ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,984 Views

  • 32 Comments

  • 115 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    6,984

ตอนที่ 4 : รัญจวน100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    23 ม.ค. 61


ปกตำหนักรักข้ามภพ จะวางแผงปลายเดือนกุมภาพันธ์61ค่ะ



ภาพพระตำหนักทับขวัญ ขออัญเชิญมาเป็นภาพประกอบ


ตอนที่ 4 รัญจวน

 

ทรงจูงมือเธอดำเนินออกมานอกห้องด้วยสีพระพักตร์เรียบเฉย แต่เหมือนจะทรงรู้ล่วงหน้าแล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น จึงทอดพระเนตรมองหม่อมทั้งสี่ที่รีบหมอบกราบกับพื้น และเมื่อเงยหน้าขึ้นแต่ละนางต่างมองมาที่แพรวาเป็นจุดแรก และสำรวจรูปร่างหน้าตาท่าทางทุกอย่างของเธอราวกับจะเก็บรายละเอียดบนเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนที่สุรเสียงเรียบๆ จะดังกังวานขึ้น

พวกหล่อนมีอะไรรึ ถึงขึ้นมานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันเยี่ยงนี้ ทั้งที่แต่ก่อนแต่ไรมาพวกหล่อนไม่เคยสามัคคีกันเยี่ยงนี้เลยสักครั้ง”

แพรวามองแม่จิต สาวที่คงจะแก่วัยกว่าเธอ เจ้าของผิวสีเข้ม เรือนร่างอวบอัด หน้าตาคมเข้ม และที่สำคัญดูเหมือนจะเป็นหัวโจกในครั้งนี้ ซึ่งอีกฝ่ายก็ปรายตาชิงชังมองเธอพร้อมกับเอ่ยขึ้น

ฝ่าบาทเพคะ ฝ่าบาทจะทรงยกย่องอีไพร่นี่ขึ้นเป็นคุณหญิง แล้วพวกหม่อมฉันล่ะเพคะ หม่อมฉันกับแม่พวกนี้ก็พอมีศักดิ์มีตระกูล แต่กลับไม่ได้รับการยกย่อง หม่อมฉันและทุกคนไม่ยอมดอกนะเพคะ” สีหน้าของผู้พูดบึ้งตึง และยังออกท่าทางกระฟัดกระเฟียด

แม่จิต แม่มะลิ แม่เรียม แม่รื่น พวกหล่อนมีสัญญากับเสด็จแม่ของฉันมิใช่รึ ว่าหากพวกหล่อนคนใดให้กำเนิดลูกของฉันได้ ฉันจะแต่งตั้งคนนั้นให้มีฐานันดร ฉันก็จะรอนับจากนี้ว่าพวกหล่อนคนใดจะมีครรภ์ แต่สำหรับแพรวา ฉันให้นางเป็นนางห้ามด้วยเสน่หาแห่งหัวใจของฉัน พวกหล่อนมีสิทธิ์อันใดมาเอ่ยเยี่ยงนี้ในเมื่อเป็นคำสั่งจากฉัน ฉันมิเคยโป้ปดบอกพวกหล่อนสักครา ว่าฉันโปรดหรือสนิทเสน่หาพวกหล่อน ฉันทำตามรับสั่งของเสด็จแม่เท่านั้น พวกหล่อนก็รู้ดีมิใช่รึ

หม่อมจิตเริ่มฟูมฟายน้ำตาหลั่งริน ต่างจากหม่อมเรียม หม่อมรื่น และหม่อมมะลิ ที่นั่งก้มหน้าเงียบ มิเอ่ยคำใดออกมา และที่สุดหม่อมจิตก็กราบทูลขึ้นอีก

แต่หม่อมฉันรักฝ่าบาท ในเมื่อหม่อมฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียคนหนึ่ง แต่ฝ่าบาทกลับทรงตัดสวาท อีกทั้งยังมีรับสั่งว่าจะไม่เสด็จไปหาหม่อมฉันและทุกคนอีก หม่อมฉันคงจะเจียนตายด้วยรักฝ่าบาทเหลือประมาณเพคะ

