ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,060 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    24

    Overall
    7,060

ตอนที่ 2 : พระองค์ชายวิชิตชล100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    7 ม.ค. 61


โปสการ์ดตำหนักรักข้ามภพ


ที่คั่นสวยๆ



ตอนที่ 2 พระองค์ชายวิชิตชล


 เขาเดินเข้ามาหาเธอจนใกล้ จับแขนเธอดึงเข้าหาตัว

ตกลงเจ้าจะบอกได้หรือยัง ว่าเจ้ามาจากไหน เป็นทาสในเรือนผู้ใด หรือนางห้ามในตำหนักของเสด็จพระองค์ไหนเขายังคงถามย้ำอย่างใคร่รู้ จ้องหน้าเธอจนปลายจมูกสวยๆ ของเขาแทบจะชนกับปลายจมูกของเธอ ทำให้เธอต้องพยายามเอนหน้าหนี

ฉันไม่ได้เป็นทาสใครทั้งนั้น ฉันอาจจะมาจากที่ที่คุณไม่รู้จักด้วยซ้ำ มันอาจจะเป็นอนาคตของคุณ และที่นี่เป็นอดีตของฉันแพรวาพูดออกมาอย่างเริ่มมั่นใจว่าเธอหลุดมิติเข้ามาในเวลาของอดีต

เราไม่เข้าใจที่เจ้าพูด แต่ถ้าเจ้าไม่ได้เป็นทาสในเรือนเบี้ยผู้ใด ก็จงอยู่กับเราที่นี่เถอะ เราจะเลี้ยงเจ้าเอง เราจะยกย่องเจ้าไม่ให้เจ้าต้องอยู่ในสภาพทาสเยี่ยงนี้ชายผู้นั้นมองร่างเธอในเครื่องแต่งกายแบบนางทาส และบอกเจตนารมณ์ออกมาในที่สุด

เธอส่ายหน้าน้อยๆ ฉันอยู่ไม่ได้ ฉันจะต้องกลับไปในเวลาของฉัน ที่นี่ไม่ใช่เวลาของฉัน ฉันอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ

เอาละๆ ถ้าเจ้ายังไม่สบายใจ เราก็จะไม่เร่งรัดอะไรเจ้าอีก เจ้าคงหิวแล้วสิ เจียนพลบแล้ว ออกไปกินข้าวกับเราเถอะ”

แพรวาสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขา

ไม่...ฉันไม่กิน ฉันจะกลับบ้าน

หญิงสาวในชุดนางทาสนั่งลงกับพื้นแล้วชันเข่าขึ้นมากอดไว้ ก่อนจะซบหน้าลงกับท่อนแขนตนเองบนเข่า เริ่มร้องไห้คร่ำครวญรำพัน

เมืองผีก็คงไม่ใช่ แล้วมันที่ไหนกันล่ะ จะทำยังไงดี เวรกรรมแท้ๆ เลย เราไม่น่าทะลึ่งซน ไม่น่าเดินคนเดียวในวังโบราณ จนมันหลุดมิติอย่างนี้ หรือว่าผีกำลังหลอกกันแน่นะ โธ่เว้ย! จะซวยอะไรขนาดนี้วะ แพรวาพูดคนเดียวพร้อมทั้งเริ่มร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังและเช็ดน้ำตาป้อยๆ

นี่เจ้าร้องไห้เยี่ยงเด็กๆ เจ้าไม่อายใครเลยรึ บ่าวไพร่ข้างนอกคงนึกว่าเราข่มขืนใจเจ้า จนถึงกับร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเจ็บความปวด

แพรวาเงยหน้าขึ้นและหยุดร้องทันที กัดริมฝีปากตนเองไว้แน่น มองหน้าเขาอย่างทั้งโกรธทั้งอาย

จริงสินะ เราเห็นบนนี้มีคนเดินและคนหมอบคลานกันมากมายตอนที่นายคนนี้จับเราพาดบ่า ยังแอบมองแอบหัวเราะกันอีกด้วย ป่านนี้คงนึกว่าเราเสร็จนายคนนี้แล้วก็ร้องไห้อย่างที่เขาว่า

