คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์)

ตอนที่ 13 : ชะตาชีวิต อัพ100%


     อัพเดท 16 ก.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักดราม่า
Tags: รักหวาน, ลึกลับ., ริษยา.....แย่งชิง.....อำนาจ
ผู้แต่ง : บุษบาพาฝัน/สร้อยอินทนิล ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บุษบาพาฝัน/สร้อยอินทนิล
My.iD: https://my.dek-d.com/intuon55
< Review/Vote > Rating : 94% [ 14 mem(s) ]
This month views : 9 Overall : 83,689
948 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 107 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์) ตอนที่ 13 : ชะตาชีวิต อัพ100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3625 , โพส : 19 , Rating : 100% / 24 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่13 ชะตาชีวิตอัพ100%

 

องค์เคมินทรงวิ่งนำไปเรื่อยๆ และเวรียาก็ล้มลงหลายครั้ง ด้วยพื้นอุโมงค์เป็นดินขรุขระ ทรงหันกลับมาประคอง จนต้องทรงเพียงก้าวเดินยาวๆไปตามแนวอุโมงค์ อย่างทรงชำนาญทาง ซึ่งในอุโมงค์มีทางแยกออกไปหลายแยก เวรียากลับทูลเร่ง

“ วิ่งสิเพคะ “

“ ไม่เป็นไร........คุณเจ็บเหรอเปล่า เรายังพอมีเวลา ผมเคยตัวน่ะที่วิ่ง ในขณะที่ฝึกทหาร หรือในสนามรบ และลืมไปว่าคุณไม่ใช่ทหารติดตาม ขอโทษนะที่รัก  “

“ หม่อมฉันซุ่มซ่ามไปหน่อย ไม่เจ็บหรอกเพคะ เอ่อ......แต่ว่าซันซีฮาเคยรบกับใครด้วยเหรอเพคะ “

“ ในอดีตเราทำสงครามกับแคว้นต่างๆ มานานมากแล้ว จนรวบรวมแคว้นได้เป็นปึกแผ่น แต่พวกนี้ก็ต้องคอยกำกับดูแลความเคลื่อนไหว เพราะมีคนบางกลุ่มที่คิดกบฎแบ่งแยกดินแดน เมื่อไม่นานนัก ผมมาบัญชากการรบ อยู่หลายเดือนกว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยลงได้ แต่พอเหตุการณ์ภายในของเรา ระส่ำระสายไม่เป็นเอกภาพ พวกนี้ก็เริ่มต้องการแยกตัวเป็นรัฐอิสระ แต่ดีที่ขณะนี้พวกแม่ทัพของเรา เข้าควบคุมไว้ได้ และฟาร์บีก็รู้ และกลัวว่าผมจะหนีไปครองแคว้นนั้นไงล่ะ ฟาร์บีรู้ว่าทหารทางฝ่ายหัวเมือง จงรักภักดีกับผมเพียงคนเดียว และแผนของพวกมัน ก็คือจะเข้าควบคุมผมไว้ในคืนนี้ โดยจะใช้วิธีปฏิวัติเงียบ “ รับสั่งเล่าให้เธอฟัง พร้อมทั้งสาวพระบาทดำเนินไปเรื่อยๆ

“ แต่พวกเขาก็จะทูลเชิญให้ฝ่าบาทขึ้นครองราชย์ใช่มั้ยเพคะ “

“ ใช่.........และในที่สุดผมก็จะตกเป็นหุ่นเชิด โดยไม่มีอำนาจใดๆเลย  “

คืนนี้ก็ต้องเป็นคืนที่อันตรายที่สุดสินะ ถ้าองค์เคมินทรงรู้ไม่เท่าทัน เราคือคนหนึ่ง นอกจากองค์สมเด็จฟาฮีล ที่ต้องตกที่นั่งลำบาก และน่าจะตายเพียงสถานเดียว ยังไงครีมาก็ไม่มีวันเก็บเราไว้

“ แล้วอุโมงค์ลับนี่ล่ะเพคะ พวกเขาไม่รู้ว่ามีเหรอเพคะ “

“ อุโมงค์นี้มีมาตั้งแต่ผมยังไม่เกิด เพราะเป็นทางลับ ที่ทางราชวงศ์มีไว้สำหรับให้กษัตริย์ผู้ครองนคร หนีไป ถ้าเกิดมีเหตุการณ์ที่สุดวิสัยจริงๆ จึงไม่มีใครรู้มากนัก ผมมาทำทางเข้าที่ตำหนักเมื่อไม่นานมานี้เอง  เพราะคิดไว้ล่วงหน้าว่าสักวันผมอาจจะต้องหนี เพราะเราต่างพระมารดากัน และพระมารดาของผม ก็ถูกข้อหาร้ายแรง และการเป็นผมเป็นองค์รัชทายาท ที่สมเด็จพระบิดาได้ทรงประทานแต่งตั้งให้ผม ก็มีพระญาติพระวงศ์ทางฝ่ายสมเด็จพระเชษฐาไม่เคยพอพระทัย แล้วจะเล่าให้คุณฟังทีหลังนะ “

 เรื่องแบบนี้คนธรรดาสามัญอย่างเรา ไม่อาจรู้ได้เลย อะไรๆที่ดูภายนอกสวยหรู งดงามอลังการ แต่มีลับลมคมในมากมาย ที่ชาวบ้านเดินดินไม่อาจหยั่งรู้ซึ้งถึงเรื่องภายใน และจริงๆแล้ว คนในราชวงศ์ซันซีฮา ก็อยู่กันอย่างหวาดระแวงสินะ........ก่อนที่เธอจะคิดอะไรต่อ ขาที่ก้าวยาวๆไปข้างหน้าก็หยุดเดิน ทำให้ร่างบางๆปะทะเข้ากับร่างหนา และเขาก็รวบกายบางไว้ในอ้อมแขน ดับไฟฉายในมือจนมืดสนิท และมืดจนไม่อาจจะเห็นหน้ากัน

