ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,058 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22

    Overall
    7,058

ตอนที่ 19 : ตามหาหัวใจ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 พ.ค. 61




ชายชล



แพรวา


ตอนที่ 19 ตามหาหัวใจ

 

แพรวาบอกเล่าความรู้สึกด้วยน้ำตา จนแทมมี่ต้องแอบกรีดน้ำตาตนเองด้วยความสงสารเพื่อน

ถ้าเกิดยายแพรคิดสั้นขึ้นมาจะทำยังไง คุณปีร์ไม่น่าไปหักหาญน้ำใจแพรวาอย่างนั้นเลย ไม่รู้ว่าหื่นหรือคิดอะไรกันแน่ จะทนรออีกสักนิดก็ไม่ได้ เวลา...มันจะช่วยทำให้อะไรๆ ที่เป็นอยู่คลี่คลายลงไปได้บ้าง แต่กลับไปทำบ้าๆ กับคนอย่างยายแพร มันเลยยิ่งแย่เข้าไปอีก คุณปีร์นะคุณปีร์ ไม่น่าเลย

แทมมี่คิดอย่างสับสนวุ่นวายใจ

และเมื่อจอดรถลงที่หน้าบ้านของแพรวาก็พบว่าปีร์มายืนรออยู่แล้ว สีหน้าของคนรอกระวนกระวาย บอกแทมมี่ว่าแพรวาไม่ยอมเปิดประตูและอยู่ในนั้นครึ่งวันแล้ว แทมมี่ค้อนปีร์พร้อมทั้งสะบัดหน้า ก่อนจะต่อว่าต่อขาน

ก็คุณปีร์ไปทำเรื่องที่เลวร้ายซะขนาดนั้น รู้อยู่ว่ายายแพรน่ะใจแข็งจะตาย ลองโกรธแล้วก็นานกว่าจะหาย แล้วคุณปีร์ก็ทำอย่างนี้มาหลายครั้งละ ยายแพรโกรธทุกทีแต่ก็ไม่เคยเข็ดสักที แย่ชะมัด”

สีหน้าของปีร์สลดลงอย่างยอมรับผิดทุกอย่าง เขาถอนหายใจหลายเฮือกก่อนจะเอ่ย พร้อมเดินคู่มากับแทมมี่

โธ่...คุณแทมมี่ ไอ้เรื่องพรรค์นี้ใครๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่มีโครงการจะแต่งงานกันเสียเมื่อไร จะให้แต่งวันนี้พรุ่งนี้ผมก็พร้อม แต่ก็อย่างที่ผมเล่าให้ฟังนั่นแหละ แพรเปลี่ยนไปมาก จนผมแทบจะทนไม่ได้ ผมทนไม่ได้จริงๆ นะคุณแทมมี่”

ทนไม่ได้ก็ไปปลดปล่อย ซื้อบริการก็หมดเรื่องแทมมี่เอ่ยพร้อมกับตวัดสายตาค้อน

มันไม่ใช่อย่างนั้น ผมทนไม่ได้ที่เขามีใจให้คนอื่น และเขาก็ไม่อยากให้ผมเข้าใกล้ด้วยซ้ำ

คุณก็รู้ดี อย่างที่เล่าให้แทมมี่ฟังนั่นแหละ คนมันยังทำใจไม่ได้ ยายแพรเป็นอะไรกับทางโน้น แล้วจู่ๆ จะให้มามีอะไรกับทางนี้ ยายแพรไม่ใช่คนบ้าเซ็กส์นะ ถึงจะได้เปลี่ยนเป็นคนโน้นทีคนนี้ที คุณหัดเข้าใจผู้หญิงเสียบ้างสิ เป็นแทมมี่ แทมมี่ก็ไม่ยอมเหมือนกันแทมมี่เข้าข้างเพื่อนและทำท่าตะบึงตะบอนใส่

โอเคๆ ผมผิด งั้นคุณเรียกแพรออกมา แล้วผมจะพูดกับแพรทุกเรื่อง จะยอมแพรทุกอย่าง เพื่อจะได้เข้าใจกัน ผมรักแพร ผมทนให้แพรโกรธในสถานการณ์อย่างนี้ไม่ได้ ผมเป็นห่วงแพรมากนะครับ

แทมมี่ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เมื่อถึงหน้าห้องของแพรวา ก็ทั้งตะโกนทั้งเคาะเรียก

แพร...เปิดประตูหน่อยสิ แกจะให้ฉันพังเข้าไปหรือไง อีแทมมี่ยิ่งบ้าระห่ำอยู่นะ เปิดเร็วๆ สิ มีเรื่องจะบอก

