ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,984 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    6,984

ตอนที่ 9 : คำตัดสิน100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 ก.พ. 61


ปกตำหนักรักข้ามภพ จะวางแผงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 61 นี้ สั่งจองในราคาสำนักพิมพ์100ท่านแรกพร้อมของชำร่วยเป็นสมุดโน๊ตหูหนังได้แล้วนะคะ





ตอนที่ 9 คำตัดสิน

 

สมุหพระกลาโหมที่นั่งเป็นประธานเอ่ยขึ้นมาอย่างเกรงพระทัยพระองค์ชาย แต่ก็จำต้องสอบเอาความให้กระจ่าง

เอ่อ...คงต้องขออภัยคุณหญิง แต่ในท้ายที่สุดเพื่อที่พวกเราจะได้กล้าเอ่ยชี้แจงกับผู้ใดที่ยังเคลือบแคลงและไม่ได้ยินได้ฟังคุณหญิงพูดในเวลานี้ เราอยากขอให้คุณหญิงแสดงอะไรสักอย่างให้พวกเราเชื่อว่าท่านเป็นมนุษย์ มิได้เป็นวิญญาณร้ายมาสิงสู่ครอบงำจิตวิญญาณของพระองค์ชายวิชิตชลอย่างที่ผู้คนหวาดกลัวและเล่าขานกัน

พระองค์ชายวิชิตชลประทับยืนและทรงตวาดก้องทันที

เมียเรามิได้เป็นวิญญาณร้ายอย่างที่พวกท่านกล่าวหา จะต้องให้พิสูจน์ประการใดอีกเล่า ที่นำเมียเรามาสอบสวนเยี่ยงนักโทษก็นับเป็นการหมิ่นเกียรติยศกันมากพอแล้ว

สมเด็จยุดข้อพระกรพระโอรสไว้ แล้วตรัสออกมา

ชายชล แม่ว่าก็ดีนะลูก จะได้สิ้นข้อกังขากันเสียที ถ้าใครมันครหาป้ายสีอีกจะได้ให้มันต้องอาญา แม่เห็นด้วยกับท่านสมุหพระกลาโหมนะลูก

จะต้องให้ทำประการใดกัน ลุยไฟพิสูจน์งั้นรึพระองค์ชายรับสั่งประชดออกมาอย่างกริ้วเต็มที่

ขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ เพียงแต่ขอให้คุณหญิงแสดงภูมิรู้อะไรสักอย่างให้เป็นที่ประจักษ์ กระหม่อมจะได้หายข้องใจและสามารถบอกกับผู้อื่นได้อย่างมั่นใจว่าคุณหญิงเป็นผู้รู้และเป็นมนุษย์จริงๆ เท่านั้นพระเจ้าค่ะ อัครมหาเสนาบดีรีบกราบทูล

แพรวาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

งั้นดิฉันขอกระดาษและดินสอ ถ้าท่านต้องการให้ดิฉันแสดงก็จะแสดงเท่าที่ทำได้ เพราะไม่รู้จะทำยังไงให้พวกท่านเชื่อเหมือนกัน

ของสองสิ่งถูกนำมาวางให้คุณหญิงแพรวาที่นั่งอยู่ตรงหน้าสมุหพระกลาโหมอย่างนอบน้อม เธอจึงเริ่มวาดหน้าของท่านลงในกระดาษด้วยความชำนาญเนื่องจากเรียนจบมาทางศิลป์ ก่อนจะลงชื่อตนเองใต้ภาพว่าเป็นผู้เขียน โดยทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงสิบนาที จากนั้นก็ส่งให้ผู้ที่หมอบอยู่ข้างๆ เพื่อนำไปมอบให้อัครมหาเสนาบดี ซึ่งพอรับมาดูเท่านั้นก็หัวเราะดังก้องอย่างขันเต็มที่ และยื่นกระดาษแผ่นนั้นส่งต่อไปให้คนในห้องนั้น โดยที่แพรวายังคงวาดภาพลงในกระดาษอีกแผ่นหนึ่ง พร้อมเซ็นชื่อกำกับที่ใต้ล่างกระดาษ แล้วส่งไปให้ดูอีก

พระองค์ชายแม้กำลังอยู่ในพระอารมณ์ขุ่นมัวเป็นที่สุด แต่เมื่อได้ทอดพระเนตรมองภาพนั้นแล้วก็ยังอดสรวลออกมาไม่ได้ ที่เห็นรูปหน้าของอัครมหาเสนาบดี ที่แม้จะถูกวาดด้วยลายเส้นดินสออย่างคร่าวๆ ก็จริง แต่ก็ชัดเจนว่าเป็นภาพใบหน้าของท่านซึ่งกำลังทำสีหน้าเคร่งเครียด หากแต่ร่างกายส่วนล่างกลับเป็นภาพการ์ตูนล้อเลียน และภาพอีกภาพเป็นภาพของเครื่องบินโดยสาร ทำให้ประธานในการสอบสวนก้มลงมองดูแล้วเอ่ยถาม

