ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,068 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    32

    Overall
    7,068

ตอนที่ 3 : เพลิงเสน่หา100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    12 ม.ค. 61



ปกตำหนักรักข้ามภพ จะวางแผงเดือนกุมภาพันธ์61นี้ค่ะ



พระองค์ชายวิชิตชล


ตอนที่ 3 เพลิงเสน่หา

 

ในห้องบรรทมที่มีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงลานใบสวย แสงริบหรี่ทำให้เกิดเงาที่ผนังห้อง และบรรยากาศกับเครื่องเรือนโบราณพาให้แพรวารู้สึกกลัวผี ซ้ำยังกลัวคนที่ยืนอยู่กลางห้องมองเธอซึ่งยืนแนบหลังเบียดชิดกับผนังห้อง เขาเอ่ยขึ้นเหมือนจะขันท่าทางตื่นๆ ของเธอ

ตกลงที่เจ้าไปยืนเบียดฝาห้อง เจ้ากำลังจะแทรกกายลงไปในฝาห้องนั้นเพื่อหนีเรารึแพรวา

อืม...เปล่านี่

มานอนได้แล้ว เราง่วงแล้ว ถ้าเจ้าไม่กลัวผี จะยืนให้ผีหลอกตอนที่เราหลับแล้ว ก็ตามใจ แต่อย่ามาเรียกเรา เพราะเราจะไม่ช่วยเจ้าดอกนะ” รับสั่งเย้า

ผีกับคนก็น่ากลัวพอๆ กันน่ะแหละ แถมทั้งห้องก็มีเพียงแค่แสงสลัวเท่านั้น เงาของเขากับเงาของเราวูบวาบอยู่ที่ฝาผนัง ดูน่ากลัวจนขนหัวลุก

ทุกอย่างพานเงียบเชียบไปหมด เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้น ลมพลิ้วพัดแผ่วเข้ามาทางหน้าต่าง เครื่องแขวนแบบพู่กลิ่น ร้อยด้วยดอกมะลิสวยงดงามเป็นพวงชั้นๆ ห้อยอยู่ที่หน้าต่าง ส่งกลิ่นหอมรัญจวนอบอวลไปทั้งห้อง ทุกอย่างช่างงดงามโรแมนติก แต่ก็น่าหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย เพราะรู้ดีว่าไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางหนีเขาพ้น

เขาก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ เงาเขาวูบวาบจนหัวใจเธอเต้นระทึก กระทั่งเขาสาวเท้าเข้ามาใกล้เกือบจะถึงตัว แล้วยื่นมือมาให้เธอจับ แต่แพรวากลับเลื่อนกายไปตามผนัง กระเถิบหนีออกไปอีก

โธ่เอ๊ย...รู้หรอกน่า ว่าไม่มีวันรอด แต่ขอเวลาสักหน่อยไม่ได้เหรอ ให้เวลาทำใจสักวันสองวันก็ยังดี จะคืนนี้เลยเหรอ

เธอนึกพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น

เอ่อ...ฉันรู้สึกปวดหัวมากเลยค่ะ แล้วก็ง่วงมาก จนเหมือนจะยืนหลับได้อยู่แล้ว

ก็แล้วเจ้าจะยืนหลับอยู่ตรงนั้นรึแพรวา เราบอกให้เจ้ามานอนอยู่นี่ไงล่ะ จะให้เราต้องไปอุ้มเจ้ามารึ ก็ได้ ถ้าเจ้าอยากให้เราอุ้ม

เขาเข้ามาประชิดตัวเธอ แต่แพรวากระเถิบหนีห่างออกไปอีกหนึ่งวาทันที

แต่แล้วเสียงตุ๊กแกเจ้ากรรมจากตรงไหนสักแห่งพลันดังขึ้น แพรวากระโจนพรวดเดียวก็ถึงตัวเขาแล้วกอดเขาไว้แนบแน่น กายสั่นระริกอย่างตกใจเต็มที่ เขาส่งเสียงหัวเราะขณะโอบร่างเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะก้มลงช้อนกายเธอไว้ในวงแขน