เพียงครู่เดียวแพรวาก็เปิดประตูออกมา แก้มของเธอยังมีคราบน้ำตาเปียกชื้น ทำให้แทมมี่ดันตัวเธอเข้าไปในห้องและบอกให้ไปล้างหน้าทาแป้ง ก่อนจะเดินกลับลงมาพบปีร์ที่ยังนั่งก้มหน้าประสานมือกันไว้

แทมมี่มองปีร์อย่างเวทนา เพราะเขาดูน่าสงสารกว่าที่เธอคิด เวรกรรมอะไรกันนะที่ทำให้คนทั้งคู่ต้องเป็นแบบนี้ แล้วยังคนที่อยู่ในอดีตอีกล่ะ จะเป็นยังไงบ้าง อย่างนี้เขาเรียกรักสามเส้าเราสามคนสินะ แทมมี่คิดแล้วถอนใจออกมาเฮือกใหญ่

แพรานั่งลงที่เก้าอี้รับแขกตรงหน้าปีร์และแทมมี่ ชายหนุ่มมองตาที่ช้ำบวมของแพรวาด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธพลางนึกแช่งตนเองอยู่ในใจ

เราไม่น่าจะคิดชั่วๆ กับเธอเลย ทั้งๆ ที่พยายามแล้วที่จะไม่ให้อารมณ์เตลิดเปิดเปิง แต่ความรักความหวงแหนที่มันล้นเปี่ยมอยู่ในอกกลับทำให้เราบ้าคลั่งถึงขนาดนั้น และวันนี้มันก็เกือบไปแล้ว ถ้าเกิดเราทำอะไรลงไป แพรจะเป็นยังไง

ปีร์เอ่ยขึ้นต่อหน้าแทมมี่ เพื่อนสนิทที่สุดของแพรวาและรู้ทุกเรื่องของแพรวาดีเท่ากับเขา

แพร ปีร์ขอโทษนะ ปีร์จะไม่ทำอีก ปีร์สัญญา

แพรวานิ่งเงียบ ปรายตามองหน้าปีร์นิดหนึ่งด้วยสายตาที่คนถูกมองรับรู้ได้ว่าคราวนี้แพรวาโกรธเขามาก แทมมี่จึงเอ่ยขึ้นเหมือนจะไกล่เกลี่ยให้ดีกัน

“อืม...แกก็อย่าไปโกรธอะไรคุณปีร์มากมายนักเลย เขาทำก็เพราะรัก แล้วรักกับใคร่มันก็ต้องมาด้วยกัน อีกอย่างหัวใจคนเราไม่ใช่หินผาสักหน่อย คุณปีร์รักแกมากขนาดนี้ มันก็ต้องมีเผลอไผลกันบ้าง อย่าไปซีเรียสเลยนะยายแพร มีคนรักย่อมดีกว่ามีคนเกลียด ไหนๆ ก็คบกันมาถึงขนาดนี้แล้ว แกเองก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องมากมายนี่นา”

ก็บอกแล้วไงว่าไม่ มันไม่ได้ อย่าทำให้แพรต้องรู้สึกแย่มากไปกว่านี้เลย แพรไม่อยู่ในอารมณ์อะไรทั้งนั้น แพรไม่สบายใจ เข้าใจแพรบ้างได้ไหมคะปีร์” เสียงของแพรวาโกรธขึ้งมากมาย

ปีร์จะไม่ทำอะไรบ้าๆ อย่างนี้อีก ปีร์สัญญา

ครั้งนี้ท่าทางปีร์น่ากลัวมาก ปีร์ไม่ฟังแพรแม้แต่คำเดียว ปีร์ไม่ยับยั้งชั่งใจอะไรเลย ปีร์ทำให้แพรกลัวนะคะแพรวาต่อว่าต่อขานด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง

แพร ปีร์ผิดไปแล้ว ปีร์สัญญาว่าจะไม่ทำอีก แต่ปีร์คิดมากนะที่แพรเป็นอย่างนี้ แพรรักเขามากจนแพรเห็นปีร์เป็นคนอื่น ปีร์ไม่รู้ว่าแพรคิดอะไรอยู่ แพรยังคิดที่จะกลับไปใช่ไหม แพรถึงไม่เคยคิดจะตัดใจจากเขาเลย” ปีร์ตัดสินใจเอ่ยออกมาตรงๆ อีกครั้ง

แทมมี่มองหน้าแพรวาอย่างอยากรู้เช่นกันว่าคนเป็นเพื่อนจะคิดเหมือนอย่างที่ปีร์พูดหรือไม่ แต่แพรวากลับเมินหน้าหนีทุกคนก่อนที่จะเอ่ย

