ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,062 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    7,062

ตอนที่ 23 : แรงปราถนา100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    23 พ.ค. 61




ชายชล


แพรวา



ตอนที่ 23 แรงปรารถนา

 

อีกสิบสองวันค่ะพี่ชายชล แต่หวายไม่อยากให้พี่ชายชลคิดถึงวันนั้นเลยนะคะ เอ่อ...หวาย... หญิงสาวเอ่ยได้เพียงแค่นั้นก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เธอเริ่มรู้สึกว่าชายชลเป็นเหมือนพี่ชายของเธอจริงๆ และไม่อยากให้เขากลับไป หวายจึงมีสีหน้าสลดเศร้าลงน้อยๆ

แพรวามองเขานิ่งๆ อยากจะอ่านเขาให้ทะลุถึงหัวใจนักว่าแล้วขณะนี้เขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่ หวายมองหนุ่มสาวทั้งสองที่ดูเหมือนจะมีเรื่องถกเถียงกัน ด้วยทั้งคู่มีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก เธอจึงขอตัวไปทำความสะอาดบ้านให้พี่ชายแล้วเดินจากไป นักแสดงสาวรู้สึกอึดอัดกับคำพูดและท่าทีของเขานัก

ตกลงเขาจะเอายังไง บอกมาสักคำว่าไม่รัก ไม่ต้องการเราอีกแล้ว เราจะได้รู้ว่าเราเลวเกินไป และไม่เหมาะไม่ควรอะไรกับเขาอีก

พระองค์ชายประทับนั่งนิ่งๆ สีพระพักตร์เรียบเฉยอย่างที่โปรดจะทำเวลาที่มีเรื่องไม่สบายพระทัย แพรวาแทบจะหมดความอดทนอดกลั้นอีกต่อไป เธอยกข้อมือขึ้นดูเวลา ก่อนจะเอ่ยขอร้อง

คุณชายชลคะ แพรขอเวลาคุณสักสองสามชั่วโมงได้ไหมคะ ไปข้างนอกกับแพรหน่อยได้ไหม แพรอึดอัด แพรอยากมีเวลาที่จะคุยกับคุณ ได้โปรดเถอะนะคะ

อืม...แล้วคุณ...

ชายชลพูดยังไม่ทันจบ แพรวาก็ร้องขัดขึ้น

ถ้าคุณไม่ไปกับแพรก็แสดงว่าคุณรังเกียจแพร แพรจะไม่มารบกวนคุณอีกเลย และจะไม่มาให้เห็นหน้าอีกด้วยเธอเอ่ยออกมาเหมือนยื่นคำขาด

เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้มมองตนเองที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าเรียบร้อยด้วยกางเกงสแล็กดำ เสื้อฮาวายลวดลายสุภาพเรียบร้อยแบบไปรเวต แพรวามองความหล่อเท่สมาร์ตด้วยสายตาที่บอกความในใจมากมาย

เครื่องแต่งกายแบบนี้พอจะนั่งคู่ไปกับดาราสาวแสนสวยได้ไหมครับ

แพรวาหน้าชื่นดวงตาเป็นประกายอาบสุข เพราะคำพูดที่บอกว่าเขาพร้อมที่จะไปกับเธอ

แพรไม่สนใจหรอกค่ะ ว่าคุณจะแต่งตัวแบบไหน แพรแค่อยากให้คุณไปกับแพรเท่านั้น ถ้างั้นเราไปกันเถอะค่ะเธอเอ่ยด้วยสีหน้าปีติเหมือนเด็กๆ ที่สมหวัง

หวายแอบมองคนทั้งสองที่เดินเคียงคู่ไปด้วยกัน ความสวยสมช่างเป็นภาพที่สาวน้อยประทับใจเหลือเกิน พี่ชายของหวายยังไว้ฟอร์มด้วยสีหน้าขรึมๆ แต่ดวงตานั้นอาบสุขอย่างปิดไม่มิด ส่วนแพรวาที่เดินเคียงคู่หันมามองร่างสมาร์ตแล้วยิ้มให้อย่างหยอกเย้า เหมือนเช่นที่เธอชอบทำเสมอยามที่อยู่เคียงข้างกันในเวลาหนึ่ง