นี่คือรูปอะไรรึคุณหญิง รูปร่างประหลาดดีแท้

รูปเครื่องบินโดยสารที่บินไปในท้องฟ้า พาผู้โดยสารเดินทางไปมาหากันได้ทั่วโลก และเรายังมียานอวกาศที่มนุษย์ในยุคดิฉันส่งไปสำรวจนอกโลก ทั้งยังไปบนดวงจันทร์และดาวอีกหลายดวง แต่ถึงดิฉันจะบอกท่านยังไง มันก็อาจจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับทุกท่านอยู่ดี ดิฉันรู้ว่าถ้าท่านไม่เชื่อ ดิฉันก็คงเหมือนคนพูดเพ้อเจ้อ แต่ดิฉันมีสติปัญญาที่จะบอกเล่าได้เพียงเท่านี้ ถ้ายังเห็นดิฉันเป็นปีศาจ ดิฉันก็จนใจที่จะอธิบายอะไรได้อีก

คุณหญิงแพรวาเอ่ยจบก็เดินช้าๆ อย่างสงบเสงี่ยมไปนั่งลงตรงหน้าพระสงฆ์ชราที่นั่งอยู่บนอาสนะและก้มลงกราบพร้อมกับเอ่ยพูด

ลูกกราบนมัสการเจ้าประคุณสมเด็จเจ้าค่ะ ลูกเคยเห็นท่านจากภาพเหมือนในเวลาของลูกเจ้าค่ะ ไม่นึกเลยว่าลูกจะมีบุญได้มาพบกับท่าน ที่ลูกกล่าวมาเช่นนี้ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่นะเจ้าคะ และในโอกาสอันเป็นมงคลชีวิตที่สุดของลูก ลูกขอท่านประพรมน้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเพื่อให้ทุกคนหายข้องใจว่าลูกไม่ได้เป็นปีศาจด้วยเถอะเจ้าค่ะ

พระสงฆ์ชรารูปนั้นมองหน้าเธอนิ่งๆ เพียงครู่ก็ยิ้มออกมาน้อยๆ

คุณหญิง อาตมารู้ว่าคุณหญิงรู้จักอาตมา ซึ่งอาตมารู้ว่าคุณหญิงเดินทางมาจริงๆ การจากพรากของคุณหญิงเป็นกรรมจากอดีตชาติ หมั่นทำบุญให้ทานชีวิตสัตว์ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของคุณหญิง แล้วขออโหสิกับเขาเสีย กรรมจะได้เบาบางลงนะ

แพรวาก้มลงกราบกับพื้น พระสงฆ์ชรารูปนั้นประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้ และทุกคนในที่นั้นก็เดินไปกราบและนั่งลงตรงหน้าท่านด้วยเพื่อขอให้ประพรมน้ำมนต์ให้ จากนั้นพระสงฆ์ที่แพรวาเรียกว่าสมเด็จก็เอ่ยออกมาดังๆ ต่อหน้าทุกท่านที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

ทุกคนอุตส่าห์ไปนิมนต์อาตมามาปราบผี แต่ความจริงแล้วพวกเราทั้งหมดน่าจะเป็นผีของคุณหญิงเสียมากกว่า เพราะในเวลาที่คุณหญิงจากมานั้น พวกเราทั้งหมดล้วนตายไปนับร้อยปีแล้ว”

คำของพระสงฆ์ชรารูปนั้นดังเป็นการตัดสินความและไขข้อเคลือบแคลงทั้งหมด เว้นแต่ชายหญิงชาวตะวันตกที่ยังนึกสงสัย ด้วยฟังภาษาไทยไม่ออก กลายเป็นหน้าที่ของพระองค์ชายที่ต้องทรงแปลเป็นภาษาอังกฤษให้คนทั้งคู่ฟัง

 

พระองค์ชายทรงพาแพรวากลับมาที่ตำหนักของเสด็จแม่อีกครั้งเมื่อสิ้นสุดการสอบสวน สมเด็จทรงหยิบของจากในกำปั่นขึ้นมา แล้วทรงเรียกแพรวาให้เข้าไปใกล้ ก่อนจะประทานของให้ แพรวาหมอบกราบและยื่นมือไปขอรับของประทาน เป็นสายสร้อยข้อมือทับทิมสีแดงสวยที่ประทานใส่มือให้ พร้อมกับมีพระดำรัส

