง มองหน้าแม่ครัวชรา ด้วยท่าทางห่อปาก ทำคอย่น เบิ่งตาโตขึ้นในขณะที่น้อยสาวใช้วัยละอ่อน วิ่งถลันหน้าตื่นกลับเข้ามาในครัว เอ่ยละล่ำละลัก

พี่นงค์ พี่นงค์ เกิดศึกแล้ว ไปแอบดูกันเร็ว

นังน้อย.......คุณเจสเป็นอะไร เกิดศึกอะไรกันขึ้นแต่เช้าล่ะเนี่ย แม่เจิมรีบเอ่ยถาม 

น้อยไม่ตอบแต่คว้าข้อมืออนงค์ กึ่งจูงกึ่งลากกลับออกไป แต่ก่อนจะลับกาย ก็ยังหันหน้า มาเอ่ยกับแม่เจิมนิดหนึ่ง

ป้า.....เดี๋ยวฉันมารายงานข่าวนะ รอแป๊บนึง

มันเรื่องอะไรวะนังน้อย เห็นคุณเจสก็ลงมาดีๆนี่นา อนงค์เอ่ยถามเด็กสาว ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาด้วยกัน  

ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจนะพี่ พอฉันตักข้าวต้ม รินน้ำส้มน้ำเย็นวางให้ คุณเจสแกก็ทานไปด้วย และก็หยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดๆอ่านไปด้วย และพอเห็นข่าวอะไรสักอย่าง ก็แผดเสียงออกมา คุณนายก็เลยหันมาไล่ฉันน่ะ ไปแอบฟังกันดีกว่านะพี่ ฉันแง้มประตูไว้นิดหนึ่ง อยากรู้ชะมัดเลยว่าข่าวอะไร ที่ทำให้คุณเจสปรี๊ดแตกขนาดนี้ น้อยเอ่ยตอบ ในขณะที่สาวเท้าอย่างเร่งรีบพาอนงค์ เดินมาแอบอยู่ที่บานประตู ห้องทานอาหาร เสียงเกรี้ยวกราดดังรอดออกมา

แกอย่ามากรี๊ดๆใส่ฉันนะ ฉันบอกแกไปแล้วนี่ ไม่ใช่ไม่บอก แกนึกว่าฉันพูดเล่นเหรอไงล่ะ อย่ามาทำเป็นไม่รับรู้อะไร

คุณแม่......เจสก็บอกคุณแม่ไปแล้วไงคะ ว่าเจสไม่มีวันแต่งงานกับ ไอ้นายบ้านนอกนั่นเป็นอันขาด เจสขยะแขยง สะอิดสะเอียน ดูสิคะ.........นายนั่นหรือใครก็ไม่รู้ให้ข่าว ว่ากำลังจะมีข่าวดีกับตระกูลของเรา เจสจะอ่านให้ฟังนะคะ...... คุณรัชภาคเศรษฐีภูธร กำลังจะมีข่าวดีกับคุณหนูของตระกูลแพงเพทาย ขอแสดงความยินดีล่วงหน้านะครับ ......เชอะไอ้คนทุเรศ ......

แล้วร้องกรี๊ดเหมือนเป็นบ้าทำไมหึยัยเจส ให้แกร้องจนคอแตก แกก็ต้องแต่งกับเขา เสียงคุณประไพพักตร์มารดาแผดเสียงใส่   

แต่เจสบอกคุณแม่ไปแล้วไงคะ ว่าเราจะต้องหาทางออก เพราะเจสไม่มีวันค่ะคุณแม่ อย่ามาบังคับเจสเป็นอันขาด เจสรับไม่ได้ เจสเกลียดการคลุมถุงชนแบบนี้ เจสไม่ได้เกิดมาในยุคไดโนเสาร์นะคะ ที่จะได้ให้จับแต่งงานกับไอ้บ้าที่ไหนก็ได้ ตามแต่ที่ผู้ใหญ่จะเห็นชอบ ตลกชะมัดเลย เสียงของหญิงสาวบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี  

แต่ฉันก็บอกแกไปแล้ว ว่าแกต้องแต่ง เพราะฉันตกลงกับเขาไปแล้ว และเขาจะให้ข่าวอะไร แกก็ต้องยอมรับ และถ้าแกจะมาโทษแม่ก็ไม่ได้ เรื่องนี้มันเกิดเพราะคุณพ่อแกไม่ใช่ฉัน และถ้าแกไม่แต่งกับนายรัชภาคย์ เราก็ต้องถูกยึดบ้านหลังนี้ หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วแกทนได้มั้ยล่ะที่จะไปซื้อคอนโดเล็กๆ ที่มีห้องเท่ารูหนูอยู่ด้วยกันน่ะ ฉันน่ะอยู่ได้และก็ไม่อายใครหรอกนะ ผู้เป็นมารดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยาะๆ

เจสไม่เชื่อหรอกค่ะ ว่าคุณแม่ไม่อายใคร คุณแม่แคร์สังคม แคร์พวกคุณหญิงคุณนายเพื่อนๆคุณแม่ ยิ่งกว่าเจสเสียอีก ลูกสาวย้อนยอกอย่างไม่ลดละ

ยัยเจส......มันจะมากไปแล้วนะ อย่ามาก้าวร้าวแม่แบบนี้ จำไว้สิว่าเราเป็นหนี้ และล้มละลายมานานแล้ว เงินทุกบาททุกสตางค์ ที่กินใช้อยู่ทุกวันนี้ เป็นเงินของพวกอนันตรัตน์ ในเงื่อนไขที่แกคือ ว่าที่สะใภ้ของตระกูลนี้ และถ้าแกไม่ยินยอมแต่งงาน กับคุณรัชภาคย์ ผู้ซึ่งเข้ามาสืบทอดกิจการ ในมรดกมหาศาลของอนันตรัตน์ โดยเราขอยกเลิกสัญญานี้ เราก็จะเหลือแต่ตัว ทุกอย่างจะถูกยึดเป็นของอนันตรัตน์ทันที คุณประไพพักตร์เอ่ยอธิบาย ด้วยน้ำเสียงรัวเร็วจริงจัง