เธอคิดและเริ่มมองไปรอบๆ ห้องกว้างขวางนั้นอีกครั้ง มันงดงามเหมือนกับฉากในละครที่ผู้กำกับพยายามทำให้เสมือนจริง

แพรวาลุกเดินไปที่เครื่องเรือน ก่อนจะแตะมือลงไปแล้วใช้เล็บจิก ถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่โฟมทาสีทอง แต่มันเป็นไม้ที่ขลิบทอง มีการแกะสลักอย่างวิจิตรตระการตา งดงามทุกชิ้น มันไม่ใช่ฉาก หากแต่เป็นของจริง!

เมื่อกี้เขาพูดคำว่าตำหนัก ตำหนักก็คือวังที่ประทับของเจ้านาย แล้วนายคนนี้ก็คงเป็นใครสักคนที่มียศศักดิ์ ผู้คนถึงได้หมอบกราบและใช้คำราชาศัพท์เวลาพูดคุย ผู้หญิงที่เขาร่วมรักด้วยเรียกเขาว่าฝ่าบาท ตกลงเรากำลังอยู่กับความจริงในอดีตงั้นเหรอ แล้วเราจะกลับไปได้ยังไง

เธอเดินสำรวจพลางแตะต้องของทุกชิ้นภายในห้องนั้น พร้อมทั้งคิดและร้องไห้ไปด้วย โดยไม่ได้สนใจเขาที่ยืนมองเธอด้วยสีหน้าขันๆ อย่างพึงพอใจ

ดูสายตาเขาสิ...จ้องมองเราราวกับจะให้ทะลุปรุโปร่ง ไหนจะทำท่าขำๆ อีก สายตาแบบนี้สินะที่เรียกว่าสายตาหื่นๆ แบบที่แทมมี่ชอบพูด เขาคงคิดจะทำกับเราเหมือนที่เขาทำกับผู้หญิงของเขา เราหนีไม่รอดแล้วนี่ เขาน่ากลัวนัก ยามที่เขาทำรัก เขาดุดัน แข็งแกร่งรุนแรง จนหญิงผู้นั้นคร่ำครวญด้วยสีหน้าทรมาน

คิดถึงตรงนี้เธอก็ปรายตามองไปที่เขาหัวใจสั่นระทึก

เราต้องตายแน่ ถ้าถูกนายคนนี้ข่มขืน เขายังคงยืนกอดอกยิ้มมองมาที่เรา สายตาเขาจ้องมองเราเหมือนจะพึงพอใจ แล้วเราจะหนีไปทางไหนได้ล่ะ เราเหมือนนักโทษที่ถูกจับขังให้อยู่รวมกับนักโทษชายเพียงลำพัง แล้วเจ้านักโทษผู้นั้นก็กำลังมองเราเหมือนขนมหวานใส่น้ำแข็งไส ที่เขาอยากจะตักกินจนน้ำลายสอ ไม่เด็ดขาด ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมเป็นคู่ต่อสู้ให้เขาทะลวงฟันง่ายๆ คงต้องต่อสู้กันให้เห็นดำเห็นแดง ถ้าเข้ามาเราจะกระโดดถีบ พอเขาล้มเราก็จะขึ้นคร่อมแล้วก็บีบคอให้ตายคามือ แต่เขาตัวใหญ่ออกอย่างนี้ แผงอกกว้าง จนกล้ามหน้าอกเป็นมัดๆ เขาแข็งแรง จับเราขึ้นพาดบ่ามาอย่างสบายๆ เราต้องเสร็จนายคนนี้แน่ ถ้าเราทะลึ่งไปสู้กับเขา เราคงเหมือนก้านไม้ขีดที่เขาสามารถจับหักเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย คงมีแต่ต้องใช้สมองเท่านั้นถึงจะรอด

แพรวาพยายามเดินอยู่ให้ห่างจากเขามากที่สุด จนเกือบจะติดผนังอีกด้าน มองเขาอย่างไม่ไว้ใจ

