ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,985 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14

    Overall
    6,985

ตอนที่ 26 : หวายพบกับปีร์100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    14 มิ.ย. 61





ชายชล

แพรวา


ปีร์


26
หวายพบกับปีร์

       ภาพของแพรวาและพระองค์ชายแพร่ไปอย่างกว้างขวางทุกสื่อ นักข่าว
       พยายามค้นหาประวัติของชายหนุ่มว่าเป็นใครมาจากไหน พร้อมทั้งเอ่ยชมหน้าตาบุคลิกลักษณะด้วยหลากหลายทัศนะ
       ‘คู่ควงคนใหม่ของนางเอกสาวแพรวา มาดขรึม หล่อแบบนี้นี่เอง ถึงได้กระชากใจซุปตาร์สาว’
        บางฉบับลงใต้ภาพว่า ‘หนุ่มมาดผู้ดีแอบมาซุ่มเฝ้าดาราสาวแพรวาถึงสตูดิโอขณะถ่ายโฆษณาชิ้นหนึ่ง ท่าทางหวานแหวว ห่วงใยกันจนน่าอิจฉา’
       ‘หนุ่มมาดเซอร์เดินทางไปต่างประเทศ นักข่าวตาไวได้ภาพหนุ่มมาดขรึมที่ตามไปเฝ้าที่สตูดิโอ คนที่เคยมีภาพจูจุ๊บกับน้องแพรวาที่ริมทะเล แล้วจะยังปฏิเสธอีกไหมนะ...ว่าภาพวันนั้นเป็นคนหน้าเหมือน’
       กระทู้ตามเว็บแฟนคลับของแพรวามีทั้งปกป้องทั้งเชียร์หนุ่มมาดขรึม
       แต่บางคนก็ยังเชียร์หนุ่มมาดเท่ ขณะที่คนที่ตกอยู่ในหัวข้อสนทนาอย่างแพรวากลับเก็บตัวเงียบอยู่ที่บ้านเรือนไทยริมน้ำ ปล่อยให้นักข่าวตามหาตัวกันให้ควั่กด้วยอยากรู้ว่าเขาคนนั้นคือใคร ชื่อเรียงเสียงไร ไม่ต่างจากกระทู้ต่างๆ แทมมี่จึงถูกนักข่าวตามจิกในฐานะที่เป็นผู้จัดการส่วนตัว และให้ข่าวว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเพียงเพื่อนกับแพรวา รู้จักกันตั้งแต่อยู่ต่างประเทศ เพิ่งเดินทางมาเมืองไทย
ไม่ได้เป็นมือที่สามอย่างที่เป็นข่าว ผู้จัดการส่วนตัวของนางเอกสาวแทบจะต้องปิดมือถือหนี ด้วยสายโทรศัพท์แทบไหม้ เนื่องจากนักข่าวโทร.หาไม่เว้นว่าง
        หวายและเตยใช้ผ้าคลุมรถยนต์ให้แพรวาจนมิดชิด กันข้อผิดพลาดว่าจะมีใครจำรถของแพรวาได้ ทั้งๆ ที่บ้านของพ่อครูสุ่นอยู่สุดซอยและติดแม่น้ำ
        ข่าวการหายตัวไปเมื่อครั้งก่อนของแพรวาถูกรื้อฟื้นขึ้น โดยเชื่อมโยงว่าเธอไปอยู่กับชายหนุ่มนิรนามผู้นี้ หวายและเตยนำข่าวนี้มาเล่าให้คนทั้งคู่ฟัง
        “พี่ชายชลคะ ใครๆ ก็อยากรู้ว่าพี่ชายชลเป็นใครกันทั้งเมืองเลยค่ะเขาชมว่าพี่ชายชลหล่อ มาดแบบผู้ดีอังกฤษ หวายน่ะปลื้ม อยากบอกใครต่อใครจังเลยว่าเป็นพี่ชายหวายเองแหละค่ะ” หวายเอ่ยเล่า ยกมือยกไม้ประกอบพร้อมกับรอยยิ้มน่ารักของเธอ
       แพรวายิ้มกร่อยๆ ออกมาเมื่อเตยเอ่ยถ้อยคำบางอย่างด้วยความลืมตัว
       “เขาเปรียบเทียบกับคุณปีร์ด้วยนะครับ ว่าคุณปีร์หล่อแบบลูกครึ่งมาดเท่ แต่พี่ชายชลหล่อแบบมาดผู้ดี แหม...เตยก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”
       หวายหันไปถลึงตาปรามน้องชาย ซึ่งเพิ่งจะรู้ตัว จึงรีบขอตัวไปทำการบ้าน ขณะที่หวายขอตัวไปทำอาหารเย็น
       พระองค์ชายรับสั่งถามแพรวาเมื่อน้องๆ เลี่ยงไปกันหมดแล้ว