นักแสดงสาวขับรถไปตามเส้นทางมอเตอร์เวย์ออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ แพรวารู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขมากเหลือเกินหลังจากที่ได้กลับมาจากช่วงเวลานั้น เธอเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเขานั่งเงียบๆ

คุณไม่คิดจะพูดอะไรกับแพรเลยหรือคะ หวังว่าคงไม่ได้จำใจมานะคะ

คงไม่มีบุรุษเพศคนใดที่จะคิดเช่นนั้นกับคุณแพรวา นางเอกสาวแสนสวยที่มีชายมากมายอยากเคียงคู่ด้วย”

เมื่อไรคุณจะเลิกประชดประชันแพรคะเธอปรายตามองเขานิดหนึ่งและถามขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งๆ

สิ่งที่ผมพูดไม่จริงตรงไหนเหรอครับ ถึงทำให้คุณคิดว่าผมประชด

แพรวาพ่นลมถอนหายใจออกมาด้วยนึกขัดใจนัก เมื่อเธอจนมุมที่จะเถียง เขาฉลาดใช้คำพูดเป็นที่สุด ทั้งในเวลาของเขาและเวลานี้ ไม่ต้องมีใครบอกอีกแล้วว่าเขาคือใคร ถ้าเธอจะจำผู้ชายคนที่เคยกกกอดพร่ำพรอดกันทุกค่ำเช้าเป็นเวลาหลายเดือนไม่ได้ เธอก็คงจะเป็นอัลไซเมอร์หรือว่าปัญญาอ่อนไปแล้ว ผู้ชายคนนี้กับคนนั้นผิดเพี้ยนกันตรงไหนล่ะ...และถ้ารูปลักษณ์อาจเหมือนกันได้ แต่คำพูดล่ะ ไม่มีวันที่ใครจะใช้คำพูดเชือดเฉือนแบบนี้ได้เทียบเท่ากับพระองค์ชายอีกแล้ว

พระองค์ชายปรายสายพระเนตรมองแพรวาในขณะที่เธอกำลังขับรถ เธองดงามสวยหรู และเมื่อไปอยู่ในเวลานั้น เธอคงต้องปรับตัวปรับใจอย่างมากมาย จากเวลาในปัจจุบันก้าวหน้าล้ำยุค ทุกอย่างเป็นอนาคตที่คนในยุคนั้นไม่เคยจินตนาการถึง เขาไม่เคยเข้าใจเธอเวลาที่เธอทำตามใจตัวเอง เขาบังคับเธอให้อยู่ในกฎระเบียบทุกอย่าง และเธอก็พยายามปฏิบัติตามที่เขาสั่งเขาขอร้อง หลายวันที่ผ่านมานี้มันทำให้เขารู้แล้วว่าเธอนั้นต้องใช้ความอดทนมากมายเพียงใดเมื่ออยู่ในเวลานั้น เธอเคยบอกเขาเสมอว่า ถ้าที่นั่นปราศจากเขา เธอคงอยู่ไม่ได้

ใช่สินะ คนยุคนี้อยู่กับเทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้นมันขึ้นมา เพื่อให้ชีวิตประจำวันที่แสนวุ่นวายสับสนมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด มันวิวัฒนาการไปตามวันเวลาจริงๆ

แพรวาขับรถอย่างไม่ได้เร่งรีบนัก ฉะนั้นกว่าจะมาถึงพัทยาก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว เธอพาเขาเดินเล่นริมหาดทรายสวยทอดยาวไปเรื่อยๆ ลมจากทะเลพัดแผ่วเข้ามาปะทะ จนผมสวยๆ ของเธอปลิวไสวล้อลม หญิงสาวหันมายิ้มและเอ่ยบอก

แพรมีความสุขจังเพคะ ที่มีฝ่าบาทเสด็จมากับแพรด้วย

ผมดีใจที่ได้เป็นความสุขส่วนหนึ่งของคุณ เรียกผมว่าชายชลคงจะดีกว่านะครับ

แพรวาหยุดเดินและหันมายืนตรงหน้าพระพักตร์ จับพระหัตถ์ของพระองค์ชายไว้ทั้งสองข้าง เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาวิงวอน

อย่าทำร้ายจิตใจแพรอีกเลยนะเพคะ เข้าพระทัยแพรบ้าง ประทานเวลาให้แพรได้อธิบายบ้างเถอะเพคะ แพรรักฝ่าบาท เป็นของฝ่าบาทเพียงผู้เดียวนะเพคะ แพรอยากให้ฝ่าบาทเข้าพระทัยแพร ว่าในขณะนี้แพรอยู่ในเวลาใด มันเป็นเวลาในชีวิตของแพรอย่างที่เคยเป็น จะให้แพรทำยังไงเพคะ รับสั่งบอกแพรสิเพคะ

พระองค์ชายทอดพระเนตรมองหน้าแพรวา อยากจะรวบตัวเธอเข้ามากอด จูบประทับรับขวัญ แต่ทรงทำได้เพียงรับสั่งครางชื่อเธอเท่านั้น

แพรวา

แพรผิดเหรอเพคะ ที่ต้องดำเนินชีวิตให้เป็นปรกติอย่างที่เคยทำ แต่อีกไม่กี่วันเราก็จะไปจากที่นี่ด้วยกันแล้ว แพรจะกลับไปอยู่กับฝ่าบาท ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องบาทนะเพคะ

แพรวา...เราไม่รู้ว่าเจ้ามีความสุขหรือทุกข์กันแน่ เมื่อเจ้าอยู่ในเวลาของเรา ในเมื่อเจ้าเคยมีชีวิตที่สะดวกสบาย มีชื่อเสียง มีคนรัก มีคนห้อมล้อมเจ้า มีคนต้องการเจ้ามากมายนักในเวลาของเจ้าขณะนี้รับสั่งยอมรับออกมาด้วยสีพระพักตร์อ่อนเศร้า สายพระเนตรหม่นหมอง

เมื่อยอมเปิดพระทัยออกมา แพรวาก็ไม่รอช้าอีกต่อไป เธอโผเข้ากอดพระองค์ชาย ซบหน้าลงกับพระอุระ ร่ำไห้สะอื้น

เพียงเท่านี้เพคะ เพียงเท่านี้ที่แพรอยากได้ยิน ไม่ว่าที่นั่นจะทุกข์หรือสุข แพรก็จะไปกับฝ่าบาทเพคะ และแพรจะอดทนทุกอย่าง จะปฏิบัติตามรับสั่งที่โปรดให้แพรทำ ให้แพรเป็นเพคะ แต่ขอเพียงแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น ขอให้เข้าพระทัยแพรก็พอเพคะ

แสงแดดลำสุดท้ายลาลับขอบฟ้าไปแล้ว พระอาทิตย์ดวงโตกำลังจมลงที่ขอบทะเล ภาพงดงามกับหัวใจกรุ่นไอรัก ช่างเป็นบรรยากาศที่เปี่ยมสุข รอยแย้มสรวลบนพระพักตร์ทำให้แพรวาต้องเขย่งปลายเท้าขึ้น สองมือบางๆ ของเธอประคองพระปราง บรรจงจูบบดเบียดริมฝีปากตนเองลงบนพระโอษฐ์ น้ำตาแห่งความปีติยังคงไหลรินลงอาบแก้ม และสะอื้นน้อยๆ อยู่ในอก

แพรรักฝ่าบาทเหลือเกินเพคะ ทำไมไม่ทรงรู้เลย ทำไมต้องรับสั่งประชดแพรเช่นนั้น แพรเจียนจะขาดใจตายลงทุกวันที่ได้ยิน อย่ารับสั่งอีกนะเพคะ แพรเจียนบ้าเจียนคลั่ง แพรเป็นของฝ่าบาทเพียงผู้เดียวเท่านั้น แพรคิดถึงฝ่าบาทเหลือเกิน โปรดเข้าพระทัยแพรนะเพคะแพรวารำพึงรำพันด้วยเสียงสะอื้น

ทั้งสองอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน หัวใจที่จดจ่อต่อกันเปี่ยมล้นด้วยรักหวานเกินคำรำพันใดๆ สองพระหัตถ์ประคองใบหน้าของเธอขึ้น ทรงก้มลงจุมพิตซับน้ำตาบนแก้ม และจบลงที่ริมฝีปากอิ่ม สุรเสียงเครือสะท้านรับสั่ง

 

พี่ดั้นด้นติดตามเจ้าเฝ้าครวญหา

เจ้าแพรวาจะรู้ไฉนในใจพี่

ว่ารักเจ้าเปรียบเท่าดวงชีวี

แม้พี่นี้ขาดเจ้าก็เท่ากับขาดใจ...

