ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,984 Views

  • 32 Comments

  • 115 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    6,984

ตอนที่ 5 : เสน่หา100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    23 ม.ค. 61



โปสการ์ดตำหนักรักข้ามภพ จะวางปลายเดือนกุมภาพันธ์61


พร้อมที่คั่นสวยๆในเล่ม



ขออัญเชิญภาพตำหนักทับขวัญ มาเป็นภาพประกอบ



ตอนที่ 5 เสน่หา


 ตั่งเตี้ยตั้งอยู่กลางลาน มีแผ่นหินสี่เหลี่ยมสีแดงคล้ำปูเป็นพื้นที่กว้าง ทาสชายหลายสิบคนหมอบรวมกันอยู่ฝั่งขวา ทาสหญิงกลุ่มใหญ่หมอบอยู่ฝั่งซ้ายไม่ปะปนกัน พระองค์ชายประทับนั่งเป็นสง่าอยู่บนตั่งเตี้ย สีพระพักตร์เครียดขรึมนิ่งจนไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้น หม่อมห้ามทั้งสี่คนเริ่มทยอยเดินเข้ามาพร้อมกับทาสรับใช้ประจำตัวของแต่ละนาง พระองค์ทอดสายพระเนตรไปยังบรรดาเมียๆ ที่ทยอยมานั่งลงที่พื้นหน้าตั่ง และต่างก้มลงกราบแทบพระบาท

มันผู้ใดทำเสียงอึกทึกเมื่อครู่ กูได้ยินเสียงหวีดร้องเหมือนมีคนตาย ผู้ใดกำลังจะสิ้นลมรึ บอกกูมาสิสุรเสียงรับสั่งดุกร้าวอย่างทรงอำนาจ

ทุกคนก้มหน้าลงเงียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำใดออกมา บรรยากาศตึงเครียดตรงนั้นเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ที่ตกร่วงลงมา สุรเสียงรับสั่งดังขึ้นอีกครั้ง

พวกมึงอยู่ในเขตตำหนัก กล้าดีเยี่ยงไรที่ออกเสียงกรีดร้องโหยหวน พวกมึงไม่รู้ระเบียบแบบแผนปฏิบัติงั้นรึ ถึงที่นี่จะไม่ได้เป็นวังหลวง แต่กูคือใคร พวกมึงมิต้องหวั่นเกรงอาญาเลยรึ มันผู้ใดกรีดร้องเมื่อครู่จงออกมานั่งตรงหน้ากูนี่

หม่อมจิตคลานเข้าไปกอดข้อพระบาท เงยหน้าขึ้นกราบทูล

ฝ่าบาทเพคะ บ่าวของหม่อมฉันตกใจที่ได้ยินเสียงตึงตังในห้องของหม่อมฉันเพคะ มันคาดเดาไปเองว่าหม่อมฉันผูกคอตาย ก็เลยตกใจร้องให้คนช่วย ขอฝ่าบาทประทานความเมตตาให้กับมันด้วยเพคะ

อ้อ นังจิบเองรึที่กรีดร้องกลัวเจ้านายของมึงจะตาย เพราะมึงรู้ว่าเจ้านายของมึงชอบประท้วงกูอยู่บ่อยๆ สินะ ประเดี๋ยวจะแขวนคอตาย ประเดี๋ยวจะเชือดคอตาย แล้ววันนี้มึงประท้วงกูด้วยการจะตายเช่นไรอีกล่ะ ถึงให้อีไพร่ตะโกนให้อึงมี่เยี่ยงนี้

รับสั่งกับหม่อมจิตที่กอดข้อพระบาท ก่อนจะตรัสเรียกทาสรับใช้ของหม่อมจิตสุรเสียงดังลั่น

ออกมาต่อหน้ากู อีจิบ! ออกมาเดี๋ยวนี้

ทาสรับใช้ของหม่อมจิตที่ชื่อว่าจิบค่อยๆ คลานออกมาจากหลังเจ้านาย หมอบกราบแล้วยังคงหมอบนิ่งตัวสั่นงันงก

มึงกล้ามากนะอีจิบที่กรีดร้องโหยหวนกวนใจกู มึงคิดว่าเจ้านายของมึงจะคุ้มกะลาหัวได้รึ ถึงมึงจะไม่ใช่ทาสในตำหนักกู ถึงมึงจะตามมาจากเรือนคุณหลวง แต่มึงมาอยู่ภายใต้การปกครองของกูใช่รึไม่ แล้วมึงไม่รู้ระเบียบในวังเลยรึ เรือนคุณหลวงไม่อบรมบ่าวไพร่รวมทั้งลูกหลานเลยรึไง” รับสั่งตำหนิไปถึงคุณหลวงบิดาของหม่อมจิต

