เล่ห์สวาททาสรัก พิมพ์ครั้งที่3กับส.น.พ ปองรัก

ตอนที่ 8 : บรรยากาศหวาน100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    3 ส.ค. 61



สั่งจองกับสำนักพิมพ์ปองรักได้แล้วนะคะ




รพี


มินตรา


ตอนที่  7 บรรยากาศหวาน


เสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น มินตราเดินไปหาเสื้อคลุมของโรงแรม ในห้องน้ำมาสวม และเดินมารับโทรศัพท์ เสียงพนักงานบอกว่า กำลังจะส่งช่างขึ้นมาเสริมสวยให้ เธอจึงเอ่ยอนุญาตให้ขึ้นมาได้

สองชั่วโมงกว่าๆผ่านไป มินตรามองหน้าตนเองในกระจก  ผมยาวของเธอที่หยิกหยักศก เส้นละเอียด ถูกตลบขึ้นอวดต้นคอขาวระหง  ช่างทำเกลียวผมให้ห้อยรุ่งริ่งลงมาน้อยๆ น่ารักเป็นธรรมชาติ  อีกทั้งยังแต่งใบหน้าเรียวของเธอ จนงามซึ้ง ดวงตาโตไล้ด้วยอายแชร์โดว์สีเข้ม  คิ้วสวยถูกกันพองาม แปรงเป็นระเบียบ แก้มใสปัดสีชมพูหวานเกลี่ยเนียน ริมฝีปากงามเคลือบด้วยสีชมพู เล็บมือเล็บเท้าถูกตบแต่งใหม่ทาสีอ่อนๆ ชุดราตรีสั้นสีดำ ที่ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อบางเบาสวยพลิ้วพราย มีสายเชื่อมตรงหน้าอก ที่ต้องนำไปผูกไว้กับต้นคอ  เผยให้เห็นไหล่ที่กลมกลึง เนินอกสวยเต็ม อวดผิวขาวผ่อง ช่างเสริมสวยสองคนแต่งกาย ให้เธอเรียบร้อยแล้ว ต่างเอ่ยชมไม่ขาดปาก น้ำหอมขวดละเฉียดหมื่นที่เขาซื้อให้ ถูกช่างฉีดพรมให้บางๆ หอมกรุ่นอ่อนๆ เธอมองตัวเองในกระจก อย่างไม่เชื่อว่าเธอจะดูดีได้ขนาดนี้ และยังเอ่ยชมตัวเองอยู่ในใจ  อ๊ะ...เราก็สวยได้เหมือนกันนะไม่น่าเชื่อว่ามินตรา เมื่อถอดรูปเงาะออก ก็จะงดงามได้ไม่เบา

ช่างเสริมสวยกลับลงไปแล้ว แต่เธอยังคงหมุนร่างตนเอง อยู่ที่หน้ากระจก กระโปรงตัวปล่อยๆรัดรึงแต่เพียงหน้าอกเข้าไว้เท่านั้น ถึงมันจะรู้สึกโล่งๆอย่างไม่เคย อืม..แต่ก็ทำให้เราดูสวย และก็...ความจริงก็เคยมีคนตาแหลม ที่อยากจะพาเราไปเป็นนางแบบเหมือนกัน เราอาจจะสวยพอสู้ได้กับผู้หญิงคนอื่นๆ ของเขาได้เหมือนกันนะ

 คุณรพี...คุณจะเห็นว่ามินสวยมั้ยนะ ...มีคนเคยบอกว่า ผู้หญิงจะสวยก็ตอนที่มีความรัก เรากำลังมีความรักแล้วละสิ ถึงได้รู้สึกว่าตัวเองสวย และอยากสวยอย่างนี้ทุกวัน ก็ภารกิจของเราได้รับมอบหมายมา  คือทำให้เขารักนี่ คุณหญิงบอกว่ามารยาหญิงหลายร้อย เล่มเกวียนให้งัดเอามาใช้  มินตรานึกถึงหนังสือเล่มนั้นได้ และวิ่งปราดไปเอามันออกมาอ่าน 