กลัวมากรึแพรวา เจ้ากลัวตุ๊กแก รึว่ากลัวเรามากกว่ากัน บอกเราทีรึ

แพรวาอยากจะบอกนักว่า ความรู้สึกของเธอในยามนี้คือกลัวทุกอย่างรอบข้าง และกลัวเขาเป็นที่สุด ทว่าเธอไม่ได้พูดมันออกไป ปล่อยให้เขาโอบร่างของเธอไปวางบนเตียงสวยงดงามแล้วดึงแพรเพลาะสีชมพูอ่อนสวยหวานขึ้นมาคลุมร่างให้ ก่อนที่เขาล้มกายลงนอนเคียงข้าง หันตะแคงมองหน้าเธอนิ่งๆ และเอ่ยเบาๆ

เจ้าเป็นนางฟ้ารึไรแพรวา เจ้าจะหยอกเย้าเราแล้วหนีหาย รึว่าเจ้าเพียงแปลงกายลงมาให้เราได้เชยชมเจ้า ให้สมกับที่เรารอคอยมานานแสนนาน

เธอหันมาเอ่ยถามทวนคำ รอคอย?

ใช่...เรารอคอยผู้หญิงในฝันคนหนึ่งมานานแสนนาน เราไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนเป็นใคร รูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร แต่ในฝันของเรานั้นเปี่ยมสุข อบอวลไปด้วยความหวานของหัวใจสองดวง เราเหมือนรอคอย และเมื่อพบเจ้าในเวลานั้น เราถึงได้รู้ว่าเจ้านั่นเองคือนางในฝันคนนั้น แพรวาหลับเสียนะ เจ้าออกฤทธิ์เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รุ่งทิวาวารเราค่อยว่ากันใหม่

เขาเอ่ยคำหวานประโลมใจ ให้ความอบอุ่นด้วยอ้อมอกกว้างหมายให้เธอซุกกายแนบชิด ฝ่ามือแข็งแรงนุ่มๆ จับมือเธอไว้ดังจะให้ความมั่นใจ ความหวาดกลัวในตัวเขาจึงค่อยๆ คลายลงไปพร้อมกับที่แพรวาค่อยๆ เข้าสู่ห้วงนิทราในโลกใบใหม่ของเธอ

 

ความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้นในกองถ่ายละคร เมื่อนางเอกสุดฮอตหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่มีใครล่วงรู้ รถสปอร์ตคันหรูยังจอดนิ่งสงบอยู่ที่เดิม แทมมี่ผู้จัดการส่วนตัวปากคอสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อผู้จัดการกองถ่ายและผู้กำกับโทร.แจ้งตำรวจท้องที่ให้มาช่วยกันค้นหา โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลถือกุญแจมาเปิดห้องให้ทุกห้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหา พร้อมบอกว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่ดาราสาวจะเข้าไปอยู่ในห้องใดห้องหนึ่ง และเมื่อสุนัขตำรวจเข้าไปดมกลิ่นก็หยุดอยู่ที่ตู้ใบหนึ่ง พอเจ้าหน้าที่เปิดตู้ให้ตำรวจดูก็ไม่พบอะไรในนั้น ทว่านกแกะสลักในซุ้มไม้ตรงบานประตูกลับหักตกลงมา พนักงานรีบเก็บนกตัวนั้นไว้เพื่อแจ้งให้กรมศิลปากรเข้ามาซ่อมแซม

ตำรวจเริ่มสอบสวนทุกคนที่เห็นแพรวา และได้รับคำตอบตรงกันว่าครั้งสุดท้ายเห็นเธอเดินขึ้นไปบนชั้นสองของพระราชวัง แล้วก็ไม่เห็นเธอลงมาอีกเลย จนมารู้ว่าเธอหายตัวไปตอนที่พระเอกมาถึงและผู้จัดการส่วนตัวตื่นขึ้นมาออกตามหาเธอ

คุณแทมมี่ ในฐานะที่คุณสนิทกับคุณแพรวามาก คุณพอจะรู้ไหมครับว่าช่วงนี้คุณแพรวามีเรื่องคับข้องใจอะไรบ้างไหม จนทำให้เธอหนีไป”