เจ้าคิดอะไรอยู่รึ แม่นกน้อยแพรวา

แล้วคุณล่ะ...กำลังคิดอะไรอยู่ อย่ามาคิดมิดีมิร้ายกับฉันนะ ฉันไม่ได้เป็นทาส ไม่ได้เป็นเชลย และก็ไม่ได้เป็นนักโทษด้วย ฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มากักขังหน่วงเหนี่ยวฉันไว้ที่นี่ คุณต้องให้อิสระกับฉัน

เจ้าพูดได้น่าฟังดี เราชอบฟังเจ้า แล้วเจ้าจะให้เราปล่อยเจ้าไปไหนรึ ข้างล่างนั่นรอบๆ ตำหนักเป็นเรือนทาสที่มีทาสผู้ชายอยู่หลายสิบ เจ้าจะลองลงไปเดินดูก็ได้นะแพรวาเขาเอ่ยจบแล้วหัวเราะในลำคอ แสงในห้องเริ่มสลัวรางเพราะใกล้ค่ำลงทุกที จนเขาต้องเดินไปจุดตะเกียงน้ำมันที่ตั้งอยู่ในห้องนั้น

แพรวาเดินเลาะห่างๆ เขาจนหลังเบียดกับฝาผนังไปที่หน้าต่างไม้สักหนาบานสูง เมื่อมองลงไปข้างล่าง ก็เห็นภาพความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อน ที่ผู้คนทั้งหญิงและชายต่างนุ่งผ้าหยักรั้ง เดินกันขวักไขว่ บ้างก็สุมไฟไล่ยุงควันโขมง บ้างก็จุดคบที่ตั้งไว้เรียงรายตามทางให้สว่างขึ้น

ใช่แล้ว...ชัดเจน ที่นี่ต้องเป็นมิติหนึ่งที่เราหลุดเข้ามา ที่นี่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้เสียด้วยซ้ำ

เขายกไม้ที่ลั่นดาลออกและเปิดประตูห้องเสียงดังเอี๊ยด มีคนนำเชิงเทียนที่มีเทียนห้าเล่มจุดสว่างคลานเข่าเข้ามาวางบนโต๊ะ ไฟจากตะเกียงภายนอกห้องสว่างพอที่จะเห็นผู้คนที่เดินเงียบๆ ยกอะไรต่อมิอะไรมาวางบนตั่งเตี้ยหน้าห้องนั้น แต่ละคนคลานเข่าเรียงกันมาเป็นแถว ในมือถือถ้วยถาดจานอาหารมาวางให้

แพรวา...มากินข้าวกับเรา

ไม่กินเธอปฏิเสธอย่างดื้อรั้นทันที

เสียงนุ่มๆ เอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

จะให้เราอุ้มเจ้าแบกขึ้นบ่าออกมารึ

แพรวามองหน้าเขาที่ทำเหมือนขึงขัง สีหน้าหวานๆ ของเขานิ่งขรึมไม่มีรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอีก พลันถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ แต่ก็จำต้องยอมเดินออกมา และด้วยความที่ไม่ทันมองว่าห้องนั้นมีธรณีประตูสูงขึ้นมาแบบเรือนไทยโบราณ เธอจึงสะดุดทันที ทว่าเขาผู้นั้นสามารถรับร่างเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วก็กอดเธอไว้แนบแน่น แอบหอมแก้มนวล ประคองบัวงามของเธออย่างรวดเร็วเหมือนจะสำรวจขนาดของมัน ก่อนที่จะคลายอ้อมกอดและปล่อยให้เธอยืน

เจ้าซุ่มซ่ามอย่างนี้เสมอรึ เดินช้าๆ ก็ได้นี่ ทำไมก้าวเท้าเสียยาวเชียว เรือนไหนกันที่เจ้าเคยอยู่และไม่ฝึกทาสให้อยู่ในกิริยา เราอยากรู้เสียจริง

เธอนึกโกรธที่เขาแอบหอมและยังโอบประคองหน้าอกหน้าใจของเธออย่างจงใจ เธอจึงเอ่ยโต้ทันควัน

แล้วมีเจ้านายเรือนไหนกันล่ะ ที่หื่นได้ใจขนาดนี้ อย่างนี้เขาเรียกว่าหื่นกามรู้ไหม คุณไม่มีสิทธิ์มาขยำขยี้ฉันนะ