แล้วบริษัทของคุณพ่อล่ะคะ

หึ!บริษัทของพ่อแก เขาขายใช้หนี้ไป ตั้งแต่ก่อนเขาจะตายนานแล้ว พ่อแกไปทำธุรกรรมกับคุณเชื้อพ่อของนายภาคกันไว้ยังไง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน และตอนนี้บริษัทได้เปลี่ยนมือ เป็นของใครอีกหรือเปล่า ฉันไม่ได้สนใจ เพราะมันไม่ใช่ของเราอีกแล้ว

เพราะคุณแม่ไม่เคยสนใจอะไร นอกจากไปอยู่ในบ่อน กับพวกคุณหญิงคุณนายพวกนั้น จนเราหมดเนื้อหมดตัวแบบนี้ ก็เพราะทั้งคุณพ่อคุณแม่ มัวเมาอยู่กับการพนันใช่มั้ยคะ คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยรักเจส ห่วงเจสเลย ถ้าเจสรู้ว่าต้องกลับมาแล้วเป็นอย่างนี้ เจสไม่กลับหรอกค่ะ เรียนจบแล้วหางานทำอยู่ที่โน่นเสียยังดีกว่า ฮือๆๆๆ เสียงสะอื้นของหญิงสาว ตัดพ้อต่อว่า

หยุดนะยัยเจส แกไม่มีสิทธิ์ที่จะว่าพ่อแม่แบบนี้ หัดรู้จักบาปกรรมเสียบ้างสิ

คุณแม่คะ.......แต่เจสกำลังเป็นคน ที่ต้องรับบาปที่ไม่ได้ก่อนะคะ จะไม่ให้เจสพูดไม่ได้หรอกค่ะ และเจสก็ยินดีที่จะเหลือแต่ตัว อยู่ห้องเล็กๆและก็หางานทำ ดีกว่าที่เจสจะต้องกล้ำกลืนแต่งงานไปอยู่กับนายแมวอะไรนั่น  นะคะ

เชอะ ! คนอย่างแกนะเหรอ จะทำอะไรได้ ฉันเลี้ยงแกมาราวกับเทวดา ถามหน่อยสิ......ว่าตั้งแต่แกเกิดมาเป็นตัวเป็นตน เคยโหนรถเมล์ หรือว่ากินข้าวราดแกงข้างถนนสักครั้งมั้ย  แม้แต่รถเก๋งแต่ละคันที่แกใช้ ซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ได้เป็นสิบหลัง อย่ามาเพ้อเจ้อ ว่าจะเดินต๊อกๆขึ้นรถเมล์ไปทำงานเลยย่ะ

คุณแม่คะ.......แต่เจสก็ทนไม่ได้ ที่จะแต่งงานกับนายเศรษฐี ชาวไร่ชาวนาแบบนั้นนะคะ มันก็คงแย่พอๆกับต้องขึ้นรถเมล์ไปทำงาน หรือว่าทานข้าวราดแกงริมถนน แต่ก็ยังดีกว่าที่จะฝืนใจ แต่งงานไปกับคนที่ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า แล้วก็ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนอกคอกนานั่นนะคะ เสียงลูกสาวทอดอ่อนลง

ถึงเขาจะทำนาทำไร่ก็จริง แต่ก็คงไม่ได้กิ๊กก๊อก แบบชาวนาชาวไร่ธรรมดาหรอกนะ เพราะคุณเชื้อน่ะเขาเป็นคนระดับคหบดี ไม่ใช่ตาสีตาสาธรรมดาเสียที่ไหนล่ะ  

ก็คงเหรอคะ.......เจสฟังแล้วคุณแม่ดูเหมือน ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยนะคะ คุณแม่ไม่รักเจส ก็สงสารบ้างสิคะ เจสเรียนจบมาเจสต้องการทำงานในเมืองหลวงนี่ ไม่ใช่เรียนมาแทบเป็นแทบตาย แล้วไปเป็นเมียชาวไร่อยู่บ้านนอกนะคะ ฮือๆๆ เสียงลูกสาวร้องไห้เสียงดังในตอนท้าย ทำให้มารดาเสียงอ่อนลง

เจส การที่แม่ให้หนูแต่งงานกับเศรษฐี แม่ไม่รักลูกไม่สงสารลูกงั้นเหรอ แม่จะทนได้ยังไง ถ้าเห็นลูกลำบากไปทำงานเงินเดือนสามสี่หมื่น ซื้อกระเป๋าหรูๆ สักใบก็ยังไม่ได้น่ะ  ถึงนายนั่นเขาจะเป็นคนบ้านนอก แต่รู้มั้ยว่าเขาร่ำรวยมหาศาลแค่ไหน และแกก็เรียนมาสูงขนาดนี้ ก็หัดใช้สมองกับพวกบ้านนอกนั่น หาทางไปเอาทุกสิ่งทุกอย่างคืนมาสิ

เจสกล้ำกลืนไม่ได้หรอกค่ะ และคุณแม่ก็รู้ว่าเจสรักอยู่กับธาริส และเขาก็เหมาะสมกับเจส เราเรียนมาด้วยกันนะคะ เราสัญญากันแล้วว่าจะแต่งงานกัน

