คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์)

ตอนที่ 14 : พระบารมี อัพ100%


     อัพเดท 19 ก.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักดราม่า
Tags: รักหวาน, ลึกลับ., ริษยา.....แย่งชิง.....อำนาจ
ผู้แต่ง : บุษบาพาฝัน/สร้อยอินทนิล ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บุษบาพาฝัน/สร้อยอินทนิล
My.iD: https://my.dek-d.com/intuon55
< Review/Vote > Rating : 94% [ 14 mem(s) ]
This month views : 9 Overall : 83,689
948 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 107 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์) ตอนที่ 14 : พระบารมี อัพ100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3561 , โพส : 11 , Rating : 100% / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 14 พระบารมี อัพ100%

 

เวรียาผละจากพระอุระ เริ่มกวาดตามองไปภายนอก ที่มืดสนิท และมีแต่เงาตะคุ่มของต้นไม้ และมีเพียงแสงไฟหน้ารถที่ไม่ได้สว่างมานัก ฉายกราดไปยามที่รถแล่นผ่าน และตาเจ้ากรรมก็ต้องเหลือบลงมองศพสองนักโทษประหาร และบัดนี้ผ้าที่คลุมศพ ได้เปิดออกมาถึงครึ่งท่อนศพ เพราะเธอเอง ที่ลุกพรวดออกมาปัดแมลงสาบพร้อมทั้งดิ้นพราด ดึงผ้าหลุดออกมาจากศพ จนมองเห็นใบหน้าของศพฆาตกรทั้งคู่ ในความมืดสลัว และเห็นเพียงดวงตาที่เหลือกลาน และเบิกโพลง เหมือนกำลังตกใจสุดขีด ในขณะที่ถูกรัวด้วยกระสุนปืนบนร่าง อีกศพใบหน้าเละ จนมองไม่รู้ว่า เป็นใบหน้าของมนุษย์  เมื่อจะเมินหนีแต่กลับจ้องมองนิ่ง และภาพที่สยดสยองนั้น ก็สุดที่เธอจะทนได้อีกแล้ว เวรียากรีดเสียงร้องสุดเสียง กรี๊ด!!!!! กายสั่นเทิ้ม กริยาของเธอทำให้ทรงหันไปมองภาพนั้น และทรงรีบโอบร่างบางกอดไว้แน่น ทรงกดศีรษะเธอไว้กับพระอุระรับสั่งปลอบ

“ เวรียา........กลัวก็อย่ามองสิที่รัก “

แต่กายบางร่วงผล็อยลงในอ้อมกอด หมดสติสัมปัญชัญญะ ที่จะรับรู้อะไรอีก องค์ชายเคมินได้แต่ทรงรำพึงในพระทัย โธ่เวรียา.........ผมเสียใจ  เสียใจจริงๆ ผมรู้ว่าคุณคงไม่เคยได้พบเจออะไร ที่มันสยองขวัญ สั่นประสาทขนาดนี้ ผมไม่มีทางเลือกเลยนะเวรียา ที่จำต้องพาคุณมาพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ ผมสงสารคุณ นี่เป็นเพียงปฐมบทในการเดินทางเท่านั้น เรายังต้องผจญภัยกันอีกมากมาย ผมได้แต่หวังว่าคุณจะทนได้ ผมอาจจะโง่เกินไป สำหรับเรื่องอารมณ์ และความรู้สึกของผู้หญิง

ทรงกอดร่างบางไว้แนบพระอุระ จุมพิตแผ่วลงบนหน้าผากเธอ เขย่าร่างระทวยในอ้อมพระกรเบาๆ

 “ เวรียา  เวรียา ........ ได้โปรดเถอะอย่าเป็นอะไรไปในขณะนี้เลย  “

รถค่อยๆลดความเร็วลง และจอดลงกลางสุสานฆาตกร ที่เป็นทางแยก ทรงอุ้มร่างบางลงจากรถ ดำเนินไปประทับนั่งข้างดงหญ้า คนขับรถวิ่งลงมาคุกเข่า พร้อมทั้งเป้สองใบ

“ เสด็จเถอะพระเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทัน “

“ ชายาของฉัน ตกใจกลัวจนหมดสติน่ะ “

ทรงเขย่าร่างของเวรียาตบแก้มเธอเบาๆ คนขับรถวิ่งไปที่รถ นำขวดน้ำมาทูลถวาย ทรงเทน้ำลงในฝ่าพระหัตถ์ลูบลงไปใบหน้าเวรียา เพียงครู่.......ตาสวยสีน้ำตาลอ่อน ก็กระพริบขึ้นทันที และเบิกตาโตสวยกว้างขึ้น ขยับกายลุกขึ้นนั่ง กวาดตามองไปรอบๆอีกครั้ง