หม่อมจิตน้ำตาร่วงพรูลงทันที

ฝ่าบาทรับสั่งตำหนิไปถึงบิดาของหม่อมฉันเลยรึเพคะ ทรงไม่เมตตาเมียแล้วรึเพคะ

ก่อนจะถวายตัว พ่อของมึงมิได้อบรมสั่งสอนระเบียบในวังแก่ลูก กูก็ต้องตำหนิไปถึงตระกูลของมึงที่ส่งลูกสาวไม่มีกิริยามาถวายตัวต่อกู ถ้ามึงไม่ได้ให้กำเนิดลูกให้กู นับจากนี้ไปอีกหกสิบวันกูจะส่งมึงกลับคืนพ่อแม่ของมึง กูระอากับมึงเหลือเกินแล้ว ที่ก่อเรื่องให้กูร้อนใจมิเว้นแต่ละวัน

หม่อมจิตยังคงกอดพระบาท เกลือกกลิ้งใบหน้ากับบาท ร่ำไห้สะอึกสะอื้น

ไม่นะเพคะ อย่าส่งหม่อมฉันกลับคืนเรือนเลยนะเพคะ หม่อมฉันรักฝ่าบาท และได้มอบกายถวายชีวิตเป็นข้ารองบาทแล้ว หม่อมฉันจะไม่สร้างเรื่องราวให้เป็นที่ขุ่นเคืองพระทัยอีก ทรงพระเมตตาเมียด้วยเพคะ

ถ้ามึงถือกำเนิดลูกให้กูตามกำหนดที่กูบอก มึงก็จะได้บารมีของลูกคุ้มกายมึง มึงสร้างเรื่องกับทุกคนมาพอแล้ว มึงตั้งตัวเป็นใหญ่ ทำร้ายเมียทั้งสามของกู กูรู้ทุกอย่าง กูระอาใจกับมึงมากกว่าใคร

พวกหม่อมทั้งสามก็ทำร้ายหม่อมฉันเช่นกันนะเพคะ” หม่อมจิตทูลฟ้องทันที

กูถึงระอาพวกมึงทุกคนไงล่ะ พวกมึงก็ร้ายพอๆ กัน ใครก่อคดีความใดให้กูรำคาญใจอีก กูจะส่งกลับคืนเรือนทุกคน

รับสั่งดังประกาศิตทำให้หม่อมทุกคนถึงกับก้มหน้าเงียบ เว้นแต่หม่อมจิตที่สะอึกสะอื้นรำพันขึ้นอีก

เพราะฝ่าบาททรงหลงอีนังพรายนั่นใช่ไหมเพคะ มันทูลยุยงให้ไล่เมียรึเพคะ หม่อมฉันเชื่อว่ามันมิใช่มนุษย์ เพราะจู่ๆ ก็ปรากฏกายขึ้นมาในขณะที่ทรงสำราญอยู่กับหม่อมฉัน ทำไมฝ่าบาทไม่ทรงลงทัณฑ์มัน แต่กลับยกย่องให้มันเป็นคุณหญิง เอามันไว้บนตำหนักประทับให้มันร่วมเขนยล่ะเพคะ

คำตัดพ้ออย่างไม่กลัวเกรงทำให้ทรงหมดความอดกลั้น ทรงก้มลงกระชากร่างของหม่อมจิตขึ้นมา และเงื้อพระหัตถ์ฟาดลงเต็มแรงบนใบหน้าของหม่อมจิตจนล้มคว่ำลง

มึงกล้าต่อคำกับกูรึ ความรู้สึกของกู กูรู้ดีว่าคุณหญิงแพรวาเป็นมนุษย์หรือเป็นภูตผี คุณหญิงยังมีน้ำใจงดงามทูลให้กูไปหาความสำราญกับพวกมึง ไม่เคยยุยงกูแม้แต่คำเดียว

รับสั่งด้วยสีพระพักตร์บึ้งตึง มองร่างหม่อมจิตที่คลานมาหมอบลงคร่ำครวญพิลาปรำพันด้วยเสียงสะอื้นก้มหน้าอยู่กับพื้น ก่อนจะทรงหันมาที่กลุ่มทาสชาย

ไอ้หวน มึงไปเอาหวายมาโบยอีจิบยี่สิบครั้ง เดี๋ยวนี้!”