แกเลิกพูดถึงไอ้หมอนี่ได้แล้วนะ อย่าเอ่ยถึงอีก ถ้าไม่อยากเหลือแต่ตัว รู้ไว้เสียสิว่า....ทุกวันนี้เรามีแค่เปลือกนอกเท่านั้น ที่ดูหรูหรา มีบ้านช่องใหญ่โต มีเงินใช้อู้ฟู่ แต่ความจริงมันเป็นชื่อของอนันตรัตน์ ทุกวันนี้เราเป็นเพียงผู้อาศัย และถ้าอยากได้บ้านหลังนี้กลับคืนมา แกก็ต้องแต่งงานกับนายรัชภาคย์เท่านั้น แต่งไปก่อนแล้วหาเรื่องขอหย่าทีหลัง แบ่งทรัพย์สินกันคนละครึ่ง ได้มาสักครึ่งหนึ่งที่พวกนี้มี แกกับฉันก็สบายก็เท่านั้นเอง เสียงคุณนายประไพพักตร์ตอกย้ำ ความสิ้นเนื้อประดาตัวให้ลูกสาวฟังอีกครั้งพร้อมทั้งชี้ช่องทางหย่าร้างให้ลูก หลังการแต่งงาน

น้ำเน่าสิ้นดี เสียงลูกสาวกระแทกกระทั้น  

จะมากไปแล้วนะยัยเจส ไปคิดเอาเองก็แล้วกันว่าจะเอายังไง และจำไว้ว่าถ้าแกไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ และจนต๊อกต๋อย อยู่อาคารชุดราคาสักสี่ห้าล้าน ขับรถญี่ปุ่นสักคัน เมินเสียเถอะว่า พ่อแม่ของไอ้เจ้าธาริส จะเอาอกเอาใจโอ๋แกอย่างนี้ รวมถึงไอ้เจ้าธาริสของแกด้วย

และคุณแม่ก็คงไม่มีเงิน บินไปเข้าคาสิโนที่โน่นที่นี่ ละลายเงินเล่นแบบนี้ใช่มั้ยคะ ถามจริงๆเถอะค่ะ คุณแม่ขายหนูไปเท่าไหร่ล่ะคะ   เสียงลูกสาวแดกดัน

มันเป็นความสุขของฉัน มารดาตอบเพียงสั้นๆ

แต่ความทุกข์มันมาตกอยู่ที่เจส ใช่มั้ยคะ ฮือๆๆๆ ลูกสาวยอกย้อนด้วยเสียงสะอื้นไห้

แกไปคิดเอาเอง ว่าถ้าแต่งกับคนที่เขาร่ำรวย แล้วทุกข์หรือสุข และอาทิตย์หน้านายรัชภาคย์ เขาจะมาที่นี่ มาจัดการทุกอย่าง สู่ขอแล้วแต่งเลย ฉันบอกแกให้รู้ล่วงหน้า จะได้ไปจัดเตรียมเสื้อผ้าซะ ซึ่งความจริงชุดหรูหราอลังการ ของแกที่มากมาย ก็น่าจะใช้ได้ เลือกดูสักชุดสองชุดก็ได้นี่

หึๆ.........คุณแม่เองยังไม่เห็น อยากจะต้อนรับให้เกียรตินายนั่น แต่มายัดเยียดให้เจส ไปทนทุกข์เพื่อความสุขของคุณแม่ เขาว่าคนติดการพนันน่ะ ขายได้แม้กระทั่งลูก เจสเชื่อแล้วค่ะฮือๆๆ ลูกสาวเอ่ยถากถาง ด้วยเสียงเครือสะอื้น

เพลี๊ยะ !เสียงฝ่ามือกระทบแก้ม พร้อมทั้งเสียงเกรี้ยวกราดของคุณนายประไพพักตร์ ดังรอดออกมา นี่แน่ะ! อย่ามาก้าวร้าวฉันอีกนะ ยัยเจส

และตามมาด้วยเสียงร้องไห้โฮ รัวความเจ็บช้ำยืนยันออกมา ฮือๆๆ คุณแม่ถึงกับตบหน้าเจสเลยเหรอคะ คุณแม่อย่ามาบังคับเจส ให้แต่งกับไอ้นายบ้านนอกนั่นเลย เจสไม่แต่งจำไว้เถอะค่ะ ว่ายังไงเจสก็ไม่แต่งๆๆๆๆ

แกต้องแต่งเพราะฉันสั่ง แกรู้บ้างมั้ยว่าตอนนี้ ทางนายรัชภาคย์น่ะ เขาลดเงินเดือนฉันมาเหลือแค่เดือนละห้าแสน จากที่เคยให้เดือนละล้าน เขาบอกว่าแกเรียนจบแล้ว ค่าใช้จ่ายน้อยลง เขาก็ลดเงินเดือนลงด้วย ตอนนี้ฉันจะไปไหนใช้เงินอะไรก็ไม่ได้ แกรู้อะไรบ้างมั้ย เสียงคุณประไพพักตร์ เปิดเผยความจริงบางส่วนออกมา

ทำไมล่ะคะ ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย ทำไมเจสไม่เคยรู้อะไรเลย ทำไมคุณแม่ไม่เคยบอกเจส ว่าเราต้องใช้เงินของเขา ฮือๆๆๆ เสียงหญิงสาวโอดครวญ พร้อมทั้งร้องไห้ลั่นห้อง

นายรัชภาคย์น่ะ เขาคิดยิบย่อย ทุกบาททุกสตางค์ เขางกจำไว้ด้วย เตรียมตัวได้แล้ว อาทิตย์หน้าเขาจะมาจัดการเรื่องของแก