จะไหวเหรอ.....ตำราบอกแต่ละอย่าง มันช่างหวาดเสียว และเราคงทำไม่ได้ มันเป็นตำราสำหรับภรรยา ต้องปฏิบัติให้สามีพึงพอใจในเวลาเมคเลิฟ และเป็นตำราปฏิบัติรับใช้เขาในฐานะภรรยาที่ดี  เธอพลิกหน้าปกขึ้นอ่าน วิธีผูกมัดใจสามีจอมกะล่อน” คุณหญิงคงรู้ดีว่าหลานชายกะล่อนขนาดไหน แล้วก็คงรู้ว่าเราซื่อบื้อขนาดไหน ไม่งั้นคงไม่ส่งตำราเล่มนี้มาให้หรอก  เธอถอนหายใจกับข้อปฏิบัติมากมาย ที่จะให้เขาเป็นแมวนอนหวด สีหน้าของมินตราจืดเจื่อน เมื่ออ่านข้อควรปฏิบัติ ในยามมีเซ็กส์ เธอจะทำได้ยังไงมันไม่ไหวหรอก...แต่คุณหญิงบอกว่าถ้าเราทำสำเร็จ และเขาขอแต่งงานเมื่อไหร่  แม่น้องและตัวเราจะไม่ต้องลำบากอีก  แม่โทรมาบอกว่าบ้านหลังคารั่ว ต้องใช้เงินซ่อมเป็นหมื่น บ้านก็เริ่มทรุดโทรม เพราะไม่เคยซ่อมแซมมันมาตั้งนาน ลดา...โทรมาบอกว่าพาแม่ไปหาหมอ หมอให้ยาใหม่ที่ดีกว่าเก่า แม่หอบน้อยลง อาการดีขึ้น แต่ค่ายาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ก็แพงลิบลิ่ว เราจำเป็นเสียแล้วละมินตรา เราต้องทำทุกอย่างให้นายรพีรัก หลง และขอแต่งงานให้ได้  ถึงแม้ว่ามันจะยากเย็นขนาดไหนก็ต้องทำ

เธอได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง รีบเก็บหนังสือเล่มนั้นใส่กระเป๋าเป้ไว้  และไปเปิดประตูให้สายตาของชายหนุ่มมองเธออย่างตื่นตะลึง

มินคุณสวยมากเหลือเกิน สวยมากจริงๆ เหมือนช้างเผือกที่อยู่ในป่า ” เขาเอ่ยชม และลืมความขุ่นใจเสียสนิท วางแฟ้มที่ถือขึ้นมาลงบนหน้ากระจกแต่งตัว โอบเอวเธอพาเดินไปนั่งลงที่โซฟายาวอีกครั้ง จูบที่หน้าผากเบาๆ

เธอพึมพำขอบคุณเขา และเอ่ยถาม งานคุณเสร็จแล้วเหรอคะ ”

ฮื่อ...แค่เซ็นสัญญา ส่งไวน์ของเราไปในนามบริษัทของเขาน่ะ แต่คุยกันหลายเรื่องไปหน่อย และก็พาเขาไปเข้าสปามาน่ะเลยช้า รอผมนานมั้ย ” เขาถามด้วยแววตาระยิบระยับหวาน อารมณ์เขาเริ่มจะต่อเนื่องขึ้นมาแล้วสินะ เธอคิดเมื่อเขาโน้มกายเข้าจูบที่ซอกคอเบาๆ

หอมจัง ”เขาพึมพำ

มินว่าเราไปกันเลยดีมั้ยคะหกโมงแล้วนะคะ ”

อืม.....หกโมงเอง จะรีบไปไหนล่ะ ผมยังไม่อยากไปนี่ ” เขาทำเสียงอ้อนอยู่ที่ข้างแก้ม เริ่มกอดรัด ลูบไล้

มินหิวข้าว ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงเลย รู้สึกเหมือนจะเป็นลมน่ะค่ะ ”

เขาทำท่านึกขึ้นได้ มองหน้าเธอ จริงสินะ...คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลย แล้วทำไมไม่โทรสั่งอะไรขึ้นมาทานล่ะ  เดี๋ยวก็เป็นลมตายหรอก ”

สั่งอะไรทานได้ด้วยเหรอคะ มินไม่ทราบนี่คะไม่เคยมาพักโรงแรมเลยสักครั้ง ”

เด็กโง่เอ๊ย..ไม่รู้อะไรสักเรื่อง โตขนาดนี้แล้วรู้อะไรมั่งหือ ”เขาถามยิ้มๆ มองเธออย่างขำๆ