ทุกคนลอบสบตากันก่อนจะก้มหน้าลงนิ่ง ต่างก็รู้ว่าวันนี้พระองค์กริ้วอย่างเหลือที่จะทรงอดกลั้นไว้ได้แล้ว ด้วยปีชาติแทบจะไม่เคยสั่งโบยทาสเลยสักครั้ง แต่เพราะพระทัยที่เยือกเย็นกลับทำให้เหิมเกริมกันมากขึ้นจนถึงขั้นไม่เกรงพระทัย จึงมีดำริที่จะจัดระเบียบให้เข้มงวดขึ้นกับพวกหม่อมห้ามทั้งหมด มิเช่นนั้นแพรวาจะอยู่อย่างลำบาก เพราะทรงรู้ในความร้ายกาจของบรรดาหม่อมๆ ทุกคนดี

หม่อมรื่นซึ่งมีบิดาเป็นข้าราชการฝ่ายใน มีใบหน้าหวานคมก็จริง แต่ซ่อนความร้ายกาจไว้เงียบๆ คอยทูลยุยงทุกครั้งที่เสด็จไปสำราญด้วย

หม่อมมะลิชอบใช้มารยาหญิงออกจริตกรีดกราย เย่อหยิ่ง และมีท่าทีวางอำนาจกับบ่าวไพร่ เพราะบิดาเป็นถึงพระยาพานทอง

หม่อมเรียมงดงามกว่าใคร แต่กิริยามักจะส่อสกุลต่ำออกมาให้ทรงเห็นบ่อยๆ อย่างเก็บไม่อยู่ ด้วยเป็นลูกกำพร้าที่ถูกนำมาถวายตัวเป็นข้ารองบาทกับเสด็จแม่ของพระองค์ ก่อนจะถูกส่งต่อมาเพราะเสด็จแม่ทรงเห็นว่าหน้าตาดี และพระองค์อาจจะโปรด

สำหรับหม่อมจิตซึ่งมีบิดาเป็นคุณหลวง ร่างอวบอั๋นใบหน้าสวย แต่ดวงตาบอกความร้ายกาจออกมาอย่างโจ่งแจ้งยิ่งกว่าใคร และไม่เคยเก็บอารมณ์ใดๆ จะเกรี้ยวกราดและถึงมือถึงไม้กับบ่าวไพร่อยู่ร่ำไป

ทั้งสี่นางจะกลั่นแกล้ง ด่าทอ กระทบกระเทียบกันไม่เว้นแต่ละวัน จนบางครั้งทรงทำโทษทุกคนเงียบๆ ด้วยการไม่ลงจากตำหนักไปหาคนหนึ่งคนใดเลย ในพระทัยทรงเริ่มเบื่อหน่อยและสุบินถึงนางในฝันอยู่เสมอ ดังมีจิตสังหรณ์ว่าจะได้พบ จึงทรงรอคอยและอยู่กับพระสุบินตลอดมา และเมื่อทรงพบหน้าแพรวาครั้งแรก ก็ทรงรู้สึกได้ทันทีว่าแพรวาคือนางในฝันที่พระองค์ทรงรอคอยเสมอมา

แพรวา เจ้าคือนางในฝันของเรา

เสียงหวายกระทบเนื้อ รวมทั้งเสียงหวีดร้องของนังจิบด้วยความเจ็บปวดทรมาน ทำให้ทรงออกจากภวังค์

 

แพรวาแอบมองอยู่ที่พระแกลบนตำหนัก ในใจหวาดหวั่นกับบทลงโทษที่เธอเคยเห็นแต่ในละคร และเธอก็ได้ซ้อมบทตอนที่จะถูกเฆี่ยนก่อนจะหลุดเข้ามาที่นี่ เพียงแค่การแสดงที่พยายามทำทุกอย่างให้ดูสมจริงยังทำให้เธอเกลียดกลัวการลงโทษแบบนี้มากมายนัก แต่นี่ไม่ใช่การแสดง รอยแนวพร้อมกับเนื้อที่ปริแตกและคราบเลือดบนหลังของคนถูกโบยน่ากลัวเหลือประมาณ ทำไมถึงต้องทารุณกันขนาดนี้ เธอหันมาที่แม่เอิบซึ่งเดินมานั่งอยู่บนพื้นใกล้ๆ