ตกลงคุณแม่ขายเจสแล้วใช่มั้ยคะ ฮือๆๆๆ

แกไม่ดีใจเหรอ ที่มีคนมาขอแต่ง ด้วยสินสอดถึงร้อยล้าน ทั้งทองและเครื่องเพชรอีกต่างหากน่ะ ซึ่งความจริงแล้วที่เราเป็นหนี้เขาอยู่ มันมากมายกว่านี้หลายเท่านัก และหน้าอย่างนายธาริส ก็ไม่มีวันหาสินสอดเท่านี้มาแต่งแกได้หรอก ฉันบอกแกแค่นี้แหละ แล้วความจริง แกก็ไม่จำเป็นต้องบอกนายธาริสก็ได้นี่ ถ้าเขาติดต่อแกมา แกก็บอกว่าไปเที่ยวอยู่ต่างจังหวัด ผัดผ่อนไปเรื่อยๆก็เท่านั้นเอง เตรียมตัวเก็บเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้เตรียมไว้ด้วยล่ะ เพราะพอเสร็จพิธีสู่ขอ เขาจะพาแกไปเลย และเมื่อสิ้นเสียงคุณประไพพักตร์ที่พูดอย่างไม่ยี่หร่ะ กับความรู้สึกของลูกสาว เสียงกรีดร้องสะอื้นไห้อาละวาดก็ตามมาทันที

กรี๊ด!!!!!ไม่ค่ะ......หนูทำไม่ได้ ฮือๆๆๆ

และเมื่อเสียงของลูกสาวยืนยัน จึงตามมาด้วยเสียงอ่อนอ้อนวอน ของคุณนายประไพพักตร์

เจส.......แม่จะบอกความจริงหนูนะลูก นึกว่าทำเพื่อแม่สักครั้งก็แล้วกันนะ เพราะแม่ร้อนเงินจริงๆ แม่น่ะเป็นหนี้ และไอ้เจ้าหนี้รายนี้ มันเป็นมาเฟีย มันขู่จะอุ้มแม่ไปฆ่านะลูก และมันก็ขีดเส้นตาย ให้แม่แล้วด้วยนะเจส  สิ้นเสียงมารดา เสียงลูกสาวก็ร้องไห้โฮ เพราะรู้ว่าตนเองคงไม่มีทางหลีกเลี่ยง อะไรอีกแล้ว  

 

*น้อยกับอนงค์หันมามองหน้ากันนิดหนึ่ง และทั้งคู่ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีมือมาสะกิดข้างหลัง และเมื่อหันขวับไปมอง ก็พบนายเกื้อคนขับรถ ที่ยืนแยกยิ้ม อวดฟันสามสิบสองซี่ หัวเราะแหะๆ

ไอ้เกื้อ.......ไอ้บ้า......ทำเอาตกใจหมดเลย มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย อนงค์กระชากเสียงถามด้วยสีหน้าโกรธๆ เอื้อมมือไปทุบหนุ่มรุ่นน้องให้อั่ก!หนึ่ง

ฉันก็มายืนพร้อมๆเจ้ กับน้องน้อยน่ะแหละจ้ะ เขาเอ่ยพร้อมทั้งส่งยิ้มหวาน กะลิ้มกะเหลี่ยให้เด็กสาว

ทะลึ่ง .......แล้วใครใช้ให้ขึ้นมาล่ะ เดี๋ยวคุณนายเห็นก็เล่นงานเอาหรอก น้อยเอ่ยพร้อมทั้งค้อนควัก

พี่เกื้อคิดถึงน้อยนี่จ๊ะ ไม่เห็นหน้าสักห้านาทีก็จะขาดใจแล้วละ เขายื่นหน้ามาหยอดคำหวาน

บ้า......จริงเหรอ น้อยเอ่ยพร้อมทั้งบิดปลายมือเข้าหากัน ทำท่าม้วนต้วนอย่างเก้อเขิน

ฉันจะอ้วก.......แกสองคน ลงไปพลอดรักข้างล่างโน่นไป น่ารำคาญ ฉันไปก่อนละ ถ้าคุณนายออกมาเห็นรับรองเจอด่ากระจายแน่ อนงค์เอ่ยพร้อมทั้งผันกาย รีบเดินจากไป ก่อนที่ใครสักคนจะออกมาเห็น และทำให้นายเกื้อจอมทะเล้น รีบจับข้อมือน้อยวิ่งลงบันไดหน้าตึก

เฮ้ยๆๆ........ไอ้พี่เกื้อ เดี๋ยวฉันหกล้ม เล่นฉุดกระชากลากถู อย่างนี้ฉันวิ่งไม่ทันนะ น้อยกรีดร้องห้าม

นายเกื้อพาเด็กสาววิ่งอ้อมไปทางหลังครัว ที่มีแม่เจิมนั่งอยู่และอนงค์เพิ่งหย่อนกายลงนั่งที่โต๊ะม้าหิน ทั้งสองรีบนั่งแปะลง ร่วมวงสนทนาด้วยทันที

ป้าเจิมจ๋า.......เอ่อ......ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ป้าพอจะรู้มั้ยว่า แล้วตกลงบ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นของคุณนายแล้วใช่มั้ย ฉันได้ยินว่าเป็นของคุณรัชภาคย์อะไรนี่แหล่ะจ้ะ ป้าเล่าให้ฟังประดับความรู้ฉันหน่อยสิ อนงค์เอ่ยประจบ ถามป้าเจิมคนเก่าแก่ อย่างอยากรู้

โฮ้ยไม่ได้เป็นตั้งนานแล้วละ ก็ทั้งคุณโยธินและคุณนายน่ะ เกิดติดการพนันจนหมดเนื้อหมดตัว และก็เอาบ้านไปจำนองกับเพื่อนเก่าของท่าน ชื่อคุณเชื้อพ่อของคุณรัชภาคย์นี่แหละ คุณเชื้อแกเป็นเศรษฐีบ้านนอก มีที่ดินเยอะแยะเชียวละ แต่ก่อนแกก็ไม่ได้รวยอะไรหรอก มีแต่ที่ดินเรือกสวนไร่นาน่ะ แต่พอถนนสายบางนาตราด ตัดผ่านเท่านั้นแหละแกเอ๊ย ที่ดินของแกก็แพงราวกับทองคำ จากชาวนาชาวไร่ธรรมดาๆ กลายเป็นเศรษฐีไม่รู้เรื่องเชียวละ และยังมีที่ดินที่ให้บริษัทส่งก๊าซ ส่งแก๊สอะไรนี่แหละเช่าที่ของแก ทำท่อส่งก๊าสมาทางใต้ดิน รวยหนักเข้าไปอีกนะ แม่เจิมสาธยาย