เธอหันข้างให้อย่างงอนๆ ก็โง่น่ะสิ ไม่เคยนอนโรงแรมนี่ ใครจะรู้ว่าโรงแรมก็มีอาหารขึ้นมาขายมาส่ง ”

แค่นี้ก็งอน ก็ดูสิ....เขามีรายการอาหารวางไว้ให้เห็นมั้ย จะทานอะไรก็มีให้ทานทั้งนั้นแหละจ้ะ งั้นเราออกไปทานเย็นกันเลยก็ได้  ทานอะไรดี อาหารฝรั่ง อาหารอิตาเลี่ยน อาหารจีน อาหารไทย อยากทานอะไร ”

อะไรก็ได้ค่ะที่มันไม่ค่อยพิศดาร เพราะมินอาจจะทานไม่เป็น สั่งไม่เป็นด้วย อายเขาน่ะค่ะ ”

ก็ไปกับผัวจะกลัวอะไรล่ะ คุณต้องหัดทานหัดสั่ง หัดทำอะไรอีกหลายๆอย่างนะ การเข้าสังคมน่ะ ต้องเป็นทุกอย่างจ้ะ ”

ปีเดียวเองนี่คะ นี่ก็เหลืออีกสิบเอ็ดเดือนเท่านั้น พอมินไปจากคุณแล้ว ก็คงไม่ต้องใช้แล้วละค่ะ เธอเอ่ยพร้อมกับแสร้งทำหน้าเศร้านิดหนึ่ง

ไม่ต้องพูดเรื่องเวลาจ้ะ ” เขาเอ่ยพร้อมกับจูบเธอที่หน้าผากนิดหนึ่ง มือที่กุมมือเธอไว้บีบเบาๆ ลงไปข้างล่างกันดีกว่านะ เดี๋ยวร้านจิวเวอรี่ที่นี่จะปิดเสียก่อน”

มินตรานิ่งคิด ร้านอาหารทำไมชื่อเหมือนร้านเพชรเลยนะ แล้วทำไมจะต้องรีบปิด นี่เพิ่งหกโมงครึ่งเอง เขาพาเธอเดินลงมาข้างล่าง และพาตรงไปที่ร้านจิวเวอรี่ ที่อยู่ภายในโรงแรมหรูแห่งนั้น เขาให้คนขายหยิบแหวนเพชรมาให้เธอลองสวม ให้เธอเลือก แต่มินตราปฏิเสธเสียงเบาๆ

มินไม่อยากได้ค่ะ มันไม่เหมาะกับมิน มันสวยเกินไป แล้วก็แพงเกินไป เขาจึงหยิบขึ้นมาวงหนึ่ง และจับมือเธอขึ้นมาลองสวมให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย

วงนี้สวยแล้วละ เหมาะกับคุณออก ” เขาถามเจ้าของร้านถึงราคา และส่งบัตรเครดิตให้ เธอรู้สึกตระหนกกับราคาที่เจ้าของร้านบอก แสนห้าหมื่น เขาซื้อให้เราจริงๆเหรอ เป็นค่าเสียสาวใช่มั้ย หรือว่าเขาซื้อให้เพราะรักเรา เธอยังคงมองหน้าเขานิ่งๆเหมือนมีคำถาม เขาจึงก้มลงแตะริมฝีปากกับริมฝีปากเธอนิดหนึ่ง และกระซิบ

ทำหน้าบ้องแบ๊วทำไม ”

มันแพงมาก คุณซื้อให้เพราะอะไรเหรอคะ ”

ทำไมต้องถามเหตุผล  ผมอยากซื้อให้ผมก็ซื้อให้ก็เท่านั้น ”

เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบๆ แต่แววตาขำเธอเต็มที่  เด็กโง่เอ๊ย.....ซื่อบื้อจริงๆ ไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ทำไมนะยังมีผู้หญิงอย่างนี้อยู่ในโลกนี้อีกเหรอ ไม่ยอมเลือก เหมือนไม่อยากได้ ไม่สนใจว่าวงไหนแพงวงไหนถูก สนใจแต่เพียงว่าเขาซื้อให้เพราะอะไร ช่างเป็นผู้หญิงที่แปลกเสียจริง เขาเจอแต่ละคนต้องเลือกที่สวยที่สุด ถูกใจที่สุด และแพงที่สุด แต่เธอคนนี้ไม่เป็นอย่างนั้นเลยสักนิด ไม่พิจารณาแหวนที่สวมให้ กลับมามองหน้าเขาอย่างพิจารณาหาเหตุผล