ข้าให้เจ้าเป็นเครื่องปลอบขวัญนะคุณหญิง อยู่ถวายงานให้ลูกข้าไปก่อนละ เจ้างดงามและฉลาดเฉลียวยากที่จะหาสตรีใดเสมอเหมือน สมกับที่ลูกชายข้าเสน่หาเจ้านัก เรื่องเสกสมรสของลูกก็คงต้องรอเวลาสักหน่อย จะทำการใดๆ เร็วนักก็คงไม่ได้ เพราะมีกฎมณเฑียรบาลว่าตำแหน่งตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป ต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเสียก่อน แม่ยังไม่อยากจะรบกวนเบื้องพระยุคลบาทในยามนี้ เพราะเรื่องที่มาที่ไปของเมียเจ้านั้นแปลกประหลาดนัก ถ้าแม่กราบทูล จะต้องมีพระดำรัสถามว่าคู่ของลูกเป็นลูกเต้าผู้ใด แม่ก็ไม่รู้จะกราบบังคมทูลเยี่ยงไร ชายชล...ลูกเข้าใจใช่ไหม” สมเด็จตรัสกับเธอและพระโอรสในคราวเดียวกัน

หม่อมฉันเข้าใจพระเจ้าค่ะ และหม่อมฉันคงต้องกราบทูลลาเพราะจะเย็นย่ำแล้วพระเจ้าค่ะ

ตรัสจบก็กราบแทบพระบาทเสด็จแม่ และทรงเข้าโอบกอดสมเด็จนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง จนสมเด็จก้มลงจุมพิตที่พระปรางของโอรสทั้งสองข้าง แล้วรับสั่งเบาๆ

ฝ่ายในเข้าออกลำบาก มีลูกผู้ชายก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ถ้าแม่ถวายงานไม่ไหว แม่จะตามไปอยู่กับลูกนะ แม่เห็นลูกมีความสุขกับคนที่ลูกรักเช่นนี้ แม่ก็สบายใจ ปกครองบ่าวไพร่และพวกหม่อมของลูกให้ดี จะได้ไม่วิวาทกัน แล้วก็มารับราชการเสียที รึจะเอาเยี่ยงไรก็บอก แม่จะกราบบังคมทูลให้

พระองค์ชายไม่รับสั่งตอบ พระอิริยาบถเหมือนมีเรื่องคับข้องพระทัย ซึ่งสมเด็จก็ทรงทราบความในพระทัยของโอรสดี แพรวาจึงกราบทูลลาและค่อยๆ คลานเข่าถอยหลังออกมา

ทรงดำเนินพาเธอออกจากชั้นในมาเรื่อยๆ ข้าราชบริพารที่เดินหรือทำงานอยู่ล้วนหมอบกราบ แพรวารู้ว่าพระองค์มีอิสริยยศสูงมากพอสมควร แต่พระองค์ไม่โปรดความยุ่งยากหลายประการในการมารับราชการ จึงมีดำริที่จะค้าขาย ถือเป็นพระดำริที่แปลกสำหรับเจ้านายเช่นพระองค์ท่าน และเมื่อส่งเธอขึ้นนั่งบนรถม้าคันเดิมก็รับสั่งออกมา

โล่งอกเหลือเกินที่ผ่านพ้นเรื่องราวยุ่งยากเสียได้ มิมีใครมาป้ายสีเมียเราอีก เราขันรูปที่เจ้าวาดล้อเลียนท่านสมุหพระกลาโหมเหลือเกิน แต่ก็ดีที่ทุกคนเห็นขัน เพราะไม่มีใครหรอกที่กล้าทำเยี่ยงเจ้า ท่านอัครมหาเสนาบดีอารมณ์กร้าวดุดันอยู่เสมอ แต่ก็หัวเราะรูปที่เจ้าวาดล้อเลียนอย่างอารมณ์ดี ซ้ำยังเก็บรูปไปอีกด้วย

ก็แพรนึกโกรธนี่เพคะ ที่มาเย้ยหยันแพร หน้าตาแพรเหมือนปีศาจมากเลยเหรอเพคะแพรวาทูลด้วยสีหน้าที่บึ้งขึ้นน้อยๆ

ใครว่าเจ้าเหมือนปีศาจ จำไม่ได้รึ เจ้าประคุณสมเด็จบอกว่าพวกเราน่าจะเป็นปีศาจของเจ้า เราเห็นเจ้าประคุณสมเด็จแต่แรกก็ให้นึกหวาด ว่าถ้าเจ้าเป็นปีศาจ เจ้าคงอยู่ไม่ได้ เราคิดแต่ว่าเราจะทำเช่นไรในตอนนั้น

ฝ่าบาทก็ทรงดำริว่าแพรเป็นปีศาจด้วยเหรอเพคะเธอถามพร้อมจ้องมองพระพักตร์ราวกับค้นหาความในสีพระพักตร์