ฉันพูดคำใดเป็นคำนั้น ฉันจะไม่ลงไปหาพวกหล่อนอีก และพวกหล่อนก็จงกลับไปอยู่ในที่ของพวกหล่อน อย่าสร้างความหนักใจให้กับฉัน พวกหล่อนรบราด่าทอกันมานานมากแล้ว นานจนฉันหมดความเมตตาพวกหล่อน เพราะเกิดความรำคาญสุดที่จะทน พวกหล่อนลองคิดดูรึ ว่าเป็นจริงดังที่ฉันเอ่ยออกมาหรือไม่

แพรคิดว่าฝ่าบาทน่าจะเสด็จไปตามปรกตินะเพคะ แพรวาเอ่ยกระซิบเบาๆ

อย่าเอ่ยคำใด เราจะตัดสินใจเอง รับสั่งเบาๆ กับแพรวา

แต่แพรไม่อยากให้ฝ่าบาททรงทำร้ายจิตใจพวกเธอนี่เพคะ

หม่อมจิตเห็นแพรวากระซิบกระซาบ พาลคิดว่าเธอกำลังทูลยุยง จึงเอ่ยออกมาด้วยความโกรธและหึงหวงอย่างลืมตัว

อีไพร่ มึงทูลยุยงอะไร พระองค์ไม่ได้เป็นของมึงคนเดียวนะ จำใส่กะลาหัวของมึงไว้ด้วย

แพรวาหันมามองพระพักตร์นิดหนึ่งด้วยสีหน้าเจื่อนๆ รู้แล้วว่าทำไมพระองค์ถึงไม่ให้เธอพูด และคำของหม่อมจิตก็ทำให้พระองค์มีสีพระพักตร์เรียบตึงขึ้งเคียดขึ้นทันที ทรงตวาดเสียงดังอย่างที่แพรวาก็ยังรู้สึกตกใจ

ลงไปกันให้หมด มึงว่าใครไพร่ มึงจำไว้ว่านี่เมียของกู มึงอยากโดนโบยรึ เท่าที่พวกมึงทะเลาะด่าทอกันเองสี่คน กูก็ระอาหนักอกเบื่อหน่ายเจียนจะทนไม่ไหว พวกมึงลงไปก่อนที่กูจะเหลืออด ไป๊!

หม่อมทั้งสี่ตัวสั่นงันงกรีบก้มลงกราบแล้วก้มหน้าลนลานคลานเข่าลงไปทันที แม้แต่บ่าวไพร่ที่นั่งอยู่ไกลๆ ก็ยังรีบก้มหน้าและคลานหนีหายไป แพรวารู้สึกขัดใจกับรับสั่งของพระองค์ชาย และคิดว่ามันไม่น่าจะดีกับบรรดาหม่อมทั้งสี่คนซึ่งก็เป็นเมียและคงจะรักพระองค์อย่างเหลือเกิน

เธอเห็นสายตาของหม่อมมะลิผู้มีหน้าตาเกลี้ยงเกลาขาวนวลมองพระองค์ด้วยสายตาที่บ่งบอกความเสียใจ และเหลือบแลมามองเธออย่างชิงชัง ส่วนหม่อมรื่นสาวร่างบาง ผิวสองสี หน้าหวานคม มีสีหน้าจืดเจื่อนเหมือนจะร้องไห้ หากแต่ปรายตามองเธอด้วยสายตาเคียดแค้น ขณะที่หม่อมเรียมซึ่งดูสวยที่สุดในบรรดาหม่อมทั้งสี่ ผู้มีผิวเหลือง แรกเพียงปรายตามองเธออย่างสำรวจ แต่แล้วกลับเริ่มพยายามมองเธออย่างพิจารณา ทว่าแววตาของเจ้าหล่อนนั้นกลับมีไฟริษยาลุกโชนอย่างน่ากลัว