กลับเหรอ ปีร์คิดว่ามันกลับไปกลับมาง่ายเหมือนขึ้นเครื่องบินหรือรถทัวร์อย่างนั้นสินะ ถ้ามันทำได้ แพรก็คงจะไปแล้ว ไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก แพรขอพูดตรงๆ นะปีร์ แพรตกเป็นของเขาแล้ว และมันก็เกิดสิ่งผูกพันทางใจ ที่จะให้แพรลืมทุกอย่างในวันนี้พรุ่งนี้ แล้วทำเหมือนไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้น ให้เวลาแพรบ้างได้ไหม หรือถ้าปีร์รอไม่ได้ ปีร์ก็หาผู้หญิงคนใหม่เถอะค่ะ เพราะแพรไม่ได้ดีพอสำหรับปีร์อีกแล้ว แพรมีสามีแล้วนะคะ แพรไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อน และที่แพรต้องเป็นอย่างนี้ก็ไม่ได้เป็นเพราะใครผิด แต่มันเพราะชะตากรรมที่นำพาไป ปีร์เข้าใจแพรไหมคะ

คำทุกคำที่แพรวาเอ่ยทำให้ปีร์มองเธอด้วยสายตาร้าวราน จนแพรวาใจอ่อนยวบลง และเอ่ยขึ้นอีก

ปีร์ แพรอาจจะทำให้ปีร์เสียใจในคำพูดของแพร แต่แพรคิดอย่างนั้นจริงๆ ให้เวลาแพรบ้างเถอะนะคะ นี่ก็ผ่านมาแค่ไม่กี่วันเท่านั้น แพรจะปรับตัวปรับใจได้ยังไง  ปีร์ก็รู้ว่าแพรเป็นคนที่จริงจังกับชีวิต ไม่ได้ปล่อยให้มันไปตามลิขิตของอะไร แต่ในเมื่อมันฝืนลิขิตไม่ได้ ทั้งๆ แพรก็ไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้ ปีร์ก็ควรจะเข้าใจแพรมากกว่านี้นะคะ

แทมมี่เห็นสองหนุ่มสาวโต้แย้งกันเช่นนั้น จึงเอ่ยตัดบท

“เอาอย่างนี้นะแพร อีกสองวันเราจะจัดงานแถลงข่าวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย แกจะได้ออกไปข้างนอกได้ ไม่งั้นแกก็เอาแต่นั่งครุ่นคิดอยู่อย่างนี้ มันหมกมุ่นเกินไป และหากผู้จัดจะฟ้องว่าแกทิ้งงานเขาให้เสียหาย ก็จัดการคุยกับเขาไปเลย ละครเรื่องนี้ถ่ายไปแค่สองฉากไม่ใช่เหรอ แล้วพี่จุ๋มน่ะคงพูดไม่ยากหรอก เพราะตอนนี้เขาก็เปลี่ยนนางเอกไปแล้ว เรามาคิดว่าเราจะหาทางตอบนักข่าวว่ายังไงกันดีกว่า จะมานั่งทะเลาะกันอยู่อย่างนี้ อะไรๆ มันก็จะได้ดีขึ้น แกก็จะได้เครียดน้อยลงไงล่ะ”

 

หวายนั่งมองเหม่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธออย่างอัศจรรย์อีกครั้ง หลังจากที่แพรวากลับมาจากอดีตได้เพียงไม่กี่วัน ปู่ก็เรียกเธอไปคุยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมครุ่นคิด จนหลานสาวมองท่านอย่างแปลกใจ

มีอะไรเหรอคะปู่ สีหน้าของปู่เหมือนไม่สบายใจ

หวาย หนูรู้ไหมว่าบ้านหลังนี้ที่เราอยู่และบ้านริมน้ำหลังนั้นเป็นบ้านที่ตกทอดมาจากรุ่นคุณทวดของตระกูลเรา เจ้านายพระองค์หนึ่งประทานที่ดินมาให้สร้างบ้าน และตอนนี้ราคาที่ดินก็สูงถึงหลักร้อยล้านแล้ว ถ้าปู่ตายไปก็จะตกเป็นของหวายและเจ้าเตย เป็นมรดกตกทอดที่หนูและเจ้าเตยต้องรักษาไว้ชั่วลูกชั่วหลาน

ค่ะปู่

ปู่มีเรื่องจะวานหนู ปู่จะให้หนูไปทำความสะอาดเรือนริมน้ำ หรือจะจ้างใครให้มาช่วยทำความสะอาดก็ได้ แล้วพรุ่งนี้ปู่จะให้ช่างมาดูหลังคา และปู่ก็จะยกตู้ใบนั้นไปไว้ที่เรือนนั้นด้วย

ใครจะมาอยู่หรือคะปู่ เราปิดไปตั้งหลายปีแล้วนะคะ และที่เรือนนั่นก็มีแต่หนังสือทั้งนั้น เมื่ออาทิตย์ที่แล้วหวายเข้าไปทำความสะอาดเช็ดฝุ่น หวายยังไปหยิบหนังสือเก่าๆ จากตู้มาอ่านอยู่เลยค่ะ