โอโฮ !ก็รวยไม่รู้เรื่องเลยน่ะสิป้า อนงค์ห่อปากตาโต อุทานออกมา

ก็รวยน่ะสิ ข้าเคยบังเอิญได้ยินคุณโยธิน บอกกับคุณนายว่าคุณเชื้อน่ะรวยมาก แต่เอ็งเชื่อมั้ยคุณเชื้อน่ะ ถึงแกจะรวยยังไง แกก็ยังทำไร่แต่งตัวบ้านๆ และยังเร่งทำมาหากินขยายกิจการไม่หยุด แต่แกมีความเป็นอยู่เดิมๆไม่ฟุ้งเฟ้อ ใช้ชีวิตแบบบ้านนอกน่ะแหละ คุณนายแกถึงไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ไงล่ะ แต่ก็แปลกนะ......ทีเงินละปลื้มไม่ยักรังเกียจรังงอน หึๆ แม่เจิมเล่าประวัติคุณเชื้อ และเอ่ยแดกดันคุณนายประไพพักตร์ ด้วยเสียงหัวเราะหึๆ และก้มหน้าลงปอกกระเทียม

ป้าเคยเห็นคุณเชื้อด้วยเหรอ

อ๊ะ........เมื่อก่อนที่คุณผู้ชายยังไม่ตายน่ะ แกมาบ่อยเชียวละ เขาเป็นเพื่อนรักเพื่อนเกลอกัน มาตั้งแต่เด็กๆ หิ้วชะลอมของฝากมาเยอะแยะ ความจริงคุณผู้ชายน่ะ แกก็คนบ้านนอกเหมือนกัน แต่พ่อแม่ส่งมาเรียน พอจบก็พบรักกับคุณนาย และก็ขายที่ดินมรดกที่ติดกับของคุณเชื้อ ได้เงินมามากโขอยู่เชียวละ และก็เลยตั้งรกรากอยู่กรุงเทพฯ เปิดบริษัททำมาหากิน แต่ตอนนี้ก็ขายไปหมดแล้ว เรียกว่าตอนนี้คุณนายน่ะ ไม่ได้เหลืออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากคุณเจสน่ะ แม่เจิมเอ่ยเล่า ด้วยเสียงเนิบๆอย่างคนที่รู้ตื้นลึก หนาบางของเจ้านายดี

ก็เลยต้องขายสมบัติชิ้นสุดท้ายใช่มั้ยป้า น้อยสอดขึ้น

ก็ใช่น่ะสิ เรียกว่าคุณหนูเจสคนเดียวเท่านั้น ที่จะกอบกู้ฐานะทุกอย่างไว้ได้น่ะ ป้าเจิมตอบ ทั้งที่ยังก้มหน้าลงปอกกระเทียมในมือ

ป้า....หนูอยากรู้ว่าลูกคุณเชื้อ ที่ชื่อคุณรัชภาคย์ที่จะมาแต่งงาน กับคุณเจสน่ะ หน้าตาเป็นยังไง ป้าเคยเห็นมั้ย น้อยเอ่ยถาม  

อืม.......ไม่เคยเห็นเลยว่ะ รู้แต่ว่าแกมีลูกชายคนเดียว เมียตายไปตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ แต่มีเมียใหม่เหรอเปล่าข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะตอนหลังนี่ ได้ยินว่าคุณเชื้อแกไปซื้อไร่อยู่แถวปากช่อง ทำกิจการใหญ่โตขึ้นอีกนะ

เฮ้อ.......ฉันเป็นคุณเจสนะ ฉันจะแต่งงานกับคุณรัชภาคย์ ถึงจะบ้านนอกคอกตื้อยังไงก็รวยเนอะ คนบ้านนอกน่ะ จิตใจดีจะตายไป จริงมั้ยป้า....... อนงค์ออกความเห็น

แหม......เจ้นงค์.......เขาอาจจะไม่ได้บ้านนอก แบบพ่อเขาแล้วก็ได้นี่ คนบ้านนอกบางคน ที่เขาร่ำเรียนมาสูงๆ เขาก็ไฮเทคแล้วนะเจ้   นายเกื้อออกความเห็น

แต่คุณเจส เขาไม่คิดอย่างแกหรอก เขานักเรียนนอกโว้ย ไปเรียนถึงเมืองผู้ดีอังกฤษ เขาอยู่กับสังคมไฮโซมาตั้งแต่เล็กยันโตย่ะ จ้างเขาก็ไม่อยากได้คนบ้านนอกมาทำผัว จะรวยยังไง ก็ยังได้ชื่อว่าคนภูธรอยู่ดี แถมยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาแบบนี้ คุณเจสคงวาดภาพ แล้วกระเดือกไม่ลงแน่เลย แล้วอีกอย่างคุณเจสเขาก็มีแฟน นักเรียนนอกด้วยกันย่ะ อนงค์เอ่ยพร้อมทั้งค้อนควักนายเกื้อ ทำท่าเชิดหยิ่งเลียนแบบคุณหนูของเธอ

แต่งานนี้ฉันฟังเสียงคุณนายแล้ว ฉันว่าคุณเจสแกไม่รอดแน่เลย เพราะถ้าไม่ยอม จะทนให้เขายึดบ้านแล้วไปอยู่คอนโด ทำตัวต๊อกต๋อย อย่างที่คุณนายว่าได้เหรอ คุณเจสเธอสวยเริ่ดเชิดหยิ่ง ออกขนาดนั้นน่ะ แต่ที่แน่ๆที่คุณเจสต้องยอม ก็ไอ้เจ้าหนี้ที่จะมาอุ้มคุณนายไปเจี๋ยนนี่แหละเรื่องใหญ่ น้อยออกความเห็นขึ้นบ้าง