ฮื่อ...อีกใจเราก็คิด แต่คิดว่าเจ้าเป็นนางฟ้ามากกว่าปีศาจ

ทรงดำริเช่นนั้นแล้วมายุ่งกับแพรทำไมล่ะเพคะ”

แพรวาตวัดสายตาค้อนให้ เบือนหน้าหนี พระองค์ชายจึงใช้พระหัตถ์ประคองใบหน้าเธอให้หันมาเพื่อให้เธอมองพระพักตร์

ก็เราหลงรักเจ้า เสน่หาในตัวเจ้าตั้งแต่พบหน้า ต่อให้เป็นปีศาจเราก็ยังรักเจ้านะแพรวา”

ถ้าวันนี้ไม่มีใครเชื่อ และทำอะไรกับแพรสักอย่าง เช่น จับขังคุกหรือเฆี่ยนตีให้ผีออก ฝ่าบาทจะทรงทำเยี่ยงไรล่ะเพคะ บอกแพรสิ

เราไม่มีวันยอมหรอกแพรวา เราคิดอยู่แล้วว่าถ้ามีการจับเจ้าไปลงโทษ หรือทำร้ายเจ้าด้วยโทษใดๆ ก็ตาม เราจะให้ทุกคนลงโทษเราด้วย เพราะเรากับเจ้าเป็นคนคนเดียวกัน เราหลอมหัวใจและวิญญาณกันแล้ว เจ้าจำมิได้รึ

อย่ามารับสั่งคำหวานเลยเพคะ

งั้นเราจะกลับไปที่ตำหนักและหลอมดวงใจของเราอีกสักครั้ง เจ้าจะได้จำได้ ดีไหมแพรวา

อย่าทรงขี้โกงนักเลยเพคะ รับสั่งแบบนี้แพรก็เสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งล่องน่ะสิเพคะ

งั้นเราจะให้แพรวาได้เปรียบ ให้เจ้าเป็นฝ่ายทำรักบ้าง เจ้าทำได้รึไม่

นัยของรับสั่งนั้นทำให้แพรวาถึงกับแก้มแดงซ่าน

ไม่เพคะ แพรทำไม่เป็น อย่าทรงเจ้าเล่ห์กับแพรเลยเพคะ

ทรงพระสรวลในลำพระศอ สายพระเนตรหวานระยิบระยับ และสอดพระหัตถ์มาโอบเอวเธอกระชับแน่น ก่อนจะก้มลงจุมพิตแก้มเธอทั้งสองข้าง

เจ้าทำให้หัวใจเราระทึก จับใจเราดูรึแพรวาทรงดึงมือเธอไปทาบที่พระอุระ ตรงตำแหน่งพระหทัย แล้วแย้มสรวล สายพระเนตรวิบวับ

ดีใจเหลือเกิน ตะวันใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว เจ้าดีใจเหมือนเรารึไม่

ไม่เพคะ

แพรวาผู้มาจากอนาคต เราอยากให้เจ้าให้กำเนิดลูกกับเราเร็วๆ รีบท้องนะคนดี เราต้องการให้ลูกเป็นโซ่ทองร้อยรัดเจ้าไว้กับเราตลอดไป ยิ่งเราได้ยินว่าเจ้ามีชีวิตที่แปลกใหม่และคงจะสะดวกสบายกว่าที่นี่ เราก็ยิ่งกลัวว่าเจ้าจะเหงาจะเบื่อและหนีเรากลับไป เราคงทนไม่ได้ดอกนะแพรวา

จริงสินะ ถ้าเราท้องล่ะ เราคงจะต้องคลอดกับหมอตำแยเหมือนในละครแน่เลย

หญิงสาวเกิดจินตนาการขึ้นทันที

เมื่อกลับถึงพระตำหนัก ก่อนที่จะตั้งเครื่องเสวยก็รับสั่งให้แม่เอิบเตรียมน้ำในห้องสรง พร้อมตรัสว่าจะสรงน้ำกับคุณหญิง แพรวารู้สึกเขินอายจนแก้มร้อนผ่าวและนึกอยากหายตัวไปจากตรงนั้น ทรงรู้ว่าเธออายจึงมีรับสั่งให้ทุกคนลงไปจากตำหนัก ห้ามขึ้นมาจนกว่าจะเรียกหา พออยู่กันตามลำพัง แพรวาก็เอ่ยประท้วงทันที