 

แพรวาโผเข้าซุกกายงามลงในอ้อมพระอุระ ทั้งสองลืมทุกสิ่งรอบกายด้วยหัวใจที่เต็มตื้นกับความรักความเข้าใจ จึงไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบใช้โทรศัพท์บันทึกภาพนั้นไว้ และกว่าที่แพรวาจะขับรถพาพระองค์ชายกลับถึงเรือนริมน้ำ เวลาก็ล่วงเข้าค่อนดึกเข้าไปแล้ว

หัวใจที่ร่ำร้องครำครวญหากัน อีกทั้งความรู้สึกปรารถนาที่จดจ่อต่อกัน พาให้ไม่อาจรอเวลาใดๆ ได้อีกต่อไป ไฟเสน่หาลุกโชนจนเกินห้าม คำกระซิบรำพันบอกความในใจที่มีต่อกันดังขึ้นยามอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน บัวงามเมื่อยามต้องกับรสสัมผัสสะท้านไหว ทรงช่ำชองที่จะค่อยๆ ดอมดมซอนไซ้กลีบงาม เป็นมนตร์เสน่ห์ที่แพรวาไม่เคยลืมเลือน ต่างครวญคร่ำรำพันรักแก่กันตลอดชั่วราตรี

 

แพรวากลับมาถึงบ้านเมื่อค่อนสว่าง และหลับสนิทจนเกือบถึงเที่ยง เสียงเคาะประตูห้องนอนดังถี่หลายหน จนเธอต้องเอ่ยถาม

แทมมี่เหรอ แพรขออาบน้ำก่อนนะ รอแป๊บหนึ่ง

แพร...ปีร์นะ

เอ่อ...ปีร์เหรอคะ รอแพรก่อนนะ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย รอก่อนละกัน

แพรวาวิ่งเข้าห้องน้ำอาบน้ำทันที เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อยก็เปิดประตูห้อง เตรียมจะก้าวเท้าออกมา แต่ปีร์กลับพรวดเข้ามากอดเธอ ทำเอาแพรวาตกใจ รีบผลักอกเขาออก

ปีร์...เริ่มบ้าอีกแล้วเหรอ สัญญากันแล้วนี่ แล้วไหนบอกว่าจะเดินทางไปอเมริกา ทำไมยังไม่ไปล่ะ”

แพรวาพูดพลางวิ่งลงมาชั้นล่าง แต่ปีร์ก็วิ่งตามลงมา แล้วเหนี่ยวแขนเธอดึงเข้ามาปะทะอก กอดรัดเธอไว้อีกครั้ง เสียงของเขาสะท้านถาม

แพร...ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร บอกปีร์มาสิ แพรอย่ามาพูดเรื่อยเปื่อยว่าปีร์จะไปอเมริกา ปีร์ยังไม่ได้กำหนดวันสักหน่อย บอกปีร์มาก่อนว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร

ใคร...ผู้ชายคนไหน ปีร์อย่ามาหาเรื่องแพรนะเธอตวัดหางเสียงถามพลางผลักเขาออกห่าง

ผู้ชายคนที่คุณไปกอดจูบด้วยที่พัทยามาไงล่ะ ไปดูรูปในหนังสือพิมพ์นั่นสิ”

เสียงของปีร์ขึ้งโกรธอย่างที่แพรวาไม่เคยได้ยินมาก่อน

แพรวาหัวใจหล่นวูบ รู้สึกตกใจกับคำพูดของปีร์ เขากางหนังสือพิมพ์ให้เธอดูรูปของเธอกับพระองค์ชายที่กำลังจูบกันที่ริมหาดทราย ถึงแม้ภาพนั้นจะไกลและไม่ชัดนัก แต่ใต้ภาพก็เขียนว่า

มือดีถ่ายภาพรักหวานของนางเอกสาวแพรวากับหนุ่มรูปงามได้ที่ชายหาดพัทยา หนุ่มคนนี้...คือคนที่ทำให้นางเอกสาวหายตัวไปตามข่าวลือใช่ไหมนะ คุณปีร์คงต้องไปถามเอาเองแล้วละ

แพรวาก้มมองดูภาพนั้นและเอ่ยออกมาทันที ไม่ใช่รูปของแพรสักหน่อย ใครจะคิดจะเขียนจะทำอะไรก็ทำไป แพรไม่สนหรอก”