เธอเอ่ยลอดไรฟันออกมาเบาๆ อย่างนึกโกรธเต็มที่ ซ้ำยังนึกอับอายบ่าวไพร่ของเขาที่นั่งหมอบสลอน และลอบหันไปยิ้มให้กันเมื่อเห็นคนเป็นเจ้านายทั้งกอดทั้งขยำเธอ ถึงมันจะรวดเร็วนักก็เถอะ ผู้ชายไม่ว่ายุคสมัยไหนล้วนเหมือนกันหมด อดที่จะจับต้องของสงวนของผู้หญิงไม่ได้สักราย ร้ายเหมือนกันทั้งนั้น

เขาฉุดแขนเธอให้นั่งลงและกระซิบเบาๆ

อย่าเอ่ยอะไรที่ไม่ไพเราะออกมาต่อหน้าบ่าวไพร่ เจ้ารู้ไหมว่าเราเป็นใคร

ไม่รู้ไม่สน เป็นใครก็ช่างเธอเอ่ยเบาๆ เพียงให้ได้ยินกันแค่สองคน

ไม่มีใครพยศกับเราเหมือนเจ้า เจ้าอยากให้เราปราบพยศเจ้าเสียคืนนี้รึ

แพรวารีบก้มหน้าเงียบ

เราเหมือนลูกไก่ในกำมือเขาแล้วนี่ จะบีบก็คงเรียบร้อยเสียคืนนี้ และถ้าหนีไปจากเขาก็คงจะเจอทาสอีกเป็นโขยง ยิ่งกว่าเชลยในค่ายกักกันเสียอีก

บ่าวนำชามกระเบื้องใบกว้างใส่น้ำมาวางให้ แพรวามองอาหารในถ้วยชามโบราณงดงาม จากการเรียนศิลป์มันทำให้เธอรู้ว่าถ้วยชามพวกนี้มีใช้เฉพาะเจ้านายสูงศักดิ์เท่านั้น ว่าแต่เขาเป็นใครกันนะ แล้วน้ำที่เอามาวางให้นี่ล่ะ ใช้ทำอะไร เธอเห็นเขายื่นมือจุ่มลงไปเหมือนจะล้างมือก่อนจะเช็ดมือกับผ้าที่วางไว้ใกล้ๆ จากนั้นก็พยักหน้าให้เธอทำ แล้วใช้ปลายนิ้วเพียงสามนิ้วหยิบข้าวกดลงกับก้นจานและหยิบเข้าปาก

จริงสินะ ไม่มีช้อนสักคัน แล้วเราจะกินยังไง

ความหิวที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องทำให้เธอพยายามทำแบบเขา แต่ข้าวก็ร่วงลงหมด เธอจึงทำได้เพียงหยิบข้าวทีละเม็ดสองเม็ดใส่ปาก เขามองท่าทางเธออย่างแปลกใจ

ทำไมไม่กิน มันขัดใจเจ้ามากรึที่ร่วมวงกับเรา ถามบ่าวไพร่ดูรึ ว่ามีบ่าวหรือทาสคนใดได้เคยร่วมสำรับกับเราบ้าง แม้แต่พวกเรือนเล็กๆ นั่น นอกจากเราจะลงไปร่วมสำรับกับพวกนางเอง

แม่เอิบซึ่งหมอบอยู่ใกล้ๆ เงยมองหน้าเธอนิดหนึ่ง แพรวากัดริมฝีปากเล็กน้อย

ดูท่าเขาคงไม่ใช่คนธรรมดาเสียแล้วละ และก็ไม่ใช่แค่ขุนนางด้วย แต่เขาต้องมีสกุลยศอย่างใดอย่างหนึ่ง คำของเขาคงจะศักดิ์สิทธิ์กับทุกคนที่อยู่ที่นี่ โธ่เว้ย! ทำไมถึงต้องเป็นเราด้วยนะ ก็คนใช้มือไม่เป็นนี่ จะให้กินยังไงล่ะ