แม่เอิบ แพรสงสารทาสคนนั้นจังเลย แพรคงทนดูจนครบยี่สิบครั้งไม่ได้หรอก เขาคงจะแย่เสียก่อน จะทำยังไงกันดีจ๊ะแม่เอิบ

แม่เอิบมองหน้าแพรวาแล้วนึกในใจ คุณหญิงผู้นี้เหมือนนางแปลง ที่จู่ๆ ก็โผล่มาอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่รู้ว่าลงมาจากฟ้าหรือผุดโผล่ขึ้นมาจากใต้บาดาล เธอคือใครมาจากไหน แต่ไม่ว่าจะเป็นผีพราย นางตานี หรือกระทั่งนางฟ้า เธอผู้นี้ก็มีจิตใจที่งดงามมีเมตตา ซ้ำยังมีรูปโฉมอ้อนแอ้นงดงาม เธอต้องเป็นนางฟ้าที่แปลงร่างลงมาเพื่อเสพสมกับมนุษย์ หรือพวกที่มีกายทิพย์ดังนางกินรีในหิมพานต์เป็นแน่แท้

แพรวามองหน้าแม่เอิบที่มองหน้าเธอนิ่ง และเอ่ยขึ้นอีก

แม่เอิบจ๊ะ แพรทนไม่ได้ เข้าใจไหมว่าแพรสงสารทาสคนนั้น เขาต้องแย่แน่ถ้าเฆี่ยนครบยี่สิบ จะทำยังไงดีกันจ๊ะ บอกแพรหน่อยสิจ๊ะ

คุณหญิงก็อย่าดูสิเจ้าคะ เข้าไปอยู่ในห้องบรรทมจะได้ไม่เห็น เราช่วยอะไรมันไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ขืนใครไปทูลขอจะต้องหวายเสียเองเอาได้นะเจ้าคะ”

แต่แพรจะไปช่วยเขา แพรทนไม่ได้ แพรสงสารเขา เขาคงจะเจ็บปวดมาก ทำไมต้องลงโทษกันรุนแรงขนาดนี้ด้วยล่ะ มันเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนมากนะแม่เอิบ

เท้าเร็วเท่าความคิดในสมองที่สั่งการ เพียงพูดจบแพรวาก็วิ่งลงจากตำหนักไปทันที จนแม่เอิบร้องห้ามไม่ทัน เธอวิ่งมานั่งคุกเข่าที่หน้าตั่งและทูลขอด้วยสีหน้าอ้อนวอนเต็มที่

ฝ่าบาทเพคะ โปรดเมตตารับสั่งให้หยุดโบยเถอะเพคะ แพรทนไม่ได้ มันทารุณเกินไป ในเวลาของแพรไม่มีเรื่องแบบนี้นะเพคะ

พระองค์ชายรู้สึกตกพระทัยที่แพรวาวิ่งพรวดพราดเข้ามาคุกเข่าและเอื้อมมือมาเขย่าข้อพระกรไม่หยุด เพราะไม่เคยมีหญิงใดกล้ากระทำเช่นนี้เลยสักคน ยิ่งในตอนที่กำลังกริ้วเยี่ยงนี้ด้วย พระองค์ทอดพระเนตรใบหน้าสวยของเธอ สายตาตื่นๆ ยามที่กำลังทูลอ้อนวอนทำให้พระทัยอ่อนยวบ อยากจะจุมพิตประทับรับขวัญกับดวงตาที่กำลังตื่นตระหนกนั้นเสียเหลือเกิน พระองค์ชายเอื้อมพระหัตถ์ไปดึงมือเธอให้มานั่งบนตั่งด้วยกัน แพรวานั่งลงเคียงข้างและหันหน้ามาทูลอ้อนวอนไม่หยุด

รับสั่งให้หยุดสิเพคะ แพรขอร้อง แพรทนไม่ได้เพคะ มันเป็นการทารุณเกินไป เขาเจ็บมากแล้วนะเพคะ ได้โปรด Please...Please stop...