หวาย...ปู่สังหรณ์ใจว่าเราจะได้ใช้เรือนหลังนั้นเพื่อต้อนรับใครสักคน

ใครคะปู่

คนที่จะมานี่ปู่จะให้เจ้าเตยไปอยู่ช่วยดูแล และหนูก็จะเป็นกำลังสำคัญที่ต้องคอยดูแลเชียวละ ปู่คงมีเรื่องที่ต้องวานหนูหลายเรื่อง แต่หนูก็ต้องทำเพื่อตอบแทนบุญคุณนะลูก

คุณปู่ยิ่งพูดหวายก็ยิ่งงงนะคะ

เอาเถอะ...แล้วถ้าท่านมาเมื่อไร หวายก็จะรู้เอง แต่ปู่อาจจะคาดผิดก็ได้ เฮ้อ...ขอให้เรื่องที่ปู่เจอในคัมภีร์เป็นไปไม่ได้ด้วยเถอะ ชายชรารำพึงกับตนเองในตอนท้าย

หลังจากวันนั้นหวายและเตยน้องชายจึงโดนเร่งให้ไปทำความสะอาด พร้อมจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางเป็นระเบียบ ทั้งที่เรือนหลังนี้เคยเป็นห้องเขียนหนังสือและมีห้องนอนเพียงห้องเดียว เตยเคยขอมาอยู่แต่คุณปู่ก็ไม่อนุญาต ข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกคลุมผ้าไว้จึงถูกรื้อออกทำความสะอาด หวายและเตยคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าใครกันที่จะมาพำนักที่นี่ เพราะคุณปู่หวงเรือนหลังนี้มาก และคอยดูแลซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา จนหวายและเตยรู้สึกว่าคุณปู่ดูแลมากกว่าเรือนที่พักอาศัยอยู่เสียอีก

และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยตามที่คุณปู่เร่งรัดก็มีผู้มาเยือนจริงๆ โดยตลอดหลายคืนที่ผ่านมาหวายและเตยเห็นคุณปู่มักจะไปขลุกอยู่ที่เรือนหลังเล็กนั้น และเมื่อเลยเที่ยงคืนก็จะกลับมานอนที่เรือนใหญ่ แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเซ้าซี้ถามด้วยกลัวจะโดนดุว่าซอกแซกเรื่องของผู้ใหญ่

กระทั่งเช้าวันหนึ่งที่ปู่ของเธอกลับมาที่เรือนใหญ่ด้วยสีหน้าตื่นเต้น และบอกให้เธอจัดอาหารเช้าอย่างดีนำไปที่เรือนเล็กหลังนั้น เธอจำได้ว่าตนเองเร่งจัดอาหารที่ปู่ซื้อมาหลายอย่างเตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อถือถาดขึ้นไปและพบว่าผู้ที่มาพำนักนั่งเป็นสง่าอยู่บนเก้าอี้ไม้สักแกะสลักตัวหนึ่งในห้องนั้น โดยที่ปู่ของเธอนั่งราบอยู่ที่พื้น ปู่เรียกให้หวายนั่งลงเมื่อนำอาหารไปวางบนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว พร้อมสั่งให้หมอบกราบชายผู้นั้น ซึ่งหวายก็รีบปฏิบัติตามอย่างเก้ๆ กังๆ ด้วยไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน และเมื่อเงยหน้าขึ้นหวายก็อยู่ในอาการตกตะลึง เพราะชายตรงหน้าแต่งกายด้วยผ้าโจงสีม่วงเข้มกับเสื้อผ้าป่านสีขาวสะอาดตา หน้าตาหล่อมากเหลือเกิน จนหวายพยายามที่จะนึกหน้าของพระเอกสักคนมาเปรียบเทียบ แต่แล้วหวายก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้ยเมื่อได้ฟังคำพูดของผู้เป็นปู่

นี่หลานสาวของหม่อมฉัน แกชื่อหวาย เรามีกันอยู่สามคนกระหม่อม เจ้าเตยหลานคนเล็กอายุสิบแปดแล้ว ส่วนเจ้าหวายนี่อายุยี่สิบสามกำลังเรียนปริญญาโทอยู่กระหม่อม

ชายผู้นั้นมองมาที่หวายด้วยสายตาเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กอย่างมีเมตตา พยักหน้ารับการกราบของเธอด้วยรอยยิ้มเยือนน้อยๆ

ครูสุ่น ฉันมารบกวนครู และยังมีเรื่องจะขอร้องครูหลายเรื่องเชียวละ

ไม่เป็นไรหามิได้กระหม่อม มันเป็นคำสั่งของปู่ทวดสิมที่เขียนบันทึกไว้ในคัมภีร์ของท่าน ว่าฝ่าบาทจะเสด็จมา และให้ลูกหลานคนใดก็ตามที่ได้รับมรดกของท่านที่ตกทอดมาต้องเป็นผู้ปฏิบัติตามทุกอย่าง ถ้าไม่ทำตามท่านได้สาปแช่งไว้ด้วยกระหม่อม