ฉันกินข้าวด้วยมืออย่างนี้ไม่เป็น เคยแต่ใช้ช้อนตักน่ะ แล้วตอนนี้ก็หิวจะตายอยู่ละ ทำไมฉันจะไม่อยากกินล่ะ”

ช้อนรึเขาเอ่ยและมองหน้าเธอด้วยสีหน้าที่แปลกใจมากอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีก ช้อนรึ...ตอนนี้มีแต่ในวังหลวงเท่านั้นที่ใช้ เจ้าจะเคยใช้ได้เยี่ยงไรกัน เจ้าเก่งนี่ที่รู้จักช้อน

เธอลอบค้อนเขาโดยไม่พูดอะไรออกมา เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่เชื่อในน้ำคำของเธอ เขาไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเธอไม่ใช่ทาส ไม่ใช่คนในยุคนี้ แต่พูดมากไปก็คงเหนื่อยเปล่า และอาจจะกลายเป็นข้ออ้างให้เขาโกรธ จนโดนปราบพยศอีกด้วย

มา...ถ้าเจ้าจะอ้อนให้เราป้อนเจ้า เราก็อยากจะป้อนเจ้านะ เจ้ามันช่างอ้อนช่างออดเหมือนเด็กๆ เสียจริงเจ้านกน้อยแพรวา

เขาเอ่ยจบแล้วหยิบข้าวในมือป้อนใส่ปากเธอ ซึ่งเธอก็จำต้องรับข้าวจากมือเขาจนอิ่ม สายตาคมทอดมองมายังเธอหวานปานจะหยด ความปรารถนาที่สื่อมาทางสายตาทำให้แพรวารู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงในใจเหลือเกิน เธอเหลือบเห็นพวกที่หมอบอยู่แอบอมยิ้มให้กัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยกับหญิงชราฟันดำ

นมเอิบ พรุ่งนี้จัดการกับเครื่องนุ่งห่มของแพรวาด้วยนะ เครื่องแต่งกายแบบหญิงสูงศักดิ์ หล่อนเป็นนางในของเรา นมคงเข้าใจนะ”

เพคะฝ่าบาท แล้วพวกหม่อมๆ เรือนเล็กล่ะเพคะ จะยอมอย่างนั้นรึเพคะ”

ใครจะไม่ยอม ใครมีอำนาจงั้นรึนม อย่าให้ใครมาทำให้เราไม่สบายใจ เราถูกบังคับมามากพอแล้ว

เพคะ แล้วเสด็จล่ะเพคะ จะไม่กริ้วที่ฝ่าบาทไม่ทรงปรึกษาพระองค์ท่านหรือเพคะ

ทำไม...เราตามพระทัยเสด็จแม่โดยมีพวกหม่อมที่พระองค์ประทานมาให้ เรามิขัดพระทัยสักครั้ง แล้วเสด็จแม่จะไม่ทรงตามใจเราบ้างรึนม ถ้าเราจะมีแพรวาเป็นนางห้าม

แพรวาฟังแล้วอึ้ง

ตกลง...เรากำลังจะเป็นนางห้ามงั้นเหรอ เรื่องอะไรล่ะ มาจับมัดมือชกอย่างนี้มันมากเกินไปแล้ว เรายังไม่ได้บอกว่าจะเป็นเสียหน่อย จะไม่ถามความสมัครใจเลยหรือไง

คิดได้เช่นนี้ก็กระซิบถามทันที

นี่คุณ...ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะ ว่าฉันจะยอมเป็นอะไรกับคุณ อย่าพูดมั่วๆ สิ

อย่าเอ่ยอะไรตอนนี้นะแพรวา เราห้ามเจ้าพูด และเรากับเจ้าจะไปพูดกันตามลำพัง

เขาเอ่ยกับแพรวาเสียงเบา ก่อนที่น้ำเสียงจะแปรเปลี่ยนเป็นทรงอำนาจท่ามกลางบ่าวไพร่ที่หมอบอยู่

พวกเจ้าทุกคนจงฟังข้า บัดนี้แม่หญิงผู้นี้คือนางห้ามของข้า ให้ทุกคนปฏิบัติต่อคุณหญิงแพรวาเสมอปฏิบัติต่อข้า