ทำไมทรงทำแบบนี้ล่ะเพคะ แพรอายนะเพคะ

อายเรื่องอันใดรึ ความจริงเป็นเรื่องธรรมดาของที่นี่ เจ้ามีหน้าที่ถวายงานในห้องสรงให้เราอยู่แล้ว แต่เจ้ายังไม่ได้ถวายงาน และเราก็จะสอนเจ้าอยู่นี่ไงแพรวา เจ้าจะอายอันใดกัน เจ้ามีหน้าที่มิใช่รึ วันนี้เสด็จแม่ยังรับสั่งให้เจ้าถวายงานเราอยู่ เจ้าจำมิได้รึแพรวา

เจ้าของพระตำหนักรับสั่งหว่านล้อมไม่ให้เธออาย ก่อนจะทรงกึ่งจูงกึ่งลากข้อมือเธอซึ่งเดินเหมือนเด็กๆ ที่กำลังออกฤทธิ์งอนๆ ดื้อๆ ไปยังห้องสรง แพรวาบิดข้อมือออกและวิ่งอยู่ในห้องสรงให้ทรงกวดไล่พร้อมทั้งหัวเราะไปด้วย แต่รับสั่งขู่ทำให้เธอต้องหยุดวิ่ง

ถ้าเจ้าออกฤทธิ์ วันนี้เจ้าจะต้องเป็นคนทำให้เราสำราญ

สิ้นสุรเสียงนั้น หญิงสาวก็เดินเข้ามาหาแต่โดยดีด้วยแก้มแดงระเรื่อและก้มหน้าลงน้อยๆ หลบสายพระเนตรหวานระยิบระยับ พระองค์ชายดึงภูษาออกจากพระวรกาย พาให้หัวใจของแพรวาสั่นระทึกอีกครั้ง เพราะภาพตรงหน้าคือรูปปั้นเทพบุตรกรีกที่ปราศจากอาภรณ์ใดๆ บนพระวรกาย และทรงปลดผ้าแถบออกให้เบาๆ เหมือนแกะห่อขนม กระทั่งขนมชิ้นงามไม่มีสิ่งใดห่อหุ้มอยู่อีก ก็ทรงพาลงไปในอ่างน้ำรูปไข่ ดอกไม้ลอยอยู่เหนือน้ำดูสวยสดงดงามเหมือนในละครรักโรแมนติก อ้อมกอดหวานละมุนกับกลิ่นหอมของน้ำมันหอมที่ผสมอยู่ในน้ำช่างทำให้ผ่อนคลายได้อย่างประหลาด

“แพรวา ทรวดทรงองค์เอวของเจ้างามประหนึ่งนางอัปสร

สายพระเนตรที่ทอดมองเธอเปี่ยมด้วยความเสน่หา กอปรกับสุรเสียงรำพันเบาๆ ทำให้หัวใจของแพรวาหวิวหวามจนเกินรำพัน แสงเทียนที่เชิงเทียนในห้องสรงส่งแสงสวยงามวิบวับ ดอกไม้ที่ลอยอยู่ในน้ำกระเพื่อมน้อยๆ และเธอก็แก้ขวยเขินด้วยการช้อนมันเล่น แต่บัวคู่งามกลับถูกช้อนด้วยอุ้งพระหัตถ์อยู่ใต้น้ำ ทรงดอมดมและจรดพระโอษฐ์ลงดื่มด่ำพาให้กายเธอร้อนเร่าด้วยเพลิงเสน่หา ทรงเริ่มที่จะสอนบทเรียนรักให้เธอได้ถวายงาน

เธอถูกโอบรั้งให้อยู่เหนือพระวรกายงามสง่า เงาของตัวเองจึงปรากฏอยู่บนฝาผนังเพียงผู้เดียวเมื่อตนต้องหย่อนกายลงบนความแข็งแกร่ง หญิงสาวถึงกับหลับตารับความสุขที่กำลังแล่นพล่านในร่างกาย ถือเป็นบทเรียนหน้าใหม่ของการถวายงานให้ทรงพระสำราญ โดยครูผู้เชี่ยวชาญซึ่งปลุกธรรมชาติในกายเธอจนร้อนเร่า

น้ำในอ่างกระฉอกล้นซ่านเซ็นลงบนพื้นตามจังหวะรัก ดอกไม้ที่เคยอยู่เหนือผิวน้ำลอยหลุดขอบอ่างตามแรงสั่นไหว เสียงครวญครางอย่างลืมตัวของเธอบอกความสุขที่ไม่อาจรำพันออกมาเป็นคำพูดได้