“ หยุดทำไมเพคะ มีอะไรเหรอเพคะ “ เธอถามเสียงสั่นอย่างตระหนก  

“ เอ่อ........คุณกลัวผีมั้ย “ รับสั่งถามขึ้นทั้งที่ยังทรงกอดเธออยู่ เสียงรับสั่งไม่ดังนัก แต่ก็ก้องสะท้อนขึ้นในอุโมงค์ ที่เงียบสนิท

“ เอ่อ........อืม.......ไม่ทราบเหมือนกันเพคะ เอ่อ........คิดว่าน่าจะกลัวมังคะ ที่นี่มีผีงั้นเหรอเพคะ “ เสียงเวรียาสั่นน้อยๆ เอ่ยแบ่งรับแบ่งสู้ อย่างไม่แน่ใจตนเอง และไม่นึกว่าจะได้ยินคำถามนี้ ในสถานที่อีกด้วย

“ ฟังผมดีๆนะ........เวรียาถ้าคุณกลัว และเกิดกรีดร้องอะไรออกมา เราจะกลายเป็นผีซะเอง อย่ากลัวอย่ากรีดร้องเป็นอันขาด เราถูกพวกมันล้อมกรอบไว้ทุกทาง วางกองกำลังตรวจตรา การเข้าออกพระนครไว้อย่างดี เราจะต้องไปกับรถขนศพ และเป็นศพของนักโทษประหาร คุณคิดว่าจะทำได้มั้ย เพราะมันเป็นทางรอดเพียงทางเดียว ที่เราน่าจะรอดออกไปจากพระนครในคืนนี้ “ องค์เคมินจำต้องรับสั่งถึงแผนการณ์ กับเวรียา

“ นักโทษประหาร “ เธอเอ่ยขึ้นเบาๆ สยองไปถึงหัวใจ เย็นวาบไปถึงสันหลัง

“ ครับ.......เราจะต้องออกไปกับ รถขนศพของนักโทษประหาร พวกเขาถูกยิงเป้าในคดีร้ายแรง ที่ป่านนี้คงอาจจะเรียบร้อยแล้วละ “ เวรียากลืนน้ำลายลงคงดังเอื๊อก และถ้าไม่มืดขนาดนี้ องค์ชายเคมิน คงได้ทอดเนตรเห็นสีหน้าที่ฝาดเฝื่อนของเธอ ซึ่งนิ่งเงียบกริบ

“ เวรียา........บอกเคมินสิ ว่าคุณทำได้ บอกสิที่รัก “

“ เอ่อ.......ทำได้เพคะ เวรียาต้องทำได้.........” เธอรับคำ และในประโยคท้ายเหมือนจะบอกกับตนเอง

“ เสียงคุณสั่นนะที่รัก คิดไว้นะ....... คิดไว้ตลอดเวลา.......ว่าถ้าไม่สำเร็จ เราสองคนจะถูกจับ เราจะต้องแยกจากกัน และอาจจะไม่ได้พบกันอีกชั่วชีวิต “ รับสั่งด้วยสุรเสียงเครือแผ่ว จูบเธอบนแก้มเบาๆ

“ หม่อมฉันต้องทำได้สิเพคะ “ เสียงของเธอเครือสั่น แนบหน้าลงกับอกอุ่น อย่างร้สึกใจหายในรับสั่ง

“ ผมรักคุณนะเวรียา เราจะไม่แยกจากกัน จนกว่าความตายจะมาพรากเราเท่านั้น “ รับสั่งพร้อมทั้งโอบร่างเธอเข้ามากอดไว้ จดริมพระโอษฐ์ประทับจูบลงบนกลีบปากเธอ

และในที่สุดก็ทรงกดสวิทย์ไฟฉาย และส่องกราดไปที่บันไดเล็กๆ ที่ทอดขึ้นไปข้างบน “ ไต่บันไดตามผมมานะที่รัก ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น คุณมีผมนะ.......” รับสั่งพร้อมทั้งจุมพิตประโลมใจ บนแก้มเธอเบาๆ และทรงหันไปปีนขึ้นบันได ไม้ที่พาดอยู่บนผนัง ซึ่งก็แข็งแรงพอสมควรในการรับน้ำหนัก  

เวรียาไต่บันไดขึ้นตามไป และก้าวพลาดจนเกือบหล่นลงมาหลายครั้ง ด้วยความรน และความซุ่มซ่ามประจำตัว ที่ยังแก้ไม่หาย ซึ่งบันไดก็ไม่ได้สูงมากนัก แต่ถ้าตกลงมาก็เพียงแค่เจ็บ หรือว่าขาหัก บันไดไม้สั่นสะเทือน เพราะแรงกระแทก จากการก้าวพลาดหลายหน แต่ไม่มีเสียงร้องอุทรธ์จากเธอ องค์เคมินทรงระลึก(นึกถึง) ถึงที่เวรียาบอกว่าเธอซุ่มซ่าม ซึ่งน่าจะจริง เพราะเธอวิ่งล้มลุก คลุกคลานมาตลอดทาง องค์เคมินทรงแย้มสรวลออกมาบางๆ ท่ามกลางความมืด และเพียงครู่เดียว ก็ทรงหยุดและปิดสวิทย์ไฟฉาย ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดอีกครั้ง