       “แพรจะทำยังไงต่อไปล่ะ บอกพี่สิ"
       “แพรคงไม่ทำอะไรหรอกค่ะ ขืนออกไปพูดอะไรก็ยิ่งถามไล่เลียงเจาะลึกกันไปใหญ่ แพรว่าอยู่เงียบๆ สักพักหนึ่งดีกว่า เดี๋ยวเราก็จะกลับไปแล้วนี่คะอีกไม่กี่วันเอง”
       “แพรพูดเหมือนว่าเราจะไปแค่ใกล้ๆ นี้เท่านั้น การไปครั้งนี้เราอาจจะกลับมาไม่ได้อีกแล้วนะแพร พ่อครูสิมบอกพี่ว่าเราจะไปหรือกลับได้ไม่เกินสามครั้งเท่านั้น ถ้าเราฝืนเราจะต้องตายนะแพร”
       “เราก็จะไม่กลับมาอีกแล้ว จะไปๆ มาๆ ทำไมล่ะคะ เราต้องเลือกทางไหนสักทาง จะได้ไม่ต้องพะวักพะวนอะไรอีก”
       “แพรต้องการจะหนีเขางั้นหรือจ๊ะ”

       “มันก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งนะคะ แต่แพรอยากตัดปัญหาทุกอย่างลงให้หมดแล้วก็อยู่แต่ในโลกของเรา พี่จะได้ทำงานไม่ต้องมาตามกันไปตามกันมาอย่างนี้ หรือว่าพี่จะอยู่ที่นี่ล่ะคะ”
       พระองค์ชายถอนพระปัสสาสะและทรงนิ่งเงียบไปทันที แพรวาเริ่มหวาดหวั่นกับอาการเงียบแบบนี้อีกครั้ง จนเธอเริ่มที่จะหงุดหงิด อีกทั้งน้อยใจนัก
       “พี่ชายชลคะ แพรไม่รู้ว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่ แต่แพรเปิดใจบอกพี่ไปหมดแล้วทุกอย่าง แพรอาจจะไม่เหมาะสมกับตำแหน่งสะใภ้เจ้าแล้วก็ได้เพราะแพรเป็นเพียงผู้หญิงที่เต้นกินรำกินอย่างที่โบราณเขาว่า ถ้าแพรทำให้พี่หนักใจนักที่จะพาแพรกลับไปด้วย แพรก็จะไม่รบกวนพี่หรือเซ้าซี้พี่อีก”
         ร่างบางของแพรวาเอ่ยพร้อมกับพยายามบังคับริมฝีปากตนเองไม่ให้สั่นและลุกพรวดพราดเดินแกมวิ่งออกมา แต่ยังไม่ทันจะพ้นประตู พระองค์ชายก็ทรงปราดเข้ามารวบตัวเธอไว้
        “แพร พี่ไม่เคยคิดเลยนะว่าแพรจะเป็นผู้หญิงไม่ดี ท???‘ำไมแพรถึงคิดมากขนาดนั้นล่ะ พี่เพียงแต่คิดอะไรเงียบๆ พี่คิดหลายอย่างน่ะแพร”
        “แพรเป็นคนที่ต้องละทิ้งทุกอย่าง เหมือนกับหนีตามผู้ชายไปสักคนแพรยังไม่คิดอะไรมาก แต่ผู้ชายกลับคิดมากคิดหนัก แพรไม่เข้าใจค่ะ แพรรักพี่มากเกินไป รักจนหน้ามืดตามัวใช่ไหมคะ ทั้งที่พี่ไม่เคยเห็นคุณค่าความรักของแพรเลยสักนิด แพรบ้าไปเองใช่ไหมคะ” แพรวาพูดพลางสะอื้นพลาง
        ทรงเขย่าร่างบางน้อยๆ ดังจะเรียกสติของแพรวาที่เหมือนก???‘ำลังจะเสียใจอย่างหนัก จนร้องไห้ไม่หยุด
       “แพรฟังพี่ก่อนสิ พี่รักแพรมากนะ มากจนไม่อยากเห็นแพรไปทนทุกข์กับพี่ แต่ถ้าแพรพร้อม เราก็จะไปด้วยกัน อย่าร้องไห้นะจ๊ะ พี่ไม่อยากเห็นแพรร้องไห้ พี่ขอโทษ”
       แพรวาโผเข้ากอดท่านไว้แน่นพลางสะอื้นร???‘ำพัน “ได้โปรด...อย่าทิ้งแพรไปได้โปรด”
       “พี่จะไม่ทิ้งแพรไปจ้ะ เราจะไปด้วยกันพี่สัญญา” รับสั่งพร้อมทั้งลูบหลังเธอเบาๆ
 