“ เวรียา.......ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวหรอกนะ แค่ความมืดน่ะที่รัก มันอาจจะน่ากลัวสักหน่อยเท่านั้น เราจะเดินผ่านเข้าไปในสุดของสุสาน และจะมีคนมารอรับเราหนีออกไปนอกเมือง มีถนนเล็กๆที่จะลัดเลาะ ออกไปได้น่ะ ตอนนี้เรายังไม่พ้นเขตทหารหรอกนะ “

เธอทำได้เพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น และนิ่งคิดตามรับสั่ง กวาดตามองไปรอบบริเวณ ซึ่งไม่เห็นอะไรนอกจากป่าในความมืด ในสุดของสุสานฆาตกร..........มันตรงไหนกันล่ะ นี่ยังไม่สุดอีกเหรอ ที่เขาพูดกันว่าเงียบราวกับป่าช้า มันก็ที่นี่แหละ..........ที่ชัดเจนที่สุด และมันก็แตกต่างจากสุสานที่เราเคยเห็น อย่างสิ้นเชิง เราเคยไปงานฝังศพเพื่อน สุสานที่ในอังกฤษ มันไม่ได้มีสภาพนี้เลย มันถูกตกแต่งสวยงามร่มรื่น ด้วยดอกไม้ต้นไม้ปูหญ้าเรียบเนียนเขียวขจี ราวกับสวนสาธารณะ จนแทบจะปูเสื่อปิคนิคได้ด้วยซ้ำ แต่ที่นี่มันน่ากลัว ยิ่งกว่าอยู่ในโลกร้างเสียอีก โธ่........เวรกรรมอันใดของเวรียากันนะ........

จู่ๆก็มีเสียงแหบต่ำ ดังแทรกเข้ามา “ เอาศพมาแล้วเหรอพ่อหนุ่ม “

เสียงที่มาพร้อมกับร่างเกร็งหลังงองุ้ม ในเสื้อผ้าห่มคลุมลุ่มล่าม ผมและหนวดเครายาวรุงรัง จนไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจน ก็โผล่ออกมาจากข้างรถบรรทุกศพ จากแสงไฟหน้ารถที่สลัวๆสาดลงบนกายนั้น ด้วยยังไม่ได้ดับเครื่อง

 และไม่ใช่เวรียาที่จะตกใจแทบสิ้นสติ และยกมือขึ้นปิดปากตนเองไว้ ก่อนจะส่งเสียงกรีดร้อง ตาเธอเบิกโพลง แต่ทุกคนที่ยืนอยู่ ก็ตกใจแทบสิ้นสติเช่นกัน เพราะเจ้าชายเคมินเอง ยังทรงกระชากพระแสงปืนจากบั้นพระองค์(เอว) มาทรงประทับเล็ง อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งตวัดร่างเธอให้หมอบลง ด้วยสัญชาติญานทหารของพระองค์ ชายขับรถทั้งคู่ก็ยังถึงกับผงะ อย่างตกใจแทบสิ้นสติ ต่างก็ร้องลั่นออกมาคำหนึ่ง

“ อ้าวว่าไงล่ะ ข้าคอยอยู่นานแล้ว และก็ก่อไฟผิงอยู่ ข้าหนาวนะพ่อหนุ่ม จะได้รีบเอาศพห่อ ลงหลุมฝังๆเสียที ข้าจะได้กลับไปนอน “ เสียงที่พูดภาษาพื้นเมืองดังอยู่ลำคอ แหบๆอย่างน่ากลัว

“ โธ่ลุง........ตกใจหมดเลย ทำไมมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงก่อนนี่  “ คนขับรถเอ่ยบ่นพึม

“ ก็ข้าก็เรียกแล้วนี่ พวกเอ็งไม่ได้ยิน เสียงเครื่องรถ มันดังจนกลบเสียงข้าด้วยมั้ง ไปกันเสียทีเถอะ พวกของข้าขุดหลุมรอไว้แล้ว “ ชายผู้นั้นเอ่ยจบแล้วหันหลังออกเดินนำไป โดยไม่ได้สนใจอะไรอีก

“ ข้าพระพุทธเจ้ากราบบังคมทูลลาพระเจ้าค่ะ ข้าพระพุทธเจ้าจะรอพระองค์ และพระชายาเสด็จกลับพระนครของเราอีกครั้งพระเจ้าค่ะ  “ ชายสองคนเข้ากอดข้อพระบาทไว้กราบทูล ด้วยเสียงเครือ ออกมาจากใจที่จงรักภักดีอย่างที่สุด และลุกขึ้นก้มศีรษะทำความเคารพอีกครั้ง  