องค์ชายเคมินทรงพยายามดันแผ่นเหล็ก เหนือพระเศียร(ศีรษะ)ขึ้นอย่างสุดพระกำลังกระแทกๆหลายครั้ง จนมันเปิดออก ทรงส่งพระหัตถ์มารับเธอ ให้ก้าวตามขึ้นไป อากาศภายนอกเย็นเฉียบ เพราะโดยรอบเป็นป่า ที่มีต้นไม้ใหญ่น้อย มืดทะมึนเป็นเงาตะคุ่มจนน่ากลัว

“ ที่รัก.......เราจะลัดเลาะไปให้ถึงชายป่า ตรงนั้นจะมีถนน ที่รถจะขนศพออกมาจากแดนประหาร เพื่อที่จะนำศพไปฝังที่ป่าช้าฆาตกรนอกเมือง คนขับรถจะหยุดรับเราน่ะ เร่งเดินหน่อยก็แล้วกันนะ เราต้องไปถึงที่หมายให้ทันเวลาน่ะ “

รับสั่งพร้อมทั้งจูงมือเธอเดินลัดเลาะไปในป่า โดยมีเพียงแสงจันทร์ เท่านั้น ที่รอดใบไม้ลงมาลุบหลู่ พอให้เห็นแสงสลัวบ้าง เวรียากระชับมือบาง ลงกับพระหัตถ์หนา ก้าวตามไปเรื่อยๆ นิ่งคิด.........เกิดมาไม่เคยสักครั้ง ที่จะมาบุกป่าฝ่าดงค่ำๆมืดๆอย่างนี้  ถ้าเกิดต้องเดินเข้ามาคนเดียว คงวิ่งกระเจิดกระเจิง แบบคนบ้าสติแตกเป็นแน่ มืดก็มืดเงียบก็เงียบ และอากาศเย็นจนยะเยือกแบบนี้ และยังเสียงนกกลางคืน ที่ร้องเสียงน่ากลัว เสียงอย่างนี้เขาเรียกว่าเสียงนกทึ่ดทือใช่มั้ยนะ ..........และเธอคิดเพลินและก็สะดุดรากไม้ จนถลาไปข้างหน้า องค์ชายเคมินต้องรีบรวบตัวเธอไว้ ก่อนที่จะหน้าคว่ำลงกับพื้น ทรงสรวลหึๆพร้อมทั้งรับสั่ง

“ ผมชักจะเชื่อแล้วละ ที่คุณบอกว่าคุณซุ่มซ่ามน่ะ เจ้าหญิงซุ่มซ่ามน่ะ ไม่ค่อยมีหรอกนะ แล้วใกล้ๆอภิเษกจะส่งคุณเข้าไปให้ฝ่ายในจัดการดีมั้ย หึๆ “ รับสั่งพร้อมทั้งสรวลหึๆ อยู่ในลำพระศอ (ลำคอ)

“ เวรียากำลังจัดการตัวเองอยู่มังคะ “ เธอเถียงอย่างรู้สึกงอนๆ และทั้งนึกอาย

รับสั่งเย้าขึ้นอีก “ เจ้าหญิงถ้าตกบันได ต่อหน้าข้าราชบริพารเยอะๆน่ะ จะอายมากนะ แล้วผมอาจจะวิ่งไปรับไม่ทัน และคุณก็จะกลิ้งหลุนๆลงมากองกับพื้นน่ะ เหมือนวันนั้นที่คุณเกือบตกบันได และผมก็ได้แอบกอดคุณไว้ และยังได้กลิ่นกายสาว ตัวคุณหอมมากเลยนะ รู้มั้ยว่าคืนนั้น.....คุณทำให้ผมนอนไม่หลับ และต้องไปหาคุณแต่เช้าไงล่ะ ...........“

จริงสินะ.........เขาไม่น่าพูดให้เห็นภาพเลย มันคงจะตลกมาก  ที่เจ้าหญิงสะดุดอะไรสักอย่าง แล้วตกบันไดลงมา แค่คิดก็หน้าชาแล้ว และถ้าเกิดเป็นจริง เวรียาจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนนะ  เราคงต้องถูกส่งไปฝึกการเดินและคงอะไรๆอีกหลายอย่าง  แต่วันนี้เราก็ไม่สะดุดอะไรเลยนี่นา.........แต่เราอย่าเพิ่งไปฝันถึงวันสวยหรู ที่ผู้หญิงทั้งโลกใฝ่ฝันเลย  มันอาจไม่มีก็ได้  ชะตาชีวิตของเราออกจะหักเห ผกผันตลอดเวลา เมื่อเช้ายังนั่งโรลลอยด์สุดหรู เดินบนพรมแดง วางท่าสง่าเป็นเจ้าหญิง แต่พอค่ำยังไม่ทันข้ามวัน กลับต้องหนีหัวซุน มาเดินอยู่ในป่า แถมจะได้นั่งรถ เคียงข้างไปกับศพนักโทษประหาร ว้าว.........ช่างสุดยอดจริงๆ........