       ปีร์บินกลับมาเงียบๆ แล้วไปหาแพรวาที่บ้าน แต่กลับพบว่าบ้านปิดเงียบมิหนำซ้ำแพรวายังไม่รับโทรศัพท์ เขาจึงส่งข้อความให้เธอโทร.กลับ ทว่าเธอก็ไม่ยอมโทร.กลับ เขารู้ว่าแพรวาคงหนีนักข่าวเรื่องผู้ชายคนนั้น ด้านแทมมี่ก็ปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นจริงๆ ว่าแพรวาไปอยู่ที่ไหน ชายหนุ่มกลับมานอนที่คอนโดฯ คิดถึงความสัมพันธ์ของเขากับแพรวาที่รู้จักกันตั้งแต่เธอเรียนมหาวิทยาลัย โดยเขาพบเธอในงานปาร์ตี้ และเมื่อเธอรู้ว่าเขาเป็นคนไทยต่างคนต่างก็สนใจกัน ก่อนจะเริ่มคบหากันจนสนิทสนม กระทั่งเวลาผ่านไปต่างก็สารภาพรักกัน
       แพรวาพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่เผลอใจไปกับเขา ทั้งๆ ที่ความใกล้ชิดแทบจะพังทลายกำแพงลงหลายครั้ง แต่ด้วยความใจแข็งของแพรวาจึงผ่านมันไปได้ เขาต่างหากที่ไม่เคยทำใจได้เลยสักครั้ง เขาจึงเชื่อใจเธอมาตลอดว่าเธอจะไม่มีวันมีใครหรือเป็นของใครง่ายๆ ทำให้เขาทำงานอย่างสบายใจไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกใบนี้ เขาไม่เคยแคร์พระเอกคนไหนที่ตกเป็นข่าวกับเธอจะมีถามเธอบ้างถ้าข่าวเริ่มแรงขึ้น ทว่าแพรวาก็จะหัวเราะแล้วบอกว่ามันเป็นเพียงข่าวโปรโมตละครเท่านั้น ซึ่งเขาก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้นอย่างที่เธอบอก แต่เขาก็
มีซิกซ์เซนส์ว่าแพรวาไม่มีอะไรในใจกับใคร แม้จะมีภาพเต้นรำกัน กินข้าวกันในงานเลี้ยงฉลองปิดกล้อง หรืองานวันเกิดของเพื่อนดาราด้วยกัน
       แต่ความรู้สึกของเขาในขณะนี้มีความมั่นใจว่าแพรวากำลังอินเลิฟกับผู้ชายคนนี้ เขาเป็นใครกันนะ ขนาดนักข่าวก็ยังไม่สามารถหาข้อมูลของผู้ชายคนนี้ได้ แทมมี่ก็บอกแต่ว่าเขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของแพรวาในขณะที่เรียนอยู่ในต่างประเทศ แต่ทำไมเขาไม่เคยรู้เลยล่ะ
       แพรวา ผู้หญิงคนที่เขาเคยมั่นใจในตัวเธอมาตลอด แต่สุดท้ายกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน ทั้งๆ ที่เขาไม่มีความผิดอะไร ตอนนี้กำลังคิดหรือทำอะไรอยู่ ข้อมูลที่เขาอุตส่าห์ไปค้นหามาจากอังกฤษ เกี่ยวกับพระองค์ชายพระองค์นั้น กลับไม่สามารถทำให้เขาปะติดปะต่อเรื่องให้โยงกันได้เลย ซ้ำหลักฐานใหม่ที่เขาค้นพบยิ่งยืนยันว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พระองค์ชายพระองค์นั้น ซึ่งเขาคิดว่าอาจจะติดตามข้ามเวลามาหาเธอ ด้วยมันไม่มีในบันทึกว่าทรงหายตัวไป มีแต่เพียงเขียนไว้ว่าไม่ทรงรับราชการ แต่กลับทรงดำเนินธุรกิจการค้ากับต่างประเทศ
        แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน ฝรั่งคนที่เขียนบันทึกเขียนไว้ชัดเจนมากถึงกิจการที่ทำให้ทรงร่ำรวย แต่ไม่มีบันทึกถึงแพรวาเลย ทำให้เขาเชื่อว่าเป็นช่วงที่แพรวากลับมาในภพนี้แล้ว หรือว่าบันทึกฉบับนั้นข้ามขั้นตอนอะไรไปและบันทึกเฉพาะเหตุการณ์เท่าที่เห็นเท่านั้น หรืออาจจะเป็นเพราะผู้คนในสมัยนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้หญิงมากนัก
       ปีร์คิดอย่างสับสนวุ่นวายใจ อีกทั้งเป็นห่วงแพรวา ความรักก่อเกิดทุกข์จนหัวใจเขาร้อนรุ่ม อย่างที่ในชีวิตไม่เคยคิดว่าจะทุกข์เพราะรักได้ถึงเพียงนี้อีกทั้งงานของตนเองก็กำลังโถมประดังเข้ามามากมาย
      