“ ไปกันเถอะครับ.........ที่รัก “

องค์เคมินประทับยืน พร้อมทั้งทรงโอบร่างบาง ให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้าง ชายทั้งคู่ส่งเป้ทูลถวาย ทรงรับมาสะพายลงบนพระอังสา(บ่า) พาชายาออกดำเนิน เสียงรองเท้าย่ำลงบนถนนดิน ที่เวรียาต้องกลั้นใจอีกครั้ง เพราะสองข้างทางเดิน มีเหล่าบรรดาฆาตกร นอนเรียงเป็นแถว อยู่ในหลุม ที่มีไม้ปักบอกชื่ออยู่บนเนินดินที่พูนกลบบนหลุม และรกเรื้อด้วยต้นไม้ใบหญ้า  หนทางข้างหน้าไม่ได้โรยด้วยหนามกุหลาบ เพียงอย่างเดียวเสียแล้ว อุปสรรคขวากหนามมากมายกำลังรอ ให้เดินเข้าไปหามัน

เวรียารู้สึกถึงกายสะท้าน ด้วยความหนาวเย็น แต่ภายในความรู้สึกของจิตใจ มันเย็นเยียบยิ่งกว่า ความหวาดกลัวของมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่ง ที่คงอยู่ในจิตใต้สำนึก ของทุกผู้ทุกนาม และเราในขณะนี้ ที่เริ่มหลอกตัวเอง ด้วยรู้สึกถึงว่ามีบางสิ่งบางอย่าง ตามมาห่างๆ

“ ฝ่าบาทเพคะ อีกไกลมั้ยเพคะ หม่อมฉัน........เอ่อ.........มีความรู้สึก เหมือนมีใคร เดินตามเรามาน่ะเพคะ  จริงๆนะเพคะ “ เธอเพียงขยับปากทูลบอก ให้เสียงรอดผ่านออกมาเบาๆเท่านั้น   

           ทรงรู้ว่าเวรียากำลังหวาดกลัว ความมืดอย่างที่สุด จึงหันเหความกลัวโดยการทรงประทานเล่าเรื่องของพระองค์ในสนามรบให้ฟัง

           “ เวรียาครั้งหนึ่งผม ก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้ ตอนนั้นผมบัญชาการรบอยู่ในสมรภูมิ  และพวกทหารก็แยกย้าย กันเข้าค้นหาพวกข้าศึก ไปตามซากปรักหักพังของอาคาร ที่ถูกถล่มทำลาย และผมก็พลัดกับทหาร เข้าไปอยู่ในตึกร้าง .........”

 ยังรับสั่งไม่จบประโยค เสียงกิ่งไม้ก็หักลงมาจากทางเบื้องหลัง โครม! และคงจะกิ่งใหญ่พอสมควร เพราะมันตกลงกระแทก กระทบพื้นดินดังสนั่น จากทางเบื้องหลัง ลมพัดวู่หวิวขึ้น เสียงตีปีกพรึ่บๆของนกกลางคืน ดังขึ้นพร้อมๆกัน หมาไนหรือหมาจิ้งจอก หรือหมาอะไรสักหมาหนึ่ง ส่งเสียงหอนขึ้นด้วย เวรียาสะดุ้งสุดตัวตกใจเสียงกิ่งไม้ และหยุดเดินด้วยเธอกลัว จนก้าวขาไม่ออก

มือที่ทรงจับไว้เย็นเฉียบ ที่ทำให้ต้องเลื่อนพระกร ไปโอบรอบเอวบางไว้ พาออกเดิน “ เวรียา.......คุณเคยไปเที่ยวแวร์ซายมั้ย “

“ ฝ่าบาทเพคะ เวรียากลัวจนจะเป็นไข้หัวโกร๋น อยู่แล้วนะเพคะ ไม่มีอารมณ์ใดจะนึก ถึงอย่างอื่นเลยนะเพคะ  “ เสียงเธอกราบทูลสั่นสะท้าน

“ มันเป็นยังไงเหรอ ไม่เคยได้ยินน่ะ เป็นไข้อะไร “

“ มันเป็นเพราะกลัว เอ่อ........เอ่อ........”

 เธอเอ่ยตะกุกตะกัก และไม่อยากเอ่ยคำว่าผี ออกมาในขณะนี้ และพยายามจะนึกคำอื่นที่ใกล้เคียง แต่ก็ยังนึกไม่ออก เสียงวู่หวิวก็ดังแรงขึ้น ต้นไม้โยกไกว จนเหมือนจะหักโค่น ลมพายุหมุนแรงจัด ใบไม้แห้งบนพื้นดินฟุ้งกระจาย จนมองไม่เห็นอะไรอีก และเวรียาก็มั่นใจว่า มันไม่ใช่ธรรมชาติ แต่เหมือนมีฤทธิ์อำนาจของบางสิ่งบางอย่าง ดลบันดาลให้มันเกิดขึ้น และเหมือนพระองค์เคมิน ก็จะทรงรับทราบเช่นเดียวกับเธอ