“ คิดอะไรอยู่เหรอที่รัก อย่าคิดมากสิ ผมอยากพูดอะไรๆให้คุณเพลิน ไม่ให้คุณเครียดน่ะ ผมรู้ว่าคุณกลัว “

“ เวรียายอมรับชะตากรรมอยู่แล้วเพคะ แต่ก่อนหม่อมฉันเชื่อว่า คนเราลิขิตตัวเองให้เป็นยังไงก็ได้ เพราะเป็นการกระทำของตัวเราเอง ที่คิดดีคิดชั่ว แล้วแต่จะเลือกปฏิบัติ แต่มาถึงเวลานี้แล้ว เวรียาเชื่อแล้วเพคะ ว่าดวงชะตาได้ลิขิตมาให้เรา ในแต่ละคนเป็นไป ที่เราไม่อาจเลือกทำตามใจตัวเองได้ “ เสียงของเวรียาเอ่ยเหมือนยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ

“ หวังว่าเคมินคงจะไม่ได้เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณคิดว่า เป็นคนที่ทำให้ชะตาชีวิต คุณต้องเลวร้าย หรอกนะ” รับสั่งถามด้วยสุรเสียงที่อ่อนเศร้าลง พร้อมกับถอนพระหทัย(ถอนใจ)

“ ไม่ได้คิดอย่างรับสั่งหรอกเพคะ เวรียาอาจจะเป็นตัวแปร ของเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะถ้าฝ่าบาทไม่มีหม่อมฉัน ฝ่าบาทอาจจะทรงตัดสินพระทัยง่ายกว่านี้ และหม่อมฉันก็ยังเป็นตัวถ่วง ที่ต้องทำให้มาทรงห่วงกังวลอีกด้วยมังคะ “

ทรงหยุดดำเนินรวบกายบางเข้ามากอดไว้ในพระอุระ “ เวรียา........ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกนะ คุณมาทำให้ชีวิตผม มีพลังแรงใจที่จะต่อสู้มากกว่า ยามที่เราทดท้อเหนื่อยหน่าย แต่มีใครสักคนที่เรารัก มาอยู่เคียงข้าง  ชีวิตก็มีความหมายขึ้นมากมายนัก คุณเป็นพลังแรงใจ ที่ดีที่สุดของผมนะเวรียา.......”

ก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบอะไร เสียงเครื่องยนตร์ ดังแว่วแหวกความเงียบสงัดเข้ามา ทำให้องค์ชายเคมิน ทรงคว้าข้อมือเธอออกวิ่ง รับสั่งด้วยสุรเสียงร้อนรน

 “ วิ่งเร็วที่รัก รถมาแล้วละ “

* เวรียาซอยเท้าออกวิ่งไปตามแรงฉุด ล้มลุกคลุกคลานไปด้วย จนถึงชายป่า แสงไฟจากหน้ารถสาดเข้ามาใกล้ รถบรรทุกขนาดกลางเก่าคร่ำคร่า จนดูไม่ออกว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร  ด้วยกระบะท้ายต่อหลังคาและด้านข้างกั้นเป็นเหมือนคอก ด้วยเหล็กเส้นกลมๆเป็นกรง วิ่งปุเลงๆมาเอื่อยๆไม่ได้รีบร้อน หรือเพราะความเร็วมันไปได้เพียงเท่านั้นกันนะ........และมันก็เริ่มชลอความเร็ว จนหยุดกึกตรงจุดนัดหมายที่เป็นทางแยก เมื่อองค์ชายทรงแน่พระทัย และกระพริบไฟฉายเป็นสัญญาน คนขับและคนที่นั่งข้างๆ แต่งกายแบบเจ้าหน้าที่ของรัฐ เปิดประตูวิ่งลงมา ชายทั้งสองโค้งคำนับทำความเคารพ แล้วทรุดตัวลง เข้ากอดข้อพระบาทไว้ กราบทูล

“ เหล่าข้าพระพุทธเจ้า ต่างเสียใจที่ถวายความจงรักภักดี ต่อองค์รัชทายาทได้เพียงเท่านี้  ทรงโปรดประทานอภัยให้พวกเราด้วยเถิดพระเจ้าค่ะ “ เสียงรำพันของชายผู้นั้นสั่นเครือ และชายทั้งคู่ก็จดศีรษะตนเอง ไว้บนฉลองพระบาท

“ ไม่เป็นไรหรอกนะ เราเข้าใจทุกคนดี แล้วเราจะกลับมา กอบกู้บ้านเมืองในภายหลัง ช่วยบอกทุกคนที่จงรักภักดีกับเรา ให้ช่วยกันดูแลบ้านเมืองแทนเราด้วย “ สุรเสียงรับสั่งเนิบช้า มีพลังพระเมตตาอยู่ในสุรเสียง ที่ทำให้ชายทั้งคู่ ถึงกับสะอื้น หลั่งน้ำตาออกมา

“ ขอพระองค์ทรงพระเจริญพระเจ้าค่ะ กราบทูลเชิญเสด็จเถอะพระเจ้าค่ะ คืนนี้มีทหารออกมาเต็มเมืองไปหมด คงต้องทรงระวังที่สุด แต่ถ้ามีอะไรพวกเกล้าหม่อมฉัน มีปืนและยอมถวายชีวิตพระเจ้าค่ะ  และนี่เป็นผ้าพลาสติคปูพื้นรถ ศพยังมีเลือดนอง เกล้าหม่อมฉันจะปูถวาย “ ชายทั้งสองกราบทูลจบ ลุกขึ้นยืนก้มศีรษะทำความเคารพ และรีบกระโดดขึ้นไปบนรถจัดแจงปู แผ่นพลาสติคถวายให้ที่พื้นรถข้างศพ

“ ขอบใจมากนะ ขับไปเรื่อยๆ อย่าให้มีพิรุธ ไม่ต้องห่วงเรา  ”

ทรงส่งเป้ส่งให้ชายสองคนนำไปซ่อนไว้ที่หน้ารถ และทรงโหนพระองค์ขึ้นไป ประทับยืนบนท้ายรถ ที่ไม่มีอะไรปิดกั้น ยื่นพระหัตถ์มารับเวรียา คนขับรถรีบวิ่งไปออกรถทันที ทรงโอบรอบกายเธอไว้รับสั่งปลอบ