       หวายไปมหาวิทยาลัย ขณะกำลังรอรถเมล์อยู่ตรงหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อจะเดินทางกลับบ้าน จู่ๆ เสียงแตรรถก็ดังขึ้นข้างๆ เธอ จนเธอนึกโมโห แต่แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อคนขับเปิดกระจกลงและร้องทัก
       “คุณหวาย...คุณหวาย ขึ้นรถเถอะครับ เร็วครับ”
        หวายเห็นหน้าคนขับ จึงยิ้มกว้างให้ รีบวิ่งอ้อมมาขึ้นรถ และร้องทัก
       “สวัสดีค่ะ คุณปีร์ไปไหนมาคะ หวายนึกว่าใครมาบีบแตรแกล้งเสียอีก”
       “ผมก็มาที่มหาวิทยาลัยคุณนี่แหละ มีเพื่อนสอนอยู่ที่นี่ พอดีเขาเชิญมาบรรยายแล้วก็เอางานมาให้เขาดูด้วย หาคนช่วยวิเคราะห์น่ะครับ”
       “ถึงว่าสิคะ วันนี้คุณปีร์แต่งตัวเสียเนี้ยบเชียวค่ะ ได้ข่าวว่าคุณปีร์ไปต่างประเทศไม่ใช่เหรอคะ” หวายหลุดปากถามเขาไปแล้ว จึงรีบแก้ตัวเพราะกลัวเขาจะรู้ว่าเธอรู้จากแพรวา 
       “อืม...คือหวายเห็นในหนังสือพิมพ์น่ะค่ะ”
       ปีร์นิ่งอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ “เอ่อ...ผมเพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืนนี้เอง คุณหวายคงอ่านข่าวที่แพรมีคนอื่นมาเฝ้าตอนที่ผมไม่อยู่แล้วใช่ไหมครับ”
       หวายยิ้มแหยๆ ก่อนจะตอบเบาๆ “อืม...มั้งคะ”
       หญิงสาวเห็นเขาถอนหายใจลึกๆ สีหน้าเครียดขึ้นทันที
       “เอ่อ...คุณหวายกินอะไรหรือยังครับ ผมรู้สึกหิวจัง คือตั้งแต่เช้าผมยังไม่ได้กินอะไรเลย มัวแต่ทำงานจนลืมเวลา กินข้าวกันนะครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”
       “เอ่อ...ก็ได้ค่ะ”
       ปีร์ขับรถพาหวายเข้าไปนั่งในร้านอาหารหรู บรรยากาศสบายๆ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายลงได้บ้าง แต่หวายกลับรู้สึกว่าเธอเหมือนจำเลยที่กำลังรอให้ทนายฝ่ายโจทก์มาซักค้านเอาความ และเธอจะต้องระมัดระวังกับการตอบคำถามของเขามากที่สุด เมื่ออาหารถูกพนักงานยกมาวางลงเรียบร้อย
ปีร์และเธอก็กินอาหารตรงหน้า หวายรู้ว่าเขาคงหิวจริงๆ ด้วยอีกฝ่ายเอาแต่กินโดยไม่พูดไม่จาอะไรเลยจนกระทั่งอิ่ม ผิดกับหวายที่เพียงแค่ละเลียดอาหารตรงหน้าไปเรื่อยๆ เท่านั้น
       “กินไอศกรีมไหมครับ กินหน่อยนะ”
       “ไม่ค่ะ หวายกินไม่ไหวแล้วค่ะ คือหวายไม่ค่อยกินอะไรตอนบ่ายๆ
อย่างนี้น่ะค่ะ”
      “ผู้หญิงคงกลัวอ้วนใช่ไหมครับ”
       เขาถามด้วยสีหน้ายิ้มเยือน และหวายก็ยิ้มน้อยๆ เหมือนจะเป็นคำตอบรอยยิ้มเขาเท่จนหวายมองเพลิน พานนึกเปรียบเทียบกับพี่ชายชลของเธอผู้ชายสองคนมีบุคลิกที่ต่างกันสุดขั้ว คนตรงหน้าเธอดูสบายๆ แม้กระทั่งมาบรรยายก็ยังแต่งเพียงสแล็กสีน้ำตาลอ่อน เสื้อสีน้ำตาลอ่อนเหมือนนักเดินทาง
ผจญภัย แถมยังพับแขนเสื้อร่นไปไว้ที่ข้อศอก ผมยาวปรกต้นคอสีน้ำตาลเข้มของเขาหยักศกสะบัดปลายน้อยๆ รอยยิ้มของเขาเปิดเผย เขาเท่เหมือนพระเอกหนังฝรั่งแนวแอ็กชั่น แต่พี่ชายชลของเธอแต่งตัวเนี้ยบเรียบกริบทุกเวลา และมีเพียงรอยยิ้มเยือนบางๆ ประดับอยู่บนสีหน้าเท่านั้น เพราะเป็นผู้ที่มีสกุลยศ หรือว่าเกิดมาก็มีบุคลิกนี้ติดตัวมาเลย หวายคิดถึงพี่ชายอยู่ในใจ ทำให้ปีร์เอ่ยขึ้น