โอ๊ย! คุณตำรวจขา คิดง่ายๆ นะคะ ว่ายายแพรจะหนีไปได้ยังไง รถก็ยังอยู่แล้วจะเดินออกไปเหรอคะ ที่นี่กับปากทางไกลตั้งหลายกิโลนะคะ แล้วถ้าเดินออกไปทั้งชุดโจงกระเบนแบบนั้นก็คงบ้าแล้วละค่ะ ไหนจะเสื้อผ้า โทรศัพท์ กระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ ก็ยังอยู่ครบ”

ตำรวจมีสีหน้าหนักใจ เพราะทุกอย่างของแพรวายังอยู่ครบจริงๆ

อืม...หรือว่าคุณแพรวาอาจจะมีแฟนหรือเพื่อนชายมารับออกไปข้างนอก แบบไปกินข้าวอะไรกันแบบนั้นน่ะครับ”

แทมมี่รีบเอ่ยบอก ยายแพรไม่มีแฟนที่นี่ค่ะ แฟนของยายแพรอยู่ที่อังกฤษ เป็นนักโบราณคดี ที่เมืองไทยนี่ไม่มีใครเลยนะคะ มีเพียงแต่ข่าวว่าคนนั้นคนนี้มาชอบ แต่แทมมี่ขอยืนยัน นอนยันเลยด้วยค่ะ ว่ายายแพรไม่เคยออกเดตกับใคร

แล้วครอบครัวของคุณแพรวาล่ะครับ

ยายแพรกลับมาจากอังกฤษหลังเรียนจบ คือคุณพ่อของยายแพรแต่งงานใหม่แล้วย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่อเมริกา แต่ยายแพรเกิดทะเลาะกับคุณพ่อ พอเรียนจบปริญญาตรีก็เลยกลับมาเมืองไทย สบจังหวะมีคนชวนมาเล่นละครก็เลยไม่ได้ทำงานอื่น ส่วนคุณแม่ก็เสียไปตั้งนานแล้วค่ะ ตั้งแต่ยายแพรอายุสิบห้าน่ะค่ะ และตอนนี้ยายแพรก็ซื้อบ้านอยู่คนเดียว บางทีก็มีแทมมี่นี่แหละค่ะ ที่ไปค้างด้วย เพราะมีงานดึกๆ ก็เลยขี้เกียจกลับบ้าน

เพราะเหตุนี้หนังสือพิมพ์ฉบับวันรุ่งขึ้นจึงนำเสนอข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับของนางเอกสาวขึ้นหน้าหนึ่งกันอย่างครึกโครม ขณะที่การสอบสวนของตำรวจยังคงมุ่งเน้นไปที่การค้นหาสาเหตุการหายตัวไป ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงอาถรรพ์ของวังโบราณกับการหายตัวไปของเธอ ถึงอย่างนั้นตำรวจกลับพุ่งประเด็นไปที่การถูกลักพาตัว เพราะแพรวามีประวัติเคยไปลงบันทึกประจำวันว่ามีบุคคลลึกลับโทร.มาขอพบและขอความรักอยู่บ่อยๆ แต่จากการตรวจค้นบ้าน กลับไม่พบอะไรที่พอจะเป็นหลักฐานเชื่อมโยงถึงคดีนี้ได้เลย

 

เช้าวันใหม่กับโลกใบใหม่ที่เธอเห็นทุกอย่างอย่างเต็มตา นมเอิบ แม่เจียม และแม่อิ่ม มาพาเธอไปอาบน้ำแต่งกาย จนเธองดงามอยู่ในเครื่องแต่งกายของหญิงสูงศักดิ์ ก่อนที่แพรวาจะเอ่ยถามนมเอิบ

แม่เอิบจ๊ะ บอกแพรหน่อยได้ไหมจ๊ะ ว่าเขาเป็นใครแล้วสูงศักดิ์ขนาดไหน แพรอยากรู้จ้ะ”