งั้นฉันก็จะขอร้องอย่างไม่เกรงใจละนะ รับสั่งด้วยรอยแย้มสรวลน้อยๆ ในสีพระพักตร์ ฉันขอร้องครูสุ่นและลูกหลานปฏิบัติกับฉันเฉกเช่นสามัญชน และสอนฉันทุกอย่างที่คนในยุคนี้เขาปฏิบัติกัน ห้ามบอกเรื่องนี้แก่ใครทั้งสิ้นแม้แต่แพรวา ฉันได้พบกับครูสิมและขอร้องให้ท่านช่วยฉัน ให้ท่านเขียนในคัมภีร์นั้นด้วยว่าฉันจะมาที่นี่ ฉันดีใจที่มันมาปรากฏผลที่นี่ได้จริงๆ

กระหม่อม ครูสุ่นรับคำ

เธอเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมารางๆ เมื่อท่านผู้นี้เอ่ยถึงแพรวา และยังเอ่ยขึ้นอีก

ต่อไปนี้เรียกฉันว่าชายชลเท่านั้น และทุกคนก็ต้องพยายามทำให้ฉันเป็นคนของที่นี่ ทำเหมือนฉันเป็นญาติคนหนึ่ง ตอนนี้ฉันไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์อันใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นทุกคนไม่ต้องหมอบกราบฉัน เรียกฉันว่าชายชล เรียกอย่างที่คนที่นี่เขาเรียกขานกัน และหาคนมาสอนฉันเกี่ยวกับการเป็นอยู่ของคนที่นี่ทุกอย่าง ฉันมีของที่เตรียมมา เป็นทองคำและเครื่องประดับที่คงพอจะเปลี่ยนเป็นอัฐได้ ฉันจะมอบให้ครู

กระหม่อม

งั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปครูต้องไม่ทำเช่นนี้อีก ครูต้องไม่คิดว่าฉันเป็นใคร ต้องคิดว่าฉันเป็นแค่หลานครูเท่านั้น และอย่ามาหมอบกราบ อย่าพูดคำราชาศัพท์กับฉันอีก แล้วก็มานั่งเสมอกันอย่างคนปรกติ

นับตั้งแต่วันนั้นชายแปลกหน้าก็กลายมาเป็นพี่ชายของหวาย ซึ่งเธอและน้องชายเรียกขานว่าพี่ชายชล และการที่สองพี่น้องไม่ได้สนใจเรื่องบรรดาศักดิ์เหมือนอย่างเด็กสมัยใหม่จึงทำให้เขากลายเป็นพี่ชายของทั้งสองได้อย่างสนิทใจ เตยและหวายช่วยกันเลือกซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้มาให้ เตยแต่งกายให้พี่ชายคนใหม่อย่างเหมาะเจาะกับวัยและรูปร่าง อีกทั้งยังชวนดูทีวีฟังเพลง จนเตยนั้นรู้สึกสนิมสนม ถึงขั้นพาพี่ชายชลออกไปเที่ยวนอกบ้านด้วยกัน

หวายสรุปกับตนเองในใจ...นี่แหละอานุภาพของความรัก ทำให้พระองค์ชายวิชิตชลทรงดั้นด้นติดตามหาหัวใจข้ามภพมาในเวลาปัจจุบันจนได้ โดยมีทวดสิมซึ่งเป็นคนสร้างตู้ใบนั้นและยังเป็นคนที่เขียนข้อความเพิ่มเติมลงในคัมภีร์โบราณที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นผู้ทำพิธีส่งท่านข้ามภพมา ตามที่แพรวาเคยเล่าว่าเธอผ่านมาทางตู้ และทำให้พระองค์ชายทรงออกค้นหาคนสร้างตู้ใบนั้นจนพบ

 

วันนี้เตยพาพี่ชายชลไปเลือกซื้อเสื้อผ้าอีกครั้ง และเมื่อกลับมาพี่ชายชลของสองพี่น้องก็เงียบขรึมซึมเศร้า เพราะได้ไปเห็นรูปของแพรวาในรูปลักษณ์ของคนยุคนี้หลากหลายอิริยาบถปรากฏหราอยู่บนป้ายโฆษณาแทบจะทุกหนทุกแห่ง บางภาพเมียรักมีเสื้อผ้าน้อยชิ้นจนอวดเนื้อหนังมังสาและเรือนร่างงดงามที่ทรงเคยเชยชม ความรักที่เปี่ยมล้นอยู่ในพระอุระทำให้ทรงรู้สึกยิ่งหวงแหนและอยากพบหน้าเธอนัก แต่ก็พยายามหักห้ามพระทัย ทั้งที่ทรงอยากรู้เหลือเกินว่าเมื่อเธอกลับมาในเวลาของเธอแล้ว เธอยังจะคิดถึงความรักความหลังบ้างหรือไม่