ทรงหยุดยืนนิ่ง และเอ่ยด้วยสุรเสียงอันดังก้อง แข่งกับเสียงลมพายุนั้น  “ เราเป็นผู้สืบทอดราชวงศ์ซันซีฮาในอนาคตโดยชอบธรรม เราจะกลับมาเพื่อปกครองซันซีฮา เรามีอำนาจของบูรพกษัตริย์ ที่จะทรงเป็นเกราะคุ้มกันภัย จากสิ่งที่คิดร้ายขัดขวาง จงเปิดทางให้เราเดี๋ยวนี้  “

สิ้นพระกระแสรับสั่ง เหมือนดังประกาศิตที่ทรงอำนาจ เหนือเหล่าอสูรร้าย ที่เป็นเพียงข้าของแผ่นดิน ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายหยุดนิ่งเป็นปรกติ และทำให้เห็นแสงไฟวิบวับ กระพริบเป็นสัญาญานบางอย่าง อยู่ไม่ไกลนัก ทรงหยิบไฟฉายขึ้นมากระพริบไฟตอบ และทรงโอบเอวดำเนินพาเธอออกเดิน ในขณะที่เธอยังคงนิ่งตะลึงกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้เห็นได้ยิน  ประสาททุกส่วนตื่นเพริด ขาก็ก้าวเดินไป แต่สมองก็นิ่งคิด

 ที่เขาว่ากษัตริย์ทรงเป็นสมมุติเทพ ก็น่าจะจริงงั้นสิ และองค์เคมินก็เป็นหน่อเนื้อ ที่สืบทอดสายพระโลหิตโดยตรง ที่ทรงทศพิธราชธรรม ทรงคุณอันประเสริฐกับเหล่าพสกนิกร และถึงแม้เหล่าปีศาจร้าย จะเป็นดวงวิญญานของผู้ล่วงลับไปแล้ว ที่มีฤทธิ์อำนาจ แต่ทุกดวงวิญญานก็เป็นเพียงข้าของแผ่นดิน ที่อยู่ภายใต้พระบารมีทั้งสิ้น   

*ในความรู้สึกหวาดหวั่น พรั่นพรึงจนสั่นไปทั้งร่าง ถึงแม้จะบอกตัวเองให้ออกวิ่ง ก็คงสะดุดขาตัวเองล้มลงเป็นแน่  เพราะเพียงแค่ต้องออกเดิน เธอก็ยังรู้สึกแทบจะก้าวขาไม่ออก ทั้งๆที่ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ได้สร้างความมั่นใจ ว่าไม่ทรงหวาดหวั่นต่อสิ่งใดในซันซีฮา แม้จะเป็นอำนาจของภูตผีปีศาจ ที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอ  

“ ที่รักเร็วเข้าเถอะ อย่าเป็นลมอีกนะ หรือว่ากำลังจะเป็น “ ทรงก้มพักตร์ลงรับสั่งถาม

“ เปล่าเพคะ........เพียงแต่ขาสั่น “

องค์เคมินสรวลขึ้นเบาๆ อย่างทรงนึกขันเวรียา ที่ตอบด้วยเสียงสั่นสะท้าน หญิงสาวรู้สึกเคืองขึ้นมาตะหงิดๆ แต่ก็ไม่อยู่ในภาวะอารมณ์ ที่จะต่อล้อต่อเถียง เพราะตนเองยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ อยู่ตลอดเวลาที่ก้าวเดิน จนอยากจะเหลียวไปมองทางด้านหลัง แต่ก็ไม่กล้าพอ และนิ่งคิด ถ้าเมื่อครู่เจ้าชายเคมินทรงวิ่ง หรือทำท่าหวาดกลัว เธอคงหัวใจวาย เพราะคงวิ่งตามไม่ทัน และเจ้าสิ่งนั้นคงสำแดงฤทธิ์เดชมากกว่านี้

 ก่อนถึงชายป่า ทรงหยุดดำเนิน ดึงฮู๊ดบนเสื้อโค้ทขึ้นคลุมพระเศียรไว้ และดึงขึ้นให้เธอด้วย “ เราจะไม่ให้ใครเห็นหน้าตาเรา เพราะเราจะร่วมเดินทางไปกับคนงานเหมือง มีคนที่รู้อยู่ในกองคาราวานนี้เพียงแค่สองคนเท่านั้น แต่พวกเขาก็ไม่มีพิษมีภัยหรอก เพราะเขาจะเชื่อหัวหน้าที่นำมา ซึ่งเป็นคนของเรา ไม่ต้องกลัวนะที่รัก “ ซึ่งเธอเพียงพยักหน้ารับทราบ

พอพ้นชายป่าและพบกับถนนดินลูกรัง และหมู่คนกลุ่มใหญ่ ที่แต่งตัวห่มคลุมรุ่มร่าม ด้วยเสื้อผ้ากันหนาวแบบชาวบ้าน ที่มีฮู๊ดคลุมศีรษะกันน้ำค้าง และความหนาวเย็นยะเยือก และรถม้าอีกสามคัน ชายผู้หนึ่งตรงเข้ามากราบทูลกระซิบ