เธออ้อนวอนทั้งสีหน้าและแววตา พร้อมเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษออกมาในตอนท้าย จนต้องแย้มสรวลออกมาน้อยๆ เมื่อได้ยินเธอขอร้องเป็นภาษาอังกฤษ

พอ...ไอ้หวนหยุดได้แล้ว

หม่อมทั้งสี่และทาสทุกคนที่หมอบนิ่งต่างเงยหน้าขึ้นมองภาพนั้น ทรงโอบประคองไหล่แพรวา แย้มสรวลน้อยๆ ทอดพระเนตรมองหน้าเธอนิ่งๆ และรับสั่งถามเบาๆ

เจ้าพูดอังกฤษได้ด้วยรึแพรวา

แพรวาพยักหน้าน้อยๆ พนมมือกราบลงที่พระพาหา

ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเมตตา

พระองค์ชายประคองไหล่เธอขึ้นแล้วหันไปรับสั่ง

กูจะลงโทษนังจิบเพียงเท่านี้ และจงจำไว้ว่าพวกมึงทุกคนจะต้องอยู่กันอย่างมีระเบียบแบบแผนมากกว่านี้ กูใจดีกับพวกมึงมามากแล้ว มีเรื่องใดคราใดเป็นต้องกรีดร้องกันอึงคะนึง เหมือนไม่ใช่ตำหนักที่ประทับ นังเทียบก็เหมือนกัน ถ้ามึงคุมทาสไม่ได้ กูจะปลดออกจากหัวหน้าทาสให้คนที่คุมได้มาทำแทน วันนี้ก็ให้มึงเป็นหนสุดท้าย แล้วคราวหน้าถ้าเกิดเรื่องอีก กูจะลงหวายมึงด้วย เอานังจิบไปทำแผลทายาให้มัน

พระองค์รับสั่งกับหญิงร่างใหญ่แกร่งเกร็งเหมือนผู้ชาย นุ่งผ้าหยักรั้งสั้น ตัดผมสั้นเยี่ยงทาสชาย ซึ่งก้มลงหมอบกราบกับพื้นแล้วคลานมายังร่างของนางทาสที่ถูกโบยไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

หม่อมทั้งสี่ซึ่งนั่งก้มหน้าน้อยๆ มีสีหน้าบอกบุญไม่รับและลอบค้อนแพรวายามแอบมองภาพหวานซึ้งที่ทรงโอบประคองร่างงามนั้นไว้ในอ้อมพระกร และก่อนที่จะออกดำเนินได้หันพระพักตร์มารับสั่งกับหม่อมทั้งสี่

และพวกมึงทั้งสี่คน ถ้ายังสร้างเรื่องให้กูไม่สบายใจรึขุ่นเคืองใจอีก กูจะส่งตัวกลับไม่มียกเว้นใครทั้งนั้น

สิ้นสุรเสียงนั้นทุกคนต่างหมอบกราบ พระองค์ชายวิชิตชลจึงทรงโอบประคองร่างงามของแพรวาแล้วดำเนินมาที่ศาลาท่าน้ำหน้าพระตำหนักซึ่งเป็นศาลาทรงไทยยื่นลงไปในลำน้ำ ทรงดึงข้อมือของแพรวาที่กำลังยืนมองสายน้ำใสๆ ตรงหน้าอย่างตื่นตาให้นั่งลงข้างพระองค์ สายลมจากลำน้ำกว้างโชยพลิ้วพัดผะแผ่วผิวกายสร้างความรู้สึกชื่นใจ ผมสวยๆ เป็นขอดสปริงของเธอปลิวไสวล้อลมหย็อยๆ พระองค์เอื้อมพระหัตถ์มาเก็บผมที่ระใบหน้าประทานให้ ทอดพระเนตรมองหน้าเธอด้วยสายพระเนตรเปี่ยมสุข

แพรวา เรามีความสุขมากเหลือเกินที่มีเจ้าอยู่เคียงข้างเยี่ยงนี้ เหตุใดการที่หัวใจเราจดจ่ออยู่ที่เจ้าจึงมีอุปสรรคขัดขวางมากมายนัก เราอยากให้หัวใจของเราแทรกไปอยู่ในกายของเจ้าจนเจียนจะขาดใจตายอยู่แล้วรู้ไหมรับสั่งกระซิบสวาท