ตกลงตอนนี้เรามีศัตรูถึงสี่คน และทุกคนมีสีหน้าที่เคียดแค้นอาฆาต ริษยาชิงชัง จนน่าสะพรึงกลัว ต่อจากนี้ไปเราคงจะต้องระวังตัวอย่างที่แม่เอิบบอก

ทรงจับมือเธอไปกุมไว้อีก แต่แพรวาสะบัดมือและหันข้างให้ ซ้ำยังจะเดินหนีทว่าทรงยุดข้อมือเธอไว้ทันที

ฝ่าบาทพระทัยร้าย อย่ามาถูกต้องตัวแพรนะเพคะ”

เธอหันมาบิดข้อมือออกจากพระหัตถ์ แต่ไม่ทรงยอมปล่อย ซ้ำยังทรงกึ่งจูงกึ่งลากเธอเข้าไปในห้องบรรทม แล้วปิดทวารลั่นดาล

เจ้าเอ่ยว่ากระไรนะแพรวา พูดอีกครั้งดูรึ

เธอสะบัดหน้าหนี ไม่พูดเพคะ

พระองค์แย้มสรวลน้อยๆ เจ้านกน้อยแพรวา เจ้าต้องบอกเรามาว่าทำไมเจ้าจึงว่าเราใจร้าย

ทุกคนเป็นภรรยาเจ้าไม่ใช่เหรอเพคะ เมื่อวานฝ่าบาทยังทรงร่วมรักกับเธออยู่เลย แล้ววันนี้จะมาทรงทอดทิ้งตัดสวาทขาดไมตรี ผู้หญิงคนใดจะทนได้ แพรพูดในฐานะที่แพรเป็นผู้หญิงนะเพคะ

เจ้าแปลกอีกแล้วนะแพรวา มีแต่เมียที่ต้องการให้ผัวมีตัวคนเดียว แต่เจ้ากลับจะให้เราร่วมรักกับผู้อื่นด้วย เจ้าคิดได้เยี่ยงไร หรือว่าในเวลาของเจ้าเขาทำกันเยี่ยงนั้น”

ไม่ว่าเวลาไหนผู้หญิงล้วนต้องการเป็นหนึ่งเดียวของสามีเพคะ แต่ตอนนี้แพรยังไม่ได้เป็นอะไรกับฝ่าบาทนี่เพคะ แพรก็เลยต้องพูด เพราะเห็นใจบรรดาหม่อมของฝ่าบาท แพรพูดไม่ถูกตรงไหนเพคะเธอทูลแล้วหันหลังให้

แล้วเจ้าจะเป็นของเราได้รึยังล่ะแพรวา เพื่อที่เราจะได้มีเจ้าเพียงคนเดียว และเจ้าจะได้ไม่มาค่อนว่าเราอีกรับสั่งจบแล้วดำเนินเข้ากอดเธอจากทางด้านหลัง

แพรวาสะบัดกายออกห่าง

ไม่เพคะ...แพรจำได้ว่าเมื่อวานตอนที่อยู่ในห้องของหม่อมจิต ฝ่าบาทรับสั่งว่าต้องการจะร่วมรักกับหญิงที่โปรดและมีพระประสงค์จะหลอมรวมดวงใจกันในขณะที่ร่วมรักกัน แต่ตอนนี้แพรยังไม่ได้ต้องใจฝ่าบาทนี่เพคะ แล้วจะหลอมรวมดวงใจของเราในขณะที่ร่วมรักกันอย่างที่มีพระประสงค์ได้ยังไงล่ะเพคะ

ทรงหมุนร่างเธอกลับมาและทอดสายพระเนตรมองใบหน้าที่กำลังออกฤทธิ์อย่างเห็นขัน เมื่อแพรวาหาข้ออ้างได้อย่างชาญฉลาด และยังเลี่ยงเดินหนีไปห่าง

แพรวา เราจะหลอมรวมกายเราสองคน และหัวใจของเราสองดวงก็จะหลอมรวมตามมาในขณะเสพสุข เจ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้เยี่ยงไร”