“ เสด็จขึ้นรถม้าเถอะพระเจ้าค่ะ “

เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกัน ที่เวรียาต้องตะเกียกตะกายขึ้น เกวียนเทียมม้า ที่มีประทุนคลุมครอบ กับกองสัมภาระ ที่พอแทรกกายลงนั่งได้เท่านั้น มันออกวิ่งเพียงช้าๆ อยู่กลางขบวน มีคันหน้าและหลังปิดท้าย พร้อมทั้งผู้คนที่เร่งเดินให้ทันขบวน พร้อมเพรียงกันไปเป็นทิวแถว เธอกะประมาณ โดยสายตาสักสามสิบคน  

“ ทำไมไม่มีรถมาขนคนไปเหมืองล่ะเพคะ การใช้แรงงานในเหมือง ก็น่าจะหนักพอสมควรแล้วนี่เพคะ “ เธอทูลถามอย่างนึกสงสัย

“ ถนนสายนี้ไม่ดีจะไม่มีรถคันใดเข้ามาหรอก จะมีรถมารับพวกเขาอีกทอดหนึ่งน่ะ เหมืองห่างจากที่นี่อีกราวสามสิบกิโล ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง ผมก็รู้สึกเหมือนคุณนะเวรียา เมืองเรายังมีความเหลื่อมล้ำอยู่มาก ซึ่งผมกำลังต้องการปรับโครงสร้างนี้ เรามัวแต่ทำสงคราม และผมเพียงคนเดียว ก็พยายามที่สุดแล้ว ที่จะทำทุกอย่าง ผมเดินทางไปดูงานเหมือง ในหลายประเทศ ไปดูงานอีกหลายอย่างในไทย เพื่อคิดจะมาปรับปรุงพัฒนาบ้านเมือง แต่กลายเป็นผมกำลังคิดคดทรยศ ไปซื้ออาวุธเพื่อคิดการกบฎ บางทีผมก็ท้อแท้ เหมือนกัน อยากจะทิ้งทุกอย่างไปอยู่ที่ไหน สักแห่งบนโลกใบนี้ แต่มานึกถึงประชาชน ที่กำลังลำบากยากแค้น ก็ต้องฮึดสู้ขึ้นอีกน่ะ  “

“ ความจริงซันซีฮาได้ขึ้นชื่อว่า เป็นแคว้นที่ร่ำรวยมากไม่ใช่เหรอเพคะ  บ้านเมืองและราษฎรน่าจะมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ และคนงานพวกนี้ น่าจะได้รับการดูแลดีกว่านี้ เพราะเขาเป็นกระดูกสันหลังของซันซีฮา เป็นคนทำเงินทำทอง ให้ประเทศไม่ใช่เหรอเพคะ “

“ ผมก็คิดอย่างคุณ แต่เจ้าพี่และบางฝ่าย ไม่ได้คิดอย่างเรา พวกเขาจึงยังมีชีวิตและการทำงาน เหมือนเมื่อสามสิบปีก่อน เพียงแต่ว่าผมเป็นคนอนุมัติ ขึ้นค่าแรงให้อีกเท่าตัว ทำให้พวกเขาก็พอใจนะ แต่ก็มีหลายฝ่ายในราชสำนักไม่พอใจผม แต่สักวันหนึ่งนะเวรียา เราจะกลับมาช่วยพวกเขา เราจะมาพัฒนาบ้านเมืองด้วยกัน “

“ การปกครองที่ขาดคุณธรรม เป็นสิ่งเลวร้ายของมนุษยชาติ ที่บางคนเกิดมาและตายไป โดยไม่เคยได้รับความยุติธรรมในชีวิตเลย และพวกเขาคงไม่รู้ว่า ความจริงแล้ว ชีวิตเขาก็มีคุณค่าเท่ากับทุกคนบนโลกนี้ “ เวรียาเอ่ยคล้ายจะรำพึงออกมา

ทรงรวบกายบางเข้ามากอดไว้ รับสั่งขึ้น “ เวรียาผมภูมิใจที่มีคุณนะ นักวิชาการสาวจากเมืองไทย  สาวไทยน่ารักเหมือนคุณทุกคนมั้ยนะ อยากรู้จัง “