“ อย่ากลัวนะที่รัก เขาก็เป็นเพียงมนุษย์ ที่ไร้วิญญานแล้วเท่านั้น วันนี้มีการประหารผู้ร้ายปล้นฆ่าสี่คน เขาเอาศพขึ้นรถมาแค่สองคน เราจะต้องนอนแทนอีกสองศพนั่น ทนเอาหน่อยนะ “ ทรงกราดไฟฉายไปที่ศพแว่บ หนึ่งและรีบปิดทันที

เวรียาได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้ง จนต้องเหลือบตาลงมองไปที่ ผ้าสีน้ำตาลหยาบๆ หนาหนักที่เพียงคลุมร่างศพไว้ กันอุจาดตาเท่านั้น ความมืดทำให้เธอ ไม่เห็นเลือดที่ยังไหลนองออกมา และหยดลงบนพื้นถนน เวรียานิ่งคิด.......ที่ซันซีฮายังไม่ศิวิไลซ์ ที่จะจัดการห่อศพมัดให้แน่นหนาสินะ......... หรือพวกเขาเป็นผู้ร้ายใจทมิฬ  ที่ไม่มีใครคิดจะทำให้ดีกว่านี้  ความหวาดหวั่น ที่ต้องนอนเคียงข้างไปกับศพก็ส่วนหนึ่ง และยังความหวาดหวั่น ว่าจะผ่านด่านไปได้หรือไม่ ก็อีกก็ส่วนหนึ่ง

องค์เคมินรับสั่งขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ แม้ความมืด จะไม่ทรงเห็นใบหน้าที่หวาดหวั่น อย่างที่สุดของเธอ

“ เวรียาอีกอย่างหนึ่งนะ ถ้าถึงด่านมีไฟกราดเข้ามา อย่าหายใจแรง อย่าเคลื่อนไหว เตือนตัวเองไว้ให้ดีนะ  แค่นี้ละที่ผมจะบอก นอนลงเถอะ เราต้องนอนขนาบข้างศพทั้งสองด้าน เพราะถ้าด่านตรวจ พวกทหารมักจะเลิกผ้าตรงกลางขึ้นมากกว่า เข้าใจนะ “

“ ฝ่าบาท........” เธอเอ่ยได้เพียงเท่านั้น สิ่งที่อยู่ในใจ ที่อยากบอกว่าเธอมีความรู้สึกยังไงบ้าง แต่จำต้องเก็บกลืนไว้ในอก เพราะต่างก็ตกอยู่ในสถานการณ์ ที่ตึงเครียดเท่าๆกัน เธอไม่ควรพูดอะไร ให้ต้องทรงกังวลไปมากกว่านี้

“ ที่รัก......ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง มันเป็นช่วงเวลาแห่งเป็นความเป็นความตาย ความอยู่รอดของเรานะ นอนลงเถอะ อีกครู่หนึ่งจะถึงด่านแล้ว เราต้องผ่านไปประมาณสามด่าน ก็จะพ้นแล้วละ อย่าเครียดมากนัก นึกถึงความสุขของเราที่ผ่านมาก็ได้นะ “ รับสั่งประโลมใจ ทรงกอดไว้อีกครั้ง จูบเธอที่เปลือกตา “ หลับตาซะ “

หญิงสาวเพียงพยักหน้า อยู่ในอ้อมกอด และทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า ทรงเข้าประคองให้นอนลง ทางด้านซ้ายบนผ้าพลาสติค แขนเธอเบียดกับแขนของศพ  ที่เธอรู้สึกว่าเย็นชืด ผ้าหนาหนักผืนนั้น ถูกคลี่ขึ้นคลุมร่างของเวรียาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า และเป็นผืนเดียวกับที่คลุมศพ มันเหม็นจนเธอแทบสำลัก และต้องกลั้นใจผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ หลับตาไว้แน่น ตัวเกร็ง และเหมือนประสาททุกส่วน ในร่างกายตึงเขม็ง จนอยากจะปล่อยเสียงโฮออกมา เพื่อให้ความเครียดในกายได้ผ่อนคลายลง รถแล่นบนถนนดินลูกรัง ที่สะเทือนกึงกังไปเรื่อยๆ จนเสียงดังโหวกเหวกดังขึ้นเป็นภาษาของซันซีฮา รถค่อยๆหยุด หัวใจเธอก็แทบจะหยุดตามไปด้วย

“ หยุดตรวจก่อน รถจากทัณฑสถานเหรอ “ เสียงดังกร้าวเอ่ยถาม

คนขับรถเอ่ยตอบเสียงดัง แข่งกับเสียงของเครื่องยนต์ “ ก็อย่างที่แจ้งออกมาแล้วน่ะ เราจะเอาศพนักโทษประหารพวกนี้ไปฝังที่สุสารฆาตกร เรารีบน่ะหัวหมู่ ตรวจๆเลยลูกพี่ สัปเหร่อที่สุสานรอเราอยู่ ขืนชักช้าไอ้พวกนั้นหนีไป เราสองคนก็แย่เลยละ คืนนี้หนาวชิบเลย พวกทหารไม่หนาวกันบ้างเหรอไงนะ...... “ เสียงพูดบ่นพึมพำของเขาดูเป็นธรรมชาตปรกติ จนเวรียานึกชมในใจ