แพรวารู้ว่าพระองค์ทรงปรีชานักที่จะรับสั่งให้เธอยินยอมพร้อมใจโดยไม่ขัดขืน ทำให้หญิงสาวปรายตาค้อน ปากงอนเชิดขึ้น

รับสั่งเข้าข้างองค์เอง แพรจะไม่เชื่อรับสั่งของฝ่าบาทอีกแล้วเพคะ

ทรงดำเนินเข้ามาหาแต่แพรวากลับเบี่ยงกายหนีไปรอบๆ ห้อง พระองค์แย้มสรวลอย่างเห็นขัน รับสั่งด้วยสีพระพักตร์เรียบๆ

วันนี้เจ้าจะให้เราวิ่งไล่จับเจ้ารึ และถ้าเราจับเจ้าได้ เจ้าจะไม่อาจขัดขืนได้แล้วนะ เพราะมันจะเป็นการลงโทษที่เจ้าทำให้เราเหนื่อย

รับสั่งแบบนี้ ยังไงแพรก็ต้องผิดน่ะสิเพคะ

“มาหาเราสิเจ้านกน้อยแพรวา อย่าให้เราต้องวิ่งตามจับเจ้าอีกเลย

เธอเดินเข้ามาหาพระองค์ชายแต่โดยดี พระองค์จึงทรงรวบตัวเธอเข้าไปกอดอย่างที่เธอมิอาจห้ามปราม ด้วยพระทัยที่สั่นระริก ก่อนจะทรงฉวยโอกาสปลดผ้าแถบที่รัดรึงหน้าอกเธออยู่ออกเบาๆ

“ทรงเช่ยวชาญในอิสตรีเสียจริงๆ เลยนะเพคะ” แพรวาค่อนขอดแล้วรีบรวบผ้าแถบไว้ โอบทรวงอกงามล้นของตนเอง และพลิ้วกายหนีอีกครั้งไปยืนจนห่าง

“ทำไมล่ะ เจ้าจะได้เป็นคุณหญิงแพรวาโดยสมบูรณ์สักทีไงล่ะ

แพรอายผู้คนบนตำหนักน่ะเพคะ ยังไม่มืดไม่ค่ำสักหน่อย นี่มันเป็นเวลากลางวัน อายผีสางเทวดาเพคะแพรวาออกอุบายบ่ายเบี่ยง

พระองค์ชายชลเข้าพระทัยดีว่าแพรวาฉลาดที่จะหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยๆ จึงรับสั่งขึ้น

แพรวา...งั้นลงไปหน้าตำหนักกัน ไปเดินเล่นให้เจ้าสบายใจดีไหม

เย้...จริงเหรอเพคะ ไปสิเพคะ แพรอยากลงไปใจจะขาดแล้ว

เธอเอ่ยอย่างดีใจและวิ่งเข้าไปหาอย่างลืมตัว จึงโดนรวบตัวไว้อีกครั้ง ทรงประคองใบหน้างามของเธอไว้ แล้วประทับพระโอษฐ์จุมพิตเธออย่างดูดดื่มนิ่งนาน แพรวารับจุมพิตนั้นอย่างลืมตัว หัวใจหวั่นไหววาบหวาม เลื่อนมือขึ้นแตะพระพาหาก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปโอบรอบพระศออย่างลืมตัว ผ้าแถบที่ห่มอยู่เลื่อนตกไปอยู่ที่พื้น พระองค์ชายจุมพิตและทรงกระซิบเบาๆ ที่ริมแก้ม