จบประโยคนั้นผู้พูดก็เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง และเมื่อแม่เอิบตามเข้ามา เขาจึงเอ่ยสั่ง

พาคุณหญิงแพรวาไปห้องน้ำของเรา หาเสื้อผ้าให้เปลี่ยน อย่าเอาเสื้อผ้าทาสให้สวมอีก

เพคะ

แพรวาถูกนมเอิบนำตัวมาอีกห้อง ลักษณะคล้ายห้องแต่งตัวและมีห้องน้ำกว้างอยู่ในห้องนั้นด้วย ภายในห้องนั้นมีบ่าวหญิงสองคนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองมองหน้าตื่นๆ ของเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ เมื่อเธอมองก็ก้มหน้าลงน้อยๆ หลบสายตา เธอถูกจับถอดเสื้อผ้า และเหมือนจะเปลื้องผ้าออกทั้งหมด แพรวาจึงรีบดึงผ้าไว้และวิ่งหนีไปรอบๆ ห้องนั้น

ไม่นะ...ฉันจะถอดเอง

ไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ ต้องให้แม่อิ่มกับแม่เจียมเปลื้องให้ อาบน้ำให้นะเจ้าคะนมเอิบเอ่ยบอก

ไม่เอา...ฉันอาย ฉันอาบน้ำเองได้ เข้าใจไหม

ไม่ได้เจ้าค่ะ อย่าดื้อสิเจ้าคะ

นมเอิบเอ่ยปลอบ บ่าวสองสาวรีบปราดเข้ามาหาเธอทันที

แพรวาวิ่งหนีเตลิดออกมาข้างนอก และวิ่งไปทั่วตำหนัก เพื่อหนีแม่เจียมและแม่อิ่ม สภาพของแพรวาในยามนี้มีผ้าแถบที่ถูกเปลื้องออกแล้วพันไว้รอบตัวเหมือนเธอกำลังหอบผ้าวิ่ง และให้สองสาววิ่งไล่จับอย่างสนุกสนาน เสียงเอะอะมะเทิ่งดังไปทั้งตำหนัก

มาจับสิ เก่งจริงก็จับให้ได้สิจ๊ะ คนบอกว่าอาบเองได้ก็ไม่เชื่อนี่” แพรวาวิ่งและยังทำท่าหยอกเย้าอย่างนึกสนุก แล้วก็รีบขยับหนีเมื่อสองสาววิ่งมาใกล้

พระองค์ชายวิชิตชลเปิดพระทวารออกมายืนทอดพระเนตรมองฤทธิ์เดชของแพรวาที่หอบผ้าวิ่งหลบหลีกบ่าวที่วิ่งไล่จับเหมือนจะพลอยสนุกไปด้วย พระองค์ส่ายพระพักตร์น้อยๆ มีรอยแย้มสรวลบนพระพักตร์บางๆ และเมื่อแพรวาวิ่งหลบมาที่หน้าห้องบรรทมก็โดนรวบตัวไว้ทันที

หยุดนะคุณหญิงแพรวา เจ้าไม่ใช่เด็กที่จะมาให้บ่าววิ่งไล่จับเยี่ยงนี้แล้วนะ เราตั้งเจ้าเป็นนางห้ามของเรา แล้วถ้าเจ้าไม่ต้องการให้พวกบ่าวอาบให้ เราจะอาบให้เจ้าเอง เจียม อิ่ม ลงไปได้แล้ว ข้าจะอาบน้ำให้คุณหญิงเอง

ไม่นะ...ไม่ ไม่เด็ดขาด ฉันจะอาบเอง

เจ้าจะดื้อกับเรารึแพรวา

สุรเสียงเข้มดังขึ้น ก่อนจะตรงเข้ายุดข้อมือเธอไว้แน่น กึ่งจูงกึ่งลากกลับไปที่ห้องนั้น นมเอิบจึงยอบกายลงคลานออกมา