“ ได้ๆๆ ตอนนี้เราต้องเคร่งครัดสักหน่อย เราทำตามคำสั่งน่ะ “ เสียงตอบและเสียงรองเท้าทหารที่ย่ำลงบนพื้นดินลูกรัง ซึ่งเวรียากะว่าน่าจะประมาณสองถึงสามนาย เดินมาหยุดที่ท้ายรถ

เวรียารู้สึกว่าแสงไฟดวงใหญ่กราดจนทั่ว ทำให้เธอกลั้นลมหายใจไว้นิ่งๆ ใจสั่นระทึกจนเหมือนมันจะหยุดลงเสียให้ได้ แต่ทหารก็ไม่ได้เปิดผ้าดู ตะโกนเสียงดังขึ้น

“ ไปได้เลย ไปเลยๆๆ เลือดนองเชียว เหม็นคาวชิบ .........” สิ้นเสียงนั้น รถก็ค่อยๆแล่นออกไปอย่างปรกติ เวรียาผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เพียงครู่เสียงรับสั่งก็ดังขึ้น

“ ที่รักเป็นยังไงบ้าง “

“ ยังอยู่ดีมีสุขเพคะ “ เสียงสั่นประชดตอบ

“ ยอดเยี่ยม........อดทนอีกสักสองด่านเท่านั้นนะครับ อีกสักชั่วโมงหนึ่งก็คงพ้นแล้วละ หึๆๆ“

โธ่เอ๊ย........องค์เคมิน........ฝ่าบาทยังทรงสรวล(หัวเราะ)ได้ในยามนี้เลยเหรอเพคะ จะรู้มั้ยว่าเวรียาหัวใจจะวายอยู่แล้ว ฝ่าบาททรงเป็นทหาร เคยเห็นคนตาย เห็นเลือดจนเป็นปรกติ แต่นี่เป็นครั้งแรกของเวรียานะเพคะ ที่ได้สัมผัสกับคนตาย.......ชั่วโมงหนึ่ง ที่เหมือนชีวิตแขวนไว้บนเส้นด้าย มันยาวนานเหมือนเข็มนาฬิกา ไม่ได้กระดิกเดินเลยด้วยซ้ำ ความรู้สึกอยากจะอาเจียน เริ่มจุกแน่นมวลอยู่ในท้อง พะอืดพะอมกับกลิ่นเลือด กลิ่นผ้าคลุมศพ และกลิ่นจากร่างไร้วิญญาน เวลานี้น่ะเหรอ จะให้ไปนึกถึงความรักความหวานอะไร อย่างที่รับสั่ง ทรงระลึก(คิดถึง)ไปองค์เดียวเถอะ.........

และเมื่อผ่านด่านที่สองมาอย่างปลอดภัยหายห่วง เช่นเดียวกับด่านแรก และอีกครู่ใหญ่ จนใกล้จะถึงด่านที่สามที่เวรียารู้สึกว่า มีแสงสว่างจากไฟที่ด่านสาดเข้ามา  ด่านสุดท้ายตรวจตราแบบเดิม คำพูดคำถามเดิมๆ แต่ด่านนี้มีทหารมาเลิกผ้าขึ้นดู และมันเลิกที่ชายผ้าตรงกลาง อย่างที่องค์ชายรับสั่ง หัวใจของเธอจะหยุด เมื่อเสียงทหารเอ่ยถามคนขับ

“ ไอ้ศพข้างซ้ายนี่ทำไมมันตัวเล็กจังวะ “

“ อ๋อ........มันยังเด็กกว่าไอ้เจ้าสามตัวนั่นน่ะผู้หมวด แต่เขาว่ามันเป็นตัวสำคัญ ที่สุดเลยนะครับ “ คนขับรถเอ่ยตอบ

“ อ๋อเหรอ........อยากเห็นหน้ามันจังเลยแฮะ มาเปิดให้ดูหน่อยสิ รู้สึกว่ามีอยู่คนหนึ่ง เป็นพวกทางบ้านผมน่ะ  “

“ ได้ครับผู้หมวด  “

คนขับรถเปิดประตูลงมา ซึ่งทำให้เวรียาใจหายวาบ ตัวเย็นเฉียบ กลั้นลมหายใจไว้แน่น และยิ่งกว่านั้น เธออยากจะกรีดร้อง เพราะรู้สึกว่ามีแมงสาบตัวหนึ่ง ไต่อยูที่คอเธอ เพราะรู้สึกถึงขาของมันได้ และมันเป็นสัตว์ที่เธอกลัว และขยะแขยงมากที่สุด

คนขับรถเอ่ยขึ้น “ ผู้หมวดจะดูจริงๆเหอครับ ศพพวกมันไม่น่าดูนักหรอก ไอ้เจ้าตัวเล็กน่ะถูกกราดจนท่อนบนเกือบขาด กระสุนโดนหน้าด้วย แต่ละคนสยดสยองทั้งนั้น ดูเลือดสิครับไหลงมานองพื้นเลย หมวดต้องหาอะไรมากลบแล้วละ กลิ่นคาวคลุ้งอย่างนี้น่ะ เดี๋ยวผมเปิดให้ดูนะครับ “ เสียงคนขับรถเอ่ยพูด แล้วกระโดดขึ้นมาบนท้ายรถ 

เสียงเข้มดังขึ้นมาอีกเสียงหนึ่ง  “ หมวด........ปล่อยๆเขาไปเถอะ จะอยากดูศพนักโทษประหารทำไมนะ รู้ๆอยู่ว่าเขากราดเอ็มสิบหก ศพเละเลือดนองแบบนี้ ให้มันไปๆเสียทีเถอะ แล้วให้ทหารหาทรายมากลบรอยเลือดด้วย บ้าชิบ........”