หวายเดินมานั่งลงตรงหน้า และเอ่ยบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มหยอกเย้า

พี่ชายชลคะ หวายมีอะไรจะบอก จะฟังไหมคะ

ชายหนุ่มหน้าใส เจ้าของดวงตาคมหวาน เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวนิดหนึ่ง และพยักหน้าน้อยๆ น้องสาวจึงเอ่ยอวดทันที

วันนี้คุณแพรวาโทร.มาหาหวายด้วยละค่ะ บอกว่าจะมาที่นี่ แต่ขอแถลงข่าวก่อน ตอนนี้เธอไม่ได้ออกนอกบ้านเลย กลัวคนเห็น กลัวกองทัพนักข่าวด้วย คุณแพรวาบอกว่าแรมสิบห้าค่ำนี้เธอขอให้ปู่ช่วยทำพิธีส่งเธอกลับไป เธออยากกลับไปมากนะคะ หวายคิดว่าเธอคงต้องคิดถึงพี่ชายชลมากเลยค่ะ

สีหน้าของหนุ่มหล่อมีรอยยิ้มขึ้นทันที

จริงเหรอหวาย เขาอยากกลับไปหาพี่จริงเหรอ หวายว่าเขายังรักพี่ไหม พี่มาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันก็รู้ก็เห็นอะไรหลายอย่าง และยิ่งรู้ว่าเขาเป็นคนสวย เป็นคนมีชื่อเสียงของที่นี่ พี่ก็ยิ่งไม่เหลือความหวังว่าเขาจะคิดกลับไปในอดีตอีกเลยนะหวาย

คืนนี้คุณแพรวาจะออกรายการทอล์กโชว์เพื่อให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่หายตัวไป พี่ชายชลรอดูได้เลยค่ะ เดี๋ยวหวายจะให้เตยมาเปิดให้ แต่พี่ชายชลก็เปิดทีวีเองได้แล้วนี่คะ ตอนนี้พี่ชายชลเหมือนคนของเวลานี้เข้าไปทุกทีแล้วนะคะ จนหวายเองไม่รู้สึกเลยว่าพี่มาจากอดีต พี่ชายชลดูหล่อเริดออกค่ะ พระเอกยังทำอะไรพี่ชายของหวายไม่ได้เลยนะคะ

และค่ำนั้นหนุ่มชายชลของน้องๆ ก็มานั่งอยู่หน้าทีวีโดยมีน้องสาวและน้องชายนั่งอยู่ด้วย รายการที่แพรวามาออกแถลงข่าวก็เริ่มออนแอร์ ทุกสำนักข่าวที่ได้รับทราบข่าวนี้ต่างเดินทางมาทำข่าวกันแน่นห้องส่ง แทมมี่ให้แพรวามาออกรายการนี้ดีกว่าจัดแถลงข่าวเอง เพราะพิธีกรจะเป็นผู้ซักถามเพียงคนเดียวตามสคริปต์ หากเป็นการเปิดแถลงข่าวจะโดนกองทัพนักข่าวรุมซักถาม ซึ่งแพรวาก็เห็นดีด้วย แทมมี่จึงติดต่อโปรดิวเซอร์รายการนี้เพื่อให้ดำเนินการสัมภาษณ์สดออกทางโทรทัศน์

พิธีกรของรายการซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของรายการด้วยได้ออกมาเกริ่นนำถึงการหายตัวไปของนักแสดงสาวแพรวาที่ตอนนี้ได้กลับมาล้วและจะมาให้สัมภาษณ์รายการนี้เป็นรายการแรก ก่อนจะประกาศเชิญเธอทันที แพรวาในชุดสีแดงเพลิง แบบเรียบร้อยแต่เก๋ไก๋ ปรากฏตัวออกมา กล้องจับไปที่ตัวเธอทันทีพร้อมกับเสียงปรบมือของผู้ชมในสตูดิโอดังขึ้น นักแสดงสาวพนมมือไหว้พิธีกรและผู้ชม จากนั้นก็หันมายิ้มให้กล้อง แสดงแฟลชจากบรรดาช่างภาพและนักข่าววูบวาบตลอดเวลา หวายสังเกตเห็นพี่ชายต่างภพของเธอมองแพรวาในทีวีด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

พิธีกรชายเริ่มสัมภาษณ์ทันที หลังจากเกริ่นนำและทักทายกันเรียบร้อยแล้ว

เอ่อ...ผมขอเริ่มต้นคำถามด้วยการให้คุณแพรวาเล่าถึงเหตุการณ์ที่หายตัวไปให้แฟนๆ และท่านผู้ชมทางบ้านได้ทราบนะครับ”