แพรวา...เรารักเจ้าเปี่ยมหัวใจ เจ้าจะไม่เมตตาเราหน่อยรึ

พระหัตถ์นุ่มๆ ประคองบัวงามไว้ในอุ้งพระหัตถ์อย่างทะนุถนอม ดังทรงหวั่นเกรงว่ากลีบงามจะช้ำ แต่มิวายที่จะบดปลายองคุลีลงบนยอดปทุมงามเบาๆ แพรวารับรสสัมผัสนั้นด้วยกายสะท้านไหวหวาม หัวใจสั่นระทึก ด้วยถูกจุดไฟสวาทจนร้อนเร่าไปทั้งเรือนกาย เป็นความเชี่ยวชาญในเกมรักที่ทรงทำให้อิสตรีกระสันรัญจวน พาให้แพรวาไม่อาจจะต้านทานอารมณ์ปรารถนา ทั้งของตนเองและของพระองค์ชายได้อีกต่อไป ร่างเธอสั่นสะท้านจนทรงรู้สึกได้ จึงทรงประคองร่างงามของเธอไว้ในอ้อมพระกร

แพรวา...กายเจ้าสั่นระริก เจ้าทำให้เราตื่นเต้นกว่าหญิงใดที่เคยได้เชยชม เจ้าเป็นดวงใจของเรานะแพรวา เราต้องการเจ้ามากเหลือเกิน เป็นของเราเถอะนะ ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ...เราจะมอบให้เจ้า” รับสั่งด้วยสุรเสียงต่ำพร่า

ทรงช้อนกายเธอวางลงบนบรรจถรณ์ ทาบทับพระวรกายลงเคล้าเคลีย แพรวาไม่ได้ยินสรรพสำเนียงใดๆ รอบกายอีกแล้ว เธอบอกตนเองว่าไม่ว่าเวลานี้หรือเวลาไหนเธอก็ไม่อาจรอดไปจากเขาได้

กลิ่นกายของบุรุษเพศหอมกรุ่นอ่อนมีเสน่ห์ จนทำให้หัวใจเธอกระเจิดกระเจิง สิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นบุรุษทำให้เธอสั่นสะท้าน ภาพเมื่อวันวานผุดพรายในมโนสำนึก ความรุนแรงดุดันอันน่าหวาดหวั่นแต่ความรู้สึกรัญจวนที่แทรกอยู่ในความกลัวเป็นอารมณ์ที่สับสนอึงอลอยู่ในความรู้สึก

พระหัตถ์อุ่นไล้ไปทั่วเรือนร่าง ซึ่งบัดนี้เธอรู้สึกว่ากายตนเองไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆ ปกปิด และพระวรกายที่ทาบทาเธออยู่นั้นก็ทรงเปลือยเปล่าเช่นกัน หัวใจสองดวงจดจ่อและกำลังจะรวมหลอมเป็นดวงเดียวกัน ร่างงามสั่นสะท้านระริกไหว หลับตาลงรับรสสัมผัสที่กำลังถูกซอกซอนลงในซอกกลีบดอกงาม

พลันนั้นสุรเสียงราวกระซิบก็ดังขึ้น เราจะไม่ทำให้กลีบกุหลาบของเจ้าต้องช้ำ อย่ากลัวเลยนะแพรวา

และก่อนที่ความเป็นบุรุษจะได้ชำแรกแทรกลงในใจกลางกลีบงามของกุหลาบแรกแย้ม เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นสลับกับเสียงเรียกเสียงตะโกน สรรพสำเนียงดังเซ็งแซ่เอ็ดอึงอยู่รอบตำหนัก และยังดังมาถึงในห้องบรรทม

หม่อมจิตผูกคอตาย มาช่วยกันเร็ว เร็ว! มาเร็วๆ ช่วยด้วย ช่วยด้วย เจ้าข้าเอ๊ย เจ้าข้าเอ๊ย

ความรู้สึกที่กำลังหวานหวามเปี่ยมสุขพลันมลายหายไปสิ้น แพรวาดันพระอุระออกห่าง สีหน้าตื่นตระหนก

ใครเป็นอะไรเพคะฝ่าบาท

พระวรกายหนาทรงลุกพรวดขึ้นและทรงรวบผ้าโจงมาโจงทันที รับสั่งสบถออกมาคำหนึ่ง และหันมาทอดพระเนตรร่างซึ่งยังเปลือยเปล่าพลางรับสั่งเบาๆ