พระองค์ชายทรงเข้ารวบร่างงามของแพรวาไว้ แล้วทรงดึงผ้าแถบออกจนเธอไม่เหลืออะไรที่จะปิดบังบัวคู่งาม แพรวารีบใช้สองแขนโอบปิดทรวงอกไว้ทันที จึงเป็นโอกาสให้ถูกปลดชายกระเบนที่เหน็บไว้ตรงบั้นเอว แพรวาเริ่มดิ้นรนสุดฤทธิ์เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะโดนเปลื้องผ้า

เจ้าจะให้เราร่วมรักกับเจ้าที่นี่รึแพรวา หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้ ถ้าเจ้าไม่หยุด เราจะร่วมรักกับเจ้าที่นี่ เข้าไปในห้องน้ำแล้วลงไปในอ่างนั่นเสีย” เสียงเข้มออกคำสั่ง

ไม่...คุณออกไปก่อนสิ ฉันจะอาบน้ำเอง ฉันอายนะที่จะให้ใครมาอาบน้ำให้น่ะ บอกว่าไม่ๆๆ เข้าใจไหม”

พระองค์ไม่ได้ทรงสดับตรับฟังคำพูดของเธออีก เข็มขัดที่เอวถูกดึงออก ผ้าโจงกระเบนหลุดลงไปกองกับพื้น ร่างงามเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมพระกร แพรวาดิ้นสุดฤทธิ์อีกครั้ง แต่อ้อมพระกรที่แข็งแรงก็ช้อนกายเธออุ้มเข้าไปในห้องสรงและวางเธอลงในถังไม้รูปไข่ที่บรรจุน้ำไว้เต็มเปี่ยม ดอกไม้ดอกสวยลอยหอมกรุ่นอยู่ในน้ำอุ่นๆ นั้น กลิ่นมวลดอกไม้เหมือนลงอ่างในสปาไม่มีผิด แต่ในห้องสรงนี้งดงามกว่ามากมายนัก

เขาเปลื้องผ้าออกแล้วก้าวลงมาร่วมอ่างด้วย แพรวาตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้าง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วเสียเหลือเกิน จนประสาทเธอแทบจะรับรู้ไม่ทัน สายพระเนตรทอดมองมาที่เธอบ่งบอกถึงความสนิทเสน่หาและความปรารถนาในตัวเธอมากมายนัก

นี่คุณ...อย่าเพิ่งทำอะไรฉันเลยนะคะ ฉันยังไม่พร้อมเธอเอ่ยอ้อนวอน

เขาเข้ามาใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงความเป็นชายของเขา แต่เขาเพียงวักน้ำในอ่างขึ้นรดบนบ่าให้เบาๆ รับสั่งด้วยรอยแย้มสรวลน้อยๆ ดวงเนตรสวยระยิบระยับหวานหวาม

เรายังไม่ได้คิดจะทำอะไรเจ้าสักหน่อยเลยนะแพรวา เจ้าดื้อมิใช่รึ...แล้วจะดื้ออย่างนี้ทุกวันรึไม่ ถ้าเจ้าดื้อกับบ่าว เราก็จะมาอาบให้เจ้าเอง รึว่าเจ้าจะอาบให้เรากันล่ะแพรวา

เสียงพูดของเขาเปี่ยมด้วยอารมณ์ปรารถนาอย่างที่เธอรู้สึกได้

ต่อไปนี้ฉันจะไม่ดื้ออีกแล้วค่ะ จะยอมให้สองคนนั่นอาบให้แต่โดยดี คุณขึ้นไปเสียทีสิ ฉันอายนะ

เขาเหมือนไม่ได้ฟังที่เธอเอื้อนเอ่ย แต่กลับพูดกับเธอ

ต่อไปนี้เจ้าจะต้องเรียนรู้ระเบียบแบบแผนในวัง ทั้งการพูดจาของเจ้ากับเราและกับบ่าว เจ้าจะต้องเป็นคุณหญิงแพรวาที่งดงามเมื่อเสด็จแม่ของเราเสด็จมาที่นี่ เมื่อนั้นเจ้าจะต้องเพียบพร้อมแล้ว เจ้าต้องทำให้พระองค์พอพระทัย เข้าใจไหม