คุณหญิง...ไม่ทราบจริงๆ หรือเจ้าคะนมเอิบเปลี่ยนคำเรียกขานพร้อมเอ่ยถามสีหน้ากังขา

ก็ไม่ทราบน่ะสิจ๊ะ

เสด็จแม่ของพระองค์ชายชลมีสกุลยศเป็นเจ้าฟ้า ส่วนเสด็จพ่อสิ้นพระชนม์ตั้งแต่พระองค์ชายชลยังทรงพระเยาว์ พระองค์จึงเป็นโอรสองค์เดียวในพระองค์หญิง และเป็นพระหลานหลวง พระนามของพระองค์คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิชิตชล เจ้าค่ะ ความจริงแล้วพระตำหนักที่นี่เป็นที่พำนักทรงสำราญเท่านั้น แต่เพราะไม่โปรดความวุ่นวายในวัง รวมถึงไม่โปรดระเบียบแบบแผน จึงโปรดที่นี่ และจะเสด็จไปทรงงานในพระนครบ้างแต่ไม่ทุกวัน คุณหญิงต้องใช้คำราชาศัพท์พูดกับพระองค์ถึงจะถูกต้องนะเจ้าคะนมเอิบเอ่ยเล่า

แพรไม่อยากอยู่ที่นี่ แพรอยากกลับบ้าน

นมเอิบมองหน้าเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจ

ทำไมคุณหญิงกล่าวเยี่ยงนี้ล่ะเจ้าคะ คุณหญิงทราบไหมเจ้าคะ มีหญิงสาวมากมายทั้งคนธรรมดาและสูงศักดิ์ที่ต้องการมาเป็นผู้หญิงของพระองค์ และถ้าได้สมรสกับพระองค์ จากสถานะนางห้ามก็จะถูกเลื่อนขึ้นไปอีกนะเจ้าคะ”

แพรวารู้ว่าถึงเธอจะเอ่ยอะไรออกไป หญิงชราผู้นี้ก็คงไม่เข้าใจ เขาสูงศักดิ์จริงๆ อย่างที่เธอคิด ขนาดของใช้ส่วนพระองค์ยังบ่งบอกถึงอิสริยยศได้เป็นอย่างดี ผิดกับเธอที่เป็นเพียงหญิงธรรมดาสามัญ แม้ว่าเธอจะดูเหมือนนกน้อยในกรงทอง แต่มันผิดที่ผิดเวลา ที่สำคัญเธอกำลังมีความสุขอยู่ในโลกของเธอ กับอาชีพนักแสดงและความโด่งดังที่เป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดให้ผู้คนล้วนอยากเข้ามาชิดใกล้ทำความรู้จักกับเธอ อีกทั้งมันยังทำให้เธอสามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งใคร มีทั้งชื่อเสียงและเงินทองแบบนี้ พาให้เธอมีความสุขอย่างเหลือเกิน

แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้เธอมาอยู่ที่นี่ ปีพ.ศ.อะไรก็ยังไม่รู้ ไม่มีใครที่รู้จักเลยสักคน ซ้ำคนที่ห้อมล้อมรอบกายเธอล้วนไม่เข้าใจเธอ และเมื่อเธอเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ ทุกสายตาต่างมองมาราวกับเธอเป็นมนุษย์ต่างดาวก็ไม่ปาน ทำเอาเธอได้แต่นั่งเงียบ เหม่อลอย พลางถอนหายใจน้อยๆ แม่เอิบเห็นเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้น

คุณหญิงเจ้าคะ อิฉันไม่ทราบว่าคุณหญิงมาจากไหน และมาที่นี่ได้เยี่ยงไร แต่ไม่ว่าจะเป็นผี เป็นนางพราย หรือเป็นนางฟ้า คุณหญิงก็ยังงดงาม จนนังอิ่มกับนังเจียมยังคิดเหมือนอิฉันเลยว่าคุณหญิงเป็นนางฟ้าจำแลงแปลงกายลงมา อิฉันยังไม่เคยเห็นใครงามเท่านี้มาก่อนเลยนะเจ้าคะ ผิวของคุณหญิงขาวสวยเนียนละเอียด นิ้วมือเรียวยาวราวลำเทียน ใบหน้างดงามไร้ไฝฝ้าเหมือนรูปนางในสวรรค์ที่เขาวาดเลยนะเจ้าคะ อย่างที่โบราณว่าเป็นลักษณะของหญิงที่มีวาสนาน่ะเจ้าค่ะแม่เอิบจับมือเธอมาดู ลูบไล้ผิวที่แขนอย่างพิจารณา