แต่งกายเสียก่อนแพรวา วันนี้เรามีเรื่องชำระความกับไอ้อีพวกนี้เสียแล้วละ

แพรวาดึงผ้าแพรมาปิดอกเปลือยไว้อย่างเขินอาย ใบหน้าร้อนผะผ่าว เมื่อเห็นสายพระเนตรคมหวานทอดมองมาที่บัวคู่งาม ระเรื่อยมายังกายท่อนล่างซึ่งไร้อาภรณ์ของตนเอง

แพรวา เราขอสั่งให้เจ้าอยู่แต่ในห้องนี้ ไม่ต้องออกไป เจ้าเข้าใจหรือไม่

แพรวาไม่ได้ตอบรับ เธอเพียงพยักหน้าน้อยๆ แสดงความเข้าใจ และพระองค์ชายก็ทรงดำเนินลับไปอย่างรวดเร็วปานพายุ

คงจะกริ้วมากสินะ พระพักตร์บึ้งตึง สายพระเนตรอ่อนหวานยามอยู่ในห้วงสิเน่หามลายหายไปสิ้น มันมีเรื่องอะไรกัน เสียงหวีดร้องจึงดังน่ากลัวขนาดนั้น แล้วเธอผู้นั้นจะตายหรือไม่นะ

แพรวาลุกขึ้นยืนและพยายามที่จะนุ่งผ้าโจงแต่ก็ไม่สำเร็จ เธอจึงใช้ผ้าแพรเพลาะสีชมพูพันร่างไว้ แล้วเดินไปแง้มประตูหนาหนักบานนั้น ทว่าไม่มีใครอยู่บนนี้เลย นอกจากแม่เอิบซึ่งนั่งชะเง้อชะแง้ เธอจึงเอ่ยเรียก ทำให้หญิงชรารีบคลานเข่าเข้ามา

เธอรู้สึกเขินอายหญิงชราเมื่อต้องอยู่ในสภาพผ้าแพรพันกาย ทำให้เธอเอ่ยวิงวอนขึ้น

แม่เอิบ ช่วยแพรแต่งตัวหน่อยสิจ๊ะ แพรแต่งเองไม่ได้จ้ะ”

แม่เอิบรีบจัดการแต่งกายให้เธอใหม่ทันที และนั่นทำให้เธอมีโอกาสถาม

แม่เอิบ ใครเป็นอะไรเหรอจ๊ะ เสียงดังลั่นโวยวายไปหมดเลย

เอ่อ...เห็นพวกบ่าวข้างล่างบอกว่าหม่อมจิตผูกคอตายเจ้าค่ะ

ตายละ แล้วเขาตายหรือเปล่าจ๊ะ โธ่...ทำไมต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้ด้วยล่ะแพรวาเอ่ยด้วยสีหน้าที่แย่ลง

แม่เอิบใช้มือปิดปากนิดหนึ่งอย่างกลัวว่าน้ำหมากจะหก

ไม่ตายดอกเจ้าค่ะคุณหญิง หม่อมจิตทำบ่อยเวลาน้อยใจหม่อมคนโน้นคนนี้ หาว่าฝ่าบาททรงลำเอียง ก็จะทำเป็นฆ่าตัวตายให้บ่าวรับใช้ประจำตัวมาป่าวร้องให้ตกอกตกใจ สารพัดจะทำแล้วเจ้าค่ะ คราวนี้ทั้งนายทั้งบ่าวคงถูกโบยเป็นแน่ เพราะหม่อมกล้าที่จะขัดความสำราญของฝ่าบาทเยี่ยงนี้ คงไม่รอดดอกเจ้าค่ะ

แพรวาหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายแม่เอิบ เพราะหญิงชราพูดราวกับจะรู้ว่าพระองค์ท่านกับเธอกำลังจะหลอมใจรวมกายเข้าด้วยกัน