        “ไม่รู้ว่าแพรหายไปไหน ผมพยายามตามหาแต่ก็ไม่พบ เมื่อคืนไปที่บ้านก็ไม่อยู่ ผมทำใจให้นิ่งที่สุดแล้วนะคุณหวาย ผมไม่เคยเป็นทุกข์เพราะความรักอย่างนี้เลย ทำงานก็แทบจะไม่รู้เรื่อง แต่ความที่ผมหยุดทำมาพักหนึ่งตอนที่แพรหายตัวไป ทำให้งานผมตอนนี้มันแทบจะถล่มใส่แล้ว” เขาพูดจบก็ถอนหายใจน้อยๆ
       “ถ้าคิดแล้วไม่มีอะไรดีขึ้นก็ไม่ต้องคิด ให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินไม่ดีกว่าเหรอคะ”
       “ผมไม่เคยรักใครเท่าแพร เราสองคนเข้าใจกันดีมาตลอด แต่แล้วมันเหมือนมีสิ่งที่ทำให้ความรักหักเหอย่างไม่คาดฝัน จนผมรับมันไม่ทัน ผมโอเคถ้าเขาจะคร่ำครวญหาอดีต แต่ตอนนี้มันกลับมีใครโผล่ขึ้นมาอีกคน ทำให้ผมสับสน เครียด คิดไม่ออกว่าแพรกำลังทำอะไรกันแน่ เพราะเท่าที่เราคบกันมา
ห้าปี แพรไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย เรารักกัน เราไว้ใจกันและกันเสมอ”
        “เอ่อ...แล้วคุณปีร์จะทำยังไงกับเรื่องนี้คะ” หวายถามอย่างอยากรู้ความคิดของเขา ด้วยใจเธอรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงกับรักสามเส้าของหนุ่มสาวสามคนที่เธอเผอิญเข้ามามีส่วนร่วมรับรู้ด้วยยิ่งนัก
       “ผมอยากพบผู้ชายคนนั้น อยากคุยพร้อมกันทั้งสามคนว่าตกลงแล้วใครจะเอายังไง แพรจะเลือกใคร ผมทนภาวะแบบนี้ไม่ได้นานนัก เพราะผมต้องเดินทางไปทำงานตลอดเวลา ผมไม่มีสมาธิจะทำอะไรเลย มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากนะครับ”
       “แล้วถ้าเกิดคุณแพรวาเลือกผู้ชายคนนั้นล่ะคะ ขอโทษนะคะที่ถามอย่างนี้ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรค่ะ”
       “ไม่เป็นไรครับคุณหวาย ผมเองก็อยากหาใครสักคนมาคุยด้วยอยู่แล้วและที่คุณถามผมก็ถามตัวเองตลอดเวลา แต่ผมก็ยังไม่มีคำตอบให้กับตัวเองเลย ผมไม่เคยเผื่อใจกับเรื่องนี้ ผมก็เลยรู้สึกว่ารับไม่ได้ ที่ผ่านมาผมทำแต่งานและคิดว่าแพรรักผมมากจนเขาไม่อาจมีใคร เหมือนที่ผมก็ไม่เคยมองใครอีกจะเรียกว่ามันเป็นความผิดหวังอย่างที่เราไม่มีโอกาสได้ทำใจก็ได้”
        “หวายอยากให้คุณปีร์ทำใจรับกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพื่อจะได้ไม่เกิดเรื่องรุนแรง หากต้องไปพบกันสามคนขึ้นมาจริงๆ หวายเป็นห่วงน่ะค่ะ”
         ปีร์มองหน้าสาวน้อยตรงหน้านิ่งๆ ทั้งคำพูดและสีหน้าของหวายบ่งบอกถึงความห่วงใยจริงๆ สายตาของเธอมีรอยกังวลลึกๆ ซึ่งปีร์ก็สังเกตเห็น หรือว่าหวายจะรู้เห็นอะไรกับเรื่องนี้ นักโบราณคดีหนุ่มเริ่มตั้งสมมุติฐานในใจ และมันก็มีเค้าที่จะเป็นไปได้ด้วย เขาจึงแสร้งตอบเพื่อต้องการสังเกตสีหน้าของเธอ