หลังอาหารค่ำคืนนั้น เขาพาเธอเข้าไปฟังเพลงในผับหรู บรรยากาศสบายๆ เขาเอนกายลงพิงพนักเก้าอี๊นวมนุ่มหนา รั้งกายเธอให้อิงแอบลงกับอกเขา แสงสลัวๆ เห็นเพียงประกายตาอาบสุขของเธอ มินตราสอดแขนโอบรอบกายเขา และอิงแก้มลงกับบ่าเขาไว้ เธอเองก็รู้สึกมีความสุขมากมายจนบอกไม่ถูก กลิ่นกายของเขากรุ่นหอมบางๆ เขาช่างมีเสน่ห์มากมายเหลือเกิน คืนนี้เราจะยินยอมพร้อมใจกับเขาแล้วเหรอ มันเป็นภาวะจำยอมเสียแล้วสิ.....การต้องนอนร่วมห้องกับเขามาหลายคืน และเขาก็ละเว้นมาตลอดเพราะเราไม่สบาย แต่วันนี้คงไม่รอดแน่ เมื่อกลางวันถ้าโทรศัพท์ไม่ดังกระชั้นทั้งสองเครื่อง เราก็คงจะรู้แล้วละว่าการที่ผู้หญิงกับผู้ชายทำรักกัน แล้วจะมีความสุขแบบไหน โธ่เอ๊ย.....อยากรู้ก็อยากรู้ กลัวก็กลัว มันช่างเป็นความรู้สึก ที่สับสนเสียเหลือเกิน

คิดอะไรอยู่เหรอจ๊ะมิน เงียบเชียว หนาวเหรอเปล่า ” เขาเอ่ยถามพร้อมทั้งกระชับอ้อมแขน กอดเธอไว้แน่นขึ้น ก้มลงจูบหน้าผากเบาๆ

มินเพียงแต่ตื่นเต้นกับบรรยากาศที่นี่เท่านั้นค่ะ ”

แล้วชอบเหรอเปล่าล่ะจ๊ะ ”

ก็ชอบค่ะ”

เธอตอบและยิ้มหวานให้เขา จนเขาต้องก้มลงจุมพิตริมฝีปากเธอนิดหนึ่ง และกระซิบหวานที่ริมแก้ม มินตรา....ผู้น่ารักของผมไปเต้นรำกัน ”

เมื่อเพลง Nothing gonna change my love for you บรรเลงขึ้น และมีนักร้องออกมาครวญเพลงนี้  เขาโอบประคองเธอออกไป กอดเอวเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง จนเธอจำต้องโอบคอบคอเขาไว้ ด้วยแขนทั้งสองข้างเช่นกัน กายแนบชิด จนรู้สึกได้ยินเสียงของหัวใจของกันและกัน  ครั้งแรกที่เธอเต้นรำกับผู้ชาย ที่ใช้ร่างแนบสนิทกันแบบนี้ ความรู้สึกดื่มด่ำกับเสียงเพลงรักหวาน ในบรรยากาศสุดวิเศษ และกับบรุษหนุ่มที่เลิศเรอเพอเฟ็กส์  ช่างเป็นความสุขที่ไม่เคยสัมผัสลิ้มลอง หัวใจของหญิงสาวเปี่ยมสุข หวานหวามจนเกินรำพัน  และเมื่อเขาแนบริมฝีปากลงมา ทำให้เธอรับจูบจากเขาอย่างเต็มใจ ไม่อาจปฏิเสธอีกแล้ว ว่าเขาทำให้เธอรู้สึกเต็มตื้นดื่มด่ำในหัวใจ และบอกกับตนเองว่า นี่แหละความรู้สึกที่เรียกว่าความรัก