สายพระเนตรทอดมองอกเปลือยเปล่าเมื่อบัวคู่งามสั่นไหวไปตามจังหวะ เปลวเทียนส่องให้เห็นเงาของแพรวาทาบทาอยู่ที่ฝาผนัง เงาของเธอสั่นระริกล้อกับแสงจากเปลวเทียนดูงดงามน่ามอง พระหัตถ์หนาจำต้องกอบกำความชูชันนั้นไว้และบดปลายพระดัชนีลงบนยอดบัว ทำให้หัวใจของแพรวาเต้นถี่แรงราวกับเต้นผิดจังหวะ เมื่อเธอเอื้อมมือไปเหนี่ยวรั้งพระพาหา เงาของเธอเริ่มรัวระริกเร็วขึ้นตามจังหวะของหัวใจ เสียงจากพระโอษฐ์ครวญครางออกมาด้วยความสำราญถึงขีดสุด และต้องทรงยอมรับว่าการได้ร่วมสำราญกับหญิงอันเป็นที่รักนั้นมีความสุขกว่าสิ่งอื่นใด

 

ปีร์หาข้อมูลทั้งทางอินเทอร์เน็ตและตำรับตำราในหอสมุดแห่งชาติเกี่ยวกับการสร้างเครื่องเรือนเครื่องใช้ในวัง รวมถึงประวัติของวังที่แพรวาหายไป แต่เขากลับพบหลักฐานชิ้นหนึ่งที่น่าแปลกมากสำหรับคนยุคนั้น เป็นรูปวาดหน้าคนในเครื่องแต่งกายแบบขุนนางผู้ใหญ่ แต่ท่อนล่างวาดเป็นรูปการ์ตูนเป็ดโดนัลด์ดั๊ก กระดาษแผ่นนั้นดูเก่ามากมีอายุนับร้อยปี สอดอยู่ในสมุดบันทึกเก่าเล่มหนึ่ง มีลายเซ็นผู้วาดด้วยดินสอ ทว่าเลือนรางมากจนดูไม่ออก ชายหนุ่มได้อ่านบันทึกเล่มนั้นที่เหมือนคนสมัยปัจจุบันเขียนไดอารี่ประจำวัน

วันนี้ได้สอบความคุณหญิงผู้หนึ่งที่ต้องสงสัยเป็นปีศาจ เจ้าหล่อนช่างเก่งกล้า ฉาดฉาน พูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม หล่อนบอกว่าเดินทางมากับกาลเวลาและมาจากอนาคต เราพยายามที่จะจับผิดหล่อนให้จงได้ แต่ปีศาจตนใดจะงดงามถึงเพียงนี้ หน้าตาสะสวย ร่างอรชรอ้อนแอ้นกว่าหญิงใดที่เคยพบ จึงมิต้องสงสัยเลยว่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิชิตชล จะทรงหลงใหลหล่อนจนถูกวิพากษ์ว่าโดนเสน่ห์ของปีศาจ เจ้าหล่อนเล่าเรื่องในเวลาที่เจ้าหล่อนจากมา ถึงวิทยาการต่างๆ ที่ฟังแล้วเหลือเชื่อ แต่ถ้าเรื่องที่เจ้าหล่อนเล่าเป็นเรื่องโป้ปดก็ต้องนับว่าหญิงสาวผู้นี้มีจินตนาการอันล้ำเลิศ แม้แต่นายฝรั่งและแหม่มที่เป็นพระอาจารย์มาสอนหนังสือก็ยังอ้าปากค้างและคุยกันงึมงำฟังไม่รู้เรื่อง

แต่ในที่สุดเจ้าประคุณสมเด็จที่เรานิมนต์มาเพื่อปราบปีศาจกลับเอ่ยเหมือนจะตัดสินเรื่องให้ ถ้อยคำของท่านชี้ขาดว่าเจ้าหล่อนมิใช่ปีศาจ และยังบอกด้วยว่าพวกเราต่างหากที่เป็นปีศาจสำหรับหล่อน แล้วนี่เรา...จะตอบผู้ที่มาขอทราบความเยี่ยงไรดี คงต้องพูดว่าเจ้าประคุณสมเด็จบอกว่าเจ้าหล่อนมิใช่ปีศาจเท่านั้น ถ้าจะบอกใครต่อใครถึงข้อที่เจ้าหล่อนให้การมาทั้งหมด คงจะต้องเอ่ยอธิบายอย่างมากความจนปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นแน่ แล้วเจ้าหล่อนจะรู้อะไรบ้างสำหรับเวลาขณะนี้ ในเมื่อหล่อนมาจากอนาคตจริงๆ และเวลานี้ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว คงจะต้องหาโอกาสสอบถามกันอีกสักครา

คำพูดแบบโบราณ ตัวหนังสือที่ใช้สะกดก็โบราณ แต่ไม่บอกว่าคุณหญิงชื่ออะไร ซึ่งปีร์ทราบดีว่าคนในยุคก่อนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับผู้หญิงมากนัก จึงหาข้อมูลของผู้หญิงในยุคนั้นได้ยากมาก