         “ผมก็ไม่ทราบว่าจะทำใจได้แค่ไหน ผมอาจจะลืมตัวทำอะไรรุนแรงลงไปก็ได้ ก็คงได้แต่ภาวนาไม่ให้ตัวเองทำเรื่องสิ้นคิดอย่างนั้น แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ในสถานการณ์ตอนนั้นด้วยน่ะครับ”
        สีหน้าของหวายแย่ลงทันที เธอถอนหายใจและทำท่าเหมือนจะกลืนน้ำลายลงคอ
        “เอ่อ...แต่หวายคิดว่าคุณปีร์คงไม่ทำหรอกค่ะ เพราะคุณปีร์ผ่านชีวิตและก็คงผ่านอุปสรรคหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตมาบ้าง การเดินทางไปรอบโลกของคุณ ไหนจะงานทางด้านโบราณคดีของคุณ น่าจะทำให้คุณเห็นอะไรๆที่เป็นสัจธรรมบ้างไม่ใช่หรือคะ”
        “คุณหวายคงเคยเห็นข่าวของคนมีระดับ มีการศึกษา ฆ่ากันตายเพราะความหึงหวงมาบ้างแล้ว มันก็เป็นอารมณ์ชั่ววูบหนึ่งของปุถุชนไม่ใช่หรือครับ”เขาเปรยขึ้นพร้อมทั้งมองหน้าสวยๆ ของหวายอย่างสังเกต แต่หวายก็ฉลาดพอตัว
        “ถ้าคุณปีร์พูดแบบนี้ก็แสดงว่าคุณกำลังคิดได้ และเตรียมใจไว้แล้วว่าจะไม่ทำเรื่องร้ายแรงเป็นอันขาดจริงไหมคะ เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าเรารักใครสักคน เราก็น่าจะปล่อยให้คนที่เรารักมีความสุขกับสิ่งที่เขาเลือกแล้วก็คอยช่วยเหลือเขาถ้าเขาเป็นทุกข์ หวายว่าความรักแบบนั้นน่ายกย่อง
มากกว่านะคะ”
        เธอเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มๆ จนปีร์รู้สึกได้ว่าหวายฉลาดที่จะเอ่ยให้เขาได้คิด
        “คุณหวายคิดว่าผมจะเป็นคนดีได้ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ใครๆ อาจจะพูดถึงความรักแบบเสียสละได้ แต่ถ้าโดนเข้ากับตัวจริงๆ มันก็มีความรู้สึกที่เจ็บปวดทรมานมากเกินไปกับสิ่งที่เราลงทุนด้วยหัวใจมานานพอสมควร”
        “หวายขอโทษนะคะ หวายไม่เคยมีความรัก หวายอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกที่เรียกว่ารักก็ได้ค่ะ”
        หวายสาวน้อยผู้ที่ไม่เคยรักใคร และเป็นเด็กที่อยู่ในกรอบของคนโบราณอย่างที่คุณปู่สุ่นพร่ำสอนมาตลอดนับตั้งแต่ที่พ่อและแม่เสียชีวิตเมื่อแปดปีก่อนด้วยอุบัติเหตุพร้อมกัน แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าหัวใจตัวเองกำลังอ่อนไหวด้วยความสงสารผู้ชายคนนี้ คนที่มีหัวใจรักอันมั่นคง หวายขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อจะได้โทร.ไปบอกแพรวาว่าปีร์กำลังจะไปส่งเธอที่บ้าน ให้เธอพาพี่ชายชล
ออกไปไหนก่อน
        ปีร์มองตามหลังหวายในชุดนักศึกษา สาวน้อยผู้น่ารัก ฉลาดลึกซึ้ง แต่ก็ยังอ่อนต่อโลกมากนัก เขาแน่ใจว่าหวายต้องรู้เรื่องของแพรวาบ้างไม่มากก็น้อย เธอทำสีหน้าไม่สบายใจเมื่อพูดถึงอารมณ์และความรุนแรง ซึ่งเขาก็คิดจริงๆ ว่าถ้าเกิดเขาเจอผู้ชายคนนั้นของแพรวา และต้องพูดคุยกันจนถึงขั้นแตกหักเขาจะระงับอารมณ์ได้หรือไม่ ถ้าแพรวาเลือกผู้ชายคนนั้น เขาทุ่มเทหัวใจให้กับแพรวามากเกินไป มากจนไม่เคยเผื่อใจสำหรับความผิดหวังแม้แต่น้อย ทั้งที่ที่ผ่านมามีผู้หญิงเข้ามาติดพันเขามากมาย แทบทุกที่ที่เขาเดินทางไป แต่เขาไม่เคยสนใจสาวชาติไหนเลยสักคน