แพร รูปนี้ถึงแม้ว่ามันจะไกล แต่มันเหมือนแพรมากนะ และปีร์ก็อยากจะเชื่อด้วย เพราะเมื่อวานตั้งแต่บ่ายปีร์โทร.หาแพรไม่ติดเลย แพรไม่รับสายแม้แต่สายเดียว ซ้ำยังปิดเครื่องทิ้งอีก ปีร์เป็นห่วงแพรมากรู้ไหม ปีร์มาที่นี่ตอนเกือบเที่ยงคืน แต่แพรก็ยังไม่กลับเลย แพรไปไหนมาล่ะ บอกมาสิ

ปีร์คะ แพรยังมีอิสระ ปีร์ก็ยังมีอิสระ เรายังไม่ได้แต่งงานกัน แพรไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของปีร์เลยสักครั้ง ฉะนั้นก็อย่ามาพูดกับแพรเหมือนแพรทำผิดคิดร้ายอย่างนี้นะคะ แพรก็บอกปีร์ไปตรงๆ หมดแล้วทุกอย่าง ว่าตอนนี้แพรไม่ได้เป็นแพรวาคนเดิมของปีร์อีกแล้วเธอย้ำคำหนักแน่นกับเขา

ปีร์มองหน้าแพรวาด้วยหัวใจเจ็บร้าว ยากจะหาอะไรมาเปรียบกับความเจ็บปวดในยามนี้ได้อีกแล้ว เขาเอ่ยพูดด้วยสีหน้าร้าวราน

แล้วแพรก็ไปกอดจูบกับใคร กับคนที่แพรพอใจงั้นเหรอ แพรเห็นปีร์เป็นอะไร ปีร์ไม่มีหัวใจใช่ไหม...แพร ทำไมแพรต้องทำแบบนี้ด้วย ปีร์ไม่เข้าใจเสียงของเขาสะท้านด้วยอารมณ์หึงหวง สายตาแดงก่ำและรื้นด้วยแรงสะเทือนใจ

แพรวารู้ว่าเธอกำลังทำร้ายจิตใจปีร์มากเกินไป ทั้งๆ ที่เขารักและห่วงใยเธอมากมาย แพรวาจำต้องเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่อ่อนลงเพื่อไม่ให้เขาเจ็บไปมากกว่านี้

ปีร์...แต่มันไม่ใช่รูปแพรนี่คะ แล้วจะให้แพรรับว่าใช่ได้ยังไง เมื่อวานแพรเอารถไปเข้าอู่ ตรวจเช็กเครื่อง เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตั้งครึ่งค่อนวัน และแพรก็นั่งแท็กซี่ไปเดินซื้อของใช้ ตั้งแต่กลับมาแพรยังไม่ได้ไปซื้อของใช้อะไรเลย แล้วแพรก็เผอิญไปเจอเพื่อนเก่า กินข้าวด้วยกันและก็ไปเที่ยวบ้านเขา กว่าจะมาเอารถก็เย็นแล้ว แพรลืมโทรศัพท์ไว้ในรถตลอด ไม่ได้โทร.ติดต่อใครเลย พอแพรรับรถออกมาก็ขับรถไปกินข้าวเย็นคนเดียว เดินเที่ยวที่พลาซ่าเรื่อยเปื่อยไปตามเรื่อง เพราะเห็นปีร์บอกว่าจะเร่งทำงานก่อนที่จะบิน แพรก็เลยไม่อยากรบกวน

คำแก้ตัวของแพรวาไม่ได้ทำให้เขาเชื่อทั้งหมด แพรวาจะไปไหนตั้งครึ่งคืน เพราะเขามาถึงบ้านเธอก็ตั้งเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว แต่เธอก็ยังไม่กลับ อันที่จริงแพรวาเป็นดาราดัง เวลาไปปรากฏตัวที่ไหนก็มักไม่เป็นอิสระที่จะทำอะไรได้สะดวกเหมือนอย่างคนอื่น และเธอน่ะหรือจะไปเที่ยวเดินตามพลาซ่าอยู่คนเดียว