ผู้หญิงที่เดินทางมาจากอนาคต เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นจริงสินะ แพรวาล่ะ...หรือเรื่องคุณหญิงผู้นี้จะเป็นเธอ

นี่ก็ผ่านไปเดือนหนึ่งแล้ว ทว่าตำรวจยังไม่ได้เค้ารางของรูปคดีเลยสักนิด ซึ่งพ่อของแพรวาเดินทางมาจากอเมริกา เท่าที่เขาพูดคุยด้วยก็รู้ว่าท่านเสียใจและห่วงกังวลมาก ซ้ำยังโทษตัวเองที่ไม่ฟังเสียงของลูกเลย จนปล่อยให้เธอมาอยู่เมืองไทย โดยต่างคนต่างโกรธกัน ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของตัวเองโดยไม่ฟังเหตุผลของกันและกันเลย

เขาเดินทางกลับไปที่วังโบราณแห่งนั้นอีกครั้ง และพบว่าตู้ใบนั้นพร้อมกับนกแกะสลักได้ถูกส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อให้ ครูสุ่นทำการซ่อมแซม จากการสอบถามเลยได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พ่อครูสิมเป็นช่างแกะสลักอยู่ในวังและเป็นต้นตระกูลของครูสุ่น มีการถ่ายทอดฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น ปีร์รีบถามข้อมูลของครูสุ่นแล้วจึงกลับมากรุงเทพฯ เพื่อขอพบท่านทันที

 

บ้านทรงไทยของพ่อครูท่านนี้มีอาณาเขตกว้างขวาง คงความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ทำให้ปีร์รู้สึกเหมือนเดินเข้ามาในยุคอดีต เพียงไม่นานก็พบครูสุ่นอยู่ที่โรงเรือนไม้ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของท่านและอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกับตัวบ้าน ครูสุ่นอยู่กับตู้ใบนั้นจริงๆ พ่อครูซึ่งชราภาพพอสมควรให้การต้อนรับเขาเป็นอย่างดีเมื่อรู้ว่าเขามาดูตู้โบราณที่ถูกส่งมาให้ซ่อม และยังบอกเขาว่าปู่ทวดของท่านเป็นคนที่สร้างตู้ใบนี้และอีกหลายๆ ใบในอดีต

พ่อหนุ่ม ฉันยังสองจิตสองใจเรื่องซ่อมแซมตู้ หากติดเจ้านกตัวเดิมเข้าไปด้วยเทคนิคใหม่ๆ ก็เกรงว่ามันจะอยู่ไม่ทน แต่จะแกะตัวใหม่ในเนื้อไม้ก็คงทำไม่ได้ พ่อหนุ่มเชื่อไหม...เคยมีเรื่องเล่ามาจากต้นตระกูลของฉันนะ ว่านกพวกนี้มีอาถรรพ์แปลกๆ อยู่ เขาจึงทำให้มันอยู่ในวงเถาวัลย์ เพราะไม่ต้องการให้มันออกมาให้ใครเห็น นอกจากจะมีคนสังเกตเห็นมัน

มีอาถรรพ์อะไรเหรอครับพ่อครู ช่วยบอกผมหน่อยเถอะครับ

เขาลงอาคมไว้ที่ตัวนกให้ดูแลตู้ที่ใส่ทรัพย์สิน เหมือนเฝ้าทรัพย์สมบัติอะไรแบบนั้นน่ะ มันเป็นความเชื่อของคนโบราณ นกธรรมดาเสียที่ไหนล่ะ พ่อหนุ่มดูให้ดีสิ มันเป็นนกแสกหรือทูตนรกไงล่ะ เขาว่านกแสกมันมากับความตาย ความสูญสิ้นอะไรแบบนั้นน่ะพ่อครูเอ่ยพร้อมทั้งหยิบนกแกะสลักตัวน้อยๆ นั้นส่งให้เขาดู

น่ากลัวจังเลยนะครับ แต่มาตอนนี้มันคงไม่เหลืออาคมอาถรรพ์แล้วมั้งครับ

แล้วที่เขาลือกันว่านางเอกหายไปที่ตู้ใบนี้ล่ะ พ่อหนุ่มคิดยังไง ฉันเห็นพ่อหนุ่มในข่าวของเธอด้วยนี่ชายชราย้อนถามด้วยสีหน้ายิ้มๆ