         นี่แหละ...คือสิ่งที่เขานึกเจ็บใจกับความมั่นคงของตัวเอง และเจ็บใจที่แพรวาเปลี่ยนใจอย่างง่ายดายเกินไป ถ้ากับพระองค์ชายในภพนั้น เขายังพอทำใจได้ แต่นี่แพรวามีผู้ชายคนใหม่ มันเหยียบย่ำหัวใจกันมากกว่า แพรวาทำแบบนี้ได้ยังไง เขาเจ็บปวดอีกทั้งยังอับอายเกินกว่าที่จะรับได้
         หวายนั่งรถกลับมากับปีร์ที่อาสามาส่งเธออย่างที่เธอกะไว้ในใจ
        “คุณปีร์จะมาบรรยายที่มหาวิทยาลัยอีกเมื่อไรเหรอคะ เผื่อหวายจะขออนุญาตเข้าไปฟังด้วยสักครั้ง”
       “อืม...ความจริงแล้วเขาอยากให้มาอาทิตย์ละสองวัน แต่บอกตรงๆผมยังไม่ได้ตอบตกลงอะไรเลย ผมอยากเคลียร์ปัญหาของตัวเองให้จบก่อนไม่งั้นมันจะไม่มีสมาธิ และผมก็ยังมีงานค้างเก่าที่ยังทำไม่เสร็จอีกด้วยน่ะครับอืม...แล้วคุณหวายล่ะ ใกล้จะจบแล้วใช่ไหมครับ”
       “หวายจบแล้วค่ะ วันนี้ก็แค่มาดูเกรดบางตัวที่อาจารย์ไม่ได้ประกาศผ่านเน็ต และก็มาเจอเพื่อนๆ ด้วยน่ะค่ะ”
      “เอ่อ...คุณหวายครับ ผมอยากพบพ่อครูสักครั้ง ไม่ทราบว่าท่านอยู่ไหมครับ”
      “คุณปู่คงกลับอาทิตย์หน้าค่ะ ถ้ายังไงคุณปีร์โทร.มาถามหวายก่อนก็ได้นะคะ จะได้ไม่เสียเวลามา เพราะหวายก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าวันไหน”
        ปีร์สับสนวุ่นวายใจ ไม่รู้ว่าแพรวากำลังทำอะไรหรือคิดอะไรอยู่ เพราะตั้งแต่กลับมาเธอก็เอาแต่คร่ำครวญหาอดีต ทำเหมือนอยากกลับไป แต่จู่ๆก็เกิดมีผู้ชายคนใหม่โผล่เข้ามา ตกลงแล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ เท่าที่เห็นภาพจากสื่อ เขาไม่มีบุคลิกของคนที่มาจากอดีตเลยแม้แต่น้อย

         แพรวารับโทรศัพท์จากหวายแล้วรีบชวนพระองค์ชายออกไปข้างนอกท่านทำสีพระพักตร์แปลกพระทัยนิดหนึ่งเมื่อเห็นแพรวารับโทรศัพท์แล้วเอ่ยเพียงคำว่า ‘ค่ะ ค่ะ’ แค่สองคำเท่านั้น และเมื่อวางสายก็หันหน้ามาเอ่ยชวน
        “แพรว่าเราไปค้างต่างจังหวัดใกล้ๆ กันสักสองวันดีไหมคะ นั่งๆ นอนๆอยู่ตรงนี้จนแพรเบื่อแล้วละค่ะ”
       “ก็ได้จ้ะ พี่แล้วแต่แพร”
        นางเอกสาวขับรถพาผู้เป็นสามีออกนอกเมืองมาเรื่อยๆ และบอกว่าจะไปค้างกันที่กาญจนบุรี พระองค์ชายทรงสงสัยแต่ก็ไม่รับสั่งถามเพราะทรงรู้ว่าแพรวาไม่สบายใจนัก พระองค์ทอดเนตรเห็นเธอเขียนพินัยกรรมไว้ให้บิดาฉบับหนึ่งและให้หวายเซ็นชื่อเป็นพยาน เธอโทร.คุยกับท่าน แต่เหมือนจะโต้แย้งเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง ทำให้เธอร้องไห้
‘        พ่อไม่เคยรักแพร ไม่เคยเข้าใจแพร พ่อรักคนอื่นมากกว่าแพรเสียอีก’
          เสียงเธอตัดพ้อบิดา ก่อนจะนิ่งเงียบฟังอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยต่อ
        ‘พ่อคะ ถ้าการที่แพรหายตัวไปอย่างที่ปีร์บอกพ่อ แล้วพ่อคิดว่ามันไม่จริงพ่อก็ไม่ต้องมาเชื่ออะไรแพรอีก และแพรกับพ่อก็ไม่ต้องมาพบหน้ากันอีกด้วยแพรจะไปและจะไม่กลับมาอีกเลย ชีวิตแพรไม่มีใครอยู่แล้วนี่คะ ตั้งแต่แม่ตายก็ไม่เคยมีใครมาสนใจแพร แม้แต่พ่อตัวเอง แค่นี้นะคะพ่อ ลาก่อนค่ะ เราจะ