“ ครับผู้กอง ไปได้ไปเลยๆๆ เลือดนองเลยว่ะ ไปๆๆๆๆ “ เสียงไล่ส่งดังลั่นจากผู้หมวด ซึ่งโดนผู้กองบ่นด่างึมงำ จนคนขับกระโดดลงไปเคลื่อนรถออก ขับไปช้าๆตามกำลังเครื่อง เลือดหยดหยาดไปเป็นทาง

เวรียาผ่อนลมหายใจออกมา แต่ก็ยังคงนอนตัวแข็ง ไม่กล้ากระดุกกระดิก และกำลังจะขาดใจตายกับเจ้าแมลงสาบ และขยะแขยงจนน้ำตาร่วง กัดริมฝีปากตนเองไว้แน่น หลับตาปี๋ อยากจะลุกพรวดขึ้นปัดและกรีดร้องให้หายจากอาการขนลุกขนพอง

“ เวรียาหลับเหรอเปล่า ลุกได้แล้วละ “

สิ้นเสียงรับสั่ง หญิงสาวดีดตัวผึงขึ้นปัดเจ้าแมลงสาบ เจ้าชู้ออกจากคอ พร้อมทั้งดิ้นพราดๆถีบเท้าอยู่กับพื้น ร้องไห้ฮือๆๆๆ โผเข้ากอดพระวรกายหนาไว้แน่น

“ ฮือๆๆๆๆ แมงสาบเพคะฮือๆๆๆๆ แมงสาบ มันเกาะหม่อมฉัน “

ทรงสรวลออกมาดังๆทันที “ อะไรกันเวรียา คุณกลัวแมงสาบยิ่งกว่าศพ ยิ่งกว่าปืนของทหารอีกเหรอนี่ แปลกจัง หึๆๆ “

หญิงสาวกำมือและรัวทุบลงบนพระอุระ ทั้งร้องทั้งพร่ำพูด  “ ฮือๆๆๆๆ หม่อมฉันกลัว กลัวทุกอย่าง จนจะตายอยู่แล้ว ยังคงสรวลชอบพระทัยอีกเหรอเพคะ พระทัยร้าย เวรียาโกรธฝ่าบาทแล้วฮือๆๆๆ “

“ ครับๆๆๆที่รักผมขอโทษ ผมเสียใจ ผมไม่เคยอยู่กับผู้หญิง ไม่รู้ว่าผู้หญิงกลัวอะไรบ้างน่ะ อย่าร้องไห้เลยนะ ผมไม่รู้ว่าคุณกลัวแมงสาบ มันไม่กัดไม่มีพิษไม่ใช่เหรอ โอ๋.........เงียบซะนะ..........“ รับสั่งปลอบ พร้อมทั้งใช้พระหัตถ์ลูบหลังให้เบาๆ ร่างบางยังคงสะอื้นแรงๆ จนร่างสะเทือน

ครู่ใหญ่ที่รถเริ่มชลอและเลี้ยวเข้าไปตามทางแยกเล็กๆ ที่มืดสนิท เหมือนรถกำลังแล่นเข้าไปในป่า เสียงหมาไนส่งเสียงหอนเย็นยะเยือก

“ เวรียาเรากำลังจะเข้าไปที่สุสานฆาตกรนะ อาจจะน่ากลัวสักหน่อย แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะที่รัก “  

                        
คอมเม้นท์มาให้กำลังพี่บุษหน่อยจ้า.......

 

 

  

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์) ตอนที่ 13 : ชะตาชีวิต อัพ100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3625 , โพส : 19 , Rating : 100% / 24 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 19 : ความคิดเห็นที่ 405
หนูก็กลัวแมลงสาบนะ

มันน่าขยะแขยงมากเลย

เอาใจช่วยเวรียาจ้า
PS.  If you come here. you'll find me...I promise
Name : เจ้านางน้อยแห่งล้านนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้านางน้อยแห่งล้านนา [ IP : 222.123.129.156 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 สิงหาคม 2553 / 13:55
# 18 : ความคิดเห็นที่ 386
เข้ามาอ่านต่อหลังจากทิ้งล้างไปหลายวันนะค่ะเพราะไม่จาปาย  ตอนนี้ลุ้นแทบไม่หายใจไปกับเวรียาด้วยเลยค่ะพี่บุษ เดี๋ยวอ่านจบจะตามไปอ่านแสนร้ายแสนรักต่อค่ะ คิดถึงนะค่ะ
Name : rukjun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rukjun [ IP : 115.31.141.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 สิงหาคม 2553 / 11:59
# 17 : ความคิดเห็นที่ 381

ลุ้นแทนนางเอกเลยค่ะ..แค่คิดก็สยองแล้ว...

Name : ก็ว่าจะไม่รัก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ก็ว่าจะไม่รัก [ IP : 119.31.121.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 สิงหาคม 2553 / 02:03
# 16 : ความคิดเห็นที่ 309
หลากหลายอารมณ์จริง ๆ เลยเรื่องนี้..สนุกดีค่า..ชอบ
PS.  เริ่ดค่าเริ่ด.. ความรัก ทำให้เรามี ดวงตาพิเศษ ดวงตาพิเศษ ทำให้เรามองเห็น สิ่งพิเศษ สิ่งพิเศษ ทำให้เรามี ช่วงเวลาพิเศษ
Name : aoistar < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ aoistar [ IP : 183.89.85.35 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 สิงหาคม 2553 / 18:57
# 15 : ความคิดเห็นที่ 204
คนเขียนใจร้ายจังไม่สงสารเวรียาเลยนะ
PS.  คนเราย่อมมีความฝัน ฝันให้ไกลไปให้ถึง
Name : chokdee2009 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ chokdee2009 [ IP : 87.94.177.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กรกฎาคม 2553 / 03:02
# 14 : ความคิดเห็นที่ 192
P' Bou ka I feel so excite ka.
P' bou have a good weekend naka