“ ยังทรงมีอารมณ์รับสั่งหวานๆได้เสมอ แม้ในยามคับขันเหรอเพคะ “ เวรียาาทูลท้วงขึ้น

“ ผมรู้ว่าคุณเครียด คุณกลัวมากนะที่รัก  ผมไม่สบายใจเลย ที่ทำให้คุณต้องมาพบเจออะไรอย่างนี้ คุณรู้มั้ยว่าผู้ชายที่เป็นสามี พึงต้องการเห็นภรรยามีความสุข แต่ผมกลับทำให้คุณต้องพบกับความทุกข์ยาก ทำให้ผมกลัวว่าคุณจะรักผมไม่ได้  เพราะผมรู้ว่าคุณกำลังใช้เวลาตัดสินใจ ที่จะรักผม “ เจ้าชายเคมินรับสั่งด้วยสุรเสียงหม่นเศร้า

“ ฝ่าบาททรงกำลังใช้จิตวิทยา บางอย่างกับหม่อมฉันอยู่มั้งคะ หม่อมฉันรู้แต่ว่า คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธฝ่าบาทมังคะ “ เธอทูลจากความในหัวใจเช่นกัน

“ ก็คนนี้ไงล่ะ เมื่อไหร่จะรัก เคมินรอให้คุณรัก อยู่นะรู้มั้ย “ รับสั่งพร้อมทั้งสรวลเบาๆ จดปลายพระนาสิก(จมูก)ลงหอมแก้มทั้งสองข้างแรงๆ  

“ เราจะต้องเดินทางกันอีกไกลมากมั้ยเพคะ กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง “

“ ก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่หรอกนะ แต่เราจะต้องไปให้รอดมากกว่า เพราะคืนนี้ถ้าพวกเขาจู่โจมเข้าควบคุมผมเมื่อไหร่ และเขารู้ว่าเราหนี อันตรายก็คงจะยิ่งกว่านี้อีกมากนัก ลำพังผมคนเดียว ผมไม่กลัวหรอก ผมห่วงแต่คุณเท่านั้น “ สุรเสียงหม่น ด้วยความกังวล จนเธอรู้สึกได้

เวรียบอกกับตนเองทันที .........ต่อไปนี้นับจากวินาทีนี้ เธอจะต้องเข้มแข็งให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเธอจะกลายเป็นตัวถ่วง องค์รัชทายาทเคมิน ที่กำลังทรงปฏิบัติพระภารกิจ ที่ยิ่งใหญ่เพื่อบ้านเมือง และราษฏรของพระองค์ พระชนม์ชีพ(ชีวิต)ของพระองค์ มีคุณค่าสูงส่ง เพราะหมายถึงอนาคต ความเป็นอยู่ ของผู้คนอีกมากมายหลายล้านชีวิต ที่ฝากไว้ในอุ้งพระหัตถ์ของพระองค์

“ หม่อมฉันจะพยายามแข็งแกร่ง อดทน ให้มากกว่านี้เพคะ “

“ ขอบคุณมากนะที่รัก “ พระหัตถ์อุ่นๆประคองแก้มเย็นเฉียบของเธอ ประทานจุมพิตหวาน กายแนบกายอุ่นต่างโอบกอดรัดรึงกันไว้ ด้วยความรู้สึกบางอย่าง ที่ยากจะพรรณา อาจจะเป็นเพราะต่างก็รู้ว่า ชะตาชีวิตที่ต้องซัดเซพเนจรได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และอาจจะต้องพึ่งพากันในยามยาก กับสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาในกาลข้างหน้า

“ หลับเสียเถอะนะที่รัก เราต้องเอาแรงไว้ เผื่อว่าเราจะต้องพบกับอะไรอีก “

ทรงเอนพระวรกายพิงกับกองสัมภาระ ที่ถูกม้วนห่อไว้  ทรงโอบกายบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมพระอุระกว้าง พระหัตถ์หนากดศีรษะเธอไว้กับพระอังสา(ไหล่) หญิงสาวหลับตาลงอย่างว่าง่าย ท่ามกลางความมืดภายในเกวียนและอากาศที่หนาวเหน็บ เสียงเกือกม้ากระทบกับพื้นถนนดิน ที่ขรุขระ ดังก่อกๆๆๆน่าฟังเพลิน ล้อเกวียนใหญ่ ที่บดไปกับพื้นถนนลูกรังดังสม่ำเสมอ เสียงแอกที่เทียมม้าทั้งคู่ดังออดแอดๆ สะเทือนเบาๆเหมือนจะกล่อมให้หนุ่มสาว ทั้งคู่ได้เข้าสู่นิทรา และนานเพียงไรไม่อาจรู้ได้ เสียงชายที่ขับเกวียน โผล่หน้าเข้ามาในเกวียนร้องบอก

“ ฝ่าบาท ฝ่าบาท มีกองทหารม้ากำลัง ตรงมาที่กองคาราวานของเรา พระเจ้าค่ะ ทรงหนีก่อนเถอะพระเจ้าค่ะ “