ไม่พบกันอีกค่ะ’
        ทันทีที่เอ่ยจบก็กดวางสายก่อนจะตัดสินใจปิดเครื่องเมื่อพ่อของเธอโทร.กลับมาอีกหลายครั้ง พระองค์ชายทรงรู้สึกสงสารแพรวาจับพระทัย จนต้องทรงเข้าไปกอดเธอไว้ปลอบใจเบาๆ
        ‘แพรอย่าทิฐิกับพ่อสิจ๊ะ และก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก แพรมีพี่นะ เราจะกลับไปด้วยกัน’
        แพรวาไม่เอ่ยถึงพ่ออีกเลย เธอเพียงร้องไห้เงียบๆ เท่านั้น พระองค์ทรงรับรู้แล้วว่าแพรวามีชีวิตที่โดดเดี่ยวตามลำพัง เธอจึงเป็นคนที่เข้มแข็ง ทิฐิ และพยายามที่จะสร้างตัวเองโดยไม่ยอมพึ่งพาใคร


*ท่านชายและแพรวาจะได้เดินทางกลับไปยังภพอดีตหรือไม่ ปีร์จะทำยังไงต่อไปกับแพรวา มาติดตามอ่านกันในรูปเล่มหรือในรูปแบบebookได้แล้วนะคะ หนังสือเล่มนี้ยาวถึง43ตอนค่ะ และรับรองความสนุกตื่นเต้น ได้ลุ้นกันจนถึงบันทัดสุดท้ายจริงๆ*





/br<
ตำหนักรักข้ามภพ
บุษบาพาฝัน
www.mebmarket.com
        การหายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยของแพรวานางเอกสาวสวยแถวหน้าของเมืองไทย ในระหว่างการถ่ายทำละครย้อนยุคที่วังโบราณแห่งหนึ่ง ได้สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปได้อย่างไร และหายไปไหน และแทบไม่ร่องรอยอะไรให้ค้นหา         ในขณะที่แพรวาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อเธอกำลังเดินสำรวจวังบริเวณแห่งนี้ และทุกอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ใช่โลกของเธออีกแล้ว แต่เป็นโลกของเขา พระองค์เจ้าวิชิตชลชายผู้สูงศักดิ์ ผู้ทีรอคอยนางในฝันของเขามาแสนนาน และเธอก็มาปรากฏกายขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์         ปีร์ นักโบราณคดีแฟนหนุ่มลูกครึ่งของแพรวา ต้องรีบเดินทางกลับจากอังกฤษเมื่อทราบเรื่องที่แฟนสาวของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ การค้นหาประวัติศาสตร์ของปีร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาพบบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งทำให้นักโบราณคดีอย่างเขาเชื่อว่า แพรวาหายตัวไปอย่างไม่ธรรมดา แล้วชายหนุ่มจะตามหาคนรักเจอหรือไม่ มาติดตามรักสามเส้าของหนึ่งหญิงสองชายต่างมิติ ในที่สุดแพรวาจะเลือกอยู่กับใคร อะไรคือปมแห่งความผูกพันของ แพรวา ปีร์ และพระองค์เจ้าวิชิตชล        นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องที่คนเขียนรักมาก และได้รีไรท์ใหม่ทั้งเรื่อง เป็นแนวดราม่า โรแมนติก เนื้อเรื่องมีทั้งสองภพค่ะ ซึ่งนิยายเรื่องนี้จะทำให้นักอ่านซาบซึ้งตรึงใจกับคำว่ารักแท้ รักที่ต้องเสียสละ รักที่ข้ามภพข้ามชาติ บุษบาพาฝันต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่าน ที่กรุณาอุดหนุนผลงานทุกเรื่องด้วยดีเสมอมา....
/font>
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น