 เธออยากจะเอื้อนเอ่ยถามเขานัก ว่าเขารู้สึกเช่นเดียวกับเธอหรือไม่ เธอพ่ายแพ้ใจตนเอง กำแพงที่สู้อุตส่าห์ก่อไว้ เพื่อกั้นตัวเองจากเขามันพังทลายลงไป และหายวับไปกับตาอีกด้วย แต่เราจะบอกความในใจกับเขาไม่ได้เป็นอันขาด ภารกิจของเราคือทำให้เขารัก หลง จนกระทั่งขอแต่งงาน แล้ว..มินตราจะทำได้เหรอ ตอนนี้เกิดเผลอใจไปปลื้มเขาอีกด้วย เราแพ้เขาไปตั้งครึ่งหนึ่งแล้วนะ และหัวใจเราได้ถูกเขาปล้นไปอย่างง่ายดาย   

    มินฟังเพลงนี้สิ  Nothing gonna ghange my love for you มันมีความหมายมากนะ มินเข้าใจมั้ย ผมอยากให้ทุกๆวันของผมมีมินอยู่ด้วยเข้าใจมั้ย ” เขาเอ่ยรำพันด้วยเสียงนุ่มหวานเบาๆที่ริมแก้ม

“ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความรักของฉันได้ มันเป็นเพลงที่บอกรักนี่คะ”เธอเอ่ยถามขึ้นอย่างต้องการให้เขาบอกความในใจต่อเธอ

Hold me now, touch me now I don’t want to live without you. กอดผมสิ สัมผัสผมสิ ผมอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากคุณนะ”เขาร้องเพลงท่อนนี้เบาๆพร้อมทั้งแปลออกมาด้วยเสียงแผ่วพร่า

มินตราอยากได้ยินคำว่ารักจากเขามากกว่า เพราะมันจะหมายถึงชัยชนะที่เธอต้องการ เธอกะซิบถามเขาเบาๆ

แล้วจะให้มินอยู่ในฐานะอะไรล่ะคะ”

คุณอยากอยู่ในฐานะอะไรก็ได้ทั้งนั้น ” เขาตอบด้วยเสียงรำพึงรำพัน

แล้วจะให้อยู่นานสักกี่วันคะ ”

เท่าที่มินต้องการ เพราะผมคงบังคับมินไม่ได้ ถ้ามินไม่อยากอยู่กับผม ”

ได้สิคะ ถ้าคุณจะบังคับมิน” เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า ถ้าเขาต้องการเธอจริงๆ เธอก็จะอยู่กับเขาตลอดไป แต่ทำไมเขาไม่พูดไม่บอกสักคำหนึ่งล่ะ.....

มินตรา..ผมมีความสุขมากนะ ที่มีคุณมาอยู่ใกล้ๆ ผมอยากบอกอะไรกับคุณหลายๆอย่างหลายๆเรื่อง ให้เราแน่ใจในกันและกันก่อนดีมั้ย  ผมกลัว...ผมเคยพลาดนะมิน และมันก็ฝังใจผมมาก ”

เธอนิ่งเงียบอยู่กับอกเขา ความรู้สึกไม่แน่นอนในตัวเขา มันมากมายเกินกว่าที่เธอจะรับได้ เธอไม่รู้ว่าในที่สุดแล้ว เขาก็ยังคิดว่า เธอก็คงเป็นเหมือนผู้หญิง ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขา และวันที่ดอกไม้ดอกนี้หมดความหอมหวานแล้ว เขาก็จะขว้างทิ้งอย่างไม่ไยดีหรือเปล่า หัวใจเริ่มที่จะสลดเศร้า เพราะเรารักเขาแล้วสินะ ถึงต้องรู้สึกแบบนี้ มันเจ็บปวดขึ้นอย่างมากมาย เรากำลังถลำใจลึกลงไปทุกวัน เขาต้องการเพียงมีเซ็กส์กับเราเท่านั้น และเราจะยอมเขาต่อไปเรื่อยๆงั้นหรือ ทั้งเปลืองตัวทั้งเปลืองใจ และสักวันเราคงต้องช้ำใจตายเพราะรักเขา เมื่อคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาพาลจะร่วงรินลงให้ได้ กำแพงใจที่แข็งแกร่ง มันหายไปไหนกัน

เมื่อกลับมานั่งที่โต๊ะ เธอเงียบนิ่งคิด จนเขาต้องเชยคางเธอขึ้นและเอ่ยถามด้วยเสียงที่ทอดอ่อน คิดอะไรมากมายจ๊ะ ชีวิตคนเราแสนสั้น อย่าไปคิดเรื่องที่ทำให้เราเป็นทุกข์เลยนะเราจะมีกันอย่างนี้ ผมมีความสุขนะมิน คุณไม่มีความสุขเลยเหรอบอกผมสิคนดี ”