เฮ้อ......นักเรียนนอกกับคนบ้านนอก นี่มันคนละเรื่องกันเลยนะป้า แล้วคุณเจสแกก็ธรรมดาซะที่ไหน อย่างที่คุณนายแกว่าน่ะแหละ คุณเจสแกไม่เคยลำบาก รถที่แกขับคันละเกือบยี่สิบล้าน เสื้อผ้าข้าวของที่ใช้แต่ละอย่างแพงหูดับตับไหม้ วันนั้นฉันเห็นแกหยิบกระเป๋าถือ ที่ซื้อกลับมาจากเมืองนอก ใหม่เอี่ยมอ่อง ส่งมาให้ฉันตัดป้ายทิ้ง ฉันถามว่าใบเท่าไหร่แพงมั้ย แกบอกก็ไม่แพงหรอก แค่แสนกว่าบาท ฉันเกือบช้อคแน่ะ อนงค์เอ่ยเล่า

ว้าย.......จริงเหรอพี่นงค์ มันมีด้วยเหรอกระเป๋าใบละแสนน่ะ ที่บ้านนอกน่ะปลูกบ้านได้หลังหนึ่งเลยนะพี่นงค์ น้อยยกมือขึ้นทาบอกร้องอุทาน

คุณเจสบอกว่าใบเป็นล้านยังมีเลยย่ะ อนงค์ยื่นหน้ามาเอ่ยบอกน้อย  

คุณหนูเจสน่ะ แกน่าสงสารจะตายไป เฮ้อ...... แม่เจิมเงยหน้าขึ้นเอ่ย พร้อมทั้งถอนหายใจน้อยๆ

น่าสงสารตรงไหนจ๊ะป้าเจิม เอาแต่ใจก็เท่านั้น ไม่สบอารมณ์ขึ้นมาก็ขว้างปา ระบายอารมณ์ วันนี้จะอาละวาดอีกเหรอเปล่าก็ไม่รู้ ฉันว่าคุณรัชภาคย์อะไรนั่นน่ะ ชะตาขาดเสียแล้วละอิๆ น้อยเอ่ยออกความเห็นขึ้นพร้อมทั้งยกมือปิดปากหัวเราะ

นี่แกลองคิดดูให้ดีๆสิ คุณหนูแกถูกทอดทิ้งมานานมากแล้ว คุณนายไม่เคยสนใจลูก อยู่แต่ในบ่อน ตะลอนๆไปเล่นที่โน่นที่นี่ แต่คุณหนูแกรักดีหรอก ถึงได้เรียนจบ คุณนายน่ะ......บางทีเอาเงินเดือนที่ทางลูกคุณเชื้อให้ใช้ ไปเล่นจนหมด จนต้องบากหน้าโทรไปขอเพิ่ม ทางโน้นเขาเลยกลายเป็น ต้องส่งเงินเข้าบัญชีไปให้คุณหนูเอง และไปๆมาๆ ก็เลยต้องส่งมาตลอดด้วย คุณหนูเจสน่ะไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง จู่ๆมาบังคับแบบนี้ เป็นใครก็ต้องแย่เหมือนกัน เขาเรียกพ่อแม่รังแกฉันไงล่ะ ป้าเจิมเอ่ยตามความคิด ของคนที่เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอด

ฮิ้วๆ ป้าเจิมนี่ทันสมัยเปี๊ยบเลยแฮะ มีศัพท์แสลงทันสมัยซะด้วย นายเกื้อร้องกระเซ้า

อืม......แล้วพ่อแม่รังแกฉันมันเป็นยังไงจ๊ะป้า น้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย  

อีโง่.....ก็แบบว่าให้แต่เงินทอง ข้าวของแพงๆจนเคยตัว แต่ไม่สอนไม่สนใจดูแลไม่มีเวลาให้ลูกไงล่ะ ลูกก็เลยจนไม่เป็นแบบนี้ละ ป้าเจิมขยายความ

จริงของป้านะ ความจริงคุณเจสน่ะ แกไม่ได้ร้ายกาจอะไรหรอก เพียงแต่แกเหงา เหมือนอยู่คนเดียวในโลกน่ะ ฉันได้ยินนะ ตอนที่คุณเจสอยู่เมืองนอก แกก็โทรมาอ้อนให้คุณนายไปหาบ้าง คุณนายแกก็รับปากส่งๆ แต่ไม่เห็นไปเลยสักครั้ง แต่บินไปคาสิโนได้นะป้า อนงค์ซึ่งเป็นต้นห้องคุณนายประไพพักตร์ เอ่ยสนับสนุนคำของแม่เจิมขึ้น

อ๋อ.......ฉันรู้แล้วละ เอ่อ......เขาเรียกว่าขาดความอบอุ่นใช่มั้ยป้า น้อยเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างดีใจที่นึกออก

เออๆนั่นแหละ ข้าละเศร้าใจซะเหลือเกิ้น การพนันทำให้คนดีๆเสียคน คุณนายน่ะไม่ใช่คนต่ำต้อย ทางพ่อแม่น่ะมีเชื้อสายนะแก แต่หลังๆมานี่พี่น้องไม่มีใครเขายุ่งด้วย เพราะไปขอยืมแต่เงิน เฮ้อ........เมื่อไหร่จะกลับตัวได้สักทีก็ไม่รู้เนอะ ป้าเจิมเอ่ยเหมือนจะรำพึง พร้อมทั้งถอนหายใจ

โถป้ายังไม่หมดก็ยังไม่เลิกหรอก ต้องหมดจริงๆเสียก่อนมั้งจ๊ะ อนงค์เอ่ยออกความเห็น

แต่ข้าว่าเอ็งไปเก็บโต๊ะได้แล้วมั้ง และไอ้เกื้อก็เหมือนกัน คุณนายจะใช้รถไม่ใช่เหรอ ยังไม่รีบไปรอหน้า อารมณ์เสียแบบนี้ เดี๋ยวก็โดนหางเลขกันระนาวหรอก ป้าเจิมเอ่ยไล่ ทำให้ทุกคนรีบแยกย้ายกันไปทันที