ก็ทำไมแม่เอิบจะไม่รู้ล่ะ ในเมื่อเราแทบจะไม่มีอะไรพันกายเลยสักชิ้น น่าอายจริงๆ ยังไม่ทันมืดค่ำเลยด้วยซ้ำ

คิดถึงตรงนี้แก้มพานแดงระเรื่อพร้อมกับเมินหลบสายตา จนแม่เอิบลอบยิ้มคนเดียว เพราะรู้ว่าคุณหญิงสาวแสนสวยกำลังเขินอาย

แพรวาแต่งกายแล้วนั่งอยู่ที่ขอบเตียง แม่เอิบเข้ามานั่งราบอยู่ที่พื้นข้างเตียง ใช้มือแตะลงบนหัวเข่าเธอและเอ่ยขึ้น

คุณหญิงเจ้าคะ รีบมีท่านหญิงท่านชายเร็วๆ นะเจ้าคะ จะได้หมดปัญหาทั้งหลายเสียทีเจ้าค่ะ ฝ่าบาททรงเบื่อหม่อมๆ พวกนี้จวนเจียนจะทนไม่ไหวแล้วนะเจ้าคะ แต่ละนางร้ายๆ ทั้งนั้น ถ้าจะวางเฉยเสียบ้างก็คงจะโปรดใครเข้าสักคน แต่ทุกคนไม่มีใครยอมใครเลย ต่างจะเอาชนะคะคานกัน จนรอบตำหนักนี่ร้อนแทบลุกเป็นไฟทุกวัน ทั้งๆ ที่จัดเวลาให้กันแล้วทุกคน แต่ก็กระทบกระทั่งกันตลอดเวลา มีวันนี้แหละเจ้าค่ะ ที่พร้อมใจกันขึ้นมาเข้าเฝ้าฯ ได้ เพราะเหตุนี้แหละเจ้าค่ะ คุณหญิงอย่าได้ลงไปเดินคนเดียวเชียวนะเจ้าคะ หม่อมๆ พวกนี้ร้ายมากเจ้าค่ะ

อย่างนี้แพรก็ยิ่งกว่านักโทษที่ถูกคุมขังน่ะสิจ๊ะ แพรชักคิดถึงบ้านขึ้นมาเสียแล้วสิแม่เอิบ” เธอโอดครวญขึ้น

โถคุณหญิง ฝ่าบาทต้องทรงจัดการทุกอย่างได้จนเรียบร้อยเองละเจ้าค่ะ ไม่ต้องเกรงกลัวใครดอกนะเจ้าคะ รับสั่งในพระองค์ใครจะกล้าขัดล่ะเจ้าคะ เพียงแต่ฝ่าบาทไม่โปรดที่จะใช้ความรุนแรงกับผู้ใด นอกจากจะกริ้วจนถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครจะไปทูลทัดทานได้เจ้าค่ะ

 


 

*เริ่มเรื่องด้วยรักหวานแสนจะโรม้านซ์ แต่นิยายเรื่องนี้ยังมีอะไรอีกมากมายให้ได้สุขและทุกข์ไปด้วยกัน ทั้งในโลกอดีตและเวลาในปัจจุบัน เรียกว่าเป็นนิยายที่มีทั้งสองภพ จากความรักของหนึ่งหญิงสองชาย ที่สาวๆแทบจะเลือกไม่ถูกว่าแพรวาควรจะเลือกใคร รับรองความสนุก ทั้งดรามา โรแมนติก แฟนตาซี ที่นักอ่านจะตื่นเต้นตามลุ้นกันไปถึงบรรทัดสุดท้ายจริงๆค่ะ*

@มาเป็นแฟนพันธ์แท้สำหรับหนังสือ2เล่ม

และอีก2เล่มสำหรับคอมเม้นท์ค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #6 ยุวธิดายอแสงทอง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 13:29
    มีศัตรูไม่ชอบหน้าเยอะขนาดนี้ท่านชายจะคอยช่วยน้องแพรของเราไหวไหมน้าาา
    #6
    1