ผมก็บอกไม่ถูกหรอกครับพ่อครู ผมเรียนเกี่ยวกับโบราณคดีมา แล้วก็เดินทางไปหลายประเทศเพื่อค้นคว้า พบเจอเรื่องแปลกๆ น่าเหลือเชื่อมาบ้างเหมือนกัน ส่วนแพรเป็นแฟนของผม เรากำลังวางแผนจะแต่งงานกัน แต่เธอกำลังดังและมีงานล้นมือ เธออยากทำงานเก็บเงินในช่วงที่กำลังมีชื่อเสียง จึงขอผัดผ่อนกับผมเรื่อยมา ผมกับแพรรู้จักกันที่อังกฤษ พอผมทราบเรื่องเธอหายไปก็รีบบินกลับมา ซึ่งผมได้ข้อมูลมาว่าเธอหายไปในวังโบราณ และตรงหน้าตู้ใบนี้ก็เป็นจุดสุดท้ายที่เธอมายืน เพราะสุนัขตำรวจดมกลิ่นเธอได้น่ะครับ” เขาเปิดเผยความจริงให้ชายชราได้รับรู้

ฉันก็อ่านจากหนังสือพิมพ์ได้ความมาแบบนั้นเหมือนกัน ข่าวของเธอดังไปทั่ว เธอสวยมากนะ ฉันเห็นภาพเธอที่แต่งตัวแบบคนโบราณ เรียกได้ว่างดงามตามธรรมชาติเหมือนสตรีในอดีต” พ่อครูสุ่นเอ่ยช้าๆ ด้วยสีหน้าครุ่นคิดพลางนึกถึงภาพของเธอในหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นภาพฟิตติ้งละครเรื่องล่าสุดของแพรวา

พ่อครูกำลังจะบอกผมว่าเธอต้องอาถรรพ์นกที่ตู้นั้นเหรอครับ

ไม่หรอก ใครจะไปเชื่อเรื่องแบบนี้ นี่มันยุคไซเบอร์แล้วนะ” ชายชราเอ่ยด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ

แต่ผมก็เชื่อเรื่องพวกนี้นะครับ ถึงแม้ว่ามันจะพิสูจน์ไม่ได้ แต่มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้นี่ครับ และผมก็เชื่อด้วยว่าพ่อครูยังมีความเชื่อเรื่องอาถรรพ์นี้อยู่ ใช่ไหมครับ

คำของปีร์ทำให้ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเหมือนยอมรับ

ฉันถึงยังไม่กล้าทำอะไรไง มันกลัวๆ กล้าๆ พิกล ถ้าทำอะไรลงไป ฉันเกรงว่าเราอาจจะไม่พบเธออีกเลย หรือว่าอาจจะทำให้เธอกลับมาอย่างน่าอัศจรรย์ก็เป็นได้ มันเคยมีเรื่องเล่าที่ออกจะพิสดารอยู่เหมือนกัน แต่ฉันก็เลือนๆ ไปแล้ว ต้องไปค้นหาตำราเก่าๆ ของต้นตระกูลดูก่อน หนังสือพวกนั้นส่วนใหญ่เก็บอยู่ที่บ้านเก่าที่นครปฐมโน่น ยังไม่มีเวลาไปเลย เพราะตอนนี้ฉันกำลังซ่อมงานหลายชิ้นให้กับกรมศิลป์ ทำไปเรื่อยๆ น่ะ คนแก่หูตาก็ไม่ค่อยดี แต่ก็อยากทำเพื่อจะได้อนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูได้ศึกษาน่ะพ่อหนุ่ม

พ่อครูครับ พ่อครูกรุณาช่วยผมด้วยเถอะนะครับ คือถ้าแพรหายไปเพราะอาถรรพ์ตู้ใบนี้ แล้วจะต้องทำยังไงเธอถึงกลับมาได้ล่ะครับ ช่วยผมหน่อยเถอะครับพ่อครู ผมรักและสงสารเธอมากครับชายหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาคมสันเอ่ยวิงวอน

ฉันขอเวลาสักสี่ห้าวันก็แล้วกันนะพ่อหนุ่ม เพราะจะต้องไปค้นหาเรื่องนี้จากคัมภีร์โบราณ ซึ่งอาจจะบอกอะไรได้พอสมควร แล้วอาทิตย์หน้าพ่อหนุ่มค่อยมาที่นี่อีกครั้ง ฉันยังไม่กล้ารับปากหรอกนะ แต่ก็จะพยายามช่วยพ่อครูสุ่นเอ่ยด้วยเสียงเนิบๆ ท่าทางครุ่นคิด


*พ่อครูสุ่นจะหาทางช่วยแพรวาให้กลับมาได้หรือไม่ มาติดตามกันค่ะ รับรองความสนุกซาบซึ้งกับความรักต่างกาลเวลาที่แสนหวานชวนฝัน ถ้านักอ่านเป็นแพรวาจะอยากกลับมา หรืออยู่ที่นั่นตลอดไป ถ้าได้อ่านเรื่องนี้จบแล้วจะมีคำตอบให้ตัวเองค่ะ*

 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น