PS.  http://writer.dek-d.com/apsornsawan/story/view.php?id=564371 Raini's novel. http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=617384 P' oor's novel.
Name : SN piercensean < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SN piercensean [ IP : 75.168.107.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 / 08:59
# 13 : ความคิดเห็นที่ 190

โอย ..โอย หัวใจจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม สงสารเวรียาจริงๆๆๆ ต้องนอนไปกับศพ สิ่งแวดล้อมที่ชวนสยิว แถมต้องคอยระวังด่านตรวจไม่ให้จับได้ว่าเป็นคนมีชีวิต ...ไม่หมดอีก จะต้องผ่านสุสานฆาตรกร อย่าบอกว่าจะต้องลงจากรถไปเดินผ่านบริเวณนี้ ......จะบ้าตาย แต่ก็สนุก

รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
Name : tungkn4841 [ IP : 72.37.171.20 ]

วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 / 20:46
# 12 : ความคิดเห็นที่ 189

โอ้ยยย...หัวใจจะวายแทนเวรียาค่ะ เจอทั้งศพ โดนกราดยิงด้วยเอ็มสิบหก แค่คิดก็สยอง แถมยังต้องมาเจอแมลงสาบอีก อยากจะกลั้นใจตายตามศพไปเลย >_____<" สงสารสองคนนี้จัง เกลียดครีมาเช่นเดิมไม่มีเปลี่ยน


PS.  มีความสุขกับการให้ ดีกว่ารอที่จะเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียว
Name : sweethoney < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sweethoney [ IP : 125.27.225.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 / 19:56
# 11 : ความคิดเห็นที่ 188
เป้นนักอ่านเงาตลอดมา
วันนี้แวะมาบอกว่าโหวตให้ 100% ทุกตอนเลยนะคะ
Name : กิ่งไม้ [ IP : 125.27.36.41 ]

วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 / 19:11
# 10 : ความคิดเห็นที่ 186
อ่านแล้วคิดตามเลยค่ะบรรยายได้เห็นภาพสงสารเวรียามากคงเกรงมากๆเลยกับแมลงสาป
Name : jeabkiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 58.9.190.189 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 / 18:06
# 9 : ความคิดเห็นที่ 185

สู้ ๆ ค่ะ พี่บุษ...
เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ...


อ้อม (จันทร์เจ้าเอ๋ย)


PS.  Come Back...Baby Come Back To Me...I'll Be Everything You Need...
Name : จันทร์เจ้าเอ๋ย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จันทร์เจ้าเอ๋ย [ IP : 182.52.9.115 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 / 17:09
# 8 : ความคิดเห็นที่ 184
พี่บุษแต่งได่เก่งมากๆค่ะ

อ่านจนเห็นภาพเลยค่ะ

ลุ้นระทึกเชียว

ยังไงก้อเปงกำลังใจให้นะค่ะ

อัพไวไวนะค่ะ...กำลังสนุกเลยค่ะ
Name : ธาริกา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ธาริกา [ IP : 118.173.117.32 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 / 16:06
# 7 : ความคิดเห็นที่ 183

อ่านไปก็ลุ้นไป แถมบรรยายซะเห็นภาพเลยไปกับรถขนศพ ><: หลอนที่สุดเพราะกลัวผี แต่แอบฮา นางเอกเรากลัวแมลงสาป 55555555555+


PS.   ชีวิตมันต้องมีอุปสรรคกันบ้างนี่แหละรสชาติของชีวิต ไม่มีใครในโลกที่ไม่เคยทำผิด มันขึ้นอยู่กับคุณที่ว่าจะทำผิดซ้ำๆแบบเดิมอีกหรือไม่
Name : l2yona < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ l2yona [ IP : 58.9.21.221 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 / 14:53
# 6 : ความคิดเห็นที่ 182
น่าสงสาร แต่ก็แอบมีความน่ารักอยู่ด้วยนะคะ
ขอบคุณที่มาอัพค่ะ
รออ่านรอลุ้นตอนต่อไป..
Name : LuckyMe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LuckyMe [ IP : 58.8.244.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 / 13:49
# 5 : ความคิดเห็นที่ 180
สงสารสองคนนี้จัง ต้องหนีไปนานแค่ไหนนะ
PS.  มีความสุขกับการให้ ดีกว่ารอที่จะเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียว
Name : sweethoney < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sweethoney [ IP : 125.27.205.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 / 20:06
# 4 : ความคิดเห็นที่ 179
ตื่นเต้นจังเลยค่ะพี่บุษ..
อัพ ๆ ต่อนะค่ะ..
Name : f-e-e-f-e-e < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ f-e-e-f-e-e [ IP : 118.173.143.162 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 / 19:22
# 3 : ความคิดเห็นที่ 178
องค์ชายน่ารักได้ทุกตอนเลย
Name : jeabkiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 115.87.130.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 / 19:05
# 2 : ความคิดเห็นที่ 177
ขอบคุณที่มาอัพนะคะ
รออ่านต่อค่า
Name : LuckyMe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LuckyMe [ IP : 58.8.82.218 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 / 18:25
# 1 : ความคิดเห็นที่ 176
สนุกมากเลยค่ะ

รีบมาอับเดตนะค่ะ

หนูรออ่านอยู่
Name : mim [ IP : 124.121.53.61 ]

วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 / 17:11
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android