แพรต้องทำยังไงกับพระองค์ชายของแม่เอิบล่ะ แพรทำตัวไม่ถูกหรอกนะแพรวาเอ่ยบ่น

ฝ่าบาทรับสั่งว่าจะให้อิฉันสอนให้เจ้าค่ะ อย่าดื้อกับพระองค์เลยนะเจ้าคะ แล้วก็อย่าลงไปเดินเล่นตามลำพัง เดี๋ยวพวกหม่อมที่เรือนเล็กๆ จะรุมเอานะเจ้าคะ”

ทำไมต้องมารุมล่ะ แพรไม่ได้อยากเป็นแบบนี้สักหน่อย

“เพราะความอิจฉาอย่างไรล่ะเจ้าคะ เชื่ออิฉันนะเจ้าคะ ส่วนตอนนี้คุณหญิงงามพร้อมแล้ว เราไปกันเถอะเจ้าค่ะ หากทรงรอนาน อาจจะกริ้วเอาได้นะเจ้าคะ”

กริ้วก็กริ้วไปสิ ทำไมต้องจับแพรมาแต่งตัวเป็นตุ๊กตาชาววังแบบนี้ด้วยล่ะ แพรอึดอัด แพรไม่อยากเป็นอะไรแบบนี้เลยนะแม่เอิบเธอเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกขัดใจนัก เมื่อต้องสวมโจงกระเบนลายเล็กๆ สีเขียวตองอ่อน ห่มผ้าแถบสีม่วงรัดรึง สไบจีบสีม่วงเข้มพลิ้วไหว

แม่เอิบเดินจูงมือเธอราวกับจูงมือเด็กๆ ที่กำลังงอแง และเมื่อเดินผ่านพวกบ่าวที่กำลังร้อยดอกไม้ตรงมุมหนึ่ง ต่างก็หมอบลงแล้วลอบมองมายังเธอพลางเอ่ยซุบซิบกันเบาๆ

งามเหมือนนางฟ้านางสวรรค์

เสียงนั้นดังแผ่วเข้าในโสตประสาท

พระองค์ชายประทับรออยู่ที่ตั่งนอกชานห้อง ทอดสายพระเนตรมองมาที่เธอ ก่อนจะทรงรีบลุกขึ้นแล้วดำเนินเข้ามาหาพร้อมกับทรงโอบเอวเธอไว้ทันที สายพระเนตรที่ทอดมองมาฉายประกายชื่นชมอย่างเปิดเผย

เจ้างามเหลือเกินแพรวา แต่ท่าทางเจ้าจะดื้อแต่เช้าเชียวรับสั่งชมและตำหนิด้วยรอยแย้มสรวล แพรวามองการแต่งกายของพระองค์ชายและคิดในใจ

เขามีหน้าตาสดใส อยู่ในผ้าโจงกระเบนสีน้ำเงิน เสื้อผ้าป่านคอกลมขาวสะอาด เขาหล่อมากเหลือเกิน เป็นผู้ชายโบราณที่หล่อที่สุดในสยามเลยมั้ง

เธอคิดแล้วนึกขำในใจ

ตกลงเราจะมาเป็นนางในของพระองค์ชายในอดีตสินะ มันบุญหล่นทับหรือกรรมนำพากันแน่

ทรงพาเธอเข้าไปในห้อง ก่อนจะปิดพระทวาร แล้วทรงพาเดินไปนั่งลงที่ข้างแท่นบรรทม หยิบสายสังวาลออกมาสวมทับผ้าสไบ ถอดสร้อยพระศอทองคำกับพระเลี่ยมทองจากพระศอมาคล้องสวมให้

บัดนี้เจ้าเป็นนางในของเราแล้วนะแพรวา

ฉันไม่ได้อยากเป็น

เราเข้าใจนะแพรวา เราจะกราบทูลเสด็จแม่ ขอประทานอนุญาตให้เราแต่งงานกับเจ้า แล้วเจ้าจะได้เลื่อนฐานันดร”

จะไม่ถามกันสักคำเลยเหรอคะ ว่าฉันอยากแต่งงานกับคุณหรือเปล่า ดูท่าตอนนี้ฉันคงต้องพูดกับคุณให้รู้เรื่อง ได้โปรดฟังฉันสักนิด แล้วก็คิดตามที่ฉันพูดด้วยนะคะ” เธอเงยมองหน้าเขาพร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าอ้อนวอน