มีความสุขอยู่บนความไม่แน่นอน มันเศร้าเกินไปสำหรับมินค่ะ ”

คุณจริงจังกับชีวิตมากนะมิน ผมไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไรจากผม บอกผมสิ..บอกได้มั้ย เราจะได้เข้าใจกันไงล่ะ”

คำถามของเขา ความจริงแล้วเธออยากตอบที่สุด แต่ถ้าตอบเขาเมื่อไหร่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้จะพังลงชั่วเพียงพริบตา เขากลัวว่าเราจะมาเพราะต้องการเงินจากเขา ซึ่งความจริงก็มีส่วนถูกเกินครึ่ง ที่เขาคิดอย่างนั้น เราต้องการให้เขารักเรา เงื่อนไขที่จะได้ปลดหนี้สินทุกอย่างของครอบครัว เพื่อแม่เพื่อน้อง ถ้าเขารู้เขาคงจะเกลียดเรายิ่งกว่าผู้หญิงคนอื่นที่เขาไล่ไปเสียอีก

มินไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณนี่คะ แต่ถ้ามินต้องการหัวใจของคุณล่ะคะ คุณจะให้มินมั้ย ” เธอถามพร้อมกับจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาหวานวาม ทำให้รพีก้มลงจุมพิตบนเปลือกตาเธอเบาๆ

มินอยากได้จริงเหรอ ”

จริงสิคะ ”

ผมให้ทั้งตัวทั้งใจเลยละนะมินนะ ”เขาเอ่ยออกมาอย่างมีนัย อีกแล้ว...เขาเถลไถลออกไปนอกเรื่องได้เสมอ

เธอหยิบไวน์แดงในแก้วขึ้นดื่ม เขาหลับตาฟังเพลงหวานๆอย่างมีความสุข แต่เธอก็ดื่มมันเข้าไปอีกแก้ว ดื่มติดต่อกันจนเขาขมวดคิ้ว และดึงแก้วออกจากมือเธอ และค่ำคืนนี้เธอจึงเมาจนไม่รู้สติ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาพาเธอกลับมาได้ยังไง เขาอุ้มเธอวางบนเตียง และนั่งมองเธออย่างหมดอาลัย มินตราเมา เมามาก  เธอพึมพำเหมือนคนที่มีความในใจมากมาย

บอกมิน เซ่...บอก ซ้าก...คาม ว่า  ร้าก... บอก  เซ่.....มาน ยาก น๊าก ช่าย ม้าย... เธอเอ่ยออกมาด้วยเสียงอ้อแอ้  ทั้งที่ยังหลับตา  

เขาถอนหายใจและเขย่าร่างเธอเบาๆ   มิน มิน เมาอะไรขนาดนี้นะ เผลอหน่อยเดียว ซดเสียเมาแประ เฮ้อ..

รพีพึมพำพ่นลมหายใจออกมาอย่างหัวเสีย  นั่งมองร่างงามในชุดสวย เธองดงามเหมือนกุหลาบแรกแย้ม  ถ้าเขาจะหักหาญเชยชมเธอ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก วันนี้ก็เกือบไปแล้ว ทำไมนะ.....เขากับเธอ ต้องมีอุปสรรคมากมายนัก  มินตรา คุณต้องการเพียงให้ผมบอกรักเหรอ ทำไมคุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ที่ผู้ชายอย่างผม ยอมคุณทุกอย่าง ปรนนิบัติคุณตั้งแต่ป่วยหนัก และจนมากระทั่งวันนี้ คุณก็ยังไม่รู้อีกเหรอว่าผมคิดยังไงกับคุณ ผู้หญิง..ต้องการเพียงคำว่ารัก แต่ทำไมไม่คิดว่าผู้ชายรักโดยทำทุกอย่างให้โดยไม่ต้องบอก และอยากให้เธอรู้ด้วยตัวเอง

มินตรา...และวันที่คุณเป็นของผมเมื่อไหร่ ผมนั้นก็ตั้งใจแล้วว่าจะบอกรักคุณ วันนี้ผมก็ตั้งใจมาตั้งแต่หัวค่ำ ว่าคืนนี้พอผ่านเรื่องนั้นแล้ว ผมก็จะบอกคุณ แต่แล้วคุณก็เมาไม่ได้สติแบบนี้ เขานิ่งคิดและล้มตัวลงนอน กอดเธอไว้ในอ้อมแขนและหลับสนิทลง

เขาเงียบสนิทสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา เมื่อขับรถกลับมาปากช่องด้วยกันในรุ่งขึ้นเช้าของวันใหม่  เพราะเขาไม่ได้เสพสมอย่างที่ตั้งใจสินะ...ถึงต้องทำท่าโกรธแบบนี้ ผู้ชายที่ไร้หัวใจ พูดได้ทุกอย่างจะบอกว่ารักสักคำ มันคงจะยากเย็นนักสินะ เพราะเขาคงไม่อยากโกหก แต่ถ้าจะโกหกว่ารักสักคำก็ยังดีนี่  ดีกว่าจะให้เรารู้สึกเหมือนดอกไม้ริมทางแบบนี้ พอเสพสมเชยชมจนสมใจ แล้วก็ไม่เหลียวมองอีกเลย ถ้าบอกรักออกมา ก็คงกลัวว่า.. เราจะทวงคำนั้น เวลาที่ไล่ส่งละมัง เธอนิ่งคิดเงียบๆ เขาเหลือบมองหน้าเธอนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างอดรนทนไม่ได้

อยากเมาอีกมั้ยล่ะ เมาเสียจนต้องแบกต้องหาม น่าจะทิ้งไว้ที่ผับนัก ทำเป็นสามล้อถูกหวยไปได้ หรือนึกว่าตัวเองคอแข็ง ถึงได้ซดเข้าไปขนาดนั้น ”  

ก็ไม่รู้นี่ว่ามันจะเมาขนาดนี้ หน้าตารสชาดมันไม่น่าจะเมานี่ แล้วสั่งมาให้กินทำไมล่ะ ” เธอเถียงเขาทันทีเหมือนกัน

เหล้าอะไรล่ะ ที่กินแล้วไม่เมาน่ะ ปัญญาอ่อนเหรอไง”

ใช่....มินมันปัญญาอ่อน ไม่เคยทันเล่ห์เหลี่ยมอะไรของคุณ คุณจะพูดอะไร ทำอะไรมินก็ต้องเชื่อ เพราะมินโง่ ซื่อบื้อ ” เธอโกรธทันทีที่ถูกว่าปัญญาอ่อน หันมาเอ่ยประชดเขา

เขาหัวเราะน้อยๆในลำคอ ในคำพูดประชดประชันของเธอ และปรายตามามองหน้าเธอ ที่กำลังออกอาการงอนโดยกัดริมฝีปากตนเองไว้ หน้าบึ้งตึงและหันมาปรายตาค้อน

  คุณน่ะเหรอ ไม่โง่หรอก คุณกลัวว่าผมจะเมคเลิฟด้วย ก็เลยดื่มมันเสียให้เมาจะได้หลีกเลี่ยงได้ไปวันหนึ่ง แต่มันไม่ง่ายไปทุกวันหรอกมิน อย่าหาข้ออ้างอะไรมาหลีกเลี่ยงอีกเลย  เมียก็ต้องเป็นของผัววันยังค่ำ ” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

เขารู้ทันเราจริงๆด้วย ว่าเราแกล้งดื่มให้เมา มินไม่ได้แกล้งเสียหน่อย อย่ามาหาเรื่องเลย ความจริงถ้าคุณจะทำอะไรคุณก็ทำอยู่แล้ว มินไม่สบายคุณยังไม่เว้นเลยนี่ ” มินตราโต้กลับ

แต่เมื่อคืนผมไม่อยากเมคเลิฟกับคนเมา เมาจนพูดจาไม่รู้เรื่อง และผมยังต้องพาคุณไปอาเจียนในห้องน้ำอยู่อีกตั้งหลายยก หมดอารมณ์ ” เขาสวนกลับทันทีเหมือนกัน  

ก็ดี....ต่อไปนี้จะเมาทุกวันเลย ”

แต่จำไว้ว่าถ้าคราวนี้คุณเมาอีก ผมก็จะเมคเลิฟกับคุณ มันก็คงจะได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่ง มีเมียเป็นเมรีขี้เมามันอาจจะเร้าใจจนผมติดใจก็ได้นะ คืนนี้ลองดูก็ได้นี่ ” เขาเอ่ยอย่างเป็นต่อ ปรายตามองเธออีกครั้ง