แพรวารู้ความนัยในรับสั่งนั้นดี แก้มของเธอจึงแดงปลั่งและรู้สึกขวยเขินอย่างบอกไม่ถูก เมื่อภาพที่เธอถูกพระองค์ชายกอดจูบเล้าโลมจนเพลิงสวาทในกายลุกโชน และยอมแล้วที่จะทอดร่างให้ทรงเชยชม ผุดขึ้นมาในมโนภาพ พระองค์ทรงเสน่ห์มากเหลือเกิน เธอยังไม่เคยพบเจอชายใดที่หล่อสมาร์ตเท่าพระองค์ ขนาดพระเอกหลายคนที่เคยประกบคู่กับเธอซึ่งใครๆ ต่างมองว่าหล่อสมาร์ตและเธอก็เคยเห็นด้วย ยังไม่อาจเทียบความสง่างามของพระองค์ได้เลย

ดวงเนตรหวานระยิบระยับ อีกทั้งรอยแย้มสรวลบนพระพักตร์โปรยเสน่ห์มาให้ทุกครั้ง พาให้หัวใจของเธอสั่นไหววาบหวิว พระหัตถ์ที่ทรงทาบทับจับไว้เหมือนจะถ่ายทอดอารมณ์เสน่หามากับกระแสอุ่นๆ พระวรกายสูงใหญ่ที่ปราศจากอาภรณ์ใดๆ ยังประทับตรึงอยู่ในหัวใจ เมื่อนึกถึงภาพนั้นหัวใจก็ยิ่งวาบหวามหวั่นไหว

พระองค์ทอดพระเนตรมองหน้าสวยของแพรวา ดวงตาโตหวานประดับด้วยขนตายาวงามงอน จมูกโด่งรับกับริมฝีปากเต็มอิ่มเย้ายวน ยามแย้มยิ้มงดงามยิ่งกว่านางใดที่เคยทรงพบพาน ทรงเห็นร่างเปลือยของเธอแสนจะงดงามดังภาพวาดนางอัปสรในสรวงสวรรค์ ผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียดไร้ไฝฝ้ารอยตำหนิ เอวคอดเล็ก สะโพกผายกลมกลึง ปทุมมาลย์ของเธอตั้งชูชันท้าทายให้เชยชมเสียนี่กระไร ทรงยอมรับกับองค์เองว่าแสนจะลุ่มหลงในตัวเธออย่างเหลือเกิน

สองหนุ่มสาวต่างฐานันดรจ้องมองหน้ากันนิ่งๆ ดวงใจไพล่คิดถึงกันและกันทั้งๆ ที่กายนั้นเบียดสนิทแนบกันอยู่ เพลิงพิศวาสคุกรุ่นอยู่ในหัวใจจวนเจียนจะลุกไหม้ กายร้อนเร่าดังเพลิงผลาญจนความรู้สึกนั้นถ่ายทอดออกมาให้กันและกันได้รับรู้

แพรวา ค่ำคืนนี้เราจะหลอมดวงใจเป็นดวงเดียวกัน เราจะทะนุถนอมเจ้าไม่ให้กลีบกุหลาบงามของเจ้าต้องชอกช้ำ เจ้าอย่ากลัวเวลานั้นเลยนะแพรวา เรารู้ว่าเมื่อเช้าเจ้ากลัวจนกายสะท้าน

แพรวาเขินอายกับรับสั่งเว้าวอนนั้นจนต้องเบือนหน้าหนีหมายจะซ่อนแก้มแดงเปล่งปลั่ง แต่พระองค์กลับยื่นพระหัตถ์มาจับปลายคางของเธอให้สบเนตรด้วย แพรวาไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา ได้แต่เมินหนีสายพระเนตรวิบวับ

เจ้าทำให้เราอยากจะให้พระอาทิตย์ลาลับฟ้าไปซะเดี๋ยวนี้ ใจเราจะขาดเสียก่อนจะค่ำนะเจ้านกน้อยแพรวา

แพรยังไม่ได้รับปากว่าจะยอมเป็นนางห้ามของฝ่าบาทนะเพคะเธอทูลตอบอย่างแก้ขวย

แต่ดวงตาเจ้าฟ้องเรานะแพรวา ว่าเจ้ายินยอม

รับสั่งเข้าข้างองค์เองนะเพคะ

เมื่อเช้าที่เราถามเจ้า เจ้าตอบรับเราแล้วนะ เจ้าโยเยกับเราไม่ได้แล้วละ

ก็เวลานั้นหมดไปแล้วนี่เพคะ ตอนนี้เป็นอีกเวลาก็ถือเป็นอีกเรื่อง แพรไม่ได้รับปากเสียหน่อย อย่าทรงขี้โกงสิเพคะ