พระองค์ชายประทับนิ่ง ทอดสายพระเนตรมองเธอ พยักพระพักตร์ให้น้อยๆ ก่อนจะรับสั่ง

จ้ะ...เราจะฟัง เจ้าจงพูดไป

แพรวาตัดสินใจที่จะบอกเขาในทุกสิ่งที่เธอเป็น

ฟังนะคะ ฉัน...ไม่ได้เป็นคนในยุคนี้ แต่ฉันมาจากปีพ.ศ.2552 ฉันบังเอิญหลุดเข้ามาในมิติเวลาแล้วย้อนกลับมาในอดีต ฉันจะต้องกลับไปในที่ที่ฉันจากมา ฉันอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้ และในระหว่างที่ฉันกำลังหาทางเพื่อจะกลับไป ฉันไม่ต้องการให้เกิดสิ่งผูกพันกับที่นี่ เพราะการที่เราแต่งงานกันหรือมีความสัมพันธ์ทางกายต่อกัน มันจะทำให้ฉันลำบากใจเมื่อถึงเวลาที่จะต้องกลับไป คุณเข้าใจไหมคะ

พระองค์ชายทอดสายพระเนตรมองหน้าเธอนิ่งๆ ถอนพระปัสสาสะน้อยๆ ก่อนจะรับสั่ง

แพรวา...เมื่อคืนนี้เรามิได้หลับเลยสักงีบ เพราะเรารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนธรรมดา เรานึกว่าเจ้าเป็นนางฟ้าแปลงกายลงมาล้อเล่นกับเรา เรารู้ว่าไม่มีทาสในเรือนผู้ใดจะงดงามเยี่ยงนี้ หรือถ้ามีก็คงไม่มีใครปล่อยเจ้ามา แต่ที่เจ้าบอกว่าเจ้ามาจากอนาคตของเรา เราก็พยายามจะเข้าใจ แต่เรารักเจ้าเสียแล้วแพรวา อยู่กับเราที่นี่เถอะนะ เราไม่รู้ว่าเจ้าจะกลับไปในเวลาของเจ้าได้ด้วยวิธีใด หรือว่าเจ้ารู้

แพรวาส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ

ฉันไม่รู้วิธีกลับไป แต่ฉันมั่นใจว่าสักวันหนึ่งมิติเวลาจะนำฉันให้กลับไปในโลกของฉันอีกครั้ง และถ้าเรามีความผูกพันกัน เราจะเป็นทุกข์อย่างแสนสาหัสเมื่อต้องจากกัน

เจ้าอย่าพูดอย่างนั้นนะแพรวา ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด เราจะไม่ยอมให้เจ้าจากไปเป็นอันขาด

รับสั่งแล้วทรงดึงตัวเธอเข้าไปกอดไว้แน่น ดังเกรงว่าเธอจะจากไปในยามนี้

แพรวา ไม่มีวันที่เราจะจากกันดอก อย่าคิดมากเลยนะ เชื่อเราสิ...หัวใจเราจะเชื่อมโยงเวลาของเราให้มีแค่เพียงปัจจุบัน ไม่มีอดีตสำหรับเจ้า ไม่มีอนาคตสำหรับเรา มีเพียงขณะนี้เท่านั้น

รับสั่งแล้วทรงประคองใบหน้าเธอขึ้นพร้อมกับก้มลงประทับโอษฐ์นุ่มๆ จุมพิตริมฝีปากบางอย่างดื่มด่ำ พระหัตถ์เลื่อนไปประคองหลังให้เธอแนบกายเข้ามาหา จุมพิตแสนหวานพาให้อารมณ์ของแพรวาเตลิดเพริศ จนหลงลืมตัวไปกับจูบนั้น ทรงค่อยๆ ประคองให้เธอเอนลงบนแท่นบรรทมและเอนองค์บรรทมเคียงข้าง ทรงโอบประคองเธอไว้ในอ้อมพระกร สายพระเนตรทอดมองอย่างสนิทเสน่หา วินาทีนั้นแพรวารับรู้ได้ทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