ก่อนอื่นเลยแพรต้องกราบขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและเป็นห่วงแพรนะคะ แพรต้องขอโทษที่ไปโดยไม่บอกกล่าวใคร มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบที่ตัดสินใจ เพราะตอนนั้นแพรเครียดมากน่ะค่ะ

พิธีกรชายท่านนั้นจึงถามขึ้นตามสคริปต์ คือได้ข่าวว่าทะเลาะกับคุณปีร์ เป็นเรื่องจริงไหมครับ

อืม...ก็มีส่วนค่ะ คือเราอยู่ห่างกันและก็ไม่เข้าใจกันน่ะค่ะ”

“เรื่องอะไรครับที่ว่าไม่เข้าใจกัน เอ่อ...ที่มีข่าวลือว่ามีมือที่สามหรือเปล่าครับ

“ไม่มีหรอกค่ะ เพียงแต่เราไม่มีเวลาให้กันเท่านั้น เพราะปีร์จะอยู่ต่างประเทศตลอด เวลากลับมาเมืองไทยแพรก็ต้องทำงาน เราเลยมีเรื่องทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ เราไม่เข้าใจกันมากกว่าค่ะ”

แล้วหนีไปอยู่ที่ไหนมาหรือครับ พอจะบอกได้ไหมครับ ผมและทุกคนทั้งประเทศอยากรู้น่ะครับ

คือแพรไปอยู่ที่บ้านญาติคนหนึ่งที่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ แต่ขอไม่บอกสถานที่นะคะ

คุณพ่อของคุณแพรวาให้ข่าวว่าคุณแพรวาทะเลาะกับท่านด้วยนะครับ

เอ่อ...คือแพรเป็นลูกที่ไม่ดีนัก แพรไม่ค่อยจะฟังเหตุผลของคุณพ่อน่ะค่ะ คือเราคิดกันคนละด้าน ท่านก็มีเหตุผลของท่าน ส่วนแพรก็มีเหตุผลของแพร

แล้วคุณแพรวาจะกลับมารับงานแสดงอีกไหมครับ หรือว่าจะแต่งงานก่อน

แพรคงจะขออยู่เงียบๆ สักพักหนึ่งก่อนค่ะ และก็ขอทำงานบางชิ้นที่ทำสัญญาไว้ อีกอย่างผู้จัดละครคงจะกลัวแพรแล้วละค่ะ ถ้ายังไงแพรถือโอกาสนี้กราบขออภัยพี่จุ๋มด้วยนะคะ แล้วแพรจะไปกราบขอโทษด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่งค่ะ”

อืม...วันนี้ผมมีคนมาเซอร์ไพรส์ด้วยนะครับ

พิธีกรผู้ดำเนินรายการเอ่ยแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับ ทำให้แพรวาต้องลุกขึ้นยืนด้วย ปีร์ในสูทสีเข้มหล่อเท่เดินเข้ามาพร้อมด้วยช่อดอกไม้ และยื่นส่งให้แพรวาพลางทอดสายตาเว้าวอน ก่อนจะโอบกอดนิดหนึ่ง พิธีกรจึงเชิญให้เขานั่งลงข้างแพรวาและสัมภาษณ์ปีร์ตามสคริปต์ที่ได้วางเอาไว้

เอ่อ...ตอนนี้คุณปีร์กับคุณแพรวาได้ปรับความเข้าใจกันแล้วใช่ไหมครับ

เอ่อ...เราคุยกันมาหลายวันแล้วครับ ก่อนที่แพรจะตัดสินใจออกมาแถลงข่าว และเราก็คุยกันในทุกๆ เรื่อง จนเข้าใจกันแล้วครับ

เอ่อ...งั้นก็คงใกล้จะมีข่าวดีแล้วสินะครับ

อืม...ครับ ผมขอแพรแต่งงานแล้วครับ ขอเป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้แล้วด้วยครับ ก็คงจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้เขาเอ่ยพูดพร้อมกับหัวเราะน้อยๆ

เอ่อ...ตกลงคุณแพรวารับปากจะแต่งงานกับคุณปีร์แล้วใช่ไหมครับพิธีกรเอ่ยถามแพรวา

เธอยิ้มเยือนเพียงน้อยๆ แพรคงต้องเร่งเคลียร์งานที่ค้างอยู่ให้เสร็จก่อนน่ะค่ะ แล้วก็ต้องเดินสายไปขอโทษผู้ใหญ่หลายท่านที่แพรทำให้เสียหาย หวังว่าจะไม่ถูกฟ้องก็พอค่ะ