เวรียาตกใจกับเสียงกราบทูล ของชายที่ขับเกวียน และเกวียนก็หยุดนิ่งลง พระองค์ที่ทรงดีดพระวรกายขึ้น พร้อมทั้งโอบกอดเธอไว้แน่น แสงไฟกราดมาที่กองคาราวาน เสียงควบม้าดังเข้ามาใกล้ ถ้าจะประมาณตามเสียง ก็คงจะหลายตัวเป็นแน่

“ เวรียากระโดดลงจากกเกวียนก่อนเร็ว “ รับสั่งด้วยกระซิบ พร้อมทั้งทรงปราดไปที่หลังเกวียน ทรงกระโดดลงไป และรอรับเธอ แสงไฟกราดมา ทำให้ทรงใช้พระพาหา(ต้นแขน) เข้าตวัดเธอให้หมอบกับพื้น และดึงเธอให้คลานลงไปริมถนน เสียงร้องถามดังลั่นเข้ามาจากหัวขบวน

“ พวกแก เป็นพวกไหน และกำลังจะไปไหนกัน “

“ เราเป็นพวกทำงานเหมือง จะไปขึ้นรถที่มาฮัวน่ะเจ้านาย “ เสียงหนึ่งตะโกนตอบ

“ เปิดผ้าคลุมหัวออกทุกคน ขอตรวจหน่อย แล้วเปิดผ้าคลุมเกวียนออกด้วย เราต้องขอค้น เฮ้ย........ใช้ไฟกราดดูหน้าทุกคน อย่าให้รอดสายตา ค้นในเกวียนด้วย  ตรวจดูให้ถี่ถ้วนตามคำสั่ง ปฏิบัติ..........“ เสียงตะโกนออกคำสั่ง และเสียงทหารลงจากหลังม้า เวรียาใจสั่นราวกับกลองรัวระทึกอยู่ในอก

องค์เคมินทรงว่องไวและปราดเปรียวมาก ที่คว้าตัวเธอกลิ้งลงจากถนน ลงไปในข้างทางที่เป็นดงหญ้า ทรงกดกายเธอด้วยท่อนพระกรคร่อมกอดไว้ ให้หมอบนิ่ง

“ พวกมันคงรู้แล้วว่าเราหนี “ เสียงรับสั่งเบาๆที่ริมแก้ม

 

องค์ฟาฮีลประทับอยู่ในห้องบรรทม ที่วันนี้พระสนมครีมา ดูจะสำราญบานใจกว่าทุกวัน และเอาพระทัยพระสวามี ด้วยการถวายน้ำจันทร์ ให้ถึงริมพระโอษฐ์ เวียนกอดจูบลูบไล้ลง บนพระวรกายไม่ห่าง

“ ให้พี่ดื่มมากอย่างนี้ พี่ก็เมาแย่สิครีมา จะมอมเหล้าพี่งั้นเหรอ “

เธอเอียงอายชะม้ายตา กราบทูลด้วยเสียงพร่ากระเส่า “ ก็ครีมาอยู่ในอารมณ์รัญจวนนี่เพคะ และครีมาก็รู้ว่าฝ่าบาทจะทรงแข็งแกร่งปานใด ยามเมื่อได้เสวยน้ำจันทร์  ฝ่าบาทจะทรงประทานรักให้ครีมา เราจะได้มีความสุขด้วยกันนานๆไงเพคะ “ เธอทูลตอบพร้อมทั้งพรมปรายนิ้วลง บนความแข็งแกร่ง จนองค์ฟาฮีลถึงกับต้องหลับพระเนตรลง รับสั่งครางครวญ

“ ครีมาเจ้าต้องรักพี่แล้วละ พี่ไม่อาจทานทน กับความร้ายกาจของเจ้าได้ “ 

กายอวบอัดค่อยเปลื้องผ้า ที่เพียงรัดรึงกายไว้ ให้ร่วงลงสู่พื้น แสงไฟสีส้มสลัวได้ฉาบทากายงาม อันเต็มตึงอวดสายพระเนตร เธอค่อยเบือนกายยั่ว สองมือประคองบัวดอกอวบงาม ถวายให้ที่ริมพระโอษฐ์ ทรงก้มพักตร์ลงดอมดม บดเบียดพระโอษฐ์ ประทานความสุขซ่าน จนกายอวบสั่นรัวร้องคราง และเลื่อนกายลง มือบางเรียวสวยค่อยๆปลดปมผ้าจากบั้นพระองค์(เอว)ออกถวาย และก้มหน้าลงซุกซน ซอกซอนดื่มด่ำ กับความแข็งแกร่งที่เธอพึงใจ  พระหัตถ์หนาช้อนใบหน้างามขึ้น เมื่อไม่อาจทานทน กับความดื่มด่ำจากเรียวปากงาม