ช่างเจรจานักนะเจ้านกน้อยแพรวา งั้นค่ำคืนนี้เราจะทำให้เจ้ารับปากเราอีกครั้ง

ค่ำคืนนี้...ทรงมีเวรที่จะต้องไปทรงสำราญกับหม่อมเรียมไม่ใช่เหรอเพคะเธอแสร้งทูลถามจากข้อมูลที่แอบถามแม่เอิบไว้

ผู้ถูกถามมีสีพระพักตร์ตึงขึ้นนิดหนึ่งทันที

“ใจเราจดจ่ออยู่ที่เจ้า ไม่ว่าฟ้าจะถล่มรึดินจะทลาย เจ้าก็ไม่สามารถจะบ่ายเบี่ยงเราได้หรอกแพรวา

แพรวารู้ว่าเธอไม่มีทางที่จะบ่ายเบี่ยงอะไรได้อีกแล้ว อีกทั้งหัวใจของเธอก็ถูกพระองค์เข้าครอบครองจนหมดสิ้น หลังจากที่ได้ถามตัวเองมาตลอดเวลา

ผู้ชายคนนี้ คนที่แสนหวาน คนที่เอิบอาบไปด้วยความโรแมนติก คนที่ช่ำชองกับการทำให้ผู้หญิงยินยอม บทรักที่ดุดันของเขากับหม่อมจิตยามเขาเข้าจู่โจมอย่างเชี่ยวชาญทำให้จิตใจของเธอกระเจิดกระเจิง ภาพนั้นน่ากลัวแต่วาบหวามจนเกินรำพัน ความรู้สึกใคร่รู้กับบทอัศจรรย์ที่ตนเองไม่อาจบ่ายเบี่ยงทำให้เธอยิ่งหวั่นไหวจนทรงจับความรู้สึกได้ พระหัตถ์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านมาที่มือเธอ และมือเธอก็ตอบสนองถ่ายทอดอารมณ์หวานไหวกลับไป ทำให้เธอเก้อเขินสะเทิ้นอาย และพยายามหลบสายพระเนตรคมหวานนั้น

เราไม่พาเจ้าขึ้นตำหนักในยามนี้ก็เพราะว่าเราคงไม่อาจจะทนรอจนพลบค่ำได้น่ะแพรวา และเราก็รู้ว่าเจ้าคงไม่ชอบที่จะให้ความสว่างในเวลากลางวันมาทำให้เจ้าสะเทิ้นเขินอาย จนเจ้าอาจจะไม่ได้รับความสุขเพียงพอ เราอยากให้เจ้ามีความสุขไปกับเราด้วย เราถึงได้ทนรอ และเจ้าอย่าพูดว่าเราต้องไปสำราญกับใครอีก เพราะต่อไปนี้เราจะมีแต่เพียงเจ้าเท่านั้น”

ผู้ชายที่ลืมอดีตง่ายๆ คงไม่ดีนักหรอกเพคะ เพราะผู้หญิงจะเสียใจ ทุกคนก็มีหัวใจและคงรักฝ่าบาท เขาจะเจ็บปวดทรมานนะเพคะ

เจ้าอย่าเป็นนางบุญที่ชอบจะแบ่งปันผัวให้ใคร และอย่าพูดให้เราคิดว่าเจ้าไม่ได้รักเราหวงเรา เพราะเราจะเสียใจนะแพรวา

แต่...

เธอพูดได้เพียงเท่านั้น ทรงประคองแก้มเธอขึ้นและจุมพิตลงบนริมฝีปากเหมือนจะหยุดคำพูดของเธอที่จะเอ่ยออกมา

 

ทาสในเรือนครัวต่างซุบซิบกันอย่างสนุกปาก แม่เจิมซึ่งเป็นแม่ครัวเครื่องต้นร่างอ้วนใหญ่เคี้ยวหมากหยับๆ พร้อมกับเอ่ยพูด

ข้าสะใจพวกหม่อมๆ เสียเหลือเกิน ต่างคนต่างเบ่งใส่กัน คนโน้นก็คุยทับคนนี้ว่าเป็นที่โปรดปราน ทรงสำราญด้วยบ่อยกว่าใคร ต่างคนต่างก็คุยโอ้อวดกัน เหมือนตาอินกะตานา ตาอยู่ไม่รู้มาจากไหนหยิบชิ้นปลามันไป สมน้ำหน้านัก”