เมื่อรับสั่งจบจึงเลื่อนพระวรกายเข้ามาใกล้อีกครั้ง แพรวาหลับตานึกถึงภาพของเขากับผู้หญิงคนนั้น พลันกายเธอสั่นระริกอย่างหวาดกลัว แต่อีกความรู้สึกหนึ่งกลับหวั่นไหววาบหวาม ทว่าพระองค์เพียงใช้พระหัตถ์วักน้ำรดให้เธออย่างหยอกเย้า และทรงจับมือเธอมาทาบกับฝ่าพระหัตถ์ดุจจะถ่ายทอดความรู้สึกจากพระวรกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปรารถนา ให้เธอได้รับรู้

หญิงสาวมองพระพักตร์คมนิ่ง สบสายพระเนตรหวานละมุนอย่างไม่รู้สึกตัว ก่อนจะรีบเมินหลบ ด้วยเกรงว่าสายตาของตัวเองจะบอกความรู้สึกของตนเองออกไป บอกว่าเขามีเสน่ห์มากมายแค่ไหน

และเมื่อเขาดึงร่างเธอออกจากมือที่ทาบกันไว้ ร่างของเธอเหมือนจะลอยเข้าไปหาเขาอย่างง่ายดาย ดอกไม้หอมที่ลอยอยู่ในน้ำกระเพื่อมจนตกไปจากขอบอ่าง เมื่อเขาโอบกายเธอและบดเบียดริมฝีปากนิ่งนาน หัวใจของแพรวาสั่นไหววาบหวามราวกับหัวใจออกมาเต้นโครมครามอยู่นอกอก ก่อนที่แพรวาจะดันอกเขาออกเบาๆ

ฉันหนาว จะเป็นไข้ ฉันอยากจะขึ้นจากน้ำแล้วค่ะ

พระโอษฐ์แย้มสรวลจนเห็นพระทนต์สวย ก่อนที่พระองค์จะทรงลุกขึ้นจากอ่าง พาให้เธอเบือนหน้าหนีวรกายเปลือยเปล่าด้วยใบหน้าร้อนผะผ่าว ทรงใช้ภูษาที่แขวนอยู่พันวรกายท่อนล่างไว้ และทรงส่งผ้าอีกผืนมารอให้เธอขึ้นจากอ่าง

คุณออกไปก่อนสิ ฉันจะได้ขึ้น

เธอเอ่ยพร้อมกับแก้มแดงเข้ม เขินอายกับรอยแย้มสรวลบางๆ ราวกับจะล้อเลียน แต่ก็ทรงยินยอมดำเนินออกไป พร้อมรับสั่งให้บ่าวเข้ามาทำหน้าที่

 



*จู่ชีวิตของแพรวาก็พลิกผันจากยุคดิจิตอล ย้อนเวลาไปยังยุคที่ยังไม่มีแม้แต่ไฟฟ้า ผู้ชายยังเป็นฝ่ายมีอำนาจและตัดสินใจ แพรวาจะยอมรับกับตำแหน่งนางห้ามได้งั้นหรือในเมื่อเธอเป็นคนยุคใหม่ ที่ผ่านเมืองนอกเมืองนา มาดูความอลเวงกันค่ะ นิยายเรื่องนี้ครบทุกรสชาติ ทั้งคอเมดี้ แฟนตาซี ดรามา โรแมนติค อ่านแล้วจะหลงรักผู้ชายสองคนค่ะ

@มาเป็นแฟนพันธ์แท้กับหนังสือ2เล่ม

และสำหรับคอมเม้นท์อีก2เล่ม *โดยการสุ่มจับค่ะ*

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #4 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 22:52
    อ่านเมื่อไหร่ก็สนุกเพลิดเพลินค่ะไรท์เตอร์
    #4
    1
  2. #3 ยุวธิดายอแสงทอง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 09:52
    พระเอกคนนี้ช่างเอาใจจริงๆมีแผนจับกินทีหลังแน่ๆ
    #3
    0
  3. #2 Natnapha Pangdee (@natnaphaandoom) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 19:27
    พระเอกจ้องจะกินอย่างเดียวใช่มั้ยยยย
    #2
    1