 

 

รัชภาคย์มองตนเองในกระจก ที่อยู่ในสูทเท่หรูมีสไตล์ เขายิ้มเยาะน้อยๆในสีหน้า แววตาระริกกร้าวขึ้น ก่อนจะถอดสูทออก แล้วโยนลงบนเตียง และเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก๊อต เมื่อนึกถึงคำของนายเกื้อ คนที่เขาส่งไปทำงานในบ้านแพงเพทาย และเดินไปหยิบรูปสาวน้อยในกรอบ ที่วางอยู่บนชั้นมาดู พร้อมทั้งรำพึงเบาๆ....... จณิสตา.......แล้วเธอจะได้เป็นเจ้าสาวภูธร สมกับคำที่เธอสบประมาทฉัน ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า เทือกเถาเหล่ากอของคนไทย ก็คือเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เธอจะได้รู้จักชีวิต ที่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน และจะได้เรียนรู้วิถีชาวบ้านที่เธอรังเกียจ  ฉันจะสอนให้เธอเรียนรู้และยอมรับมันให้ได้  .......

เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มเดินไปเปิด ร่างของบิดา ในเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมอ่องเดินเข้ามา พร้อมทั้งมองสำรวจลูกชาย ขมวดคิ้วเอ่ยถามขึ้น

อ้าว.........ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกล่ะตาภาค

ผมจะไปชุดนี้นะครับพ่อ เขาไม่ได้ให้เกียรติต้อนรับอะไรเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องแต่งตัว ไปให้สมเกียรติอะไรเขานี่ครับ แค่เงินสินสอดเต็มจำนวนไม่ขาดไม่เกิน เขาคงพอใจมากกว่ามั้งครับ ลูกชายเอ่ยประชดด้วยสีหน้าเรียบๆ

ตาภาค.....แกอย่าไปเจ้าคิดเจ้าแค้นเขาเลย ยังไงคุณนายเขาก็ต้องเป็นแม่ยายแก และหนูเจสเขาก็ต้องมาเป็นเมียแกนะลูก จะไปโทษใครก็ไม่ได้หรอก แกก็อยากได้หนูเจสเขาด้วยไม่ใช่เหรอ เห็นหลงรูปจูบกระดาษมาตั้งนานแล้วนี่หึๆบิดาเอ่ยกระเซ้าลูกชาย ในตอนท้ายด้วยรอยยิ้มเยือนบางๆ เมื่อเห็นรูปของจณิสตาวางอยู่บนที่นอน   

และมีผลทำให้ชายหนุ่ม หน้าเข้มขึ้นนิดหนึ่ง .......ใช่สิ.....ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน ที่เรากลับมาจากอเมริกา และพ่อบอกว่า ท่านรับภาระของเพื่อนรัก ทั้งลูกทั้งเมียมาดูแล เพราะทุกอย่างของแพงเพทาย ได้ตกมาเป็นของท่าน และท่านก็ไม่อยากให้ลูกสาว ของเพื่อนรักต้องลำบาก เพราะก่อนที่คุณโยธิน เพื่อนของท่านจะสิ้นลมได้ฝากฝังลูกสาวไว้ให้อยู่ในความดูแล และวันนั้นเขาก็อาละวาดบิดา ที่คิดจะจับเขาคลุมถุงชน จนบิดาส่งรูปและประวัติของจณิสตาให้ดู และบอกให้เขาไปศึกษาเธอก่อน ถ้าไม่พอใจท่านก็จะไม่บังคับ

แต่แล้วหน้าหวานใส ดวงตาบ้องแบ๊ว ของหญิงสาวในอิริยาบถต่างๆ ในรูปถ่ายของบิดา ที่ส่งให้เขาดูก็ทำให้เขาสืบค้น อยากเห็นตัวจริง และส่งนักสืบไปติดตามดู ความประพฤติของเธอ ในระหว่างที่จณิสตา เรียนสองปีสุดท้ายที่อังกฤษ เขาต้องยอมรับว่าต้องตาตรึงใจเธอนัก ทั้งความสวยใส อยู่ในท่าทางระเหิดระหงไว้ตัว ไม่เปื้อนเปรอะในขณะที่อยู่ในต่างประเทศ  และเธอก็ไม่เคยรู้ตัวว่า เขาเดินทางไปดูตัวเธอมาแล้ว  

ว่าไงล่ะตาภาคทำเป็นเงียบ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียทีสิ จะได้ไปกัน เดี๋ยวจะเลยฤกษ์ ที่หลวงพ่อให้มานะลูก คุณเชื้อเอ่ยเตือนเมื่อเห็นร่างสูงสมาร์ทของลูกชายยืนเงียบ ด้วยสีหน้าครุ่นคิด  

พ่อครับสำหรับงานวันนี้ของผม ไม่ต้องมีฤกษ์ผานาที หรือพิธีรีตองอะไรหรอกครับ เพราะทางคุณนายประไพพักตร์ เขาก็อยากให้เรา เพียงแต่เอาเงินไปให้ แลกกับตัวลูกสาว ซื้อขายกันอย่างเป็นธรรมก็เท่านั้น เขาไม่ต้องการให้ใครรู้ด้วยซ้ำ เพราะสักวันหนึ่ง เขาก็จะให้ลูกสาวหาเรื่องหย่า แบ่งทรัพย์สิน แล้วจะได้จับลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำไปขายต่อไงครับ เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเครียดขรึม

ภาค........แกคิดมากไปเหรอเปล่า

ไม่มากหรอกครับ ผมรู้ทุกอย่างดี รู้ว่าเขารังเกียจความเป็นชาวไร่ของเรา

แกก็เปิดเผยตัวตนไปเลยเสียสิ ว่าแกเรียนจบปริญญาโทมาจากเมืองนอก ไม่ได้เป็นแค่ชาวไร่ชาวนาจบป.4 เขาจะได้ภาคภูมิใจ ไม่อิหลักอิเหลื่อ ที่จะอายใครไงล่ะ สงสารยัยหนูเจสน่ะ

ไม่หรอกครับ เขาต้องยอมรับผมในตัวตนนี้ให้ได้ และให้เขารู้ด้วยตัวเอง ผมหวังว่าพ่อคงเข้าใจนะครับ ผมต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติของเขา กับคุณแม่เขาให้ได้ก่อน ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนแม่ลูกคู่นี้ ไม่งั้นคุณนายก็ไม่มีวันเลิกเล่นการพนัน และจณิสตาก็จะไม่รู้คุณค่าของมนุษย์ ผมคิดว่าเป็นการช่วยคนให้พ้นจากอบายมุข และยังทำให้เขาเห็นสัจธรรมด้วยนะครับ เงินสินสอดจะเป็นก้อนสุดท้าย ที่ผมจะให้แม่ยายครับพ่อ

แล้วแกเตรียมข้าวของ ย้ายไปที่เรือนหอละยังล่ะ

ผมให้คนงานเอาไปจัดไว้แล้วครับ ลูกชายเอ่ยบอก แต่หลบสายตาบิดาที่จับจ้อง ทำให้คุณเชื้อยิ้มในสีหน้าบางๆ คิดในใจขณะที่ออกเดินกลับออกมา.......โถตาภาคย์ แกหลงปลื้มสาวเจ้า เขาจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ทำเป็นปากแข็ง พ่อจะดูว่าแกจะใจแข็งกับยัยหนูเจสไปได้สักกี่น้ำ 

* มาติดตามเมื่อคนทั้งคู่ได้พบกันค่ะ *

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

538 ความคิดเห็น

  1. #79 nunpanu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:16
    ท่าทางจะ  มาก  ทั้งคู่
    #79
    0
  2. #78 แอน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:40
    สนุกมากๆเลยติดตามตลอดค่ะ
    #78
    0
  3. #77 นัควัต (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2555 / 14:19
    สนุกคะ รออ่านนะคะ
    #77
    0
  4. #76 milan-tee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 12:35
    คนส่วนใหญ่สมัยนี้เค้าจะเลี้ยงลูกในแบบ "พ่อแม่รังแกฉัน" จริง ๆ นะคะ
    ตามมาให้กำลังใจคะ
    #76
    0
  5. #75 jeabkiss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2554 / 19:43
    ตอนแรกก็ชักจะสนุกแล้วค่ะพี่บุษ
    #75
    0
  6. #74 MU @ Club (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 16:03






         นิยายมันก็ดูท่าทางจะเศร้าอยู่หน่อยๆ หรอกนะ

    แต่รีดเดอร์ ฮา..อิคุณนายแม่ ของน้องเจสซ๊ะ
       

    she สอนลูกได้ป่วงมากมายเลยเนอะ ทั้งขำทั้งหมั่นไส้แม่ลูกคู่นี้จังเลยค่ะ

    ทีแรกนึกว่าอิคุณนายแม่โกหก เพื่อให้น้องเจสยอมแต่งงานกับคุณรัชภาคย์ซะอีก

    ฮา..อะ มีเงินเล่นไพ่เดือนละ 5 แสน ยัง0tบอกว่า ว่าที่เจ้าบ่าวใจร้ายอีกอะนะ

    โอ้ว..แม่เจ้า ไม่น่าแปลกใจถ้าน้องเจสจะออกการ"ป่วง"เหมือนอิคุณนายแม่

    แต่ละอย่างที่ she สอนลูกสาวก็นะ..ประเสริฐๆ ทั้งน้าน

    แต่งงานเพื่อปอกลอกเค้างี้ ให้ลูกสาวโกหกเพื่อให้แฟนปัจจุบันรองี้

    อิคุณนายแม่ แหม่ปัญญาอ่อนได้โล่ห์จริงๆ ค่ะ

    สนุกและน่ารักๆ กำลังดี แถมป่วงได้ใจดีจังเลยค่ะไรท์เตอร์

    ฮั่นแน๊..   
    คุณรัชภาคย์ แอบปลื้มน้องเจสนี่เองสิเนอะ

    เศรษฐีบ้านนอกนี่, พ่อบุญทุ่มน่าดูเลยแฮะ







    #74
    0
  7. #73 pavalam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 13:56
    เย้ๆๆ...พี่บุษของหนูมาแล้ว
    #73
    0
  8. #72 tungkn4841 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 00:19

    จะได้ปะกันแล้ว เจ้าบ่าวภูธร กับ เจ้าสาวชาวกรุง
    รอไรเตอร์มา up ต่อ

    #72
    0
  9. #71 โศรกี้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 18:46
    เริ่มสนุกแล้วค่ะ พระเอกของเราน่ารักได้อีก
    #71
    0
  10. #70 fsn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 13:02
    มารายงานตัวเกาะจอรอลุ้นคะ
    #70
    0
  11. #69 ตาล แฟนใหม่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 08:44
    ตะเกียงรัก กำลังจะกลายเป็นเปลวไฟแล้วค่ะ 555 น้องเจสแรงได้ใจเลยจริงๆๆ
    #69
    0
  12. #68 นกฮู้ก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 05:37
    มาแล้วเรื่องใหม่ เรื่องนี้นางเอกท่าจะแร๊งส์ ปล. เกมร้ายเกมรัก จบน่ารักมากๆๆ ดูไปเขินไป เสียดายแพรชมพูน่าจะโดนจัดหนักสะหน่อย
    #68
    0