แพร ปีร์ไม่รู้ว่าแพรกำลังทำอะไรอยู่ แต่ขอให้แพรรู้ว่าปีร์รักแพรมาก มากจนไม่สามารถที่จะเลิกกับแพรได้เข้าใจไหมแพร อย่าทำให้ปีร์เครียดมากไปกว่านี้เลยนะ สงสารปีร์บ้างเถอะเขาเอ่ยวิงวอนเธอด้วยสีหน้าร้าวราน

ปีร์ พรุ่งนี้แพรต้องทำงานแล้วนะคะ แพรต้องไปถ่ายโฆษณา แพรรู้ว่าแพรจะไม่ว่างอีกนาน เพราะอาจจะรับงานละครต่อ เวลาของแพรที่จะไปไหนต่อไหนมันเหลือน้อยเต็มที เวลาที่แพรทำงานบางครั้งมีคิวงานทั้งเจ็ดวัน แพรแทบไม่มีเวลาไปไหนหรือเห็นอะไรเลย ปีร์ก็รู้ แพรอยากมีเวลาเล็กๆ ของตัวเองแบบคนอื่นบ้าง แพรอยากเดินไปที่ต่างๆ อย่างที่คนอื่นทำ ปีร์ก็รู้ว่าในรถแพรมีวิกผม มีแว่นตากันแดด มีหมวก มีสารพัดสิ่งที่จะช่วยทำให้ใครๆ จำแพรไม่ได้ และถ้าแพรจะไปยืนจูบกับใคร แพรก็คงไม่ไปทำให้ใครเห็นแบบนั้น เลิกคิด เลิกคาดคั้นแพรเถอะค่ะ แต่ถ้าปีร์ไม่เชื่อแพรก็จะไม่อธิบายอีก แพรไม่ชอบพูดอะไรซ้ำซาก แพรเบื่อแพรวาเอ่ยรัวเร็วยาวเหยียด

ปีร์นิ่งเงียบฟังแพรอธิบายเหตุผล ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างไม่รู้จะทำยังไง เขาเดินเข้าไปโอบเธอไว้ แพรวาขืนตัวน้อยๆ ทำให้ปีร์เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกน้อยใจ

แพร...ให้ปีร์ตายเสียก่อนนะที่แพรจะมีคนอื่นน่ะ เพราะปีร์คงทนไม่ได้หรอก

ปีร์อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยนะคะ ถ้าเราสองคนเป็นเนื้อคู่กัน ในที่สุดเราก็คงไม่พ้นกันหรอกค่ะ แพรอยากให้ปีร์ตั้งใจทำงานเพื่ออนาคตของตัวเองนะคะ

ปีร์นั่งเฝ้าเธอทั้งวันไม่ยอมกลับบ้าน โดยบอกว่าจะกลับไปช่วงเย็นแล้วตรงไปยังสนามบินเลย แทมมี่มาหาเธอที่บ้านเพื่อถามเธอเกี่ยวกับเรื่องรูปในหนังสือพิมพ์ ซึ่งแพรวาก็ปฏิเสธทันที

“แกคิดว่าฉันบ้าเหรอที่จะไปทำอะไรแบบนั้นน่ะ

อืม...ลงข่าวหมาๆ อย่างนี้ต้องฟ้อง เราเสียหายนะ

ช่างมันเถอะ ฉันไม่แคร์หรอก แกบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าเป็นดาราก็ต้องขยันมีข่าวบ่อยๆ ไม่ว่าข่าวดีหรือไม่ดี ดาราบางคนยังต้องสร้างข่าวกุข่าวขึ้นมาเพื่อให้อยู่ในกระแส แต่นี่ฉันไม่ต้องลงทุนสร้างข่าว มันก็มีข่าวขึ้นมาเองไม่ดีหรือไง

แพรวาเอ่ยกับแทมมี่เพื่อเป็นการยืนยันกับปีร์อีกครั้ง แต่แทมมี่แอบไปกระซิบกระซาบถามเธอในครัวเมื่อลับหลังปีร์

นี่ๆๆ แก ใครกันยะ พ่อหนุ่มรูปงามคนนั้นน่ะ โคตรหล่อล่ำมาดแมนแอนด์แฮนด์ซั่ม ถึงว่าสิแกถึงได้ไปให้เขาโอ้โลมขนาดนั้น บอกหน่อยสิยะว่าใคร

ก็บอกอยู่ว่าไม่ใช่ฉัน แกไม่เชื่อหรือไง

แกอาจจะหลอกใครก็ได้ แต่หลอกฉันไม่ได้หรอกนะ เสื้อตัวที่แกใส่ในรูปน่ะ ฉันซื้อมาให้แกตอนที่ฉันไปเที่ยวฮ่องกง ฉันจำได้ย่ะ อย่ามาทำเนียนโกหก!