แพรวาตอบไม่ตรงคำถามนัก จนพิธีกรต้องถามย้ำอีก

อืม...เคลียร์เสร็จแล้วจะแต่งงานกันเลยไหมครับ เพราะผมดูท่าทางคุณปีร์คงไม่อยากรอนานแล้วละครับ จริงไหมครับคุณปีร์

“ผมพร้อมทุกอย่างสำหรับแพรแล้วครับปีร์เอ่ยตอบพร้อมทั้งหันหน้าไปมองแพรวา ส่งสายตาที่บ่งบอกความในใจทุกอย่าง เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดานักข่าวและผู้ชมในรายการดังลั่นสตูดิโอ

“คุณแพรวาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวแล้วใช่ไหมครับ

คำถามที่นอกเหนือจากสคริปต์ทำให้แพรวามีสีหน้าอึดอัดนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ

เอ่อ...ก็ยังไม่ทราบว่าเมื่อไรเวลาของเราสองคนจะลงตัวน่ะค่ะ แพรคิดว่าเราไม่ควรรีบร้อนสำหรับเรื่องนี้ ปีร์รอแพรมาได้ตั้งนาน ถ้าจะรออีกสักนิดก็คงไม่ว่ากันหรอกใช่ไหมคะ”

แพรวาหันมาเอ่ยกับปีร์ในตอนท้าย เป็นการบ่ายเบี่ยงอย่างฉลาด ทำให้ปีร์มองเธอด้วยสายตาผิดหวังขึ้นมาทันที และพี่ชายของหวายกับเตยก็มองภาพของปีร์ที่เหมือนต้องการจะโชว์ความสนิทสนมและความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างหวงแหนโดยการเอื้อมมือมากุมมือเธอเอาไว้ด้วยสายตาหวานรัก

“แต่ความจริงปีร์ไม่อยากรอแล้วนะแพร ถ้าแพรเคลียร์งานเสร็จเรียบร้อยเมื่อไร เราจะแต่งงานกันทันที

คำพูดของชายหนุ่มที่มาพร้อมสีหน้าและสายตาวิงวอน ทำให้ผู้ชมและนักข่าวส่งเสียงกรี๊ดสนั่นสตูดิโอ

 

*ภาพและคำสัมภาษณ์ของทั้งคู่จะทำให้ผู้ที่ดั้นด้นเดินทางมาหา จะทำอย่างไรต่อไป มาติดตามกันค่ะ*

หาอ่านฉบับสมบูรณ์ได้ตามร้านหนังสือชั้นนำ และถ้าสะดวกโหลดอ่านแบบebookก็โหลดอ่านได้ในหลายเว็บแล้วนะคะ รับรองความสนุกจนถึงบันทัดสุดท้ายค่ะ

 



ตำหนักรักข้ามภพ
บุษบาพาฝัน
www.mebmarket.com
        การหายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยของแพรวานางเอกสาวสวยแถวหน้าของเมืองไทย ในระหว่างการถ่ายทำละครย้อนยุคที่วังโบราณแห่งหนึ่ง ได้สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปได้อย่างไร และหายไปไหน และแทบไม่ร่องรอยอะไรให้ค้นหา         ในขณะที่แพรวาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อเธอกำลังเดินสำรวจวังบริเวณแห่งนี้ และทุกอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ใช่โลกของเธออีกแล้ว แต่เป็นโลกของเขา พระองค์เจ้าวิชิตชลชายผู้สูงศักดิ์ ผู้ทีรอคอยนางในฝันของเขามาแสนนาน และเธอก็มาปรากฏกายขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์         ปีร์ นักโบราณคดีแฟนหนุ่มลูกครึ่งของแพรวา ต้องรีบเดินทางกลับจากอังกฤษเมื่อทราบเรื่องที่แฟนสาวของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ การค้นหาประวัติศาสตร์ของปีร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาพบบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งทำให้นักโบราณคดีอย่างเขาเชื่อว่า แพรวาหายตัวไปอย่างไม่ธรรมดา แล้วชายหนุ่มจะตามหาคนรักเจอหรือไม่ มาติดตามรักสามเส้าของหนึ่งหญิงสองชายต่างมิติ ในที่สุดแพรวาจะเลือกอยู่กับใคร อะไรคือปมแห่งความผูกพันของ แพรวา ปีร์ และพระองค์เจ้าวิชิตชล        นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องที่คนเขียนรักมาก และได้รีไรท์ใหม่ทั้งเรื่อง เป็นแนวดราม่า โรแมนติก เนื้อเรื่องมีทั้งสองภพค่ะ ซึ่งนิยายเรื่องนี้จะทำให้นักอ่านซาบซึ้งตรึงใจกับคำว่ารักแท้ รักที่ต้องเสียสละ รักที่ข้ามภพข้ามชาติ บุษบาพาฝันต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่าน ที่กรุณาอุดหนุนผลงานทุกเรื่องด้วยดีเสมอมา....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น