บ้ากาม ”  

ผมมีลูกบ้าที่คุณยังไม่เคยเห็นอีกเยอะนะมิน เพราะฉะนั้นอย่าต่อต้านผมไม่ว่าด้วยวิธีอะไร เพราะผมมีวิธีจัดการกับคุณเสมอ ถ้าผมอยากจะทำ ”

มินตรานึกขัดใจในคำขู่ของเขานัก ตกลงเขาขู่หรือว่าพูดจริงกันนะ เขาเห็นเราเป็นเด็กเหรอไง เดี๋ยวก็ขู่ เดี๋ยวก็ปลอบ มีหลายบทบาทนัก ไอ้หน้าที่เคร่งเครียดซีเรียสนี่เมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นรอยยิ้มบ้างนะ มีเรื่องอะไรที่ต้องเป็นอย่างนี้ด้วย คนอย่างเขานี่เหรออกหัก ผู้หญิงคนนั้นคงต้องเป็นคนที่สำคัญกับเขามากสินะ เขาถึงได้กลายเป็นคนอารมณ์ร้ายขนาดนี้ คนงานที่ไร่ ไม่เคยมีใครกล้าเข้ามาหาเขา ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ดุ แต่ทุกคนกลัวสีหน้าเงียบขรึมสายตาเย็นชาของเขาเสียมากกว่า

เมื่อรถมาจอดลงที่หน้าออฟฟิศ นิพิธซึ่งยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนจะคอยอยู่พอดี เดินมาเปิดประตูรถให้เธอ และเอ่ยชมทันที  คุณมินไปทำอะไรมา สวยเสียผมจำไม่ได้เลย สวยมากเลยนะครับ ”

เธอเอ่ยขอบคุณเบาๆและยิ้มอย่างขัดเขิน ก้มมองตนเองในกางเกงสแลคสีดำ เสื้อเข้ารูป สีสวยสดใส ผมรวบไว้ด้วยเกลียวผ้าสีเดียวกับเสื้อ อีกทั้งรองเท้ามีส้นที่ทำให้ร่างเธอสูงเพรียวขึ้น รพีมองมาที่เธอนิดหนึ่งและเดินเข้าออฟฟิศ เมื่อเธอเดินตามเข้าไป ก็ต้องตะลึง เมื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ที่ชุดรับแขก ได้ลุกถลาเข้ามา และเขย่งปลายเท้า ใช้สองแขนโอบรอบคอเขาไว้ทันที และยังจูบแก้มของเขาทั้งสองข้าง แต่รพีดันเธอออกไปอย่างแรง จนเธอเหมือนจะเซออกไป

อย่ามาทำกับผมอย่างนี้ ผมไม่ชอบนะแพง ”

สาวใหญ่นางนั้นคงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา แต่งกายสวยเปรี้ยว ด้วยกระโปรงสั้นแค่เข่า เสื้อบางใสสีหวาน คว้านคอลงมากว้าง จนเห็นเนินอกงาม เจ้าหล่อนหน้าคว่ำบึ้งตึงขึ้นมาทันที ที่เขาผลักเธอออกห่าง และเหลือบมองมาที่เธอด้วยสายตาที่สำรวจตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า และหันไปเอ่ยถามเขา

พีคะ ยังโกรธเมียอยู่อีกเหรอคะ อย่าโกรธแพงเลยนะคะ แพงมาง้อพีแล้วนะคะ ”

มาทำไม..ผมลืมเรื่องคุณไปตั้งนานแล้ว ผมมีเมียใหม่แล้วด้วย นี่ไงเมียผม ”เขาหันมาจับมือเธอไปกุมไว้

*ตัวละครตัวสำคัญได้แสดงตัวออกมาแล้ว รพีจะทำยังไงต่อไปมินตราล่ะจะรับความร้ายกาจของแพงได้หรือไม่ มาติดตามกันค่ะ รับรองความสนุกได้ลุ้นจนถึงบทสุดท้ายกันเลย@มาเป็นแฟนพันธ์แท้กันนะคะ&อย่าลืมส่งกำลังใจมาให้กันบ้างนะคะ *

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

39 ความคิดเห็น

  1. #14 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 05:19
    สงสารน้องมินจัง
    #14
    0