อย่าค่ะ อย่าเพิ่งนะคะ ขอเวลาฉันก่อนเธอดันอกเขาออก ก่อนจะรีบลุกพรวดหนีไปยืนห่าง

พระวรกายสูงสง่าดำเนินมาที่เธอ และทรงเข้าตระกองกอดร่างบาง แล้วรับสั่งเบาๆ

ไม่ก็ไม่ แต่เรากำลังจะทนไม่ได้แล้วนะแพรวา

ไปที่เรือนเล็กสิคะ

อย่าพูดเยี่ยงนี้อีกนะแพรวา ต่อจากนี้ไปเราจะมีเจ้าเพียงคนเดียว และวันนี้เจ้าจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวตนใหม่ เจ้าจะพูดเยี่ยงนี้กับเราไม่ได้อีก เพราะถ้าใครได้ยินจะไม่เหมาะไม่ควร แล้วถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงพระเนตรพระกรรณของเสด็จแม่ เราจะโดนกริ้วที่ไม่สอนเจ้า”

เพคะ...หม่อมฉันจะพูดใหม่ พอพระทัยไหมเพคะ

ทรงรวบตัวเธอเข้ามาในอ้อมพระอุระ

เรารู้ว่าเจ้าฉลาดล้ำนัก เจ้านกน้อยแพรวา ผู้ที่ประทับในหัวใจเรา”

รับสั่งกับผู้หญิงทุกคนอย่างนี้เหรอเพคะ

เจ้าเป็นอิสตรีคนแรกในหัวใจของเรานะแพรวา

หม่อมฉันจะเชื่อเพคะแพรวาเอ่ยประชดและชำเลืองค้อนให้น้อยๆ

พระองค์ชายวิชิตชลยังไม่ทรงยอมปล่อยเธอ ยังทรงโอบประคองคลอเคลีย ทรงพรมจูบไปทั่วใบหน้าแพรวา ทั้งปาก แก้ม คิ้วคาง อย่างสนิทเสน่หา แพรวาเริ่มหวั่นไหวในหัวใจอย่างมากมาย เธอไม่เคยมีเซ็กส์กับใคร และไม่เคยถึงขั้นยอมให้ใครล่วงล้ำ ถึงเธอจะมีแฟนแต่ก็ไม่เคยปล่อยตัวให้กับเขาเลยสักครั้ง การที่พระองค์ชายทรงเล้าโลมด้วยอารมณ์สนิทเสน่หาจึงทำให้เลือดสาวของเธอร้อนเร่าฉีดแรง ซ้ำยังทำให้เธอรู้ว่าพระองค์ทรงเชี่ยวชาญบทรักเพียงไร

แพรวา เราเจียนจะขาดใจ ด้วยเสน่หาเจ้าอย่างเหลือเกินรับสั่งรำพันด้วยพระสุรเสียงกระเส่า

แต่หญิงสาวบอกกับตัวเองว่าอย่าให้มันเกิดขึ้นเร็วไปนัก ขอเวลาทำใจกับนาทีนั้นสักวันสองวัน ขอให้หัวใจเธอยอมรับเขาได้อย่างเต็มหัวใจเสียก่อน ซึ่งเธอรู้ว่าทรงพยายามอย่างที่สุดที่จะพระทัยเย็นทนรอ เพราะฐานันดรอันสูงส่งของพระองค์ทำให้ไม่เคยทรงอดทนรออะไร ทว่าสายพระเนตร พระวรกาย ไหนจะพระสุรเสียง ล้วนถูกแผดเผาด้วยเพลิงเสน่หาจนเธอรับรู้ได้

 

*แพรวาจะทำยังไงกับโลกใบใหม่ของเธอ และที่สุดเธอจะต้องตกเป็นนางห้ามหรือไม่ มาติดตามกันค่ะ นิยายเรื่องนี้มีครบรส ทั้งดรามา โรแมนติก คอมาดี้ แฟนตาซี @,มาเป็นแฟนพันธ์แท้ และคอมเม้นท์มาให้กำลังใจ มีรางวัลเป็นหนังสือ4เล่มนะคะ*

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #5 ยุวธิดายอแสงทอง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 00:26
    แพรวามีเรื่องให้ต้องตื่นเต้นตลอด
    #5
    0