นางพริกลูกมือรีบยื่นหน้ามากระซิบกระซาบ

ผลที่สุดตกกระป๋องกันหมด เมื่อคุณหญิงที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้มาเข้าครอบครองเสียคนเดียว แล้วท่าทางก็งดงามเหมือนจะหยาดหยดมาจากฟ้า แล้วแม่พวกหม่อมๆ ที่แต่งตัวประกวดประขันกันทั้งวันจะทำยังไงล่ะทีนี้ เขาเรียกว่าหัวเน่าใช่ไหมป้า

ทาสเด็กสาวรุ่นคนหนึ่งวิ่งหน้าเริดเข้าในครัว ป้องปากกระซิบกระซาบอีกคน

ป้าเจิม พี่พริก ฉันไปเก็บผักบุ้งที่ริมคลองอย่างที่พี่พริกบอกว่าอยากกินน่ะ แต่ไม่ได้เลยสักยอดจ้ะ

อ้าว...ผักบุ้งขึ้นยอดงามออกเยี่ยงนั้น แล้วทำไมถึงเก็บไม่ได้ล่ะ เดี๋ยวตบกะโหลกแตกเลยพริกตวาดเสียงดังขึ้นทันที

โธ่ๆๆ จะไปเก็บให้อยู่หรอก แต่พอไปถึงท่าน้ำ พระองค์ทรงกำลังจูจุ๊บกับคุณหญิง โอ๊ย! หัวใจอีปุกเกือบหยุดเต้น มันน่ามองเสียเหลือเกิน ฉันไม่เคยเห็นพระองค์ทรงหวานกับหม่อมๆ แบบนี้สักคน ทรงจับมือไว้ไม่ปล่อยเลยสักเวลา ทรงน่ารักจังเลย ฉันแอบอยู่ที่ข้างตลิ่งตั้งนาน กลัวพระองค์จะทอดเนตรเห็นฉันเลยไม่ได้มาสักยอดจ้ะ ฉันเขินด้วยน่ะ เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนใช้ปากจูจุ๊บกันปุกสาวน้อยเอ่ยเล่าด้วยเสียงหัวเราะคิกๆ แล้วยังหลับตายิ้มด้วยท่าทางเคลิ้มฝัน

ป้าเจิมรีบกระซิบถาม จริงเหรอวะ ข้าอยากเห็นจังเลยว่ะอีปุก ท่านคงจะสวยสมกัน น่ารักน่าแอบดูเนอะ แต่ข้าไม่กล้าหรอก ยิ่งกริ้วๆ อยู่ด้วย ถ้าโดนจับได้ละก็ มีหวังได้โดนโบยเหมือนอีจิบเลยละ

ป้าอย่าแม้แต่จะคิดเป็นอันขาด ตัวเท่าป้าขืนเดินไปแอบกออะไรก็ไม่พ้นหรอก หวายจะลงหลัง แล้วอย่าหาว่าอีพริกไม่เตือน” พริกเอ่ยกระเซ้า

และข่าวนี้ก็ไม่ได้อยู่แค่ในครัว หม่อมทั้งสี่คนก็ได้รับข่าวภาพหวานรักที่ศาลาริมน้ำกันถ้วนหน้า และต่างเป็นเดือดเป็นแค้น ไฟริษยาท่วมท้นอกจนเต้นเร่าๆ

 

*ศัตรูของแพรวาทั้งสี่นางคงไม่มีวันยอมที่จะสูญเสียของรักไปง่ายๆโดยที่ไม่ทำอะไรเลย แต่พวกนางมีแผนอะไรที่จะจัดการกับแพรวา ตอนหน้าหวานรักโรแมนติกกับคืนก่อนจะถวายตัวค่ะ นิยายเรื่องนี้โรแมนติก ดรามา คอมาดี้แฟนตาซี เป็นนิยายทั้งสองภพที่ครบทุกรสจริงๆค่ะ*

มีรางวัลเป็นหนังสือ4เล่ม

สำหรับแฟนพันธ์แท้2เล่ม

สำหรับคอมเม้นท์อีก2เล่ม

จะประกาศผลต้นเดือนมีนาคม61ค่ะ

 


 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #19 punchyumi (@punchyumi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 14:04
    ละมุนสุด
    #19
    0
  2. #7 mooaun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 23:36
    ไม่น่าเข้ามาอ่านเลยคะ

    มันทำให้ไม่อยากหยุดอ่าน

    มาอีกนะค่ะ
    #7
    1