เสื้อแบบนั้นน่ะนะ มันมีตัวเดียวในโลกหรือไงล่ะเธอกระซิบย้อนถามแทมมี่

นี่! ถึงจะเป็นรูปด้านข้าง แต่ฉันก็จำได้แม้กระทั่งรองเท้าที่แกใส่ แล้วไอ้การที่แกเขย่งจูบกับนายคนนั้นน่ะ ถึงรูปมันจะมืด แต่ฉันก็แน่ใจย่ะ แกทำประเจิดประเจ้อเกินไปแล้วนะยะ บอกหน่อยสิใคร

ไม่รู้ บอกไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ

ชิส์! ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่ามาโอดครวญให้ช่วยทีหลังก็แล้วกัน” แทมมี่เอ่ยพร้อมกับค้อนอย่างสะบัดสะบิ้ง

 

หลังจากตื่นนอนซึ่งสายกว่าปรกติทุกวัน และวันนี้พี่ชายของหวายก็มีสีหน้าแจ่มใสสดชื่น มีรอยยิ้มจางๆ อยู่บนสีหน้าและแววตา จนหวายและเตยรู้สึกได้ แต่พอตกบ่ายพี่ชายของน้องๆ ก็เริ่มเดินไปเดินมาอยู่ที่ศาลาริมน้ำ สายตาทอดมองไปที่ประตูบ้านบ่อยครั้งพร้อมกับถอนหายใจออกมาหลายเฮือก ทำให้หวายรู้ว่าพี่ชายชลของเธอกำลังรอนางเอกสาวแสนสวยด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ สองพี่น้องมองหน้ากันนิดหนึ่ง เมื่อเห็นพี่ชายดูเหมือนจะไม่มีความสุขเอาเสียเลยตลอดบ่ายวันนี้

หรือจะเป็นเพราะเมื่อคืนนี้กันนะ ที่เราเห็นรถของพี่แพรจอดอยู่จนกระทั่งดึกดื่น ตกลงว่าดีกันแล้ว เข้าใจกันแล้ว หรือว่ายังนะ...ต้องดีกันแล้วละ เห็นมีภาพสวีตลงหนังสือพิมพ์อยู่เลยนี่ พี่ชายชลดูรูปนั้นแล้วก็ยิ้มน้อยๆ ไม่พูดอะไร เราเลยไม่กล้าถาม แต่เสื้อผ้าของผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่ในภาพ เราแน่ใจว่าใช่แน่ๆ แสดงว่าต้องดีกันแล้วแน่เลย แต่ทำไมนะ วันนี้พี่แพรถึงไม่แม้แต่จะโทร.มา

พอนึกถึงตรงนี้แพรวาก็โทร.เข้ามาหาทันที หวายจึงส่งโทรศัพท์ให้พี่ชายซึ่งยังคงไว้ฟอร์มทำเหมือนไม่อยากรับสักเท่าไร แต่เสียงที่พูดทำให้สองพี่น้องต้องแตะมือแท็กทีมกันโดยไม่ให้พี่ชายเห็น

แพรวา...ทำไมไม่มาหาพี่ รู้หรือไม่ว่าพี่รอคอยเจ้า จะให้พี่ใจเจียนขาดเสียก่อนงั้นหรือ

เสียงพูดไม่ได้ดังนัก แต่สองพี่น้องก็ได้ยินเสียงเอ่ยอ้อนรำพันหวาน ถึงแม้หวายและเตยจะไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากปลายสาย แต่วันนั้นแพรวาก็ไม่มาปรากฏกายให้เห็น

*เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อไป แพรวาจะปิดบังปีร์ได้นานสักเท่าไหร่ ทั้งสามคนจะได้พบกันหรือไม่มาติดตามกันค่ะ รับรองสนุกจนถึงบรรทัดสุดท้ายจริงๆ อ่านในแบบรูปเล่มหรือโหลดอ่านในรูปแบบebookได้แล้วนะคะ*






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น