ทรงรั้งเอวหนาเข้ามา นั่งบนพระเพลา(ตัก) ให้กายอวบลงถวายความสำราญ สีหน้าของครีมาเปี่ยมสุข ยามที่ได้ถวายร่าง ลงบนความแข็งแกร่ง ร่างอวบระริกไหว เคลื่อนกายขยับ บัวงามสั่นสะท้านน่ามอง สองมือบางช้อนประคองถวาย ให้ทรงดื่มด่ำ เสียงร้องครางรำพันของครีมา ดังลั่นห้องบรรทม เร้าพระทัย ให้ทรงเจียนคลั่ง มือบางโอบประคองพระปราง ถวายกลีบปากลงบดเบียด อย่างเร่าร้อนรุนแรง ขยับกายเร่งกระชั้น ด้วยอารมณ์สาวกำลังกระเจิดกระเจิง เธอหลับตาพริ้ม

พระพักตร์ขององค์เคมิน ผุดพรายขึ้นในมโนภาพ  ครีมาเข้าโอบพระวรกายหนาไว้แน่น อย่างแสนสุข เมื่อเธอคิดว่าตนเอง กำลังได้ปรนเปรอ ถวายสวาทหวานให้กับองค์เคมินชายในฝัน และแทบจะร้องเรียกพระนามองค์เคมิน เมื่อเธอเร่งกายกระชั้นถี่รัว และเพียงแต่รำพึงถึงในอก..........องค์เคมิน.........ช่วยครีมาด้วย องค์เคมิน..........ช่วยครีมาด้วย  รักครีมาสิเพคะ รักครีมาสิเพคะ.........   




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์) ตอนที่ 14 : พระบารมี อัพ100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3561 , โพส : 11 , Rating : 100% / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 406
มีความสุขจังเลยนะครีมา น่าหมั่นไส้ชะมัด

ลุ้นระทึกไปกับเคมินและเวรียาค่ะ  จะหนียังไงต่อนะ
PS.  If you come here. you'll find me...I promise
Name : เจ้านางน้อยแห่งล้านนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้านางน้อยแห่งล้านนา [ IP : 222.123.129.156 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 สิงหาคม 2553 / 14:07
# 10 : ความคิดเห็นที่ 205

เลือดกำเดาจะไหลแล้วครีมา

Name : jeabkiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 183.89.184.61 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กรกฎาคม 2553 / 10:51
# 9 : ความคิดเห็นที่ 202

งานนี้เล่นเอา อกสั่นขวัญหายเลย พออ่านถึงตอนต้องเดินผ่านหลุมฝังศพ และกิ่งไม้หักลงมา ยังตกใจแทนเจ้าชายและเวรียา ......
Name : tungkn4841 [ IP : 125.25.4.151 ]

วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 / 22:46
# 8 : ความคิดเห็นที่ 201
น่าติดตามมาก

ถ้าเปงหนังสือคงวางไม่ลง

อัพไวไวนะค่ะ...มันขาดตอนค่ะ
Name : ธาริกา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ธาริกา [ IP : 118.173.119.243 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 / 12:28
# 7 : ความคิดเห็นที่ 200
ขนลุกเลยค่ะ
Name : jeabkiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 58.9.223.119 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 / 11:12
# 6 : ความคิดเห็นที่ 199
ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตามต่อค่ะ
จะรออ่านนะคะ
Name : LuckyMe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LuckyMe [ IP : 61.90.16.170 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 / 01:12
# 5 : ความคิดเห็นที่ 197
Good dream naka p' bou
PS.  http://writer.dek-d.com/apsornsawan/story/view.php?id=564371 Raini's novel. http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=617384 P' oor's novel.
Name : SN piercensean < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SN piercensean [ IP : 75.168.120.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 / 22:17
# 4 : ความคิดเห็นที่ 196

แว๊ก ไม่ต้องบรรยายจนเห็นภาพก็ได้ เค้ากลัวอ่ะ T.T -ขนลุก


PS.   ชีวิตมันต้องมีอุปสรรคกันบ้างนี่แหละรสชาติของชีวิต ไม่มีใครในโลกที่ไม่เคยทำผิด มันขึ้นอยู่กับคุณที่ว่าจะทำผิดซ้ำๆแบบเดิมอีกหรือไม่
Name : l2yona < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ l2yona [ IP : 58.9.16.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 / 21:15
# 3 : ความคิดเห็นที่ 195
เห็นภาพเลยค่ะ..
Name : f-e-e-f-e-e < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ f-e-e-f-e-e [ IP : 113.53.6.52 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 / 20:58
# 2 : ความคิดเห็นที่ 194

เห็นด้วนค่ะ ขนลุกพรึบทั้งตัว ><"


PS.  มีความสุขกับการให้ ดีกว่ารอที่จะเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียว
Name : sweethoney < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sweethoney [ IP : 125.27.211.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 / 20:20
# 1 : ความคิดเห็นที่ 193
แหมอ่านตอนนี้แล้วขนลุก
Name : ning26 [ IP : 182.232.17.248 ]

วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 / 19:43
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android